LOGINบทที่ 2
ข้อเสนอการเป็นเด็กเลี้ยง
ร่างเล็กของไอลดาที่ตอนนี้อยู่ในชุดเดรสตัวสั้นสีชมพูหวานแหวว จนคนเดินผ่านไปผ่านมาต้องเหลียวมองคนที่ดูใสซื่ออย่างหญิงสาวที่กำลังเดินเข้าไปในกาสิโน
ดวงตากลมโตมองไปรอบๆ สถานที่ที่เรียกว่ากาสิโนที่มีอุปกรณ์การพนันทุกรูปแบบ เจ้าของที่นี่น่าจะมีอิทธิพลพอสมควรไม่อย่างนั้นตำรวจคงได้ทัวร์ลงที่นี่แล้ว เพราะมีของเล่นพนันขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดเลยว่ามีที่แบบนี้อยู่ในประเทศและใจกลางกรุงเทพฯ แบบนี้
“มาพบใครครับ” เสียงของการ์ดหน้ากาสิโนถาม จนไอลดาต้องเงยหน้ามองคนตัวโตด้วยสายตาหวาดกลัว เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมาสถานที่อโคจรแบบนี้มาก่อน
“เอ่อคือไอ...มาเจอพี่โอ๋ค่ะ” เสียงหวานบอกสั่นๆ ด้วยความหวาดกลัว เพราะผู้ชายตรงหน้าอยู่ในชุดสูทสีดำและรูปร่างสูงใหญ่เมื่อเทียบกับเธอที่ตัวเล็กนิดเดียว
“อ๋อ...เด็กนายสินะ” จู่ๆ ชายตรงหน้าก็พูดบางอย่างขึ้นจนไอลดาขมวดคิ้วเข้าหากัน เขาพูดคำว่า ‘นาย’ ว่าแต่นายพวกเขาเป็นใคร หรือจะเป็นเจ้าของที่นี่อย่างนั้นเหรอ ผู้ชายคนนั้นเป็นถึงเจ้าของกาสิโนแต่จะมาเอาเด็กกะโปโลอย่างเธอเนี่ยนะ ไม่น่าจะใช่หรอกมั้ง
“เอ่อ...งั้นเชิญครับ นายกับคุณโอ๋รออยู่...” ชายร่างใหญ่ผายมือไปข้างหน้าเพื่อให้ไอลดาได้เดินจนเธออดประหม่าไม่ได้จริงๆ ทุกย่างก้าวขาเล็กก็สั่นไหวไปด้วยความกลัว กลัวการเผชิญหน้าและคิดว่าจะถอยหลังกลับดีไหม ถ้านายที่พวกเขาว่าเป็นเจ้าของที่นี่จริงๆ คงโหดมาก เพราะถ้าคนปกติคงไม่สามารถดูแลกิจการที่ใหญ่โตแบบนี้ได้
“ค่ะ”
ร่างน้อยเดินตามคนตัวโตไปจนกระทั่งมาหยุดที่ประตูสีดำบานใหญ่ที่มีราวเหล็กไว้จับสำหรับผลักหรือดันเข้าไป มือน้อยจับราวพร้อมกับหัวใจที่กำลังเต้นแรง เมื่อกำลังจะไปเผชิญหน้ากับผู้ชายที่พี่โอ๋เรียกว่า ‘ท่าน’
“ฟู่...” ไอลดาเป่าลมหายใจของตัวเองเพื่อให้มันช่วยลดความประหม่าลงได้บ้าง ถึงแม้หัวใจกำลังจะเต้นแรงแค่ไหนก็ตาม
เอี๊ยด!!
เสียงเปิดประตูดังขึ้น จากนั้นไอลดาก็ก้มหน้าแทรกตัวเข้าไปด้านใน และเมื่อมายืนแล้วหญิงสาวก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเพื่อมองเบื้องหน้า สิ่งที่ทำให้หญิงสาวต้องตกตะลึงเพราะมีร่างใหญ่ของชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งไขว่ห้าง แขนข้างหนึ่งยกขึ้นพาดกับโซฟา ส่วนมืออีกข้างถือแก้วบรั่นดี พร้อมทั้งใช้สายตามองมายังเธอด้วยความร้อนแรงดุดันและน่ากลัวในเวลาเดียว ไม่รู้ว่าเมื่อสักครู่มีใครเห็นไหมว่าชายหนุ่มกำลังยิ้มมุมปากแล้วมองมายังร่างกายของเธออย่างกะลิ้มกะเหลี่ย มันเป็นสายตาที่ทำเอาร่างกายสาวขนลุกเกรียวขึ้นมาทันที
“อ้าวน้องไอมาแล้วเหรอ” ร่างอวบอั๋นของพี่โอ๋เดินตรงเข้ามาหาไอลดา พร้อมกับใช้มือโอบร่างบอบบางเอาไว้ จากนั้นก็ดันให้มานั่งข้างๆ ชายหล่ออันตรายคนนี้ทันที
ตึก!! ตึก!!
เสียงหัวใจสาวกำลังเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งใกล้ชิดกับผู้ชายขนาดนี้ แขนที่พาดพนักพิงหลังมันคล้ายๆ กับชายหนุ่มกำลังโอบกอดเธออยู่
ใบหน้าหวานค่อยๆ หันมองคนข้างกายเป็นช่วงที่ได้พิจารณาใบหน้าของชายคนนี้ ใบหน้าที่ดูก็รู้ว่าต้องเป็นลูกครึ่งอะไรสักอย่าง ใบหน้าคมคายคล้ายๆ แถบละติน จมูกโด่งเป็นสัน รับกับสันกรามแข็งแกร่งที่เวลาเขาขบกัดฟันเส้นเลือดที่อยู่บริเวณนั้นก็ปูดโปนออกมาให้เห็นอย่างน่ากลัว ปากหยักเข้ารูปรับกับฟันที่เรียงตัวสวย ดวงตาคมราวกับเหยี่ยวที่พร้อมล่าเหยื่ออย่างเธอให้ตายทั้งเป็น บวกรูปร่างสูงใหญ่กำยำล่ำสันเท่ากับหรือมากกว่าเธอสองคนรวมกันเสียอีก หุ่นที่มองผ่านเสื้อก็รู้ว่าเขาต้องเป็นผู้ชายที่หุ่นดีมากๆ มากเสียจนไอลดาแอบกลัวเวลาที่ต้องมีอะไรกับเขาเลย
“มองขนาดนี้จะกินไปเลยไหมล่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยบอกพร้อมทั้งหันเสี้ยวหน้ามาจนใบหน้าของไอลดาและผู้ชายลุคมาเฟียอยู่ใกล้กันมาก แต่เป็นหญิงสาวเองที่ได้สติแล้วผละออกอย่างรวดเร็ว
“หึหึ...”
“เดี๋ยวพี่แนะนำก่อนนะจ๊ะ อันนี้คุณวิคเตอร์ มาดิสัน เวลล์ เป็นเจ้าของกาสิโนที่นี่และเป็นคนที่น้องไอจะต้องทำความรู้จักด้วย”
เสียงของพี่โอ๋บอกจบไอลดาก็เงยหน้ามองคนที่อยู่ข้างกายด้วยความประหม่าทันที ทำไมรังสีความร้ายกาจและความอำมหิตถึงแผ่ซ่านออกมาจากกายของผู้ชายคนนี้ เขาดูน่ากลัว ลึกลับ และเหมือนมีความลับมากมายที่ไม่สามารถคาดเดาได้ หัวใจสาวเต้นแรงไม่เป็นจังหวะทั้งตื่นเต้นระคนหวาดกลัว แม้ใบหน้าจะเคลือบแฝงไปด้วยความหล่อเหลามากแค่ไหน แต่ความอันตรายก็เหมือนมีมากเช่นกัน
“เอ่อ...น้องไอนั่งตัวเกร็งเลย ไม่ต้องเกร็งนะจ๊ะคุณวิคเตอร์ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น” โอ๋พยายามบอกเพื่อคลายกังวลให้คนตัวเล็ก แต่เหมือนว่าไอลดาจะทั้งกลัวและระแวง
“คือ”
“งั้นเดี๋ยวพี่กลับก่อนนะ ส่วนที่เหลือน้องไอก็ตกลงกับคุณวิคเตอร์ได้เลย เรื่องค่าดูแลต่างๆ” โอ๋หันมาบอกไอลดาแม้สายตาที่คนตัวเล็กมองมาจะสื่อว่าอย่าเพิ่งกลับ แต่จะให้ทำยังไงได้ในเมื่อไอลดามาถึงที่นี่แล้วและกำลังจะอยู่ในเงื้อมมือของวิคเตอร์แล้วด้วย
“พี่โอ๋คะ...คือ”
เมื่อล้างจานเสร็จเรียบร้อย วารินดาก็เดินออกมา และก็เจอวินเทอร์ที่นั่งอยู่ตรงโซฟา ซึ่งเธอไม่ได้สนใจเขาจึงเดินจ้ำอ้าวเพื่อขึ้นไปยังชั้นสอง แต่เสียงทุ้มกลับเรียกเธอเอาไว้ก่อน “จะไปไหน” “จะขึ้นห้องแล้ว” “ขึ้นไปทำไม” วินเทอร์ถามอย่างไม่เข้าใจว่าบนห้องมันมีอะไรทำไมเธอถึงอยากขึ้นไปนัก อีกทั้งสีหน้าที่บึ้งตึงของวารินดาทำให้เขาแปลกใจ “ง่วงค่ะ อยากไปนอน” เธอตอบสั้น ๆ ห้วน ๆ จากนั้นก็หันหลังกลับแล้วจะเดินต่อไป “มาตรงนี้ ไม่ต้องขึ้น” “อะไรคะ” “เดินมาหาฉันตรงนี้วารินดา” วินเทอร์บอกอย่างออกคำสั่ง เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังทำเมินเขาอยู่ “มีอะไรจะคุยเหรอคะ คุยมาเลยก็ได้” เธอบอกด้วยเสียงกระแทกกระทั้น และยิ่งคำพูดของชลธิชาเมื่อครู่มันทำให้เธอเริ่มคิดอะไรบางอย่างได้ “อย่ามาขัดคำสั่งฉัน ฉันบอกให้เดินมาตรงนี้!!” เมื่อเห็นว่าเธอกำลังทำหน้ามุ่ยใส่ วินเทอร์รู้สึกไม่ชอบใจ เพราะว่าเธอกำลังทำเหมือนเมินเขาอยู่ วารินดามองใบหน้าหล่อเหลาอย่างไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็จำยอมเดินมาหาเขาที่โซฟา แต่ยังไม่ทัน
“เป็นอะไรหรือเปล่าหน้าซีด ๆ นะ” ชลธิชาแสร้งทำเป็นห่วงใยเพื่อน ทั้ง ๆ ที่ในใจกำลังรู้สึกสะใจที่ทำให้วารินดารู้สึกแย่ได้ และหลังจากนี้เธอจะเดินหน้าเต็มที่ ความทรงจำของวินเทอร์และวารินดาไม่ค่อยดี และเธอคิดว่าถ้าทำให้ทั้งสองแตกกันอีกครั้ง ถึงตอนนั้นจะได้เข้าไปแทรกกลางได้อย่างเป็นผู้ชนะ “เปล่า...กินข้าวเถอะ” มือน้อย ๆ ยกช้อนตักข้าวต้มเข้าปาก แต่เธอก็ปรายตามองวินเทอร์ที่เอาแต่ชมอาหารที่ชลธิชาทำอย่างไม่ขาดปาก “อร่อยจริง ๆ ฉันไม่เคยกินข้าวต้มที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อนเลย” “จริงเหรอคะ...ชลดีใจจังที่คุณชอบ” “งั้นทำให้กินทุกวันได้ไหม” คำพูดที่เต็มไปด้วยเสียงที่ทุ้มนุ่มของวินเทอร์ ทำเอาวารินดาที่ฟังอยู่รู้สึกเจ็บจุกที่อก นอกจากตอนอยู่บนเตียง ชายหนุ่มก็แทบไม่เคยพูดหวาน ๆ กับเธอแบบนี้สักครั้งเดียว “ได้สิคะ” ชลธิชามองชายหนุ่มด้วยดวงตาสุกสกาว เพราะใครจะคิดว่าคนอย่างวินเทอร์อยากจะกินอาหารฝีมือของเธอทุกวัน วารินดาที่ฟังอยู่ได้แต่นั่งนิ่ง เพราะไม่อยากจะพูดอะไรออกไปขัดบทสนทนาของทั้งสองคน อีกทั้งเธอไม่ต้องการให้เขามองว่าเธอกำลังรู้สึกอย
เขาบอกแค่นั้นก็จัดการดูดลงไปที่รอบอกอิ่มจนเกิดรอยสีกุหลาบเต็มไปหมด เขาชอบให้ร่างกายของเธอมีแต่รอยที่เกิดจากเขาแต่เพียงผู้เดียว“เสียว...”“อยากแตกหรือยัง”ดวงตาคู่สวยปรือมองใบหน้าหล่อเหลาที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ เขาหล่อมากจริง ๆ จมูกโด่งสัน รับกับปากอวบอิ่ม และสันกรามที่ส่งเสริมให้เขาดูแข็งแกร่งและดุดันมากกว่าเดิม และสายตาของเธอเห็นรอยแผลเล็ก ๆ ข้างแก้มที่เธอเคยสร้างเอาไว้ก่อนหน้านี้“อื้อ...”“พี่ก็อยากแตกแล้ว...” ชายหนุ่มบอกแค่นั้นก็กระหน่ำรัวบทรักถี่ยิบในร่างกายสาว จนวารินดาถึงกับตาลอยด้วยความสุขสมที่เขามอบให้ ร่างบอบบางเกร็งไปหมด เมื่อไปถึงฝั่งฝันโดยมีเขาเป็นผู้นำทาง“กรี๊ด!!”เสียงกรีดร้องของวารินดาทำให้ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะตอกอัดความแข็งร้อนเข้าไปอย่างรุนแรง เพราะเขาอยากจะปลดปล่อยความต้องการที่มันอัดแน่นมาตลอดสองอาทิตย์ในร่างกายของเธอเสียที“อ๊าก...” วินเทอร์ร้องคำรามอย่างรุนแรง แล้วเขาก็กระแทกจังหวะสุดท้ายในร่างกายของวารินดาอย่างรุนแรง จากนั้นก็ปลดปล่อยน้ำเชื้อสีขาวขุ่น ในร่องรักจนเธออุ่นวาบไปทั่วช่องท้องร่างใหญ่ทรุดกายทาบทับที่ร่างเล็ก พร้อมกับหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า แต่ถึงกระน
“จะให้แก้จริง ๆ ไหมล่ะ” “อย่ามาประชดฉัน! คืนนี้ฉันจะลงโทษที่เธอใส่ชุดแบบนี้ออกจากบ้าน” วินเทอร์ไม่พูดเปล่า เขาทำการรั้งกางเกงขายาวของวารินดาออกอย่างรวดเร็ว จนท่อนล่างของเธอเปล่าเปลือยไร้อาภรณ์อะไรมาปกปิด “อ๊ะ” “ตรงนี้ของเธอคิดถึงฉันไหม” มือหนาลูบไล้ที่โหนกนูนเด่นของวารินดาเบา ๆ จนเธอขนลุกซู่ทันที ความปรารถนาตลอดสองอาทิตย์มันเหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดพวกเขาทั้งสองคนเข้าหากัน “วาริน” วารินดามองชายที่อยู่เหนือร่างของเธอกำลังลูบไล้ร่างกายสาว จนเธอหอบหายใจแรงด้วยความตื่นเต้น สัมผัสที่ไม่ได้รุนแรง แต่มันเต็มไปด้วยการเล้าโลมจนเธอรู้สึกเพลิดเพลินไปกับสัมผัสของเขา “พี่วิน” นัยน์ตาคู่สวยมองใบหน้าคมคายที่กำลังจ้องมองร่างกายของเธออย่างหิวกระหาย เธอชอบที่เขาไม่ได้เอาอารมณ์เกรี้ยวกราดมาลงกับเธอเหมือนทุกครั้ง “คิดถึงวารินจัง...คิดถึงมากด้วย” ชายหนุ่มโน้มร่างกายลงมา แล้วซุกไซ้ใบหน้าหล่อคมคายกับซอกคอหอมกรุ่นของคนตัวเล็ก ไม่อยากจะเชื่อว่าความปรารถนาในตัวของเธอมันจะมีมากขนาดนี้ เขาแทบไม่อยากจะห่างกายไปไหนเลย
“จะไปหรือยังวาริน ฉันง่วงแล้ว” ชายหนุ่มบอกด้วยความเบื่อหน่าย ใจจริงเขาไม่ได้อยากให้ชลธิชาอยู่ที่นี่เลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะวารินดาขอเอาไว้ อย่าหวังเลยว่าเขาจะยอมให้คนอื่นมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ “ค่ะ...ฉันไปก่อน มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้เช้า” สาวร่างเล็กบอกเพื่อน ก่อนจะถูกมือหนาของวินเทอร์จับข้อมือแล้วพาเดินออกจากบริเวณนี้ เมื่อลับร่างของทั้งสองคนดวงตาที่เศร้าหมองของชลธิชาก็เปลี่ยนเป็นแข็งกระด้าง ก่อนที่เธอจะทำการขบกรามของตัวเองแน่นด้วยความเจ็บใจ เธอไม่อยากจะเชื่อว่าวินเทอร์กับวารินดาจะกลับมาพบกันอีกครั้ง และดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะดีขึ้นกว่าตอนนั้น “ทำไมฉันต้องแพ้แกทุกเรื่องวาริน!” ดวงตาของชลธิชาเป็นประกายด้วยความแค้นและความอิจฉา เธอไม่คิดว่าวารินดาจะได้กลับมาอยู่กับวินเทอร์อีกครั้ง ผู้ชายที่เธอเคยแอบมอง แอบชอบมาตลอด แต่เขากลับไม่เคยชายตาแลเธอเลย เพราะคนที่เขารักคือวารินดา ร่างเล็กเดินเข้าไปในห้องพักที่ถึงแม้จะดูดีมากแค่ไหน แต่มันเทียบกับห้องนอนข้างบนที่วารินดาและวินเทอร์อยู่ร่วมกันไม่ได้ ทำไมคนนั้นถึงไม่เป็นเธอ ทำไมต้องเป็นวารินดาท
“ชล...” วารินดามองเพื่อนด้วยความสงสาร แม้เธอจะเป็นสายลับ แต่ลึก ๆ แล้ววารินดาเป็นคนขี้ใจอ่อน ยิ่งกับเพื่อนและคนสนิทด้วยแล้วเธอจะยิ่งเห็นใจ เพราะพื้นฐานของหญิงสาว ไม่ได้ต้องการทำอาชีพนี้ตั้งแต่แรก แต่เพราะพ่อขอเอาไว้ เธอเลยเลี่ยงไม่ได้ “ส่วนเพื่อนที่ไปด้วยกันโดนฆ่าตายเกือบหมด มีฉันคนเดียวที่รอด” มือที่จับช้อนของชลธิชาเริ่มสั่น ทำเอาวารินดามองอย่างสงสาร เพราะไม่คิดว่าเพื่อนจะต้องเจออะไรที่มันเลวร้ายขนาดนี้ “แต่ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้วนะ อีกไม่นานเธอจะได้กลับบ้านแล้ว” “ฉันยังไม่กลับได้ไหม” อยู่ ๆ ชลธิชาก็พูดบางอย่างออกมา จนวารินดาได้แต่ขมวดคิ้วอย่างสงสัยว่าเหตุใดเพื่อนถึงไม่อยากกลับบ้าน เพราะขนาดเธอยังอยากกลับบ้านเลย “เธอหมายความว่ายังไง” “ฉันขอหลบที่นี่ก่อนได้ไหม ฉันกลัวว่าพวกมันจะรู้ว่าฉันรอดมาได้ พวกมันจะตามฆ่าฉัน...” ชลธิชาบอกด้วยเสียงสั่นเครือ แล้วมองหน้าเพื่อนรัก วินเทอร์ที่กินข้าวอยู่เงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนสนิทของวารินดา แล้วเขาก็พูดบางอย่างออกมาจนชลธิชาหันไปมองด้วยสายตาสั่นระริก “งั้นเธอก็บอกมาสิว่าพวก

![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





