แชร์

บทที่ 10

ผู้เขียน: Wabibi
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-21 15:59:03

ภายในห้องบอลรูมขนาดใหญ่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา แขกผู้มีเกียรติในแวดวงอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างต่างมารวมตัวกัน วัชรวิชญ์พาอวิกาเดินทักทายผู้คนมากมาย เขาทำหน้าที่สามีที่แสนดีได้อย่างแนบเนียน ทั้งรอยยิ้มอบอุ่น สายตาที่ทอดมองเธอด้วยความรัก และการสัมผัสที่แสดงออกถึงความหวงแหน ทุกอย่างดูสมจริงจนเธอเกือบจะหลงเชื่อ หากไม่รับรู้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขายามที่ไม่มีใครจับจ้อง

"เหนื่อยหรือยัง" เขาเอ่ยถามขณะหยิบแก้วแชมเปญจากบริกรมาส่งให้เธอ

"ฉันอยากกลับแล้ว" เธอรับแก้วมาถือไว้โดยไม่ได้ดื่ม

"งานเพิ่งจะเริ่มเอง ตัวเอกของเรื่องยังไม่ปรากฏตัวเลย" เขากระตุกยิ้มมุมปาก สายตากวาดมองไปทั่วบริเวณงาน ก่อนจะหยุดชะงักลงที่มุมหนึ่งของห้อง

อวิกามองตามสายตาของเขาไป ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีขาวสะอาดตาของอนลกำลังยืนสนทนาอยู่กับกลุ่มผู้บริหาร รอยยิ้มมีเสน่ห์และท่าทางมั่นใจของเขายังคงเหมือนเดิม ไม่ต่างจากตอนที่เขายังคบกับเธอ ชายคนที่ทิ้งหนี้สินก้อนโตและปัญหาทั้งหมดไว้ให้เธอรับภาระ กำลังยืนจิบไวน์และหัวเราะอย่างมีความสุข

ความเจ็บปวดและโกรธแค้นตีตื้นขึ้นมาในอก มือบางกำแก้วแชมเปญแน่นจนข้อขาว เธออยากจะเดินเข้าไปตบหน้าเขา ตะโกนถามความจริงทั้งหมด แต่เธอก็รู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะกับการทำเรื่องแบบนั้น

อนลหันหน้ามาทางพวกเขาพอดี รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาจางหายไปชั่วขณะเมื่อสบตากับวัชรวิชญ์ ก่อนที่เขาจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติและเดินตรงเข้ามาหาคนทั้งสอง

"สวัสดีครับคุณวัชรวิชญ์ ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณที่งานนี้" อนลเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาแฝงไปด้วยความท้าทาย

"งานใหญ่ขนาดนี้ ผมจะพลาดได้ยังไงล่ะครับ" วัชรวิชญ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไม่แพ้กัน กระชับวงแขนที่โอบเอวอวิกาให้แน่นขึ้น "โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าคุณจะมาร่วมงานด้วย"

อนลปรายตามองหญิงสาวที่ยืนเงียบอยู่ข้างกายศัตรู "เอวา... สบายดีไหมครับ ไม่เจอกันพักใหญ่เลยนะ"

อวิกาเม้มริมฝีปากแน่น เธออยากจะด่าทอเขา แต่ก้อนเนื้อในอกกลับบีบรัดจนพูดไม่ออก เธอได้แต่จ้องมองผู้ชายที่เคยรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความผิดหวัง

"ภรรยาของผมสบายดีครับ สบายดีมากด้วยซ้ำ ตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับผม" วัชรวิชญ์เป็นฝ่ายตอบแทน น้ำเสียงของเขาเน้นหนักที่คำว่า 'ภรรยา' อย่างจงใจ "ต้องขอบคุณคุณนะ ที่ทิ้ง... ของมีค่า เอาไว้ให้ผมดูแลต่อ"

คำพูดกึ่งเย้ยหยันทำให้อนลหน้าตึงขึ้นมาเล็กน้อย เขาพยายามรักษารอยยิ้มจอมปลอมเอาไว้ "ผมดีใจที่เห็นเอวามีความสุขครับ แต่เรื่องบางเรื่อง คนนอกอาจจะไม่เข้าใจความจริงทั้งหมด"

"ความจริงที่คุณหลอกใช้ชื่อเธอไปค้ำประกันเงินกู้ แล้วหนีไปเสวยสุขคนเดียวน่ะหรือครับ" วัชรวิชญ์สวนกลับทันควัน แววตาดุดันวาวโรจน์ขึ้น "ความจริงข้อนี้ ผมเข้าใจมันดีทีเดียวเชียวล่ะ"

บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นมาทันที อนลขบกรามแน่น เขาเหลือบมองผู้คนรอบข้างที่เริ่มหันมาให้ความสนใจ "ผมว่าเราอย่ามาคุยเรื่องส่วนตัวกันตรงนี้เลยดีกว่าครับ เสียบรรยากาศงานเปล่าๆ"

"นั่นสินะครับ คนทำผิดมักจะกลัวความจริงเสมอ" วัชรวิชญ์เหยียดยิ้ม "ขอตัวก่อนนะครับ ภรรยาผมคงอยากจะพักผ่อนแล้ว"

เขารั้งเอวาร่างบางให้เดินตามออกไป ทิ้งให้อนลยืนกำแก้วไวน์แน่นด้วยความโกรธจัด

อวิกาเดินตามแรงรั้งของชายหนุ่มออกมาจนถึงบริเวณโถงทางเดินที่ค่อนข้างเงียบสงบ เธอสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างแรง

"พอใจคุณหรือยังคะ ที่ได้เยาะเย้ยเขา ได้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันต่อหน้าคนอื่น" เธอตวัดสายตามองเขาด้วยความเหลืออด น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เอ่อคลอขึ้นมาเต็มสองตา

วัชรวิชญ์หรี่ตาลงมองคนตรงหน้า ความหงุดหงิดที่เพิ่งสงบลงถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง "ฉันไม่ได้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีเธอ ฉันกำลังทำให้เธอตาสว่างต่างหาก ว่าไอ้คนที่เธอเคยรักนักรักหนา มันเห็นแก่ตัวขนาดไหน"

"ฉันตาสว่างตั้งแต่เห็นหนี้ห้าสิบล้านที่คุณเอามาโยนใส่หน้าฉันแล้วค่ะ!" เธอเถียงกลับเสียงดัง "แต่ที่คุณทำวันนี้ มันไม่ใช่เพื่อเตือนสติฉัน คุณแค่ต้องการเอาชนะ คุณใช้ฉันเป็นเครื่องมือระบายความแค้นของคุณ"

"แล้วมันผิดตรงไหน ในเมื่อเธอคือคนที่มันทิ้งไว้ให้รับกรรมแทน" เขาสืบเท้าเข้าหา ร่างสูงใหญ่คุกคามจนเธอต้องถอยหลังไปชิดผนังทางเดิน "หรือว่าเธอยังอาลัยอาวรณ์มันอยู่ พอเห็นหน้ามัน ความรักเก่าๆ มันก็เลยกำเริบขึ้นมา"

"ฉันไม่ได้รักเขาแล้ว!" เธอปฏิเสธเสียงแข็ง "แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกดีที่ต้องมาเป็นเบี้ยล่างให้คุณย่ำยีแบบนี้ ฉันเกลียดเขาก็จริง แต่ฉันก็เกลียดคุณไม่แพ้กัน"

คำว่าเกลียดที่หลุดออกจากริมฝีปากบางทำให้สติของวัชรวิชญ์ขาดผึง ความหึงหวงที่ถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้ความโกรธแค้นปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง เขาทนไม่ได้ที่เห็นเธอมีปฏิกิริยากับผู้ชายคนอื่น ทนไม่ได้ที่แววตาของเธอยังคงมีความหวั่นไหวเมื่อมองหน้าไอ้สารเลวนั่น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เล่ห์วิวาห์คนโฉด   บทที่ 62

    "เอวาจะกั้นห้องตรงนั้นเป็นโซนรับแขกนะคะ ส่วนมุมที่ติดกระจกจะทำเป็นโต๊ะทำงานใหญ่ๆ แสงสว่างกำลังดีเลย... อ้อ ต้องมีมุมสำหรับวางเปลเด็กให้ลูกด้วย เวลาพี่เวกัสพาเขามาเฝ้าเอวาทำงาน จะได้มีที่นอนสบายๆ" เธอชี้ชวนให้เขาดูตามมุมต่างๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นวัชรวิชญ์มองท่าทางตื่นเต้นของภรรยาด้วยรอยยิ้มกว้าง เขาเดินตามเธอไปทุกมุม รับฟังทุกไอเดียที่เธอเสนออย่างตั้งใจ ไม่มีคำพูดขัดคอ ไม่มีข้อแม้ใดๆ มีเพียงสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจในตัวผู้หญิงที่เขารัก"หนูจัดการตกแต่งได้เต็มที่เลยนะ เรื่องงบประมาณไม่ต้องห่วง พี่จะเป็นสปอนเซอร์หลักอย่างเป็นทางการให้เอง" เขาประกาศตัวเป็นนายทุนใหญ่"สปอนเซอร์ใจดีขนาดนี้ เอวาจะออกแบบให้สุดฝีมือเลยค่ะ สตูดิโอของเอวาจะต้องสวยที่สุดในย่านนี้เลย" เธอยิ้มรับอย่างมั่นใจ"แต่สปอนเซอร์คนนี้ไม่ได้ให้เงินฟรีๆ หรอกนะ" จู่ๆ ชายหนุ่มก็ทำเสียงเข้มขึ้นมาเล็กน้อย ก้าวเข้าประชิดตัวและสอดแขนโอบรอบเอวบางไว้"อ้าว มีข้อแม้ด้วยเหรอคะ สปอนเซอร์ต้องการอะไรเป็นการตอบแทนล่ะคะ" เธอเอียงคอถามอย่างรู้ทันวัชรวิชญ์โน้มใบหน้าล

  • เล่ห์วิวาห์คนโฉด   บทที่ 61

    "ที่นี่มัน..." หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ สัญชาตญาณนักออกแบบในตัวเริ่มทำงาน พื้นที่แบบนี้ ทำเลแบบนี้ เหมาะสำหรับการเปิดออฟฟิศทำงานออกแบบที่สุดชายหนุ่มเดินนำเธอไปหยุดอยู่กลางห้อง ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลและพวงกุญแจชุดหนึ่งออกมายื่นให้ตรงหน้าเธอ"พี่ให้..." เขาเอ่ยสั้นๆ รอยยิ้มอบอุ่นระบายเต็มใบหน้าอวิการับของเหล่านั้นมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นน้อยๆ เธอเปิดซองเอกสารออกดู สิ่งที่อยู่ด้านในคือโฉนดกรรมสิทธิ์ของพื้นที่ชั้นสองทั้งหมดในอาคา

  • เล่ห์วิวาห์คนโฉด   บทที่ 60

    "ให้เอวาออกแบบเหรอคะ""ใช่สิ ห้องลูกของเรา ก็ต้องให้แม่ของเขาเป็นคนออกแบบถึงจะถูก" วัชรวิชญ์ส่งยิ้มอ่อนโยน เขาวางแฟ้มลงบนโต๊ะ ก่อนจะจับเอวบางยกขึ้นแล้วรั้งให้เธอขึ้นมานั่งคร่อมทับบนหน้าตักของเขาแทน"อุ๊ย! พี่เวกัส ทำอะไรคะเนี่ย นั่งดีๆ ก็ได้" เธอร้องอุทาน ตกใจกับท่าทางที่แนบชิดจนเกินพอดี สองมือเล็กวางแหมะอยู่บนลาดไหล่กว้าง"นั่งแบบนี้แหละ จะได้ดูแบบแปลนชัดๆ" เขาให้เหตุผลข้างๆ คูๆ สองแขนแข็งแรงโอบรัดเอวเธอไว้หลวมๆ เพื่อกันตก "หนูอยากได้โทนสีอะไร สีฟ้า สีชมพู หรือสีพาสเทลอ่อนๆ ดี"หญิงสาวพยายามมองข้ามท่าทางที่ชวนให้ใจสั่น ก้มลงมองแบบแปลนบนโต๊ะ "เอวาว่าทำเป็นโทนสีขาวครีมผสมกับสีไม้ธรรมชาติก็น่าจะดีนะคะ มันดูอบอุ่นและสบายตาดี ใช้ได้ทั้งลูกผู้ชายและลูกผู้หญิงด้วย""อืม ฟังดูดี" เขาครางรับในลำคอ ใบหน้าคมคายซุกไซ้เข้ากับซอกคอขาวผ่อง สููดดมความหอมละมุนอย่างเอาแต่ใจ "แล้วเฟอร์นิเจอร์ล่ะ เอาแบบไหนดี""ก็ต้องเลือกแบบที่ปลอดภัย ไม่มีเหลี่ยมมุมแหลมคมค่ะ แล้วก็ต้องมีพื้นที่กว้างๆ ให้เขาหัดคลาน..." อวิกาอธิบายต่อไปเรื่อยๆ โดยพยายามทำเป็นไม่สนใจริมฝีปากร้อน

  • เล่ห์วิวาห์คนโฉด   บทที่ 59

    เช้าวันนี้เขาตั้งใจจะให้แม่บ้านหยุดงานอีกหนึ่งวัน เพราะเขาอยากจะเป็นคนเตรียมอาหารเช้าให้ภรรยาด้วยตัวเองทั้งหมดภายในห้องครัวกว้างขวาง วัชรวิชญ์หยิบผ้ากันเปื้อนมาสวมทับเสื้อยืดสีพื้น เขาเปิดตู้เย็นสำรวจวัตถุดิบ ก่อนจะตัดสินใจทำเมนูข้าวต้มปลาแซลมอนร้อนๆ ที่ย่อยง่ายและเหมาะสำหรับคนท้อง ร่างสูงใหญ่ยืนหั่นเนื้อปลาและเตรียมเครื่องปรุงด้วยความตั้งใจ แม้ท่าทางจะไม่ได้ทะมัดทะแมงเหมือนเชฟมืออาชีพ แต่ทุกขั้นตอนเต็มไปด้วยความใส่ใจอย่างหาที่สุดไม่ได้กลิ่นหอมของน้ำซุปที่เคี่ยวจนได้ที่และเนื้อปลาสดใหม่ลอยกรุ่นไปทั่วบริเวณห้องนั่งเล่น ลอยล่องเข้าไปถึงภายในห้องนอนที่เปิดประตูแง้มไว้

  • เล่ห์วิวาห์คนโฉด   บทที่ 58

    "พี่มันเลว... พี่ขอโทษ เอวา... พี่ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา" เสียงสะอื้นไห้ของลูกผู้ชายดังก้องไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด เขาไม่ได้ร้องไห้เพื่อเรียกร้องความสงสาร แต่เขาร้องไห้เพื่อปลดปล่อยความรู้สึกผิดบาปทั้งหมดที่แบกรับมาเนิ่นนานอวิกามองแผ่นหลังกว้างที่กำลังสั่นสะท้าน หัวใจของเธอหลอมละลายไปกับน้ำตาของเขา ความโกรธเคืองที่เคยมีถูกลบล้างไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรักและความเข้าใจที่ลึกซึ้ง เธอรู้ว่าเขาเจ็บปวดมามากพอแล้ว อดีตที่โหดร้ายหล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนแข็งกระด้าง แต่บัดนี้ ความรักได้เยียวยาและเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นผู้ชายคนใหม่ ผู้ชายที่พร้อมจะวางทิฐิและอีโก้ทั้งหมดลงแทบเท้าเธอมือบางสั่นเทาเล็กน้อย

  • เล่ห์วิวาห์คนโฉด   บทที่ 57

    "คินจัดการได้หมดแล้ว ตอนนี้หน้าที่เดียวของพี่คือเป็นพยาบาลส่วนตัวให้เมีย" เขาส่งยิ้มบางๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปที่ห้องครัวอวิกามองตามแผ่นหลังกว้างด้วยความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ผู้ชายที่เคยบ้างานและเอาแต่ใจ บัดนี้ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมาดูแลเธออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ความหวาดกลัวที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรักที่หยั่งรากลึกลงไปในทุกความรู้สึกช่วงเวลาบ่ายผ่านไปอย่างเชื่องช้า วัชรวิชญ์คอยเดินเข้าออกห้องนอนเพื่อดูแลความเรียบร้อย นำอาหาร นม และยามาให้ตรงเวลา เขาไม่ยอมให้เธอหยิบจับอะไรเลย แม้แต่หนังสือคู่มือคุณแม่ เขาก็เป็นคนอาสาอ่านออกเสียงให้ฟังอยู่ข้างเตียงจนกระทั่งท้องฟ้าด้านนอกเปลี่ยนเป็นสีเข้ม แสงไฟในห้องนอนถูกปรับให้สลัวลงเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการพักผ่อน อวิกานั่งเอนหลังพิงหมอนใบใหญ่ มองสามีที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและเดินออกมาในชุดนอนกางเกงขายาว เปลือยท่อนบนอวดแผงอกกว้างเขาทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงฝั่งเดียวกับเธอ นัยน์ตาคมกริบทอดมองใบหน้าหวานด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งและจริงจัง บรรยากาศรอบตัวดูเงียบสงบ แต่กลับมีความกดดันบางอย่างเจือจางอยู่ในท่าทีข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status