Masuk" หากที่คุณพูดออกมานั้นมันคือความรู้สึกจากใจฉันก็ขอให้คุณทำตามที่พูดด้วย!!! ""ระหว่างนั้นฉันกับยัยดาวจะยอมรออยู่ที่โรงแรมเฉยๆ ...แต่ฉันจะให้เวลาคุณแค่วันนี้เท่านั้น!!!"" ฉันได้ผ้าผืนนี้มาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเดาว่าพวกนั้นคงจะอยู่ไม่ไกลหรอก!!!" นภัทธาพูดพลางหันหลังเดินจากไปแต่ก็ยังแวะขอขมาเชคหนุ่มกับพระชายาก่อนจะเดินขึ้นรถไปทั้งอย่างนั้น ทั้งพระราชวังเงียบกริบไปชั่วครู่ก่อนจะมีคนที่ดึงสติของทุกคนขึ้นมานั่นก็คือไลอาร์" ท่านพี่...เซลซิลนั้นบาดเจ็บอยู่ข้าขอยืมทหารของพระองค์ได้หรือไม่"" เอาไปตามสบายเลย..."" เอฮาซาน...อยู่ดูแลมิสทั้งสองด้วย"" รับทราบครับ!!! "ทุกคนไม่เสียเวลาให้เปล่าประโยชน์ ไลอาร์และเชคซีอาร์ออกคำสั่งอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพียงไม่กี่นาที กลุ่มของไลอาร์ก็พร้อมที่จะออกตามหาอัญชันทันทีรถหลายคันแล่นออกจากพระราชวังไปทางเหนือที่เป็นเขตแดนต่อกับจอร์แดนพวกเขาใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงจุดที่นภัทธาบอก แน่นอนว่าเกิดความโกลาหลขึ้นจนเมืองทั้งเมืองแทบจะถูกปิดเสียด้วยซ้ำในที่สุด อัญชันก็ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ทว่าก็ไปไหนไม่ได้อยู่ดีเพราะทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้นน่ากลัวไม่ว่าจ
หลังจากที่เติมเต็มท้องจนอิ่มแม้อาหารที่ได้รับมาจะไม่ได้อร่อยเริสเท่าไหร่ คืนนี้อัญชันและเหล่าสาวๆ อีกสองสามคนจะถูกพาตัวข้ามเขตชายเเดนไปยังจอร์แดน โดยพวกพ่อค้าได้คุยกันไว้ว่าเขาจะออกเดินทางก่อนตะวันตกดินเพื่อไปยังจุดพักระหว่างทางที่ทางตอนเหนือ" หากชักช้าข้าว่าคงไม่คุ้มแน่ที่จะเสี่ยง...บ้าเอ้ย!!!ไอ้ฮาเหม็ด!!!ดันเอาคนของไลอาร์ อัลโลฟาร์มาหลอกขายข้าเสียได้!!" ชายชราสบถลั่น หลังจากเขาให้ลูกน้องของเขาไปสืบเรื่องราวของหญิงต่างชาติที่ถูกจับมาขายใหม่ๆ และได้รู้ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน" พวกมันว่าอย่างนั้น...เธอเป็นอะไรกับไลอาร์คนนั้นงั้นเหรอพวกมันถึงได้กลัวขนาดนั้น" ราญาถามเมื่อแอบฟังเสียงเอะอะที่อยู่ด้านนอกแล้ว" ฉันแค่มาทำงานให้กับเขาเท่านั้นเองไม่คิดว่าเขาจะใส่ใจตามลงตามล่าอะไรเพื่อช่วยฉันหรอก " อัญชันพูดสีหน้าเรียบเฉยเหมือนมันไม่ได้สลักสำคัญอะไรแม้ว่าข้างในหัวใจของเธอนั้นเจ็บจนแน่นหน้าอกไปจนหมด" แล้วผ้าที่ปักไว้เสร็จแล้วหรือยัง " ราญาไม่คิดจะขุดคุ้ยอะไรต่อไปอีกเพราะไม่ใช่เรื่องของเธอที่จะไปวุ่นวายเรื่องส่วนตัวของใคร" เสร็จแล้ว...นี่" อัญชันยื่นผ้าที่ปักไว้ให้แก่หญิงสาว ข้อความบ่งบอกเอ
แสงสุริยันต์สาดส่องร้อนแรงดุจเพลิงโลกัณต์ เเผดเผาทุกสิ่งอย่างด้วยอำนาจเหนือคณา ท้องมหาสมุทธสุดจะหยั่งถึงก็ไม่เท่าผืนทรายกว้างสุดลูกหูลูกตา ซูซี่เหมือนมองเห็นภาพเก่าๆ ที่เวียนวนไปมา เธอเริ่มหายใจไม่ออกและเจ็บปวดไปกับแรงบีบบนลำคอ นี่เธอจะตายอย่างนั้นเหรอ?? มือบางที่กุมมือหนาอย่างสิ้นหวังเริ่มอ่อนแรง" เฮืัอกกก!!!"ในที่สุดมือหนานั้นก็ปล่อยให้เธอเป็นอิสระ หญิงสาวพยายามสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด รอยแดงปรากฏบนลำคอระหง บ่งบอกว่าเมื่อครู่นั้นชายตรงหน้าเธอได้หวังให้เธอต้องตายคามือ!!!"แค่ก....แค่ก....แค่ก "หญิงสาวล้มกายลงนอนตัวงอ ท่าทางของเธอที่ทรมานไม่ได้ทำให้ร่างสูงกำยำนั้นฉายเเววความเมตตาออกมาสักนิดเดียว" คุณ...พูด..เรื่องอะไรคะ??" ซูซี่ยังคงเฉไฉถามทั้งๆ ที่ตอนนี้เธอหวาดกลัวจนตัวสั่นไปหมด แต่ทำไมเธอต้องยอมรับอะไรง่ายๆ ด้วย ไม่ได้มีพยานหรือหลักฐานใดๆ ที่จะสาวมาถึงตัวเธอแน่ๆ" คุณอัญอยู่ที่ไหน!!" ไลอาร์แผดเสียงลั่นดวงตาสีอำพันแข็งกร้าว ใบหน้าเย็นชาของเขานั้นดูราวกับยมทูตที่พร้อมจะคร่าชีวิตเธอได้ทุกเมื่อ" ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่ายัยคนนั้นอยู่ที่ไหน!!" หญิงสาวทำใจดีสู้เสือ เธอสบตาสีอำพันนั้นอย่า
อุ๊...แหว่ะ!!!!!"เสียง อาเจียนของ นภัทธาที่พึ่งเหยียบผืนดินของฮาลัน ดังลั่นห้องน้ำสนามบิน หญิงสาวอาเจียนออกจนแทบหมดใส้หมดพุงเพราะเวียนหัวจากอาการเจ็ทแลค เนื่องจากนั่งเครื่องบิน บินข้ามขอบฟ้ามาหลายต่อหลายที" ให้ดิ้นตายสิ...ทรมานชิบ!! " หญิงสาวล้วงยาดมที่พกมาด้วยขึ้นสูดดมให้คลายวิงเวียนโดยมีเพียงจันทร์คอยดูแลอยู่ใกล้ๆ" พี่อาการหนักนะไปหาหมอกันเถอะ" เธอเสนอสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย แต่มืออวบๆ ของนภัทธากลับโบกหยอยๆ ห้ามไว้" ไม่เป็นไรหรอก...รีบไปกันเถอะฉันใจไม่ดีรู้สึกห่วงยัยอัญยังไงไม่รู้ " นภัทธาพูด ทั้งสองคนเดินทางไปยังโรงแรมที่อยู่ไม่ห่างจากสนามบินนัก ด้วยความเห็นจากเอฮาซานเขาเสนอให้ หญิงสาวพักผ่อนก่อนที่จะรีบเดินทางไปยังฮาลันน่าร์" คุณไม่บอกพวกนางเรื่องของมิสอัญชันหรือครับคุณไลอาร์ " ผู่ช่วยของเขาถามเมื่อเห็นว่าไลอาร์ไม่มีทีท่าที่จะบอกเรื่องที่อัญชันหายตัวไปให้แก่หญิงสาวต่างแดนทั้งสองหลังจากที่ไปส่งเพียงจันทร์ ที่สนามบิน เขาก็รีบกลับมายัง ห้องพักของตนอย่างทันทีเพื่อเร่งการช่วยเหลือเจ้านายตามหาอัญชัน" เราจะบอกพวกนางตอนนี้ไม่ได้...ยังไม่ถึงเวลา" เขาตอบ ลางสังหรณ์ของเขาบอกเอาไว้ว่
ทุกอย่างดูวุ่นวายไปหมด ทั้งเรื่องที่เรนดอลบาดเจ็บสาหัสแล้วเรื่องที่ อัญชันหายตัวไป จวบจนตะวันรุ่งโผล่ขึ้นขอบฟ้า เอเลนที่ส่งตัวเรนดอลถึงมือหมอแล้วก็รีบติดต่อเจ้านายที่ตอนนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้างทันที" นายท่าน.... " เขาพูดผ่านเครื่องสื่อสารทางดาวเทียมที่เป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะติดต่อเจ้านายและเพื่อนของเขาได้ในขณะที่พวกเขาอยู่ท่ามกลางทะเลทรายเท่านั้น"..... เอเลน...." เสียงตอบรับขาดๆ หายๆ ที่ตอบกลับมาทำให้เขาต้องปรับคลื่นเสียงให้ถี่ขึ้นอีกสักนิด" ได้ยินไหมครับท่าน!!" เขาร้องถามอีกครั้ง" ได้ยิน...เอเลนนายเช็คจีพีเอสรหัส ห้าสองหนึ่งสองศูนย์ ด่วนเลย " ไลอาร์รีบออกคำสั่งทันที เขาเริ่มร้อนใจเมื่อเห็นว่าตะวันเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าแล้ว โชคดีที่เมื่อคืนนั้นพายุทรายไม่ได้รุนแรงนัก แต่มันก็ทำให้เขาไม่สามารถแกะรอยต้องส่งสัยที่เขาพบเมื่อคืนไม่ได้ รอยนั้นบ่งบอกได้ว่าพวกที่ต้องสงสัยนั้นใช้ม้าเป็นพาหนะเช่นกัน" ครับท่าน... " เอเลนรับคำสั่ง เขารีบเปิดเครื่องติดตามจีพีเอส ตามคำสั่งผู้เป็นนาย จุดสีเขียวที่กระพริบอยู่บนเรดาร์โชว์หราบนหน้าจอมอนิเตอร์ บ่งบอกว่าจุดๆ นั้นก็คือเจ้านายของเขา เอเลนสั่งให้ลูกน้
เหมืองเพชรนั้นมีลักษณะเหมือนเหมืองทั่วๆ ไปที่อัญชันเคยเห็นไม่ได้มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจเสียเท่าไหร่นักเพียงแต่ภายในเหมืองขุดต่างหากที่น่าตกใจ ผนังถ้ำที่ชาวเหมืองขุดแทบจะทุกแห่ง ล้วนแฝงไปด้วยอัญมณีล้ำค่าที่หาค่าเปรียบไม่ได้ เพชรดิบที่ดูภายนอกเป็นเพียงก้อนหินเเข็งๆ แต่เมื่อถูกเจียระไนมาแล้วกลับ ดูงดงามเสียยิ่งกว่าอะไร ไลอาร์พาอัญชันเที่ยวชมกรรมวิธีการสกัดเพชร เจียระไนเพชรรวมไปถึงการขึ้นรูปต่างๆ อย่างระเอียด" ไม่นึกเลยนะคะว่ากว่าจะได้สร้อยสวยๆ สักเส้นมันอยากขนาดนี้" อัญชันพูดในขณะที่กำลังพักทานอาหารกลางวันอยู่กับชายหนุ่ม ที่แถบนี้ส่วนมากจะมีชนพื้นเมืองที่เป็นคนงานเหมืองก็ราวกับเป็นหมู่บ้านๆ หนึ่งก็ว่าได้" นั่นแหล่ะครับที่ทำให้มันมีมูลค่าโดยเฉพาะสร้อยที่ผมให้คุณไว้...ถึงจะไม่ได้มีมูลค่าทางเงินมากแต่สำหรับมูลค่าทางใจผมว่ามันก็มากพอนะครับ " เขาชี้ไปนังจี้เพชรสีชมพูบนคอของหญิงสาว จี้รูปผีเสื้อที่ประดับด้วยเพชรน้ำงามส่องประกายวาวบนลำคอขาวผ่องของเธอ" ขอบคุณมากนะคะ" อัญชันกล่าวขอบคุณชายหนุ่มพลางจับจี้ขนาดเท่าเหรีญบาทที่อยู่บนคอเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งอาทิตย์ที่อัญชันอยู่ที่เหมืองเธอสนิทกับชาว







