LOGINแอ๊ด.....!!!!! .มือหนาของชายหนุ่มกุมอยู่ที่ลูกบิดประตูห้องพิเศษของโรงพยาบาลเอกชน แห่งหนึ่ง เควิ่นค่อยๆ ปิดมันอย่างเบามือที่สุด สายตาก็หันไปมองร่างอรชรของหญิงสาวที่นอนหลับเพราะฤทธิ์ของยา ชายหนุ่มค่อยๆ เดินมาใกล้เตียงนอน ดวงตาคู่สวยที่ปิดสนิทและลมหายใจที่ผ่อนเข้า-ออกอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกถึงว่าเจ้าหล่อนคงยังไม่ตื่นง่าย ดวงตาเข้มจ้องมองใบหน้าเรียวงามนั้น แววตาอ่อนโยน เขารู้สึกสงสารหล่อน เขาเคยเตือนหล่อนแล้วว่างานเนี้ยมันไม่เหมาะกับผู้หญิง มันอันตรายสารพัด แล้วนี่ต้องมาเจ็บตัวอีก นอนให้น้ำเกลือเลยเห็นไหม..เฮ้ออ....ดื้อจริงอะไรจริงนะเนี้ย
นิ้วเรียวยาวค่อยๆ เกลี่ยผมของหญิงสาวที่มันปกใบหน้าสวยนั้นขึ้นทัดใบหู ชายหนุ่มเกลี่ยนิ้วเบาๆ แถวแก้มใสนั้น เรียวปากบางที่เขากำลังสัมผัสนี้มันมีรอยแตกแถวมุมปาก ...นี่มันทำร้ายยายห้าวของฉันด้วยหรือนี่ ....หน้าตัวเมียจริงๆ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ยังทำได้ นี่ถ้าหากพวกเขาไปช่วยไม่ทัน มีหวังร่างบางของหล่อน เนื้อตัวของหล่อนคงเละไม่มีชิ้นดี...หึ...ฉันเจอแกวันไหน ฉันจะเป่ากะบาลแกเอง..ไอ้เลวทั้งหลาย
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ....เสียงเคาะประตูห้อง ทำให้เควิ่นละสายตาจากร่างบาง มองไปยังผู้ที่มาใหม่ เขารีบไปเปิดประตูทันที
“สวัสดีครับคุณเพื่อน สวัสดีครับคุณริก้า เชิญด้านในครับ” เควิ่นกล่าวต้อนรับผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มมุมปาก สีหน้าและแววตายังดูเป็นกังวล
“คุณเควิ่น ยายน้ำเป็นไงบ้างคะ....” ริก้าถามถึงอาการเพื่อนสาว ด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวรีบเดินไปดูร่างงามที่ยังคงนอนหลับปุ๋ยอย่างไม่รู้สึกตัว เพราะฤทธิ์ยา
“เอ่อ...ดีขึ้นแล้วครับ แต่นี่คงหลับเพราะฤทธิ์ยานะครับ เธออ่อนเพลียมาก ร่างกายก็บอบช้ำนิดหน่อยครับ” เควิ่นตอบคนที่ได้ชื่อว่าเป็นนายหญิงแห่งแกรนด์เดร์สันไปตามตรง
“ฉันเตือนแกแล้วว่ามีข่าวไม่ค่อยดี ทำไมถึงพลาดวะ...” อาลัล พูดกับเพื่อนรักของเขา ด้วยความเป็นห่วง
“มันเร็วกว่าเราเก้าหนึ่งนะสิ...” เควิ่นตอบเพื่อนรักของเขาไป แต่สายตาคมเข้มก็แข็งกร้าวมองออกไปนอกหน้าต่างนั้น
“เออ...มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะเว้ย จะจัดการพวกมันวันไหน ให้บอกมา..งานนี้ฉันลงมือช่วยแกเอง ฉันเข้าใจ ใครที่เห็นคนรักตัวเองเจ็บปวด หัวใจคนนั้นมันยิ่งเจ็บเป็นร้อยเท่าพันเท่า...” อาลัลพูดไปตบบ่าหนาของเพื่อนชายไปพรางๆ ...
“แหม....เข้าใจความรักดีจริงเชียวนะครับ ไอ้คุณเพื่อน” เควิ่นแกล้งเย้าเจ้านายของตัวเอง สายตาคมเข้มมองหน้ากันแล้วอมยิ้มกันทั้งคู่
“คุยอะไรกันค่ะหนุ่มๆ ...” เสียงริก้า ดังมาจากข้างในห้องหล่อนเดินมายังระเบียงที่ชายหนุ่มทั้งสอง ยืนอยู่
“ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ เมียจ๋า..คุยกันตามประสาหนุ่มๆ นะ” อาลัล รีบเข้าไปสวมกวดเมียจ๋าของเขา เกรงว่าหล่อนจะต่อว่าเขา
“ก็ดีแล้วคะ...หากคุยเรื่องสาวๆ มีหวัง..นอนนอกห้องนะคะ” ริก้าเงยหน้ามองสามีตัวเองแล้วส่งสายตาดุไปยังอาลัล
“ริก้าจะมาบอกว่า...คนป่วยตื่นแล้วคะ...” ยังไม่ทันที่ริก้าจะพูดจบประโยค ร่างหนาของเพื่อนสามีหล่อนก็ก้าวพรวดเข้าไปในห้องทันที หล่อนมองหน้ากับอาลัล อมยิ้มกันสองคนแล้วส่ายหน้าไปมาพร้อมกัน
“น้ำ..ตื่นแล้วเหรอ..เป็นไงบ้าง...รู้สึกดีขึ้นหรือยังครับ” คำถามมากมายมาจากปากชายหนุ่ม เควิ่นรีบเข้าไปประคองหญิงสาวทันที ที่หล่อนชันตัวเพื่อลุกขึ้นนั่ง
“เอ่อ...น้ำไม่เป็นอะไรมากหรอกคะ..แค่เพลียๆ เอง” น้ำใส ตอบชายหนุ่มไปตามความจริง หล่อนค่อยยังชั่วแล้ว ไม่ได้เป็นอะไรมากขนาดนั้น เขาทำเหมือนหล่อนเจ็บอย่างสาหัสอย่างนั้นแหละ หญิงสาวนึกในใจ
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้วยายน้ำ...แกนะเลิกสืบเรื่องนู้นเรื่องนี้ได้แล้ว อันตรายเห็นไหม” ริก้า รีบบอกเพื่อนสาวของเธอด้วยความเป็นห่วง
“รู้แล้วจ้า..คุณแม่” น้ำใสแกล้งเย้าเพื่อนของเธอเล่นเช่นกัน ซึ่งเควิ่น และอาลัล ก็ปล่อยให้ทั้งสองสาวพูดคุยกันในแบบประสาผู้หญิงๆ พวกเขาออกไปนั่งคุยธุระกันอยู่นอกระเบียง
***************************
หลังจากที่เควิ่นลงไปส่ง คุณอาลัลและคุณริก้ากลับไปแล้ว ชายหนุ่มก็แวะซื้อข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของเขาเองที่ร้านค้าขนาดย่อมในโรงพยาบาลแห่งนี้ เขาซื้อเสื้อผ้า และกางเกงสามส่วนสำหรับผู้ชายสองสามชุด โดยไม่ลืมซื้อชุดเดรสสวยหวานให้กับยายห้าวของเขาไว้เปลี่ยน ตอนกลับบ้าน
เควิ่นเปิดประตูห้องโดยที่ไม่ได้เคาะเรียกก่อนเพราะเขาเห็นว่าหล่อนก็คงจะไม่ได้ทำอะไรนอกจากนอนอยู่บนเตียงนั้น แต่ภาพที่เขาเห็นเป็นภาพของชายหนุ่มใบหน้าไทย หัวหน้างานของน้ำใสที่คอยประคองหญิงสาวเพื่อจะพาหล่อนไปที่ไหนสักแห่งหนึ่ง เขารีบวางของลงยังโซฟาแล้ววิ่งเข้าไปแทนที่ตำแหน่งชายหนุ่มคนนั้นทันที
“จะไปไหนจ๊ะน้ำ..ทำไมไม่บอกผม ไปรบกวน สารวัตรวินไทยทำไมกัน” เควิ่นพูดไปก็มองใบหน้าคมของสารวัตรวินไทยไป
น้ำใสได้แต่ยืนงงๆ ทำอะไรไม่ถูก หล่อนเงยหน้ามองร่างหนาที่รีบเข้ามาประคองหล่อนแทนสารวัตรวินไทย เขาแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่ากันท่าหล่อนกับพี่วินขนาดไหน
“เอ่อ...น้ำขอให้พี่วิน พาไปยังห้องน้ำน่ะคะ น้ำปวดฉิ๊งฉ่อง” หญิงสาวรีบบอกเควิ่นไปตามตรง ก็หล่อนรอเขาตั้งนานแล้วนี่ เขาไม่ขึ้นมาสักที บังเอิญพี่วิน มาเยี่ยมหล่อนก็เลยขอให้เขาช่วย น้ำใสนึกในใจ
“ครับ...ไม่เป็นไรหรอกครับ ไม่เป็นการรบกวนหรอก” วินไทยรีบตอบไป หลังจากที่ใบหน้าคมของเขาเจื่อนลง เมื่อตอนที่เควิ่นเข้ามา
“อ๋อครับนั้นและครับ...เชิญนั่งก่อนครับเดี๋ยวผมพาเธอเข้าห้องน้ำสักครู่” เควิ่นยังไม่วายกันท่าเขาอีก โดยรีบเชิญให้ชายหนุ่มนั่งรอ
“นี่คุณเค...ไม่ต้องเข้ามาข้างในด้วยก็ได้คะ..น้ำจะฉิ๊งฉ่องนะ..น่าเกลียด” หลังจากที่เควิ่นปิดประตูห้องน้ำ น้ำใสก็รีบสั่งให้เขาออกไปข้างนอกทันที
“เดี๋ยวที่รัก ล้มลงไปทำไงหละ ผมรออยู่นี่แหละ” เควิ่นยังคงดื้อดึงที่จะรออยู่ข้างในนี้ โดยรีบดันให้หญิงสาวไปนั่งชักโครก แล้วเขาก็หันหลังให้หล่อนทันที
พวงแก้มเนียนของน้ำใส ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อหล่อนเปิดประตูห้องออกมา แล้วเห็นสารวัตรวินไทยยืนอยู่ตรงระเบียงห้อง
“พี่วินคะ เชิญเข้ามาข้างในเถอะคะ...น้ำมีเรื่องจะพูดด้วย” หญิงสาวรีบตะโกนเรียกชื่อหัวหน้างานของหล่อน เพราะหล่อนเกรงใจเขา เขาอุตส่าห์มาเยี่ยมดูอาการหล่อน แต่เจ้าถิ่นนี่สิ แสดงอาการน่าหยิกนัก กันท่าซะไม่มีอะ....
“จ๊ะ...เป็นไงบ้างน้ำ ค่อยยังชั่วแล้วใช่ไหม พี่เป็นห่วงเรานะ คุณแม่พี่ฝากเยี่ยมด้วย” วินไทยพูดกับหญิงสาวไปพราง แล้วก็ลูบศีรษะหญิงสาวไปพราง สีหน้าและแววตาของเขาแสนจะอ่อนโยนและอบอุ่นจนหญิงสาวรู้สึกได้
น้ำใส เงยหน้ามองรุ่นพี่ของหล่อน แล้วยิ้มกว้าง ให้เขา โดยไม่วายเหลือบไปมองร่างหนาที่นั่งใบหน้าตูมอยู่ตรงโซฟานั้น สายตาที่ส่งมายังเธอกับพี่วินนั้น ดูกร้าวเล็กน้อย เฮ้อ..หล่อนหละหนักใจจริงๆ
**********************
“เป็นอะไรไปคะ...คุณเค เห็นเงียบอยู่นานแล้วนะค่ะ” น้ำใส เอ่ยถามชายหนุ่ม เมื่อเธอเห็นว่าเขานิ่งเงียบอยู่อย่างนี้นานแล้ว ตั้งแต่ที่พี่วิน กลับไปนี่ก็เกือบชั่วโมงแล้ว เขายังไม่ลุกขึ้นไปไหน แถมยังไม่พูดกับเธอเลยสักคำ เอาแต่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่นั้นแหละ
“เปล่านี่..” ประโยคสั้นๆ นั้นแหละที่น้ำใสรู้สึกว่ามันแปลก
“เปล่าอะไร..ก็เห็นอยู่ว่าเงียบ ตอบน้ำก็ตอบนิดเดียวเอง..โกรธน้ำเหรอ โกรธเรื่องอะไร” หญิงสาวอดรนทนไม่ไหวที่เขาเอาแต่เงียบ ไม่พอใจอะไรก็ไม่บอก
“ไม่ได้โกรธสักหน่อย ก็เห็นว่าคุยกับไอ้หมอนั่นเหนื่อย แล้วมาคุยกับผมอีก เดี๋ยวจะเหนื่อยไปกันใหญ่” ประโยคนั้นจากชายหนุ่มทำให้น้ำใส อมยิ้ม นี่คงจะหึงพี่วินหละซิ เมื่อหล่อนนึกดังนั้นก็แกล้งเย้าเขาอีก
“นี่คุยกันน้อยนะค่ะ ยังไม่หายคิดถึงเลย นี่ก็ว่าจะโทรไปคุยอีกสักหน่อย” น้ำเสียงของหญิงสาวสูงอย่างยียวนกวนประสาทเป็นที่สุด
“อ๋อ..งั้นเอามือถือมั๊ยหละเดี๋ยวผมเดินเอาไปให้” เควิ่นรีบตอบหญิงสาวไปทันควัน เขารู้สึกหมั่นไส้หล่อนเป็นที่สุด คุยกันนานสองนานแล้วยังไม่อิ่มอีก เขานั่งอยู่นี่ตั้งนาน ไม่มีใครคุยกับเขาสักคน ใบหน้าคมนึกดังนั้นก็ตึงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด.....
“ก็ดีนะค่ะ..หยิบให้น้ำหน่อยซิ” หญิงสาวก็แกล้งเย้าเขาอีก หล่อนนึกแล้วก็อมยิ้มนี่เขาเอาจริงหรือนี่คิดว่าหล่อนจะโทรจริงหรือไร ถึงเดินเอามือถือมาให้หล่อนแบบนี้
“เอ้า..นี่ไง เอาไปเลย” ชายหนุ่มยื่นมือถือให้หล่อนโดยที่ไม่มองใบหน้างามนั้น
“อุ้ย..หล่น..เก็บให้น้ำหน่อยสิคะ น้ำเก็บไม่ถนัด” น้ำใสแกล้งทำมือถือของหล่อนตกลงบนเตียงอีกฝั่งหนึ่ง ฝั่งที่มีสายน้ำเกลือ เพื่อให้ชายหนุ่มเอื้อมหยิบให้หล่อน
“หึ..มันน่านักนะ...อึบ!! ......ฟอดดดด!!!!” ในระหว่างที่ชายหนุ่มเอื้อมไปหยิบมือถือ แก้มสากของเขาก็ถูกจมูกโด่งจิ้มลิ้มของหญิงสาวกดลง แล้วสูดความหอมของมันเต็มปอด
“นะ..นี่..น้ำ..แกล้งผมเหรอนี่” ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้น ด้วยความตกใจ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าหล่อนหอมแก้มเขา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาไม่ต้องแกมบังคับ..หึ..ร้ายกาจนักนะยายห้าว..
“อื่อ..หึ....” หญิงสาวมองใบหน้าคมแล้วอมยิ้ม พร้อมกับไหวไหล่มนเล็กน้อย
“น้ำ,,,ร้ายกาจนักนะ นี่ถ้าไม่เห็นว่าป่วยอยู่ โดนดีแน่....งั้นมานี่เลย” ชายหนุ่ม แกล้งชี้ใบหน้างามอย่างหมายมาด พร้อมกับนั่งลงยังเตียงกว้าง แล้วมือหนาก็เอื้อมเข้าไปโอบกอดร่างบางทันที
“อุ้ย..อย่านะ คุณเค น้ำเจ็บอยู่นะคะ,,” น้ำใสส่งเสียงร้องห้ามชายหนุ่มเสียงหลง เมื่อร่างบางของหล่อนถูกดึงลอยละลิ่วไปนั่งอยู่บนตักแกร่งนั้น
“ฟอดดด...!!!! นี่แน่ะ...ฟอดดด..!!! นี่แน่ะ” ชายหนุ่มแกล้งหอมแก้มหญิงสาวนั้นสลับกันไปมาหมายจะทำโทษ
“อ้ายยย....นี่คุณ พอแล้วคะ...พอแล้ว....พะ....” ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบประโยค เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น ทั้งสองคนมองหน้ากัน แล้วรีบทำทุกอย่างให้เป็นปกติ เมื่อพยาบาลสาวเดินเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารแล้วก็ยาสองสามเม็ด
เควิ่นมองใบหน้างามแล้วส่งสายตาคมดุอย่างหมายมาด อย่างคาดโทษเอาไว้...หล่อนหลอกให้เขาโกรธ แล้วก็หึงหล่อนเป็นวักเป็นเวร หากหล่อนไม่ป่วยหละก้อ...มีหวัง...หึ.ชายหนุ่มนึกดังนั้น แววตาคมก็ไหวระริกขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด .>>>>>
ณ.....โรงแรมในเครือแกรนเดร์สัน กรุ๊ปเควิ่น เดินไปยังห้องอาหารที่นัดหมายกับครอบครัว"คาซิโอ" ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำสนิท ในแบบฉบับที่เขาชอบ เขานึกถึงยายห้าวของเขา นี่ถ้าหล่อนมาด้วยเขาจะเดินควงหล่อนไปอวดพ่อเขาสักหน่อย พ่อเขาจะต้องถูกใจลูกสะใภ้คนนี้แน่นนอน ผู้หญิงที่เก่ง คล่องแคล่ว และสวย เป็นสาวในฝันของพ่อเขาก็ว่าได้ ซึ่งยายห้าวของเขาก็สุดยอดในทุกๆ เรื่องอยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่เขาตื้อให้หล่อนมาไม่ได้ เขาตื้อเท่าไรหล่อนก็ไม่ยอมมา อ้างแต่ว่ามีธุระๆ โดยก่อนที่เขาจะมาที่นี่ หล่อนก็ขอให้เขาพาไปส่งที่คอนโดเธอเพื่อเตรียมตัวแล้วก็เผื่อเธอกลับมาก่อนที่เขาจะกลับ...เห้ออออ....หากคืนนี้ไม่นอนด้วยกันมีหวัง เขาเฉาตายแน่เลย.......เมื่อมาถึงที่นัดหมาย ในห้องอาหารนั้น เขาก็มองเห็น ชายวันกลางคนที่อยู่ในสูทสีดำเช่นเดียวกับเขา รูปร่างสูงโปร่งเหมือนเขา แล้วก็ใบหน้าละม้ายคล้ายเขา แต่ที่ไม่เหมือนก็คงเป็นสีผิวที่พ่อของเขาเป็นคนผิวขาว แต่เขานี่ผิวสีแทนเหมือนแม่เขา ผู้หญิงที่พ่อบอกกับเขาตลอดเวลาว่าเป็นผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด และไม่เคยลืมเลือนไปจากหัวใจ...... ชายหนุ่มนึกดังนั้นก็พาลอมยิ้ม ไม่เคยลืมเลือนก็จร
** “แมนด้า หรือแมนดาริน คาซิโอ” **เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ เควิ่นรัก เขาและหล่อนเรียนที่เดียวกันที่อเมริกา เราทั้งคู่เคยคบกันสักระยะหนึ่ง แต่ด้วยความที่บ้านหล่อนมีปัญหาด้านการเงิน หล่อนจึงต้องออกจากมหาลัยกลางคัน จากนั้นเธอก็หนีหน้าเขาไปเกือบแรมปี ทำให้เขาเสียใจจนไม่เป็นผู้เป็นคน อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็ถูกเรียกตัวให้กลับบ้าน เพื่อร่วมงานแต่งงานของพ่อของเขา ตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจเจ้าสาวของพ่อตัวเองเท่าไรนัก เพราะพ่อของเขาแต่งงานเป็นว่าเล่น รวมครั้งนั้นก็รอบที่สี่แล้ว .......ภาพวันนั้น...วันแต่งงานของพ่อเขา เขาจำไม่เคยลืม หญิงสาวที่ยืนควงแขนพ่อของเขา ในฐานะเจ้าสาวในงาน ก็คือ “แมนด้า หรือแมนดาริน เรนเดียร์” หญิงสาวที่เขาเฝ้าตามหาตลอดเกือบหนึ่งปี หญิงสาวที่ทำให้หัวใจเขาตายด้านจนมาเจอยายห้าวของเขา แมนด้า...เป็นหญิงสาวที่ทำให้เขาเข้าใจว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างจริงๆ หลังจากวันนั้น วันที่หล่อนเข้ามาเป็นแม่เลี้ยงของเขา เขาก็แทบจะไม่ค่อยได้กลับบ้านสักเท่าไรนัก โดยจะอยู่กับคุณอาลัล และคนในตระกูลแกรนด์เดร์สันมากกว่านับจากวันนั้น จนมาถึงวันนี้ก็ผ่านมาเกือบแปดปีแล้ว นับจากวันที่หล่อนจดทะเบียนกับพ่อของเขา แล
น้ำใส ตื่นขึ้นมา เพราะกลิ่นอาหารที่แสนจะหอมตลบอบอวนห้อง หล่อนมองนาฬิกาบนหัวเตียง 7.30 น. อื้อหือ..เขาตื่นเช้าจังเลย หญิงสาวนึกในใจ หล่อนค่อยๆ ก้าวเท้าเดินออกมาจากเตียงนอน เปิดประตูห้องนอนแล้วตรงไปยังห้องครัวทันที ภาพที่เห็น คือชายหนุ่มร่างบึกบึน ใส่เสื้อกล้าม คาดผ้ากันเปื้อน ผ้าขนหนูผืนบางคาดศีรษะไว้หญิงสาว หลุดขำออกมาเล็กน้อย ตั้งแต่ที่หล่อนอยู่กับเขามา วันนี้ถือว่าเขาจัดเต็มที่สุดเลย เป็นพ่อบ้านพ่อเรือนแบบสุดๆ เลยนะเนี้ยะ ขัดกับบุคลิกมากเลย ภาพลักษณ์ที่เป็นผู้ชายใบหน้าเฉยชา ไร้อารมณ์หายวับไปในพริบตา หล่อนยืนมองชายหนุ่มทำอาหารอย่างมีความสุข จนอยากที่จะทำบ้าง แต่กลัวว่ามันจะไม่ง่ายเหมือนที่เขาทำนะสิ ดูซิคล่องแคล่วไปซะหมดเควิ่น กำลังง่วนอยู่กับการปรุงอาหารตรงหน้าโดยไม่รู้เลยว่า มีหญิงสาวแอบมายืนอยู่ด้านหลังเขาตั้งแต่เมื่อไร เขานึกอยู่อย่างเดียวแหละว่า เขาต้องทำอาหารดีๆ มีประโยชน์ให้กับที่รักของเขา เพราะตั้งแต่หล่อนอยู่โรงพยาบาลหล่อนทานแต่ข้าวต้มปลา อาหารอ่อนๆ ทั้งนั้น วันนี้เขาจะทำสปาเก็ตตี้ สูตรมิสเตอร์เค ให้หล่อนทาน...รับรองว่าหล่อนต้องติดใจในรสชาดของมันแน่นอน ชายหนุ่มทำไปอมยิ้มไป
แอ๊ด.....!!!!! .มือหนาของชายหนุ่มกุมอยู่ที่ลูกบิดประตูห้องพิเศษของโรงพยาบาลเอกชน แห่งหนึ่ง เควิ่นค่อยๆ ปิดมันอย่างเบามือที่สุด สายตาก็หันไปมองร่างอรชรของหญิงสาวที่นอนหลับเพราะฤทธิ์ของยา ชายหนุ่มค่อยๆ เดินมาใกล้เตียงนอน ดวงตาคู่สวยที่ปิดสนิทและลมหายใจที่ผ่อนเข้า-ออกอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกถึงว่าเจ้าหล่อนคงยังไม่ตื่นง่าย ดวงตาเข้มจ้องมองใบหน้าเรียวงามนั้น แววตาอ่อนโยน เขารู้สึกสงสารหล่อน เขาเคยเตือนหล่อนแล้วว่างานเนี้ยมันไม่เหมาะกับผู้หญิง มันอันตรายสารพัด แล้วนี่ต้องมาเจ็บตัวอีก นอนให้น้ำเกลือเลยเห็นไหม..เฮ้ออ....ดื้อจริงอะไรจริงนะเนี้ยนิ้วเรียวยาวค่อยๆ เกลี่ยผมของหญิงสาวที่มันปกใบหน้าสวยนั้นขึ้นทัดใบหู ชายหนุ่มเกลี่ยนิ้วเบาๆ แถวแก้มใสนั้น เรียวปากบางที่เขากำลังสัมผัสนี้มันมีรอยแตกแถวมุมปาก ...นี่มันทำร้ายยายห้าวของฉันด้วยหรือนี่ ....หน้าตัวเมียจริงๆ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ยังทำได้ นี่ถ้าหากพวกเขาไปช่วยไม่ทัน มีหวังร่างบางของหล่อน เนื้อตัวของหล่อนคงเละไม่มีชิ้นดี...หึ...ฉันเจอแกวันไหน ฉันจะเป่ากะบาลแกเอง..ไอ้เลวทั้งหลายก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ....เสียงเคาะประตูห้อง ทำให้เควิ่นละสายตาจากร่างบาง มองไปยั
แสงแดดที่ลอดส่องผ่านพัดลมระบายอากาศขนาดยักษ์จากหลังคาของโกดังร้าง มันส่องกระทบใบหน้าสวยของหญิงสาวที่เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ หล่อนค่อยๆ หรี่ดวงตาคู่สวยของหล่อน เธอรู้สึกแสบตาเล็กน้อยหลังจากวันหยุดพักผ่อนยาวของ น้ำใสจบลง เธอถูกเรียกตัวเข้าไปที่กรมฯ อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ คนในองค์กรของเธอถูกระดมเพิ่มอีกเป็นเท่าตัวจากครั้งที่แล้ว ในระหว่างที่หล่อนจอดรถแวะที่ปั๊มน้ำมันก่อนเข้าตัวเมืองกรุงเทพฯ หญิงสาวเติมน้ำมันและทำธุระส่วนตัว หล่อนก็นึกถึงคนตัวโตที่กลับไปก่อนหล่อนเมื่อตอนเช้า เพราะคุณอาลัล มีงานที่สั่งการด่วนเหมือนกัน.. เขาอ้างว่าอย่างนั้นนะ...!!! .ครืดๆ ๆ ๆ ครืดๆ ๆ ๆ หญิงสาวก้มมองกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่หล่อนสวมใส่ เสียงมือถือเครื่องน้อยที่อยู่ในนั้นมันสั่นไปมาอยู่สามสี่ครั้ง บ่งบอกถึงมีสายเรียกเข้า.“.....แหม ๆ ๆ พอนึกถึงก็โทรมาเลยนะ....” น้ำใส เปรยออกมาเบาๆ เมื่อหล่อนหยิบเจ้าเครื่องน้อยนั้นขึ้นมาดู โดยไม่ลืมอมยิ้มกับชื่อคนที่ปรากฏบนหน้าจอนั้น“ฮัลโหล...ว่าไงค่ะที่รัก” หญิงสาวแสร้งกรอกเสียงหวานๆ ใส่คนปลายสาย เมื่อหล่อนกดรับสายนั้นทันที เสียงนั้นทำเอาชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าระเบียงนั้น ยิ้มกว้
หลังจากวันหยุดพักผ่อนยาวของ น้ำใสจบลง เธอถูกเรียกตัวเข้าไปที่กรมฯ อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ คนในองค์กรของเธอถูกระดมเพิ่มอีกเป็นเท่าตัวจากครั้งที่แล้ว ในระหว่างที่หล่อนจอดรถแวะที่ปั๊มน้ำมันก่อนเข้าตัวเมืองกรุงเทพฯ หญิงสาวเติมน้ำมันและทำธุระส่วนตัว หล่อนก็นึกถึงคนตัวโตที่กลับไปก่อนหล่อนเมื่อตอนเช้า เพราะคุณอาลัล มีงานที่สั่งการด่วนเหมือนกัน.. เขาอ้างว่าอย่างนั้นนะ...!!! .ครืดๆ ๆ ๆ ครืดๆ ๆ ๆ หญิงสาวก้มมองกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่หล่อนสวมใส่ เสียงมือถือเครื่องน้อยที่อยู่ในนั้นมันสั่นไปมาอยู่สามสี่ครั้ง บ่งบอกถึงมีสายเรียกเข้า.“.....แหม ๆ ๆ พอนึกถึงก็โทรมาเลยนะ....” น้ำใส เปรยออกมาเบาๆ เมื่อหล่อนหยิบเจ้าเครื่องน้อยนั้นขึ้นมาดู โดยไม่ลืมอมยิ้มกับชื่อคนที่ปรากฏบนหน้าจอนั้น“ฮัลโหล...ว่าไงค่ะที่รัก” หญิงสาวแสร้งกรอกเสียงหวานๆ ใส่คนปลายสาย เมื่อหล่อนกดรับสายนั้นทันที เสียงนั้นทำเอาชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าระเบียงนั้น ยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว“ครับที่รัก...ถึงไหนแล้ว มาถึงกรุงเทพฯ หรือยัง” เควิ่น พูดกับหญิงสาวโดยปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติมากที่สุด ทั้งๆ ที่ตอนนี้ เขาร้อนใจเป็นบ้าเลย กับข่าวที่เขาได้มานี้







