LOGINณ.....โรงแรมในเครือแกรนเดร์สัน กรุ๊ป
เควิ่น เดินไปยังห้องอาหารที่นัดหมายกับครอบครัว"คาซิโอ" ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำสนิท ในแบบฉบับที่เขาชอบ เขานึกถึงยายห้าวของเขา นี่ถ้าหล่อนมาด้วยเขาจะเดินควงหล่อนไปอวดพ่อเขาสักหน่อย พ่อเขาจะต้องถูกใจลูกสะใภ้คนนี้แน่นนอน ผู้หญิงที่เก่ง คล่องแคล่ว และสวย เป็นสาวในฝันของพ่อเขาก็ว่าได้ ซึ่งยายห้าวของเขาก็สุดยอดในทุกๆ เรื่องอยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่เขาตื้อให้หล่อนมาไม่ได้ เขาตื้อเท่าไรหล่อนก็ไม่ยอมมา อ้างแต่ว่ามีธุระๆ โดยก่อนที่เขาจะมาที่นี่ หล่อนก็ขอให้เขาพาไปส่งที่คอนโดเธอเพื่อเตรียมตัวแล้วก็เผื่อเธอกลับมาก่อนที่เขาจะกลับ...เห้ออออ....หากคืนนี้ไม่นอนด้วยกันมีหวัง เขาเฉาตายแน่เลย.......
เมื่อมาถึงที่นัดหมาย ในห้องอาหารนั้น เขาก็มองเห็น ชายวันกลางคนที่อยู่ในสูทสีดำเช่นเดียวกับเขา รูปร่างสูงโปร่งเหมือนเขา แล้วก็ใบหน้าละม้ายคล้ายเขา แต่ที่ไม่เหมือนก็คงเป็นสีผิวที่พ่อของเขาเป็นคนผิวขาว แต่เขานี่ผิวสีแทนเหมือนแม่เขา ผู้หญิงที่พ่อบอกกับเขาตลอดเวลาว่าเป็นผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด และไม่เคยลืมเลือนไปจากหัวใจ...... ชายหนุ่มนึกดังนั้นก็พาลอมยิ้ม ไม่เคยลืมเลือนก็จริงอยู่แต่นี่คงเป็นเพราะเหงาหล่ะมั๊ง ปาไปสี่คนแล้ว แล้วจะไหนนางเล็กนางน้อยอีกหละ หึ...ป๋านะป๋า.......
“แหม!!! ป๋าฮะนี่เมืองไทยนะฮะ น้อยๆ หน่อยเถอะฮะ” เควิ่นเอ่ยแซวพ่อของตัวเองที่ยิ้มกริ่มให้กับเด็กเสิร์ฟนั้น เขาทักทายพ่อของตัวเอง ด้วยสีหน้าและแววตาที่ยิ้มแย้ม
“เอ้าไอ้เสือของป๋า...มาๆ ” เมื่อชายวัยกลางคนหันมาก็ต้องยิ้มกว้างและอ้าแขนรับลูกชายตัวเองด้วยความคิดถึง ทั้งคู่กอดกันแน่น โดยการ์ดรอบข้างก็รับรู้ได้ว่าสองพ่อลูกผูกพันกันมากเพียงใด ทั้งหมดก็ยืนอมยิ้มในความน่ารัก สนิทสนมของทั้งสองคนนั้น
“แหมๆ ๆ ....รักกันจริงเชียวนะค่ะ...” น้ำเสียงหวานใสดังมาจากข้างหลังของเควิ่น ชายหนุ่มไม่ต้องหันไปก็รู้ว่าเป็นใคร ก็คงไม่พ้น แมนด้า หรือแมนดาริน คาซิโอทั้งสองพ่อลูกหยุดชะงักเล็กน้อย แต่ก็ยังกระชับอ้อมกอดกันแน่นอยู่ เควิ่นค่อยๆ คลายอ้อมกอดออก แล้วหันไปยังต้นเสียงนั้น ภาพที่เห็นคือหญิงสาวในชุดราตรีสีดำแหวกหน้าแหวกหลัง โชว์นู่นโชว์นี่ เขาหันไปยิ้มให้นางเล็กน้อยแล้วก็ไม่ได้สนใจอะไร และเขาก็หันไปเสวนากับพ่อเขาต่อ อย่างสนุกสนานอารมณ์ดี
****************************
ทางด้านน้ำใส หล่อนแต่งตัวในชุดเดรสเกาะอกสีฟ้าใส ผมสลวยของเธอถูกมวยขึ้นไปจัดให้เป็นทรงเล็กน้อย เผยลำคอระหงส์ รองเท้าส้นสูงสีเงินระยิบระยับ หล่อนเดินลงมายังชั้นล่าง เพื่อมาหาคนที่นั่งรอหล่อนตรงร๊อบบี้นั้น เธอยิ้มให้กับชายหนุ่มใบหน้าหล่อแบบไทยๆ คนเดิมคนที่ชอบคอยมารอรับเธอในทุกๆ งานที่บ้านของเขาจัด ไม่ว่าจะเป็นวันเกิดคุณแม่ วันเกิดคุณพ่อ ทำบุญบ้าน หรือเนื่องในงานสำคัญๆ ของที่บ้านเขา พี่วินจะต้องมารอรับหล่อนทุกครั้ง สงสัยกลัวว่าหล่อนจะเบี้ยวนัดหรืออย่างไรกัน
“โอโห...วันนี้นางเอกของพี่สวยใช่ย่อยนะเนี้ย” คำแรกที่ชายหนุ่มทักทาย เล่นทำเอาน้ำใสแก้มแดงขึ้นมา
“สวยอะไรค่ะ..นี่น้ำคิดว่ามันธรรมด๊า ธรรมดาค่ะ” น้ำใสโต้ตอบชายหนุ่มไปแบบน้ำเสียงยียวนไม่แพ้กัน โดยทำไม้ทำมือแบบไม่ยี่ระเท่าไร ชายหนุ่มที่ว่ามานี้เบะปากเล็กน้อย พร้อมกับเดินมายังหล่อน แล้วใช้ฝ่ามือหนาโยกศีรษะหล่อนไปมาเบาๆ
“แหม!!! เอาแต่พองามเถอะน้อง” วินไทยแกล้งโยกหัวหญิงสาวไปมา ในใจเขารู้สึกอย่างที่เขาพูดไปจริงๆ หล่อนดูสวย แล้วก็มีเสน่ห์มากในสายตาเขา หัวใจเขาที่เขาห่อเหี่ยวก่อนหน้านี้ พอได้คุยได้เจอหน้าหล่อน เขาก็รู้สึกดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
“ไปกันเถอะ...ที่บ้านคงพาคุณแม่ไปรอแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยปากชวนหญิงสาว โดยเดินนำหล่อนไปที่รถยนต์คันหรูนั้น
“แวะหาของขวัญก่อนนะคะพี่วิน...น้ำยังไม่ได้ซื้ออะไรให้คุณป้าเลย” หญิงสาวบอกชายหนุ่มไปตามตรง เพราะทุกปีของขวัญหล่อนจะเตรียมให้ท่านไม่ขาด เพราะบ้านพี่วินกับหล่อนก็รู้จักกันมานานๆ พอกับที่หล่อนรู้จักพี่วิน แหละ นี่ก็หลายปีอยู่ ครอบครัวพี่วินดีกับหล่อนมาก อยากให้เราสองคนลงเอยกันเสียที แต่หล่อนก็ปฏิเสธมาตลอด จะให้หล่อนลงเอยกับพี่วินได้ยังไงกัน หล่อนไม่ได้รักพี่วิน..... คนที่หล่อนรัก คือคนที่ทำให้หัวใจหล่อนว้าวุ่นอยู่ตอนนี้ ป่านนี้เขาจะนึกถึงหล่อนบ้างไมนะ....ดวงตาหวานมองออกไปนอกกระจกรถฯ แล้วคิดอะไรไปต่างๆ นาๆ .....
“เอ่อๆ วันนี้มาทานที่นี่หรือคะ...” น้ำใสรีบถามวินไทย แล้วหันมองสถานที่ๆ ชายหนุ่มพาหล่อนเลี้ยวรถเข้ามาจอดหน้าประตูโรงแรม
“ใช่จ๊ะ....พี่สาวพี่เขาดิวส์ กับที่นี่ไว้ อาหารอร่อย บริการดีมากๆ เลยนะ” วินไทยตอบไปตามตรงโดยไม่คิดอะไร แต่หารู้ไม่ตอนนี้ในใจของผู้หญิงที่เพิ่งก้าวลงรถฯ มานี่หล่อนรู้สึกหวาดๆ ชอบกล
“อ๋อ...ห้องไหนคะ...” น้ำใสโพล่งถามชายหนุ่มไป โดยหล่อนหวังว่า คงไม่เจอเขาที่โรงแรมนี้นะ เพราะโรงแรมในเครือแกรนด์เดร์สัน กรุป มีตั้งหลายแห่งในกรุงเทพฯ นี้
“อ๋อจ๊ะ..ห้องนี้มาเลย...” .....ติ่งต่อง...!! เมื่อสัญญาณเสียงของลิฟท์เปิดออก ชายหนุ่มก็เดินนำหญิงสาวไปยังห้องอาหารนั้นทันที น้ำใสรู้สึกโล่งอก ที่ห้องนี้ ดูเป็นห้องอาหารแบบกลางๆ ไม่ใช่ห้องVIP ไม่ยังนั้น หล่อนคงกินไป แล้วหวาดสันหลังไป ไม่ใช่ว่าหล่อนกลัวเขาขนาดนั้นหรอก หล่อนเกรงใจที่หล่อนไม่ได้บอกเขาตามตรงว่าธุระของหล่อนคืออะไร แล้วอีกอย่างหล่อนก็เลือกที่จะปฏิเสธเขา เพื่อมาทางบ้านพี่วินด้วย แต่นึกๆ ไปหล่อนจะไปสนใจอะไรหล่ะ ป่านนี้เขาอาจจะเริงร่าอยู่กับผู้หญิงคนนั้นก็ได้ หึ...แล้วหล่อนจะไปสนใจเขาทำไม
เมื่อน้ำใสกับวินไทยมาถึงหล่อนก็ทักทายทุกคน โดยไม่ลืมไปแฮปปี้เบิร์ดเดย์ มารดาของวินไทย ทุกคนในครอบครัวคุยกันอย่างสนุกสนาน และเป็นกันเองมาก โดยทั้งหมดเหมือนจะจงใจ ชงให้หญิงสาวและชายหนุ่มเป็นแฟนกันให้ได้ น้ำใสก็ยิ้มรับไปแบบเจื่อนๆ ...งานเลี้ยงเริ่มขึ้นมาสักระยะหนึ่ง หล่อนขอตัวออกมาเข้าห้องน้ำ หลังจากเสร็จธุระหล่อนก็เดินออกมาตามทางเดิน นั้น เพื่อกลับเข้าสู่ห้องอาหาร
“ปึ๊ก...!!!!! อุ้ย...ว้ายยย....” ร่างบางอุทานอย่างตกใจ เมื่อร่างอรชรของหล่อนชนเข้ากับร่างหนาของใครบางคน จนหล่อนเซเกือบจะหงายหลัง ในใจหล่อนนึกตำหนิตัวเอง ที่มัวแต่ดูมือถือโดยไม่ได้มองอะไร จนทำให้หล่อนเกือบเจ็บตัว....หญิงสาวหลับตาปี๋โดยอัตโนมัติ
“น้ำ...!!! มาทำอะไรที่นี่ .” เสียงทุ้มเข้มของชายหนุ่ม ทำเอาร่างบางต้องรีบลืมตา
“คะ..คะ.คุณ” ดวงตาหวานเบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่อใบหน้าหล่อที่หล่อนเห็นตอนนี้ เป็นใบหน้าของชายหนุ่มที่หล่อนภาวนามาตลอดว่าไม่อยากเจอ
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย สายตาคมจ้องมองใบหน้าหล่อนแบบไม่วางตา น้ำใสรีบยันหน้าอกแกร่ง เพื่อผละตัวเองออก แต่มันก็ไม่เป็นผล เขาก็ยิ่งรัดและรั้งให้หล่อนเข้าหาอกแกร่งมากยิ่งขึ้น
“คุณมาได้ยังไง มากับใคร ไหนว่าไปธุระไง แล้วนี่แต่งตัวอะไร.....” คำถามมากมายออกมาจากปากชายหนุ่ม เขาสงสัยว่าหล่อนมาทำอะไรที่นี่ไหนบอกว่ามีธุระไง นี่ถ้าบังเอิญเขาไม่ลงมาคุยโทรศัพท์สั่งงานลูกน้อง เขาก็ไม่ได้เจอหล่อนนะเนี๊ย ...หึ...ทีเขาชวนมากับเขาแล้วหล่อนปฏิเสธ
“เอ่อ..น้ำ...เอ่อ...น้ำมางานวันเกิดแม่พี่วินนะคะ...” หญิงสาวบอกไปตามตรง หล่อนไม่อยากโกหกเขา
“อ๋อ..ก็คงมากับไอ้สารวัตรหน้าด้านนั้นนะซิ” เควิ่นนึกโมโห ที่หล่อนมากับวินไทยแล้วไม่มากับตน
“นี่..คุณเควิ่น เรียกเขาให้ดีๆ หน่อยไม่ได้เหรอค่ะ” น้ำใสตำหนิคนตัวโต ที่ไร้มารยาทไปเรียกคนอื่นแบบนั้นได้อย่างไรกัน
“แล้วทำไม...ก็มันหน้าด้านจริงๆ นี่...ชอบมายุ่งกับเมียชาวบ้าน” น้ำเสียงที่เขาพูดใส่หน้าหล่อนตอนนี้ถึงมันจะไม่ดังมาก แต่ด้วยน้ำเสียงและกิริยาที่เค้นเสียงออกมานั้น ใครก็ดูรู้ว่าอารมณ์คนพูดมันครุกรุ่นประมาณไหน
“นี่คุณเค....” น้ำใสเอือมระอาที่จะต่อว่าเขา หากพูดตอนนี้ก็คงจะไม่รู้เรื่องหรอก
“อะไรน้ำ...ทำไมแค่นี้ต้องโกหกด้วย” ชายหนุ่มเริ่มฉุนมากยิ่งขึ้น ที่เจ้าหล่อนไม่ยอมพูดอะไร และก็ไม่ยอมให้เขาว่ามันอีก มันจะอะไรนักหนา ดวงตาคมตอนนี้มันแข็งกร้าวด้วยความโกรธ สันกรามขบกันแน่น มือหนาที่ตอนนี้มันอยากจะรัดหล่อนให้มากกว่านี้ อีก นี่ถ้าหากไม่ใช่ที่สารธารณะหล่ะก้อ...หึ...
“น้ำโกหกอะไร....ใครกันแน่ที่โกหก ใครกันแน่ที่ไม่ยอมบอกความจริง” หญิงสาวตะโกนใส่หน้าชายหนุ่มบ้าง หล่อนก็โมโหเขาเหมือนกันเรื่องผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงในรูป ผู้หญิงที่ใช้นามสกุลเดียวกัน หญิงสาวนึกดังนั้น สายตาคมก็จ้องมองใบหน้าหล่ออย่างไม่วางตาเช่นกัน
“ผมโกหกคุณเรื่องอะไร แล้วปิดบังอะไรคุณ” ชายหนุ่มไม่ได้ตะโกนตอบ แต่เขากลับพูดกับหญิงสาวปกติ แต่แววตาฉงนขึ้นมา
“ก็เรื่องผู้หญิงสวยๆ คนนั้นไง เขาเป็นใครกันภรรยาคุณใช่ไหมเล่า” น้ำใสตะโกนใสหน้าเขาไปอีก แต่น้ำเสียงที่พูดตอนนี้มันเริ่มสั่นเครือ จนเขาน่าจะรับรู้ได้
“น้ำ..ฟังผมนะ,,” เควิ่นเพิ่งถึงบางอ้อ ที่หล่อนเปลี่ยนไปตั้งแต่ที่อยู่ที่ห้องก็คงเป็นเรื่องนี้ ที่หล่อนไม่ยอมมากับเขาก็คงเป็นเรื่องนี้อีก ชายหนุ่มค่อยๆ ประคองดวงหน้างาม ซึ่งตอนนี้ มันเริ่มมีน้ำใสๆ ปริ่มออกมาเล็กน้อย นิ้วแกร่งยกขึ้นปาดตรงใต้ขอบตาเบาๆ
“น้ำ..ผู้หญิงคนนั้นคือแม่เลี้ยงผมเอง เขาใช้นามสกุลเดียวกับผม เพราะจดทะเบียนกับพ่อผม..” น้ำเสียงของชายหนุ่มดูอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด เขาแพ้น้ำตาของหล่อน นี่หากไม่อัดอั้นจริงๆ น้ำตาหล่อนคงไม่ออกมาง่ายๆ แบบนี้
“โกหก...ทำไมเขาถึงจูบกับคุณด้วย” น้ำใสตะโกนต่อว่าเขาอีก
“จูบที่ไหน น้ำก็เห็น ผมกับหล่อนนั่งไกลกันจะตาย..” เควิ่นพยายามอธิบาย ก็เขาไม่ได้จูบกับแมนด้าสักหน่อย คุยยังไม่อยากคุยเลย
“ก็รูปบนห้องคุณนะสิ...,มันฟ้องว่าพวกคุณจูบกัน.” หญิงสาวยังคงต่อว่าเขาไม่ขาดปาก ตอนนี้บรรดาน้ำอุ่นๆ ที่มันแค่เอ่อ มันไหลล้นจนแก้มสวยของหล่อนเปียกชุ่มไปหมด
“น้ำ...ฟังผมนะ...ผมไม่แน่ใจว่ามันคือรูปสมัยไหน เดี๋ยวมีเวลาผมจะเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง แต่ผมจะบอกคุณว่า รูปนั้นมันเป็นอดีตไปนานแล้ว และปัจจุบันนี้..ผู้หญิงที่ผมอยากจูบด้วยคือผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงที่ยืนร้องไห้ต่อหน้าผมนี้คนเดียว” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า เขาประคองดวงหน้าหวานให้เงยหน้ามองเขา ฝ่ามือหนาตะกองใบหน้างามไว้ แล้วก็ค่อยๆ กดจุมพิตซับน้ำตาให้หล่อนอย่างแผ่วเบาทั้งสองข้าง.....
“เชื่อผมนะน้ำ....ตอนนี้ในหัวใจผมมีแต่คุณคนเดียว...ผมรักคุณนะ...ที่รัก” หลังจากที่เขาพูดจบ ชายหนุ่มก็ค่อยๆ รั้งร่างบางเข้าหาร่างหนาของเขาแล้วโอบกอดหล่อน โดยส่งผ่านความรัก ความรู้สึกทั้งหมดไปยังร่างอรชรนี้.....
“ไม่รู้แหละ...ทำไมไม่บอกน้ำตอนแรก ทำให้น้ำคิดมาก....น้ำโกรธ...” น้ำใส ไม่ยอมดีกับเขาง่ายๆ หรอก ผู้ชายอะไร ทำให้หล่อนเสียใจอยู่ร่ำไป ปากนี่อมอะไรอยู่ไม่รู้ ไม่ยอมพูด ไม่ยอมบอก...หึ
“โถ่....ที่รัก..หายโกรธเถอะนะ” เควิ่นตะโกนไล่หลังเนียนของหญิงสาว ก็หล่อนเล่นพูดทิ้งท้ายแบบนี้ เขาก็ร้อนลุ่มหัวใจแยะสิ หล่อนโกรธเขาจริงๆ เหรอเนี๊ยะ...เฮ้ออออ....ไอ้เคนะไอ้เค รนหาเรื่องแท้ๆ >>>>>
ณ.....โรงแรมในเครือแกรนเดร์สัน กรุ๊ปเควิ่น เดินไปยังห้องอาหารที่นัดหมายกับครอบครัว"คาซิโอ" ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำสนิท ในแบบฉบับที่เขาชอบ เขานึกถึงยายห้าวของเขา นี่ถ้าหล่อนมาด้วยเขาจะเดินควงหล่อนไปอวดพ่อเขาสักหน่อย พ่อเขาจะต้องถูกใจลูกสะใภ้คนนี้แน่นนอน ผู้หญิงที่เก่ง คล่องแคล่ว และสวย เป็นสาวในฝันของพ่อเขาก็ว่าได้ ซึ่งยายห้าวของเขาก็สุดยอดในทุกๆ เรื่องอยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่เขาตื้อให้หล่อนมาไม่ได้ เขาตื้อเท่าไรหล่อนก็ไม่ยอมมา อ้างแต่ว่ามีธุระๆ โดยก่อนที่เขาจะมาที่นี่ หล่อนก็ขอให้เขาพาไปส่งที่คอนโดเธอเพื่อเตรียมตัวแล้วก็เผื่อเธอกลับมาก่อนที่เขาจะกลับ...เห้ออออ....หากคืนนี้ไม่นอนด้วยกันมีหวัง เขาเฉาตายแน่เลย.......เมื่อมาถึงที่นัดหมาย ในห้องอาหารนั้น เขาก็มองเห็น ชายวันกลางคนที่อยู่ในสูทสีดำเช่นเดียวกับเขา รูปร่างสูงโปร่งเหมือนเขา แล้วก็ใบหน้าละม้ายคล้ายเขา แต่ที่ไม่เหมือนก็คงเป็นสีผิวที่พ่อของเขาเป็นคนผิวขาว แต่เขานี่ผิวสีแทนเหมือนแม่เขา ผู้หญิงที่พ่อบอกกับเขาตลอดเวลาว่าเป็นผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด และไม่เคยลืมเลือนไปจากหัวใจ...... ชายหนุ่มนึกดังนั้นก็พาลอมยิ้ม ไม่เคยลืมเลือนก็จร
** “แมนด้า หรือแมนดาริน คาซิโอ” **เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ เควิ่นรัก เขาและหล่อนเรียนที่เดียวกันที่อเมริกา เราทั้งคู่เคยคบกันสักระยะหนึ่ง แต่ด้วยความที่บ้านหล่อนมีปัญหาด้านการเงิน หล่อนจึงต้องออกจากมหาลัยกลางคัน จากนั้นเธอก็หนีหน้าเขาไปเกือบแรมปี ทำให้เขาเสียใจจนไม่เป็นผู้เป็นคน อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็ถูกเรียกตัวให้กลับบ้าน เพื่อร่วมงานแต่งงานของพ่อของเขา ตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจเจ้าสาวของพ่อตัวเองเท่าไรนัก เพราะพ่อของเขาแต่งงานเป็นว่าเล่น รวมครั้งนั้นก็รอบที่สี่แล้ว .......ภาพวันนั้น...วันแต่งงานของพ่อเขา เขาจำไม่เคยลืม หญิงสาวที่ยืนควงแขนพ่อของเขา ในฐานะเจ้าสาวในงาน ก็คือ “แมนด้า หรือแมนดาริน เรนเดียร์” หญิงสาวที่เขาเฝ้าตามหาตลอดเกือบหนึ่งปี หญิงสาวที่ทำให้หัวใจเขาตายด้านจนมาเจอยายห้าวของเขา แมนด้า...เป็นหญิงสาวที่ทำให้เขาเข้าใจว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างจริงๆ หลังจากวันนั้น วันที่หล่อนเข้ามาเป็นแม่เลี้ยงของเขา เขาก็แทบจะไม่ค่อยได้กลับบ้านสักเท่าไรนัก โดยจะอยู่กับคุณอาลัล และคนในตระกูลแกรนด์เดร์สันมากกว่านับจากวันนั้น จนมาถึงวันนี้ก็ผ่านมาเกือบแปดปีแล้ว นับจากวันที่หล่อนจดทะเบียนกับพ่อของเขา แล
น้ำใส ตื่นขึ้นมา เพราะกลิ่นอาหารที่แสนจะหอมตลบอบอวนห้อง หล่อนมองนาฬิกาบนหัวเตียง 7.30 น. อื้อหือ..เขาตื่นเช้าจังเลย หญิงสาวนึกในใจ หล่อนค่อยๆ ก้าวเท้าเดินออกมาจากเตียงนอน เปิดประตูห้องนอนแล้วตรงไปยังห้องครัวทันที ภาพที่เห็น คือชายหนุ่มร่างบึกบึน ใส่เสื้อกล้าม คาดผ้ากันเปื้อน ผ้าขนหนูผืนบางคาดศีรษะไว้หญิงสาว หลุดขำออกมาเล็กน้อย ตั้งแต่ที่หล่อนอยู่กับเขามา วันนี้ถือว่าเขาจัดเต็มที่สุดเลย เป็นพ่อบ้านพ่อเรือนแบบสุดๆ เลยนะเนี้ยะ ขัดกับบุคลิกมากเลย ภาพลักษณ์ที่เป็นผู้ชายใบหน้าเฉยชา ไร้อารมณ์หายวับไปในพริบตา หล่อนยืนมองชายหนุ่มทำอาหารอย่างมีความสุข จนอยากที่จะทำบ้าง แต่กลัวว่ามันจะไม่ง่ายเหมือนที่เขาทำนะสิ ดูซิคล่องแคล่วไปซะหมดเควิ่น กำลังง่วนอยู่กับการปรุงอาหารตรงหน้าโดยไม่รู้เลยว่า มีหญิงสาวแอบมายืนอยู่ด้านหลังเขาตั้งแต่เมื่อไร เขานึกอยู่อย่างเดียวแหละว่า เขาต้องทำอาหารดีๆ มีประโยชน์ให้กับที่รักของเขา เพราะตั้งแต่หล่อนอยู่โรงพยาบาลหล่อนทานแต่ข้าวต้มปลา อาหารอ่อนๆ ทั้งนั้น วันนี้เขาจะทำสปาเก็ตตี้ สูตรมิสเตอร์เค ให้หล่อนทาน...รับรองว่าหล่อนต้องติดใจในรสชาดของมันแน่นอน ชายหนุ่มทำไปอมยิ้มไป
แอ๊ด.....!!!!! .มือหนาของชายหนุ่มกุมอยู่ที่ลูกบิดประตูห้องพิเศษของโรงพยาบาลเอกชน แห่งหนึ่ง เควิ่นค่อยๆ ปิดมันอย่างเบามือที่สุด สายตาก็หันไปมองร่างอรชรของหญิงสาวที่นอนหลับเพราะฤทธิ์ของยา ชายหนุ่มค่อยๆ เดินมาใกล้เตียงนอน ดวงตาคู่สวยที่ปิดสนิทและลมหายใจที่ผ่อนเข้า-ออกอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกถึงว่าเจ้าหล่อนคงยังไม่ตื่นง่าย ดวงตาเข้มจ้องมองใบหน้าเรียวงามนั้น แววตาอ่อนโยน เขารู้สึกสงสารหล่อน เขาเคยเตือนหล่อนแล้วว่างานเนี้ยมันไม่เหมาะกับผู้หญิง มันอันตรายสารพัด แล้วนี่ต้องมาเจ็บตัวอีก นอนให้น้ำเกลือเลยเห็นไหม..เฮ้ออ....ดื้อจริงอะไรจริงนะเนี้ยนิ้วเรียวยาวค่อยๆ เกลี่ยผมของหญิงสาวที่มันปกใบหน้าสวยนั้นขึ้นทัดใบหู ชายหนุ่มเกลี่ยนิ้วเบาๆ แถวแก้มใสนั้น เรียวปากบางที่เขากำลังสัมผัสนี้มันมีรอยแตกแถวมุมปาก ...นี่มันทำร้ายยายห้าวของฉันด้วยหรือนี่ ....หน้าตัวเมียจริงๆ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ยังทำได้ นี่ถ้าหากพวกเขาไปช่วยไม่ทัน มีหวังร่างบางของหล่อน เนื้อตัวของหล่อนคงเละไม่มีชิ้นดี...หึ...ฉันเจอแกวันไหน ฉันจะเป่ากะบาลแกเอง..ไอ้เลวทั้งหลายก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ....เสียงเคาะประตูห้อง ทำให้เควิ่นละสายตาจากร่างบาง มองไปยั
แสงแดดที่ลอดส่องผ่านพัดลมระบายอากาศขนาดยักษ์จากหลังคาของโกดังร้าง มันส่องกระทบใบหน้าสวยของหญิงสาวที่เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ หล่อนค่อยๆ หรี่ดวงตาคู่สวยของหล่อน เธอรู้สึกแสบตาเล็กน้อยหลังจากวันหยุดพักผ่อนยาวของ น้ำใสจบลง เธอถูกเรียกตัวเข้าไปที่กรมฯ อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ คนในองค์กรของเธอถูกระดมเพิ่มอีกเป็นเท่าตัวจากครั้งที่แล้ว ในระหว่างที่หล่อนจอดรถแวะที่ปั๊มน้ำมันก่อนเข้าตัวเมืองกรุงเทพฯ หญิงสาวเติมน้ำมันและทำธุระส่วนตัว หล่อนก็นึกถึงคนตัวโตที่กลับไปก่อนหล่อนเมื่อตอนเช้า เพราะคุณอาลัล มีงานที่สั่งการด่วนเหมือนกัน.. เขาอ้างว่าอย่างนั้นนะ...!!! .ครืดๆ ๆ ๆ ครืดๆ ๆ ๆ หญิงสาวก้มมองกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่หล่อนสวมใส่ เสียงมือถือเครื่องน้อยที่อยู่ในนั้นมันสั่นไปมาอยู่สามสี่ครั้ง บ่งบอกถึงมีสายเรียกเข้า.“.....แหม ๆ ๆ พอนึกถึงก็โทรมาเลยนะ....” น้ำใส เปรยออกมาเบาๆ เมื่อหล่อนหยิบเจ้าเครื่องน้อยนั้นขึ้นมาดู โดยไม่ลืมอมยิ้มกับชื่อคนที่ปรากฏบนหน้าจอนั้น“ฮัลโหล...ว่าไงค่ะที่รัก” หญิงสาวแสร้งกรอกเสียงหวานๆ ใส่คนปลายสาย เมื่อหล่อนกดรับสายนั้นทันที เสียงนั้นทำเอาชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าระเบียงนั้น ยิ้มกว้
หลังจากวันหยุดพักผ่อนยาวของ น้ำใสจบลง เธอถูกเรียกตัวเข้าไปที่กรมฯ อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ คนในองค์กรของเธอถูกระดมเพิ่มอีกเป็นเท่าตัวจากครั้งที่แล้ว ในระหว่างที่หล่อนจอดรถแวะที่ปั๊มน้ำมันก่อนเข้าตัวเมืองกรุงเทพฯ หญิงสาวเติมน้ำมันและทำธุระส่วนตัว หล่อนก็นึกถึงคนตัวโตที่กลับไปก่อนหล่อนเมื่อตอนเช้า เพราะคุณอาลัล มีงานที่สั่งการด่วนเหมือนกัน.. เขาอ้างว่าอย่างนั้นนะ...!!! .ครืดๆ ๆ ๆ ครืดๆ ๆ ๆ หญิงสาวก้มมองกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่หล่อนสวมใส่ เสียงมือถือเครื่องน้อยที่อยู่ในนั้นมันสั่นไปมาอยู่สามสี่ครั้ง บ่งบอกถึงมีสายเรียกเข้า.“.....แหม ๆ ๆ พอนึกถึงก็โทรมาเลยนะ....” น้ำใส เปรยออกมาเบาๆ เมื่อหล่อนหยิบเจ้าเครื่องน้อยนั้นขึ้นมาดู โดยไม่ลืมอมยิ้มกับชื่อคนที่ปรากฏบนหน้าจอนั้น“ฮัลโหล...ว่าไงค่ะที่รัก” หญิงสาวแสร้งกรอกเสียงหวานๆ ใส่คนปลายสาย เมื่อหล่อนกดรับสายนั้นทันที เสียงนั้นทำเอาชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าระเบียงนั้น ยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว“ครับที่รัก...ถึงไหนแล้ว มาถึงกรุงเทพฯ หรือยัง” เควิ่น พูดกับหญิงสาวโดยปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติมากที่สุด ทั้งๆ ที่ตอนนี้ เขาร้อนใจเป็นบ้าเลย กับข่าวที่เขาได้มานี้







