ANMELDENเหมืองเพชรนั้นมีลักษณะเหมือนเหมืองทั่วๆ ไปที่อัญชันเคยเห็นไม่ได้มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจเสียเท่าไหร่นักเพียงแต่ภายในเหมืองขุดต่างหากที่น่าตกใจ ผนังถ้ำที่ชาวเหมืองขุดแทบจะทุกแห่ง ล้วนแฝงไปด้วยอัญมณีล้ำค่าที่หาค่าเปรียบไม่ได้ เพชรดิบที่ดูภายนอกเป็นเพียงก้อนหินเเข็งๆ แต่เมื่อถูกเจียระไนมาแล้วกลับ ดูงดงามเสียยิ่งกว่าอะไร ไลอาร์พาอัญชันเที่ยวชมกรรมวิธีการสกัดเพชร เจียระไนเพชรรวมไปถึงการขึ้นรูปต่างๆ อย่างระเอียด" ไม่นึกเลยนะคะว่ากว่าจะได้สร้อยสวยๆ สักเส้นมันอยากขนาดนี้" อัญชันพูดในขณะที่กำลังพักทานอาหารกลางวันอยู่กับชายหนุ่ม ที่แถบนี้ส่วนมากจะมีชนพื้นเมืองที่เป็นคนงานเหมืองก็ราวกับเป็นหมู่บ้านๆ หนึ่งก็ว่าได้" นั่นแหล่ะครับที่ทำให้มันมีมูลค่าโดยเฉพาะสร้อยที่ผมให้คุณไว้...ถึงจะไม่ได้มีมูลค่าทางเงินมากแต่สำหรับมูลค่าทางใจผมว่ามันก็มากพอนะครับ " เขาชี้ไปนังจี้เพชรสีชมพูบนคอของหญิงสาว จี้รูปผีเสื้อที่ประดับด้วยเพชรน้ำงามส่องประกายวาวบนลำคอขาวผ่องของเธอ" ขอบคุณมากนะคะ" อัญชันกล่าวขอบคุณชายหนุ่มพลางจับจี้ขนาดเท่าเหรีญบาทที่อยู่บนคอเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งอาทิตย์ที่อัญชันอยู่ที่เหมืองเธอสนิทกับชาว
มารุสเร้นกายไปตามตรอก เขาใช้เวลานานกว่าจะพบกลุ่มชายฉกรรจ์ที่เขาได้รับคำสั่งจากนายเหนือชีวิตให้มาตามหา" ฮาเหม็ด..." เขาเรียกชายฉกรรจ์ที่นั่งดื่มกีร์อย่างเมามันส์ กับพรรคพวกอีกสามสี่คน" ใครวะ!!!" เขาหันมาทำตาขวางใส่คนที่บังอาจมาขัดขวางเวลาดื่มของเขา ร่างสูงใหญ่ในชุดคุมสีดำสนิทกลืนไปกับมุมมืดของตรอกอันเป็นที่เร้นกายของพวกเขา" ฉันเอง....มารุส" เขาค่อยๆ ก้าวเข้ามาไกล้ๆ แสงไฟจากตะเกียง ใบหน้าทมึนของเขาทำเอากลุ่มชายฉกรรจ์นั้นได้ยิ้มออก" แกเองหรอกรึที่ตามหาพวกฉันทั่วฮาลันน่าร์" เขาพูด พร้อมกับลุกขึ้นเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนด้วยท่าทีไม่เป็นมิตร" ฉันมีสินค้ามาเสนอขาย...คนต่างแดน...ความงามเป็นเริส...ฉันว่าคงได้ราคาดีไม่น้อย" มารุสยื่นภาพที่เขาเก็บมันไว้ในกระเป๋าให้แก่ฮาเหม็ด แสงสลัวๆ สาดส่องให้เห็นภาพของหญิงสาว ที่งดงามราวกับฝัน" ฉันรู้จักนาง...คนของ ไลอาร์ แกสติดีอยู่หรือเปล่ามารุส...ไม่มีใครกล้ายุ่งกับคนของไลอาร์ " เขาโยนกระดาษนั้นคืนให้กับผู้มาเยือน ใช่ว่าเขาจะไม่อยากได้นางเสียหน่อยแต่เมื่อเขาสืบดูรู้แล้วว่าแม่หญิงต่างแดนคนนั้นเป็นใครเขากลับต้องเลิกล้มแผนการทั้งหมดของเขาในทันทีทันใด
ตรอกมืดๆ ไม่ห่างจากมุมถนนนาร์ กลุ่มชายฉกรรจ์สี่ห้าคนที่กำลังชุมนุมกันอยู่ นิ่งมองกลุ่มคนที่ดูๆ แล้วเป็นคนชนชั้นสูงแน่ๆ พวกเขาเห็นเหตุการ์ณต่างๆ ตั้งแต่ต้น ผิวขาวเนียนราวกับจันทร์ฉาย ดวงหน้าพริ้มพรายราวกับดอกไม้ป่า ความงดงามที่ชายหนุ่มต่างหลงไหลยามที่ได้พบเห็น แต่กลุ่มชายฉกรรจ์กลับไม่ได้มองว่าเธอน่าครอบครองสักนิดเดียว!!! เขาคิดเพียงแต่ว่า หญิงสาวนางนี้ต้องราคาดีแน่ๆ!!!อัญชันรู้สึกหัวเสีย ความสนุกที่เธออุตสาห์มีกลับหมดลงเพราะผู้หญิงปากจัดแบบซูซี่ หญิงสาวนั่งเงียบๆ มองควันกรุ่นๆ ของกาแฟมาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว" ผมขอโทษนะอัญ...ผมไม่รู้ว่าซูซี่จะตามราวีคุณขนาดนี้" ไลอาร์พร่ำบอกเขา เองก็นั่งขอโทษเธอมาเกือบครึ่งชั่วโมงเหมือนกัน"พี่...ที่ซูซี่พูดก็ไม่ได้ผิดหรอกฉันเข้าใจที่เธอหึงหวงฉันขนาดนี้...เพียงแต่ฉันกำลังคิดว่า...มันคุ้มไหมที่ฉันต้องมาเป็นกันชนไห้พี่แบบนี้" อัญชัน เอนกายพิงพนักพิงโซฟา เธอเอนศรีษะพาดกับหมอนอิงใบใหญ่ เธอปล่อยให้ความคิดของเธอล่องละลอยไปเรื่อยๆ จนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน อัญชันคว้าหมอนอิงมากอดหลบความเขินอาย ซ่อนความรู้สึกตึกตักที่กระเด้งกระดอนไปมาอยู่ข้างใน" (เก
"ฉันถูกพ่อขายให้กับพวกผู้ชายมากหน้าหลายตาอย่างไม่เต็มใจ...เพราะต้องหาเลี้ยงพ่อและตัวเอง...บางทีฉันก็หาลูกค้าเองบ้าง แต่ที่เป็นปมในใจของฉัน...คือความรุนแรงและความน่ากลัวของคนพวกนั้นค่ะ" อัญชันเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ร่างบางนั้นสั่นเทาเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต เธอลูบแขนของตัวเองเป็นการปลอบประโลมไม่ให้เผยด้านที่เธออ่อนแอออกมามากขนาดนี้" ที่บนเรือคุณสติแตก..."" ฉันดันไปนึกถึงความน่าขยะแขยงพวกนั้นเข้าค่ะ..ถ้าไม่นึกถึงฉันก็ไม่เป็นไร...ต้องขอโทษที่ก่อปัญหาให้คุณด้วยนะคะ" อัญชันรู้ดีว่า คนที่ได้รับรู้เรื่องราวแบบนี้ของเธอมักจะรังเกียจเธอทุกคน" โชคยังดีที่ฉันได้เจอเพื่อนที่ดีนะคะ...พี่ฟ้ากับพี่ดาว...พี่ๆ เขาดึงฉันออกจากเรื่องราวอันทุเรสๆ นั้นมาได้ พี่ๆ ชักนำพาเด็กที่ไม่รู้จักว่าชีวิตเป็นยังไงแบบฉัน ให้ไปในทิศทางที่ถูกที่ควร ฉันได้เรียนจนจบ ฉันได้ทำงานดีๆ ได้หัวเราะ ได้ร่าเริง ได้ตอบโต้...คุณรู้ไหมคะว่าพี่ฟ้ากับพี่ดาว...เขาสมชื่อเขามากเลยนะคะ...พี่ฟ้าใจดีเท่าฟ้าแข็งแกร่งเหมือนท้องฟ้าและอบอุ่นเช่นท้องฟ้า...พี่ดาวก็เป็นราวกับทางช้างเผือกส่องประกายนำทางที่มืดมิดให้ฉัน...ปกป้องฉันแม้ว่าตั
ในครัวของคฤหาสน์นั้นตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของขนมหวานที่ตลบอบอวนไปทั่วห้องครัวชวนให้รู้สึกหิว อัญชันที่ไม่รู้ว่าควรทำยังไงต่อไปดีจึงคลุกอยู่แต่ก้นครัวคอยเป็นลูกมือให้เชฟและป้าอิลลาที่กำลังง่วนอยู่กับการตระเตรียมของว่างเพื่อรองรับอาคันตุกะที่มาเยือน"คุณอัญคะ...ตรงนี้ที่เหลือให้พวกเชฟจัดการเถอะค่ะเราออกไปรับแขกกัน" ป้าอิลลาบอกพลางจูงมือบางไห้หลีกทางแก่คนครัว" ป้า...น้องต้องไปจริงๆ เหรอคะ...ท่านพูดอะไรกัน...น้องก็ไม่รู้เรื่อง" อัญชันกังวล เพราะตั้งแต่มาเยือนที่แห่งนี้นอกจาไลอาห์กับเรนดอลแล้วก็มีเพียงอิลลาและริสาเท่านั้นที่สื่อสารกับเธอได้แม้สำเนียงของทั้งคู่จะแปล่งๆ ก็ใช่ว่าจะพูดด้วยไม่รู้เรื่องเสียทีเดียวนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอจึงรู้สึกเหงาเวลาที่ทั้งสองคนไม่ได้อยู่ด้วย" ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะคุณอัญ...ตามกฏของที่นี่แล้วถึงแม้คุณอัญจะต้องออกไปรับแขกแต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องพูดกับแขกหรอกค่ะ เขาห้ามสตรีที่ยังไม่แต่งงานได้พูดคุยกับแขกแต่รับแขกได้ค่ะ" ริสาอธิบาย เธอกับอิลลาพาหญิงสาวกลับไปยังห้องนอน จัดการแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนจะพาเธอมายังห้องรับแขกที่อัญชันพนันได้เลยว่าเธอเห็นพนังนั้นประดับด้วยเ
มือบางคว้าแขนแกร่งนั้นเอาไว้แน่น เหงื่อกาฬไหลผุดพรายเต็มใบหน้า ชายหนุ่มตัดสินใจทิ้งกายลงบนเตียงนุ่มๆ พยายามทำตัวเล็กๆ (ที่ไม่เล็ก) เพื่อไม่ให้เป็นการเกะกะการรักษาของหมอ" มิสไม่ได้เป็นอะไรหรอกครับท่านไลอาร์ เพียงแต่อาการเจ็ทแลคของมิสนั้น ทำให้นางอ่อนเพลียกว่าปกติส่วนอาการเพ้อ คงเป็นเพราะนางเคยมีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจมากเลยเข้าสู่สภาวะเพ้อไปโดยไม่รู้ตัวเท่านั้นครับ" คุณหมออธิบาย เมื่อได้ยินอย่างนั้นทำให้เขารู้สึกโล่งใจขึ้นมา ร่างสูงโน้มกายกระซิบข้างๆ หูของหญิงสาวเพื่อเป็นการประโลมเธอ"พี่อยู่ตรงนี้...อย่ากลัวไปเลย" เขาพูด ไม่นานนักมือบางที่กำแขนเสื้อของเขาเอาไว้แน่นก็ผ่อนคลายลงจนในที่สุดเขาก็สามารถหลุดออกจากการเกาะกุมของเธอได้"ริสา...บอกเรนดอลว่าเร่งทางเอฮาซานที...ฉันกลัวว่าหากปล่อยให้นางจมอยู่กับความหวาดกลัวนานกว่านี้หากตอนฉันไม่อยู่...นางจะเกิดอันตราย" เขาออกคำสั่งให้แก่หญิงรับใช้ที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างๆ เตียง"รับทราบค่ะ" ริสาค้อมกายน้อมรับคำสั่ง ก่อนจะรีบผละออกไปทันที" ผมจะให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำแก่นางก่อนนะครับนางจะได้ฟื้นตัวเร็วๆ เพราะนางก็อยู่ในภาวะจำศีลแบบนี้มานานกว่า13ชั่วโ







