เข้าสู่ระบบไลอาห์ ทำหน้ายุ่งเพราะวันนี้ช่างไม่เป็นดั่งที่หวัง สาวงามที่เขาได้พบเจอและตราตรึงใจ ปฏิเสธที่สวมใส่แมร์รี่เพอร์รี่ให้แก่เขา
ส่วนแม่นางแบบขาใหญ่เจ้าปัญหาก็ทำเป็นเล่นตัวจนน่าหงุดหงิด เขาจึงตัดสินใจให้เครื่องเพชรอันล้ำค่าเป็นเพียงตัวโชว์รอบฟินนาเล่แทนโดยไร้นางแบบสวมใส่มัน "กับซูซี่ฉันไม่ได้ให้ค่าอะไรนางอยู่แล้ว...แต่กับพนักงานคนนั้นกล้าปฏิเสธฉัน!!! " เขาบ่นกับเอฮาซานเลขาคนสนิทของเขาด้วยอาการมึนเมาหลังจาก ดื่มแอลกอฮอล์สีอำพันไปหลายต่อหลายขวด " แต่ก็ยังดีที่เราแก้สถานกานต์ได้นะครับ กลายเป็นว่าเครื่องเพชรสองชุดนี้ มีค่ามากกว่าที่นางแบบระดับโลกจะได้สวมใส่" เอฮาซานออกความเห็น พลางรินบรั่นดีให้กับเจ้านายของตน " พรุ่งนี้ยัยนางแบบนั่นต้องมาโวยวายแน่...เอฮาซาน...ผู้หญิงคนนั้นที่ปฏิเสธแมร์รี่เพอร์รี่ของฉันเป็นพนักงานบนเรือนี้...ไปตามตัวมาให้ฉันด่วน!!" ไลอาห์ออกคำสั่ง พลางดระดกน้ำสีอำพันลงลำคอหนาจนหมดแก้ว ไม่ทันข้ามคืนตามที่ชายหนุ่มคาดไว้ แม่นางแบบคนงามก็รีบปรี่มาหาเขาถึงในห้องพักทันทีที่งานประมูลจบ เสียงแหวๆ ของนางหวีดร้องราวกับสัมภเวสีที่ร้องขอส่วนบุญก็มิปาน " คุณไลอาห์!!!เรามีเรื่องต้องคุยกันนะคะ!!" เสียงแหวๆ นั้นกรีดร้องเต็มไปด้วยโทสะ " เรื่องอะไรดีล่ะคุณซูซี่...เรื่องที่คุณปฏิเสธงานของผมหรือเรื่องที่ผมฟ้องร้องคุณกรณีที่คุณผิดสัญญาจ้าง" ชายหนุ่มส่งสายตาเย็นชาราวกับน้ำแข็งไปยังหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นนางแบบระดับโลก " ฟ้องร้อง!!!คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะคะคุณไลอาห์!!!ไหนคุณบอกว่าจะให้ซูซี่ใส่แมร์รี่เพอร์รี่ในงานประมูลล่ะคะ!!!คุณต่างหากที่ผิดสัญญา!!" เสียงแหวๆ เริ่มอ่อนลงพลางหย่อนกายลงข้างๆ ชายหนุ่มด้วยท่าทางออดอ้อน " ฮึ...คนที่บอกให้ใส่ไม่ใช่เชคอามีนพี่ของผมหรอกหรือ...ผมยังไม่เคยอณุญาติให้คุณแตะต้องมันด้วยซ้ำ...เอฮาซาน...ส่งแขก" เขาพูดอย่างเย็นชาและรู้ดีว่าครั้งหนึ่งซูซี่เคยเป็นคู่รักของเชคอามีนพี่ชายต่างมารดาของเขาที่ตอนนี้ปกครองแคว้นฮาลันที่เป็นเมืองใหญ่ไกล้ๆ เหมืองเพชรของเขาอยู่ " คุณไลอาห์!!!" นางแบบสาวไม่สามารถค้านอะไรได้อีกนอกเสียจากทำท่าทีไม่พอใจและออกจากห้องพักของชายหนุ่มไปทั้งอย่างนั้น "เล่นตัวไปเถอะ ไลอาห์ แกจะได้รู้ว่าคนอย่างซูซี่หากอยากครอบครองอะไรแล้วต้องได้เท่านั้น!!!" หญิงสาวคาดคำพูดพลางกระทืบเท้าเดินจากห้องพักสุดหรูระดับวีวีไอพีไปยังห้องพักของตนต่อไป วันแรกของการทำงานของสองสาวนั้นวุ่นวายน่าดูชม เพราะลูกค้าของทางร้านนั้นเยอะมากพวกเธอต้องรองรับการบริการในทุกรูปแบบอย่างเต็มที่หากลูกค้าพึงพอใจพวกเธอก็จะได้ทิปหนักๆ เป็นค่าตอบแทนอีก เพียงแค่วันเดียว อัญชันได้ลองนับทิปจากลูกค้าที่เธอได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงแล้วได้มามากเท่ากับที่เธอทำงานบนบกในสองเดือนทีเดียว "ครั้งแรกในชีวิตเลยนะนี่ที่ได้จับเงินเยอะขนาดนี้แค่เพียงไม่กี่ชั่วโมง....ขอบคุณนะคะพี่ฟ้า" อัญชันแทบจะหุบยิ้มไม่ได้แค่จำนวนเงินเท่านี้ทำให้เธอมีความสุขได้มากขนาดนี้ แต่น่าแปลกที่เวลาเลิกงานก็ผ่านมาจวบจนฟ้าจะมืดอยู่แล้ว เพียงจันทร์ที่น่าจะเลิกงานก่อนเธอยังไม่กลับมาที่ห้องพักเลย โทรไปก็ไม่มีเสียงตอบรับแชทไปก็แค่อ่านแต่ไม่ตอบเธอแต่อย่างใด "พี่ดาวไปเถลไถลที่ไหนอีกเนี้ยะ...หรือหนีไปกินข้าวไม่รอน้องเสียแล้วนะ" เมื่อคิดอย่างนั้นอัญชันไม่รีรอที่จะรีบอาบน้ำเปลี่ยนชุดลำลองและคว้ากระเป๋าสะพายคู่กายไปยังห้องอาหาร ถัดจากชั้นล่างของห้องพักของลูกเรือจะเป็นโซนพักผ่อนและห้องอาหารของเรือ ในโซนนี้ถูกประดับประดาไปด้วยสีทองและขาวทำให้ดูหรูหราราวกับพระราชวัง เหล่าไฮโซเซเลปที่มาเที่ยวและพักผ่อนต่างมาชุมนุมกันตรงนี้ในยามที่ทานอาหารเรียบร้อยแล้ว อัญชันเห็นเงาร่างของเพียงจันทร์แวบๆ ในห้องอาหาร เธอจึงรีบเดินไปหาหญิงสาวจนลืมมองทางไปว่าร่างสูงกำยำร่างหนึ่งกำลังเดินออกจากตัวลิฟท์ข้างหน้าของเธอ ทำให้ร่างบอบบางของอัญชันชนกระแทกเข้ากับร่างสูงกำยำนั้นอย่างจัง จนทำให้เธอเกือบจะล้มทั้งยืน โชคดีที่มือหนาคู่นั้นคว้ากายเธอเอาไว้พอดี "ขอโทษค่ะ!!" เธอดิ้นคลุกคลักในอ้อมกอดที่แข็งกร้าวตรงหน้าแต่ดิ้นเท่าไหร่ก็เหมือนกิ้นไม่หลุดเสียที " เอ่อ...คุณคะ...ปล่อย...ปล่อยฉันเถอะค่ะ!!" หญิงสาวเริ่มดิ้นรนและหวาดกลัวแต่ทว่าอ้อมกอดที่แข็งกร้าวนั้นกลับนุ่มนวลลง อัญชันที่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ก็หยุดดิ้นไปมา ดวงตาเหมือนกวางสาวรับกับขนตาเป็นแพหนา สีน้ำตาล ดวงหน้ามนที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางค์บางเบาทำให้ใบหน้านวลนั้นดูเป็นธรรมชาติเป็นอย่างมากกลิ่นสบู่ที่ผสมกับกลิ่นของกายสาวหอมอบอวนทำให้ใจของเขาเต้นจนแทบจะทะลุจากอกเสียให้ได้ เขาตามหาเธอมาทั้งวันก็คลาดกันจนในที่สุดแต่ทว่าเมื่อเขาไม่ได้ตามหาเธอกลับมาอยู่ตรงหน้าเพียงแค่ปลายจมูก ไลอาห์เผลอกลั้นหายใจไปชั่วคู่เมื่อสบตาคู่งามคู่นั้น อัญชันเองก็ตกตะลึงในความหล่อเหลาราวเทพบุตรของชายตรงหน้าเช่นกันดวงตาสีอำพันราวกับดึงดูดให้เธอตกอยู่ในภวังค์ก็มิปาน กล้ามแขนแน่นๆ และอบอุ่นของเขาก็น่าโหยหายิ่งนัก ทว่าภาพอันโหดร้ายในอดีตของเธอก็แวบเข้ามาในมโนสำนึก ปฏิกิริยาป้องกันตัวของเธอก็เริ่มทำงาน ร่างบางสั่นเทาไปทั้งสรรพางค์กาย ใบหน้านวลซีดขาวราวกับกระดาษเปล่า อัญชันเริ่มดิ้นรนอีกครั้งแต่เพราะความหวดกลัวคราวนี้เธอจึงออกแรงมากกว่าเดิม "ปะ....ปล่อย!!!!" อัญชันกรีดร้องเสียงหลง ปากบางเริ่มออกแรงกัดที่ลำแขนล่ำๆ นั้นจนอีกฝ่ายจำต้องปล่อยเธอร่วงหล่นกระแทกพื้น เลือดสีสดไหลอาบลำแขนแกร่งและติดอยู่ตรงริมฝีปากของหญิงสาว ดวงตาที่เคยสุกสกาวไหววูบประหม่าจนเห็นได้ชัด " อะ...ออกไป...ไม่...ไม่สิ....ขอโทษค่ะ" ร่างบางเริ่มสั่นกลัวอย่างรุนแรงหญิงสาวล้มลุกคลุกคลานก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากที่ตรงนั้นปล่อยให้ชายหนุ่มยืนมองด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจอยู่ตรงนั้น "คุณไลอาห์!!!รีบไปทำแผลเถอะครับ!!!" เอฮาซานได้ยินเสียงกรีดร้องของหญิงสาวและได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดหญิงสาวถึงดูหวาดกลัวเจ้านายของเขาจนถึงขนาดนั้น แต่เมื่อเห็นรอยกัดตรงแขนเขาเองก็ใจหายวาบไม่แพ้กันมือหนารีบคว้าผ้าเช็ดหน้าของตนมาพันแผลเอาไว้ "พันผ้าไว้ก็พอ" ไลอาห์พูดพลางรีบเดินตามหญิงสาวที่กำลังวิ่งแบบสติแตกไปยังพื้นที่ที่เขารู้ว่าตรงนั้นเป็นพื้นที่อันตราย อัญชันวิ่งแบบไม่ลืมหูลืมตา ความหวาดกลัวที่เคยลืมเลือนไปแล้วกลับมาตามหลอกหลอนเธออีก กลิ่นอันน่าสะอิดสะเอียนและสายตามากตัณหาของผู้ชาย มันทำให้เธอแทบจะอาเจียนออกมา เธอล้มลงไปไม่รู้ต่อกี่ครั้ง วิ่งชนใครบ้าง โดนอะไรขีดข่วนไปบ้างเธอไม่รู้ตัวเองเลย รู้เสียแต่ว่าเธออยากออกไปจากตรงนี้ ปากก็พร่ำเรียกหา นภัทธาและเพียงจันทร์ราวกับคนบ้า จนไม่รู้เลยว่าด้านหน้าที่เธอกำลังวิ่งไปคือกาบเรือที่เก็บเรือสำรองเอาไว้ อัญชันสะดุดม้วนเชือกจนข้อเท้าบวม ปูด ร่างบางกำลังจะพลัดตกเรืออยู่รอมล่อ ทว่ามือหนาที่เคยกอดเธอไว้เมื่อครู่ก็คว้ากายเธอเอาไว้ได้ทันเวลาพอดี ก่อนที่สติจองเธอจะดับวูบไป อัญชันจำได้ว่าหัวของเธอกระแทกเข้ากับกาบเรือพอดี "คุณ!!!!คุณ!!!!คุณเป็นอะไรหรือเปล่า!!!.....เอฮาซานๆ เรียกหมอเร็ว" ไลอาห์ตะโกนเรียกร่างบางที่เกือบจมหายไปในทะเลแล้วหากเขาตามเธอมาช้ากว่านี้แค่นิดเดียว เขาอุ้มร่างบางที่ไร้สตินั้นขึ้นแนบอก มองเห็นรอยเลือดจากหน้าผากที่ถูกกระแทกตอนที่เขาดึงตัวเธอไว้ ชายหนุ่มไม่รีรอที่จะอุ้มเธอไปยังห้องพยาบาลของเรือ ในความฝัน อัญชันมองเห็นภาพเก่าๆ ที่ติดตาไม่เคยเลือนหายตั้งแต่เธอจำความได้ พ่อของเธอดื่มหนักมากและอาละวาดหนักมาก หลายๆ ครั้งที่ทุบตีเธอ จนกระทั่งเธอเริ่มเป็นสาวอายุเพียงสิบสี่ปี คืนมหัตภัยร้ายที่หลอกหลอนเธอก็มาเยือน วันนี้เธอมีความสุขมาก เพราะพ่อของเธอทำอาหารสุดอร่อยให้เธอได้กินเป็นครั้งแรก เธอจำรสชาติต้มไก่รสชาติกลมกล่อมนั้นได้ดี แต่มันก็เป็นรสชาติที่ทำไห้เธอเหมือนตกนรกทั้งเป็นเช่นกัน จู่ๆ ในคืนนั้นพ่อของเธอพาใครก้ไม่รู้มาที่บ้านพวกเขาเริ่มกินดื่มสำราญใจ อัญชันที่ยังเด็กไม่ประสีประสาก็เข้าไปอาบน้ำเพราะรู้สึกร้อนวูบวาบประหลาดๆ มัจจุราชร่างยักษ์ในคราบมนุษย์แอบตามเด็กหญิงไปยังห้องน้ำ เขากระทำการย่ำยีเธอที่กำลังอ่อนแรงในห้องน้ำนั้น มือหนาบีบเค้นทั่วกายเด็กสาวจนเจ็บปวดไปหมด เธอกรีดร้องขอความช่วยเหลือจนเสียงแห้งแหบ โชคยังดีที่คุณปู่อันเป็นที่รักตอนนั้นยังแข็งแรงดีมาช่วยเธอจากวิกฤตนั้นได้ทัน แต่ความหวาดกลัวก็ยังคงเกาะกินลึกเข้าไปในจิตสำนึกของเธอเสียแล้ว" หากที่คุณพูดออกมานั้นมันคือความรู้สึกจากใจฉันก็ขอให้คุณทำตามที่พูดด้วย!!! ""ระหว่างนั้นฉันกับยัยดาวจะยอมรออยู่ที่โรงแรมเฉยๆ ...แต่ฉันจะให้เวลาคุณแค่วันนี้เท่านั้น!!!"" ฉันได้ผ้าผืนนี้มาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเดาว่าพวกนั้นคงจะอยู่ไม่ไกลหรอก!!!" นภัทธาพูดพลางหันหลังเดินจากไปแต่ก็ยังแวะขอขมาเชคหนุ่มกับพระชายาก่อนจะเดินขึ้นรถไปทั้งอย่างนั้น ทั้งพระราชวังเงียบกริบไปชั่วครู่ก่อนจะมีคนที่ดึงสติของทุกคนขึ้นมานั่นก็คือไลอาร์" ท่านพี่...เซลซิลนั้นบาดเจ็บอยู่ข้าขอยืมทหารของพระองค์ได้หรือไม่"" เอาไปตามสบายเลย..."" เอฮาซาน...อยู่ดูแลมิสทั้งสองด้วย"" รับทราบครับ!!! "ทุกคนไม่เสียเวลาให้เปล่าประโยชน์ ไลอาร์และเชคซีอาร์ออกคำสั่งอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพียงไม่กี่นาที กลุ่มของไลอาร์ก็พร้อมที่จะออกตามหาอัญชันทันทีรถหลายคันแล่นออกจากพระราชวังไปทางเหนือที่เป็นเขตแดนต่อกับจอร์แดนพวกเขาใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงจุดที่นภัทธาบอก แน่นอนว่าเกิดความโกลาหลขึ้นจนเมืองทั้งเมืองแทบจะถูกปิดเสียด้วยซ้ำในที่สุด อัญชันก็ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ทว่าก็ไปไหนไม่ได้อยู่ดีเพราะทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้นน่ากลัวไม่ว่าจ
หลังจากที่เติมเต็มท้องจนอิ่มแม้อาหารที่ได้รับมาจะไม่ได้อร่อยเริสเท่าไหร่ คืนนี้อัญชันและเหล่าสาวๆ อีกสองสามคนจะถูกพาตัวข้ามเขตชายเเดนไปยังจอร์แดน โดยพวกพ่อค้าได้คุยกันไว้ว่าเขาจะออกเดินทางก่อนตะวันตกดินเพื่อไปยังจุดพักระหว่างทางที่ทางตอนเหนือ" หากชักช้าข้าว่าคงไม่คุ้มแน่ที่จะเสี่ยง...บ้าเอ้ย!!!ไอ้ฮาเหม็ด!!!ดันเอาคนของไลอาร์ อัลโลฟาร์มาหลอกขายข้าเสียได้!!" ชายชราสบถลั่น หลังจากเขาให้ลูกน้องของเขาไปสืบเรื่องราวของหญิงต่างชาติที่ถูกจับมาขายใหม่ๆ และได้รู้ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน" พวกมันว่าอย่างนั้น...เธอเป็นอะไรกับไลอาร์คนนั้นงั้นเหรอพวกมันถึงได้กลัวขนาดนั้น" ราญาถามเมื่อแอบฟังเสียงเอะอะที่อยู่ด้านนอกแล้ว" ฉันแค่มาทำงานให้กับเขาเท่านั้นเองไม่คิดว่าเขาจะใส่ใจตามลงตามล่าอะไรเพื่อช่วยฉันหรอก " อัญชันพูดสีหน้าเรียบเฉยเหมือนมันไม่ได้สลักสำคัญอะไรแม้ว่าข้างในหัวใจของเธอนั้นเจ็บจนแน่นหน้าอกไปจนหมด" แล้วผ้าที่ปักไว้เสร็จแล้วหรือยัง " ราญาไม่คิดจะขุดคุ้ยอะไรต่อไปอีกเพราะไม่ใช่เรื่องของเธอที่จะไปวุ่นวายเรื่องส่วนตัวของใคร" เสร็จแล้ว...นี่" อัญชันยื่นผ้าที่ปักไว้ให้แก่หญิงสาว ข้อความบ่งบอกเอ
แสงสุริยันต์สาดส่องร้อนแรงดุจเพลิงโลกัณต์ เเผดเผาทุกสิ่งอย่างด้วยอำนาจเหนือคณา ท้องมหาสมุทธสุดจะหยั่งถึงก็ไม่เท่าผืนทรายกว้างสุดลูกหูลูกตา ซูซี่เหมือนมองเห็นภาพเก่าๆ ที่เวียนวนไปมา เธอเริ่มหายใจไม่ออกและเจ็บปวดไปกับแรงบีบบนลำคอ นี่เธอจะตายอย่างนั้นเหรอ?? มือบางที่กุมมือหนาอย่างสิ้นหวังเริ่มอ่อนแรง" เฮืัอกกก!!!"ในที่สุดมือหนานั้นก็ปล่อยให้เธอเป็นอิสระ หญิงสาวพยายามสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด รอยแดงปรากฏบนลำคอระหง บ่งบอกว่าเมื่อครู่นั้นชายตรงหน้าเธอได้หวังให้เธอต้องตายคามือ!!!"แค่ก....แค่ก....แค่ก "หญิงสาวล้มกายลงนอนตัวงอ ท่าทางของเธอที่ทรมานไม่ได้ทำให้ร่างสูงกำยำนั้นฉายเเววความเมตตาออกมาสักนิดเดียว" คุณ...พูด..เรื่องอะไรคะ??" ซูซี่ยังคงเฉไฉถามทั้งๆ ที่ตอนนี้เธอหวาดกลัวจนตัวสั่นไปหมด แต่ทำไมเธอต้องยอมรับอะไรง่ายๆ ด้วย ไม่ได้มีพยานหรือหลักฐานใดๆ ที่จะสาวมาถึงตัวเธอแน่ๆ" คุณอัญอยู่ที่ไหน!!" ไลอาร์แผดเสียงลั่นดวงตาสีอำพันแข็งกร้าว ใบหน้าเย็นชาของเขานั้นดูราวกับยมทูตที่พร้อมจะคร่าชีวิตเธอได้ทุกเมื่อ" ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่ายัยคนนั้นอยู่ที่ไหน!!" หญิงสาวทำใจดีสู้เสือ เธอสบตาสีอำพันนั้นอย่า
อุ๊...แหว่ะ!!!!!"เสียง อาเจียนของ นภัทธาที่พึ่งเหยียบผืนดินของฮาลัน ดังลั่นห้องน้ำสนามบิน หญิงสาวอาเจียนออกจนแทบหมดใส้หมดพุงเพราะเวียนหัวจากอาการเจ็ทแลค เนื่องจากนั่งเครื่องบิน บินข้ามขอบฟ้ามาหลายต่อหลายที" ให้ดิ้นตายสิ...ทรมานชิบ!! " หญิงสาวล้วงยาดมที่พกมาด้วยขึ้นสูดดมให้คลายวิงเวียนโดยมีเพียงจันทร์คอยดูแลอยู่ใกล้ๆ" พี่อาการหนักนะไปหาหมอกันเถอะ" เธอเสนอสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย แต่มืออวบๆ ของนภัทธากลับโบกหยอยๆ ห้ามไว้" ไม่เป็นไรหรอก...รีบไปกันเถอะฉันใจไม่ดีรู้สึกห่วงยัยอัญยังไงไม่รู้ " นภัทธาพูด ทั้งสองคนเดินทางไปยังโรงแรมที่อยู่ไม่ห่างจากสนามบินนัก ด้วยความเห็นจากเอฮาซานเขาเสนอให้ หญิงสาวพักผ่อนก่อนที่จะรีบเดินทางไปยังฮาลันน่าร์" คุณไม่บอกพวกนางเรื่องของมิสอัญชันหรือครับคุณไลอาร์ " ผู่ช่วยของเขาถามเมื่อเห็นว่าไลอาร์ไม่มีทีท่าที่จะบอกเรื่องที่อัญชันหายตัวไปให้แก่หญิงสาวต่างแดนทั้งสองหลังจากที่ไปส่งเพียงจันทร์ ที่สนามบิน เขาก็รีบกลับมายัง ห้องพักของตนอย่างทันทีเพื่อเร่งการช่วยเหลือเจ้านายตามหาอัญชัน" เราจะบอกพวกนางตอนนี้ไม่ได้...ยังไม่ถึงเวลา" เขาตอบ ลางสังหรณ์ของเขาบอกเอาไว้ว่
ทุกอย่างดูวุ่นวายไปหมด ทั้งเรื่องที่เรนดอลบาดเจ็บสาหัสแล้วเรื่องที่ อัญชันหายตัวไป จวบจนตะวันรุ่งโผล่ขึ้นขอบฟ้า เอเลนที่ส่งตัวเรนดอลถึงมือหมอแล้วก็รีบติดต่อเจ้านายที่ตอนนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้างทันที" นายท่าน.... " เขาพูดผ่านเครื่องสื่อสารทางดาวเทียมที่เป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะติดต่อเจ้านายและเพื่อนของเขาได้ในขณะที่พวกเขาอยู่ท่ามกลางทะเลทรายเท่านั้น"..... เอเลน...." เสียงตอบรับขาดๆ หายๆ ที่ตอบกลับมาทำให้เขาต้องปรับคลื่นเสียงให้ถี่ขึ้นอีกสักนิด" ได้ยินไหมครับท่าน!!" เขาร้องถามอีกครั้ง" ได้ยิน...เอเลนนายเช็คจีพีเอสรหัส ห้าสองหนึ่งสองศูนย์ ด่วนเลย " ไลอาร์รีบออกคำสั่งทันที เขาเริ่มร้อนใจเมื่อเห็นว่าตะวันเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าแล้ว โชคดีที่เมื่อคืนนั้นพายุทรายไม่ได้รุนแรงนัก แต่มันก็ทำให้เขาไม่สามารถแกะรอยต้องส่งสัยที่เขาพบเมื่อคืนไม่ได้ รอยนั้นบ่งบอกได้ว่าพวกที่ต้องสงสัยนั้นใช้ม้าเป็นพาหนะเช่นกัน" ครับท่าน... " เอเลนรับคำสั่ง เขารีบเปิดเครื่องติดตามจีพีเอส ตามคำสั่งผู้เป็นนาย จุดสีเขียวที่กระพริบอยู่บนเรดาร์โชว์หราบนหน้าจอมอนิเตอร์ บ่งบอกว่าจุดๆ นั้นก็คือเจ้านายของเขา เอเลนสั่งให้ลูกน้
เหมืองเพชรนั้นมีลักษณะเหมือนเหมืองทั่วๆ ไปที่อัญชันเคยเห็นไม่ได้มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจเสียเท่าไหร่นักเพียงแต่ภายในเหมืองขุดต่างหากที่น่าตกใจ ผนังถ้ำที่ชาวเหมืองขุดแทบจะทุกแห่ง ล้วนแฝงไปด้วยอัญมณีล้ำค่าที่หาค่าเปรียบไม่ได้ เพชรดิบที่ดูภายนอกเป็นเพียงก้อนหินเเข็งๆ แต่เมื่อถูกเจียระไนมาแล้วกลับ ดูงดงามเสียยิ่งกว่าอะไร ไลอาร์พาอัญชันเที่ยวชมกรรมวิธีการสกัดเพชร เจียระไนเพชรรวมไปถึงการขึ้นรูปต่างๆ อย่างระเอียด" ไม่นึกเลยนะคะว่ากว่าจะได้สร้อยสวยๆ สักเส้นมันอยากขนาดนี้" อัญชันพูดในขณะที่กำลังพักทานอาหารกลางวันอยู่กับชายหนุ่ม ที่แถบนี้ส่วนมากจะมีชนพื้นเมืองที่เป็นคนงานเหมืองก็ราวกับเป็นหมู่บ้านๆ หนึ่งก็ว่าได้" นั่นแหล่ะครับที่ทำให้มันมีมูลค่าโดยเฉพาะสร้อยที่ผมให้คุณไว้...ถึงจะไม่ได้มีมูลค่าทางเงินมากแต่สำหรับมูลค่าทางใจผมว่ามันก็มากพอนะครับ " เขาชี้ไปนังจี้เพชรสีชมพูบนคอของหญิงสาว จี้รูปผีเสื้อที่ประดับด้วยเพชรน้ำงามส่องประกายวาวบนลำคอขาวผ่องของเธอ" ขอบคุณมากนะคะ" อัญชันกล่าวขอบคุณชายหนุ่มพลางจับจี้ขนาดเท่าเหรีญบาทที่อยู่บนคอเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งอาทิตย์ที่อัญชันอยู่ที่เหมืองเธอสนิทกับชาว







