Share

บทที่ 4

last update Last Updated: 2026-01-04 20:04:58

“เรียนท่านลุง ท่านป้า เรื่องที่เกิดเป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้น หาได้มีผู้ใดตั้งใจผลักข้าไม่ เสี่ยวหลิ่วเพียงตาฝาดไปเท่านั้น ในตอนนั้นผู้คนมากมายข้าจึงไม่ทันระวังตัวพลัดตกลงไปจากสะพาน ขอท่านลุงอย่าได้กล่าวโทษน้อง ๆ ทั้งสามคนเลย หากจะโทษเช่นนั้นคงเป็นความผิดของข้าผู้ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ที่ชักชวนพวกนางออกไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตา” เสียนหรูซวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งราวคนที่กำลังจะหมดแรง

“ท่านพี่” เสียนฮูหยินเอ่ยขึ้นเสียงเบา

“เจ้ามีความคิดเห็นเช่นไรหรือ” เสียนจวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นฮูหยินของตนหันมาหา

“ความจริงแล้วหากเรื่องนี้แพร่ออกไปแน่นอนว่าย่อมกระเทือนถึงชื่อเสียงตระกูลเสียน ข่าวลือเช่นนี้ย่อมปล่อยให้ลือกันไปไม่ได้ หากมีคนพูดไปว่าพวกนางสี่คนคนใดคนหนึ่งผลักพี่สาวของตนลงไปในแม่น้ำ ย่อมเป็นที่หัวร่อของชาวบ้าน ซวงเอ๋อร์เองก็บอกแล้วว่านางพลัดตกลงไป เช่นนี้ก็ให้จบลงตรงนี้เถิดเจ้าค่ะ”

เสียนฮูหยินปรายตามองสตรีทั้งสี่ที่ยืนก้มหน้านิ่ง นางมองทั้งสี่ด้วยดวงตาพิจารณา ก่อนจะละสายตาไปมองบุตรชายคนโตที่ยังคงช่วยพยุงเสียนหรูซวง

“เช่นนั้นก็ทำเช่นที่เจ้าว่า” เสียนจวินเองก็ไม่อยากปวดหัวกับเรื่องไร้สาระของอิสตรี ดังนั้นจึงปล่อยให้ฮูหยินของตนเป็นคนตัดสิน

“ขอบพระคุณท่านลุงกับท่านป้าที่เมตตาเจ้าค่ะ” เสียนหรูซวงค้อมกายลงด้วยใบหน้าซาบซึ้ง ใบหน้าที่ยังคงขาวซีดดูอ่อนแอบอบบางราวบุปผาต้องลมหนาว

เสียนชิงเซียงกับเสียนชิงหรูที่ก้มหน้าได้แต่กำมือกัดฟันแน่นด้วยความไม่พอใจ แต่ถึงอย่างนั้นทั้งสองก็ไม่กล้าโวยวายหรือแสดงท่าทีออกมา เนื่องจากในสถานการณ์เช่นนี้หากยังโง่งมโวยวายออกมา ไม่เพียงจะทำให้เสียนจวินและเสียนฮูหยินไม่พอใจ แม้แต่เสียนซีหลิวและเสียนเหวินเองก็อาจจะพลอยรังเกียจพวกนางไปด้วย

“เอาล่ะพวกเจ้ากลับห้องไปได้แล้ว” เสียนฮูหยินเอ่ยปากอีกครั้ง

“ท่านแม่ ลูกพยุงซวงเอ๋อร์กลับห้องก่อน หากอาการไม่ดีขึ้นอย่างไรลูกจะให้คนไปตามหมอ”

เสียนฮูหยินมองดูท่าทีของบุตรชายแล้วได้แต่ทอดถอนใจ ดูเหมือนบุตรชายผู้อ่อนโยนของนางได้ติดกับเล่ห์ลวงของบุปผาจากเสียนหยางเสียแล้ว...

“ไปเถิด” เสียนจวินบอกพร้อมกับโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ เขามองตามร่างเล็กที่แต่ไหนแต่ไรก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตา ก่อนจะเอนแผ่นหลังเข้ากับพนักพิงเก้าอี้

เสียนฮูหยินหันกลับไปมองผู้เป็นสามีแล้วส่งยิ้มให้ “ผิดหวังหรือที่ผลออกมาเช่นนี้ ท่านมิใช่บอกว่าหนึ่งในพวกนางจะเป็นใครก็ได้หรอกหรือ”

“แต่ข้าก็ยังหวังให้เป็นเยว่เอ๋อร์ แต่เห็นชัดว่านางขี้ขลาดถึงเพียงนี้ ตั้งแต่มาถึงนางยังไม่เคยเงยหน้าขึ้นเลยสักครั้ง ทั้งยังเอาแต่เออออคล้อยตามผู้อื่นไปหมดเสียทุกเรื่อง” เสียนจวินได้แต่ถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง

เสียนฮูหยินไม่กล่าวอะไรออกมา แม้ในใจนางจะยังคงรู้สึกขัดแย้ง ด้วยท่าทีของเสียนฉิงเยว่ผู้นี้ทำให้นางรู้สึกลังเลอยู่บ้าง ภายนอกเห็นชัดว่าหญิงสาวผู้นี้หาได้ใส่ใจกับเรื่องใด ทั้งยังดูขี้อายและขี้ขลาดอยู่หลายส่วน แต่ลึก ๆ ไม่รู้ว่าเหตุใดนางจึงรู้สึกว่านี่หาใช่ตัวตนของอีกฝ่ายไม่

“ฮูหยิน เจ้าว่าลูกเหวิน...”

“ท่านรับปากข้าแล้ว” เสียนฮูหยินขมวดคิ้ว “แค่คนเดียวเท่านั้น” นางเสียงแข็งขึ้นมาอย่างไม่อาจห้าม

ก่อนหน้านี้นางกับสามีเคยพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องสะใภ้ของตระกูลเสียน เนื่องจากเสียนจวินต้องการให้หนึ่งในหญิงสาวของตระกูลเสียนจากเมืองเสียนหยางแต่งให้กับบุตรชายของตน ตอนนี้ก็ดูเหมือนจะได้คำตอบแล้วหากให้ดูจากท่าทีของบุตรชายคนโต

ความจริงนางไม่ได้รังเกียจเสียนหรูซวง ออกจะพอใจด้วยซ้ำที่ได้สตรีเช่นนี้มาเป็นสะใภ้ เพราะเท่าที่สังเกตบรรดาหญิงสาวทั้งสี่ เสียนหรูซวงใบหน้างดงาม คุณสมบัติหรือก็โดดเด่นเพียบพร้อม หากไม่นับว่านางรู้สึกว่าหญิงสาวผู้นี้สุขุมลุ่มลึกเกินไปบ้าง แต่เมื่อมองว่าฮูหยินผู้นำตระกูลไม่อาจอ่อนโยนไร้เดียงสา นางจึงคิดว่าเหมาะแล้วที่เป็นเสียนหรูซวง

ทว่า...ความรู้สึกเสียดายลึกๆ นี้ เสียนฮูหยินไม่อาจปัดออกไปจากใจเลยจริงๆ

หลังเห็นผู้เป็นนายเดินเข้าไปในห้อง จินเอ๋อร์มองซ้ายมองขวาเพื่อให้มั่นใจว่าโดยรอบไม่มีผู้อื่นจึงรีบปิดประตู ร่างเล็กวิ่งเข้าไปหาผู้เป็นนายที่เดินเข้าไปรินชาดื่มราวกำลังกระหาย “คุณหนู”

“ไม่ได้ไปร่วมดูชมละครฉากหนึ่งในห้องโถง เจ้าถึงกับอดรนทนไม่ไหวอยากให้ข้าเล่าออกมาถึงเพียงนี้” เสียนฉิงเยว่หัวเราะออกมาเสียงเบากับท่าทีของสาวใช้คนสนิท ดวงตาคู่งามทอประกายขบขันขี้เล่น ผิดไปจากหญิงสาวแสนจะขี้ขลาดที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเมื่อครู่ราวกับเป็นคนละคน

“อย่าล้อข้าอีกเลย ท่านรีบบอกมาเร็วเข้าว่าเกิดอะไรขึ้น ครั้งนี้คุณหนูใหญ่ทำให้ใครโดนลงโทษเจ้าคะ” จินเอ๋อร์เอ่ยถามออกมาด้วยกลัวเหลือเกินว่าผู้เป็นนายของตนจะพลอยโดนลงโทษไปด้วย

“เปล่าหรอก ครั้งนี้ถือว่าพี่ซวงเอ๋อร์สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสสำเร็จ เห็นชัดว่านางพลัดตกลงไปเอง แต่ยังสามารถทำให้ผู้คนเข้าใจว่านางถูกคนผลักลงไป ภายหลังยังถึงกับทำให้พี่ซีหลิวซาบซึ้งใจที่นางเป็นคนจิตใจดีคอยปกป้องน้องสาวทั้งสาม เห็นทีเร็ว ๆ นี้คงมีข่าวดีกระมัง”

เสียนฉิงเยว่รินชาอีกจอก ครั้งนี้นางไม่ได้ดื่มเข้าไปคราเดียวแต่ค่อย ๆ จิบทีละนิด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 144 จบ

    เสียนซีหลิวยืนอยู่รั้งท้ายมองผ่านความมืดที่มีแสงจากด้านนอกรำไรสาดเข้าไป แม้มองไม่ชัดกระนั้นเขากลับสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวภายในห้องหอ บัดนี้ร่างอรชรได้เดินเข้ามายืนอยู่เคียงข้างโหลวตงอวี้“ข้ากลับก่อน อีกเจ็ดวันค่อยพบกันที่คฤหาสน์ตระกูลเสียน”“ค่อยพบกัน” โหลวตงอวี้ตอบก่อนจะมองเสียนซีหลิวหมุนตัวเดินจากไป ความเงียบที่มาเยือนหลังจากความวุ่นวายทำให้โหลวตงอวี้ถอนหายใจ “การก่อกวนนี้ก็ไม่นับว่าเลวร้าย” เขาเอ่ยจบก็ก้มลงมองหญิงสาวที่เข้ามายืนเคียงข้างเขาในความมืด“พวกเขาเล่นสนุกกันพอแล้วหรือ” นางเอ่ยถามกลั้วหัวเราะ “ก็ไม่นับว่าเลวร้าย ข้ายังกังวลว่าคนอย่างคุณชายอวี่จะมาแอบอยู่ใต้เตียงจริงๆ เสียอีก”“ไม่คิดว่าพบเขาไม่กี่ครั้งเจ้ากลับรู้จักซินหยางดีถึงเพียงนี้”ทั้งสองคนหัวเราะออกมาเสียงเบา “เช่นนั้นก็ถึงเวลาแล้ว” โหลวตงอวี้อุ้มเสียนฉิงเยว่ขึ้นแล้วเดินตรงไปที่เตียง“เดี๋ยว เวลาอะไรกัน” นางถามเขาด้วยความงุนงง“ก็เวลาแก้ปัญหาอย่างไรเล่า มิใช่กังวลเรื่องขยายตระกูลโหลวหรอกหรือ ข้ากำลังช่วยแก้ปัญหาอย่างไรเล่า”“อย่างไรเล่า” นางยังคงไม่เข้าใจ“ก็คลอดบุตรชายบุตรสาวให้ข้าอย่างละสองคน เช่นนี้ก็นับว่าจ

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 143

    เสียนฉิงเยว่รับจอกสุรามาก่อนจะคล้องแขนดื่มสุรากับเจ้าบ่าวของตนตามประเพณี สุรารสแรงแผดเผาทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่น โหลวตงอวี้ยกนิ้วขึ้นคลึงหน้าผากนาง “นี่นับว่าเป็นการแสดงออกอะไรกัน สุรารสเลิศเจ้ากลับเอาแต่ขมวดคิ้ว”“แรงมาก”“นารีแดง...ส่งมาจากเสียนหยาง ใต้เท้ามู่ให้คนไปขุดมาจากเรือนเล็กของคฤหาสน์ตระกูลเสียน เสียนฮั่วลุงของเจ้าบอกว่ามารดาและบิดาของเจ้าฝังเอาไว้เพราะตั้งใจจะใช้ในงานมงคลของเจ้า” โหลวตงอวี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้จึงขอร้องใต้เท้ามู่ให้ส่งม้าเร็วมาที่ฉางอัน”เสียนฉิงเยว่สบตาของโหลวตงอวี้ ดวงตาของนางเริ่มเอ่อคลอ “ข้าไม่เคยรู้เลย”“แน่ละเพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่เจ้าเพิ่งจะเกิด ลุงของเจ้าเองก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ กว่าจะจดจำได้ว่าฝังเอาไว้ที่ไหนเขาต้องวาดแผนผังขึ้นมาถึงห้าครั้ง”เสียนฉิงเยว่ซบใบหน้าลงไปกับซอกคอของเขา ซับน้ำตาเข้ากับคอเสื้อของเขาไม่ยอมปล่อยให้หลั่งรินออกมา “ข้าจะร้องไห้ไม่ได้นี่เป็นวันมงคล ท่านพ่อกับท่านแม่คงไม่อยากให้ข้าร้องไห้”โหลวตงอวี้ลูบหลังลูบไหล่ของหญิงสาว ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมา “หิวแล้วกระมังให้ข้าปรนนิบัติฮูหยินกินข้าว” เขาอมยิ้

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 142

    พิธีไหว้ฟ้าดินตามฤกษ์มงคลเริ่มต้นขึ้น แม่สื่อส่งเสียงบอกขั้นตอนต่างให้เจ้าบ่าวเข้ามารับแพรแดงซึ่งอีกฟากมีเจ้าสาวถืออยู่กระทั่งคนทั้งสองต่างก็เดินเข้าไปยังโถงประธานของงาน ซึ่งยามนี้มีประมุขตระกูลเหลียน ตระกูลเหอ และตระกูลอวี่ทำหน้าที่อยู่ เนื่องจากญาติฝ่ายเจ้าบ่าวนั้นไม่มีผู้อาวุโส โหลวตงอวี้จึงขอร้องให้บิดาของสหายทั้งสามคนทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่ของฝ่ายชายแทน ส่วนเสียนจวินและเสียนฮูหยินนั้นรับหน้าที่ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวเสียนฉิงเยว่มองไม่เห็นสิ่งใด เว้นก็เพียงแต่ชายชุดสีแดงของตัวเองและผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว นางได้ยินเสียงตะโกนของแม่สื่อและสาวใช้ที่พยุงข้างกายกระซิบบอกให้นางหันซ้ายขวา หมุนตัวหน้าหลัง กระทั่งก้มลงคำนับฟ้าดิน ต่อมาก็คำนับญาติผู้ใหญ่ ไม่นานก็มีเสียงตะโกนบ่าวสาวคำนับกันเอง“ส่งตัวเจ้าสาวเข้าห้องหอ!!”ที่ไหนกันเล่า...เสียงตะโกนนั้นเพียงบอกให้นางมารอที่ห้องซึ่งอยู่ในเรือนหอต่างหาก เพราะในเวลานี้เสียนฉิงเยว่ได้แต่นั่งนิ่งอยู่ในห้องเพียงคนเดียว เนื่องจากเจ้าบ่าวยังคงต้องต้อนรับแขกเหรื่อมากมายด้านนอก อีกทั้งในตอนนี้ยังไม่ถึงฤกษ์ยามที่กำหนดเอาไว้เพื่อส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ ดังนั้นโหลวต

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 141

    “คำพูดเช่นนี้ได้มาจากว่าที่พี่สะใภ้ของเจ้าหรือ นางสอนสิ่งใดเจ้าบ้างเล่า”โหลวฟางอี๋ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ความลังเลฉายออกมาจากแววตาคู่งาม ก่อนที่เสียนเหวินจะทันได้ตั้งตัวหญิงสาวก็ใช้มือสองข้างจับมือของเขา รั้งให้เขาเอียงตัวลงก่อนที่นางจะเขย่งปลายเท้าขึ้น ยื่นหน้าเข้าไปกดจุมพิตที่ข้างแก้มของเสียนเหวินดูเหมือนเขาจะไม่คาดคิดจริงๆ จึงยังมีท่าทีตกตะลึงและมองหญิงสาวตรงหน้าเขม็งราวกับไม่เคยเห็นโหลวฟางอี๋กัดปากแน่น มองดูใบหน้าเหม่อลอยของชายหนุ่มนางพลันรู้สึกเคอะเขิน นางยื่นหน้าเข้าไปหาเขาอีกครั้ง ครั้งนี้ในยามที่ริมฝีปากของนางกำลังจะแตะแก้มอีกข้างของเขา เสียนเหวินกลับขยับและเอียงใบหน้าเข้าหานางแทนจุมพิตที่สมควรประทับลงยังข้างแก้ม กลับเบนเป้าหมายไปยังริมฝีปากที่จงใจหันมา“ทะ...ท่าน!” นางเบิกตามองเขาอย่างตื่นตระหนก ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น พอจะถอยห่างเสียนเหวินกลับคว้านางเอาไว้ได้ทั้งตัว“อย่าทำเช่นนี้อีก” เขากระซิบแต่กลับกดจุมพิตลงมายังริมฝีปากอิ่มที่ยังคงถูกเม้มแน่น ลมหายใจของหญิงสาวถูกเสียนเหวินดูดกลืนด้วยสัมผัสแสนอ่อนโยน มือน้อยที่คว้าจับสาบเสื้อของเขาเอาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวสั่นเทา

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 140

    “ใช่ ไม่ได้หรือ” เสียนเหวินเดินเข้ามานั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม “ข้างนอกมีงานเลี้ยงครึกครื้นเหตุใดจึงหลบเข้ามาเล่า เมื่อครู่ข้ายังคิดว่าเจ้าเหนื่อยจึงแอบหนีเข้ามางีบหลับ”“ข้า...” จะให้นางบอกว่าอึดอัดกับสายตาผู้คนมากมายได้อย่างไร“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมงานใหญ่ในฐานะคนตระกูลโหลวดังนั้นจึงรู้สึกอึดอัด?”“เจ้าค่ะ” นางยอมรับออกมาโดยดีเพราะหลายต่อหลายครั้งมองเห็นสายตาของเหล่าบุรุษที่มาร่วมแสดงความยินดีแล้ว นางให้รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนั่งอยู่ในงานนานเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตกเป็นเป้าการสนทนามากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญบทสนทนาเหล่านั้นแม้จะสุภาพ แต่กลับเอาแต่พูดเรื่องงานมงคลครั้งต่อไปของตระกูลโหลว ก่อนจะยกเอาเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้าต่าง ๆ มาเป็นเหตุผลหลัก ให้อย่างไรนางก็ไม่อาจปั้นหน้ายิ้มต่อไปได้“เจ้าเป็นคนตระกูลโหลว เป็นน้องสาวของบุรุษเก่งกาจที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยมือของเขา แม้หลายๆ อย่างนายท่านโหลวเป็นคนริเริ่ม ถึงอย่างนั้นพี่ตงอวี้ก็คือผู้ที่ทำให้มันชัดเจน” เสียนเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้ารู้ว่าเจ้าอาจไม่คุ้นเคยกับการเสแสร้งเหล่านั้นแต่เจ้าก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง”“เจ้า

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 140

    “ใช่ ไม่ได้หรือ” เสียนเหวินเดินเข้ามานั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม “ข้างนอกมีงานเลี้ยงครึกครื้นเหตุใดจึงหลบเข้ามาเล่า เมื่อครู่ข้ายังคิดว่าเจ้าเหนื่อยจึงแอบหนีเข้ามางีบหลับ”“ข้า...” จะให้นางบอกว่าอึดอัดกับสายตาผู้คนมากมายได้อย่างไร“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมงานใหญ่ในฐานะคนตระกูลโหลวดังนั้นจึงรู้สึกอึดอัด?”“เจ้าค่ะ” นางยอมรับออกมาโดยดีเพราะหลายต่อหลายครั้งมองเห็นสายตาของเหล่าบุรุษที่มาร่วมแสดงความยินดีแล้ว นางให้รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนั่งอยู่ในงานนานเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตกเป็นเป้าการสนทนามากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญบทสนทนาเหล่านั้นแม้จะสุภาพ แต่กลับเอาแต่พูดเรื่องงานมงคลครั้งต่อไปของตระกูลโหลว ก่อนจะยกเอาเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้าต่าง ๆ มาเป็นเหตุผลหลัก ให้อย่างไรนางก็ไม่อาจปั้นหน้ายิ้มต่อไปได้“เจ้าเป็นคนตระกูลโหลว เป็นน้องสาวของบุรุษเก่งกาจที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยมือของเขา แม้หลายๆ อย่างนายท่านโหลวเป็นคนริเริ่ม ถึงอย่างนั้นพี่ตงอวี้ก็คือผู้ที่ทำให้มันชัดเจน” เสียนเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้ารู้ว่าเจ้าอาจไม่คุ้นเคยกับการเสแสร้งเหล่านั้นแต่เจ้าก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง”“เจ้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status