LOGINแสงแดดที่ลอดส่องผ่านพัดลมระบายอากาศขนาดยักษ์จากหลังคาของโกดังร้าง มันส่องกระทบใบหน้าสวยของหญิงสาวที่เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ หล่อนค่อยๆ หรี่ดวงตาคู่สวยของหล่อน เธอรู้สึกแสบตาเล็กน้อย
หลังจากวันหยุดพักผ่อนยาวของ น้ำใสจบลง เธอถูกเรียกตัวเข้าไปที่กรมฯ อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ คนในองค์กรของเธอถูกระดมเพิ่มอีกเป็นเท่าตัวจากครั้งที่แล้ว ในระหว่างที่หล่อนจอดรถแวะที่ปั๊มน้ำมันก่อนเข้าตัวเมืองกรุงเทพฯ หญิงสาวเติมน้ำมันและทำธุระส่วนตัว หล่อนก็นึกถึงคนตัวโตที่กลับไปก่อนหล่อนเมื่อตอนเช้า เพราะคุณอาลัล มีงานที่สั่งการด่วนเหมือนกัน.. เขาอ้างว่าอย่างนั้นนะ...
!!! .ครืดๆ ๆ ๆ ครืดๆ ๆ ๆ หญิงสาวก้มมองกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่หล่อนสวมใส่ เสียงมือถือเครื่องน้อยที่อยู่ในนั้นมันสั่นไปมาอยู่สามสี่ครั้ง บ่งบอกถึงมีสายเรียกเข้า.
“.....แหม ๆ ๆ พอนึกถึงก็โทรมาเลยนะ....” น้ำใส เปรยออกมาเบาๆ เมื่อหล่อนหยิบเจ้าเครื่องน้อยนั้นขึ้นมาดู โดยไม่ลืมอมยิ้มกับชื่อคนที่ปรากฏบนหน้าจอนั้น
“ฮัลโหล...ว่าไงค่ะที่รัก” หญิงสาวแสร้งกรอกเสียงหวานๆ ใส่คนปลายสาย เมื่อหล่อนกดรับสายนั้นทันที เสียงนั้นทำเอาชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าระเบียงนั้น ยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ครับที่รัก...ถึงไหนแล้ว มาถึงกรุงเทพฯ หรือยัง” เควิ่น พูดกับหญิงสาวโดยปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติมากที่สุด ทั้งๆ ที่ตอนนี้ เขาร้อนใจเป็นบ้าเลย กับข่าวที่เขาได้มานี้ รู้สึกว่าเจ้าหล่อนจะตกเป็นเป้าหมายสำคัญของพวกมัน....
“ถึงบางเค็มแล้วค่ะ...อีกนิดก็จะถึงแล้ว ที่รักมีอะไรหรือเปล่าค่ะ...” น้ำใส ยังเจื้อยแจ้วเหมือนเดิม โดยหล่อนไม่รู้เลยว่า อันตรายจะมาถึงตัว
“ดีแล้วครับ มาเร็วๆ เลยนะ มาที่ผมก่อนได้ไหม แล้วผมจะพาไปกรมเองนะๆ ” ..เควิ่น อดที่จะเป็นห่วงหล่อนไม่ได้กับข่าวที่เขาได้มา จึงรีบจัดแจงให้หล่อนมาหาเขาก่อน จนหญิงสาวอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาเป็นอะไร
“เดี๋ยว....น้ำเข้าไปกรมก่อนไม่ได้เหรอค่ะ..แล้วค่อยไปหาคุณอ่ะ” น้ำเสียงหวานใสเมื่อกี้เปลี่ยนไปเป็นโทนปกติ โดยหล่อนไม่อยากจะเล่นกับชายหนุ่มแล้ว และรู้สึกเหมือนว่าเขาเหมือนมีเรื่องร้อนใจอะไรบางอย่าง
“ก็ผมคิดถึงที่รักนี่ อีกอย่างให้ผมไปรอรับ ไอ้สารวัตรบ้านั้นมันจะได้ไม่มายุ่งกับที่รักไง” เควิ่น รีบปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติทันที โดยอ้างไปเรื่อย เกิดมาไม่ค่อยได้โกหกใคร เขาไม่กล้าบอกหล่อนเรื่องข่าวที่เขาได้มา เกรงว่าหล่อนจะโพล่งไปจัดการมันก่อน รายนี้ยิ่งพลีพลามอยู่ด้วย บางทีหล่อนไม่ต้องรอทีมงานด้วยซ้ำ....
“ค่ะ..รู้แล้วคะว่าขึ้หึงม๊วก...งั้นเดี๋ยวเจอกันนะคะ....” น้ำใส ส่ายหน้ากับมือถือไปมา หล่อนเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงโทรจิกนัก ...หึ..รู้แล้วว่าหึง.... รู้แล้วว่ารัก.....ก็เขาเล่นบอกรักเธอสามเวลาหลังอาหาร อยู่ด้วยกันที่หัวหิน เขาก็จับหล่อนกินทุกวัน ส่วนเวลานั้นก็แล้วแต่ บางวันหล่อนนอนแค่ ไม่กี่ชั่วโมงเอง เนื้อตัวหล่อนนี้ช้ำไปหมด ทุกซอกทุกมุม ถูกชายหนุ่มตีตราจองเกือบหมด แต่ดีอย่างที่เขาไม่กล้าทำรอยเข้มมากนัก เพราะหล่อนปรามไว้ เกรงว่าถูกเรียกตัวด่วนแล้วเกิดต้องปลอมตัวเป็น สาวสวยเอ็กซ์ อึ๋มอีก หล่อนจะถูกลูกน้องล้อซะเปล่าๆ
“หยุดอย่าขยับ อยู่นิ่งๆ ทำตามที่บอกแล้วจะดีเอง” ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะเปิดประตูรถยนต์ฝั่งคนขับของหล่อน เสียงทุ้มเหี้ยมก็ดังมาจากด้านหลังหล่อน พร้อมกับวัตถุแข็งๆ จ่อแถวเอวคอดกิ่ว ทุกคนในลานจอดรถของปั๊มยังเดินกันพลุกพล่านอย่างปกติ แต่คนที่ไม่ปกติก็ไอ้บึ๊กที่มันมากอดคอหล่อนแล้วเอาอะไรบางอย่างมาจี้บังคับหล่อนให้เดินไปยังรถยนต์เก๋งของมัน...
“พวกนายเป็นใคร....จับฉันมาทำไม” ทันทีที่หล่อนถูกยัดใส่ในรถยนต์เก๋งคันหรู หญิงสาวก็รีบโพล่งถามชายฉกรรจ์สามคนที่จับหล่อนมานั้น มันมีวัตถุประสงค์อะไร...ชายรูปร่างกำยำสามคน อยู่ในชุดสูทสีดำคนหนึ่งทำหน้าที่ขับรถ อีกสองคนก็นั่งประกบหล่อนอยู่ที่เบาะนั่งหลังคนขับ หล่อนลอบมองเสี้ยวหน้าของพวกมัน รูปร่างหน้าตาเป็นชาวเอเชียเหมือนกับเราๆ แน่ แต่ผิวขาวสะอาดนี่สิ ไม่สัญชาติจีน ฮ่องกง หรือญี่ปุ่น แต่สำเนียงที่มันพูดไม่น่าจะใช่ญี่ปุ่น....
“ไม่ต้องพูดมากเดี๋ยวก็รู้เอง” ไอ้ผู้ชายที่เป็นคนพาตัวหล่อนมาพูดกับหล่อนขึ้น โดยปืนของมันยังบังคับหล่อนอยู่ในตำแหน่งเดิม
หญิงสาวไม่กลัวตายหรอก แต่ที่หล่อนกังวลก็คนปลายสายที่โทรมาเมื่อกี้นี้แหละ ถ้าเขารอนานเกิน หรือไปผิดเวลา งานนี้หล่ะยุ่งกันไปหมดแน่ เห็นได้จากวันที่หล่อนหนีเขากลับไปหัวหิน รายนั้นโทรจิกคุณอาลัล ,ริก้า แล้วก็คนอื่นๆ ในกรมฯ หล่อนยุ่งไปหมด หล่อนเกรงว่าจะทำให้ทุกคนเดือดร้อน อีกอย่างงานที่กรมฯ อีก หล่อนยังไม่ได้เข้าไปรายงานตัวเลย .....
น้ำใส แอบสังเกตเส้นทางที่มันพาหล่อนมา แต่หล่อนก็เห็นมันได้เพียงนิดเดียว ความมืดจากผ้าปิดตาก็มาปิดกั้นดวงตาคู่สวยนั้นทันที หล่อนถูกพวกมันใช้ผ้าปิดตาหล่อนเอาไว้ตลอดเส้นทาง ซึ่งหล่อนก็เดายากเหมือนกันว่ามันเป็นเส้นทางไหน แต่ที่รู้สึกได้ เหมือนมันลัดเลาะตามถนนนั้นมาเรื่อยๆ เพื่อไปยังเส้นทางหลัก...ซึ่งมันก็ใช้เวลานานพอสมควรถึงจะวิ่งตรงได้
ทางด้านเควิ่น เดินไปเดินมาอยู่แถวหน้าคฤหาสน์ แกรนด์เดร์สัน อย่างร้อนใจ เขาก้มมองนาฬิกาเกือบทุกสิบๆ นาที นี่หล่อนไปไหนของหล่อนนะ สั่งให้แวะมาที่นี่ก่อน แต่นี่จะสองทุ่มแล้วยังมาไม่ถึงเลย เขาโทรในตอนแรก มันก็ติดแต่ไม่มีคนรับสาย แต่เมื่อสองชั่วโมงมานี้ สัญญาณมันติดต่อไม่ได้เลย เธอไปไหนนะยายห้าว อย่าบอกว่าไปแวะที่กรมฯ ก่อน แต่ก็คุยกันรู้เรื่องแล้วนี่....เควิ่น นึกตำหนิหญิงสาวในใจ หากหล่อนเป็นเช่นนั้น แล้วเขาจะย้ำหล่อนไปทำไมกัน.....
กริ๊ง+++!!! เสียงโทรศัพท์ประจำคฤหาสน์แกรนด์เดร์สัน ดังขึ้น หญิงรับใช้ภายในบ้านวิ่งออกมาตามชายหนุ่มที่เดินไปเดินมาอยู่หน้าบ้านด้วยอาการร้อนรน
“คุณเควิ่นคะ โทรศัพท์ค่ะ จากกรมตำรวจคะ” สิ้นเสียงสาวคนใช้ คิ้วหนาก็ขมวดขึ้น อย่างฉงน เพราะร้อยวันพันปีไม่เคยมีใครโทรมาหาเขา แต่นี่ระบุขอสายเขา แล้วก็มาจากกรมฯ ด้วย อ๋อ หรือว่ายายห้าว...หึ...น่าดูแน่...ชายหนุ่มคิดดังนั้นก็รีบเดินไปสนทนาทันที ระหว่างทางเขาก็รู้สึกโล่งใจที่เป็นน้ำใส ...
“คุณเควิ่นคะ..ผู้กองน้ำอยู่หรือเปล่าคะ..” เสียงใสที่กรอกมายังเขา บ่งบอกถึงหญิงสาวที่เขานึกถึงนั้น ไม่อยู่ที่นั้น ชายหนุ่มคุยรายละเอียดไม่กี่ประโยค เขาก็บึ่งรถออกจากที่นั้นทันที โดยไม่ลืมสั่งคนในบ้านให้บอกคุณอาลัล ตามประโยคที่เขาพูดนั้นทุกประการ....
“เธออยู่ไหนนะน้ำใส....มันต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับเธอแน่ๆ” เควิ่น เปรยออกมาอย่างร้อนใจ หลังจากที่เขาวางสายจากเพื่อนตำรวจของเธอ เขาก็รู้ได้ทันทีเลยว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับน้ำใสเป็นแน่ หล่อนไม่เคยเบี้ยวงาน หล่อนรักงานนี้เป็นไหนๆ ยอมตายถวายหัวยังได้เลย... ถ้างั้นข่าวที่เขาได้รับรายงานมาก็เป็นเรื่องจริง มีเจ้าพ่อมาเก๊ากับนักการเมืองไทยมาตามจับตัวเจ้าหน้าที่ฯ ของไทย เรื่องที่ไปเปิดโปงพวกมัน ซึ่งทำให้มันเสียผลประโยชน์ และถูกไล่ออกจากองค์กรนั้นแล้ว โดยนักการเมืองไทยเป็นคนไปขอความช่วยเหลือ.......
“อย่าเป็นอะไรนะน้ำ ....ผมต้องหาตัวคุณให้เจอจงได้ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายไป” ชายหนุ่มเปรยออกมาเบาๆ ในรถ เขาเหยียบรถอย่างแรง เป้าหมายของเขาคือกรมตำรวจ ตอนนี้ในหัวใจเขาเหมือนถูกหลอมไปด้วยไฟ จนร่างกายของเขามันระอุไปหมด ความรัก ความห่วงใยหญิงสาวมันอยู่มีมากซะจน เขาลืมทุกอย่าง จากเดิมที่เขาเป็นคนมีสติรอบครอบ คอยเป็นที่ปรึกษาให้คุณอาลัล แต่ตอนนี้เรื่องของตนเองบ้าง เขาทำอะไรไม่ถูก .....
“สวัสดีค่ะคุณเควิ่น.....เชิญทางนี้ค่ะ...” เสียงเพื่อนร่วมงานของน้ำใส กล่าวทักทาย แล้วก็เดินนำชายหนุ่มไปยังห้องประชุมลับด้วยความรีบร้อนเช่นเดียวกัน เมื่อชายหนุ่มก้าวเท้าเข้าไปในห้อง ก็พบว่าสีหน้าทุกคนในนั้นไม่ค่อยสู้ดีนัก ความตรึงเครียดปกคลุมทั่วห้องไปหมด ยิ่งสารวัตรวินไทยด้วยแล้ว ร ายนั้นยังเดินไปเดินมาโดยใช้ความคิดอยู่เลย เมื่อชายหนุ่มไปถึงก็เริ่มคุยข้อมูลทุกอย่างทันที.....
ทางด้านน้ำใส ถูกน้ำตัวมายังโกดังร้างแห่งหนึ่งย่านชลบุรี หล่อนไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าหล่อนถูกนำตัวมายังที่นี้ได้ยังไง หล่อนจำได้ว่าหล่อนถูกพวกมันปิดตา แต่ที่หล่อนหมดสติไปนี่ตอนไหนไม่รู้......มารู้ตัวอีกที หล่อนก็นอนอยู่กับซากกล่องกระดาษลังขนาดใหญ่เก่าๆ หญิงสาวถูกมัดมือไขว้หลังไว้ แต่ผ้าปิดตานั้นมันถูกดึงออกไปตอนไหนไม่รู้ ........
หญิงสาวมองไปโดยรอบๆ รู้สึกว่ามันเหมือนโรงงานร้าง หรือโกดังเก็บของ สังเกตได้จากกองลังกระดาษขนาดใหญ่หลายๆ กอง เศษผงฝุ่นเต็มไปหมด.. ที่นี่มันที่ไหนกันนะ..หล่อนหมดสติไปนานเท่าไร แล้วพวกมันจับเธอมาที่นี่ด้วยเหตุผลอะไร คำถามมากมายมันเกิดขึ้นเต็มสมองหล่นไปหมด ตอนนี้หล่อนไม่รู้อะไรเลย รู้เพียงอย่างเดียวว่าข้างนอกมันต้องมืดแน่ๆ เพราะพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่บนเพดานสำหรับโรงงานนั้นมันหมุนแล้วหล่อนก็เห็นดวงดาวอยู่รำไรๆ ......หล่อนต้องหาวิธีไปจากที่นี่ให้ได้ก่อน อีกอย่างที่หล่อนอยากรู้มากที่สุดพวกมันเป็นใครกัน...>>>>>>>
***โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ..เควิ่นจะหาน้ำใสเจอมั๊ย...แล้วใครคือตัวการในเรื่องนี้...
เมื่อเธอเปิดดวงตาปะทะกับแสงนั้นพอดิบพอดี เปลือกตางามมันรีบปิดลงโดยอัตโนมัติ ...เช้าแล้วหรือนี่ เราหลับไปนานเท่าไรแล้ว...แล้วนี่พวกมันหายไปไหนหมด
น้ำใส สบทออกมาเบาๆ หล่อนมองไปรอบๆ ตัว ทุกอย่างมันดูเกรอะกรัง สกปรกไปหมด ดูเหมือนจะร้างมานานแล้วนะ ดูได้จากคราบฝุ่นรอบๆ นี้ เนื้อตัวหล่อนตอนนี้ก็มอมแมมไปหมด มันเลอะไปด้วยคราบฝุ่นจากกองกระดาษที่หล่อนนั่งทับอยู่นี้ หญิงสาวกวาดสายตาไปโดยรอบอีกครั้ง ไม่มีพวกมันเฝ้าหล่อนอยู่ข้างใน มีเพียงเงาขาของคนที่บริเวณหน้าประตูทางเข้าโกดังเท่านั้น เหมือนมันจะมีไม่มาก อาจเห็นว่าหล่อนเป็นหญิง แล้วก็ถูกมัดมือไว้ด้านหลัง คงจะหนีออกไปยาก แล้วทางออกก็มีทางเดียวคือทางที่มันเฝ้าอยู่.....หึ...มันประมาทเธอมากไปแล้ว........
หญิงสาวพยายามคลายปมเชือกออก ปึง ....ยังไม่ทันที่หล่อนจะทำอะไรได้มาก เสียงบานประตูเหล็กของโกดังก็เลื่อนออก มีรถเก๋งคันหรูสีดำวิ่งตามหลัง พวกลูกน้องมัน แล้วตรงมายังหล่อน หญิงสาวพยายามเพ่งมองว่ามันมีจำนวนกี่คน แล้วมันก็มาจอดด้านหน้าของหล่อนเพียงอึดใจเดียว ประตูโกดังก็เลื่อนปิดลง..... “.ดนัย...!!!! เสียงหญิงสาวอุทานเรียกชื่ออดีตดาราดัง ที่ตอนนี้ ผันตัวเองไปเป็นสมุนของนักการเมืองที่พัวพันธ์เรื่ององค์กรข้ามชาติ งานที่หล่อนปิดจ็อบไปแล้วนั้น....
หญิงสาวพยายามมองชายหนุ่มก้าวลงจากรถยนต์ด้านหน้าไปโน้มตัวเปิดประตูด้านหลัง ร่างชายวัยกลางคนที่คุ้นตาในภาพลักษณ์นักการเมือง ผู้ใจดีและมีเมตตาจิต ชอบช่วยเหลือสังคม ที่ตอนนี้ถูกคลิปฉาวเล่นงานจนต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งและแทบจะไม่มีที่ยืนในสังคม ก็ปรากฏตัวขึ้น สิ่งที่หล่อนสงสัยตอนนี้ มันเริ่มกระจ่างแล้ว พวกมันอาจสืบรู้ว่ากรมฯ ของหล่อนและพวกของหล่อนนี่แหละที่เป็นคนจัดการ.....หึ...สมควรแล้วนี่...
“ว่ายังไงแม่แนนซี่...” เสียงทุ้มของชายที่สูงวัยกว่าเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก มันตรงมายังหล่อน สีหน้าแววตาแฝงไปด้วยความอาฆาตแค้น....
“แนนซี่อะไร ฉันไม่เข้าใจ” น้ำใสแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แต่ก็มองไปยังพวกมันแบบไม่ละสายตาเช่นกัน
“อ๋อ,,,ๆ ๆ ๆ ฉันลืมไป อยู่เมืองไทยนี่เธอเป็นใครนะ...ผู้กองน้ำ” คำหลังนี้ มันเค้นเสียงต่ำ พร้อมกับมือสากที่บีบแก้มนวลเนียนแน่น จนเรียวปากบางห่อยู่อย่างเห็นได้ชัด
“แล้วพวกนายจับฉันมาทำไม..” น้ำใส แสร้งถามไป ซึ่งความจริงหล่อนรู้แล้วว่ามันจะใช้หล่อนไปเป็นเครื่องมือ ทำอะไรสักอย่าง หรือไม่ก็ฆ่าหล่อนโชว์ผลงาน
“ยังมีหน้ามาถามฉันอีก เพราะแกกับพวกของแกไม่ใช่เหรอ ถึงทำให้ฉันเป็นอย่างนี้” น้ำเสียงที่มันตะโกนใส่ใบหน้าสวยของหล่อนทำให้หล่อนสะดุ้งตกใจเล็กน้อย มันคงโกรธหล่อนมากที่ทำให้มันตกอยู่ในสภาพนี้ หล่อนได้ยินข่าวว่ามันถูกขับออกจากองค์กร แล้วก็ปลดออกจากการรับตำแหน่ง แล้วทรัพย์สินของมันก็กำลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งคนเลวขายชาติอย่างมันก็สมควรแล้วที่ได้รับกรรมแบบนี้ น้ำใสคิดใจ
“นายจะทำอะไรฉันก็รีบๆ ทำ ไม่ต้องพล่ามมาก ฉันตายไปก็ยังภูมิใจที่เอาคนเลวอย่างแกเข้าคุกได้” น้ำใส ตะโกนใส่ใบหน้ามันด้วยอารมณ์เดียวกัน
“หึ...อย่างเธอตายมันยังน้อยไป เธอต้องอับอาย และตายทั้งเป็นก่อนที่เธอจะได้ตายสมจริง....หึ...ดนัยจัดการ.!!! ..” น้ำเสียงเหี้ยมโหด และใบหน้าเหี้ยมเกรียมของมัน ทำเอาหญิงสาวลอบกลืนน้ำลายลงคอ มันจะทำอะไรของมัน.....
“หึ...ไม่ต้องกลัวหรอกแนนซี่ ปลอมเป็นสาวเชียร์แขกใช่ไหม วันนั้นฉันขออ็อฟเธอแล้วเธอไม่ตกลง ..วันนี้ฉันจะอ๊อฟเธอ แบบที่ว่าออกอากาศทั่วประเทศเลยหละ..แนนซี่...” ดนัย เดินเข้ามาหาหล่อนช้าๆ ใบหน้ามันไม่ต่างจากนายของมันมากนัก ตอนนี้ไอ้นักการเมืองมันเข้าไปในรถ เพื่อคุยโทรศัพท์กับใครสักคนนี่แหละ แต่ลูกสมุนมันที่นั่งอยู่รอบๆ หล่อนนี่สิ....
“นาย..จะทำบ้าอะไร....ดนัย...ไม่...ไม่...ปึ๊ก.....โอ้ยย....” น้ำใส แสร้งทำเป็นกลัวจะเบี่ยงกายหลบหนีมัน เมื่อดนัยเข้ามาถึงตัวหล่อน หล่อนจึงใช้ศีรษะมนนั้นโขกกระแทกใส่ใบหน้ามันไป จนมันหงายหลังไปด้วยความเจ็บปวด...
“ฤทธิ์มากนักนะมึง....ปุ๊ก!!! ...โอ้ย..!!!” ร่างบางของสาวน้อย ต้องงอตัวอย่างอัตโนมัติ เมื่อกำปั้นใหญ่ของดนัย กระแทกเข้าที่ท้องน้อยของหญิงสาวอย่างแรง ร่างน้อยค่อยๆ ล้มตัวฟลุ๊บกับซากกระดาษเก่าๆ ในใจของหล่อนตอนนี้ หล่อนคงต้องไม่รอดแน่ๆ ถ้ามันข่มขืนหล่อน หล่อนก็จะกัดลิ้นตายในทันที
“หึ...สิ้นฤทธิ์เลยเหรอ...แม่แนนซี่” ใบหน้าอันที่เคยหล่อเหลาของดนัย มันช่างเหี้ยมเกรียมเหลือเกิน จากที่เคยขาวใส ตอนนี้มันหมองคล้ำ ซูบโทรม เป็นที่สุด สงสัยเพราะเขาเป็นคนจิตใจทรามนี่เอง ....ร่างกายภายนอกมันถึงเป็นเช่นนี้
“เฮ้ยพวกมึง....เตรียมกล้องแล้วใช่ไหม....” ดนัยหันไปบอกสมุนของมัน แล้วก็ส่งสายตาเหี้ยมมายังหล่อนทันที
**!!!!! ปัง ปัง ปัง ปัง!!!!!!! **เสียงปืนรัวจากข้างนอกหน้าประตูเหล็กของโกดังร้างนั้น ทำให้ดนัย และลูกสมุนในนั้นต่างหันมองหน้ากัน ดนัยรีบดึงปืนพกของตัวเองออกมาจากสะเอว ส่วนนักการเมืองนั้น มันรีบปิดประตูรถยนต์แล้วซ่อนตัวอยู่ข้างในนั้นทันที เสียงปืนข้างในยิงตอบโต้ น้ำใส อาศัยจังหวะนั้นพยายามกลิ้งร่างงามหลบแถวๆ กองกระดาษยักษ์ทันที.......
**ปึง...โครม!!!!! **เสียงวัตถุขนาดใหญ่ดังกระทบพื้นโกดังสนั่น น้ำใส ลอบมองดู ประตูเหล็กบานใหญ่ถูกพังลง เปิดช่องให้ รถยนต์คันที่หญิงสาวคุ้นเคยพุ่งพรวดเดียวเกือบถึงรถยนต์นักการเมืองนั้น รถยนต์ตำรวจอีกสองคันก็ตามเข้ามาติดๆ เสียงปืนยังดังต่อเนื่อง ลูกน้องของมันถูกยิงล้มลงทีละคน ทีละคน
โอ้ย...ปัง....โอ้ย...ปัง...!!! โอ้ย...น้ำใส แอบมองชายหนุ่มที่กลิ้งลงจากรถอย่างรวดเร็ว ร่างหนาเคลื่อนไหวร่างกายด้วยความรวดเร็ว**..**
** “คุณเควิ่น...” .**เขามาได้ยังไงเนี้ยะ เขามากับพวกพี่วินได้อย่างไรกัน...น้ำใส อุทานชื่อชายหนุ่มที่หล่อนนึกถึงเขาตลอดเวลาที่หล่อนถูกจับตัวมา ก่อนหน้านี้หล่อนไม่เคยกลัวอะไร หล่อนทำงานสืบราชการลับมานักต่อนักแล้ว หากพลาดขึ้นมาอย่างมากก็แค่ตาย แต่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ หล่อนเกิดความกลัวขึ้นมา หล่อนกลัวว่าหล่อนจะต้องตกเป็นของดนัย หล่อนจะต้องตกเป็นของชายอื่นที่ไม่ใช่ผู้ชายเฉยชาคนนั้น หล่อนกลัวว่าหล่อนจะไม่ได้บอกความในใจก่อนตาย....ร่างบางแอบมองชายหนุ่มด้วยแววตาที่ปลื้มปิติ เขามาช่วยหล่อนเหรอเนี้ย งั้นทุกอย่างที่เขาพูดกับหล่อนก็คือเรื่องจริงงั้นสิ น้ำใส นึกขอบคุณชายหนุ่มในใจ
เควิ่น จัดการสมุนของพวกมันเกือบจะหมดทุกคนแล้ว เหลือแต่ไอ้ผีพนันกับนายของมันที่งุดหัวกันอยู่ในรถยนต์กันกระสุนนั้น...ปัง!!! สิ้นเสียงปืนนัดสุดท้ายจากการเก็บพวกสมุนของมัน ปากกระบอกปืนทุกกระบอกก็เล็งไปยังรถยนต์กันกระสุนที่ภายในนั้น ไม่ทราบว่าทำอะไรกัน
“หยุด หยุด....ลงมาเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้น....เราจะจัดการขั้นเด็ดขาด” เสียงสารวัตรวินไทย ตะโกนให้คนในรถฯ ยอมจำนน ทุกอย่างยังคงเงียบกริบ
หนึ่ง สอง....สะ...เดี๋ยวก่อน ยะ...ยอมแล้วครับ..” ยังไม่ทันที่สารวัตรวินไทย จะนับถึงสาม ประตูด้านหน้าฝั่งข้างคนขับรถยนต์คันดังกล่าวก็เปิดออก พร้อมกับเสียงร้องห้ามของลูกสมุนคนหนึ่งของนักการเมือง มันชูสองมือแล้วเดินออกมาจากรถฯ นั้น แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังจ้องมองลูกสมุนของมัน บรื้น..บรืน ...บรืน...เอี๊ยด!!! รถยนต์นั้นก็เร่งเครื่องและขับเบี่ยงหนีออกไปทันที......
“มันหนีไปแล้วครับสารวัตร...” เสียงผู้ใต้บังคับบัญชาของสารวัตรวินไทย รายงานผล
“ฉันเห็นแล้วน่า.. แม่งเจ็บใจจริงๆ .” น้ำเสียงของสารวัตรวินไทยโต้ตอบอย่างหงุดหงิด ที่ปล่อยให้พวกมันหนีไปได้
หลังจากที่ทุกอย่างสงบลง สิ่งแรกที่เควิ่นนึกถึง มีเพียงใบหน้าสวยของยายห้าวของเขาเท่านั้น เขากังวลใจเป็นที่สุด เกรงว่าจะมาช่วยหล่อนไม่ทันการ นี่หากว่าเขาไม่จับGPS ในมือถือของหล่อนก็คงไม่รู้หรอกว่ามันพาหล่อนไปไว้ที่ไหน อีกอย่างเทคโนโลยีด้านการติดตามคนร้ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจในไทยก็รุดหน้ามาก เขาจึงตามมายังหล่อนแทบทันที....
“น้ำ น้ำใส เธออยู่ไหน....” เสียงเควิ่น ตะโกนเรียกหายายห้าวของเขาด้วยอาการร้อนรน เขาคิดว่าเขาคงมาทันเวลานะ แต่ตั้งแต่ที่เขาเข้ามาเขายังไม่เห็นหล่อนเลย มันจับหล่อนมาซ่อนไว้ตรงไหนนะ
“น้ำ น้ำใส เธออยู่ไหน...ตอบสิหะ!!! .” เสียงเควิ่นตะโกน เรียกหาหญิงคนรักของเขาด้วยอารมณ์ร้อนรน ด้วยความห่วงใย มันดูหงุดหงิดไปหมดที่ไม่มีแม้เสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา....
“นะ......” ,,,,,,,,,,, “อยู่นี่คะ...น้ำอยู่นี่คะ” ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะส่งเสียงเรียกหล่อนอีกครั้ง เสียงใสหวานที่เขาคุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังกองกล่องกระดาษ เควิ่นรีบวิ่งตามเสียงนั้นไป ดวงตาคมเข้มไหวระริกเมื่อเห็นสภาพสาวน้อยของเขา หล่อนถูกมัดมือไขว้หลังไว้ เสื้อผ้าหล่อนขาดวิ่น จนแทบไม่เหลือชิ้นดี เนื้อตัวหล่อนมอมแมมไปหมด
“คุณเค....” น้ำใสเรียกชื่อชายหนุ่มเบาๆ น้ำตาตอนนี้มันเริ่มเอ่อล้นขอบตาออกมาแล้ว
“น้ำ...น้ำผมอยู่นี่แล้ว ไม่เป็นไรนะ” เควิ่นรีบเข้าไปคุกเข่าสวมกอดปลอบปะโลมหญิงสาวอันเป็นที่รักของเขา โดยไม่ลืมที่จะถอดแจ็คเก็ตคลุมผิวเนียนละเอียดเอาไว้ ทันทีที่มือน้อยของหญิงสาวเป็นอิสระ หล่อนก็โผเข้ากอดร่างหนาชายหนุ่มอันเป็นที่รักของหล่อนทันที.....
ภาพนั้นมันทำให้ชายหนุ่มใบหน้าไทยที่วิ่งตามหลังเควิ่นมาต้องหยุดชะงัก แล้วก้าวถอยหลังออกมาโดยอัตโนมัติ...แววตาสลดลงอย่างเห็นได้ชัด....เราคงเป็นได้แค่คนคอยห่วงใยเธออยู่อย่างห่างๆ แบบนี้ซินะน้ำใส....พี่แค่เห็นเธอปลอดภัยพี่ก็ดีใจแล้ว..สารวัตรวินไทยคิดในใจ>>>>>>
ณ.....โรงแรมในเครือแกรนเดร์สัน กรุ๊ปเควิ่น เดินไปยังห้องอาหารที่นัดหมายกับครอบครัว"คาซิโอ" ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำสนิท ในแบบฉบับที่เขาชอบ เขานึกถึงยายห้าวของเขา นี่ถ้าหล่อนมาด้วยเขาจะเดินควงหล่อนไปอวดพ่อเขาสักหน่อย พ่อเขาจะต้องถูกใจลูกสะใภ้คนนี้แน่นนอน ผู้หญิงที่เก่ง คล่องแคล่ว และสวย เป็นสาวในฝันของพ่อเขาก็ว่าได้ ซึ่งยายห้าวของเขาก็สุดยอดในทุกๆ เรื่องอยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่เขาตื้อให้หล่อนมาไม่ได้ เขาตื้อเท่าไรหล่อนก็ไม่ยอมมา อ้างแต่ว่ามีธุระๆ โดยก่อนที่เขาจะมาที่นี่ หล่อนก็ขอให้เขาพาไปส่งที่คอนโดเธอเพื่อเตรียมตัวแล้วก็เผื่อเธอกลับมาก่อนที่เขาจะกลับ...เห้ออออ....หากคืนนี้ไม่นอนด้วยกันมีหวัง เขาเฉาตายแน่เลย.......เมื่อมาถึงที่นัดหมาย ในห้องอาหารนั้น เขาก็มองเห็น ชายวันกลางคนที่อยู่ในสูทสีดำเช่นเดียวกับเขา รูปร่างสูงโปร่งเหมือนเขา แล้วก็ใบหน้าละม้ายคล้ายเขา แต่ที่ไม่เหมือนก็คงเป็นสีผิวที่พ่อของเขาเป็นคนผิวขาว แต่เขานี่ผิวสีแทนเหมือนแม่เขา ผู้หญิงที่พ่อบอกกับเขาตลอดเวลาว่าเป็นผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด และไม่เคยลืมเลือนไปจากหัวใจ...... ชายหนุ่มนึกดังนั้นก็พาลอมยิ้ม ไม่เคยลืมเลือนก็จร
** “แมนด้า หรือแมนดาริน คาซิโอ” **เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ เควิ่นรัก เขาและหล่อนเรียนที่เดียวกันที่อเมริกา เราทั้งคู่เคยคบกันสักระยะหนึ่ง แต่ด้วยความที่บ้านหล่อนมีปัญหาด้านการเงิน หล่อนจึงต้องออกจากมหาลัยกลางคัน จากนั้นเธอก็หนีหน้าเขาไปเกือบแรมปี ทำให้เขาเสียใจจนไม่เป็นผู้เป็นคน อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็ถูกเรียกตัวให้กลับบ้าน เพื่อร่วมงานแต่งงานของพ่อของเขา ตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจเจ้าสาวของพ่อตัวเองเท่าไรนัก เพราะพ่อของเขาแต่งงานเป็นว่าเล่น รวมครั้งนั้นก็รอบที่สี่แล้ว .......ภาพวันนั้น...วันแต่งงานของพ่อเขา เขาจำไม่เคยลืม หญิงสาวที่ยืนควงแขนพ่อของเขา ในฐานะเจ้าสาวในงาน ก็คือ “แมนด้า หรือแมนดาริน เรนเดียร์” หญิงสาวที่เขาเฝ้าตามหาตลอดเกือบหนึ่งปี หญิงสาวที่ทำให้หัวใจเขาตายด้านจนมาเจอยายห้าวของเขา แมนด้า...เป็นหญิงสาวที่ทำให้เขาเข้าใจว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างจริงๆ หลังจากวันนั้น วันที่หล่อนเข้ามาเป็นแม่เลี้ยงของเขา เขาก็แทบจะไม่ค่อยได้กลับบ้านสักเท่าไรนัก โดยจะอยู่กับคุณอาลัล และคนในตระกูลแกรนด์เดร์สันมากกว่านับจากวันนั้น จนมาถึงวันนี้ก็ผ่านมาเกือบแปดปีแล้ว นับจากวันที่หล่อนจดทะเบียนกับพ่อของเขา แล
น้ำใส ตื่นขึ้นมา เพราะกลิ่นอาหารที่แสนจะหอมตลบอบอวนห้อง หล่อนมองนาฬิกาบนหัวเตียง 7.30 น. อื้อหือ..เขาตื่นเช้าจังเลย หญิงสาวนึกในใจ หล่อนค่อยๆ ก้าวเท้าเดินออกมาจากเตียงนอน เปิดประตูห้องนอนแล้วตรงไปยังห้องครัวทันที ภาพที่เห็น คือชายหนุ่มร่างบึกบึน ใส่เสื้อกล้าม คาดผ้ากันเปื้อน ผ้าขนหนูผืนบางคาดศีรษะไว้หญิงสาว หลุดขำออกมาเล็กน้อย ตั้งแต่ที่หล่อนอยู่กับเขามา วันนี้ถือว่าเขาจัดเต็มที่สุดเลย เป็นพ่อบ้านพ่อเรือนแบบสุดๆ เลยนะเนี้ยะ ขัดกับบุคลิกมากเลย ภาพลักษณ์ที่เป็นผู้ชายใบหน้าเฉยชา ไร้อารมณ์หายวับไปในพริบตา หล่อนยืนมองชายหนุ่มทำอาหารอย่างมีความสุข จนอยากที่จะทำบ้าง แต่กลัวว่ามันจะไม่ง่ายเหมือนที่เขาทำนะสิ ดูซิคล่องแคล่วไปซะหมดเควิ่น กำลังง่วนอยู่กับการปรุงอาหารตรงหน้าโดยไม่รู้เลยว่า มีหญิงสาวแอบมายืนอยู่ด้านหลังเขาตั้งแต่เมื่อไร เขานึกอยู่อย่างเดียวแหละว่า เขาต้องทำอาหารดีๆ มีประโยชน์ให้กับที่รักของเขา เพราะตั้งแต่หล่อนอยู่โรงพยาบาลหล่อนทานแต่ข้าวต้มปลา อาหารอ่อนๆ ทั้งนั้น วันนี้เขาจะทำสปาเก็ตตี้ สูตรมิสเตอร์เค ให้หล่อนทาน...รับรองว่าหล่อนต้องติดใจในรสชาดของมันแน่นอน ชายหนุ่มทำไปอมยิ้มไป
แอ๊ด.....!!!!! .มือหนาของชายหนุ่มกุมอยู่ที่ลูกบิดประตูห้องพิเศษของโรงพยาบาลเอกชน แห่งหนึ่ง เควิ่นค่อยๆ ปิดมันอย่างเบามือที่สุด สายตาก็หันไปมองร่างอรชรของหญิงสาวที่นอนหลับเพราะฤทธิ์ของยา ชายหนุ่มค่อยๆ เดินมาใกล้เตียงนอน ดวงตาคู่สวยที่ปิดสนิทและลมหายใจที่ผ่อนเข้า-ออกอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกถึงว่าเจ้าหล่อนคงยังไม่ตื่นง่าย ดวงตาเข้มจ้องมองใบหน้าเรียวงามนั้น แววตาอ่อนโยน เขารู้สึกสงสารหล่อน เขาเคยเตือนหล่อนแล้วว่างานเนี้ยมันไม่เหมาะกับผู้หญิง มันอันตรายสารพัด แล้วนี่ต้องมาเจ็บตัวอีก นอนให้น้ำเกลือเลยเห็นไหม..เฮ้ออ....ดื้อจริงอะไรจริงนะเนี้ยนิ้วเรียวยาวค่อยๆ เกลี่ยผมของหญิงสาวที่มันปกใบหน้าสวยนั้นขึ้นทัดใบหู ชายหนุ่มเกลี่ยนิ้วเบาๆ แถวแก้มใสนั้น เรียวปากบางที่เขากำลังสัมผัสนี้มันมีรอยแตกแถวมุมปาก ...นี่มันทำร้ายยายห้าวของฉันด้วยหรือนี่ ....หน้าตัวเมียจริงๆ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ยังทำได้ นี่ถ้าหากพวกเขาไปช่วยไม่ทัน มีหวังร่างบางของหล่อน เนื้อตัวของหล่อนคงเละไม่มีชิ้นดี...หึ...ฉันเจอแกวันไหน ฉันจะเป่ากะบาลแกเอง..ไอ้เลวทั้งหลายก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ....เสียงเคาะประตูห้อง ทำให้เควิ่นละสายตาจากร่างบาง มองไปยั
แสงแดดที่ลอดส่องผ่านพัดลมระบายอากาศขนาดยักษ์จากหลังคาของโกดังร้าง มันส่องกระทบใบหน้าสวยของหญิงสาวที่เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ หล่อนค่อยๆ หรี่ดวงตาคู่สวยของหล่อน เธอรู้สึกแสบตาเล็กน้อยหลังจากวันหยุดพักผ่อนยาวของ น้ำใสจบลง เธอถูกเรียกตัวเข้าไปที่กรมฯ อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ คนในองค์กรของเธอถูกระดมเพิ่มอีกเป็นเท่าตัวจากครั้งที่แล้ว ในระหว่างที่หล่อนจอดรถแวะที่ปั๊มน้ำมันก่อนเข้าตัวเมืองกรุงเทพฯ หญิงสาวเติมน้ำมันและทำธุระส่วนตัว หล่อนก็นึกถึงคนตัวโตที่กลับไปก่อนหล่อนเมื่อตอนเช้า เพราะคุณอาลัล มีงานที่สั่งการด่วนเหมือนกัน.. เขาอ้างว่าอย่างนั้นนะ...!!! .ครืดๆ ๆ ๆ ครืดๆ ๆ ๆ หญิงสาวก้มมองกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่หล่อนสวมใส่ เสียงมือถือเครื่องน้อยที่อยู่ในนั้นมันสั่นไปมาอยู่สามสี่ครั้ง บ่งบอกถึงมีสายเรียกเข้า.“.....แหม ๆ ๆ พอนึกถึงก็โทรมาเลยนะ....” น้ำใส เปรยออกมาเบาๆ เมื่อหล่อนหยิบเจ้าเครื่องน้อยนั้นขึ้นมาดู โดยไม่ลืมอมยิ้มกับชื่อคนที่ปรากฏบนหน้าจอนั้น“ฮัลโหล...ว่าไงค่ะที่รัก” หญิงสาวแสร้งกรอกเสียงหวานๆ ใส่คนปลายสาย เมื่อหล่อนกดรับสายนั้นทันที เสียงนั้นทำเอาชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าระเบียงนั้น ยิ้มกว้
หลังจากวันหยุดพักผ่อนยาวของ น้ำใสจบลง เธอถูกเรียกตัวเข้าไปที่กรมฯ อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ คนในองค์กรของเธอถูกระดมเพิ่มอีกเป็นเท่าตัวจากครั้งที่แล้ว ในระหว่างที่หล่อนจอดรถแวะที่ปั๊มน้ำมันก่อนเข้าตัวเมืองกรุงเทพฯ หญิงสาวเติมน้ำมันและทำธุระส่วนตัว หล่อนก็นึกถึงคนตัวโตที่กลับไปก่อนหล่อนเมื่อตอนเช้า เพราะคุณอาลัล มีงานที่สั่งการด่วนเหมือนกัน.. เขาอ้างว่าอย่างนั้นนะ...!!! .ครืดๆ ๆ ๆ ครืดๆ ๆ ๆ หญิงสาวก้มมองกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่หล่อนสวมใส่ เสียงมือถือเครื่องน้อยที่อยู่ในนั้นมันสั่นไปมาอยู่สามสี่ครั้ง บ่งบอกถึงมีสายเรียกเข้า.“.....แหม ๆ ๆ พอนึกถึงก็โทรมาเลยนะ....” น้ำใส เปรยออกมาเบาๆ เมื่อหล่อนหยิบเจ้าเครื่องน้อยนั้นขึ้นมาดู โดยไม่ลืมอมยิ้มกับชื่อคนที่ปรากฏบนหน้าจอนั้น“ฮัลโหล...ว่าไงค่ะที่รัก” หญิงสาวแสร้งกรอกเสียงหวานๆ ใส่คนปลายสาย เมื่อหล่อนกดรับสายนั้นทันที เสียงนั้นทำเอาชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าระเบียงนั้น ยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว“ครับที่รัก...ถึงไหนแล้ว มาถึงกรุงเทพฯ หรือยัง” เควิ่น พูดกับหญิงสาวโดยปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติมากที่สุด ทั้งๆ ที่ตอนนี้ เขาร้อนใจเป็นบ้าเลย กับข่าวที่เขาได้มานี้







