ログインทันทีที่รู้ว่าพอมีเวลา หญิงสาวจึงขอร้องให้เดวิดพาตนเองไปหาธมนินทร์ ณ สนามบิน“พี่เดวิดช่วยเร่งความเร็วรถให้หน่อยได้ไหมคะ”“ครับคุณสายขิม” เดวิดเหยียบคันเร่งเกือบสุดมิด ตั้งแต่ได้รู้ว่าหญิงสาว คือคนที่เจ้านายหนุ่มรัก เขาจึงไม่อาจตีเสมอหญิงสาวได้อีกรถสปอร์ตคันหรูแล่นมาจอดยังสถานที่หมาย กชนิภาวิ่งลงจากรถด้วยใจที่ว้าวุ่น เหลือเพียงอีกสิบนาทีเที่ยวบินอิตาลีใกล้จะออกหญิงสาวพยายามตามหาคนตัวโต ทว่ากลับไร้ร่องรอย กระทั่งเที่ยวบินดังกล่าวบินขึ้นสู่ท้องฟ้า เธอถึงกับทรุดลงด้วยความอ่อนแรง“ฮือ ฮือ พี่ธาม...ขิมขอโทษ” เธอปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ต่างหันมามองเธอเป็นตาเดียว แต่เธอกลับไม่สนใจอีกแล้ว น้ำตาหลั่งไหลพรั่งพรูออกมาราวกับสายน้ำความตั้งใจจะทำให้คนตัวโตเจ็บ ทว่ากลับกลายเป็นเธอเองที่ต้องทนทุกข์ทรมาน หากย้อนกลับไป เธออยากจะกลับไปแก้ไขอดีตที่ผ่านมา อยากจะล้มเลิกการแก้แค้นทั้งหมดมือบางลูบหน้าท้องแบนเรียบของตนเอง อีกในไม่ช้าเธอกำลังจะให้กำเนิดบุตรคนที่สอง ทว่าพ่อของลูกได้จากไปแล้ว“ร้องไห้เป็นเด็กไปได้” เสียงทุ้มของใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาวเธอเงยหน้
ธมนินทร์กลับมาถึงคฤหาสน์ช่วงเวลาเที่ยงคืน หลังจากหายไปทั้งวัน เขาไม่ได้ออกไปทำงานอย่างที่ทุกคนเข้าใจ เพราะมัวแต่ไปดื่มเหล้าเมามายกับบรรดาเพื่อนสนิทยังผับชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องนอนผ่านความมืด ก้าวไปห้องน้ำ เพื่อชำระร่างกายกว่าทุกอย่างจะเสร็จเรียบร้อยเกือบตีหนึ่ง เขาจึงมานอนข้างภรรยาฟูกที่ยุบลงทำให้กชนิภาหันไปมองชายหนุ่ม ซึ่งเขานอนหันหลังให้กับตนเอง ตลอดทั้งคืนหญิงสาวเฝ้าคอยให้เขากลับมา แต่เมื่อเขามาถึงห้อง เขากลับเมินตนเองเธอพลิกกายหันข้าง มองแผ่นหลังกำยำของคนตัวโต อยากจะกอดแต่ก็ทำไม่ได้ ได้เพียงแตะแผ่นหลังอย่างแผ่วเบา‘ขิมรักพี่ธาม’ พูดเพียงในใจ ก่อนจะข่มตาหลับพร้อมน้ำตายามรุ่งอรุณกชนิภาสะดุ้งตื่น เพราะเสียงอาเจียนที่ดังโฮกฮากมาจากห้องน้ำ ร่างบางลุกขึ้นด้วยความงัวเงีย ก้าวลงจากเตียงขนาดคิงไซต์ไปหาคนตัวโตในห้องน้ำ“พี่ธามเป็นอะไรไหมคะ” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง มือบางลูบลงแผ่นหลังกว้างอุ๊บ อ๊วก อ๊วก ธมนินทร์โก่งคออาเจียนหน้าอ่าง ด้วยความอ่อนเพลียและเวียนศีรษะ ไม่ทันจะตอบคนตัวเล็ก อาการคลื่นไส้เริ่มต้นอีกครั้ง กว่าอาการจะดีขึ้นก็ผ่านไปสักพัก เล่นเอาชายหนุ่มถึงกับใบหน้าซีดเ
กชนิภากลับมาอยู่คฤหาสน์โชติยศได้ประมาณสองสัปดาห์ เธอยังคงนอนแยกห้องกับชายหนุ่ม เนื่องจากกำลังวางแผนบางอย่าง เพื่อต้องการสั่งสอนบทเรียนแก่เขา“ขิมครับ คืนนี้พี่ขอนอนกับขิมและลูกด้วยได้ไหม” คนตัวโตพยายามออดอ้อนหญิงสาว แขนกำยำสอดเข้ากับเอวบาง“ไม่ได้ค่ะ พี่ธามจะนอนกับขิมได้ไง เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”“งั้นก็แต่งงานกับพี่นะครับ เราไปดูฤกษ์กันพรุ่งนี้ ตกลงไหม” ประคองใบหน้างาม“พี่ธามจะแต่งงานกับขิมจริงเหรอคะ” ถามลองเชิง“จริงครับ ถ้าไม่ใช่ขิมพี่จะไม่แต่งกับใครทั้งนั้น” เขาให้คำยืนยันหนักแน่น“เอ่อ แล้ว”“กังวลเรื่องอะไรเหรอครับ” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน“ขิมไม่คู่ควรกับพี่ธาม ขิมก็แค่คนใช้” ก้มหน้ามองพื้น ไม่อาจสบตาคนตัวโต“ขิมไม่ใช่คนใช้ ขิมคือคนที่พี่รัก เอาอย่างนี้หลังจากแต่งงานกัน พี่จะให้ทนายทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินของพี่ทุกอย่างให้ขิมหมดเลย เพื่อเป็นการชดใช้ ดีไหม” เขาแสดงความจริงใจแก่คนตัวเล็ก“จะดีเหรอคะ พี่ธามไม่กลัวขิมจะหลอกเหรอ” ชำเลืองมองท่าทีคนตัวโต“ไม่ครับ ขิมไม่มีทางหลอกพี่หรอก” พูดอย่างมั่นใจในตัวหญิงสาว“ถ้าขิมหลอกละคะ พี่ธามจะทำอย่างไร” คิ้วโก่งสวยเลิกขึ้นสูง เฝ้
“พี่ธามคะ ลุกขึ้นได้แล้ว” มือบางเขย่าร่างหนา“กี่โมงแล้วครับ” ลืมตามองหญิงสาวด้วยอาการสะลึมสะลือ“หกโมงเช้าแล้วค่ะ”“ยังเช้าอยู่เลย พี่ขอนอนต่อเถอะนะครับ” ดึงผ้าห่มมาคลุมกาย กระชับให้แน่นกว่าเดิม“ไม่ได้นะคะพี่ธาม เดี๋ยวลูกตื่นขึ้นมา ขิมไม่อยากให้เดหลีมาเห็นสภาพพี่ธามอย่างนี้”“ก็ได้ครับ” ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่ง มองหญิงสาวที่อยู่ในเสื้อผ้าใหม่“ลุกแล้วก็แต่งตัวซะ”“เมื่อคืนขิมนอนไหน” ชายหนุ่มมองคนตัวเล็ก“ก็นอนกับลูกไงคะ” กล่าวเสร็จก็เดินจากไป“ได้ไงครับ ทิ้งพี่นอนคนเดียวได้อย่างไร” ชายหนุ่มรีบแต่งตัวและรีบไปหาหญิงสาวในห้องครัว“ทำไมจะไม่ได้คะ” คิ้วโก่งสวยเลิกขึ้นสูง มองคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจ มีท่าทีราวกับเด็กน้อย“ก็พี่หนาว” แก้ตัวน้ำขุ่น ๆ“ขิมก็เอาผ้าห่มให้แล้วนะคะ พี่ธามจะเอาอะไรอีก”“พี่ก็อยากกอดเมียบ้าง” ถือวิสาสะยกตำแหน่งภรรยาแก่คนตัวเล็ก“เมียเหรอ” เสียงหวานเอ่ย“ใช่ครับ”“พี่ธามอย่ามาเกะกะในห้องครัว ลูกใกล้ตื่นแล้ว ขิมต้องเตรียมอาหารเช้า”“มีอะไรให้พี่ช่วยไหมครับ” คนตัวโตอาสา“ในครัวไม่มี ถ้าอย่างนั้นไปดูลูกหน่อย เดี๋ยวเดหลีตื่นขึ้นมา พาไปล้างหน้าล้างตาด้วยนะคะ”“ได้ครับ” พูดอย่าง
“นี่คุณธาม จะตามฉันมาอีกทำไม กลับไปได้แล้ว ตอนนี้ก็ค่ำมากแล้ว” เริ่มโมโห เพราะวันนี้ทั้งวันเขาคอยเดินตามไม่ห่าง“ไม่กลับ พี่จะอยู่กับขิมและลูก” คนตัวโตตีหน้ามึน พยายามขยับเข้าไปอยู่ใกล้คนตัวเล็ก“เฮ้อ” ถอนหายใจเฮือกหนึ่งด้วยความเหนื่อย เมื่อก่อนช่างดุดันราวกับราชสีห์ แต่มาตอนนี้อย่างกับแมวน้อย“อย่าพึ่งรำคาญพี่เลยนะครับ” กระซิบข้างหูคนตัวเล็ก“คุณธามเลิกทำตัวแบบนี้ได้แล้ว มันไม่เหมือนคุณเลย กลับไปโหดร้ายเหมือนเดิมดีกว่า” ไม่ค่อยจะชินสักเท่าไรกับเขาในโหมดนี้“ไม่ได้หรอกครับ พี่จะไม่ทำแบบนั้นกับคนที่รักอีกแล้ว ขอโทษ” จูบลงบนหลังมือบาง แววตาสื่อสิ่งที่ออกมาจากใจจริง“ระ รักเหรอ” เธอถึงกับขัดเขิน ใบหน้างามแดงซ่าน หันเบือนไปทางอื่น หลบดวงตาคมคู่นั้น“พี่รักขิมนะครับ ให้โอกาสพี่ได้ไหม” ผลักร่างเล็กลงไปนอนกับโซฟา ตรึงแขนเรียวทั้งสองข้าง“คุณธามจะทำอะไร” นานแค่ไหนที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับเขา บัดนี้หัวใจเต้นเร็วเหลือเกิน ราวกับจะปะทุออกมาจากอก“พี่คิดถึงขิมมาก ฟอดดด” ยื่นหน้าไปจูบแก้มนวล“คุณธามอย่าทำแบบนี้ ลูกยังไม่ได้หลับ” เธอแย้งคนตัวโตที่กำลังไล่ลงมาซุกไซร้ต้นคอ“งั้นพี่จะเอาเดหลีเข้านอน แล้วมาต
ชลธิชาออกมารอแพทย์หนุ่มตามคำสั่ง กระทั่งเกือบเวลาหกโมงเย็นเขาก็ยังไม่มา เธอจึงถอดใจตัดสินใจกลับบ้านเอง“หึ!! ผู้ชายก็เหมือนกันหมด” บ่นพึมพำไปเรื่อยระหว่างเดินไปป้ายรถเมล์ขณะหญิงสาวกำลังยืนคอยรถเมล์ จู่ ๆ มีรถหรูอันคุ้นเคยมาจอดตรงหน้าเธอ“ลูกปัดขึ้นรถ” เขาลดกระจกรถลง ทั้งเอ่ยเรียกเธอ ทว่าหญิงสาวยังคงนิ่งเมื่อหญิงสาวทำตัวเมินเฉย ภูริเดชเปิดประตูรถเดินไปอุ้มหญิงสาว ท่ามกลางผู้คนมากมายกำลังมองมา“ว้าย ไอ้หมอบ้า ปล่อยนะ!!” พยายามขัดขืน เพื่อให้เขายอมปล่อย แต่แรงอันน้อยนิดกลับสู้เขาไม่ได้เลยชายหนุ่มพาหญิงสาวเข้าไปนั่งข้างในรถพร้อมรัดเข็มขัดนิรภัย ก่อนจะวิ่งไปนั่งฝั่งคนขับ รีบออกรถทันที“ปล่อยนะไอ้หมอบ้า” เธอโวยวายใส่เขาด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์“ผมจะพาไปกินข้าวเย็น” พูดอย่างใจเย็น แต่อีกคนร้อนรนดั่งไฟ“ไม่ไป!! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้”ชายหนุ่มไม่ตอบยังคงขับรถไปเรื่อยตามจุดมุ่งหมาย คอยให้คนด้านข้างใจเย็นเสียก่อน ค่อยอธิบายเหตุผลให้ฟังหญิงสาวนั่งหน้าหงิก เมื่อเขาทำเหมือนไม่สนใจตนเอง“ที่พี่มารับช้า เพราะเกิดเรื่องที่โรงพยาบาลนิดหน่อย” มือหนาเอื้อมไปกุมมือบาง ส่งสายตาหวานเยิ้มจ้องมองหญิงสาวคนโดนมอ
เช้าวันใหม่แสนสดใส ทว่ากลับไม่ได้ทำให้กชนิภาสดใสตาม เพราะเรื่องเมื่อคืนยังคงรบกวนจิตใจตลอดเวลา เธอไม่กล้าจะสู้หน้าคนตัวโต รู้สึกอับอายเหลือเกินวันนี้หญิงสาวมีเรียนช่วงบ่าย แต่ออกจากคฤหาสน์ตั้งแต่เวลาเจ็ดโมงเช้า เพื่อหลีกเลี่ยงการเจอผู้คนหญิงสาวมักจะออกไปเรียนช่วงเช้าเป็นประจำ ทั้งยังเลี่ยงการไปพบเ
ยามเย็นตะวันใกล้ลับขอบฟ้า สาวิตรีกำลังวุ่นวายกับสวนกุหลาบหลังบ้าน เสียงเรียกของใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้นทำให้เธอหยุดชะงักและหันไปมอง“คุณแม่ครับ”“ธาม” สาวิตรีปล่อยบัวรดน้ำในมือลง สาวเท้าไปหาลูกชายด้วยความคิดถึงเจ็ดปีที่ไม่ได้เจอหน้ากัน ธมนินทร์โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว สาวิตรีสวมกอดร่างกำยำลูกชายอย่างโหย
เจ็ดปีผ่านไป... กาลเวลาผ่านพ้นอย่างรวดเร็วราวกับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นพึ่งจะผ่านไปเมื่อไม่นานมานี้กชนิภาเติบโตขึ้นเป็นสาวเต็มวัย ความสวยของหญิงสาวเป็นที่หมายปองแก่บรรดาหนุ่มน้อยและหนุ่มใหญ่มากมาย“แหม วันนี้หนุ่มที่ไหนให้ดอกไม้มาคะ ช่อใหญ่ซะด้วย เขาจีบหนูสายขิมเหรอ”“ไม่มีอะไรหรอกค่ะป้าจันทร์ รุ่น
เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ธมนินทร์พูดคุยกับมารดาน้อยลง ทั้งเลี่ยงการเจอกชนิภา สถานที่ใดมีธมนินทร์ย่อมไม่มีกชนิภา ส่วนสถานที่ใดมีกชนิภาย่อมไม่มีธมนินทร์ ทุกคนในคฤหาสน์ต่างทราบกันดีวันนี้เช่นกันคฤหาสน์มีการจัดเลี้ยงฉลองเรียนจบปริญญาตรีของธมนินทร์ เขาก็ไม่ได้ชักชวนกชนิภาเข้าร่วมงานณ ริมสระว่ายน้ำของค







