LOGIN“วันนี้ผมต้องรบกวนผู้บริหารทุกท่าน รวมทั้งผู้ถือหุ้นทุกท่านนะครับ สำหรับวันนี้ผมตั้งใจเรียกทุกท่านมาประชุมวันนี้ เพื่อที่จะเสนอการนำเข้ายางรถยนต์ ที่ผมมีคอนเนกชันระดับสูงกับค่ายผลิตยางรถยนต์ต่างประเทศที่นำเข้า ที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับบริษัทของท่านประธานนาวิน”
“หมายถึงเราจะเปลี่ยนบริษัทที่ผลิตยางรถยนต์ให้กับเราใช่ไหมครับ”
“ใช่ครับ”
“แต่ไม่ใช่เฉพาะบริษัทแม่เท่านั้น แต่รวมทั้งทุกบริษัทในเครือด้วยครับ”
“ทำไมล่ะคะ”
ภาคินได้กดที่ฉายสไลด์ จากการรวบรวมข้อมูลการผลิตยางรถยนต์ของบริษัทท่านประธานนาวิน พบการใช้สารเคมีที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่มีคุณภาพ เพื่อจัดจำหน่ายให้กับเราและอาจจะส่งผลให้แบรนด์รถยนต์ที่เรานำเข้าเสียหายและไม่สามารถจำหน่ายได้ และบริษัทท่านประธานนาวินกำลังขาดสภาพคล่องอย่างหนัก
“งั้นผมเห็นด้วยกับท่านประธานภาคินครับ”
เมื่อมีตัวแทนในบอร์ดบริษัทเห็นด้วย ทำให้ผู้บริหารท่านอื่นคล้อยตามเช่นกันภาคินได้วางแผนทุกวิถีทางเพื่อที่จะกดดันบริษัทของท่านประธานนาวินให้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน และการจัดจำหน่ายยาง ภาคินยังเข้าซื้อกิจการและทำสัญญาผูกขาดกับซัพพลายเออร์รายใหญ่ทั้งหมดที่ส่งวัตถุดิบให้ท่านประธานนาวิน ทำให้ฝั่งนั้นไม่มีของผลิต รวมทั้งภาคินใช้สายสัมพันธ์กับบริษัทโลจิสติกส์และท่าเรือใหญ่ เพื่อเตะถ่วงตู้คอนเทนเนอร์ยางของท่านประธานนาวินให้ส่งออกล่าช้า และส่งมอบไม่ทันกำหนด ทำให้ท่านประธานนาวินโดนคู่ค้าต่างประเทศปรับจำนวนเงินมหาศาลและยกเลิกสัญญา
หลังจากแผนการของทางภาคินทำสำเร็จ บริษัทของท่านประธานนาวินก็เข้าสู่วิกฤตขั้นสุด ทั้งขาดทุนจากการยกเลิกสัญญาจากต่างประเทศ และขาดความเชื่อมั่นในการทำธรุกิจร่วมกับบริษัทคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ประธานนาวินล้มป่วยจากความเครียดเป็นอย่างมาก
“นภา...คุณพ่ออาการเป็นอย่างไรบ้าง”
“คุณพ่อมีอาการหน้ามืดกะทันหันค่ะ คุณแม่ แต่ตอนนี้ปลอดภัยดีแล้วค่ะ คุณหมอต้องการให้นอนดูอาการสักสอง สามวันก่อน เพราะความดันของคุณพ่อยังไม่คงที่ และประกอบโรคประจำตัวของคุณพ่ออีกด้วยค่ะ”
“พี่นภา ได้ทานอะไรบ้างแล้วหรือยังคะ จะไม่สบายไปอีกคน น้องเห็นพี่ยังไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เที่ยงแล้ว”
“งั้นพี่ฝากพิมพ์ดูคุณพ่อก่อนนะ เดี๋ยวพี่ลงไปทานข้าวก่อน”
“ได้ค่ะ พี่นภา”
คุณหญิงประภาได้นั่งข้างเตียงประธานนาวินที่กำลังนอนหลับ เพราะฤทธิ์ยาลดความดันและยาคลายเครียด คุณหญิงประภาถอนหายใจเพราะสงสารผู้เป็นสามี ที่ต้องรับมือจากวิกฤตของบริษัทที่กำลังย่ำแย่ โดยไม่รู้ว่าใครที่อยู่เบื้องหลังในครั้งนี้ และยากที่จะแก้ไขกับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น
“คุณแม่คะ ตอนนี้ปัญหาสภาพทางการเงินของบริษัทเราแย่มาก”
“เราลองไปปรึกษาคุณอาเจริญศิลป์ ถึงแนวทางแก้ไขปัญหานี้ดีไหมคะ”
“แม่จะลองปรึกษาคุณพ่อก่อนจ๊ะ ช่วงนี้อยากให้คุณพ่อเขาพักผ่อนไปก่อน”
“ตอนนี้อาจจะฝากนภา เขาดูแลงานแทนคุณพ่อไปก่อน”
หลังจากที่พิมพ์ขวัญกลับมาจากโรงพยาบาล ก่อนที่จะเข้านอนในคืนนั้นเอง ได้คิดถึงเรื่องบริษัท ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาต้องมีคนจงใจสร้างสถานการณ์นี้ให้เกิดขึ้น แต่ยังไม่รู้ตัวว่าเป็นอยู่เบื้องหลังทั้งหมด และทำไปเพื่ออะไร
“อาการคุณพ่อดีขึ้นยังคะ พี่นภา”
“มาแล้วหรอ ลูก...”
“วันนี้คุณพ่อลุกทานข้าวได้แล้วจ๊ะ”
“ใช่...พ่อเองได้นภาคอยดูแล และอีกอย่างต้องรีบกลับไปแก้ไขสถานการณ์ตอนนี้ที่บริษัท”
“พิมพ์อยากให้คุณพ่อลองปรึกษากับคุณอาเจริญศิลป์ คุณอาอยู่ในวงการธุรกิจขยายใหญ่ น่าจะมีทางช่วยเราได้นะคะ”
“อืม...พ่อก็ตั้งใจไว้อย่างนั้นเหมือนกัน”
“นภาก็เห็นตามที่น้องแสดงความเห็นเช่นกันค่ะ”
ประธานนาวินคิดไว้เหมือนกับลูกสาวทั้งสองคน ว่าหลังจากที่ตนเองออกจากโรงพยาบาลจะลองปรึกษากับท่านเจ้าสัวเจริญศิลป์ เพื่อหาทางออกจากวิกฤตครั้งนี้ เพราะท่านเจ้าสัวมีคอนเนคชั่นที่กว้างขวาง อาจจะช่วยเหลือท่านประธานนาวินได้
“นี่ป้าเลี้ยงคุณเล็ก ตั้งแต่คุณผู้หญิงเสีย คุณเล็กก็ไม่ค่อยสนใจใครเท่าไร การมีคุณพิมพ์เข้ามาทำให้คุณเล็กของป้าเปลี่ยนไป”“เอ้าป้าอุ่น กลายเป็นเม้าท์เรื่องผมได้ซะงั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า”“ก็จริงนี่ค่ะ คุณเล็กออกจากเย็นชา เงียบๆ”“แล้วคุณสมเจตน์มาทำงานกับคุณภาคินได้ยังไงคะ”“ผมมาทำงานกับคุณภาคิน เพราะคุณภาคินได้ช่วยชีวิตผมไว้จากโจรนะครับ ตอนนั้นผมก็ทำธุรกิจส่วนตัวแบบเล็กๆ แต่พอธุรกิจผมล้ม ผมก็ต้องออกไปค้าขายต่างจังหวัด และเดินทางมาทำงานให้ท่านประธานเกียรติศักดิ์ซึ่งเป็นคุณพ่อของคุณภาคิน ระหว่างทางไปกลับเชียงใหม่และแม่ริมตอนนั้น ยังมีโจรอยู่มาก ผมถูกโจรทำร้ายตอนรถยนต์ผมเสีย เพื่อที่จะชิงรถยนต์ผมไปขายฝั่งพม่า คุณภาคินขับรถยนต์มาเจอก็ได้ยิงต่อสู้กับโจร เพื่อช่วยผมไว้ครับ”“และหลังจากนั้นคุณภาคินก็ได้ขอให้ผมมาช่วยงานคุณภาคินมาโดยตลอด”“ผมเห็นคุณสมเจตน์ เป็นคนมีความสามารถด้วยแหละครับ เรื่องครั้งนั้นถ้าใครเดือดร้อน ผมสามารถช่วยได้ ผมก็ต้องช่วย”พิมพ์ขวัญนั่งนิ่งเพื่อฟังการสนทนา ทำให้พิมพ์ขวัญเข้าใจภาคินว่าจริงๆ แล้ว ภาคินเป็นคนดีคนหนึ่ง และมีความกล้าหาญและเป็นคนที่สามารถเสียสละช่วยเหลือผู้ได้ แม้แต่
ภาคินได้เดินจูงมือประคองพิมพ์ขวัญเพื่อไปชมทิวทัศน์ที่สวยงามของดอกไม้ และชมวิวดอยหลวงเชียงดาว ที่สามารถมองเห็นจากฝั่งสถานีวิจัยเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ ได้อย่างสวยงามแบบพาโนรามาภาคินได้แอบถ่ายรูปพิมพ์ขวัญในยอมที่เธอเผลอไว้ ขณะที่เธอเดินดูดอกไม้ และตอนที่พิมพ์ขวัญยืนตกตะลึงในความงดงามของวิวดอยหลวงเชียงดาว เป็นภาพถ่ายที่น่ามองและประทับใจ และประกอบกับพิมพ์ขวัญเป็นผู้หญิงที่สวยมากเวลาถ่ายภาพกับธรรมชาติยิ่งทำให้ดูเข้ากันเป็นอย่างมาก“คุณภาคินค่ะ นี่เขาเรียกดอกอะไรหรอค่ะ”“เขาเรียกดอกนางพญาเสือโคร่งครับ”“คลายดอกซากุระที่ญี่ปุ่นเลยนะคะ”“ใช่ครับ”เมื่อพิมพ์ขวัญพูดจบเป็นจังหวะดีที่มีสายลมพัดดอกนางพญาเสือโคร่งหล่นจากกิ่งที่กำลังเริ่มออกดอกเบ่งบานหล่นลงมาตกยังผมของพิมพ์ขวัญอย่างพอดี ภาคินจึงได้ถ่ายภาพนั้นไว้ พร้อมทั้งดึงผมของพิมพ์ขวัญมาหอมดม“คุณภาคิน คุณทำอะไร อายคนอื่นบ้างนะคะ”“ทำไม ก็ผมมีสิทธิ์ที่จะทำ”พิมพ์ขวัญได้หลบหน้าอย่างเขินอาย จากสายตาภาคินและนักท่องเที่ยวโดยรอบ“ภรรยาเหรอคะ”“ใช่ครับ”ภาคินได้ตอบผู้คนที่เดินผ่านมาชมธรรมชาติทักทายและแบบไม่ลังเล และเป็นการให้เกียรติพิมพ์ขวัญด้วย“คุณภ
ณิชาได้ยกหูโทรศัพท์เพื่อติดต่อภาคินทันที เพราะคิดว่าตนไปคฤหาสน์จะไม่ได้เจอตัวของภาคินอย่างแน่นอน“สวัสดีค่ะ คุณภาคิน นี่ณิชากำลังเข้าไปหาคุณที่คฤหาสน์นะคะ”“ผมต้องขอโทษคุณณิชาด้วยนะครับ พอดีผมออกมาพักผ่อนข้างนอกนะครับ อีกหลายวันจะกลับครับ ต้องขอโทษด้วยนะครับ ตอนนี้ผมไม่สะดวกคุย”หลังจากนั้นภาคินก็ได้ตัดสาย ณิชาโดยไม่ได้สนใจที่จะสนทนาต่อ ส่วนฝ่ายณิชาอยู่ในความสับสน แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ จึงได้แต่ให้คนขับรถตู้ขับกลับคุ้มเพียงเท่านั้นระยะทางจากอำเภอแม่ริมไปยังอำเภอเชียงดาว ใช้ระยะเวลาประมาณ 78 กิโลเมตร และใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง แต่สำหรับพิมพ์ขวัญการได้ออกมาเที่ยวครั้งนี้ เป็นการท่องเที่ยวที่เธอชื่นชอบมาก ได้ชมวิวทั้งสองข้างทาง ทั้งภูเขาที่แสงพระอาทิตย์พ้นขึ้นส่องประกาย และบ้านเรือนทั้งสองข้างทาง เมื่อรถตู้ได้เข้าสู่อำเภอเชียงดาว คุณสมเจตน์ได้ขับรถตู้ไปจอดที่บ้านของชาวบ้านแถวนั้น เพื่อทำการฝากรถตู้ไว้“คุณภาคินครับ มีชาวบ้านให้เราฝากรถตู้ได้นะครับ”“งั้นเขาคิดค่าฝากเท่าไรครับ คุณสมเจตน์”“เขาบอกไม่ได้คิดนะครับ”“ไม่เป็นไร ให้เขาเถอะ เพราะเป็นค่าตอบแทนที่เขามีน้ำใจให้เราฝากรถไว้ และช่วยดู
พิมพ์ขวัญได้นำเสื้อสูทที่ตัวเองเย็บแก้ไขกระดุมให้ภาคิน ส่งไปยังห้องซักรีดอีกครั้ง เพื่อให้แม่บ้านทำการรีดเสื้อสูทให้ภาคินใหม่ และได้ถือตะกร้าและกรรไกรตัดกิ่งไม้ เพื่อไปยังสวนดอกไม้หน้าคฤหาสน์ เพื่อคัดเลือกดอกไม้ เพื่อมาจัดแจกันภาคินได้ยืนมองพิมพ์ขวัญอยู่ไกล แต่ได้คิดพิจารณาเรื่องราวทั้งหมดว่า ที่ผ่านมาตนเองได้เข้าใจขวัญผิดไป และได้โทษเธอที่เป็นต้องเหตุให้น้ำอิงต้องมาพบจุดจบ ซึ่งเขาได้รับรู้แล้วว่านิสัยจริงๆ ของพิมพ์ขวัญเนื้อแท้เป็นคนที่แสนดี จิตใจโอบอ้อมอารี แต่ใครกันที่เป็นคนทำให้น้ำอิงต้องตกใจกลัว แล้ววิ่งออกจากโรงแรมไปอย่างตื่นตระหนกอย่างนั้น เขาจะต้องสืบให้รู้เรื่องให้ได้ภาคินกลับมายังห้องทำงาน เพื่อเปิดตารางการทำงานช่วงท้ายปี ว่ามีวันไหนที่สามารถพักผ่อนได้เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ได้บ้างเพื่อที่จะลาพักร้อนให้กับตนเอง“ฮัลโหล คุณสมเจตน์ อาทิตย์หน้าคุณช่วยแจ้งบริษัทและบริษัทในเครือให้ผมด้วย ว่าผมลาพักร้อน และถ้ามีอะไรให้ประสานงานไปยังผู้ช่วยท่านอื่นก่อน”“ได้ครับ คุณภาคิน”“และเดี๋ยวเตรียมรถกระบะ 4WD และเต็นท์ให้ผมด้วยนะครับ”“เอ้า คุณภาคินจะไปกางเต็นท์ที่ไหนเหรอครับ”“ผมจะไปพักผ่อน
ร่างกายที่เจ็บบอบช้ำคงไม่เท่ากับหัวใจของพิมพ์ขวัญที่เจ็บช้ำ เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรมและภาคินไม่ได้รับฟังที่เธอได้พยายามที่จะอธิบาย ถึงเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร แต่ภาคินนั้นไม่เคยที่จะเชื่อใจตัวเธอเลยพิมพ์ขวัญค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเหมือนร่างกายยังคงขยับได้ช้า และไม่รู้ว่าตนเองไปนอนหลับมานานเท่าไรแล้ว เธอค่อยๆ ลุกจากเตียงนอนเพื่อไปอาบน้ำ แต่พิมพ์ขวัญได้สังเกตที่ข้อมือของเธอยังคงเป็นรอยเชือกอยู่ ซึ่งเวลาอาบน้ำจะทำให้รู้แสบๆ เมื่อผิวได้สัมผัสกับน้ำ เมื่อพิมพ์ขวัญอาบน้ำเสร็จและแต่งตัวได้ลงมายังห้องครัว เพื่อทำอาหารเข้าตามปกติ“คุณพิมพ์ อาการเป็นยังไงบ้างคะ”“พิมพ์รู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัวเองค่ะ ป้าอุ่น”“งั้นเดี๋ยววันนี้ คุณพิมพ์ไม่ต้องทำอาหารเช้านะคะ เดี๋ยวป้าอุ่นทำเอง”“ไม่เป็นไรค่ะ ป้าอุ่น เดี๋ยววันนี้พิมพ์จะทำอาหารเพื่อที่จะไปใส่บาตรด้วยค่ะ”พิมพ์ขวัญได้ทำอาหารเข้า เป็นไข่พะโล้ ที่ตนเองชอบทาน และทำการแบ่งออกมาเพื่อเตรียมไปใส่บาตรตอนเช้าตรู่ และขึ้นรถกอล์ฟ โดยมีตาเหลิมเป็นผู้ขับรถกอล์ฟออกไปให้เมื่ออาหารเช้าถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะอาหารเช้าในห้องรับประทานอาหารของคฤหาสน์ ภาคินได้ลงมานั่งคอยเพื่อรับประทา
ไม่รู้ว่านานเท่าไรแล้วที่พิมพ์ขวัญได้ถูกมัดไว้กับต้นไม้ใหญ่ในสวนดอกไม้หน้าคฤหาสน์ แต่ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม ฝนตั้งเค้าทำท่าจะตกอีกไม่นาน“ป้าอุ่นค่ะ เราจะช่วยคุณพิมพ์ยังไงดีค่ะ นี้ฝนก็กำลังจะตกแล้ว”“อาจจะต้องรอให้คุณภาคินใจเย็นลงก่อน สาเธอมาช่วยฉันทำกับข้าวก่อน เพราะว่าวันนี้มีคุณณิชามาร่วมรับประทานอาหารด้วย และนี้จัดการหาชุดให้คุณณิชาเปลี่ยนยัง”“เรียบร้อยแล้วค่ะ ป้าอุ่น”เสียงฟ้าได้ร้องเป็นสัญญาณว่าอีกไม่นานฝนจะเริ่มตกลงมา พิมพ์ขวัญยังคงถูกมัดมือห้อยไว้ นี้คือการที่เธอถูกลงโทษจากภาคิน เม็ดฝนเริ่มกระทบกับใบหน้าของเธอ ภายในใจมีแต่ความเจ็บปวดที่ภาคินได้หยามเกียรติและศักดิ์ศรีของเธอ เพียงไม่เชื่อว่าพิมพ์ขวัญไม่ได้ทำร้ายณิชาให้ตกลงไปในสระว่ายน้ำคุณสมเจตน์ยืนมองพิมพ์ขวัญด้วยความเป็นห่วง เพราะตอนนี้ฝนได้เริ่มตกลงมาอย่างหนัก และกลัวว่าพิมพ์ขวัญจะเป็นอันตราย จึงรวบรวมความกล้าที่จะไปขอร้องภาคินให้หยุดการลงโทษเพียงเท่านี้ป้าอุ่นและหรอกจ้ะได้นำอาหารเย็นที่พึ่งทำเสร็จขึ้นเสิร์ฟที่โต๊ะอาหาร โดยภาคินและณิชาได้เดินลงมาจะห้องทำงานหลังจากที่ภาคินได้ให้คำปรึกษาการจัดบูธและแนวทางการนำเสนอสินค้าในงานแส







