LOGINเรื่องนี้เสียนจวินเป็นผู้ที่ส่งสาส์นไปยังเมืองเสียนหยาง เพื่อให้น้องชายของตนอนุญาตให้หลานสาวของเขาทั้งสี่คนมาพำนักยังเมืองฉางอันสักหลายๆ เดือน หากว่าบุตรชายของเขาคนใดคนหนึ่ง แต่งบุตรสาวของน้องชายเป็นฮูหยินคงดีไม่น้อย เพราะตระกูลเสียนแห่งฉางอันและตระกูลเสียนแห่งเสียนหยางแม้จะแยกจากกันมานาน ถึงอย่างนั้นความสัมพันธ์ก็ยังคงแน่นแฟ้นเช่นเดิม
“นอกจากฮูหยินใหญ่กับคุณหนูทั้งสี่คน พวกเจ้าออกไปให้หมด ไม่มีคำสั่งข้าห้ามใครเข้าใกล้ห้องโถงเป็นอันขาด” เสียนจวินสั่งเสียงเครียดก่อนหันไปสบตากับบุตรชายทั้งสอง “พวกเจ้าสองคนก็รั้งอยู่ก่อน”
“ขอรับท่านพ่อ” เสียนซีหลิวและเสียนเหวินรับคำก่อนเดินไปยืนด้านข้าง ทั้งสองมองดูญาติผู้น้องสามคนที่ตอนนี้ยืนก้มหน้าอย่างสงบเสงี่ยมแล้วได้แต่ลอบถอนใจ เพิ่งเดินทางมาถึงเมืองฉางอันเพียงสามวันก็เกิดเรื่อง เช่นนี้แล้วข่าวลือคงแพร่ออกไปอย่างไม่ต้องสงสัย
“เอาล่ะพวกเจ้าทั้งสามบอกข้า เหตุใดซวงเอ๋อร์จึงตกลงไปในน้ำได้ แล้วเหตุใดสาวใช้ของซวงเอ๋อร์จึงบอกว่านางถูกคนผลักตกลงไปในน้ำ ความจริงเป็นอย่างไรกันแน่!” น้ำเสียงของเสียนจวินทำให้หญิงสาวทั้งสามคนสะดุ้งสุดตัว
เมื่อตอนเที่ยงเป็นเสียนหรูซวงที่ชักชวนพวกนางสามคนออกไปเดินชมรอบเมือง ตอนไปถึงยังแม่น้ำฉืออันแล้วเห็นว่าเรือของตระกูลเสียนกำลังเทียบท่า อีกฝ่ายกลับเร่งฝีเท้าตามมายังท่าเรือ ไม่ทันได้ระวังพลัดตกลงไปจากสะพานทางเดิน ที่บอกว่าถูกคนผลักลงไปเช่นนี้ ผู้ต้องสงสัยคงหนีไม่พ้นพวกนางที่เดินตามไปกันติดๆ หรอกหรือ
“ท่านลุงโปรดให้ความยุติธรรม พวกเราหาได้มีผู้ใดผลักพี่ซวงเอ๋อร์นะเจ้าคะ” เสียนชิงหรูเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อน นั่นย่อมทำให้เสียนชิงเซียงขมวดคิ้ว ส่วนเสียนฉิงเยว่เพียงนั่งก้มหน้าขมวดคิ้วไม่ว่ากล่าวสักประโยค
พวกนางทั้งสี่คนถูกส่งตัวมายังเมืองฉางอันอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเสียนจวินเกริ่นลงไปในจดหมายเรื่องการหมั้นหมาย การที่เสียนจวินไม่เจาะจงว่าเป็นผู้ใด แน่นอนว่านั่นย่อมสร้างความยุ่งยากไม่น้อย เนื่องจากมารดาของพวกนางล้วนแล้วแต่คาดหวังว่าต้องเป็นบุตรสาวของตน
เว้นก็เพียงแต่เสียนฉิงเยว่ที่ทั้งบิดามารดาต่างก็จากไปแล้ว ดังนั้นนางจึงเพียงมาฉางอันในฐานะคุณหนูผู้ซึ่งไร้ความสำคัญโดยสิ้นเชิง
แม้ตั้งแต่แรกฐานะของเสียนหรูซวงและเสียนฉิงเยว่ นับว่าเป็นต่อเสียนชิงเซียงและเสียนชิงหรู เนื่องจากทั้งสองเป็นบุตรีฮูหยินเอก ตรงกันข้ามกับเสียนชิงเซียงและเสียนชิงหรูที่แม้พวกนางล้วนแล้วแต่งดงามเฉิดฉัน แต่ยังคงได้ชื่อว่าเป็นเพียงบุตรีของอนุเท่านั้น
ทว่า...เสียนฉิงเยว่ซึ่งไม่มีผู้ใดในตระกูลเสียนใส่ใจนั้น ในเมืองเสียนหยางนางไร้ตัวตนเช่นใด ในเมืองฉางอันนางก็ยังคงพยายามทำตัวคล้ายล่องหนเช่นนั้น
“ท่านลุงเจ้าคะ เสี่ยวหลิ่วเป็นเพียงสาวใช้ยังกล้าปรักปรำพวกเราเช่นนี้ ท่านต้องให้ความยุติธรรมกับเรานะเจ้าคะ” เสียนชิงเซียงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ
เสียนจวินถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง สายตาของเขากวาดไปมองยังเสียนฉิงเยว่ที่ยังคงนั่งเงียบ ในใจของเขาน้ำหนักเอนเอียงไปทางหลานสาวของเขาผู้นี้ อยากให้บุตรชายลงเอยกับนางเพราะความเวทนาสงสารในโชคชะตาที่อาภัพยิ่ง
หลายปีก่อนน้องสาวและน้องเขยของเขาจากไปตั้งแต่อายุยังน้อย ทิ้งเอาไว้เพียงหลานสาวคนเดียวผู้นี้ นางมักจะสงบเสงี่ยมเจียมตัวไม่มีปากเสียงกับใคร แม้ว่าคนในตระกูลเสียนแห่งเสียนหยางจะยืนยันว่านางได้รับการดูแลเป็นอย่างดี แต่ลึก ๆ เขายังคงสงสัย ไม่รู้ว่านางอยู่ในจวนตระกูลเสียนที่เสียนหยางจะถูกรังแกบ้างหรือไม่
“เยว่เอ๋อร์”
“เจ้าคะท่านลุง” เสียนฉิงเยว่ก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว นางยังคงก้มหน้าลงต่ำจึงไม่มีใครสามารถมองเห็นสีหน้าของนาง
“ไหนเจ้าลองพูดมา วันนี้เกิดอะไรขึ้นเหตุใดพี่สาวของเจ้าจึงตกลงไปในแม่น้ำฉืออันได้”
น้ำเสียงอ่อนโยนของเสียนจวินทำให้คนในห้องโถงทุกคนชะงัก เสียนฮูหยินมองไปยังหญิงสาวที่มีรูปลักษณ์ธรรมดาตรงหน้าด้วยสายตาครุ่นคิด คิ้วเรียวขมวดแน่นเมื่อหันไปมองบุตรชายทั้งสอง ก่อนจะพบว่าทั้งคู่เองก็ดูเหมือนจะมองนางด้วยสายตาที่แปลกไป
นางจำได้ว่าหญิงสาวผู้นี้เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของเสียนหรง น้องสาวคนเล็กของเสียนจวินและเสียนฮั่ว ตอนที่เสียนจวินย้ายมายังเมืองฉางอัน ยังเคยส่งของขวัญวันเกิดไปให้เด็กคนนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่หลังจากนั้นเพราะเกิดเรื่องยุ่งมากมายเสียนจวินก็ค่อยๆ ลืมเลือนไป
กระทั่งวันที่ได้พบเสียนฉิงเยว่อีกครั้ง แม้ไม่แสดงท่าทีผิดหวังออกมาอย่างชัดเจน แต่นางที่อยู่กินกับเสียนจวินมานานมีหรือจะดูไม่ออก เสียนจวินดูเหมือนจะผิดหวังมากที่เห็นรูปลักษณ์แสนธรรมดาของเสียนฉิงเยว่ เพราะจริงๆ แล้วเขาคงคาดหวังให้บุตรชายของตนเลือกเสียนฉิงเยว่ผู้นี้กระมัง
“เรียนท่านลุง ตอนนั้นข้าไม่ได้ตามพี่ๆ ทั้งสามไปยังท่าเรือ ดังนั้นจึงมองไม่เห็นเจ้าค่ะ” เสียนฉิงเยว่ตอบเสียงเบา
ได้ยินดังนั้นแม้เสียนชิงเซียงและเสียนชิงหรูจะมีท่าทีไม่ใคร่จะพอใจ แต่พวกนางกลับไม่อาจโต้แย้งเนื่องจากพวกนางเองก็ได้ยินว่าอีกฝ่ายบอกว่าขอตัวกลับหลังจากที่เสียนหรูซวงบอกว่าจะเข้ามาทักทายเสียนซีหลิว ดังนั้นแน่นอนว่าพวกนางสองคนจึงเร่งฝีเท้าไปยังท่าเรือ เพราะไม่อาจปล่อยให้เสียนหรูซวงเสนอหน้าต่อเสียนซีหลิวโดยลำพัง แน่นอนว่าเสียนฉิงเยว่จึงถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลังกับสาวใช้
“อ้อ เช่นนั้นแน่นอนว่าไม่ใช่เจ้า” เสียนจวินกล่าวขึ้นเช่นนั้นทำให้เสียนชิงเซียงและเสียนชิงหรูสะดุ้งวาบ
“ท่านลุง!/ท่านลุง!” ทั้งสองอุทานออกมาพร้อมกัน ถึงอย่างนั้นเสียนจวินกลับมีสีหน้านิ่งเฉย ยังไม่ทันได้เอ่ยปากสอบสวนต่อ เสี่ยวหลิ่วพลันพยุงร่างอรชรที่มีใบหน้าซีดเซียวเข้ามาในห้องโถง
เสียนจวินขมวดคิ้ว
“ท่านลุง” เสียนหรูซวงทำท่าจะย่อกายคารวะแต่ร่างกลับทรุดลง หากไม่ใช่เสียนซีหลิวหันไปเห็นเข้าพอดีจึงยื่นมือไปช่วยประคอง ร่างที่ยังคงอ่อนแรงไหนเลยจะยังทรงตัวอยู่ได้ “ขอบคุณพี่ซีหลิว” นางยิ้มให้เขา
“เจ้าออกมาทำไม” เสียนฮูหยินขมวดคิ้วมองใบหน้าซีดขาวนั้นด้วยดวงตายากจะคาดเดา
เขาหมุนกายเดินเข้าไปในร้านเครื่องประดับ ทันทีที่เดินไปถึงประตูก็มีคนเปิดให้อย่างรู้งาน “ไปแจ้งที่หอน้ำชาว่าข้าทีเรื่องด่วนไปไม่ได้แล้ว อ้อ อีกสักครู่คงมีคนตระกูลเสียนออกตามหาคุณหนูเสียน พวกเจ้าบอกไปว่านางเดินออกไปจากร้าน เอาเป็น...นับตั้งแต่สาวใช้ของนางเดินออกไปก็แล้วกัน”“ขอรับท่านประมุข”ท่าน...ท่านประมุข!!เสียนฉิงเยว่ลอบตื่นตระหนก เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นมาตามไรผมและกลางฝ่ามือ เมื่อครู่เขาให้คนไปแจ้งที่หอน้ำชาซึ่งเป็นที่นัดหมายของคุณชายห้าตระกูล อีกทั้งเมื่อครู่คนของเขาเรียกเขาว่าท่านประมุขเช่นนั้นคนผู้นี้ยังจะเป็นใครไปได้เล่านอกจากโหลวตงอวี้ ประมุขตระกูลโหลว!!!อายุเพียงยี่สิบห้าปีแต่กลับใช้ความสามารถที่มี ต่อสู้ฟาดฟันกับบรรดาญาติผู้ใหญ่ตระกูลโหลวและพี่ชายต่างมารดาจนกระทั่งสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูล ปกป้องมารดาและน้องสาวไม่ให้ผู้คนในตระกูลรังแกพวกนาง ทั้งยังสามารถเปิดร้านแลกเงินที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฉางอันได้สำเร็จเพียงลำพังคนผู้นี้ใช่บุรุษปวกเปียกป้อแป้คนเดียวกันซึ่งนอนอยู่บนเตียงให้นางรังแกเล่น เอ้ย! ไม่ใช่! นางหมายถึงเขานอนนิ่งให้นางวางยาเพื่อยึดครองห้อง เขา...ก็คือคนคนเดียวกั
นางแนะนำตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทจนเกินไป หลังจากที่ได้ยินนางแนะนำตัว ด้านหลังก็มีคนเดินเข้ามาแนะนำชื่อของตัวเองจนหญิงสาวตาลาย ความจริงนับจากชื่อที่สองสามไปนางล้วนลืมไปจนสิ้นว่าสตรีเหล่านั้นมีนามว่าอย่างไร และมาจากตระกูลใดบ้าง“เอ๋ นั่นมิใช่คุณชายอวี่หรอกหรือ”เสียงเอ่ยขึ้นหน้าร้านเครื่องประดับ เรียกความสนใจของสตรีทุกนางที่เข้ามายืนล้อมรอบเสียนฉิงเยว่ จินเอ๋อร์ขยับเข้ามาชิดเสียนฉิงเยว่ก่อนกระซิบเสียงเบา “คุณหนูข้าน้อยว่าเราตามคุณชายรองไปไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ...”ยังไม่ทันได้จบประโยคก็จำต้องขยับหลบ เมื่อกวนหนิงเหอหันมาสนใจผู้เป็นนายอีกครั้ง“คุณหนูเสียนจะไม่เข้าไปยังหอน้ำชาหน่อยหรือ”ดวงตาคาดหวังของสตรีเหล่านั้นทำเอาหญิงสาวสะอึกอึ้งอยู่กับที่ แท้จริงแล้วพวกนางก็อยากให้ตนสร้างโอกาสที่จะได้พบและแนะนำตัวกับเหล่าคุณชายทายาทตระกูลใหญ่ในหอน้ำชาฝั่งตรงข้ามนั่นเอง หญิงสาวแทบจะถอนฉุนออกมาด้วยความรำคาญ กระนั้นนางกลับเพียงแย้มยิ้ม ก่อนก้มหน้าลงแล้วเอ่ยเสียงเบา“ต้องขออภัยเมื่อครู่พี่เหวินกำชับไว้แล้วว่าให้รอที่นี่ ดังนั้น...”เสียงซุบซิบดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จงใจให้นางได้ยินอย่างแน่นอ
“เจ้าคิดว่าชุดสองชุดนั้นจะมาถึงมือข้าเลยทันทีหรือ แน่นอนว่าพวกนางทั้งสามคนย่อมได้เลือกก่อนอยู่แล้ว” นางยักไหล่คล้ายไม่ใส่ใจ“แต่...เหตุใดเป็นเช่นนี้เล่าเจ้าคะ”เสียนฉิงเยว่ได้ยินเช่นนั้นพลันมองเข้าไปยังห้องโถง แม้ว่าจะมองไม่เห็นเสียนฮูหยินแต่นางกลับนึกไปถึงสายตาพิจารณาของอีกฝ่ายในยามที่มองมา เห็นชัดว่านี่เป็นการหยั่งเชิง ถึงความสำคัญในฐานะของนางต่อผู้เป็นพี่สาวทั้งสามคนเมื่อเช้าสาวใช้ทั้งสี่คนมาที่ห้องของนางพร้อมกันหมด เห็นชัดว่าทั้งสี่ถือของมาด้วยกัน ดังนั้นก่อนมาถึงห้องของนางเสื้อผ้าข้าวของล้วนผ่านการเลือกของผู้อื่นมาก่อนแล้ว เสื้อผ้าสองชุดดูก็รู้ว่าเป็นของเหลือจากที่พี่สาวทั้งสามคนได้เลือกแล้ว ดูท่าเสียนฮูหยินคงสงสัยอะไรขึ้นมาแล้วกระมัง“เราคงต้องระวังตัวกันให้มากขึ้น” หาไม่คงถูกเสียนฮูหยินจับได้เป็นแน่... นางต่อประโยคนั้นในใจอย่างไม่ใคร่จะสบายใจนักทันทีที่คนของคฤหาสน์มาแจ้งว่ารถม้าพร้อมแล้ว เสียนเหวินที่ข้างกายมีเสียนชิงหรูและเสียนชิงเซียง ผายมือไปยังรถม้าที่จอดหน้าคฤหาสน์ เขาช่วยพยุงพวกนางทั้งสามขึ้นบนรถม้า จากนั้นจึงก้าวตามขึ้นไปทีหลัง คิ้วเข้มขมวดมุ่นที่หญิงสาวทั้งสองเกาะติดซ
“จินเอ๋อร์เจ้าวางใจได้ ข้าอยู่ที่ไหน ก็ต้องมีเจ้าอยู่ที่นั่นด้วย”“แต่...เงินไถ่ตัวข้าสูงมาก”“ข้ามั่นใจว่าร้านขายใบชาของข้าสามารถทำให้ข้าซื้อตัวเจ้าออกมาจากตระกูลเสียน”“แต่...เงินนั่น”“นอกจากว่าเจ้าไม่อยากไปกับข้าด้วย”“ไปเจ้าค่ะ! ข้าขอไปทุกที่!...ไปกับท่าน” จินเอ๋อร์ละล่ำละลักบอกออกมาด้วยน้ำตารื้น “ข้าเพียงเกรงว่านายท่านกับฮูหยินจะโก่งราคา ...หากทั้งสองรู้ว่าท่านมีร้านขายใบชาในเมืองเสียนหยาง”“แล้วจะให้รู้ไปทำไมเล่า หากอยากเห็นคนกระอักเลือดเพราะคับแค้นใจ มิสู้ให้พวกเขาเห็นและรับรู้หลังจากที่ปล่อยเราออกมาและไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไปไม่ดีกว่าหรือ”“หากทำเช่นนั้น แล้วสินเดิมของนายหญิงเล่าเจ้าคะ” จินเอ๋อร์เอ่ยถามเสียงเบา เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่ทำให้เสียนฉิงเยว่คับแค้นใจที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องที่สินเดิมของมารดาถูกเสียนฮั่วและฮูหยินฮุบเอาไว้ทั้งหมด“นั่นสินะ”แม้แต่รายละเอียดว่าของทั้งหมดมีอะไรบ้างนางยังไม่รู้ แล้วนางจะทวงถามคืนมาได้อย่างไร อีกทั้งนางจะให้ผู้ใดเล่าทวงถามให้นางก็เป็นแค่คุณหนูเสียนผู้ไร้ตัวตน ทั้งยังไม่มีใครให้ความสำคัญ ทุกวันนี้แม้จะใช้แซ่เสียนแต่ดูนางสิ ยังนับว่าเหมือ
นับตั้งแต่บิดาและมารดาของนางจากไป นางเหลือตัวคนเดียวในคฤหาสน์ตระกูลเสียนที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี บรรดาฮูหยินใหญ่ฮูหยินรองของเสียนฮั่ว ต่างก็ผลักนางไปทางโน้นทีทางนี้ที ราวกับนางเป็นตัวอัปมงคลที่หามีผู้ใดต้องการไม่โชคยังดีที่ฮูหยินสามของเสียนฮั่วไม่มีบุตรจึงรับนางเอาไว้นางจึงไม่ถูกรังแกจนเกินไป ถึงอย่างนั้นฐานะของนางในตระกูลเสียนกลับไร้ซึ่งความสำคัญโดยสิ้นเชิงตลอดมานางเอาแต่อยู่ในที่ของตน ไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่แสดงตน พยายามทำตัวราวกับไร้ตัวตนมาโดยตลอด ไม่ว่าคนในตระกูลจะเหยียดหยามหรือดูหมิ่น นางก็ได้แต่ทำเป็นโง่งมไม่สนใจ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกขับไสไล่ส่งไม่เพียงเท่านั้นนางยังต้องดูแลฮูหยินสามที่เป็นดังเกราะคุ้มภัยในยามที่อีกฝ่ายล้มป่วยกระเสาะกระแสะ ถึงอย่างนั้นทันทีที่ฮูหยินสามจากไป นางจึงเริ่มรู้ซึ้งว่าคนในตระกูลเสียนยังโหดร้ายได้มากกว่าที่เคยตระหนักยิ่งนางแสร้งทำเป็นอ่อนแอและขลาดเขลา พวกเขาก็ยิ่งได้ใจหาเรื่องรังแกนางอยู่ร่ำไปปีก่อนถึงขนาดมีความคิดจะยกนางให้ไปเป็นอนุของบุตรชายของคหบดีตระกูลหวัง ทั้งที่มีข่าวลือไม่ใคร่จะสู้ดีว่าเขาลุ่มหลงสุรานารี ทั้งยังชอบตบตีทำร้ายฮูหยินและอนุของตน
“เรียนท่านลุง ท่านป้า เรื่องที่เกิดเป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้น หาได้มีผู้ใดตั้งใจผลักข้าไม่ เสี่ยวหลิ่วเพียงตาฝาดไปเท่านั้น ในตอนนั้นผู้คนมากมายข้าจึงไม่ทันระวังตัวพลัดตกลงไปจากสะพาน ขอท่านลุงอย่าได้กล่าวโทษน้อง ๆ ทั้งสามคนเลย หากจะโทษเช่นนั้นคงเป็นความผิดของข้าผู้ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ที่ชักชวนพวกนางออกไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตา” เสียนหรูซวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งราวคนที่กำลังจะหมดแรง“ท่านพี่” เสียนฮูหยินเอ่ยขึ้นเสียงเบา“เจ้ามีความคิดเห็นเช่นไรหรือ” เสียนจวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นฮูหยินของตนหันมาหา“ความจริงแล้วหากเรื่องนี้แพร่ออกไปแน่นอนว่าย่อมกระเทือนถึงชื่อเสียงตระกูลเสียน ข่าวลือเช่นนี้ย่อมปล่อยให้ลือกันไปไม่ได้ หากมีคนพูดไปว่าพวกนางสี่คนคนใดคนหนึ่งผลักพี่สาวของตนลงไปในแม่น้ำ ย่อมเป็นที่หัวร่อของชาวบ้าน ซวงเอ๋อร์เองก็บอกแล้วว่านางพลัดตกลงไป เช่นนี้ก็ให้จบลงตรงนี้เถิดเจ้าค่ะ”เสียนฮูหยินปรายตามองสตรีทั้งสี่ที่ยืนก้มหน้านิ่ง นางมองทั้งสี่ด้วยดวงตาพิจารณา ก่อนจะละสายตาไปมองบุตรชายคนโตที่ยังคงช่วยพยุงเสียนหรูซวง“เช่นนั้นก็ทำเช่นที่เจ้าว่า” เสียนจวินเองก็ไม่อยากปวดหัวกับเรื่องไร้สาระ







