LOGINสายลมยามค่ำคืนของมหาสุทรอันดามันนั้นไม่ได้สงบดั่งความมืดมิดที่เป็นอยู่แม้คลื่นลมจะสงบแต่เสียงคลื่นก็ยังครวญไปกับแสงประกายของท้องฟ้ายามค่ำคืน
มีเพียงแสงสีเสียงบนดาดฟ้าเรือของ st.mareya เท่านั้นที่ส่องสว่างแข่งกับแสงดาวในค่ำคืนนี้ เหล่าเซเลบริตี้ ไฮโซ เศรษฐี เศรษฐิณี ทั้งหลายที่มาร่วมงานประมูลเครื่องเพชรในค่ำคืนนี้ต่างประดับกายด้วยเครื่องเคราอัญมณี ราวกับตู้เพชรเคลื่นที่ก็มิปาน " คืนนี้มีข่าวว่าเราจะได้ยลโฉมเเมร์รี่เพอร์รี่นั้นคงจะเป็นจริงนะคะคุณหญิง...ดูนู้น..คุณไลอาห์ ที่เป็นเจ้าของเครื่องเพชรที่ว่สกันว่างามที่สุดทีเดียว" คุณนายนางหนึ่งที่ประดับประดาด้วยเพชรจนแสบตากระซิบคุยกันอย่างตื่นเต้นพลางชี้ชวนให้คู่สนทนาดูชายหนุ่มในชุดสูทสุดหรูสีน้ำตาลขับผิวสีน้ำผึ้งให้โดดเด่น ดวงหน้าคมเข้มกับแพขนตาที่งอนหนาคล้ายชาวตะวันออกไกลดวงตาสีอำพันสุกสกาวราวกับแสงของดาวงดาวที่ประกายอนู่ในหน่วยตา ร่างสูงกำยำตึงแน่นที่แม้จะหลบซ่อนในชุดสูทก็มองออกว่ากล้ามนั้นแน่นตึงน่าขยำขนาดไหน นั่นทำให้หญิงสาวน้อยใหญ่ต่างพากันเหลียวมองชายหนุ่มหน้าตาดีดีกรีสูงคนนี้ไม่วางสายตากันทีเดียว อัญชันกับเพียงจันทร์เองที่ยืนหลบมุมอยู่ไกลๆ ก็อดชื่นชมความงดงามของชายหนุ่มนั้นด้วยไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นสองสาวก็คิดเพียงว่าคนๆ นี้หล่อเท่านั้นไม่ได้คิดว่าน่าจับจ้องไปมากกว่าอาหารอันหรูหราที่เติมได้ไม่อั้นตรงหน้ามากกว่า " จริงๆ แล้วป้าหมี่บอกว่าพนักงานห้ามมางานประมูลเด็ดขาด...แต่ทำไมเราเข้ามาได้ล่ะพี่ดาว" อัญชันกระซิบพลางหยิบชอตเค้กขนาดพอดีคำเข้าปาก ชุดราตรีหรูหราเครื่องเพชรพลอยแสบตา มันช่างต่างกับเธอสองคนที่มีเพียงชุดเดรสธรรมดากับสร้อยจากร้านทุกอย่างร้อยเดียว "ไม่รู้สิ...ป้าอ้วนพาเรามานี่นา...เราไม่ผิดหรอก...รีบกินรีบกลับเถอะ...ขืนอยู่อีกนิดตาคงจะบอดแน่ๆ" เพียงจันทร์บอกพลางหยิบไก่อบเข้าปากไม่หยุดมือ " เพราะพวกแกต้องมาอยู่เป็นเพื่อนพี่ต่างหาก...ให้พี่มาเจออีพวกตู้เพชรเคลื่อนที่แบบนี้คนเดียว ได้ตาบอดจริงๆ แบบที่ยัยดาวว่า" เสียงอันคุ้นหูพูดเรียกให้สองสาวหันไปดูต้นเสียง ร่างอวบๆ อันคุ้นตาในชุดสูทยืนทำหน้ามุ่ยข้างหลังพวกเธอ "พี่ฟ้า!!!" สองสาวประสานเสียงดีใจจนแทบกระโดด " พี่มาได้ยังไง...ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!!" อัญชันถามอย่างตื่นเต้น " มาเช็คงานหน่ะ...อีพวกถาดวางเครื่องเพชรนั่นไง...พี่เขยของพวกแกก็มาด้วยนะ...แต่ไปตกปลากับพวกลูกเรือที่ท้ายเรือนุ้น" นภัทธาทำหน้าเหนื่อยใจพลางส่ายหัว " พีคในพีคคือพี่แต่งตัวนี่แหล่ะ!!" เพียงจันทร์ มองอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อสายตา เพราะหญิงสาวตรงหน้าไม่แม้แต่จะชอบแต่งตัวแบบนี้ด้วยซ้ำไป " นานๆ ทีก็แต่งได้...แต่แบบตู้เพชรพวกนี้ก็ไม่ไหว...สะดุดล้มที เงินที่เอามาแขวนที่ตัวหายแน่ๆ แต่ละอัน...ฉันสร้างบ้านได้สิบหลังมั้ง" นภัทธาพูดพลางยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่มพลางทำหน้าปุเลี่ยนๆ ราวกับว่ากำลังดื่มยาอะไรสักอย่างลงไป ด้านหลังเวทีห้องพักของเหล่านางแบบที่ได้รับเกียตริให้เป็นพรีเซนต์เตอร์เครื่องเพชรน้ำงามราคาหลายสิบล้าน กำลังวุ่นวายเพราะเสียงโวยวายเอาแต่ใจของนางแบบชื่อดังกระฉ่อนโลกอย่าง มิสซูซี่ เซอร์เรสเทีย "ทำไมฉันถึงไม่ได้เดินฟินนาเล่ห์ แมร์รี่เพอร์รี่!!!" เสียงแสบแก้วหูของนางแบบสาวหวีดร้องอย่าอารมณ์เสีย " ต้องขอโทษด้วยนะคะซิส!!เป็นคำสั่งของท่านไลอาห์ให้มิสใส่ อาร์คซอว์ แทนค่ะ" ดีไซน์เนอร์ตอบเสียงสั่นเครือ เธอได้แต่อดกลั้นกับความงี่เง่าของหญิงสาว " งั้นฉันจะไม่ใส่!!!...หากคุณไลอาห์จะให้ฉันใส่...ให้เขาไปหาฉันที่ห้องเอาเองก็แล้วกัน" ว่าแล้วร่างบางก็เดินสะบัดกายออกจากห้องแต่งตัวออกไป โดยนึกกระหยิ่มใจไปว่าชายหนุ่มต้องไปตามหาเธอแน่นอน และการที่เขาไปตามหาเธอที่ห้องเท่ากับประกาศถึงความสัมพันธ์ของเธอและเขาจะเป็นที่โจษจันท์ไปทั่วโลกเป็นแน่นอน คิดไปแล้วเรียวปากอิ่มของนางแบบสาวก็กระหยิ่มยกขึ้นอย่างหยามใจ ดวงหน้ามนรูปไข่ ผิวขาวเนียนราวกับแสงของดวงจันทร์ เรียวปากกระจับได้รูป ยามเธอยิ้มนั้นราวกับแสงดาวที่ประปรายอยู่บนฟ้า เธอเปล่งประกายเมื่อเธอหัวเราะกับเพื่อนๆ ชุดเดรสธรรมดาๆ ของเธอแม้จะไม่หรูหราแต่กลับขับผิวขาวๆ นั้นให้เด่นออกมา เขามองเธออยู่นานแล้ว มองหญิงสาวที่ไม่โดดเด่นสำหรับใครๆ แต่กลับตรึงใจของเขาจนกระทั่งตอนนี้เขากลับไม่สามารถวางตาได้ลง " คุณไลอาห์...ขออภัยนะคะ..." ดีไซน์เนอร์กระซิบรายงานให้แก่ผู้เป็นเจ้านายเรื่องที่มิสซูซี่คัดค้านการใส่อาร์คซอว์และยืนยันที่จะใส่ แมร์รี่เพอร์รี่แทน " ไม่ใส่ก็ไม่ต้องใส่สิแมร์รี่เพอร์รี่มีคนที่เหมาะสมกว่า...อาร์คซอว์ก็ด้วย..." ใบหน้าคมพยักหน้าไปยังกลุ่มสาวๆ ที่อีกฝากของกาบเรือ พวกเธอยังคงมีความสุขกับอาหารตรงหน้าไม่ได้สนใจความวิบวับของเครื่องเพชรราคาแพงแต่อย่างใด " คุณหนูตระกูลธาราลัยหรือคะ" ดีไซน์เนอร์เพ่งมองร่างบางในชุดราตรีสีสดที่ยืนกระมิดกระเมี้ยนอยู่อีกฝั่งของกาบเรือ " ไม่ใช่...สามคนที่นั่งอยู่ตรงโน้นต่างหาก" เขาชี้เลยหญิงสาวคนนั้นไป ทางสามสาวที่นั่งทานอาหารกันอย่างอเร็จอร่อยและมีเพียงสามคนนั้นเท่านั้น ที่กำลังนั่งอยู่ " นั่น...ไม่ใช่นางแบบนะคะ...ดูๆ แล้วน่าจะเป็นพนักงานมากกว่า" ดีไซน์เนอร์คัดค้านเพราะความสลัวๆ ของแสงไฟและความวิวับของเหล่าไฮโซทั้งหลาย ทำให้เขาดูไม่ค่อยขาดว่าหญิงสาวที่เจ้านายของตนต้องการนั้นเหมาะกับเครื่องเพชรราคาหลายสิบล้านได้ยังไง " รีบไปจัดการสิ..." คำสั่งที่เป็นคำขาดนั้นทำเอาดีไซน์เนอร์ที่มากประสบการ์ณอย่าง เซรีนถึงกับถอนใจ แต่ก็ไม่อาจขัดขืนคำสั่งของเจ้านายของตนได้ "ไม่ว่าหน้าไหนๆ ก็เอาแต่ใจชะมัด...เห้อ!!!ชีวิตฉัน!!!" หญิงสาวบ่นกระปอดกระแปดสิบสี่สิบแปดไปจนสุดทาง แต่ยิ่งไปถึงกลุ่มของสามสาวเสียงบ่นก็เบาลง เธอเริ่มมองเห็นความงามที่คู่ควรกับแมร์รี่เพอร์รี่แล้ว รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความจริงใจใสซื่อนั้น และผิวราวกับจันทร์ฉายนั่นต้องทำให้แมร์รี่เพอร์รี่โดดเด่นขึ้นมาเป็นแน่นอน ส่วนอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เหมือนกับเธอเองก็ควรค่าแก่อาร์กซอว์ อัญมณีสีชมพูอ่อน " ขออภัยนะคะสาวๆ ที่มารบกวนเวลาสนุกของคุณ...ดิฉัน เซรีนค่ะ ดีไซน์เนอร์ของบริษัท โลอาห์จิลเวล ค่ะ คือ...ไม่ขออ้อมค้อมนะคะ...อยากจะขอให้พวกคุณช่วยเหลือเราหน่อยได้ไหมคะ" เซรีนยื่นนามบัตรให้แก่หญิงสาวทั้งสาม พลางเอ่ยขอความช่วยเหลือทันทีโดยไม่ปล่อยให้เวลานั้นเสียเปล่า ใบหน้าที่อมทุกข์นั้นทำเอาสามสาวอดที่จะเป็นกังวลไม่ได้ " มีอะไรให้เราช่วยเหรอคะ" นภัทธาออกหน้าถามอีกฝ่ายแทนน้องๆ " ตรงนี้ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ขอเชิญสาวๆ ทางนี้ได้ไหมคะ" เซรีนร้องขออีกครั้งพลางเดินนำสามสาวไปยังหลังเวทีที่เป็นห้องแต่งตัวของนางแบบ " พอดีว่านางแบบที่เราจ้างมาเดินแบบเกิดปัญหาเล็กน้อยทางเราเองก็ขาดคนพอดี อยากจะขอความช่วยเหลือของคุณมาเดินแบบให้เราได้ไหมคะ" เซรีนชักชวน แน่นอนว่าปฏิกริยาของสามสาวนั้นไม่ได้เป็นไปตามคาด สองสาวที่เธอหมายปองไว้ใบหน้าถอดสีพลางส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน เว้นเสียแต่อีกคนที่ขมวดคิ้วมุ่นเคร่งเครียด " พวกฉันเดินไม่ได้หรอกค่ะ" อัญชันปฏิเสธพลางถอยหลังหลบอยู่ด้านหลังของนภัทธา เพียงจันทร์นั้นไม่ได้พูดอะไรแต่ก็ถอยหลบไปกับอัญชันเช่นกัน " ต้องขอโทษด้วยนะคะคุณเซรีน...ของมีค่าพวกนี้พสกน้องๆ ของฉันไม่กล้าใส่หรอกค่ะหายขึ้นมาไม่ต้องเป็นหนี้หัวโตเลยหรือคะ...ต้องขอโทษด้วยนะคะ" นภัทธายกมือไหว้พลางรีบจูงมือสองสาวออกไปจากงาน พวกเธอทั้งสามเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที เครื่องเพชรราคาหลายร้อยล้านพวกเธอรับผิดชอบไม่ไหวหรอกหากทำของเขาหายไป สามสาวรีบก้าวเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งจนมาถึงท้ายเรือ " ตอนแรกก็สนุกอยู่นะ...แต่มาเจออีแบบนี้น่ากลัวจะตายชัก" อัญชันทำท่าขนลุก พลางหอบน้อยๆ " นั่นสิ...ฉันเคยอ่านข่าวมานะที่ว่ามันมีกระบวนการขโมยเพชรอะไรกันแล้วคนที่ซวยก็คือนางแบบอะไรแบบนี้" เพียงจันทร์ทรุดกายลงบนเก้าอี้พลางหอบเพราะเหนื่อยจากการวิ่งกึ่งเดินมาตลอดทาง " พี่ว่าพวกเอ็งรีบไปพักเถอะอีแบบนี้อันตรายชะมัดเดี๋ยวพี่จะไปตามหาพี่ปีก่อนตีสี่พี่ก็ลงกลับขึ้นฝั่งกันแล้ว พวกเอ็งตั้งใจทำงานล่ะ" นภัทธาโบกมือลาน้องๆ พลางไล่ให้ทั้งคู่เข้าไปพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนที่จะได้ทำงานกันอีกหลายต่อหลายวัน ส่วนตัวเองก็รีบเดินหายไปจากทางเดินเพื่อไปตามหาสามีของตนทุกอย่างดูวุ่นวายไปหมด ทั้งเรื่องที่เรนดอลบาดเจ็บสาหัสแล้วเรื่องที่ อัญชันหายตัวไป จวบจนตะวันรุ่งโผล่ขึ้นขอบฟ้า เอเลนที่ส่งตัวเรนดอลถึงมือหมอแล้วก็รีบติดต่อเจ้านายที่ตอนนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้างทันที" นายท่าน.... " เขาพูดผ่านเครื่องสื่อสารทางดาวเทียมที่เป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะติดต่อเจ้านายและเพื่อนของเขาได้ในขณะที่พวกเขาอยู่ท่ามกลางทะเลทรายเท่านั้น"..... เอเลน...." เสียงตอบรับขาดๆ หายๆ ที่ตอบกลับมาทำให้เขาต้องปรับคลื่นเสียงให้ถี่ขึ้นอีกสักนิด" ได้ยินไหมครับท่าน!!" เขาร้องถามอีกครั้ง" ได้ยิน...เอเลนนายเช็คจีพีเอสรหัส ห้าสองหนึ่งสองศูนย์ ด่วนเลย " ไลอาร์รีบออกคำสั่งทันที เขาเริ่มร้อนใจเมื่อเห็นว่าตะวันเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าแล้ว โชคดีที่เมื่อคืนนั้นพายุทรายไม่ได้รุนแรงนัก แต่มันก็ทำให้เขาไม่สามารถแกะรอยต้องส่งสัยที่เขาพบเมื่อคืนไม่ได้ รอยนั้นบ่งบอกได้ว่าพวกที่ต้องสงสัยนั้นใช้ม้าเป็นพาหนะเช่นกัน" ครับท่าน... " เอเลนรับคำสั่ง เขารีบเปิดเครื่องติดตามจีพีเอส ตามคำสั่งผู้เป็นนาย จุดสีเขียวที่กระพริบอยู่บนเรดาร์โชว์หราบนหน้าจอมอนิเตอร์ บ่งบอกว่าจุดๆ นั้นก็คือเจ้านายของเขา เอเลนสั่งให้ลูกน้
เหมืองเพชรนั้นมีลักษณะเหมือนเหมืองทั่วๆ ไปที่อัญชันเคยเห็นไม่ได้มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจเสียเท่าไหร่นักเพียงแต่ภายในเหมืองขุดต่างหากที่น่าตกใจ ผนังถ้ำที่ชาวเหมืองขุดแทบจะทุกแห่ง ล้วนแฝงไปด้วยอัญมณีล้ำค่าที่หาค่าเปรียบไม่ได้ เพชรดิบที่ดูภายนอกเป็นเพียงก้อนหินเเข็งๆ แต่เมื่อถูกเจียระไนมาแล้วกลับ ดูงดงามเสียยิ่งกว่าอะไร ไลอาร์พาอัญชันเที่ยวชมกรรมวิธีการสกัดเพชร เจียระไนเพชรรวมไปถึงการขึ้นรูปต่างๆ อย่างระเอียด" ไม่นึกเลยนะคะว่ากว่าจะได้สร้อยสวยๆ สักเส้นมันอยากขนาดนี้" อัญชันพูดในขณะที่กำลังพักทานอาหารกลางวันอยู่กับชายหนุ่ม ที่แถบนี้ส่วนมากจะมีชนพื้นเมืองที่เป็นคนงานเหมืองก็ราวกับเป็นหมู่บ้านๆ หนึ่งก็ว่าได้" นั่นแหล่ะครับที่ทำให้มันมีมูลค่าโดยเฉพาะสร้อยที่ผมให้คุณไว้...ถึงจะไม่ได้มีมูลค่าทางเงินมากแต่สำหรับมูลค่าทางใจผมว่ามันก็มากพอนะครับ " เขาชี้ไปนังจี้เพชรสีชมพูบนคอของหญิงสาว จี้รูปผีเสื้อที่ประดับด้วยเพชรน้ำงามส่องประกายวาวบนลำคอขาวผ่องของเธอ" ขอบคุณมากนะคะ" อัญชันกล่าวขอบคุณชายหนุ่มพลางจับจี้ขนาดเท่าเหรีญบาทที่อยู่บนคอเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งอาทิตย์ที่อัญชันอยู่ที่เหมืองเธอสนิทกับชาว
มารุสเร้นกายไปตามตรอก เขาใช้เวลานานกว่าจะพบกลุ่มชายฉกรรจ์ที่เขาได้รับคำสั่งจากนายเหนือชีวิตให้มาตามหา" ฮาเหม็ด..." เขาเรียกชายฉกรรจ์ที่นั่งดื่มกีร์อย่างเมามันส์ กับพรรคพวกอีกสามสี่คน" ใครวะ!!!" เขาหันมาทำตาขวางใส่คนที่บังอาจมาขัดขวางเวลาดื่มของเขา ร่างสูงใหญ่ในชุดคุมสีดำสนิทกลืนไปกับมุมมืดของตรอกอันเป็นที่เร้นกายของพวกเขา" ฉันเอง....มารุส" เขาค่อยๆ ก้าวเข้ามาไกล้ๆ แสงไฟจากตะเกียง ใบหน้าทมึนของเขาทำเอากลุ่มชายฉกรรจ์นั้นได้ยิ้มออก" แกเองหรอกรึที่ตามหาพวกฉันทั่วฮาลันน่าร์" เขาพูด พร้อมกับลุกขึ้นเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนด้วยท่าทีไม่เป็นมิตร" ฉันมีสินค้ามาเสนอขาย...คนต่างแดน...ความงามเป็นเริส...ฉันว่าคงได้ราคาดีไม่น้อย" มารุสยื่นภาพที่เขาเก็บมันไว้ในกระเป๋าให้แก่ฮาเหม็ด แสงสลัวๆ สาดส่องให้เห็นภาพของหญิงสาว ที่งดงามราวกับฝัน" ฉันรู้จักนาง...คนของ ไลอาร์ แกสติดีอยู่หรือเปล่ามารุส...ไม่มีใครกล้ายุ่งกับคนของไลอาร์ " เขาโยนกระดาษนั้นคืนให้กับผู้มาเยือน ใช่ว่าเขาจะไม่อยากได้นางเสียหน่อยแต่เมื่อเขาสืบดูรู้แล้วว่าแม่หญิงต่างแดนคนนั้นเป็นใครเขากลับต้องเลิกล้มแผนการทั้งหมดของเขาในทันทีทันใด
ตรอกมืดๆ ไม่ห่างจากมุมถนนนาร์ กลุ่มชายฉกรรจ์สี่ห้าคนที่กำลังชุมนุมกันอยู่ นิ่งมองกลุ่มคนที่ดูๆ แล้วเป็นคนชนชั้นสูงแน่ๆ พวกเขาเห็นเหตุการ์ณต่างๆ ตั้งแต่ต้น ผิวขาวเนียนราวกับจันทร์ฉาย ดวงหน้าพริ้มพรายราวกับดอกไม้ป่า ความงดงามที่ชายหนุ่มต่างหลงไหลยามที่ได้พบเห็น แต่กลุ่มชายฉกรรจ์กลับไม่ได้มองว่าเธอน่าครอบครองสักนิดเดียว!!! เขาคิดเพียงแต่ว่า หญิงสาวนางนี้ต้องราคาดีแน่ๆ!!!อัญชันรู้สึกหัวเสีย ความสนุกที่เธออุตสาห์มีกลับหมดลงเพราะผู้หญิงปากจัดแบบซูซี่ หญิงสาวนั่งเงียบๆ มองควันกรุ่นๆ ของกาแฟมาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว" ผมขอโทษนะอัญ...ผมไม่รู้ว่าซูซี่จะตามราวีคุณขนาดนี้" ไลอาร์พร่ำบอกเขา เองก็นั่งขอโทษเธอมาเกือบครึ่งชั่วโมงเหมือนกัน"พี่...ที่ซูซี่พูดก็ไม่ได้ผิดหรอกฉันเข้าใจที่เธอหึงหวงฉันขนาดนี้...เพียงแต่ฉันกำลังคิดว่า...มันคุ้มไหมที่ฉันต้องมาเป็นกันชนไห้พี่แบบนี้" อัญชัน เอนกายพิงพนักพิงโซฟา เธอเอนศรีษะพาดกับหมอนอิงใบใหญ่ เธอปล่อยให้ความคิดของเธอล่องละลอยไปเรื่อยๆ จนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน อัญชันคว้าหมอนอิงมากอดหลบความเขินอาย ซ่อนความรู้สึกตึกตักที่กระเด้งกระดอนไปมาอยู่ข้างใน" (เก
"ฉันถูกพ่อขายให้กับพวกผู้ชายมากหน้าหลายตาอย่างไม่เต็มใจ...เพราะต้องหาเลี้ยงพ่อและตัวเอง...บางทีฉันก็หาลูกค้าเองบ้าง แต่ที่เป็นปมในใจของฉัน...คือความรุนแรงและความน่ากลัวของคนพวกนั้นค่ะ" อัญชันเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ร่างบางนั้นสั่นเทาเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต เธอลูบแขนของตัวเองเป็นการปลอบประโลมไม่ให้เผยด้านที่เธออ่อนแอออกมามากขนาดนี้" ที่บนเรือคุณสติแตก..."" ฉันดันไปนึกถึงความน่าขยะแขยงพวกนั้นเข้าค่ะ..ถ้าไม่นึกถึงฉันก็ไม่เป็นไร...ต้องขอโทษที่ก่อปัญหาให้คุณด้วยนะคะ" อัญชันรู้ดีว่า คนที่ได้รับรู้เรื่องราวแบบนี้ของเธอมักจะรังเกียจเธอทุกคน" โชคยังดีที่ฉันได้เจอเพื่อนที่ดีนะคะ...พี่ฟ้ากับพี่ดาว...พี่ๆ เขาดึงฉันออกจากเรื่องราวอันทุเรสๆ นั้นมาได้ พี่ๆ ชักนำพาเด็กที่ไม่รู้จักว่าชีวิตเป็นยังไงแบบฉัน ให้ไปในทิศทางที่ถูกที่ควร ฉันได้เรียนจนจบ ฉันได้ทำงานดีๆ ได้หัวเราะ ได้ร่าเริง ได้ตอบโต้...คุณรู้ไหมคะว่าพี่ฟ้ากับพี่ดาว...เขาสมชื่อเขามากเลยนะคะ...พี่ฟ้าใจดีเท่าฟ้าแข็งแกร่งเหมือนท้องฟ้าและอบอุ่นเช่นท้องฟ้า...พี่ดาวก็เป็นราวกับทางช้างเผือกส่องประกายนำทางที่มืดมิดให้ฉัน...ปกป้องฉันแม้ว่าตั
ในครัวของคฤหาสน์นั้นตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของขนมหวานที่ตลบอบอวนไปทั่วห้องครัวชวนให้รู้สึกหิว อัญชันที่ไม่รู้ว่าควรทำยังไงต่อไปดีจึงคลุกอยู่แต่ก้นครัวคอยเป็นลูกมือให้เชฟและป้าอิลลาที่กำลังง่วนอยู่กับการตระเตรียมของว่างเพื่อรองรับอาคันตุกะที่มาเยือน"คุณอัญคะ...ตรงนี้ที่เหลือให้พวกเชฟจัดการเถอะค่ะเราออกไปรับแขกกัน" ป้าอิลลาบอกพลางจูงมือบางไห้หลีกทางแก่คนครัว" ป้า...น้องต้องไปจริงๆ เหรอคะ...ท่านพูดอะไรกัน...น้องก็ไม่รู้เรื่อง" อัญชันกังวล เพราะตั้งแต่มาเยือนที่แห่งนี้นอกจาไลอาห์กับเรนดอลแล้วก็มีเพียงอิลลาและริสาเท่านั้นที่สื่อสารกับเธอได้แม้สำเนียงของทั้งคู่จะแปล่งๆ ก็ใช่ว่าจะพูดด้วยไม่รู้เรื่องเสียทีเดียวนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอจึงรู้สึกเหงาเวลาที่ทั้งสองคนไม่ได้อยู่ด้วย" ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะคุณอัญ...ตามกฏของที่นี่แล้วถึงแม้คุณอัญจะต้องออกไปรับแขกแต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องพูดกับแขกหรอกค่ะ เขาห้ามสตรีที่ยังไม่แต่งงานได้พูดคุยกับแขกแต่รับแขกได้ค่ะ" ริสาอธิบาย เธอกับอิลลาพาหญิงสาวกลับไปยังห้องนอน จัดการแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนจะพาเธอมายังห้องรับแขกที่อัญชันพนันได้เลยว่าเธอเห็นพนังนั้นประดับด้วยเ







