LOGIN** “แมนด้า หรือแมนดาริน คาซิโอ” **เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ เควิ่นรัก เขาและหล่อนเรียนที่เดียวกันที่อเมริกา เราทั้งคู่เคยคบกันสักระยะหนึ่ง แต่ด้วยความที่บ้านหล่อนมีปัญหาด้านการเงิน หล่อนจึงต้องออกจากมหาลัยกลางคัน จากนั้นเธอก็หนีหน้าเขาไปเกือบแรมปี ทำให้เขาเสียใจจนไม่เป็นผู้เป็นคน อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็ถูกเรียกตัวให้กลับบ้าน เพื่อร่วมงานแต่งงานของพ่อของเขา ตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจเจ้าสาวของพ่อตัวเองเท่าไรนัก เพราะพ่อของเขาแต่งงานเป็นว่าเล่น รวมครั้งนั้นก็รอบที่สี่แล้ว .......
ภาพวันนั้น...วันแต่งงานของพ่อเขา เขาจำไม่เคยลืม หญิงสาวที่ยืนควงแขนพ่อของเขา ในฐานะเจ้าสาวในงาน ก็คือ “แมนด้า หรือแมนดาริน เรนเดียร์” หญิงสาวที่เขาเฝ้าตามหาตลอดเกือบหนึ่งปี หญิงสาวที่ทำให้หัวใจเขาตายด้านจนมาเจอยายห้าวของเขา แมนด้า...เป็นหญิงสาวที่ทำให้เขาเข้าใจว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างจริงๆ หลังจากวันนั้น วันที่หล่อนเข้ามาเป็นแม่เลี้ยงของเขา เขาก็แทบจะไม่ค่อยได้กลับบ้านสักเท่าไรนัก โดยจะอยู่กับคุณอาลัล และคนในตระกูลแกรนด์เดร์สันมากกว่า
นับจากวันนั้น จนมาถึงวันนี้ก็ผ่านมาเกือบแปดปีแล้ว นับจากวันที่หล่อนจดทะเบียนกับพ่อของเขา แล้วกลายมาเป็นคนในตระกูล “คาซิโอ” เขากับหล่อนก็ไม่ค่อยจะได้เจอหน้ากันเท่าไรนัก ล่าสุดที่เขาพบหน้าหล่อนก็งานเลี้ยงวันเกิดพ่อของเขา เมื่อหกเดือนที่แล้ว แล้วนี่หล่อนมาเมืองไทยได้ยังไงกัน หล่อนมากับใคร แล้วพ่อหล่อนหละ .......
“ไม่เชิญแมนด้า เข้าไปนั่งข้างในหรือค่ะ เค.....” น้ำเสียงหวานของแมนด้า ทำให้ชายหนุ่มที่ยืนขวางประตูห้องอยู่นานนั้น หลุดออกจากผะวัง แล้วเขาก็ต้องเบี่ยงตัวเองหลบหญิงสาวผู้มาเยือนโดยอัตโนมัติ
น้ำใส เดินเข้าห้องมาตั้งนานแล้ว เธอรีบเข้ามาเก็บรูปใบนั้น แล้วก็เก็บเข้าของที่หล่อนใช้ทำความสะอาดอยู่ก่อนหน้านี้ ใบหน้าสวยซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้หล่อนแทบไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรแล้ว หญิงสาวคนที่มานี้ หล่อนเป็นใครกัน...หญิงสาวผู้มาใหม่นั่งอยู่ตรงโซฟารับแขกเพียงลำพัง เพราะ เควิ่น ขอตัวไปแต่งกายให้เรียบร้อยก่อน..น้ำใสแอบมอง ร่างระหงส์ฉายแววผู้ดีมีมาดนั้น มันต่างกับหล่อนลิบลับ เธอดูเป็นกุลสตรีทุกกระเบียดนิ้ว รสนิยมเธอก็ดูดีมีราคา น้ำใสมองหล่อนแล้วก้มมองตัวเองแล้วส่ายใบหน้างามเล็กน้อย.....
“แกร็ก..! เชิญทานน้ำก่อนนะคะ” น้ำใส เดินเอาน้ำไปให้หล่อนดื่ม ในฐานะที่เป็นเจ้าบ้านที่ดี
“ไม่ต้องลำบากหรอกนะคะ....พี่หาทานเองก็ได้ คนกันเองนะจ๊ะ” หญิงสาวผู้มาใหม่พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล มองใบหน้าของน้ำใส แล้วก็ส่งยิ้มหวานมาให้
น้ำใส ทำอะไรไม่ถูก หล่อนอึดอัดไปหมด เธอได้แต่นั่งมองแล้วก็ยิ้มเจื่อนๆ ให้กับเจ้าหล่อน ส่วนหญิงสาวผู้มาใหม่นี้ เดินสำรวจตรวจตราไปทั่วทุกมุมห้อง ทำอย่างกับห้องตัวเอง
“เอ่อ...เธอชื่ออะไรจ๊ะ..” หญิงสาวผู้มาใหม่ถามน้ำใส โดยหล่อนไม่ค่อยได้หันมามองเธอด้วยซ้ำ
“เอ่อ..ชื่อน้ำใสคะ...เรียกน้ำเฉยๆ ก็ได้คะ..” น้ำใสตอบหล่อนไป ด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร
“จ๊ะ,....พี่ชื่อแมนดาริน คาซิโอ เรียกพี่ว่าแมนด้าก็ได้นะ” หล่อนตอบด้วยน้ำเสียงหวานใสน่าฟัง แต่ชื่อกับนามสกุลหล่อนช่างไม่น่าฟังเลย เมื่อได้ยินดังนั้น มือไม้ของเธอช่างอ่อนแรงไปหมด หัวใจที่ตอนแรกมันเต้นรัวอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งเร็วเป็นพันเท่า..... หล่อนใช้นามสกุลเดียวกับเขา หรือว่านี่คือภรรยาของเขา เมื่อคิดดังนั้นขอบดวงตาคู่หวานก็ร้อนผ่าวขึ้นมา น้ำอุ่นๆ ที่มันกำลังจะเอ่อล้นออกมานั้น เธอต้องทำใจกั้นมันเอาไว้......
!!! ติ๊ดๆ .....ติ๊ดๆ ..... เสียงมือถือเครื่องเล็กของหล่อนก็ดังขึ้นมาช่วยหล่อนทันเวลาพอดี....น้ำใสขอตัวเธอไปคุยโทรศัพท์อยู่นอกระเบียง ร่างเล็กของเธอเดินลับหายไปจากประตูห้อง เป็นจังหวะเดียวกับที่เควิ่น แต่งตัวเสร็จแล้วเดินออกมาจากห้องพอดี.......
“เธอมาทำอะไรที่นี่แมนด้า...แล้วพ่อหล่ะ” คำแรกที่เควิ่นถาม ไม่ใช่สารทุกข์สุกดิบของหญิงสาว แต่เป็นประโยคที่เขาต้องการคำตอบมากที่สุด
“อ๋อ...แมนด้ามากับพ่อคุณนะคะ....ตอนนี้พ่อคุณทำธุระอยู่ที่...แกรนด์เดร์สัน กรุ๊ปนะ” หญิงสาวตอบไปตามตรงด้วยน้ำเสียงที่ดูตัดพ้อเล็กน้อย
“แล้วเธอมาที่นี่ได้อย่างไร” น้ำเสียงของเขาดูจะไม่พอใจนักที่เจ้าหล่อนขึ้นมาที่ห้องส่วนตัวของเขาเพียงลำพัง
“ก็พ่อคุณสิคะ...ให้แมนด้ามาตามคุณไปพบที่โรงแรมฯ เพื่อทานข้าวเย็นด้วยกันค่ำนี้คะ...เห็นท่านบอกว่าโทรหาคุณแล้วไม่ติด” เมื่อหญิงสาวพูดจบ เควิ่นก็นึกขึ้นได้ ว่าเขาปิดมือถือตั้งแต่เมื่อคืน เพราะเขาเกรงว่า หากใครโทรมากลางดึกกลางดื่น มันจะรบกวนยายห้าวของเขา ซึ่งเพิ่งหายไข้จากโรงพยาบาล
“อ๋อ..เวลากี่ทุ่มหล่ะ...” เควิ่นถามแบบสั้นๆ เขาไม่อยากคุยกับหล่อนเท่าไรนัก เพราะไม่ทุกอย่างมันเป็นอดีตไปหมดแล้ว แล้วก็ไม่อยากให้ยายห้าวของเขาคิดมากด้วย..
“เย็นนี้ทุ่มตรงคะ....” แมนด้าเองก็รู้สึกอึดอัดเช่นกัน เขาดูไม่เหมือนเควิ่นคนเก่าที่ดูอบอุ่น แต่สายตาเขาตอนนี้มันเฉยชามากถึงมากที่สุด
“งั้นตามนั้น.....มีเรื่องแค่นี้ใช่ไหม” ชายหนุ่มตัดบท แล้วก็ถามย้ำอีกครั้งว่าพ่อของเขา ฝากบอกอะไรอีกบ้าง
“อ๋อแค่นี้คะ...” เสียงของหญิงสาวผู้มาใหม่ หยุดชะงักไปเล็กน้อย เมื่อร่างอรชรของน้ำใสก้าวเข้าห้องมาแบบไม่ค่อยได้สนใจอะไรมากนัก
“งั้นแมนด้ากลับนะคะ...คืนนี้เจอกันคะ..” ประโยคนี้รู้สึกว่าหล่อนตั้งใจจะเน้น เพื่อให้ใครบางคนได้ยิน ซึ่งคนๆ นั้นก็คือเธอ น้ำใสยืนทำหน้าตาแบบเจื่อนๆ มือน้อยตอนนี้ชุ่มไปด้วยเหงื่อ หล่อนยืนยิ้มให้ผู้มาใหม่แบบเจื่อนๆ เควิ่นหันไปมองร่างบางของยายห้าวของเขาแว๊บหนึ่ง ชายหนุ่มยิ้มให้เธอ แต่น้ำใสไม่ได้ยิ้มตอบเควิ่น หล่อนยิ้มเจื่อนๆ ให้กับหญิงสาวที่ยืนยิ้มร่าที่หน้าประตูนั้น....
ผู้มาใหม่กลับไปสักครู่หนึ่งแล้ว ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ เขาและเธอไม่มีใครยอมปริปากเลย น้ำใสก็รอให้คนตัวโตพูดก่อน ส่วนเควิ่นก็รอให้ยายห้าวของเขาถาม แต่มันเงียบแบบนี้อยู่นานแล้วจนบรรยากาศในห้องมันดูอึมครึมๆ ชอบกล .....เอาวะเป็นไงเป็นกัน เราบริสุทธิ์ใจซะอย่าง ชายหนุ่มคิดดังนั้น
“เอ่อน้ำ....” “เอ่อคุณ....”
เสียงของทั้งคู่ประสานดังพร้อมกัน สายตาคมก็หันมาเจอกับดวงตาหวานนั้นทันที ใบหน้าของร่างบางตอนนี้มันซีดเผือดไปหมด
“คุณพูดก่อนก็ได้....” น้ำใสชิงพูดกับชายหนุ่มก่อน เพราะเกรงว่าเขาจะโพล่งออกมาอีก
“เอ่อ...ค่ำนี้ผมจะไปทานข้าวกับครอบครัวนะครับ...น้ำไปด้วยกันไหม” ประโยคนี้ทำเอาหญิงสาวแทบเข่าทรุด...... ทานข้าวกับครอบครัว
“คุณไปเถอะคะ...ครอบครัวคุณไม่ใช่ครอบครัวของน้ำ” หญิงสาวตอบเขาไปด้วยอารมณ์ที่เริ่มฉุนนิดๆ
“ไม่ใช่อย่างนั้น...บังเอิญคุณพ่อมาที่เมืองไทย..คุณไปด้วยกันนะ” เควิ่นพยายามอธิบายต่างๆ นาๆ แต่เรื่องที่เธออยากรู้คือเรื่องของผู้หญิงคนนั้นต่างหาก
“ไม่หรอกคะ...น้ำมีธุระพอดี...” น้ำใส ปฏิเสธชายหนุ่มไปเช่นกัน เพราะว่าวันนี้ พี่วินก็ชวนหล่อนไปทานข้าววันเกิดแม่ของเขาเช่นกัน ซึ่งเธอก็ไปร่วมงานนี้เป็นปกติทุกปี
“เอ้า....อย่างนี้ก็อดเจอหน้าพ่อผมนะสิ” เควิ่นรู้สึกเสียดาย เขาอยากให้เธอเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเขาเช่นกัน เขาอยากจะแนะนำทุกคนให้รู้จักหล่อน แล้วก็อยากให้หล่อนรู้จักครอบครัวของเขาเช่นกัน
น้ำใส ไม่ตอบ หล่อนยังคงนั่งเงียบ แล้วนึกถึงแต่ใบหน้าสวยหวานของผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่มาใหม่แล้วก็เป็นคนๆ เดียวกับผู้หญิงในรูปด้วย อีกอย่างใช้นามสกุลเดียวกับเขา แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย จะรอให้หล่อนรู้เองหรืออย่างไรกัน ......
เควิ่น ได้แต่นึกเสียดายอยู่ในใจ โดยเขาไม่คิดว่าน้ำใส จะอยากรู้เรื่องของแมนด้า เขาคิดว่าน้ำใสคงคิดว่าหล่อนเป็นญาติของเขา เพราะใช้นามสกุลเดียวกัน คิดว่าหล่อนคงไม่คิดมากถึงได้ไม่เอ่ยถามเขาสักคำ ชายหนุ่มไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า น้ำใสเจอรูปเขากับแมนด้า สมัยเรียน สมัยที่ทั้งคู่รักกัน เขานึกแต่เพียงว่าจะหาหนทางพาน้ำใสไปแนะนำให้ครอบครัวเขารู้จักได้อย่างไร...และเขาก็หารู้ไม่ตอนนี้หัวใจดวงน้อยของร่างบางที่ยืนเหม่ออยู่นอกระเบียงนั้น ตอนนี้มันบอบช้ำเพียงใด>>>>>>>
ณ.....โรงแรมในเครือแกรนเดร์สัน กรุ๊ปเควิ่น เดินไปยังห้องอาหารที่นัดหมายกับครอบครัว"คาซิโอ" ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำสนิท ในแบบฉบับที่เขาชอบ เขานึกถึงยายห้าวของเขา นี่ถ้าหล่อนมาด้วยเขาจะเดินควงหล่อนไปอวดพ่อเขาสักหน่อย พ่อเขาจะต้องถูกใจลูกสะใภ้คนนี้แน่นนอน ผู้หญิงที่เก่ง คล่องแคล่ว และสวย เป็นสาวในฝันของพ่อเขาก็ว่าได้ ซึ่งยายห้าวของเขาก็สุดยอดในทุกๆ เรื่องอยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่เขาตื้อให้หล่อนมาไม่ได้ เขาตื้อเท่าไรหล่อนก็ไม่ยอมมา อ้างแต่ว่ามีธุระๆ โดยก่อนที่เขาจะมาที่นี่ หล่อนก็ขอให้เขาพาไปส่งที่คอนโดเธอเพื่อเตรียมตัวแล้วก็เผื่อเธอกลับมาก่อนที่เขาจะกลับ...เห้ออออ....หากคืนนี้ไม่นอนด้วยกันมีหวัง เขาเฉาตายแน่เลย.......เมื่อมาถึงที่นัดหมาย ในห้องอาหารนั้น เขาก็มองเห็น ชายวันกลางคนที่อยู่ในสูทสีดำเช่นเดียวกับเขา รูปร่างสูงโปร่งเหมือนเขา แล้วก็ใบหน้าละม้ายคล้ายเขา แต่ที่ไม่เหมือนก็คงเป็นสีผิวที่พ่อของเขาเป็นคนผิวขาว แต่เขานี่ผิวสีแทนเหมือนแม่เขา ผู้หญิงที่พ่อบอกกับเขาตลอดเวลาว่าเป็นผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด และไม่เคยลืมเลือนไปจากหัวใจ...... ชายหนุ่มนึกดังนั้นก็พาลอมยิ้ม ไม่เคยลืมเลือนก็จร
** “แมนด้า หรือแมนดาริน คาซิโอ” **เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ เควิ่นรัก เขาและหล่อนเรียนที่เดียวกันที่อเมริกา เราทั้งคู่เคยคบกันสักระยะหนึ่ง แต่ด้วยความที่บ้านหล่อนมีปัญหาด้านการเงิน หล่อนจึงต้องออกจากมหาลัยกลางคัน จากนั้นเธอก็หนีหน้าเขาไปเกือบแรมปี ทำให้เขาเสียใจจนไม่เป็นผู้เป็นคน อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็ถูกเรียกตัวให้กลับบ้าน เพื่อร่วมงานแต่งงานของพ่อของเขา ตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจเจ้าสาวของพ่อตัวเองเท่าไรนัก เพราะพ่อของเขาแต่งงานเป็นว่าเล่น รวมครั้งนั้นก็รอบที่สี่แล้ว .......ภาพวันนั้น...วันแต่งงานของพ่อเขา เขาจำไม่เคยลืม หญิงสาวที่ยืนควงแขนพ่อของเขา ในฐานะเจ้าสาวในงาน ก็คือ “แมนด้า หรือแมนดาริน เรนเดียร์” หญิงสาวที่เขาเฝ้าตามหาตลอดเกือบหนึ่งปี หญิงสาวที่ทำให้หัวใจเขาตายด้านจนมาเจอยายห้าวของเขา แมนด้า...เป็นหญิงสาวที่ทำให้เขาเข้าใจว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างจริงๆ หลังจากวันนั้น วันที่หล่อนเข้ามาเป็นแม่เลี้ยงของเขา เขาก็แทบจะไม่ค่อยได้กลับบ้านสักเท่าไรนัก โดยจะอยู่กับคุณอาลัล และคนในตระกูลแกรนด์เดร์สันมากกว่านับจากวันนั้น จนมาถึงวันนี้ก็ผ่านมาเกือบแปดปีแล้ว นับจากวันที่หล่อนจดทะเบียนกับพ่อของเขา แล
น้ำใส ตื่นขึ้นมา เพราะกลิ่นอาหารที่แสนจะหอมตลบอบอวนห้อง หล่อนมองนาฬิกาบนหัวเตียง 7.30 น. อื้อหือ..เขาตื่นเช้าจังเลย หญิงสาวนึกในใจ หล่อนค่อยๆ ก้าวเท้าเดินออกมาจากเตียงนอน เปิดประตูห้องนอนแล้วตรงไปยังห้องครัวทันที ภาพที่เห็น คือชายหนุ่มร่างบึกบึน ใส่เสื้อกล้าม คาดผ้ากันเปื้อน ผ้าขนหนูผืนบางคาดศีรษะไว้หญิงสาว หลุดขำออกมาเล็กน้อย ตั้งแต่ที่หล่อนอยู่กับเขามา วันนี้ถือว่าเขาจัดเต็มที่สุดเลย เป็นพ่อบ้านพ่อเรือนแบบสุดๆ เลยนะเนี้ยะ ขัดกับบุคลิกมากเลย ภาพลักษณ์ที่เป็นผู้ชายใบหน้าเฉยชา ไร้อารมณ์หายวับไปในพริบตา หล่อนยืนมองชายหนุ่มทำอาหารอย่างมีความสุข จนอยากที่จะทำบ้าง แต่กลัวว่ามันจะไม่ง่ายเหมือนที่เขาทำนะสิ ดูซิคล่องแคล่วไปซะหมดเควิ่น กำลังง่วนอยู่กับการปรุงอาหารตรงหน้าโดยไม่รู้เลยว่า มีหญิงสาวแอบมายืนอยู่ด้านหลังเขาตั้งแต่เมื่อไร เขานึกอยู่อย่างเดียวแหละว่า เขาต้องทำอาหารดีๆ มีประโยชน์ให้กับที่รักของเขา เพราะตั้งแต่หล่อนอยู่โรงพยาบาลหล่อนทานแต่ข้าวต้มปลา อาหารอ่อนๆ ทั้งนั้น วันนี้เขาจะทำสปาเก็ตตี้ สูตรมิสเตอร์เค ให้หล่อนทาน...รับรองว่าหล่อนต้องติดใจในรสชาดของมันแน่นอน ชายหนุ่มทำไปอมยิ้มไป
แอ๊ด.....!!!!! .มือหนาของชายหนุ่มกุมอยู่ที่ลูกบิดประตูห้องพิเศษของโรงพยาบาลเอกชน แห่งหนึ่ง เควิ่นค่อยๆ ปิดมันอย่างเบามือที่สุด สายตาก็หันไปมองร่างอรชรของหญิงสาวที่นอนหลับเพราะฤทธิ์ของยา ชายหนุ่มค่อยๆ เดินมาใกล้เตียงนอน ดวงตาคู่สวยที่ปิดสนิทและลมหายใจที่ผ่อนเข้า-ออกอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกถึงว่าเจ้าหล่อนคงยังไม่ตื่นง่าย ดวงตาเข้มจ้องมองใบหน้าเรียวงามนั้น แววตาอ่อนโยน เขารู้สึกสงสารหล่อน เขาเคยเตือนหล่อนแล้วว่างานเนี้ยมันไม่เหมาะกับผู้หญิง มันอันตรายสารพัด แล้วนี่ต้องมาเจ็บตัวอีก นอนให้น้ำเกลือเลยเห็นไหม..เฮ้ออ....ดื้อจริงอะไรจริงนะเนี้ยนิ้วเรียวยาวค่อยๆ เกลี่ยผมของหญิงสาวที่มันปกใบหน้าสวยนั้นขึ้นทัดใบหู ชายหนุ่มเกลี่ยนิ้วเบาๆ แถวแก้มใสนั้น เรียวปากบางที่เขากำลังสัมผัสนี้มันมีรอยแตกแถวมุมปาก ...นี่มันทำร้ายยายห้าวของฉันด้วยหรือนี่ ....หน้าตัวเมียจริงๆ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ยังทำได้ นี่ถ้าหากพวกเขาไปช่วยไม่ทัน มีหวังร่างบางของหล่อน เนื้อตัวของหล่อนคงเละไม่มีชิ้นดี...หึ...ฉันเจอแกวันไหน ฉันจะเป่ากะบาลแกเอง..ไอ้เลวทั้งหลายก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ....เสียงเคาะประตูห้อง ทำให้เควิ่นละสายตาจากร่างบาง มองไปยั
แสงแดดที่ลอดส่องผ่านพัดลมระบายอากาศขนาดยักษ์จากหลังคาของโกดังร้าง มันส่องกระทบใบหน้าสวยของหญิงสาวที่เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ หล่อนค่อยๆ หรี่ดวงตาคู่สวยของหล่อน เธอรู้สึกแสบตาเล็กน้อยหลังจากวันหยุดพักผ่อนยาวของ น้ำใสจบลง เธอถูกเรียกตัวเข้าไปที่กรมฯ อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ คนในองค์กรของเธอถูกระดมเพิ่มอีกเป็นเท่าตัวจากครั้งที่แล้ว ในระหว่างที่หล่อนจอดรถแวะที่ปั๊มน้ำมันก่อนเข้าตัวเมืองกรุงเทพฯ หญิงสาวเติมน้ำมันและทำธุระส่วนตัว หล่อนก็นึกถึงคนตัวโตที่กลับไปก่อนหล่อนเมื่อตอนเช้า เพราะคุณอาลัล มีงานที่สั่งการด่วนเหมือนกัน.. เขาอ้างว่าอย่างนั้นนะ...!!! .ครืดๆ ๆ ๆ ครืดๆ ๆ ๆ หญิงสาวก้มมองกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่หล่อนสวมใส่ เสียงมือถือเครื่องน้อยที่อยู่ในนั้นมันสั่นไปมาอยู่สามสี่ครั้ง บ่งบอกถึงมีสายเรียกเข้า.“.....แหม ๆ ๆ พอนึกถึงก็โทรมาเลยนะ....” น้ำใส เปรยออกมาเบาๆ เมื่อหล่อนหยิบเจ้าเครื่องน้อยนั้นขึ้นมาดู โดยไม่ลืมอมยิ้มกับชื่อคนที่ปรากฏบนหน้าจอนั้น“ฮัลโหล...ว่าไงค่ะที่รัก” หญิงสาวแสร้งกรอกเสียงหวานๆ ใส่คนปลายสาย เมื่อหล่อนกดรับสายนั้นทันที เสียงนั้นทำเอาชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าระเบียงนั้น ยิ้มกว้
หลังจากวันหยุดพักผ่อนยาวของ น้ำใสจบลง เธอถูกเรียกตัวเข้าไปที่กรมฯ อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ คนในองค์กรของเธอถูกระดมเพิ่มอีกเป็นเท่าตัวจากครั้งที่แล้ว ในระหว่างที่หล่อนจอดรถแวะที่ปั๊มน้ำมันก่อนเข้าตัวเมืองกรุงเทพฯ หญิงสาวเติมน้ำมันและทำธุระส่วนตัว หล่อนก็นึกถึงคนตัวโตที่กลับไปก่อนหล่อนเมื่อตอนเช้า เพราะคุณอาลัล มีงานที่สั่งการด่วนเหมือนกัน.. เขาอ้างว่าอย่างนั้นนะ...!!! .ครืดๆ ๆ ๆ ครืดๆ ๆ ๆ หญิงสาวก้มมองกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่หล่อนสวมใส่ เสียงมือถือเครื่องน้อยที่อยู่ในนั้นมันสั่นไปมาอยู่สามสี่ครั้ง บ่งบอกถึงมีสายเรียกเข้า.“.....แหม ๆ ๆ พอนึกถึงก็โทรมาเลยนะ....” น้ำใส เปรยออกมาเบาๆ เมื่อหล่อนหยิบเจ้าเครื่องน้อยนั้นขึ้นมาดู โดยไม่ลืมอมยิ้มกับชื่อคนที่ปรากฏบนหน้าจอนั้น“ฮัลโหล...ว่าไงค่ะที่รัก” หญิงสาวแสร้งกรอกเสียงหวานๆ ใส่คนปลายสาย เมื่อหล่อนกดรับสายนั้นทันที เสียงนั้นทำเอาชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าระเบียงนั้น ยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว“ครับที่รัก...ถึงไหนแล้ว มาถึงกรุงเทพฯ หรือยัง” เควิ่น พูดกับหญิงสาวโดยปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติมากที่สุด ทั้งๆ ที่ตอนนี้ เขาร้อนใจเป็นบ้าเลย กับข่าวที่เขาได้มานี้







