Se connecterภาพที่ไอ้ออสตินมันจับมือเธอ ภาพที่มันตะโกนบอกว่าเธอนัดมันมาเจอ มันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขา เขา
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง เปลือกตาบางค่อยๆ ปรือลืมขึ้น อวิกากะพริบตาปรับโฟกัสแสงสว่างภายในห้อง ความรู้สึกปวดหน่วงที่ท้องน้อยหายไปแล้ว เหลือเพียงความอ่อนเพลียที่หนักอึ้ง เธอหันหน้าไปทางขวา และพบกับผู้ชายร่างใหญ่ที่กำลังนั่งกุมมือเธอแนบแก้ม ดวงตาของเขาแดงก่ำ บ่งบอกว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก"พี่เวกัส..." เธอขยับริมฝีปากเรียกชื่อเขาเสียงเบาวัชรวิชญ์สะดุ้ง เขารีบเงยหน้าขึ้นมอง ลุกพรวดขึ้นยืนโน้มตัวลงมาหาด้วยความดีใจ "หนูตื่นแล้ว... เจ็บตรงไหนอีกไหม ปวดท้องหรือเปล่า"อวิกาส่ายหน้า
"เปิดประตูรถเดี๋ยวนี้!" เขาตะโกนลั่นใส่คินที่ยืนรออยู่ข้างรถลูกน้องคนสนิทรีบกระชากประตูหลังเปิดออกกว้าง วัชรวิชญ์วางร่างของอวิกาลงบนเบาะหนังอย่างระมัดระวังที่สุด ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปนั่งเคียงข้าง ดึงศีรษะทุยให้มาซบลงบนลาดไหล่กว้าง มือหนากอบกุมมือเล็กที่เย็นเฉียบไว้แน่น"ไปโรงพยาบาล! ขับให้เร็วที่สุด!" สิ้นเสียงคำรามสั่ง รถยนต์คันใหญ่ก็กระชากตัวออกไปบนท้องถนนด้วยความเร็วสูงสุดภายในห้องโดยสารเต็มไปด้วยความตึงเครียด อวิกานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เสียงหอบหายใจถี่กระ
ตุ้บ!วัชรวิชญ์ตัวแข็งทื่อ ชะงักงันราวกับถูกสตัฟฟ์ เขารีบเงยหน้าขึ้นมองอวิกา ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงขั้นสุด"เอวา... เมื่อกี้..." เสียงของเขาสั่นพร่า ชี้มือไปที่หน้าท้องของเธอ "เมื่อกี้ลูกถีบแก้มพี่!"อวิกาหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นท่าทีตื่นเต้นเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ของสามี เธอเองก็รับรู้ถึงการขยับตัวของลูกเช่นกัน "ใช่ค่ะ ลูกดิ้นแล้ว เมื่อกี้เขาเตะแรงมากเลย""จริงเหรอ! ลูกถีบแก้มพี่... เอวา ลูกถีบแก้มพี่จริงๆ ด้วย!" เขารีบวางฝ่ามือทั้งสองข้างทาบทับลงบนหน้าท้องของเธออีกครั้ง รอยยิ้มกว้างที่สุดเท่าที่เคยมีมาปรากฏบนใบหน้าคมคาย นัยน์ตาดุดันที่มักจะแข็งกร้าวบัดนี้เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความปิติยินดีตุ้บ! ตุ้บ!แรงกระตุกเบาๆ สัมผัสเข้ากับฝ่ามือหนาอีกสองครั้งติดกัน ราวกับเป็นการทักทายตอบรับเสียงของพ่อ"พ่ออยู่นี่ลูก... พ่ออยู่นี่" วัชรวิชญ์น้ำตาไหลรินลงมาอาบแก้ม เขาหัวเราะทั้งน้ำตา ความรู้สึกตื้นตันและตื่นเต้นถาโถมเข้าใส่จนทำตัวไม่ถูก ความเป็นพ่อคนกำลังเติมเต็มทุกช่องว่างในหัวใจที่เคยอ้างว้างของเขาให้สมบูรณ์แบบเขารวบร่
ช่วงบ่าย วัชรวิชญ์พาอวิกาเดินทางมาที่สตูดิโอออกแบบภายในของเธอ เขาจัดการเคลียร์ตารางงานทั้งหมดและมอบหมายให้คินดูแลบริษัทแทน เพื่อที่เขาจะได้มาทำหน้าที่บอดี้การ์ดส่วนตัวให้ภรรยาทันทีที่ก้าวเข้ามาในสตูดิโอ พนักงานทุกคนต่างพากันลอบยิ้มและโค้งทักทายเจ้านายสาวที่ไม่ได้เข้ามานาน พร้อมกับมองชายหนุ่มร่างยักษ์ที่เดินตามหลังมาติดๆ ด้วยท่าทีหวงแหน วัชรวิชญ์ดึงเก้าอี้ให้ภรรยานั่ง ก่อนจะเลือกมุมที่สามารถมองเห็นเธอได้ชัดเจนที่สุดและทิ้งตัวลงนั่งกอดอกเฝ้าดูอย่างเคร่งครัดบรรยากาศการทำงานดำเนินไปอย่างราบรื่น อวิกากำลังให้คำแนะนำเรื่องการเลือกใช้สีและวัสดุตกแต่งกับทีมงาน จู่ๆ เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น พนักงานส่งเอกสารหนุ่มหน้าต
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรักษาสติและควบคุมจังหวะไม่ให้รุนแรงจนเกินไป เขาต้องทะนุถนอมเธอให้มากที่สุด อวิกาผวาเฮือก สองมือเล็กเลื่อนมากอบกุมต้นแขนแกร่งไว้แน่น เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รับรู้ถึงขนาดที่เติมเต็มเข้ามาจนสุดทาง ความรู้สึกอึดอัดในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความซ่านสยิวที่แล่นริ้วไปทั่วร่าง"พี่เวกัสขยับเลยค่ะ... เอวาไหว" เธอส่งสัญญาณพร้อมกับรอยยิ้มยั่วยวนวัชรวิชญ์เริ่มขยับสะโพกถอยออกและดันเข้าหาเป็นจังหวะเนิบนาบและลึกซึ้ง ทุกการสอดใส่เต็มไปด้วยความรักและการชดเชยความผิดพลาดในอดีต เขาใช้ริมฝีปากร้อนผ่าวไล้จูบไปทั่วใบหน้าหวาน ดูดซับหยาดเหงื่อที่ผุดพรายตามขมับ
"พี่อยากอุ้มเมียพี่ ผิดตรงไหน" เขาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาคมกริบแพรวพราวไปด้วยประกายความสุข "หนูมีหน้าที่แค่กอดคอพี่ไว้แน่นๆ ก็พอ"ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำกว้างขวาง อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่มีน้ำอุ่นเตรียมไว้พร้อมสรรพพร้อมด้วยฟองสบู่และกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหย วัชรวิชญ์ค่อยๆ วางร่างบางลงบนพื้นอย่างทะนุถนอม เขาจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด เผยให้เห็นเรือนกายกำยำที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งและรอยสักรูปปีกนกบนหัวไหล่ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับคนตรงหน้า มือหนาค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อของอวิกาออกทีละเม็ด สายตาของเขาเต็มไปด้วยความรักและความโหยหาที่ลึกซึ้ง ทุกการสัมผัสเต็มไปด้วยการทะนุถน







