แชร์

บทที่ 3

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-10 16:38:14

พิมพ์พลอยชอกช้ำใจกับคำพูดสามี เพียงกล้ำกลืนความเจ็บช้ำพร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรูไปทำหน้าที่ของตัวเอง เธอหุงข้าวทำกับข้าวเฉกเช่นเดิมอย่างที่เคยเป็น แต่วันนี้มีเพียงของลูกสาวเท่านั้น เพราะของสามีเฮงซวยนั่นน่าจะอิ่มหนำมาจากด้านนอกแล้วถึงได้หน้าบาน

ต่อไปนี้เธอจะไม่ให้เขาร่วมเตียงกับเธอแม้แต่ครั้งเดียว

หลายคนอาจจะยอมให้สามีมีบ้านเล็กบ้านน้อยได้ แต่ว่าเธอไม่ใช่ ต่อให้เป็นเมียที่ยอมจำนนแต่เธอก็ไม่ใช่คนที่อ่อนต่อโลก

อายุน้อยแล้วยังไง เธอผ่านประสบการณ์เลวร้ายมาก็เยอะแล้ว แค่ผัวที่ไม่น่าจะเรียกว่าผัวนี่ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ยอดแย่แล้ว เมื่อคิดถึงความเจ็บช้ำตลอดสามปี เธอก็คิดว่าจะไม่ทนอีกต่อไป ควรตอบโต้เขากลับบ้างมันถึงจะสาสม

เวลาแปดโมงเช้า ในเช้าวันเสาร์หญิงสาวป้อนข้าวลูกสาวตัวน้อยอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนตัวเองนั้นก็แค่หุงข้าวไว้ แต่ไม่ได้ทำกับข้าว เพราะคิดว่าคงไม่มีใครอยากกิน

หลังจากทำกับข้าวเสร็จ เธอก็พาลูกอาบน้ำแต่งตัวแล้วถือกระเป๋าไปรอแท็กซี่ที่หน้าบ้าน วันนี้เธอจะไปบ้านคุณตา พาหลานไปหาคุณตา แล้วอยากออกจากนรกขุมนี้ไปสักพัก

เมื่อทั้งแม่และลูกออกไปแล้ว คนที่ไม่ได้นอนทั้งคืนก็ตื่นขึ้นเป็นเวลาเกือบเที่ยง เขาอาบน้ำให้สดชื่อแล้วก็ลงมาด้านล่างพร้อมกับเรียกหาเมียกับลูก

“พลอย...น้องพิณ อยู่ไหน” ไม่มีเสียงใด ๆ ตอบรับเพราะบ้านหลังนี้อยู่กันแค่สามคน เมื่อเรียกหาก็จะมีร่างของเมียไม่ก็ลูกสาวที่วิ่งออกมาหาเขาแล้ว แต่ทำไมวันนี้เงียบผิดปกติ

เขาเดินดูทุกห้องแล้วก็ไม่พบ จึงโทรหาแต่ทว่าสายแล้วสายเล่าก็ไม่รับสักสาย

“ไปไหนวะ!” เสียงสถบพร้อมกับพ่นคำหยาบคายออกมาเป็นระยะเมื่อไม่สามารถติดต่อเมียตัวเองได้ ยิ่งโทรไปหามารดาก็พบว่าไม่ได้ออกไปด้วยกัน ทั้งเธอยังกล้าตัดสายเขาอีก

“ดี...เอาอย่างนี้ใช่ไหม...ได้แล้วเราจะได้เห็นดีกัน”

เขาเหวี่ยงโทรศัพท์ไว้ที่โซฟาลวก ๆ แล้วก็เดินเข้าครัวจะเข้าไปกินอะไร แต่ทว่ากลับมีแต่ข้าวเปล่าและน้ำปลาพริกที่ครอบฝาชีไว้ ทำให้เขายิ่งกว่าโกรธหนัก

“หน็อย...เป็นแม่บ้านกระทั่งทำกับข้าวให้ผัวยังละเลย เห็นดีกันแน่รอกลับมาก่อนเถอะ!”

ชายหนุ่มหัวเสียแล้วก็หิวข้าวจนทนไม่ไหวจึงสั่งพิซซ่ามาสองถาดใหญ่ นั่งกินคนเดียวอย่างรู้สึกเฟื่อน ๆ เพราะมันรสชาติแย่มาก

เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าอาหารนอกบ้านนอกจากเหล้าเขากินมื้อสุดท้ายเมื่อไหร่ ก่อนไปทำงานก็กินข้าวที่บ้าน แล้วก็หิ้วท้องจนเย็นกลับมากินข้าวที่บ้านเช่นกัน จากตอนแรกที่จงใจจะกลั่นแกล้งให้เธอคอยอยู่ดึกดื่นเพื่อจะคอยดูแล กลับกลายเป็นตัวเองติดรสชาติที่เมียทำเสียอย่างนั้น

สุดท้ายเขาก็ไปหาหม้อต้มไข่กินกับข้าวราดน้ำปลาที่เธอทำไว้ดูต่างหน้ายามไม่อยู่ แต่มันกลับรสชาติดีกว่าอาหารเดลิเวอรี่เสียอย่างนั้น

“ใส่อะไรวะแม่งอร่อยจังวะ!”

เขาเติมข้าวสองรอบกับราดน้ำปลาบนข้าวใช้ช้อนหั่นไข่ต้มกินอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็วางจานไว้ในครัว รอเธอมาเก็บกวาดเช่นเคย

วันนี้เป็นวันหยุดที่เขาไม่ได้ไปไหน คิดว่าจะพาลูกไปเที่ยวแต่กลับโดนภรรยาหักหน้าโดยพาลูกไปที่ไหนก็ไม่รู้ ที่สำคัญเย็นจนจะมืดแล้วก็ยังไม่กลับ จนเมื่อประตูหน้าบ้านเปิดพร้อมกับรถแท็กซี่ที่ขับมาจอดหน้าบ้าน จึงเห็นหน้าคน ที่เพิ่งปะทะฝีปากอย่างดุเดือดกันเมื่อเช้า

ริมฝีปากกระจับหนาเปิดอ้าคล้ายจะตวาดเมียอย่างที่ควรจะเป็น เพราะทำให้โมโหและหิวข้าวทั้งวัน แต่เมื่อลงรถมากับลูกน้อยที่กำลังหลับเขาก็หุบปากทันที แล้วก็เปลี่ยนเป็นแย่งลูกสาวมาอุ้มแทน เพราะเดี๋ยวคนโง่อย่างเธอจะทำลูกสาวตกบันไดเสียอีก

พิมพ์พลอยไม่ได้พูดอะไร เพียงเดินตามเขาไปเงียบ ๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนคนที่เดินนำหน้ารู้สึกถึงไอ้ร้อน ๆ ด้านหลัง แต่คิดว่าจะจัดการเธอหลังจากเอาลูกเข้านอน

แต่ผิดคาดเมื่อเธอแยกตัวไปนอนห้องของตัวเองโดยไม่แวะห้องลูกสาว ทั้งยังปิดประตูล็อกอย่างหน้าตาเฉย คนที่หัวร้อนมาค่อนวันยิ่งกว่าเดือดจนเส้นเลือดโป่งขึ้นขมับ ราวกับเธอต้องการจะให้เขาโมโหตาย

ปัง ปัง ปัง!!!!

เสียงเคาะประตูอย่างบ้าคลั่งของสามี ไม่ทำให้พิมพ์พลอยเปิดออกมาได้ เพราะว่าเธอคิดแล้วว่าจะไม่เผชิญหน้าหากไม่จำเป็น ในเมื่อเขาเลือกแล้วที่จะกลับไปกินของเหลือเดนใคร เธอก็ไม่อยากใช้ของสกปรกร่วมกับใครเช่นเดียวกัน

“ยายบ้า...เปิดนะเว้ย...ไม่งั้นเจอดีแน่”

เธอแสร้งทำหูดับอาบน้ำแล้วเข้านอน เดี๋ยวเสียงดังทำลูกตื่นก็ไปกล่อมเอง เธอจะได้ไม่ต้องเปลืองแรง ในเมื่อทำออกมาแล้วก็ช่วยเลี้ยงบ้างก็ดี

“พิมพ์พลอย...ปัง!!!”

แงงงงงง!!!!

ใช่เขาถีบประตูเสียงดัง แล้วทำให้ลูกสาวขวัญผวาตกใจจนร้องไห้ แต่ยายแม่เห็นแก่ตัวกลับนิ่งเฉยทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่รู้ว่าหูดับไปแล้วหรือไง

โธ่เว้ย!!!

สุดท้ายเป็นเขาที่ต้องวิ่งไปกล่อมลูกสาวเอง แล้วต้องโกหกว่าแม่ของน้องพิณหลับไปแล้ว และเขาก็นอนไม่หลับคิดหาวิธีแก้แค้นเมียตัวแสบทั้งคืน

เช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันอาทิตย์ วันนี้เธอจะยอมทำอาหารแบบง่าย ๆ ให้ก็แล้วกัน คือ ข้าวต้มกับปลาเค็มแล้วก็ไข่เจียว

ดีเหมือนกันทำแบบนี้ก็ไม่เหนื่อย ทำอย่างอื่นได้อีกมาก เมื่อจัดการงานเสร็จแล้วก็ขึ้นไปปลุกลูกสาวให้ตื่นมาล้างหน้าแปรงฟันแล้วก็อาบน้ำให้เรียบร้อย พร้อมทานข้าว แล้วร่างที่เธอไม่อยากเห็นหน้าก็ลงมาด้วยใบหน้าถมึงทึงไม่บอกก็รู้ว่าเขาโกรธแค่ไหน หากบีบคอเธอได้เขาทำไปแล้ว

“เมื่อวานไหนมา” เสียงเข้มเอ่ยถามด้วยความขุ่นมัว เขาต้องนับถึงร้อยมาจากข้างบน ที่จะไม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก คอยดูเถอะลูกหลับเจอดีแน่

“ต้องบอกด้วยเหรอคะ” เธอนอกจากจะไม่บอกแล้วยังยียวนกลับ เธอเชื่อว่าตัวเองทนมาที่สุดแล้ว ไม่ใช่คนไม่อดทนและมั่นใจว่าการโต้ตอบเขาครั้งนี้นับว่าเบาบางนัก หากเทียบกับเขาที่ทำกับเธออย่างเจ็บแสบตลอดสามปีที่ผ่านมา จนบางครั้งก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทนมาได้ยังไงกัน

“ถามตอบ อย่ามาลีลา”

“ก็ไปที่ชอบ ที่ชอบยังไงคะ ไม่ชอบก็ไม่ไป เหมือนคุณนั่นแหละ”

“นี่!”

เอิ๊ก!!!

เขาเสียงดังจนทำให้น้องพิณสะอึกเพราะเป็นคนขวัญอ่อน แล้วก็เรียกสายตาอาฆาตจากเธอได้เป็นอย่างดี แล้วเธอก็ต้องเป็นฝ่ายกล่อมลูกให้ค่อย ๆ หายใจและกินน้ำให้มากจะได้ไม่สะอึก

คนที่อยากทะเลาะสุดท้ายทำได้แค่นั่งกินข้าวด้วยความไม่พอใจ ตักข้าวต้มเข้าปากโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่เคี้ยวอยู่นั้นมันเป็นของที่เขาเกลียดที่สุด จนเธออยากหัวเราะให้ฟันหัก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรรอให้กินเสร็จก่อนค่อยว่ากัน

บางทีความโกรธก็ทำให้คนขาดสติ จนทำอะไรไปไม่รู้ตัวจริง ๆ ดังนั้นเมื่อเขาโกรธเธอต้องตั้งสติให้มากกว่าเขาถึงจะเอาชนะความปากดีของเขาได้

สุดท้ายคนที่หงุดหงิดทนไม่ไหวก็ลากเธออกไปด้านนอกขณะที่ลูกกำลังเล่นอยู่ในบ้าน

“เธอคิดว่าจะเล่นสงครามประสาทกับฉันเหรอ ฮะ!”

“ประสาทไปคนเดียวเถอะ...ฉันไม่ประสาทกับคนบ้าอย่างคุณหรอก”

“ปากดีนักนะ...หึ ออกลายแล้วเหรอ”

“ทนไม่ได้แล้วเหรอ!”

“เอาซี้...เลิกเลย เก็บข้าวของออกจากบ้านฉันไปเลย เพราะยังไงเราก็ไม่ได้จดทะเบียนกันอยู่แล้ว แต่ขอบอกไปแต่ตัว ลูกไม่ต้องเอาไป...อย่างเธอไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกฉันให้ดีหรอก”

เผียะ!!!

เขายื่นหน้ามาใกล้ เธอก็ฟาดด้วยมือเล็ก ๆ ของเธอเช่นกัน แรงตบไม่น้อยเลยจนทำให้มือเธอสั่นเทา แม้จะเจ็บมือแต่ทว่ามันก็เจ็บน้อยกว่าความรู้สึกของเธอตอนนี้

“ไอ้ผู้ชายเห็นแก่ตัว” เธอด่าเขาบ้าง

เผียะ!!!

คราวนี้เป็นเขาที่เลือดขึ้นหน้า ฟาดเธอลงมาด้วยฝ่ามือบ้าง แรงของเขาไม่ยั้งเช่นกัน จนเธอปากแตกเลือดกบปาก เพราะเขาโกรธจนหน้าสั่น จากที่ไม่เคยพลั้งมือคราวนี้กล้าทำร้ายผู้หญิงเป็นครั้งแรก แววตาเขาไหวระริกชั่วครู่ความรู้สึกผิดแล่นเข้าในอก แต่เพียงครู่เดียวก็จางไปแทนที่ด้วยแววตาเคียดแค้นชิงชัง

พิมพ์พลอยยอมรับว่ารู้สึกชาไปทั้งหน้า กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในปากบอกได้เป็นอย่างดีว่าแรงตบเขามากกว่าเธอหลายเท่านั้น

“ไอ้หน้าตัวเมีย!” เธอผลักเขาแล้วก็สะบัดหน้าเดินเข้าไปในบ้านแต่ทว่ากลับโดนแรงกระชากของเขากลับมา

“อย่าคิดลองดีกับฉันอีก ห้ามเธอออกไปไหน อยู่เฝ้าบ้านไป”

“ฉันเป็นเมียไม่ใช่หมา!” เธอกดเสียงต่ำมองเขาอย่างเอาเรื่องไม่หลบสายตาอย่างที่เคยเป็น

“หึ...ต่างอะไร ไม่ใช่หมาตัวเมียที่วิ่งหาผู้ชายริก ๆ เหรอ ร่าน!”

“ฉันหมาตัวเมียแกก็หมาตัวผู้ เอาไม่เลือกยกหางได้ก็เอาไม่มองหน้า”

เธอไม่ให้เขารังแกเอาอีก เดินขึ้นไปล้างหน้าล้างตาแล้วปล่อยน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ตั้งแต่อยู่ข้างล่างไหลออกมาเงียบ ๆ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 41

    พิมพ์พลอยไม่ได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านของเขาเสียทีเดียว ไปค้างบ้านโน้นบ้าง บ้านคุณตาบ้างสลับกันไป กลัวคุณตาเหงา แต่เสาร์อาทิตย์จะอยู่บ้านคุณตาเป็นหลัก เพราะตอนมีปัญหาก็มีคุณตาคอยช่วยเหลือ พอเขาเข้ามาดีด้วยเธอจะทิ้งคุณตาได้อย่างไร ทั้งที่คุณตาก็บอกว่าไม่ต้องห่วงก็ตาม ณัฐภัทรยังทำหน้าที่พ่อที่ดี แล

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 40

    ถ้อยคำหวานจนเลี่ยนนี้ทำให้พิมพ์พลอยน้ำตาไหลออกมา เธอไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรดี แต่ว่าเมื่อหันไปมองรอยยิ้มของลูกสาวแล้วกลับไม่กล้าปฏิเสธเขาเสียอย่างนั้น “แม่ขา กลับมาอยู่บ้านเรานะคะ” กามเทพตัวน้อยช่วยพ่ออีกแรง เมื่อเห็นคุณแม่ลังเล ไม่รับปากสักที “บ้านของเราก็บ้านคุณทวดไงคะ”

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 39

    เด็กหญิงตัวน้อยยังคงทำหน้าที่เป็นกามเทพให้พ่อกับแม่ และอ้อนขอให้แม่มาค้างที่บ้านของพ่อเป็นครั้งแรกในรอบเกือบปีก็ว่าได้ “ทำไมอยากค้างบ้านพ่อล่ะคะ” คนเป็นแม่มาถึงพร้อมกับชุดนักเรียนก็ซักไซ้ลูกสาวทันที ไม่รู้คิดยังไงงอแงไม่กลับบ้านเสียอย่างนั้นทั้ง ๆ ที่ให้มาอยู่ตั้งหลายวันแล้วยังไม่จุใจอีกหรื

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 38

    “พ่อจะเดินให้ได้ก่อนน้องพิณไปโรงเรียนนะครับ พ่อจะไปส่งลูกสาวของพ่อเอง” เมื่อมีเป้าหมาย ณัฐภัทรก็ลุกขึ้นแล้วเดินทั้งวันจนเหนื่อย พอเหนื่อยเขาก็พักพอให้หายเหนื่อยแล้วก็ฝึกเดินแบบเดิม จนเริ่มไม่ต้องใช้รถเข็น ใช้ไม้เท้าช่วยพยุง เขาใช้โยคะเพื่อช่วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ แต่ต้องมีวินัยในการฝึกทุก

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 37

    แล้วคืนนั้นเธอก็ทนรบเร้าจากลูกสาวไม่ได้ จึงต้องให้เขานอนกับลูก ส่วนเธอก็ไปนอนกับคุณแม่ของเขาในห้องของตัวเอง เมื่อจะเข้านอน คุณแม่ของเขาก็จับมือเธออยากนั่งคุยปรับทุกข์กันก่อน “แม่ขอโทษนะพลอย ที่ผ่านมาแม่ก็ละเลยหนู ให้หนูต้องทนกับลูกชายแย่ ๆ ของแม่” ณัฐสุดาหากตัวเองไม่ตามใจลูกชาย แล้วดูแลลูกส

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 36

    “ขอบคุณครับ แม่ยุ่งเหรอครับ” เขาถามถึงคนที่คิดถึงใจจะขาดไม่ต่างจากลูก “ใช่ค่ะ แม่ขายกาแฟทั้งวันค่ะ” “เหงาไหมครับ” “เหงาค่ะ อยากไปเล่นกับพ่อขา” คราวนี้พิพิณเริ่มอ้อนผู้เป็นพ่อ ทำให้เขากำหมัดแน่น เมื่อก่อนจะไปหาลูกง่ายดาย ยามนี้แค่ขยับกายยังยากเย็น แล้วจะคิดดูแลลูกได้ยังไง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status