LOGINฉันเคยแต่งงานกับผู้ชายคนนึงด้วยความเต็มใจเพราะรักมาก แต่สุดท้ายเราสองคนก็หย่าขาดกันเพราะทางครอบครัวของฝั่งนั้นไม่เคยเห็นด้วยกับการแต่งงานเลย แต่เราสองคนก็ยังดันทุรังจนสุดท้ายก็ไปกันไม่รอด หลังหย่าขาดฉันเพิ่งจะรู้ว่าตัวเองท้องได้เดือนกว่าๆ ฉันเลือกที่จะไม่บอกใครและไม่ต้องการความรับผิดชอบ เพราะฉันรู้คำตอบนั้นดี ฉันจึงเลือกที่จะเลี้ยงลูกคนเดียวไม่ขอความช่วยเหลือจากใคร แต่แล้ววันนึงก็ได้กลับมาพบเจอกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของลูกอีกครั้ง ฉันจะให้เขารู้ไม่ได้เด็ดขาด ว่าฉันมีลูกกับเขา ฉันไม่ได้ต้องการหวนคืนอะไรกลับมา เพราะครอบครัวของเขาไม่เคยยอมรับในตัวของฉันเลย เป็นแบบนี้มันก็ดีแล้ว อยู่แบบนี้มันก็ดีแล้ว จะกลับมาเจอกันอีกทำไมก็ไม่รู้
View Moreสองเดือนหลังจากการหย่า ฉันพบว่าตัวเองกำลังท้อง ทั้งๆ ที่อยากมีลูกมาโดยตลอด แต่กลับไม่มีวี่แววจะท้องได้เลย แต่พอหลังหย่าได้ไม่นานฉันกลับตรวจพบว่าตัวเองท้อง เป็นทั้งข่าวดีและก็ข่าวร้ายในเวลาเดียวกันเลย
ฉันไม่ได้อยากจะหย่าอะไรทั้งนั้น แต่เราสองคนแต่งงานกันโดยที่ทางแม่ของคุณติณไม่ได้เห็นด้วยสักเท่าไหร่ ท่านพยายามทำให้ฉันกับคุณติณทะเลาะกัน และหย่ากัน จนวันนี้ท่านทำสำเร็จแล้ว โดยการใช้ให้ใครก็ไม่รู้เข้ามาใกล้ชิดกับฉัน หลังจากนั้นก็ประกาศไปทั่วว่าฉันคบชู้ ทั้งที่มันไม่ใช่ความจริงเลยสักนิด ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นเลย ฉันไม่เคยคิดจะคบชู้ ฉันรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด
แต่ในเมื่อมันเป็นแบบนี้แล้วก็ไม่เป็นอะไรลูกของฉันฉันเลี้ยงเองได้ ฉันจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวและไม่ไปวุ่นวายอะไรกับเขาอีกเลย เราสองคนเดินมากันคนละเส้นทางแล้ว ปล่อยให้เขาได้อยู่กับคนที่แม่ของเขาเลือกให้เถอะ เพราะคนอย่างฉันมันไม่คู่ควรหรอก
"ไม่เป็นอะไรนะ ไม่มีพ่อไม่เป็นไร แม่จะเป็นทั้งพ่อและลูกในหนูเอง"
***************************
หลายเดือนก่อนหน้านี้
หลังเลิกงานฉันถืออาหารกลับเข้ามาในบ้านพะรุงพะรังเต็มไปหมด เพราะฉันต้องทำงานจึงไม่ค่อยมีเวลาอยู่บ้านทำความสะอาดหรือทำอะไรเกี่ยวกับงานของแม่บ้านสักเท่าไร แต่ยังไงก็ยังมีแม่บ้านอยู่
"กว่าจะกลับมาได้นะ!"
"ขอโทษค่ะคุณแม่ พอดีว่าที่บริษัทยุ่งๆ ก็เลยกลับช้านิดหน่อยค่ะ"
"ฉันบอกแล้วไงว่าคิดจะแต่งงานกับลูกชายของฉันเธอต้องทำได้ทุกอย่าง กลับมาถึงบ้านแล้วก็ไปทำอาหารสิ"
"วันนี้มีนซื้ออาหารจากร้านอาหารที่คุณแม่ชอบมาให้ค่ะ วันนี้มีนเหนื่อยจริงๆ ขอตัวไปพักนะคะ"
ทั้งๆ ที่มีแม่บ้านคอยทำอาหารให้คอยดูแลบ้านแต่กลับไม่ให้พวกแม่บ้านทำงานนี้ เพราะตั้งใจจะให้ฉันทำ และฉันก็รู้ว่านี่คือการกระทำที่ต้องการให้ฉันรู้สึกกดดันรู้สึกเหนื่อยและรู้สึกไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไป
แม่ของคุณติณภพไม่เห็นด้วยกับการที่เราสองคนแต่งงานกัน แต่คนเป็นแม่ก็ขัดความต้องการของลูกไม่ได้ และก็ยอมให้ฉันกับคุณติณภพแต่งงานกัน
แต่พอฉันได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของคุณติณภพ ก็ถูกกลั่นแกล้งสารพัด ไม่ว่าจะเริ่มทำกับข้าวเรื่องงานบ้าน แต่ยังไงฉันก็ต้องทำงานของฉันอยู่ดี
เพราะคุณแม่ของคุณติณภพต้องการให้ลูกชายของเขาแต่งงานกับคนที่ฐานะเท่าเทียมและคู่ควรกันซึ่งไม่ใช่ฉัน ทั้งที่เราก็คบกันมานานแล้ว แต่ฉันก็ยังไม่ได้รับการยอมรับจากแม่ของเขาเลย
"ฉันไม่ชอบกินอาหารจากร้านอาหารมันไม่ถูกปาก!"
"แต่คุณติณบอกว่าคุณแม่ชอบอาหารร้านนี้นี่คะ มีนก็สั่งอาหารเฉพาะที่คุณแม่ชอบมาทั้งนั้นเลย"
"อะไรที่เคยชอบก็ไม่ได้แปลว่าจะชอบตลอดไป เอาไปทิ้งให้หมดฉันต้องการกินกับข้าวที่นี่และเธอก็ต้องเป็นคนทำ!"
"วันนี้มีนเหนื่อยจริงๆ ค่ะ มีนขอพักนะคะคุณแม่"
"น้ำหน้าอย่างนี้น่ะเหรอที่คิดจะมาเป็นสะใภ้บ้านนี้ แค่นี้ก็อดทนไม่ได้เลยหรอ!?"
"เฮ้อ...." ฉันถอนหายใจยาวๆ เพราะเหนื่อย นี่จะต้องไปทำอาหารอีกแล้วเหรอ
"นี่เธอกล้าถอนหายใจใส่ฉันหรอ!"
"อะไรกันครับคุณแม่เสียงดังไปถึงข้างนอกเลย"
"ก็เมียตัวดีของแกน่ะสิ ฉันบอกให้ไปทำกับข้าวแต่ก็ยังขี้เกียจสันหลังยาว"
"มีนไม่ได้ขี้เกียจนะคะคุณแม่ แต่วันนี้มีนเหนื่อยจริงๆ มีนไม่ทำอาหารก็จริงแต่มีนก็ซื้อมาให้คุณแม่แล้วนี่ไงคะ"
"นั่นน่ะสิครับคุณแม่ นี่เป็นอาหารร้านอร่อยที่คุณแม่ไปกินประจำเลยนะครับเนี่ย"
"ตอนนี้แม่ไม่ชอบแล้ว แม่อยากกินกับข้าวของที่นี่"
"ถ้างั้นคุณแม่ก็ให้แม่บ้านเป็นคนทำสิครับ"
"แม่ให้แม่บ้านกลับกันไปหมดแล้ว"
"ถ้างั้นเดี๋ยวผมเป็นคนทำให้คุณแม่เองก็ได้ครับ ให้มีนเธอไปพักเถอะ"
"อะไรกัน! เพราะชอบถือหางให้กันแบบนี้ไงเมียของแกมันถึงได้ใจไม่ยอมทำงานบ้านงานเรือนทั้งๆ ที่มันเป็นงานของเมียงานของผู้หญิงแท้ๆ แต่งงานแล้วก็ควรจะอยู่ที่บ้านทำงานบ้านสิ ถึงจะออกไปทำงานข้างนอกก็ต้องกลับมาทำงานบ้านได้"
"แม่ครับมีนเธอคงเหนื่อยจริงๆ ครับให้เธอไปพักเถอะ เดี๋ยวผมทำให้คุณแม่เองตามผมมาครับ"
"...." ฉันถอนหายใจออกมาอย่างแรงเมื่อคุณติณภพจูงมือแม่ของเขาเดินเข้าไปในครัวพร้อมกับถุงอาหารที่ฉันซื้อมาก่อนหน้านี้
นี่ฉันจะต้องเจอเรื่องแบบนี้อีกนานเท่าไหร่กันล่ะเนี่ย ฉันเองก็เตรียมตัวรับมือมาก่อนหน้าแล้วนะแต่ไม่คิดว่ามันจะหนักขนาดนี้ ก่อนที่เราสองคนจะแต่งงานกันก็ถูกคัดค้านครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะแม่ของเขาที่ไม่ได้เห็นด้วยกับการแต่งงานของเราสองคนเลย
ฉันเคยชวนคุณติณภพออกไปอยู่ข้างนอกด้วยกัน แต่เขาไม่อยากปล่อยให้แม่ของเขาต้องอยู่คนเดียวเพราะแม่ของเขาก็ค่อนข้างอายุมากแล้วปล่อยให้คนแก่ต้องอยู่บ้านคนเดียวมันก็อันตรายซึ่งฉันก็เข้าใจดี
ฉันพยายามที่จะไม่สนใจอะไรแล้วพยายามที่จะปล่อยวางทุกอย่าง แต่ดูแต่ละอย่างที่ฉันต้องเจอในแต่ละวันสิ ถ้าฉันไม่มีสติมากพอฉันคงจะเป็นบ้าไปแล้ว
***************
แกร้ก~
"อืม...กลับมาแล้วหรอคะ"
"เป็นอะไรวันนี้คุณเหนื่อยหรอ?"
"เฮ้อ ก็นิดหน่อยค่ะ วันนี้มีประชุมยาวด้วยแล้วก็ต้องเคลียร์งานให้ ก็เลยต้องอยู่ที่บริษัทนานหน่อย ฉันคิดว่าฉันคงไม่ไหวก็เลยสั่งอาหารมาไว้ให้คุณแม่ของคุณ แต่ก็นะ..."
"อย่าไปโกรธคุณแม่ท่านเลยครับท่านคงแก่แล้ว"
"ค่ะ"
"ถ้างั้นผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ"
"ตามสบายค่ะ"
ฉันกับคุณติณภพเราไม่ได้ทำงานอยู่ที่บริษัทเดียวกัน ฉันได้ทำงานเป็นผู้จัดการบริษัทใหญ่บริษัทนึงส่วนเขาก็เป็นผู้บริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เราไม่ได้ทำงานอยู่ด้วยกันตั้งแต่แรกแล้ว หลังจากแต่งงานกันฉันก็ไม่ได้ย้ายไปทำงานอยู่ที่บริษัทของเขาเพราะบริษัทของเขาไม่ได้ต้องการพนักงานใหม่ และฉันก็ไม่อยากลาออกจากบริษัทที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้ด้วย
หมับ~
"อืม..."
"เดี๋ยวผมช่วยทาครีมให้นะ"
"ขอบคุณค่ะ"
"จุ๊บ! ผิวของคุณขาวจังเลย กลิ่นหอมด้วย ผมชอบกลิ่นตัวของคุณจัง"
"วันนี้ฉันเหนื่อยจังเลยค่ะไม่ทำได้หรือเปล่าคะ"
"ได้สิครับเอาไว้คุณหายเหนื่อยแล้วเราค่อยทำกัน"
ตั้งแต่แต่งงานมาไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากทำหน้าที่ของภรรยาหรอกนะ แต่เพราะฉันเหนื่อยและก็ไม่อยากทำอะไรเลย มีครั้งหนึ่งที่เรากำลังทำเรื่องแบบนั้นกันอยู่แล้วแม่ของคุณติณภพมาเคาะประตู มันเลยทำให้ฉันหมดอารมณ์และไม่อยากจะมีอะไรกับเขาตอนที่หยุดที่บ้านด้วยกันเลยเพราะฉันเกลียดการถูกรบกวนแบบนั้นมาก
"พรุ่งนี้คุณไปทำงานพร้อมกับผมนะ"
"ฉันขับรถไปเองน่าจะดีกว่านะคะไม่ลำบากคุณด้วย"
"เราเป็นผัวเมียกันนะ ผัวจะแวะไปส่งเมียที่บริษัทมันจะเป็นอะไรไปครับ"
"แต่คุณก็ต้องเลยไปส่งฉันแล้วก็ย้อนกลับมาที่บริษัทอีกนี่คะ"
"ไม่เห็นเป็นอะไรเลยผมเต็มใจเพื่อคุณ"
"ขอบคุณนะคะ และก็ขอบคุณที่คุณไม่ฟังความข้างเดียว ขอบคุณที่คุณยอมรับฟังฉันบ้าง"
"ผมรู้ครับว่าแม่ของผมเป็นยังไง อดทนหน่อยนะครับ ผมจะพยายามทำทุกอย่างให้แม่ของผมยอมรับในตัวคุณให้ได้"
"ฉันก็จะพยายามทำให้แม่ของคุณยอมรับในตัวของฉันให้ได้เหมือนกันค่ะ"
ก็ฉันรักคุณตินภพนี่นา จะให้เลิกกันเพราะว่าถูกแม่ของเขากีดกันมันก็ไม่ใช่เรื่องเลย นอกจากมันจะมีเรื่องราวที่ไม่ดีเกิดขึ้นจนทำให้เราสองคนต้องเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นจนได้
หลายปีผ่านไปฉันกับคุณติณภพเราตกลงกันเอาไว้แล้วว่าจะไม่มีลูกอีกเพราะอายุของฉันก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ การมีลูกของฉันก็ยากมาก ฉันเลยต้องปิดอู่เพราะไม่อย่างนั้นฉันอาจจะไปท้องตอนที่อายุมากไปเลยก็ได้ซึ่งถ้าฉันท้องตอนที่อายุมากแล้วมันก็มีความเสี่ยงหลายอย่าง คุณติณภพเลยตัดใจเรื่องที่จะมีลูกคนที่สองด้วยกันมีแค่ปอร์เช่คนเดียวก็ปวดหัวมากแล้วล่ะ เพราะรายนั้นยิ่งโตก็ยิ่งออกลาย สายตาแพรวพราวไม่น้อย รู้สึกว่าโตขึ้นจะเจ้าชู้ไม่น้อยเลยล่ะฉันไม่รู้ว่าเวลาชีวิตของฉันมันจะยาวนานสักแค่ไหน ฉันกับคุณติณภพจะอยู่ด้วยกันไปได้อีกนานเท่าไร และฉันก็ไม่รู้ว่าระหว่างฉันกับเขาใครที่จะจากกันก่อน ฉันรู้แค่ว่า ณ เวลาปัจจุบันนี้ ฉันจะทำให้คนที่ฉันรักและคนที่รักฉันมีความสุขมากที่สุด****************บ้านมาหยา"คุณติณ...""หืมครับ?""ปอร์เช่ไปไหนคะ?""มาขอออกไปเตะบอลกับเพื่อนน่ะผมก็เลยให้ไป เห็นว่าค่ำๆ จะกลับ ถามหาทำไมล่ะ มีอะไรกับปอร์เช่หรือเปล่า?""เปล่าค่ะแค่ไม่เห็นแกอยู่ในห้องก็เลยสงสัยว่าแกหายไปไหน" ฉันตอบกลับช่วงนี้ปอร์เช่จะค่อนข้างติดเพื่อน แถวๆ บ้านไม่ค่อยมีเพื่อนของแกสักเท่าไรเพราะบ้านของฉันอยู่ไกล แต่แกก็ปั่
“อือ ไหนว่าเหนื่อยไงคะ” เธอไม่ได้ผลักไส แต่ก่อนหน้านี้ติณภพบ่นอยู่ว่าเหนื่อยที่ต้องถือของให้เธอ ก็เลยคิดว่าเขาน่าจะอยากพักผ่อนมากกว่า“เหนื่อยครับ แต่ก็อยากทำไง”“อือ…”“วันนี้ผมถือของให้คุณมาทั้งวันแล้วนะครับ คุณต้องจ่ายค่าเหนื่อยให้ผมนะมีน”“อึกอืม…”คนตัวโตซุกไซร้ไปตามลำคอขาว มือก็ถอดเสื้อผ้าของเธอไปด้วย ไม่นานร่างกายของเธอก็เหลือแต่บราตัวเดียวแล้ว มือหนาสอดไปด้านใต้หลังของมีนพร้อมกับปลดตะขอบราออก ทำให้หน้าอกอวบปรากฏต่อหน้าชายหนุ่มริมฝีปากร้อนครอบงำยอดจุกสีสวยในทันทีพร้อมกับบีบขยำสลับกันไปมาจนหญิงสาวเปล่งเสียงครางหวานออกมา"อะ อ๊ะอ๊า อึกอืม...""อืม..."ทุกอย่างมันดูเร่งรีบและก็เร่าร้อน ขาของเธอถูกจับยกขึ้นก่อนที่แก่นกายใหญ่ลำยาวจะค่อยๆ สอดเข้าไปในช่องทางรักคับแคบของเธอสวบ!"อะอ๊า!""อืม...เจ็บหรือเปล่า?""มะ ไม่เท่าไหร่ค่ะ""อืม ผมขยับแล้วนะ""....." หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อยเป็นคำตอบให้กับคนตรงหน้าก่อนที่เอวหนาจะเริ่มโยกขยับกระแทกแก่นกายลำยาวของตนเองเข้าช่องทางรักของหญิงสาวอย่างหนักหน่วงพั่ก! พั่ก! พั่ก!"อึกอื้ม...อ๊ะอ๊ะ อ๊า..!"เสียงร้องครางที่ดังออกมาทุกครั้งที่เขากระแทกลงไป
ผมกับมีนกำลังเดินเที่ยวห้างด้วยกัน เพราะงานที่มาตกลงกับนักธุรกิจที่นี่ผ่านราบรื่นไปได้ด้วยดี ตอนแรกก็เผื่อเวลาเอาไว้เพราะกลัวว่ามันจะมีปัญหา แต่พอผ่านไปได้ด้วยดีแบบนี้มันก็ดีเหมือนกัน ผมกับมีนจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นนี่เป็นครั้งแรกที่ผมเดินตามหลังมีนโดยที่เธอกำลังเลือกซื้อของหลายสิ่งหลายอย่าง นานๆ ทีผมจะเห็นเธออยากซื้อของอะไรแบบนี้ เพราะเราไม่เคยเห็นมีนใช้เงินซื้อของแบรนด์เนมพวกนี้เลย"คุณติณ คุณว่ารองเท้าแบบนี้ฉันใส่สีไหนถึงจะเหมาะ""ความจริงมันก็เหมาะกับมีนทุกคู่เลยนะ เพราะมีนก็ใส่เสื้อผ้าหลายแบบ รองเท้าก็ไม่ควรจะซ้ำกันนะต้องใส่รองเท้าให้มันกลืนกับที่เราแต่งตัวสิ"รองเท้าสีแดงก็เหมาะกับเธอ เหมาะกับบุคลิกที่เธอแต่งไปออกงานหรือไปร่วมงานเลี้ยงต่างๆ สีดำก็เหมาะกับบุคลิกที่เธอแต่งมาทำงานในทุกๆ วัน"ถ้าอย่างนั้นเอาสองคู่นี้เลยละกัน""ครับ"หลังจากเสร็จการเลือกซื้อรองเท้ามีนเธอก็แวะไปที่ร้านขายกระเป๋าแบรนด์เนมทันที"แล้วกระเป๋าล่ะ ฉันควรจะถือกระเป๋าลูกใหญ่ๆ หรือใบเล็กๆ ดี?""อืม ผมว่าขนาดใบกลางๆ ดีกว่านะ เล็กเกินไปก็ไม่เหมาะกับคุณใหญ่เกินไปมันก็เทอะทะดูไม่สมส่วน""ถ้างั้นเอาแบบไหนดี"
บ้านติณภพ"เสร็จงานแล้วแม่จะรีบกลับนะ ดูแลตัวเองดูแลคุณย่าด้วยนะลูก""ครับแม่หยา""เอาไว้พ่อจะซื้อขนมซื้อของมาฝากเยอะๆ เลย""ครับ"ฉันพาลูกชายตัวดีมาส่งไว้กับแม่ของคุณติณภพ เพราะต้องเดินทางไปต่างประเทศกับคุณติณภพและไม่สามารถพาลูกชายตัวดีไปด้วยได้ และจินก็กลับบ้านในช่วงนี้พอดี ก็เลยต้องพามาไว้ที่บ้านของคุณย่าแกหลังจากที่พาลูกชายมาส่งเรียบร้อยแล้วฉันกับคุณติณภพก็ออกเดินทางกันในทันทีเพราะไม่อยากเสียเวลาไปหลายวันต่างประเทศ...✈️"นานแล้วนะคะที่ไม่ได้มาแบบนี้""ผมเองก็เดินทางบ่อยแต่ส่วนใหญ่เดินทางกับเลขามากกว่าไม่เคยมาคนเดียวสักครั้ง""เรื่องโรงแรมจัดการเรียบร้อยใช่ไหมคะ""ครับ"คุณติณภพให้เลขาจัดการเรื่องโรงแรมที่พักสำหรับที่นี่ให้กับพวกเรา ฉันเองก็ไม่รู้หรอกว่าได้ไปพักที่ไหนจนกระทั่งคุณติณภพพาฉันมายังโรงแรม ซึ่งอยู่ในเขตเมืองเลย เป็นโรงแรมใหญ่หรูเลยทีเดียว"ป่ะ เรียบร้อยแล้ว ขึ้นไปพักกันเถอะผมอยากอาบน้ำจะแย่""ค่ะ"คุณติณภพพาฉันขึ้นไปบนห้องที่ได้จองเอาไว้ มันเป็นห้องกว้างๆ เตียงใหญ่ๆ มีระเบียงและมีอ่างอาบน้ำ ก็สไตล์โรงแรมหรูหราบ้านเรานั่นแหละ แต่บรรยากาศที่นี่ก็แตกต่างจากบ้านเราไปมาก"