Mag-log inไลอาห์ ทำหน้ายุ่งเพราะวันนี้ช่างไม่เป็นดั่งที่หวัง สาวงามที่เขาได้พบเจอและตราตรึงใจ ปฏิเสธที่สวมใส่แมร์รี่เพอร์รี่ให้แก่เขา
ส่วนแม่นางแบบขาใหญ่เจ้าปัญหาก็ทำเป็นเล่นตัวจนน่าหงุดหงิด เขาจึงตัดสินใจให้เครื่องเพชรอันล้ำค่าเป็นเพียงตัวโชว์รอบฟินนาเล่แทนโดยไร้นางแบบสวมใส่มัน "กับซูซี่ฉันไม่ได้ให้ค่าอะไรนางอยู่แล้ว...แต่กับพนักงานคนนั้นกล้าปฏิเสธฉัน!!! " เขาบ่นกับเอฮาซานเลขาคนสนิทของเขาด้วยอาการมึนเมาหลังจาก ดื่มแอลกอฮอล์สีอำพันไปหลายต่อหลายขวด " แต่ก็ยังดีที่เราแก้สถานกานต์ได้นะครับ กลายเป็นว่าเครื่องเพชรสองชุดนี้ มีค่ามากกว่าที่นางแบบระดับโลกจะได้สวมใส่" เอฮาซานออกความเห็น พลางรินบรั่นดีให้กับเจ้านายของตน " พรุ่งนี้ยัยนางแบบนั่นต้องมาโวยวายแน่...เอฮาซาน...ผู้หญิงคนนั้นที่ปฏิเสธแมร์รี่เพอร์รี่ของฉันเป็นพนักงานบนเรือนี้...ไปตามตัวมาให้ฉันด่วน!!" ไลอาห์ออกคำสั่ง พลางดระดกน้ำสีอำพันลงลำคอหนาจนหมดแก้ว ไม่ทันข้ามคืนตามที่ชายหนุ่มคาดไว้ แม่นางแบบคนงามก็รีบปรี่มาหาเขาถึงในห้องพักทันทีที่งานประมูลจบ เสียงแหวๆ ของนางหวีดร้องราวกับสัมภเวสีที่ร้องขอส่วนบุญก็มิปาน " คุณไลอาห์!!!เรามีเรื่องต้องคุยกันนะคะ!!" เสียงแหวๆ นั้นกรีดร้องเต็มไปด้วยโทสะ " เรื่องอะไรดีล่ะคุณซูซี่...เรื่องที่คุณปฏิเสธงานของผมหรือเรื่องที่ผมฟ้องร้องคุณกรณีที่คุณผิดสัญญาจ้าง" ชายหนุ่มส่งสายตาเย็นชาราวกับน้ำแข็งไปยังหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นนางแบบระดับโลก " ฟ้องร้อง!!!คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะคะคุณไลอาห์!!!ไหนคุณบอกว่าจะให้ซูซี่ใส่แมร์รี่เพอร์รี่ในงานประมูลล่ะคะ!!!คุณต่างหากที่ผิดสัญญา!!" เสียงแหวๆ เริ่มอ่อนลงพลางหย่อนกายลงข้างๆ ชายหนุ่มด้วยท่าทางออดอ้อน " ฮึ...คนที่บอกให้ใส่ไม่ใช่เชคอามีนพี่ของผมหรอกหรือ...ผมยังไม่เคยอณุญาติให้คุณแตะต้องมันด้วยซ้ำ...เอฮาซาน...ส่งแขก" เขาพูดอย่างเย็นชาและรู้ดีว่าครั้งหนึ่งซูซี่เคยเป็นคู่รักของเชคอามีนพี่ชายต่างมารดาของเขาที่ตอนนี้ปกครองแคว้นฮาลันที่เป็นเมืองใหญ่ไกล้ๆ เหมืองเพชรของเขาอยู่ " คุณไลอาห์!!!" นางแบบสาวไม่สามารถค้านอะไรได้อีกนอกเสียจากทำท่าทีไม่พอใจและออกจากห้องพักของชายหนุ่มไปทั้งอย่างนั้น "เล่นตัวไปเถอะ ไลอาห์ แกจะได้รู้ว่าคนอย่างซูซี่หากอยากครอบครองอะไรแล้วต้องได้เท่านั้น!!!" หญิงสาวคาดคำพูดพลางกระทืบเท้าเดินจากห้องพักสุดหรูระดับวีวีไอพีไปยังห้องพักของตนต่อไป วันแรกของการทำงานของสองสาวนั้นวุ่นวายน่าดูชม เพราะลูกค้าของทางร้านนั้นเยอะมากพวกเธอต้องรองรับการบริการในทุกรูปแบบอย่างเต็มที่หากลูกค้าพึงพอใจพวกเธอก็จะได้ทิปหนักๆ เป็นค่าตอบแทนอีก เพียงแค่วันเดียว อัญชันได้ลองนับทิปจากลูกค้าที่เธอได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงแล้วได้มามากเท่ากับที่เธอทำงานบนบกในสองเดือนทีเดียว "ครั้งแรกในชีวิตเลยนะนี่ที่ได้จับเงินเยอะขนาดนี้แค่เพียงไม่กี่ชั่วโมง....ขอบคุณนะคะพี่ฟ้า" อัญชันแทบจะหุบยิ้มไม่ได้แค่จำนวนเงินเท่านี้ทำให้เธอมีความสุขได้มากขนาดนี้ แต่น่าแปลกที่เวลาเลิกงานก็ผ่านมาจวบจนฟ้าจะมืดอยู่แล้ว เพียงจันทร์ที่น่าจะเลิกงานก่อนเธอยังไม่กลับมาที่ห้องพักเลย โทรไปก็ไม่มีเสียงตอบรับแชทไปก็แค่อ่านแต่ไม่ตอบเธอแต่อย่างใด "พี่ดาวไปเถลไถลที่ไหนอีกเนี้ยะ...หรือหนีไปกินข้าวไม่รอน้องเสียแล้วนะ" เมื่อคิดอย่างนั้นอัญชันไม่รีรอที่จะรีบอาบน้ำเปลี่ยนชุดลำลองและคว้ากระเป๋าสะพายคู่กายไปยังห้องอาหาร ถัดจากชั้นล่างของห้องพักของลูกเรือจะเป็นโซนพักผ่อนและห้องอาหารของเรือ ในโซนนี้ถูกประดับประดาไปด้วยสีทองและขาวทำให้ดูหรูหราราวกับพระราชวัง เหล่าไฮโซเซเลปที่มาเที่ยวและพักผ่อนต่างมาชุมนุมกันตรงนี้ในยามที่ทานอาหารเรียบร้อยแล้ว อัญชันเห็นเงาร่างของเพียงจันทร์แวบๆ ในห้องอาหาร เธอจึงรีบเดินไปหาหญิงสาวจนลืมมองทางไปว่าร่างสูงกำยำร่างหนึ่งกำลังเดินออกจากตัวลิฟท์ข้างหน้าของเธอ ทำให้ร่างบอบบางของอัญชันชนกระแทกเข้ากับร่างสูงกำยำนั้นอย่างจัง จนทำให้เธอเกือบจะล้มทั้งยืน โชคดีที่มือหนาคู่นั้นคว้ากายเธอเอาไว้พอดี "ขอโทษค่ะ!!" เธอดิ้นคลุกคลักในอ้อมกอดที่แข็งกร้าวตรงหน้าแต่ดิ้นเท่าไหร่ก็เหมือนกิ้นไม่หลุดเสียที " เอ่อ...คุณคะ...ปล่อย...ปล่อยฉันเถอะค่ะ!!" หญิงสาวเริ่มดิ้นรนและหวาดกลัวแต่ทว่าอ้อมกอดที่แข็งกร้าวนั้นกลับนุ่มนวลลง อัญชันที่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ก็หยุดดิ้นไปมา ดวงตาเหมือนกวางสาวรับกับขนตาเป็นแพหนา สีน้ำตาล ดวงหน้ามนที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางค์บางเบาทำให้ใบหน้านวลนั้นดูเป็นธรรมชาติเป็นอย่างมากกลิ่นสบู่ที่ผสมกับกลิ่นของกายสาวหอมอบอวนทำให้ใจของเขาเต้นจนแทบจะทะลุจากอกเสียให้ได้ เขาตามหาเธอมาทั้งวันก็คลาดกันจนในที่สุดแต่ทว่าเมื่อเขาไม่ได้ตามหาเธอกลับมาอยู่ตรงหน้าเพียงแค่ปลายจมูก ไลอาห์เผลอกลั้นหายใจไปชั่วคู่เมื่อสบตาคู่งามคู่นั้น อัญชันเองก็ตกตะลึงในความหล่อเหลาราวเทพบุตรของชายตรงหน้าเช่นกันดวงตาสีอำพันราวกับดึงดูดให้เธอตกอยู่ในภวังค์ก็มิปาน กล้ามแขนแน่นๆ และอบอุ่นของเขาก็น่าโหยหายิ่งนัก ทว่าภาพอันโหดร้ายในอดีตของเธอก็แวบเข้ามาในมโนสำนึก ปฏิกิริยาป้องกันตัวของเธอก็เริ่มทำงาน ร่างบางสั่นเทาไปทั้งสรรพางค์กาย ใบหน้านวลซีดขาวราวกับกระดาษเปล่า อัญชันเริ่มดิ้นรนอีกครั้งแต่เพราะความหวดกลัวคราวนี้เธอจึงออกแรงมากกว่าเดิม "ปะ....ปล่อย!!!!" อัญชันกรีดร้องเสียงหลง ปากบางเริ่มออกแรงกัดที่ลำแขนล่ำๆ นั้นจนอีกฝ่ายจำต้องปล่อยเธอร่วงหล่นกระแทกพื้น เลือดสีสดไหลอาบลำแขนแกร่งและติดอยู่ตรงริมฝีปากของหญิงสาว ดวงตาที่เคยสุกสกาวไหววูบประหม่าจนเห็นได้ชัด " อะ...ออกไป...ไม่...ไม่สิ....ขอโทษค่ะ" ร่างบางเริ่มสั่นกลัวอย่างรุนแรงหญิงสาวล้มลุกคลุกคลานก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากที่ตรงนั้นปล่อยให้ชายหนุ่มยืนมองด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจอยู่ตรงนั้น "คุณไลอาห์!!!รีบไปทำแผลเถอะครับ!!!" เอฮาซานได้ยินเสียงกรีดร้องของหญิงสาวและได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดหญิงสาวถึงดูหวาดกลัวเจ้านายของเขาจนถึงขนาดนั้น แต่เมื่อเห็นรอยกัดตรงแขนเขาเองก็ใจหายวาบไม่แพ้กันมือหนารีบคว้าผ้าเช็ดหน้าของตนมาพันแผลเอาไว้ "พันผ้าไว้ก็พอ" ไลอาห์พูดพลางรีบเดินตามหญิงสาวที่กำลังวิ่งแบบสติแตกไปยังพื้นที่ที่เขารู้ว่าตรงนั้นเป็นพื้นที่อันตราย อัญชันวิ่งแบบไม่ลืมหูลืมตา ความหวาดกลัวที่เคยลืมเลือนไปแล้วกลับมาตามหลอกหลอนเธออีก กลิ่นอันน่าสะอิดสะเอียนและสายตามากตัณหาของผู้ชาย มันทำให้เธอแทบจะอาเจียนออกมา เธอล้มลงไปไม่รู้ต่อกี่ครั้ง วิ่งชนใครบ้าง โดนอะไรขีดข่วนไปบ้างเธอไม่รู้ตัวเองเลย รู้เสียแต่ว่าเธออยากออกไปจากตรงนี้ ปากก็พร่ำเรียกหา นภัทธาและเพียงจันทร์ราวกับคนบ้า จนไม่รู้เลยว่าด้านหน้าที่เธอกำลังวิ่งไปคือกาบเรือที่เก็บเรือสำรองเอาไว้ อัญชันสะดุดม้วนเชือกจนข้อเท้าบวม ปูด ร่างบางกำลังจะพลัดตกเรืออยู่รอมล่อ ทว่ามือหนาที่เคยกอดเธอไว้เมื่อครู่ก็คว้ากายเธอเอาไว้ได้ทันเวลาพอดี ก่อนที่สติจองเธอจะดับวูบไป อัญชันจำได้ว่าหัวของเธอกระแทกเข้ากับกาบเรือพอดี "คุณ!!!!คุณ!!!!คุณเป็นอะไรหรือเปล่า!!!.....เอฮาซานๆ เรียกหมอเร็ว" ไลอาห์ตะโกนเรียกร่างบางที่เกือบจมหายไปในทะเลแล้วหากเขาตามเธอมาช้ากว่านี้แค่นิดเดียว เขาอุ้มร่างบางที่ไร้สตินั้นขึ้นแนบอก มองเห็นรอยเลือดจากหน้าผากที่ถูกกระแทกตอนที่เขาดึงตัวเธอไว้ ชายหนุ่มไม่รีรอที่จะอุ้มเธอไปยังห้องพยาบาลของเรือ ในความฝัน อัญชันมองเห็นภาพเก่าๆ ที่ติดตาไม่เคยเลือนหายตั้งแต่เธอจำความได้ พ่อของเธอดื่มหนักมากและอาละวาดหนักมาก หลายๆ ครั้งที่ทุบตีเธอ จนกระทั่งเธอเริ่มเป็นสาวอายุเพียงสิบสี่ปี คืนมหัตภัยร้ายที่หลอกหลอนเธอก็มาเยือน วันนี้เธอมีความสุขมาก เพราะพ่อของเธอทำอาหารสุดอร่อยให้เธอได้กินเป็นครั้งแรก เธอจำรสชาติต้มไก่รสชาติกลมกล่อมนั้นได้ดี แต่มันก็เป็นรสชาติที่ทำไห้เธอเหมือนตกนรกทั้งเป็นเช่นกัน จู่ๆ ในคืนนั้นพ่อของเธอพาใครก้ไม่รู้มาที่บ้านพวกเขาเริ่มกินดื่มสำราญใจ อัญชันที่ยังเด็กไม่ประสีประสาก็เข้าไปอาบน้ำเพราะรู้สึกร้อนวูบวาบประหลาดๆ มัจจุราชร่างยักษ์ในคราบมนุษย์แอบตามเด็กหญิงไปยังห้องน้ำ เขากระทำการย่ำยีเธอที่กำลังอ่อนแรงในห้องน้ำนั้น มือหนาบีบเค้นทั่วกายเด็กสาวจนเจ็บปวดไปหมด เธอกรีดร้องขอความช่วยเหลือจนเสียงแห้งแหบ โชคยังดีที่คุณปู่อันเป็นที่รักตอนนั้นยังแข็งแรงดีมาช่วยเธอจากวิกฤตนั้นได้ทัน แต่ความหวาดกลัวก็ยังคงเกาะกินลึกเข้าไปในจิตสำนึกของเธอเสียแล้วเสียงจากกองไฟลั่นเปรี๊ยะๆทำลายความเงียบในคืนที่ดึกสงัด อัญชันเหม่อมองท้องฟ้าที่ดาษดื่นไปด้วยดวงดาวที่ประกายพราวบนฟากฟ้า ร่างสูงกำยำที่นั่งเงียบๆอยู่ข้างๆใช้ไม้เขี่ยขี้เถ้าเล่นแก้เบื่อ เขาไม่อยากรบกวนเวลาของหญิงสาวแต่ก็ไม่อยากห่างจากเธอหลังจากอาบน้ำแล้วเขาก็รีบนำผ้าห่มมาให้เธอห่มกันหนาว อัญชันนั่งเงียบมานานกว่าสิบนาทีแล้วและเขาก็ไม่อยากรบกวนอะไรเธอจึงได้แต่นั่งเงียบๆ " ทำไมคุณยึดติดกับคนอย่างฉันนัก" อัญชันพูดทำลายความเงียบไลอาร์ชะงักเล็กน้อยที่เธอยอมเปิดปากพูดกับเขาเสียที " นั่นสิ...ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน..รู้แต่เพียงว่าผมมีความสุขทุกครั้งที่อยู่กับคุณและลูก" เขาตอบ " ฉันไม่ได้สวยเหมือนนางแบบงานก็ทำไม่ค่อยเป็นแถมไม่ได้มียศฐาอะไรติดตัว...ฉันจะอยู่ข้างๆคุณได้ไหม...คนอื่นๆจะไม่ดูถูกคุณเอาเหรอ" อัญชันถามเธอรู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่อยากจะฟังคำตอบหากเขาบอกว่าเธอจะต้องเป็นเพียงนางในฮาเร็มหัวใจของเธอคงจะเจ็บปวดอีกเป็นแน่ " คุณก็ถามอะไรแปลกๆ...ที่คฤหาสน์ตะวันดาราเป็นคฤหาสน์ของนายหญิงแห่งฮาลันน่าร์คนที่ดำรงตำแหน่งนายหญิงเท่านั้นถึงจะอยู่ที่นั่นได้ นั่นหมายถึงว่าคุณคู่ควรที่จะอยู่ที่นั
แดดรอนๆยามทินกรจะลับเหลี่ยมเมฆา ท้องฟ้าเปล่งประกายสีแสดจ้าสวยสดงดงามดั่งภาพวาดที่ถูกจินตนาการขึ้น สานลมหนาวเริ่มพัดเอื่อยๆบ่งบอกว่าใกล้ถึงฤดูหนาวอย่างเต็มตัว บ้านไม้หลังเล็กบนยอดเขาในภาคเหนือของประเทศกลับอบอุ่นไปด้วยผู้คนมากมายที่กำลังเล่าเรื่องราวต่างๆรอบๆกองไฟกองเล็กๆที่ก่อขึ้น " เรื่องนี้น่ากลัวเกินไปแล้วนะคะคุณอัญ...ตัวแบบนั้นจะมีจริงๆหรือคะ" ริสากอดเด็กชายตัวอวบอ้วนเอาไว้ในอ้อมแขนรู้สึกสยดสยองไปกับเรื่องเล่าของอัญชัน " มีจริงสิริสา...ตอนเด็กๆฉันก็เคยเห็นมากับตานะ...มีแต่หัวกับเครื่องในลอยไปๆมาๆหน้าซีดๆขาวๆสยดสยองพิกล" อัญชันเล่าย้ำถึงอมนุษย์ชื่อดังที่คนทะ่วประเทศไทยได้รู้จัก เธอรู้สึกเหมือนโดนเบียดโดยคนร่างยักษ์กับร่างบางๆที่กอดลูกชายของเธอเอาไว้แน่นอก " ผีหรือวิญญาณมันต้องโปร่งแสงเป็นเงาขาวๆไม่ใช่หรือครับ" เรนดอลฉงนสงสัย " นั่นน่ะวิญญาณค่ะแต่อมนุษย์ที่ฉันเล่านั้นเป็นกึ่งผีหรือวิญญาณค่ะดวงไฟของมันจะส่องแสงแวววาวสุกๆเหมือนลูกไฟและชอบกินของสกปรกค่ะ" อัญชันเล่าขยี้ความน่ากลัวทว่า ใบหน้าของเรนดอลกลับเบิกโพลงดวงตาค้างเติ่งอยู่กับลูกไฟที่วับๆแวมๆตรงข้างนอกรั้ว "บะ...แบบนั้นเห
คำพูดของริสาทำให้อัญชันนั้นตกอยู่ในความคิดนานเเสนนานจนกระทั่งเสียงเล็กๆของลูกชายเรียกสติเธอให้กลับมา "แม่เป็นไอใยเหรอ...ภูผาเรียกตั้งนานแม่ก็เหม่ออยู่นั้นแหล่ะ" เขาถาม " แม่ไม่ได้เป็นอะไรครับ...แค่คิดไม่ตกว่าจะทำอะไรกินกันดี" เธอตอบลูกชายแม้ว่าความจริงแล้วเธอไม่ได้คิดแบบนั้นอยู่สักนิดเดียว " ภูผาอยากกินหมูกะทะ...อยากกินกับพวกคุณลุงคุนน้า...ได้ไหมครับแม่...นะนะนะ" เด็กชายออดอ้อนเขาคิดถึงช่วงเวลาแห่งความสุขที่เขาได้รับยามที่อยู่กับคุณลุงคุณน้าและอยากแบ่งปันช่วงเวลานั้นให้แม่ของเขาอีกอย่างช่วงเวลาหมูกระทะคือช่วงเวลาที่เขาเองก็โปรดปรานที่สุดเช่นกัน " ก็ได้ๆ...งั้นเราไปซื้อของกันเถอะ" อัญชันตอบตกลงพลางจูงมือลูกชายของตนขึ้นรถเพื่อไปจ่ายตลาด ริสาที่ตื่นเต้นกับหมูกระทะที่เด็กน้อยพูดถึงนั้นก็พลอยตื่นตาตื่นใจรอชิมเมนูที่เรียกได้ว่านิยมที่สุดในประเทศก็ได้ บ้านพักหลังเล็กๆถูกยกมาทั้งหลังแล้ววางบนรากฐานที่ปรับแต่งรออยู่ก่อนแล้วด้วยอำนาจของเงินตราจึงทำให้บ้านพักหลังเล็กๆใหญ่ๆผุดขึ้นบนที่ดินตรงข้ามบ้านของอัญชันไลอาร์ควบคุมดูแลการทำงานอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอนโดยเฉพาะสนามเด็กเล่นขนาดย่อมที่
" แม่ครับๆคุณลุงคนนั้นมาแก้งแม่ใจ้ไหม" เสียงเล็กๆถามผู้เป็นแม่ขณะกำลังวาดรูปเล่นด้วยกันอยู่ เด็กชายตัวน้อยๆมองเห็นรถคันหรูจอดอยู่นอกรั้วบ้านมาหลายวันแล้วไกล้ๆกันเป็นเต้นท์หลังใหญ่ที่มีพี่ชายพี่สาวและคุณลุงอาศัยอยู่ ทุกๆวันเขาจะเห็นคุณลุงเดินตามแม่ของเขาประจำ ส่วนพี่สาวและพี่ชายก็มักจะเล่นกับเขาอยู่บ่อยๆทำไห้เขาไม่รู้สึกเหงาเหมือนแต่ก่อน ยางครั้งเขาก็จะได้กินขนมและได้ของเล่นเยอะแยะจากคนแปลกหน้านั้นถึงแม้แม่ของเขาจะเมินเฉยต่อกลุ่มคนเหล่านั้นแต่ก็ไม่ได้ห้ามให้เขาไปคลุกคลีกับคนเหล่านั้นแม้แต่น้อย " เขาไม่ได้แกล้งแม่หรอกลูก...แต่แม่แค่ไม่อยากคุยกับเขา " อัญชันตอบลูกชายเด็กน้อยนั้นไร้เดียงสาจนทำเอาอัญชันรู้สึกผิดที่ไม่ได้บอกลูกชายว่าคุณลุงที่เขาพูดถึงนั้นก็คือพ่อแท้ๆของเขา " แต่ภูผาชอบพวกเขานะ...แต่ถ้าเขาแก้งแม่ภูผาก็ไม่ชอบ" เด็กชายหันไประบายสีหุ่นยนต์ตัวโตต่อ คำพูดของเด็กชายภูผาวัยสี่ขวบทำเอาอัญชันถึงกับน้ำตารื้น เธอจูบหน้าผากลูกชายสุดที่รักแล้วกระเซ้าแหย่กันสนุกสนาน " ภูผาคิดถึงพ่อไหม" อัยชันถาม " ไม่รู้จิ..." เด็กน้อยตอบตามความรู้สึก เพราะตั้งแต่รู้ความได้เขาก็อยู่ด้
"แม่ครับๆดูสิๆภูผาสูงๆด้วยหล่ะครับ!!" เด็กชายตัวน้อยกระโดดโลดเต้นบนเครื่องเล่นปีนป่ายในสวนสาธารณะไกล้ๆโรงเรียน " ระวังตกนะลูก!!" " ค้าบบบบ" อัญชันร้องเตือนบุตรชายตัวน้อยของเธอและเขาก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเล็กๆน่าเอ็นดู อัญชันมองดูลูกชายของตนเล่นกับเพื่อนๆสนุกสนานเธอก็ปริ่มไปด้วยความสุขเช่นเดียวกับลูกชาย ไลอาร์เห็นร่างบางที่คุ้นเคยบนม้าหินอ่อน เธอคือคนที่เขาคิดถึงสุดหัวใจมาตลอดห้าปีที่ผ่านมามือหนากำสร้อยรูปผีเสื้อที่เคยเป็นของเธอเอาไว้แน่น เขาอยากเข้าไปกอดเธอและทวงถามถึงเหตุผลที่เธอหนีเขาไปทว่าบางสิ่งบางอย่างที่จุกอยูในอกนั้นต่างหากที่ยังคงรั้งเขาเอาไว้อยู่ที่เดิม เด็กชายตัวอ้วนอวบที่เรียกเธอว่าแม่ คือลูกชายของอัญชันไม่ผิดแน่ๆ แต่เขากลับไม่แน่ใจว่าหลังจากที่เธอจากเขามา ใจของเธอนั้นอยู่ที่ใครอีกหรือเปล่า กาลเวลามันเปลี่ยนผันใจคนก็อาจจะเปลี่ยนเช่นกัน ไลอาร์จำไม่ได้แล้วว่าเขามองหญิงสาวกับลูกชายของเธออยู่แบบนี้กี่วันแล้ว รู้เพียงแต่เขาดีใจทุกครั้งที่ได้เห็นเธอ " นายท่านไม่เข้าไปหานายหญิงเหรอครับ" เรนดอลถามใขข้อสงสัยเขารู้ดีว่าเจ้านายของเขานั้นคิดถึงนายหญิงของเขามากแค่ไหนแต่ที่เ
แสงแดดของประเทศไทยนั้นร้อนแรงเสียยิ่งกว่าอะไร แข่งกับสายลมจากทิศตะวันตกที่พัดแรงจนหมวกที่สวมอยู่บนหัวแทบจะปลิว ร่างบางยืนปาดเหงื่อสู้กับแสงแดดท่ามกลางหุบเขาที่รายล้อมไปด้วยทุ่งข้าวโพดสีเหลืองทอง อัญชันเหลือบมองรอบกายที่หลายๆ คนกำลังก้มหน้าก้มตาเก็บฝักข้าวโพดที่กำลังได้ที่ใส่กระสอบ เธอเห็นร่างเล็กๆ ที่กำลังนั่งเล่นอยู่ภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่" ภูผา!!! ตักน้ำให้แม่หน่อยสิ!!! " เธอตะโกนบอกร่างเล็กๆ นั้น เด็กชายตัวอ้วนกลมที่มีดวงตาสีอำพันมองตามเสียงเรียกของมารดาก่อนจะค่อยๆ คลานลงจากขนำท้ายไร่และวิ่งมาหาแม่ของเขาพร้อมกับน้ำเย็นๆ หนึ่งแก้ว มืออ้วนป้อมยื่นแก้วน้ำให้มารดา ใบหน้าอ้วนกลมเล็กๆ นั้นส่งยิ้มให้แก่เธอก่อนจะวิ่งกลับไปที่ขนำภูผา ลูกชายสุดที่รักของอัญชันดวงแก้วดวงใจของเธอนั้นหน้าตาคล้ายเธอมากเว้นเสียแต่ดวงตาที่คมและมีสีเดียวกับพ่อของเขา ไลอาร์ หลังจากที่เธอส่งไลอาร์กลับแคว้นฮาลัน เธอก็รีบหนีเขามายังแดนเหนือสุดในสยามเพื่อตัดความสัมพันธ์ของเธอกับเขาตามคำที่มหาราณีขอร้อง (ข่มขู่) อีกทั้งเธอเองก็ไม่ได้อยากผูกมัดกับเขาให้เขาต้องมาลำบากใจเพราะเธอสองคนแม่ลูก อัญชันใช้เงินที่มีทั้งหมดลงทุนทำส




![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


