LOGINวันต่อมา..
'ติ้ง ติ้ง' เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชั่นไลน์ดังขึ้นทำให้ของขวัญที่กำลังนั่งใส่รองเท้าผ้าใบหยุดชะงัก มือเรียวล้วงไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าเป้ออกมาดู คิ้วสวยพลันขมวดชนกันเป็นปมเมื่อเห็นข้อความจากรุ่นพี่รุ่นโชว์หราบนหน้าจอตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนนิ้วเรียวจะกดตอบข้อความจากรุ่นพี่หนุ่ม อคิน : ไปเรียนหรือยังครับ ของขวัญ : กำลังจะไปค่ะ หลังจากเธอตอบกลับรุ่นพี่หนุ่มก็อ่านแล้วเงียบไปเลยไม่มีการตอบกลับใด ๆ ทำเอาเธองุนงงไม่น้อย "อะไรของเขา" เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนเก็บโทรศัพท์ใส่ในกระเป๋าเป้เหมือนเดิมแล้วใส่รองเท้าต่อจากนั้นก็เดินออกจากห้องนอนไปหาเพื่อนสาวที่อยู่อีกห้องหนึ่ง "เป็นยังไงบ้างพลอย รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม" เธอเดินมาหยุดข้างเตียงเพื่อนสาวแล้วยื่นมือไปแตะตัวเพื่อนเบา ๆ พร้อมถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเพราะพลอยปวดท้องประจำเดือนตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว "ดีขึ้นบ้างแล้วแกไปเรียนเถอะไม่ต้องเป็นห่วง" พลอยตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง "โอเค..งั้นเราไปก่อนนะ" ของขวัญพยักหน้ารับน้อย ๆ แล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องไปด้วยความรู้สึกเหงาหง่อยเพราะต้องไปเรียนคนเดียวเป็นครั้งแรกหลังจากเข้ามหาวิทยาลัยมาได้เดือนกว่า ๆ ปกติเธอกับพลอยจะตัวติดกันตลอดแต่วันนี้เพื่อนสาวดันมาป่วยเสียงั้น "พี่อคิน" เท้าเล็กที่กำลังก้าวเดินออกจากคอนโดชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นรุ่นพี่หนุ่มยืนกอดอกพิงรถอยู่หน้าคอนโด เธอยืนมองรุ่นพี่หนุ่มนิ่ง ๆ นานนับนาทีก่อนก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเขา "สวัสดีค่ะพี่อคิน" "ครับ" อคินหยักหน้ารับน้อย ๆ ก่อนเอ่ยต่อพร้อมเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับเชื้อเชิญให้รุ่นน้องสาวขึ้นรถ "พี่มารับน้องไปเรียน..เชิญครับ" "ขะ..ขอบคุณค่ะ" ของขวัญน้อมศีรษะขอบคุณรุ่นพี่หนุ่มด้วยความเกรงใจแล้วก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ "ครับ" อคินระบายยิ้มให้รุ่นน้องสาวบาง ๆ แล้วปิดประตูลงเดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับจากนั้นก็ขับออกจากคอนโดด้วยความเร็ว ภายในรถตกอยู่ในความเงียบมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานอยู่ ของขวัญรู้สึกอึดอัดไม่น้อยเมื่อต้องนั่งรถตามลำพังกับรุ่นพี่หนุ่ม มือเรียวประสานเข้าหากันแน่นร่างกายเกร็งไปหมดทุกส่วนแค่จะหายใจออกมาแรงเธอยังไม่กล้าเลย "วันนี้น้องพลอยไม่ไปเรียนเหรอครับ" อคินที่เหลือบเห็นท่าทางเกร็ง ๆ ของรุ่นน้องสาวพูดทำลายความเงียบเพื่อให้เธอผ่อนคลายลง "พลอยไม่ค่อยสบายนะคะ" "อ๋อครับ..แล้ววันนี้น้องมีเรียนกี่วิชาครับ" "สองวิชาค่ะ" "แล้วเรียนเสร็จกี่โมงครับ" "บ่ายสามค่ะ" "พี่เรียนเสร็จบ่ายสามเหมือนกันเลย งั้นเรากลับพร้อมกันนะครับ" "มะ.." "ห้ามปฏิเสธครับ" อคินหันไปมองหน้ารุ่นน้องสาวด้วยแววตาดุพร้อมพูดดักทางห้ามไม่ให้เธอปฏิเสธ ของขวัญจึงจำใจต้องพยักหน้ารับ "ค่ะ" หลังจากนั้นภายในรถก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งจนรถแล่นมาถึงหน้ารั้วมหาวิทยาลัย ของขวัญรีบเปล่งเสียงบอกรุ่นพี่หนุ่มให้จอดเพราะหากรุ่นพี่ไปส่งถึงหน้าตึกเรียนเธอคงได้ตกเป็นเป้าสายตาสาว ๆ ทั้งมหาลัยแน่ ๆ ซึ่งเธอไม่ชอบเอามาก ๆ "จอดตรงนี้แหละค่ะพี่อคิน" "ทำไมละครับ" อคินปรายตามองรุ่นน้องสาวด้วยความสงสัยพร้อมชะลอความเร็วรถลงแล้วค่อย ๆ จอดเทียบริมฟุตบาท "หนูไม่อยากเป็นเป้าสายตาคนอื่นค่ะ" ของขวัญมองหน้าตอบรุ่นพี่หนุ่มตามความจริง และเธอเชื่อว่ารุ่นพี่หนุ่มเข้าใจดีว่าเธอหมายถึงอะไร อคินมองหน้ารุ่นน้องสาวอย่างใช้ความคิดทำไมบางครั้งเขาก็รู้สึกว่าเธอมีอะไรที่แอบซ่อนอยู่ภายใต้ความสงบเสงี่ยมแบบนี้ยิ่งทำให้เขาอยากค้นหามากขึ้น รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นประดับมุมปากแวบหนึ่งแล้วจางหายไป ก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะโน้มไปพูดใกล้ ๆ กกหูรุ่นน้องสาวด้วยน้ำเสียงนุ่ม "ไม่ต้องไปสนใจหรอกครับ สนใจพี่คนเดียวก็พอ" ของขวัญที่มองออกไปนอกกระจกรถหันหน้ากลับมาอัตโนมัติเมื่อเสียงรุ่นพี่หนุ่มดังอยู่ใกล้ ๆ ทำให้จมูกของเธอชนเข้ากับจมูกโด่งสันของรุ่นพี่หนุ่มจัง ๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจอึ้งค้างไปชั่วขณะ ร่างกายพานแข็งทื่อไปหมดใจดวงน้อย ๆ เริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่อคินมองสบสายตารุ่นน้องสาวนิ่ง ๆ ไม่ได้รู้สึกใจเต้นแรงสักนิดอาจเป็นเพราะเขาใกล้ชิดกับผู้หญิงจนชินแล้วบวกกับคนตรงหน้าแสนจะจืดชืดด้วยเขาเลยไม่รู้สึกอะไร ทว่าเขาก็ต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอในเวลาต่อมาเมื่อเลื่อนสายตาลงมองริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อของรุ่นน้องสาวมันชวนให้เขาอยากลิ้มลองขึ้นมาดื้อ ๆ ทั้งที่เขาไม่เคยจูบกับผู้หญิงคนไหนเลยสักครั้งถึงแม้จะมีอะไรกันก็ตาม มือหนายกขึ้นแตะลงบนกลีบปากอวบแล้วลูบไปมาเบา ๆ ทำให้เจ้าของริมฝีปากสะดุ้งเฮือกหลุดจากภวังค์ รีบเบี่ยงหน้ามองออกไปนอกกระจกรถด้วยความเขินอาย อคินนึกเสียดายไม่น้อยอีกนิดเดียวเขาเกือบจะได้ลิ้มลองริมฝีปากสีหวานนั้นแล้วเชียว แต่ก็ไม่เป็นไรโอกาสยังมีอีกเยอะแยะเมื่อคิดได้นั้นเขาจึงพูดทำลายสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้เดี๋ยวรุ่นน้องสาวจะหนีเตลิดเสียก่อน "ให้พี่ไปส่งหน้าตึกเรียนนะครับ" "มะ..ไม่เป็นไรค่ะหนูไปเองดีกว่า" ของขวัญหันมาตอบรุ่นพี่หนุ่มด้วยน้ำสียังตะกุกตะกักเพราะยังรู้สึกเขินอายกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้อยู่ สิ้นเสียงพูดเธอก็รีบเปิดประตูลงจากรถทันทีโดยก่อนปิดประตูก็ไม่ลืมจะขอบคุณรุ่นพี่หนุ่ม "ขอบคุณที่ไปรับมาเรียนนะคะ" เมื่อพูดจบเธอก็ส่าวเท้าเดินกึ่งวิ่งออกไปทันทีเพราะรู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูกต้องการหลบให้พ้นสายตารุ่นพี่หนุ่มโดยเร็วที่สุดของขวัญนั่งฉลองวันเกิดกับเพื่อน ๆ จนเกือบเที่ยงคืนจึงขอแยกตัวกลับเพราะรู้สึกเมาจนเวียนหัวไปหมดโชคดีที่มีรุ่นพี่หนุ่มมาคอยดูแล"บอกว่าอย่าดืมเยอะก็ไม่ฟังมันน่านัก เกิดพี่ไม่มาด้วยจะทำยังไง" อคินบ่นคนตัวเล็กบนวงแขนอย่างนึกโมโหขณะกำลังอุ้มเธอเดินขึ้นคอนโดของเขา ทั้งที่ก่อนไปนั่งกับเพื่อนเขาก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่าอย่าดื่มเยอะ แต่เจ้าตัวก็ยังดื้อรั้นดื่มจนเมาหัวราน้ำ หากเขาไม่ไปด้วยไม่รู้จะเป็นยังไงยิ่งผู้ชายในผับต่างมองมาที่เธอไม่ขาดสายดีไม่ดีอาจจะถูกลากไปทำมิดีมิร้ายเหมือนครั้งก่อนก็ได้ตลอดระยะเวลาที่นั่งเฝ้ารุ่นน้องสาวเขาต้องอดทนอดกลั้นกับสายตานับสิบคู่ที่มองเธออย่างแทะโลมเป็นอย่างมาก อดทนไม่ให้ตัวเองไปลากเธอกลับ หรือเดินไปถามคนพวกนั้นว่ามองแฟนเขาทำไม"มันน่าจริง ๆ" เสียงบ่นจากริมฝีปากหนาทำให้คนที่สติสัมปชัญญะถูกครอบงำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ซบหน้าหลับตาพริ้มบนอกแกร่งนึกรำคาญไม่น้อย ปรือตาขึ้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงยานพลางเคลื่อนมือข้างขวาที่โอบลำคอหนาขึ้นตบแก้มเกลี้ยงเกลาเบา ๆ "บ่นเป็นพ่อขวัญเลยนะคะ""ไม่ได้เป็นพ่อ..แต่เป็นผัวครับ" "ขวัญยังไม่มีผัว มีแต่แฟนค่ะ" "คืนนี้ต้องทบทวนความจำหน่อยแล้ว
@คอนโดอคินอคินเดินอมยิ้มเข้ามาในห้องอย่างมีความสุขเพราะสามารถพูดโน้มน้าวใจจนรุ่นน้องสาวยอมมาห้องของเขาได้สำเร็จ ตอนแรกของขวัญก็อิดออดเล็กน้อยถึงแม้จะเป็นแฟนกันแล้ว แต่เธอก็ไม่ไว้ใจในความเจ้าเล่ห์ของรุ่นพี่หนุ่มอยู่ดียิ่งชอบแทะโลมเธอทุกทีที่มีโอกาสด้วย แต่เขาก็ยกเหตุผลร้อยแปดพันเก้ามาพูด และสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่ทำอะไรรุ่มร่ามหรือล่วงเกินแน่นอนหากไม่เต็มใจเธอจึงยอมมาด้วยเธอเดินมาหย่อนก้นนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น ส่วนอีกคนเดินหายเข้าไปในห้องนอนตั้งแต่มาถึงแล้ว ผ่านไปห้านาทีอคินก็เดินถือกล่องกำมะหยี่ออกมาจากห้อง เดินเข้าไปนั่งบนโซฟาห่างจากรุ่นน้องสาวเพียงคืบจับจ้องใบหน้าเรียวด้วยแววตาลึกซึ้ง ของขวัญกดปิดหน้าจอมือถือมองสบตารุ่นพี่หนุ่มอย่างงง ๆ ที่เขาเอาแต่นั่งมองเธอเงียบ ๆ ไม่พูดไม่จา "พี่อคินมีอะไรรึเปล่าคะ""พี่รักน้องนะครับ" เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยจากความรู้สึกในใจ มือหนาเปิดกล่องกำมะหยี่หยิบสร้อยจี้เพชรรูปหัวใจที่ตั้งใจเตรียมไว้ให้รุ่นน้องสาวออกมาแล้วค่อย ๆ บรรจงใส่ให้เธอ "สร้อยเส้นนี้พี่ตั้งใจซื้อให้น้องนะครับ ชอบไหม""ชอบค่ะ" ของขวัญใช้มือจับจี้เพชรรูปหัวใจขึ้นมาดูพร้อมกับ
2 เดือนต่อมา..วันเวลาหมุนเวียนดำเนินไปเรื่อย ๆ ตอนนี้ก็เกือบสามเดือนแล้วที่อคินพยายามพิสูจน์ตัวเองกับรุ่นน้องสาวทำทุกอย่างให้เธอกับมาไว้เนื้อเชื่อใจ และรักเขาอีกครั้ง ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดีความสัมพันธ์ระหว่างเขากับรุ่นน้องสาวดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับดูเหมือนเธอจะมีความรู้สึกดี ๆ ต่อเขามากกว่าเมื่อก่อน แต่ก็ไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอกลับมารักเขาเหมือนเดิมแล้ววันนี้เขาก็มารอรับรุ่นน้องสาวไปเรียนเหมือนเช่นทุกวัน ใบหน้าหล่อเหลาระบายยิ้มออกมาบาง ๆ เมื่อเห็นรุ่นน้องสาวเดินออกมาจากคอนโดจะเรียกว่าเขาคลั่งรักก็ได้เพราะเพียงเห็นใบหน้าสวย ๆ ของเธอก็ทำให้เขารู้สึกมีความสุขและยิ้มออกมาได้แล้วส่วนของขวัญเองก็ไม่ต่างจากรุ่นพี่หนุ่มเท่าไรนักยอมรับว่ารู้สึกมีความสุข และอบอุ่นหัวใจไม่น้อยเวลาได้อยู่ใกล้ชิดเขา ตลอดระยะเวลาเกือบสามเดือนรุ่นพี่หนุ่มพยายามทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ว่าเขาจริงจัง และจริงใจกับเธอจริง ๆ คอยดูแลใส่ใจเธอเป็นอย่างดี ยอมเธอทุกอย่างและที่สำคัญเขาให้เกียรติเธอ ปฏิบัติตัวอย่างเสมอต้นเสมอปลายตอนตามจีบวันแรกเป็นยังไงวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นส่วนเรื่องนิสัยเจ้าชู้ก็ดูเขาจะเลิกได้แล้
"ดูท่าแม่พี่จะชอบน้องมากเลยนะครับก่อนกลับยังแอบกระซิบบอกให้พี่พาน้องไปหาท่านบ่อย ๆ ด้วย เห็นไหมพี่บอกแล้วว่าพ่อแม่พี่ต้องรักน้องเหมือนที่พี่รัก" อคินเอ่ยเมื่อรถสปอร์ตหรูเคลื่อนตัวมาจอดลงหน้าคอนโดรุ่นน้องสาวแล้ว ดูเหมือนว่าการพาเธอไปพบพ่อแม่ในวันนี้จะราบรื่นและดีมาก ๆรุ่นน้องสาวเข้ากับครอบครัวเขาได้ดีมากโดยเฉพาะมารดาที่ดูจะชอบเธอเป็นพิเศษถึงขั้นออกปากชวนให้ไปหาบ่อย ๆ "แม่พี่อคินใจดีมากเลยนะคะ" ของขวัญพยักหน้ารับน้อย ๆ พร้อมระบายยิ้มให้รุ่นพี่หนุ่ม ก่อนก้มมองกล่องขนมคุ้กกี้บนหน้าตักที่แม่ของเขาห่อให้เธอพากลับมาทานที่คอนโด การไปพบพ่อแม่รุ่นพี่หนุ่มวันนี้เป็นไปอย่างราบรื่นผู้ใหญ่ทั้งสองใจดี และเป็นกันเองมากไม่เหมือนที่เธอกลัวและกังวลสักนิดโดยเฉพาะแม่ของเขาที่ใจดีกับเธอมาก ๆ "ใช่ครับท่านใจดีมากหากน้องมาเป็นลูกสะใภ้ไม่ต้องกลัวเรื่องเรื่องแม่ยายร้ายใส่ลูกสะใภ้เลย" อคินได้ทีพูดหยอดรุ่นน้องสาวทันทีเผื่อจะมีสักครั้งที่เธอใจอ่อน อีกคนถึงกับกลอกตามองบนถอนหายใจพรืดใหญ่กับความขยันหยอดขยันสรรหาคำมาพูดหว่านล้อม ถามว่าได้ผลไม่ตอบเลยว่าไหมถึงแม้เขาจะพยายามแสดงให้เห็นว่าจริงจัง และจริงใจมากแค่ไหนแต
หลายวันต่อมา..ครืด! ครืด!โทรศัพท์เครื่องหรูแผดเสียงดังขึ้นปลุกให้ร่างบางที่นอนหลับบนเตียงคิงไซส์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา มือเรียวหยิบโทรศัพท์ที่วางข้างหมอนมากดรับสายทั้งที่ตายังปิดอยู่ ก่อนกรอกน้ำเสียงงัวเงียลงตามสาย "ฮัลโหล"(ตื่นได้แล้วครับที่รัก)แค่ได้ยินเสียงของขวัญก็รู้แล้วว่าปลายสายคือรุ่นพี่หนุ่มเธอจำเสียงเขาได้ขึ้นใจ เปล่งเสียงสวนกับทันควันเพราะรู้สึกไม่ชอบใจกับคำเรียกของเขา "ไม่ต้องมาเรียกแบบนี้เลยนะคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย"(ตอนนี้ยังไม่เป็นแต่อีกไม่นานก็เป็นแล้วครับ)"อย่าเพิ่งมั่นใจคะบางทีพี่อาจจะจีบขวัญไม่ติดก็ได้ค่ะ" ริมฝีปากอวบอิ่มเบะออกอย่างนึกหมั่นไส้กับความมั่นหน้ามั่นโหนกของคนปลายสาย ก่อนถามไถ่ต่อ "แล้วพี่มีอะไรคะโทรมาหาขวัญแต่เช้า"(แค่คิดถึงครับ)"เวอร์ไปแล้วค่ะ" ริมฝีปากอวบอิ่มเบะออกมาอีกครั้งกับคำพูดน้ำเน่าของคนปลายสายทั้งที่เมื่อวานก็เพิ่งเจอกันแท้ ๆ เขายังมีหน้ามาบอกว่าคิดถึงอีก หรือจะให้ถูกต้องบอกว่าหลังจากวันนั้นเขาก็มารับเธอไปทานข้าวด้วยกันทุกวันบางครั้งก็พาไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ด้วย ทำทุกอย่างไม่ต่างจากครั้งแรกที่แกล้งมาจีบเธอ ดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ถ้า
วันต่อมา..อคินขับมารอรุ่นน้องสาวใต้ตึกคณะวิทยาการจัดการเพื่อรับเธอไปทานข้าวเที่ยงทั้งที่วันนี้ตัวเองไม่มีเรียนไม่จำเป็นต้องเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้เขารีบเปิดประตูลงจากรถเมื่อเห็นรุ่นน้องสาวเดินออกมาจากตึกคณะเดินตรงเข้าไปหาเธออย่างไม่รอช้า ทว่าคิ้วเข้มก็ต้องขมวดชนกันเป็นปมอย่างไม่ชอบใจในตอนที่แม็กซ์หนุ่มรุ่นน้องที่เดินกึ่งวิ่งเข้าคุยพูดถามไถ่รุ่นน้องสาวอย่างสนิทสนม ผู้ชายด้วยกันทำไมจะดูไม่ออกว่าหนุ่มรุ่นน้องคิดไม่ซื่อกับเธอ เท้าใหญ่รีบก้าวยาว ๆ ตรงไปหาคนทั้งสองก่อนพูดขัดจังหวะ "พี่มารับน้องไปทานข้าวครับ" "..." ของขวัญมองหน้าคนเสียมารยาทด้วยแววตาดุรู้สึกไม่ชอบใจที่เข้ามาพูดแทรกขณะที่เธอกำลังคุยธุระกับเพื่อนชายอยู่ "ขวัญคุยธุระกับเพื่อนอยู่ที่ไม่เห็นรึไงคะ""งั้นคุยต่อสิครับพี่รอได้" คนโดนดุยังคงหน้ามึนไม่ได้สะทกสะท้านกับคำต่อว่าสักนิด ปากเขาตอบรุ่นน้องสาวแต่สายตากลับมองหน้ารุ่นน้องหนุ่มอย่างเอาเรื่องส่งสายตาขู่สุดฤทธิ์ทำเอาคนโดนขู่ถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง"เอาไว้ค่อยคุยก็ได้ แม็กซ์ไปก่อนนะขวัญ" สุดท้ายแม็กซ์ก็ทนต่อสายตาขู่เข็ญราวกับเสือร้ายของรุ่นพี่หนุ่มไม่ได้รีบขอแยกตัวออกไปเพราะพอได้ยิ







