Share

บทที่ 3

last update Last Updated: 2026-01-04 20:04:44

เรื่องนี้เสียนจวินเป็นผู้ที่ส่งสาส์นไปยังเมืองเสียนหยาง เพื่อให้น้องชายของตนอนุญาตให้หลานสาวของเขาทั้งสี่คนมาพำนักยังเมืองฉางอันสักหลายๆ เดือน หากว่าบุตรชายของเขาคนใดคนหนึ่ง แต่งบุตรสาวของน้องชายเป็นฮูหยินคงดีไม่น้อย เพราะตระกูลเสียนแห่งฉางอันและตระกูลเสียนแห่งเสียนหยางแม้จะแยกจากกันมานาน ถึงอย่างนั้นความสัมพันธ์ก็ยังคงแน่นแฟ้นเช่นเดิม

“นอกจากฮูหยินใหญ่กับคุณหนูทั้งสี่คน พวกเจ้าออกไปให้หมด ไม่มีคำสั่งข้าห้ามใครเข้าใกล้ห้องโถงเป็นอันขาด” เสียนจวินสั่งเสียงเครียดก่อนหันไปสบตากับบุตรชายทั้งสอง “พวกเจ้าสองคนก็รั้งอยู่ก่อน”

“ขอรับท่านพ่อ” เสียนซีหลิวและเสียนเหวินรับคำก่อนเดินไปยืนด้านข้าง ทั้งสองมองดูญาติผู้น้องสามคนที่ตอนนี้ยืนก้มหน้าอย่างสงบเสงี่ยมแล้วได้แต่ลอบถอนใจ เพิ่งเดินทางมาถึงเมืองฉางอันเพียงสามวันก็เกิดเรื่อง เช่นนี้แล้วข่าวลือคงแพร่ออกไปอย่างไม่ต้องสงสัย

“เอาล่ะพวกเจ้าทั้งสามบอกข้า เหตุใดซวงเอ๋อร์จึงตกลงไปในน้ำได้ แล้วเหตุใดสาวใช้ของซวงเอ๋อร์จึงบอกว่านางถูกคนผลักตกลงไปในน้ำ ความจริงเป็นอย่างไรกันแน่!” น้ำเสียงของเสียนจวินทำให้หญิงสาวทั้งสามคนสะดุ้งสุดตัว

เมื่อตอนเที่ยงเป็นเสียนหรูซวงที่ชักชวนพวกนางสามคนออกไปเดินชมรอบเมือง ตอนไปถึงยังแม่น้ำฉืออันแล้วเห็นว่าเรือของตระกูลเสียนกำลังเทียบท่า อีกฝ่ายกลับเร่งฝีเท้าตามมายังท่าเรือ ไม่ทันได้ระวังพลัดตกลงไปจากสะพานทางเดิน ที่บอกว่าถูกคนผลักลงไปเช่นนี้ ผู้ต้องสงสัยคงหนีไม่พ้นพวกนางที่เดินตามไปกันติดๆ หรอกหรือ

“ท่านลุงโปรดให้ความยุติธรรม พวกเราหาได้มีผู้ใดผลักพี่ซวงเอ๋อร์นะเจ้าคะ” เสียนชิงหรูเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อน นั่นย่อมทำให้เสียนชิงเซียงขมวดคิ้ว ส่วนเสียนฉิงเยว่เพียงนั่งก้มหน้าขมวดคิ้วไม่ว่ากล่าวสักประโยค

พวกนางทั้งสี่คนถูกส่งตัวมายังเมืองฉางอันอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเสียนจวินเกริ่นลงไปในจดหมายเรื่องการหมั้นหมาย การที่เสียนจวินไม่เจาะจงว่าเป็นผู้ใด แน่นอนว่านั่นย่อมสร้างความยุ่งยากไม่น้อย เนื่องจากมารดาของพวกนางล้วนแล้วแต่คาดหวังว่าต้องเป็นบุตรสาวของตน

เว้นก็เพียงแต่เสียนฉิงเยว่ที่ทั้งบิดามารดาต่างก็จากไปแล้ว ดังนั้นนางจึงเพียงมาฉางอันในฐานะคุณหนูผู้ซึ่งไร้ความสำคัญโดยสิ้นเชิง

แม้ตั้งแต่แรกฐานะของเสียนหรูซวงและเสียนฉิงเยว่ นับว่าเป็นต่อเสียนชิงเซียงและเสียนชิงหรู เนื่องจากทั้งสองเป็นบุตรีฮูหยินเอก ตรงกันข้ามกับเสียนชิงเซียงและเสียนชิงหรูที่แม้พวกนางล้วนแล้วแต่งดงามเฉิดฉัน แต่ยังคงได้ชื่อว่าเป็นเพียงบุตรีของอนุเท่านั้น

ทว่า...เสียนฉิงเยว่ซึ่งไม่มีผู้ใดในตระกูลเสียนใส่ใจนั้น ในเมืองเสียนหยางนางไร้ตัวตนเช่นใด ในเมืองฉางอันนางก็ยังคงพยายามทำตัวคล้ายล่องหนเช่นนั้น

“ท่านลุงเจ้าคะ เสี่ยวหลิ่วเป็นเพียงสาวใช้ยังกล้าปรักปรำพวกเราเช่นนี้ ท่านต้องให้ความยุติธรรมกับเรานะเจ้าคะ” เสียนชิงเซียงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ

เสียนจวินถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง สายตาของเขากวาดไปมองยังเสียนฉิงเยว่ที่ยังคงนั่งเงียบ ในใจของเขาน้ำหนักเอนเอียงไปทางหลานสาวของเขาผู้นี้ อยากให้บุตรชายลงเอยกับนางเพราะความเวทนาสงสารในโชคชะตาที่อาภัพยิ่ง

หลายปีก่อนน้องสาวและน้องเขยของเขาจากไปตั้งแต่อายุยังน้อย ทิ้งเอาไว้เพียงหลานสาวคนเดียวผู้นี้ นางมักจะสงบเสงี่ยมเจียมตัวไม่มีปากเสียงกับใคร แม้ว่าคนในตระกูลเสียนแห่งเสียนหยางจะยืนยันว่านางได้รับการดูแลเป็นอย่างดี แต่ลึก ๆ เขายังคงสงสัย ไม่รู้ว่านางอยู่ในจวนตระกูลเสียนที่เสียนหยางจะถูกรังแกบ้างหรือไม่

“เยว่เอ๋อร์”

“เจ้าคะท่านลุง” เสียนฉิงเยว่ก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว นางยังคงก้มหน้าลงต่ำจึงไม่มีใครสามารถมองเห็นสีหน้าของนาง

“ไหนเจ้าลองพูดมา วันนี้เกิดอะไรขึ้นเหตุใดพี่สาวของเจ้าจึงตกลงไปในแม่น้ำฉืออันได้”

น้ำเสียงอ่อนโยนของเสียนจวินทำให้คนในห้องโถงทุกคนชะงัก เสียนฮูหยินมองไปยังหญิงสาวที่มีรูปลักษณ์ธรรมดาตรงหน้าด้วยสายตาครุ่นคิด คิ้วเรียวขมวดแน่นเมื่อหันไปมองบุตรชายทั้งสอง ก่อนจะพบว่าทั้งคู่เองก็ดูเหมือนจะมองนางด้วยสายตาที่แปลกไป

นางจำได้ว่าหญิงสาวผู้นี้เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของเสียนหรง น้องสาวคนเล็กของเสียนจวินและเสียนฮั่ว ตอนที่เสียนจวินย้ายมายังเมืองฉางอัน ยังเคยส่งของขวัญวันเกิดไปให้เด็กคนนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่หลังจากนั้นเพราะเกิดเรื่องยุ่งมากมายเสียนจวินก็ค่อยๆ ลืมเลือนไป

กระทั่งวันที่ได้พบเสียนฉิงเยว่อีกครั้ง แม้ไม่แสดงท่าทีผิดหวังออกมาอย่างชัดเจน แต่นางที่อยู่กินกับเสียนจวินมานานมีหรือจะดูไม่ออก เสียนจวินดูเหมือนจะผิดหวังมากที่เห็นรูปลักษณ์แสนธรรมดาของเสียนฉิงเยว่ เพราะจริงๆ แล้วเขาคงคาดหวังให้บุตรชายของตนเลือกเสียนฉิงเยว่ผู้นี้กระมัง

“เรียนท่านลุง ตอนนั้นข้าไม่ได้ตามพี่ๆ ทั้งสามไปยังท่าเรือ ดังนั้นจึงมองไม่เห็นเจ้าค่ะ” เสียนฉิงเยว่ตอบเสียงเบา

ได้ยินดังนั้นแม้เสียนชิงเซียงและเสียนชิงหรูจะมีท่าทีไม่ใคร่จะพอใจ แต่พวกนางกลับไม่อาจโต้แย้งเนื่องจากพวกนางเองก็ได้ยินว่าอีกฝ่ายบอกว่าขอตัวกลับหลังจากที่เสียนหรูซวงบอกว่าจะเข้ามาทักทายเสียนซีหลิว ดังนั้นแน่นอนว่าพวกนางสองคนจึงเร่งฝีเท้าไปยังท่าเรือ เพราะไม่อาจปล่อยให้เสียนหรูซวงเสนอหน้าต่อเสียนซีหลิวโดยลำพัง แน่นอนว่าเสียนฉิงเยว่จึงถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลังกับสาวใช้

“อ้อ เช่นนั้นแน่นอนว่าไม่ใช่เจ้า” เสียนจวินกล่าวขึ้นเช่นนั้นทำให้เสียนชิงเซียงและเสียนชิงหรูสะดุ้งวาบ

“ท่านลุง!/ท่านลุง!” ทั้งสองอุทานออกมาพร้อมกัน ถึงอย่างนั้นเสียนจวินกลับมีสีหน้านิ่งเฉย ยังไม่ทันได้เอ่ยปากสอบสวนต่อ เสี่ยวหลิ่วพลันพยุงร่างอรชรที่มีใบหน้าซีดเซียวเข้ามาในห้องโถง

เสียนจวินขมวดคิ้ว

“ท่านลุง” เสียนหรูซวงทำท่าจะย่อกายคารวะแต่ร่างกลับทรุดลง หากไม่ใช่เสียนซีหลิวหันไปเห็นเข้าพอดีจึงยื่นมือไปช่วยประคอง ร่างที่ยังคงอ่อนแรงไหนเลยจะยังทรงตัวอยู่ได้ “ขอบคุณพี่ซีหลิว” นางยิ้มให้เขา

“เจ้าออกมาทำไม” เสียนฮูหยินขมวดคิ้วมองใบหน้าซีดขาวนั้นด้วยดวงตายากจะคาดเดา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 144 จบ

    เสียนซีหลิวยืนอยู่รั้งท้ายมองผ่านความมืดที่มีแสงจากด้านนอกรำไรสาดเข้าไป แม้มองไม่ชัดกระนั้นเขากลับสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวภายในห้องหอ บัดนี้ร่างอรชรได้เดินเข้ามายืนอยู่เคียงข้างโหลวตงอวี้“ข้ากลับก่อน อีกเจ็ดวันค่อยพบกันที่คฤหาสน์ตระกูลเสียน”“ค่อยพบกัน” โหลวตงอวี้ตอบก่อนจะมองเสียนซีหลิวหมุนตัวเดินจากไป ความเงียบที่มาเยือนหลังจากความวุ่นวายทำให้โหลวตงอวี้ถอนหายใจ “การก่อกวนนี้ก็ไม่นับว่าเลวร้าย” เขาเอ่ยจบก็ก้มลงมองหญิงสาวที่เข้ามายืนเคียงข้างเขาในความมืด“พวกเขาเล่นสนุกกันพอแล้วหรือ” นางเอ่ยถามกลั้วหัวเราะ “ก็ไม่นับว่าเลวร้าย ข้ายังกังวลว่าคนอย่างคุณชายอวี่จะมาแอบอยู่ใต้เตียงจริงๆ เสียอีก”“ไม่คิดว่าพบเขาไม่กี่ครั้งเจ้ากลับรู้จักซินหยางดีถึงเพียงนี้”ทั้งสองคนหัวเราะออกมาเสียงเบา “เช่นนั้นก็ถึงเวลาแล้ว” โหลวตงอวี้อุ้มเสียนฉิงเยว่ขึ้นแล้วเดินตรงไปที่เตียง“เดี๋ยว เวลาอะไรกัน” นางถามเขาด้วยความงุนงง“ก็เวลาแก้ปัญหาอย่างไรเล่า มิใช่กังวลเรื่องขยายตระกูลโหลวหรอกหรือ ข้ากำลังช่วยแก้ปัญหาอย่างไรเล่า”“อย่างไรเล่า” นางยังคงไม่เข้าใจ“ก็คลอดบุตรชายบุตรสาวให้ข้าอย่างละสองคน เช่นนี้ก็นับว่าจ

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 143

    เสียนฉิงเยว่รับจอกสุรามาก่อนจะคล้องแขนดื่มสุรากับเจ้าบ่าวของตนตามประเพณี สุรารสแรงแผดเผาทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่น โหลวตงอวี้ยกนิ้วขึ้นคลึงหน้าผากนาง “นี่นับว่าเป็นการแสดงออกอะไรกัน สุรารสเลิศเจ้ากลับเอาแต่ขมวดคิ้ว”“แรงมาก”“นารีแดง...ส่งมาจากเสียนหยาง ใต้เท้ามู่ให้คนไปขุดมาจากเรือนเล็กของคฤหาสน์ตระกูลเสียน เสียนฮั่วลุงของเจ้าบอกว่ามารดาและบิดาของเจ้าฝังเอาไว้เพราะตั้งใจจะใช้ในงานมงคลของเจ้า” โหลวตงอวี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้จึงขอร้องใต้เท้ามู่ให้ส่งม้าเร็วมาที่ฉางอัน”เสียนฉิงเยว่สบตาของโหลวตงอวี้ ดวงตาของนางเริ่มเอ่อคลอ “ข้าไม่เคยรู้เลย”“แน่ละเพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่เจ้าเพิ่งจะเกิด ลุงของเจ้าเองก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ กว่าจะจดจำได้ว่าฝังเอาไว้ที่ไหนเขาต้องวาดแผนผังขึ้นมาถึงห้าครั้ง”เสียนฉิงเยว่ซบใบหน้าลงไปกับซอกคอของเขา ซับน้ำตาเข้ากับคอเสื้อของเขาไม่ยอมปล่อยให้หลั่งรินออกมา “ข้าจะร้องไห้ไม่ได้นี่เป็นวันมงคล ท่านพ่อกับท่านแม่คงไม่อยากให้ข้าร้องไห้”โหลวตงอวี้ลูบหลังลูบไหล่ของหญิงสาว ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมา “หิวแล้วกระมังให้ข้าปรนนิบัติฮูหยินกินข้าว” เขาอมยิ้

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 142

    พิธีไหว้ฟ้าดินตามฤกษ์มงคลเริ่มต้นขึ้น แม่สื่อส่งเสียงบอกขั้นตอนต่างให้เจ้าบ่าวเข้ามารับแพรแดงซึ่งอีกฟากมีเจ้าสาวถืออยู่กระทั่งคนทั้งสองต่างก็เดินเข้าไปยังโถงประธานของงาน ซึ่งยามนี้มีประมุขตระกูลเหลียน ตระกูลเหอ และตระกูลอวี่ทำหน้าที่อยู่ เนื่องจากญาติฝ่ายเจ้าบ่าวนั้นไม่มีผู้อาวุโส โหลวตงอวี้จึงขอร้องให้บิดาของสหายทั้งสามคนทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่ของฝ่ายชายแทน ส่วนเสียนจวินและเสียนฮูหยินนั้นรับหน้าที่ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวเสียนฉิงเยว่มองไม่เห็นสิ่งใด เว้นก็เพียงแต่ชายชุดสีแดงของตัวเองและผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว นางได้ยินเสียงตะโกนของแม่สื่อและสาวใช้ที่พยุงข้างกายกระซิบบอกให้นางหันซ้ายขวา หมุนตัวหน้าหลัง กระทั่งก้มลงคำนับฟ้าดิน ต่อมาก็คำนับญาติผู้ใหญ่ ไม่นานก็มีเสียงตะโกนบ่าวสาวคำนับกันเอง“ส่งตัวเจ้าสาวเข้าห้องหอ!!”ที่ไหนกันเล่า...เสียงตะโกนนั้นเพียงบอกให้นางมารอที่ห้องซึ่งอยู่ในเรือนหอต่างหาก เพราะในเวลานี้เสียนฉิงเยว่ได้แต่นั่งนิ่งอยู่ในห้องเพียงคนเดียว เนื่องจากเจ้าบ่าวยังคงต้องต้อนรับแขกเหรื่อมากมายด้านนอก อีกทั้งในตอนนี้ยังไม่ถึงฤกษ์ยามที่กำหนดเอาไว้เพื่อส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ ดังนั้นโหลวต

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 141

    “คำพูดเช่นนี้ได้มาจากว่าที่พี่สะใภ้ของเจ้าหรือ นางสอนสิ่งใดเจ้าบ้างเล่า”โหลวฟางอี๋ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ความลังเลฉายออกมาจากแววตาคู่งาม ก่อนที่เสียนเหวินจะทันได้ตั้งตัวหญิงสาวก็ใช้มือสองข้างจับมือของเขา รั้งให้เขาเอียงตัวลงก่อนที่นางจะเขย่งปลายเท้าขึ้น ยื่นหน้าเข้าไปกดจุมพิตที่ข้างแก้มของเสียนเหวินดูเหมือนเขาจะไม่คาดคิดจริงๆ จึงยังมีท่าทีตกตะลึงและมองหญิงสาวตรงหน้าเขม็งราวกับไม่เคยเห็นโหลวฟางอี๋กัดปากแน่น มองดูใบหน้าเหม่อลอยของชายหนุ่มนางพลันรู้สึกเคอะเขิน นางยื่นหน้าเข้าไปหาเขาอีกครั้ง ครั้งนี้ในยามที่ริมฝีปากของนางกำลังจะแตะแก้มอีกข้างของเขา เสียนเหวินกลับขยับและเอียงใบหน้าเข้าหานางแทนจุมพิตที่สมควรประทับลงยังข้างแก้ม กลับเบนเป้าหมายไปยังริมฝีปากที่จงใจหันมา“ทะ...ท่าน!” นางเบิกตามองเขาอย่างตื่นตระหนก ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น พอจะถอยห่างเสียนเหวินกลับคว้านางเอาไว้ได้ทั้งตัว“อย่าทำเช่นนี้อีก” เขากระซิบแต่กลับกดจุมพิตลงมายังริมฝีปากอิ่มที่ยังคงถูกเม้มแน่น ลมหายใจของหญิงสาวถูกเสียนเหวินดูดกลืนด้วยสัมผัสแสนอ่อนโยน มือน้อยที่คว้าจับสาบเสื้อของเขาเอาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวสั่นเทา

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 140

    “ใช่ ไม่ได้หรือ” เสียนเหวินเดินเข้ามานั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม “ข้างนอกมีงานเลี้ยงครึกครื้นเหตุใดจึงหลบเข้ามาเล่า เมื่อครู่ข้ายังคิดว่าเจ้าเหนื่อยจึงแอบหนีเข้ามางีบหลับ”“ข้า...” จะให้นางบอกว่าอึดอัดกับสายตาผู้คนมากมายได้อย่างไร“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมงานใหญ่ในฐานะคนตระกูลโหลวดังนั้นจึงรู้สึกอึดอัด?”“เจ้าค่ะ” นางยอมรับออกมาโดยดีเพราะหลายต่อหลายครั้งมองเห็นสายตาของเหล่าบุรุษที่มาร่วมแสดงความยินดีแล้ว นางให้รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนั่งอยู่ในงานนานเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตกเป็นเป้าการสนทนามากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญบทสนทนาเหล่านั้นแม้จะสุภาพ แต่กลับเอาแต่พูดเรื่องงานมงคลครั้งต่อไปของตระกูลโหลว ก่อนจะยกเอาเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้าต่าง ๆ มาเป็นเหตุผลหลัก ให้อย่างไรนางก็ไม่อาจปั้นหน้ายิ้มต่อไปได้“เจ้าเป็นคนตระกูลโหลว เป็นน้องสาวของบุรุษเก่งกาจที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยมือของเขา แม้หลายๆ อย่างนายท่านโหลวเป็นคนริเริ่ม ถึงอย่างนั้นพี่ตงอวี้ก็คือผู้ที่ทำให้มันชัดเจน” เสียนเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้ารู้ว่าเจ้าอาจไม่คุ้นเคยกับการเสแสร้งเหล่านั้นแต่เจ้าก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง”“เจ้า

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 140

    “ใช่ ไม่ได้หรือ” เสียนเหวินเดินเข้ามานั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม “ข้างนอกมีงานเลี้ยงครึกครื้นเหตุใดจึงหลบเข้ามาเล่า เมื่อครู่ข้ายังคิดว่าเจ้าเหนื่อยจึงแอบหนีเข้ามางีบหลับ”“ข้า...” จะให้นางบอกว่าอึดอัดกับสายตาผู้คนมากมายได้อย่างไร“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมงานใหญ่ในฐานะคนตระกูลโหลวดังนั้นจึงรู้สึกอึดอัด?”“เจ้าค่ะ” นางยอมรับออกมาโดยดีเพราะหลายต่อหลายครั้งมองเห็นสายตาของเหล่าบุรุษที่มาร่วมแสดงความยินดีแล้ว นางให้รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนั่งอยู่ในงานนานเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตกเป็นเป้าการสนทนามากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญบทสนทนาเหล่านั้นแม้จะสุภาพ แต่กลับเอาแต่พูดเรื่องงานมงคลครั้งต่อไปของตระกูลโหลว ก่อนจะยกเอาเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้าต่าง ๆ มาเป็นเหตุผลหลัก ให้อย่างไรนางก็ไม่อาจปั้นหน้ายิ้มต่อไปได้“เจ้าเป็นคนตระกูลโหลว เป็นน้องสาวของบุรุษเก่งกาจที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยมือของเขา แม้หลายๆ อย่างนายท่านโหลวเป็นคนริเริ่ม ถึงอย่างนั้นพี่ตงอวี้ก็คือผู้ที่ทำให้มันชัดเจน” เสียนเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้ารู้ว่าเจ้าอาจไม่คุ้นเคยกับการเสแสร้งเหล่านั้นแต่เจ้าก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง”“เจ้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status