LOGINสองเดือนต่อมา
คาเฟ่สไตล์ลอฟท์ย่านมหาวิทยาลัยยังคงเปิดต้อนรับลูกค้า แม้จะเป็นเวลาเกือบดึกแล้วก็ตาม ชมพู่ในชุดผ้ากันเปื้อนพนักงานกำลังก้มหน้าก้มตาเช็ดโต๊ะตัวสุดท้ายของร้าน หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานพาร์ทไทม์มาทั้งวัน กริ๊ง! กระดิ่งตรงประตูหน้าร้านดังขึ้นเบาๆ ชมพู่เงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณเพื่อจะเอ่ยปากต้อนรับลูกค้า แต่คำพูดทั้งหมดก็กลืนหายไปในลำคอเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของแอสตันก้าวเข้ามาในร้าน สภาพของสถาปนิกหนุ่มป้ายแดงในตอนนี้ เสื้อเชิ้ตยับย่น กระดุมถูกปลดออกอย่างไร้ระเบียบ ดวงตาคมกริบแดงก่ำและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ไร้เงาของเมลบีแฟนสาวอยู่ข้างกายอย่างเคย แอสตันเลือกเดินไปนั่งมุมอับสายตาติดกระจกด้านในสุด ก่อนจะฟุบหน้าลงกับฝ่ามืออย่างคนหมดแรง ชมพู่ใจกระตุกวูบ ความเป็นห่วงพุ่งขึ้นมาจุกอก เธอรู้ข่าวความสัมพันธ์ของเขากับเมลบีจากกลุ่มเพื่อนในคณะ สองขาเรียวพาตัวเองก้าวเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ ร่างบางหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะก่อนจะเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “พี่...แอสตันคะ” ร่างสูงที่ฟุบหน้าอยู่กับฝ่ามือค่อยๆเงยขึ้นช้าๆ ดวงตาคมกริบที่มักจะนิ่งสงบและเต็มไปด้วยความมั่นใจ ในตอนนี้กลับแดงก่ำและฉายแววเคว้งคว้างอย่างเห็นได้ชัด แอสตันกระพริบตาช้าๆเพื่อปรับโฟกัส ก่อนจะมองเห็นเด็กสาวในชุดพนักงานคาเฟ่ที่ยืนถือถาดอยู่ข้างโต๊ะ เธอคือรุ่นน้องในค่ายอาสาที่ฝากตัวเป็นน้องรหัสในชมรม ซึ่งตอนนั้นเขาอยู่ปีสาม เธออยู่ปีหนึ่ง และเขาเป็นหัวหน้าค่ายอาสา ชมพู่วางแก้วชาร้อนกลิ่นมิ้นท์อ่อนๆที่ช่วยให้ผ่อนคลายลงบนโต๊ะตรงหน้าเขาอย่างเบามือ “ดื่มอะไรร้อนๆหน่อยไหมคะพี่แอสตัน” เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาเจือความกังวลอย่างปิดไม่มิด แอสตันนิ่งเงียบ แววตานิ่งสนิทไร้ความรู้สึก เขามองหน้าชมพู่สลับกับแก้วชาร้อนในมือ ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วครู่ก่อนที่เขาจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขโดยสิ้นเชิง “รู้สภาพฉันตอนนี้แล้วใช่ไหม…” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟัน ร่างสูงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยให้ความเหนื่อยล้ากัดกินร่าง “สมเพชไหมล่ะ” “ไม่เลยค่ะ...” ชมพู่ส่ายหน้าช้าๆ เธอรวบรวมความกล้าแล้วหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยที่เขาไม่ได้อนุญาต “คนเรามีวันที่แย่กันได้ทั้งนั้นแหละค่ะ พี่แอสตันไม่ได้น่าสมเพชสักหน่อย” มือหนายื่นไปหยิบแก้วชาร้อนขึ้นมาจิบส่งเดชแก้รำคาญ ไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งหรืออินกับความหวังดีของหญิงสาวแม้แต่น้อย สำหรับเขา…ชมพู่ก็เป็นแค่รุ่นน้องคนหนึ่งที่บังเอิญผ่านมาเห็นสภาพทุเรศๆของเขาในวันที่ชีวิตดิ่งที่สุดเท่านั้น แอสตันไม่ได้พูดอะไรต่อ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุม และชมพู่ก็ทำได้แค่นั่งเงียบๆอยู่ในพื้นที่ของเธอ เวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบสองสัปดาห์ แอสตันยังคงจมอยู่กับความเงียบและบาดแผลจากวันรับปริญญา ส่วนชมพู่ก็เริ่มหาทางเข้าใกล้เขามากขึ้น ทั้งแวะซื้อกาแฟหรืออาหารง่ายๆมาแขวนไว้ที่หน้าประตูห้องพักในคอนโดส่วนตัวของเขา หรือบางครั้งก็คอยทักข้อความมาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง แม้แอสตันจะรู้ตัวดีว่าเด็กนี่คิดยังไง และเขาไม่เคยคิดจะให้สถานะหรือความหวังอะไรกลับไปเพราะใจเขายังมีแต่เมลบี แต่เขาก็เลือกที่จะนิ่งเฉยและปล่อยเลยตามเลย ไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีเหล่านั้นเพราะเห็นแก่ความสะดวกสบายที่เธอคอยเทคแคร์ จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง ชมพู่ถือวิสาสะมาดักรอเขาที่ล็อบบี้คอนโด พร้อมกับข้าวกล่องง่ายๆจากร้านสะดวกซื้อ และเมื่อเห็นแอสตันเดินลงมาจากลิฟต์ด้วยท่าทางเหนื่อยล้า เธอก็รวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหา “พี่แอสตันคะ...” ชมพู่เรียกเบาๆ แอสตันชะงักฝีเท้าแล้วหันมามองด้วยสายตานิ่งเรียบแกมรำคาญนิดๆ ความอึดอัดทำให้ชมพู่ตัดสินใจพูดความรู้สึกที่อัดอั้นมานานออกไปรวดเดียว “ชมพู่...ชมพู่ชอบพี่แอสตันมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วค่ะ” “…” แอสตันชะงัก ดวงตาคมหรี่ลงด้วยความคาดไม่ถึง แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร ชมพู่ก็สวนขึ้นมาด้วยเสียงสั่นเครือแต่ชัดเจน “ในเมื่อตอนนี้...พี่ก็โสดแล้ว ลองมาคบกันดูไหมคะ” ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวชั่วขณะ แอสตันนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ สมองที่ว่างเปล่าประมวลผลคำสารภาพของหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและหวาดหวั่นระคนกัน แอสตันแค่นยิ้มหยันในใจช้าๆ ความคิดเห็นแก่ตัวผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ในเมื่อตอนนี้เขากำลังเซ็งและอยากหาอะไรทำแก้เบื่อ การมีใครสักคนมาคอยปรนนิบัติ ดูแล และรองรับอารมณ์ความต้องการโดยไม่ต้องผูกมัดหรือให้สถานะอะไร มันก็ดูเข้าทีดีเหมือนกันไม่ใช่เหรอ เขายังรักเมลบี และไม่มีทางยกหัวใจให้ผู้หญิงคนอื่นเด็ดขาด ชมพู่ก็เป็นแค่ตัวเลือกแก้ขัด เป็นที่ระบายความใคร่แก้เซ็งในยามที่เขาต้องการเท่านั้น และที่สำคัญ...เรื่องนี้ต้องเป็นความลับขั้นสุด จะไม่มีใครหน้าไหนล่วงรู้เรื่องนี้เด็ดขาด เมื่อคิดได้ดังนั้น มุมปากหยักก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอ่อนโยนหรือจริงใจแอบแฝงอยู่เลยแม้แต่น้อย “อยากคบงั้นเหรอ...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย แววตาคมกริบมองสำรวจเรือนร่างเพรียวบางของชมพู่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม ชมพู่ใจกระตุกวูบเมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยักหน้ารับเบาๆ “ค่ะ...ชมพู่ยอมทุกอย่าง ขอแค่ให้ได้อยู่ข้างๆพี่” แอสตันหรี่ตามองหญิงสาวที่เอาตัวเข้าแลกอย่างไร้เดียงสา เขารับข้าวกล่องในมือเธอมาถือไว้ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำลายความฝันสีชมพูของเธอลงราบคาบด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “อยากคบก็ได้…แต่ฉันไม่มีสถานะอะไรให้เธอ ห้ามเรียกร้อง ห้ามเปิดตัว ห้ามให้ใครรู้เรื่องของเราเด็ดขาด ถ้าตกลงตามนี้ คืนนี้ก็ขึ้นห้องไปกับฉัน”เสียงเปิดประตูห้องคอนโดหรูดังขึ้นในยามค่ำ แอสตันก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก เขากำลังจะโยนกุญแจรถลงบนเคาน์เตอร์เหมือนทุกที ทว่ากลิ่นหอมกรุ่นของอาหารที่ลอยมาจากห้องครัวกลับทำให้เขาต้องชะงักบนโต๊ะอาหารตัวยาว อาหารรสชาติโปรดและเมนูทำง่ายหลายอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ชมพู่ในชุดเสื้อผ้าเรียบร้อยสะอาดตาเดินออกมาจากครัวด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อย ดวงตากลมโตแฝงไปด้วยความหวังและประกายความตั้งใจ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า วันนี้เธอตั้งใจอยากจะทำตัวให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนบุญคุณเรื่องหนี้สินและลึกๆแล้วเธอก็อยากลดช่องว่างระหว่างกัน หวังว่าความใส่ใจนี้จะทำให้เขามองเห็นเธอเป็นมากกว่าแค่ผู้หญิงบนเตียง“พี่แอสตันกลับมาแล้วเหรอคะ” ชมพู่เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มบางๆปรากฏบนใบหน้าหวาน “เหนื่อยไหมคะ วันนี้ชมพู่ทำกับข้าวไว้หลายอย่างเลย พี่แอสตันลองชิมดูก่อนนะ หรือจะอาบน้ำก่อนดีคะ”เธอก้าวเข้าไปใกล้ตั้งใจจะช่วยปลดกระดุมเสื้อสูทเหมือนภรรยาเอาใจใส่สามี ทว่าแอสตันกลับถอยหลังหลบเล็กน้อยอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบกวาดมองอาหารบนโต๊ะสลับกับใบหน้าที่พยายา
ช่วงค่ำของวันหนึ่งเสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาในห้องชุดหรู แอสตันขยับเนคไทที่คอออกด้วยความเหนื่อยล้าหลังผ่านวันอันยาวนานที่บริษัท เขากำลังจะเดินตรงไปหยิบน้ำในครัว ทว่าเสียงพูดคุยแผ่วเบาที่ลอดออกมาจากห้องนอนเล็กกลับทำให้เขาต้องชะงักฝีเท้า“ค่ะ ขอร้องล่ะค่ะพี่ ช่วยผ่อนผันให้อีกสักสัปดาห์ได้ไหมคะ เงินชมพู่ยังไม่พอจริงๆ ชมพู่หาคืนให้แน่ค่ะ อย่าเพิ่งไปตามที่บ้านเลยนะคะ”เสียงสะอื้นไห้เจือความจนมุมลอยตามลมมา แอสตันยืนกอดอกพิงผนัง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความแปลกใจระคนรำคาญใจ เขาฟังเงียบๆจนกระทั่งได้ยินคำว่า ‘หนี้หนึ่งแสนบาท’ และเสียงขอร้องอ้อนวอนให้เจ้าหนี้ใจเย็นลงเมื่อสายถูกตัดไป แอสตันก็ผลักประตูห้องเปิดเข้าไปเต็มแรงปัง!ชมพู่สะดุ้งสุดตัว หน้าซีดเผือดราวกับคนไข้อาการหนัก โทรศัพท์มือถือร่วงหลุดจากมือตกลงบนเตียง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกจับได้ว่าเธอกำลังซ่อนปัญหาใหญ่ไว้“หนี้อะไร?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ ทว่ากดดันจนน่ากลัว แอสตันสาวเท้าเข้าไปใกล้ ร่างสูงยืนค้ำหัวมองเธอด้วยแววตาว่างเปล่าแต่เยียบเย็น “เมื่อกี้คุยเรื่องอะไร ทำไมต้องร้องขอชีวิตกับเจ้าหนี้ขนาดนั้น”
ช่วงเย็นวันต่อมา ชมพู่หิ้วกระเป๋าเดินทางใบย่อมก้าวเข้ามาในห้องชุดหรูของแอสตัน เธอยืนเก้ๆกังๆอยู่ตรงทางเข้าเพราะไม่รู้ว่าควรวางตัวอย่างไรในพื้นที่ส่วนตัวของเขาแอสตันที่นั่งจิบกาแฟมองเอกสารอยู่บนโซฟาเงยหน้าขึ้นมองร่างเล็กที่ยืนหลบมุมอยู่ข้างประตู เขาวางแก้วในมือลงแล้วลุกขึ้นเดินเข้ามาหา“ตามฉันมา” เสียงทุ้มเอ่ยสั่งสั้นๆ ก่อนจะเดินนำไปยังห้องนอนเล็กอีกห้องที่อยู่ถัดจากห้องนอนหลักของเขาแอสตันเปิดประตูผลักให้เธอดูภายในห้องที่มีเตียงเดี่ยวขนาดพอดีตัวและตู้เสื้อผ้าบิลต์อินเรียบร้อย “ห้องนี้เป็นของเธอ จัดของให้เรียบร้อยซะ”“ค่ะ” ชมพู่ตอบรับเสียงเบา ก้มหน้ารับคำสั่งแล้วลากกระเป๋าเดินเข้าห้องปิดประตูลงเงียบๆช่วงดึกแสงไฟสลัวในห้องชุดหรูยามดึกถูกรบกวนด้วยเสียงแจ้งเตือนข้อความสั้นๆบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงในห้องนอนเล็กAston : มาที่ห้องฉันชมพู่ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและสวมชุดนอนเรียบร้อยชะงักไปเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะวางมือถือลงแล้วเดินออกจากห้องนอนเล็ก ตรงไปยังห้องนอนใหญ่ของแอสตันที่เปิดแง้มไว้ภายในห้องมืดสลัว กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกลอยอบอวลอยู่
The Greystone Design & Constructionภายในห้องทำงานส่วนตัวโทนสีเข้มและเรียบหรูบนชั้นบนสุดของบริษัทสถาปนิกชื่อดัง แอสตันในชุดสูททำงานสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ดกำลังนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจแบบแปลนโครงสร้างตึกระฟ้าตรงหน้า นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเบาๆอย่างใช้ความคิดก๊อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่บานประตูไม้เนื้อดีจะเปิดออก ร่างท้วมสง่าของเกริกพล หรือผู้เป็นพ่อและเจ้าของบริษัทก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับถือแฟ้มเอกสารบางอย่างมาด้วยแอสตันเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืนต้อนรับผู้เป็นพ่อด้วยความเคารพตามสัญชาตญาณ“พ่อ...มีอะไรหรือเปล่าครับ ถึงขึ้นมาตรวจงานถึงนี่เอง” แอสตันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยเกริกพลวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมกริบที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาโชกโชนกวาดตามองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยความห่วงใยเจือความระแคะระคายบางอย่าง“เปล่าหรอก ฉันแค่แวะมาดูความคืบหน้าโปรเจกต์ใหม่ของแก...” เกริกพลเว้นจังหวะไปนิด ก่อนจะชำเลืองมองลูกชายแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสบายๆ “แล้วก็...ว่าจะถามเรื่องส่วนตัวของแ
วันต่อมาแอสตันขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเฉยชา ร่างสูงลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง กวาดสายตามองร่างบอบบางของชมพู่ที่นอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยสภาพอิดโรย ดวงตาคมกริบไร้ซึ่งความอาทรหรือความรู้สึกผิดใดๆ สำหรับเขาทุกอย่างจบลงตั้งแต่ความต้องการถูกปลดปล่อยแล้วแอสตันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็คข้อความงานโดยไม่สนใจจะปลุกหรือเอ่ยปากบอกลาคนข้างกายชมพู่สะดุ้งตื่นขึ้นมาตามสัญชาตญาณเมื่อรับรู้ถึงความเคลื่อนไหว ความระบมแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนเธอต้องกัดฟันกลั้นเสียงครางด้วยความเจ็บปวด เธอกวาดสายตาด้วยความเคว้งคว้าง ก่อนจะรีบดึงเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ลวกๆ “เสร็จแล้วก็กลับไปซะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบๆโดยไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าเธอด้วยซ้ำทันทีที่ชมพู่กลับมาถึงบ้านหลังเล็ก ความเหนื่อยล้าจากการอดนอนและร่างกายที่บอบช้ำแทบทำให้เธอล้มทั้งยืน แต่เธอกลับไม่มีเวลาแม้แต่จะนอนพักผ่อน ชมพู่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องใกล้กับโต๊ะอ่านหนังสือ มือเรียวสั่นเทาหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กที่จดบันทึกรายรับรายจ่ายไว้อย่างละเอียดยิบขึ้นมาพลิกเปิดดูทุกๆสิ้นเดือน มันคือช่วงเวลาแห่งความกดดันที่เธอต้องเผชิญหน้าเงินเดือนจากการทำงานพาร์ทไทม
ห้องคอนโดหรูของแอสตันบรรยากาศภายในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน แอสตันไม่ได้หันมามองหรือเอ่ยปากต้อนรับ เขาวางกล่องข้าวลงบนเคาน์เตอร์อย่างไร้ความใส่ใจ ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกชมพู่ยืนนิ่งอยู่ที่มุมห้อง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นผสมผสานกับความตื่นตระหนก แม้เธอจะตกลงยอมรับข้อเสนอที่ไร้สถานะ แต่วินาทีที่ประตูห้องปิดลง ความกลัวก็ตีรวนขึ้นมาจุกที่ลำคอร่างสูงหันกลับมามองเธอนิ่งๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างเพรียวบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและไร้ซึ่งความเสน่หา มันเป็นสายตาของคนที่กำลังมองหาที่ระบายอารมณ์ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น“ถ้าจะเริ่ม...ก็ถอดเสื้อผ้าซะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบๆ ไม่มีความนุ่มนวลหรือถนอมน้ำใจชมพู่สะดุ้งสุดตัว มือเล็กสั่นเทาขณะยกขึ้นปลดกระดุมเสื้อของตัวเองด้วยความประหม่า แต่เธอก็กลั้นใจทำตามคำสั่งอย่างไร้ข้อโต้แย้ง เมื่อเสื้อผ้าหลุดร่วงลงพื้น ร่างกายเปลือยเปล่าที่สั่นสะท้านด้วยความเขินอายและตื่นกลัวก็ปรากฏต่อสายตาของเขาแอสตันสาวเท้าเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนชมพู่ต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ







