LOGINแสงสุริยันต์สาดส่องร้อนแรงดุจเพลิงโลกัณต์ เเผดเผาทุกสิ่งอย่างด้วยอำนาจเหนือคณา ท้องมหาสมุทธสุดจะหยั่งถึงก็ไม่เท่าผืนทรายกว้างสุดลูกหูลูกตา ซูซี่เหมือนมองเห็นภาพเก่าๆ ที่เวียนวนไปมา เธอเริ่มหายใจไม่ออกและเจ็บปวดไปกับแรงบีบบนลำคอ นี่เธอจะตายอย่างนั้นเหรอ?? มือบางที่กุมมือหนาอย่างสิ้นหวังเริ่มอ่อนแรง" เฮืัอกกก!!!"ในที่สุดมือหนานั้นก็ปล่อยให้เธอเป็นอิสระ หญิงสาวพยายามสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด รอยแดงปรากฏบนลำคอระหง บ่งบอกว่าเมื่อครู่นั้นชายตรงหน้าเธอได้หวังให้เธอต้องตายคามือ!!!"แค่ก....แค่ก....แค่ก "หญิงสาวล้มกายลงนอนตัวงอ ท่าทางของเธอที่ทรมานไม่ได้ทำให้ร่างสูงกำยำนั้นฉายเเววความเมตตาออกมาสักนิดเดียว" คุณ...พูด..เรื่องอะไรคะ??" ซูซี่ยังคงเฉไฉถามทั้งๆ ที่ตอนนี้เธอหวาดกลัวจนตัวสั่นไปหมด แต่ทำไมเธอต้องยอมรับอะไรง่ายๆ ด้วย ไม่ได้มีพยานหรือหลักฐานใดๆ ที่จะสาวมาถึงตัวเธอแน่ๆ" คุณอัญอยู่ที่ไหน!!" ไลอาร์แผดเสียงลั่นดวงตาสีอำพันแข็งกร้าว ใบหน้าเย็นชาของเขานั้นดูราวกับยมทูตที่พร้อมจะคร่าชีวิตเธอได้ทุกเมื่อ" ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่ายัยคนนั้นอยู่ที่ไหน!!" หญิงสาวทำใจดีสู้เสือ เธอสบตาสีอำพันนั้นอย่า
อุ๊...แหว่ะ!!!!!"เสียง อาเจียนของ นภัทธาที่พึ่งเหยียบผืนดินของฮาลัน ดังลั่นห้องน้ำสนามบิน หญิงสาวอาเจียนออกจนแทบหมดใส้หมดพุงเพราะเวียนหัวจากอาการเจ็ทแลค เนื่องจากนั่งเครื่องบิน บินข้ามขอบฟ้ามาหลายต่อหลายที" ให้ดิ้นตายสิ...ทรมานชิบ!! " หญิงสาวล้วงยาดมที่พกมาด้วยขึ้นสูดดมให้คลายวิงเวียนโดยมีเพียงจันทร์คอยดูแลอยู่ใกล้ๆ" พี่อาการหนักนะไปหาหมอกันเถอะ" เธอเสนอสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย แต่มืออวบๆ ของนภัทธากลับโบกหยอยๆ ห้ามไว้" ไม่เป็นไรหรอก...รีบไปกันเถอะฉันใจไม่ดีรู้สึกห่วงยัยอัญยังไงไม่รู้ " นภัทธาพูด ทั้งสองคนเดินทางไปยังโรงแรมที่อยู่ไม่ห่างจากสนามบินนัก ด้วยความเห็นจากเอฮาซานเขาเสนอให้ หญิงสาวพักผ่อนก่อนที่จะรีบเดินทางไปยังฮาลันน่าร์" คุณไม่บอกพวกนางเรื่องของมิสอัญชันหรือครับคุณไลอาร์ " ผู่ช่วยของเขาถามเมื่อเห็นว่าไลอาร์ไม่มีทีท่าที่จะบอกเรื่องที่อัญชันหายตัวไปให้แก่หญิงสาวต่างแดนทั้งสองหลังจากที่ไปส่งเพียงจันทร์ ที่สนามบิน เขาก็รีบกลับมายัง ห้องพักของตนอย่างทันทีเพื่อเร่งการช่วยเหลือเจ้านายตามหาอัญชัน" เราจะบอกพวกนางตอนนี้ไม่ได้...ยังไม่ถึงเวลา" เขาตอบ ลางสังหรณ์ของเขาบอกเอาไว้ว่
ทุกอย่างดูวุ่นวายไปหมด ทั้งเรื่องที่เรนดอลบาดเจ็บสาหัสแล้วเรื่องที่ อัญชันหายตัวไป จวบจนตะวันรุ่งโผล่ขึ้นขอบฟ้า เอเลนที่ส่งตัวเรนดอลถึงมือหมอแล้วก็รีบติดต่อเจ้านายที่ตอนนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้างทันที" นายท่าน.... " เขาพูดผ่านเครื่องสื่อสารทางดาวเทียมที่เป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะติดต่อเจ้านายและเพื่อนของเขาได้ในขณะที่พวกเขาอยู่ท่ามกลางทะเลทรายเท่านั้น"..... เอเลน...." เสียงตอบรับขาดๆ หายๆ ที่ตอบกลับมาทำให้เขาต้องปรับคลื่นเสียงให้ถี่ขึ้นอีกสักนิด" ได้ยินไหมครับท่าน!!" เขาร้องถามอีกครั้ง" ได้ยิน...เอเลนนายเช็คจีพีเอสรหัส ห้าสองหนึ่งสองศูนย์ ด่วนเลย " ไลอาร์รีบออกคำสั่งทันที เขาเริ่มร้อนใจเมื่อเห็นว่าตะวันเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าแล้ว โชคดีที่เมื่อคืนนั้นพายุทรายไม่ได้รุนแรงนัก แต่มันก็ทำให้เขาไม่สามารถแกะรอยต้องส่งสัยที่เขาพบเมื่อคืนไม่ได้ รอยนั้นบ่งบอกได้ว่าพวกที่ต้องสงสัยนั้นใช้ม้าเป็นพาหนะเช่นกัน" ครับท่าน... " เอเลนรับคำสั่ง เขารีบเปิดเครื่องติดตามจีพีเอส ตามคำสั่งผู้เป็นนาย จุดสีเขียวที่กระพริบอยู่บนเรดาร์โชว์หราบนหน้าจอมอนิเตอร์ บ่งบอกว่าจุดๆ นั้นก็คือเจ้านายของเขา เอเลนสั่งให้ลูกน้
เหมืองเพชรนั้นมีลักษณะเหมือนเหมืองทั่วๆ ไปที่อัญชันเคยเห็นไม่ได้มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจเสียเท่าไหร่นักเพียงแต่ภายในเหมืองขุดต่างหากที่น่าตกใจ ผนังถ้ำที่ชาวเหมืองขุดแทบจะทุกแห่ง ล้วนแฝงไปด้วยอัญมณีล้ำค่าที่หาค่าเปรียบไม่ได้ เพชรดิบที่ดูภายนอกเป็นเพียงก้อนหินเเข็งๆ แต่เมื่อถูกเจียระไนมาแล้วกลับ ดูงดงามเสียยิ่งกว่าอะไร ไลอาร์พาอัญชันเที่ยวชมกรรมวิธีการสกัดเพชร เจียระไนเพชรรวมไปถึงการขึ้นรูปต่างๆ อย่างระเอียด" ไม่นึกเลยนะคะว่ากว่าจะได้สร้อยสวยๆ สักเส้นมันอยากขนาดนี้" อัญชันพูดในขณะที่กำลังพักทานอาหารกลางวันอยู่กับชายหนุ่ม ที่แถบนี้ส่วนมากจะมีชนพื้นเมืองที่เป็นคนงานเหมืองก็ราวกับเป็นหมู่บ้านๆ หนึ่งก็ว่าได้" นั่นแหล่ะครับที่ทำให้มันมีมูลค่าโดยเฉพาะสร้อยที่ผมให้คุณไว้...ถึงจะไม่ได้มีมูลค่าทางเงินมากแต่สำหรับมูลค่าทางใจผมว่ามันก็มากพอนะครับ " เขาชี้ไปนังจี้เพชรสีชมพูบนคอของหญิงสาว จี้รูปผีเสื้อที่ประดับด้วยเพชรน้ำงามส่องประกายวาวบนลำคอขาวผ่องของเธอ" ขอบคุณมากนะคะ" อัญชันกล่าวขอบคุณชายหนุ่มพลางจับจี้ขนาดเท่าเหรีญบาทที่อยู่บนคอเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งอาทิตย์ที่อัญชันอยู่ที่เหมืองเธอสนิทกับชาว
มารุสเร้นกายไปตามตรอก เขาใช้เวลานานกว่าจะพบกลุ่มชายฉกรรจ์ที่เขาได้รับคำสั่งจากนายเหนือชีวิตให้มาตามหา" ฮาเหม็ด..." เขาเรียกชายฉกรรจ์ที่นั่งดื่มกีร์อย่างเมามันส์ กับพรรคพวกอีกสามสี่คน" ใครวะ!!!" เขาหันมาทำตาขวางใส่คนที่บังอาจมาขัดขวางเวลาดื่มของเขา ร่างสูงใหญ่ในชุดคุมสีดำสนิทกลืนไปกับมุมมืดของตรอกอันเป็นที่เร้นกายของพวกเขา" ฉันเอง....มารุส" เขาค่อยๆ ก้าวเข้ามาไกล้ๆ แสงไฟจากตะเกียง ใบหน้าทมึนของเขาทำเอากลุ่มชายฉกรรจ์นั้นได้ยิ้มออก" แกเองหรอกรึที่ตามหาพวกฉันทั่วฮาลันน่าร์" เขาพูด พร้อมกับลุกขึ้นเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนด้วยท่าทีไม่เป็นมิตร" ฉันมีสินค้ามาเสนอขาย...คนต่างแดน...ความงามเป็นเริส...ฉันว่าคงได้ราคาดีไม่น้อย" มารุสยื่นภาพที่เขาเก็บมันไว้ในกระเป๋าให้แก่ฮาเหม็ด แสงสลัวๆ สาดส่องให้เห็นภาพของหญิงสาว ที่งดงามราวกับฝัน" ฉันรู้จักนาง...คนของ ไลอาร์ แกสติดีอยู่หรือเปล่ามารุส...ไม่มีใครกล้ายุ่งกับคนของไลอาร์ " เขาโยนกระดาษนั้นคืนให้กับผู้มาเยือน ใช่ว่าเขาจะไม่อยากได้นางเสียหน่อยแต่เมื่อเขาสืบดูรู้แล้วว่าแม่หญิงต่างแดนคนนั้นเป็นใครเขากลับต้องเลิกล้มแผนการทั้งหมดของเขาในทันทีทันใด
ตรอกมืดๆ ไม่ห่างจากมุมถนนนาร์ กลุ่มชายฉกรรจ์สี่ห้าคนที่กำลังชุมนุมกันอยู่ นิ่งมองกลุ่มคนที่ดูๆ แล้วเป็นคนชนชั้นสูงแน่ๆ พวกเขาเห็นเหตุการ์ณต่างๆ ตั้งแต่ต้น ผิวขาวเนียนราวกับจันทร์ฉาย ดวงหน้าพริ้มพรายราวกับดอกไม้ป่า ความงดงามที่ชายหนุ่มต่างหลงไหลยามที่ได้พบเห็น แต่กลุ่มชายฉกรรจ์กลับไม่ได้มองว่าเธอน่าครอบครองสักนิดเดียว!!! เขาคิดเพียงแต่ว่า หญิงสาวนางนี้ต้องราคาดีแน่ๆ!!!อัญชันรู้สึกหัวเสีย ความสนุกที่เธออุตสาห์มีกลับหมดลงเพราะผู้หญิงปากจัดแบบซูซี่ หญิงสาวนั่งเงียบๆ มองควันกรุ่นๆ ของกาแฟมาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว" ผมขอโทษนะอัญ...ผมไม่รู้ว่าซูซี่จะตามราวีคุณขนาดนี้" ไลอาร์พร่ำบอกเขา เองก็นั่งขอโทษเธอมาเกือบครึ่งชั่วโมงเหมือนกัน"พี่...ที่ซูซี่พูดก็ไม่ได้ผิดหรอกฉันเข้าใจที่เธอหึงหวงฉันขนาดนี้...เพียงแต่ฉันกำลังคิดว่า...มันคุ้มไหมที่ฉันต้องมาเป็นกันชนไห้พี่แบบนี้" อัญชัน เอนกายพิงพนักพิงโซฟา เธอเอนศรีษะพาดกับหมอนอิงใบใหญ่ เธอปล่อยให้ความคิดของเธอล่องละลอยไปเรื่อยๆ จนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน อัญชันคว้าหมอนอิงมากอดหลบความเขินอาย ซ่อนความรู้สึกตึกตักที่กระเด้งกระดอนไปมาอยู่ข้างใน" (เก







