INICIAR SESIÓNช่วงค่ำของวันหนึ่ง
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาในห้องชุดหรู แอสตันขยับเนคไทที่คอออกด้วยความเหนื่อยล้าหลังผ่านวันอันยาวนานที่บริษัท เขากำลังจะเดินตรงไปหยิบน้ำในครัว ทว่าเสียงพูดคุยแผ่วเบาที่ลอดออกมาจากห้องนอนเล็กกลับทำให้เขาต้องชะงักฝีเท้า “ค่ะ ขอร้องล่ะค่ะพี่ ช่วยผ่อนผันให้อีกสักสัปดาห์ได้ไหมคะ เงินชมพู่ยังไม่พอจริงๆ ชมพู่หาคืนให้แน่ค่ะ อย่าเพิ่งไปตามที่บ้านเลยนะคะ” เสียงสะอื้นไห้เจือความจนมุมลอยตามลมมา แอสตันยืนกอดอกพิงผนัง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความแปลกใจระคนรำคาญใจ เขาฟังเงียบๆจนกระทั่งได้ยินคำว่า ‘หนี้หนึ่งแสนบาท’ และเสียงขอร้องอ้อนวอนให้เจ้าหนี้ใจเย็นลง เมื่อสายถูกตัดไป แอสตันก็ผลักประตูห้องเปิดเข้าไปเต็มแรง ปัง! ชมพู่สะดุ้งสุดตัว หน้าซีดเผือดราวกับคนไข้อาการหนัก โทรศัพท์มือถือร่วงหลุดจากมือตกลงบนเตียง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกจับได้ว่าเธอกำลังซ่อนปัญหาใหญ่ไว้ “หนี้อะไร?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ ทว่ากดดันจนน่ากลัว แอสตันสาวเท้าเข้าไปใกล้ ร่างสูงยืนค้ำหัวมองเธอด้วยแววตาว่างเปล่าแต่เยียบเย็น “เมื่อกี้คุยเรื่องอะไร ทำไมต้องร้องขอชีวิตกับเจ้าหนี้ขนาดนั้น” ชมพู่เม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ เธอพยายามอ้าปากปฏิเสธแต่เสียงมันจุกอยู่ที่ลำคอ “เปล่าค่ะ...ไม่มีอะไรค่ะพี่แอสตัน” “ฉันถามว่าหนี้อะไร!” แอสตันหมดความอดทน มือหนาเอื้อมไปบีบปลายคางมนแล้วบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา แรงบีบไม่ได้รุนแรงถึงกับเจ็บ แต่แววตาดุดันและน้ำเสียงเฉียบขาดของเขาทำให้ชมพู่ไม่กล้าโกหกอีกต่อไป “หนี้...หนี้หนึ่งแสนบาทค่ะ ของพ่อที่เสียไปแล้ว เป็นเงินต้นกับดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทุกสิ้นเดือน...” ชมพู่สะอื้นไห้ยามที่สารภาพความจริงอันน่าสมเพชของตัวเองออกไป แอสตันยืนมองคนตรงหน้าที่เอาแต่สะอื้นไห้จนตัวโยน ความรู้สึกรำคาญใจพลุ่งพล่านขึ้นมาจนเขาต้องถอนหายใจออกมาแรงๆ มือหนาควักกระเป๋าหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมาอย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวจัดการกดเข้าแอปพลิเคชันธนาคารด้วยท่าทางรำคาญระคนเด็ดขาด โดยไม่เอ่ยคำปลอบโยนหรือแสดงความเห็นอกเห็นใจใดๆทั้งสิ้น “เลิกทำหน้าใกล้ตายแล้วก็หยุดร้องไห้สักที น่ารำคาญ” แอสตันเอ่ยเสียงห้วนจัด ชมพู่สะดุ้งสุดตัว รีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆแล้วเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาสับสนปนตื่นตระหนก ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความเงินเข้าจากธนาคารดังขึ้นบนหน้าจอมือถือของชมพู่ที่ตกอยู่บนเตียง เธอก้มลงหยิบขึ้นมาเปิดดูด้วยมือที่สั่นเทาก่อนจะเบิกกว้างด้วยความตกใจ ตัวเลขยอดเงินในบัญชีปรากฏเงินจำนวนหนึ่งแสนบาทถ้วนถูกโอนเข้ามาจากชื่อของแอสตัน ชมพู่เงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาค้างเติ่ง หัวใจเต้นระรัวด้วยความคาดไม่ถึง “พ…พี่แอสตัน นี่มัน...” “ฉันรำคาญเสียงร้องไห้แล้วก็หน้าตาเครียดๆของเธอเต็มที เอาเงินนี่ไปเคลียร์หนี้ของเธอซะ จะได้เลิกทำตัวเป็นภาระน่ารำคาญเวลาอยู่ต่อหน้าฉัน” แอสตันสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เขายัดโทรศัพท์เก็บใส่กระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะหันหลังเดินกลับออกไปจากห้อง ทิ้งให้ชมพู่ช็อกค้างอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์ น้ำตาที่เคยไหลพรั่งพรูหยุดชะงักลงด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ทั้งโล่งอกที่หลุดพ้นจากวิกฤตหนี้สิน แต่อีกใจกลับเจ็บแปลบจนชาหนึบ การจัดการเคลียร์หนี้สินหนึ่งแสนบาทให้หมดสิ้นไปใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน ความหวาดกลัวเรื่องเจ้าหนี้โทรศัพท์มาทวงถามหรือตามราวีมลายหายไปจนหมดสิ้น เย็นวันหนึ่ง ขณะที่ชมพู่วางแผนจัดตารางเวลาเพื่อเตรียมตัวกลับไปวิ่งรอกทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านคาเฟ่ตามเดิม แอสตันที่เพิ่งกลับมาจากบริษัท ก็เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมอาหารเย็นบนโต๊ะ ดวงตาคมกริบกวาดมองชุดออกนอกบ้านที่ชมพู่สวมอยู่ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความเด็ดขาด “นั่นจะไปไหน?” “ชมพู่...ชมพู่จะไปทำงานพาร์ทไทม์ที่คาเฟ่ค่ะช่วงกะเย็น…” ชมพู่ตอบเสียงเบา หลบสายตา “ช่วงนี้ใกล้เปิดเทอมแล้ว ชมพู่อยากเคลียร์รอบงานให้เรียบร้อย” แอสตันแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ สีหน้าฉายแววไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้จนชมพู่ต้องถอยหลังกรูดไปติดขอบเคาน์เตอร์ครัว มือหนาเอื้อมไปฉวยข้อมือเล็กไว้แล้วออกแรงดึงเบาๆให้เธอหยุดนิ่ง “ไม่ต้องไป” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยคำสั่งเฉียบขาดออกมาหน้าตาเฉย “ฉันเคลียร์หนี้ให้เธอหมดแล้ว ชีวิตช่วงปิดเทอมนี้ของเธอมีหน้าที่เดียวคืออยู่ดูแลปรนนิบัติฉันที่นี่” ชมพู่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ “แต่ว่า...งานพาร์ทไทม์พวกนั้น ชมพู่ยังต้องทำเพื่อใช้จ่ายส่วนตัวนะคะ แล้วอีกอย่าง...” “ฉันไม่อยากให้เธอเหนื่อยข้างนอก แล้วไม่มีแรงมาปรนเปรอฉัน” แอสตันสวนกลับด้วยประโยคไร้เยื่อใยที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ดวงตาดุดันจ้องมองเธอราวกับเธอเป็นเพียงทรัพย์สินชิ้นหนึ่งที่เขาซื้อขาด “เงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวอยากได้เท่าไหร่ก็บอก ฉันไม่ได้งกเงินกับเธอขนาดนั้น แต่เรื่องออกไปทำงานข้างนอก...เลิกซะ!” คำพูดที่ดูเหมือนจะใจดีแต่เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวและกดขี่ ทำให้ชมพู่จุกจนพูดไม่ออก ในสายตาของเขา เธอมันก็เป็นแค่เครื่องมือบำเรอความสุขที่ต้องสแตนด์บายพร้อมใช้งานตลอด24ชั่วโมง โดยไม่มีสิทธิ์มีเสียงหรือมีชีวิตเป็นของตัวเอง ชมพู่ได้แต่ก้มหน้างุดแล้วพยักหน้ารับคำสั่งนั้นอย่างจำยอม “ค่ะ ชมพู่เข้าใจแล้ว”เสียงเปิดประตูห้องคอนโดหรูดังขึ้นในยามค่ำ แอสตันก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก เขากำลังจะโยนกุญแจรถลงบนเคาน์เตอร์เหมือนทุกที ทว่ากลิ่นหอมกรุ่นของอาหารที่ลอยมาจากห้องครัวกลับทำให้เขาต้องชะงักบนโต๊ะอาหารตัวยาว อาหารรสชาติโปรดและเมนูทำง่ายหลายอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ชมพู่ในชุดเสื้อผ้าเรียบร้อยสะอาดตาเดินออกมาจากครัวด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อย ดวงตากลมโตแฝงไปด้วยความหวังและประกายความตั้งใจ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า วันนี้เธอตั้งใจอยากจะทำตัวให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนบุญคุณเรื่องหนี้สินและลึกๆแล้วเธอก็อยากลดช่องว่างระหว่างกัน หวังว่าความใส่ใจนี้จะทำให้เขามองเห็นเธอเป็นมากกว่าแค่ผู้หญิงบนเตียง“พี่แอสตันกลับมาแล้วเหรอคะ” ชมพู่เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มบางๆปรากฏบนใบหน้าหวาน “เหนื่อยไหมคะ วันนี้ชมพู่ทำกับข้าวไว้หลายอย่างเลย พี่แอสตันลองชิมดูก่อนนะ หรือจะอาบน้ำก่อนดีคะ”เธอก้าวเข้าไปใกล้ตั้งใจจะช่วยปลดกระดุมเสื้อสูทเหมือนภรรยาเอาใจใส่สามี ทว่าแอสตันกลับถอยหลังหลบเล็กน้อยอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบกวาดมองอาหารบนโต๊ะสลับกับใบหน้าที่พยายา
ช่วงค่ำของวันหนึ่งเสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาในห้องชุดหรู แอสตันขยับเนคไทที่คอออกด้วยความเหนื่อยล้าหลังผ่านวันอันยาวนานที่บริษัท เขากำลังจะเดินตรงไปหยิบน้ำในครัว ทว่าเสียงพูดคุยแผ่วเบาที่ลอดออกมาจากห้องนอนเล็กกลับทำให้เขาต้องชะงักฝีเท้า“ค่ะ ขอร้องล่ะค่ะพี่ ช่วยผ่อนผันให้อีกสักสัปดาห์ได้ไหมคะ เงินชมพู่ยังไม่พอจริงๆ ชมพู่หาคืนให้แน่ค่ะ อย่าเพิ่งไปตามที่บ้านเลยนะคะ”เสียงสะอื้นไห้เจือความจนมุมลอยตามลมมา แอสตันยืนกอดอกพิงผนัง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความแปลกใจระคนรำคาญใจ เขาฟังเงียบๆจนกระทั่งได้ยินคำว่า ‘หนี้หนึ่งแสนบาท’ และเสียงขอร้องอ้อนวอนให้เจ้าหนี้ใจเย็นลงเมื่อสายถูกตัดไป แอสตันก็ผลักประตูห้องเปิดเข้าไปเต็มแรงปัง!ชมพู่สะดุ้งสุดตัว หน้าซีดเผือดราวกับคนไข้อาการหนัก โทรศัพท์มือถือร่วงหลุดจากมือตกลงบนเตียง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกจับได้ว่าเธอกำลังซ่อนปัญหาใหญ่ไว้“หนี้อะไร?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ ทว่ากดดันจนน่ากลัว แอสตันสาวเท้าเข้าไปใกล้ ร่างสูงยืนค้ำหัวมองเธอด้วยแววตาว่างเปล่าแต่เยียบเย็น “เมื่อกี้คุยเรื่องอะไร ทำไมต้องร้องขอชีวิตกับเจ้าหนี้ขนาดนั้น”
ช่วงเย็นวันต่อมา ชมพู่หิ้วกระเป๋าเดินทางใบย่อมก้าวเข้ามาในห้องชุดหรูของแอสตัน เธอยืนเก้ๆกังๆอยู่ตรงทางเข้าเพราะไม่รู้ว่าควรวางตัวอย่างไรในพื้นที่ส่วนตัวของเขาแอสตันที่นั่งจิบกาแฟมองเอกสารอยู่บนโซฟาเงยหน้าขึ้นมองร่างเล็กที่ยืนหลบมุมอยู่ข้างประตู เขาวางแก้วในมือลงแล้วลุกขึ้นเดินเข้ามาหา“ตามฉันมา” เสียงทุ้มเอ่ยสั่งสั้นๆ ก่อนจะเดินนำไปยังห้องนอนเล็กอีกห้องที่อยู่ถัดจากห้องนอนหลักของเขาแอสตันเปิดประตูผลักให้เธอดูภายในห้องที่มีเตียงเดี่ยวขนาดพอดีตัวและตู้เสื้อผ้าบิลต์อินเรียบร้อย “ห้องนี้เป็นของเธอ จัดของให้เรียบร้อยซะ”“ค่ะ” ชมพู่ตอบรับเสียงเบา ก้มหน้ารับคำสั่งแล้วลากกระเป๋าเดินเข้าห้องปิดประตูลงเงียบๆช่วงดึกแสงไฟสลัวในห้องชุดหรูยามดึกถูกรบกวนด้วยเสียงแจ้งเตือนข้อความสั้นๆบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงในห้องนอนเล็กAston : มาที่ห้องฉันชมพู่ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและสวมชุดนอนเรียบร้อยชะงักไปเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะวางมือถือลงแล้วเดินออกจากห้องนอนเล็ก ตรงไปยังห้องนอนใหญ่ของแอสตันที่เปิดแง้มไว้ภายในห้องมืดสลัว กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกลอยอบอวลอยู่
The Greystone Design & Constructionภายในห้องทำงานส่วนตัวโทนสีเข้มและเรียบหรูบนชั้นบนสุดของบริษัทสถาปนิกชื่อดัง แอสตันในชุดสูททำงานสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ดกำลังนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจแบบแปลนโครงสร้างตึกระฟ้าตรงหน้า นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเบาๆอย่างใช้ความคิดก๊อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่บานประตูไม้เนื้อดีจะเปิดออก ร่างท้วมสง่าของเกริกพล หรือผู้เป็นพ่อและเจ้าของบริษัทก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับถือแฟ้มเอกสารบางอย่างมาด้วยแอสตันเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืนต้อนรับผู้เป็นพ่อด้วยความเคารพตามสัญชาตญาณ“พ่อ...มีอะไรหรือเปล่าครับ ถึงขึ้นมาตรวจงานถึงนี่เอง” แอสตันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยเกริกพลวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมกริบที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาโชกโชนกวาดตามองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยความห่วงใยเจือความระแคะระคายบางอย่าง“เปล่าหรอก ฉันแค่แวะมาดูความคืบหน้าโปรเจกต์ใหม่ของแก...” เกริกพลเว้นจังหวะไปนิด ก่อนจะชำเลืองมองลูกชายแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสบายๆ “แล้วก็...ว่าจะถามเรื่องส่วนตัวของแ
วันต่อมาแอสตันขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเฉยชา ร่างสูงลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง กวาดสายตามองร่างบอบบางของชมพู่ที่นอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยสภาพอิดโรย ดวงตาคมกริบไร้ซึ่งความอาทรหรือความรู้สึกผิดใดๆ สำหรับเขาทุกอย่างจบลงตั้งแต่ความต้องการถูกปลดปล่อยแล้วแอสตันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็คข้อความงานโดยไม่สนใจจะปลุกหรือเอ่ยปากบอกลาคนข้างกายชมพู่สะดุ้งตื่นขึ้นมาตามสัญชาตญาณเมื่อรับรู้ถึงความเคลื่อนไหว ความระบมแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนเธอต้องกัดฟันกลั้นเสียงครางด้วยความเจ็บปวด เธอกวาดสายตาด้วยความเคว้งคว้าง ก่อนจะรีบดึงเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ลวกๆ “เสร็จแล้วก็กลับไปซะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบๆโดยไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าเธอด้วยซ้ำทันทีที่ชมพู่กลับมาถึงบ้านหลังเล็ก ความเหนื่อยล้าจากการอดนอนและร่างกายที่บอบช้ำแทบทำให้เธอล้มทั้งยืน แต่เธอกลับไม่มีเวลาแม้แต่จะนอนพักผ่อน ชมพู่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องใกล้กับโต๊ะอ่านหนังสือ มือเรียวสั่นเทาหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กที่จดบันทึกรายรับรายจ่ายไว้อย่างละเอียดยิบขึ้นมาพลิกเปิดดูทุกๆสิ้นเดือน มันคือช่วงเวลาแห่งความกดดันที่เธอต้องเผชิญหน้าเงินเดือนจากการทำงานพาร์ทไทม
ห้องคอนโดหรูของแอสตันบรรยากาศภายในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน แอสตันไม่ได้หันมามองหรือเอ่ยปากต้อนรับ เขาวางกล่องข้าวลงบนเคาน์เตอร์อย่างไร้ความใส่ใจ ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกชมพู่ยืนนิ่งอยู่ที่มุมห้อง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นผสมผสานกับความตื่นตระหนก แม้เธอจะตกลงยอมรับข้อเสนอที่ไร้สถานะ แต่วินาทีที่ประตูห้องปิดลง ความกลัวก็ตีรวนขึ้นมาจุกที่ลำคอร่างสูงหันกลับมามองเธอนิ่งๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างเพรียวบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและไร้ซึ่งความเสน่หา มันเป็นสายตาของคนที่กำลังมองหาที่ระบายอารมณ์ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น“ถ้าจะเริ่ม...ก็ถอดเสื้อผ้าซะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบๆ ไม่มีความนุ่มนวลหรือถนอมน้ำใจชมพู่สะดุ้งสุดตัว มือเล็กสั่นเทาขณะยกขึ้นปลดกระดุมเสื้อของตัวเองด้วยความประหม่า แต่เธอก็กลั้นใจทำตามคำสั่งอย่างไร้ข้อโต้แย้ง เมื่อเสื้อผ้าหลุดร่วงลงพื้น ร่างกายเปลือยเปล่าที่สั่นสะท้านด้วยความเขินอายและตื่นกลัวก็ปรากฏต่อสายตาของเขาแอสตันสาวเท้าเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนชมพู่ต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ







