LOGINปริมหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและฝืดคอ เธอยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก เลือดสีสดเปรอะติดปลายนิ้ว ทว่าความเจ็บปวดทางกายกลับเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดภายในใจ ผู้ชายคนที่เธอเพียรพยายามไขว่คว้ามาตลอดหลายปี ผู้ชายคนที่เธอคิดว่าเป็นของเธอมาโดยตลอด ไม่เคยมีเธออยู่ในสายตาเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว...นอกห้องรับรอง ภีมก้าวเท้าเดินออกมารับอากาศบริสุทธิ์ เขายกมือขึ้นปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออก ถอดแว่นสายตากรอบบางออกเช็ดด้วยผ้าผืนเล็กช้าๆสำหรับเขา เรื่องของปริมไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่แม้จะเรียกเป็นความสัมผัสอะไรได้เลยด้วยซ้ำมันเป็นเพียงเรื่องที่น่ารำคาญ การถูกกำหนดให้เดินตามกรอบเดิมๆ การถูกบีบให้ต้องรับบทลูกชายผู้สมบูรณ์แบบของตระกูลใหญ่ นั่นต่างหากคือสิ่งที่ทำให้เขาสะอิดสะเอียนที่สุดเข็มนาฬิกาบนหน้าปัดรถยนต์บอกเวลาเกือบเที่ยงคืน ภีมขับมาถึงคอนโด เปิดประตูห้องเข้ามาเงียบๆ ภาพตรงหน้าคือร่างเพรียวบางของพั้นซ์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวยาวของเขานอนอยู่บนฟูกหนาภีมก้าวขึ้นไปบนเตียงช้าๆ แรงกดของฟูกทำให้ร่างบางขยับตัวเล็กน้อย พั้นซ์ค่อยๆ ลืมตาขึ้น มางัวเงียเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของแฟน
ภายในห้องรับรองส่วนตัวที่ ปริงนั่งลงบนเก้าอี้ ข้างกายมีชายในชุดเสื้อยืดและกางเกงสแล็กธรรมดา เขาเป็นสายสืบที่เธอว่าจ้าง"รายงานล่าสุดครับคุณปริม... คุณภีม กลับมาแล้วครับ"ทันทีที่ได้ยินว่าเขากลับมาแล้ว แววตาของปริมก็ทอประกายความหวังขึ้นมา หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความดีใจ นึกว่าในที่สุดเขาก็ยอมจำนนและกลับมาหาเธอสักที รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนมุมปากของเธอทว่า... ประโยคต่อมา เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สีหน้ามีความลังเล ไม่กล้าจะเอ่ยคำพูดถัดไปออกมา"แต่ว่า... คุณภีม... ไม่ได้กลับมาคนเดียวครับ" เขาเว้นช่วงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าเดิม"เขาพาผู้หญิงคนนั้นกลับมาด้วย และพาเธอไปพบคุณภากรก่อนที่เขาจะพาผู้หญิงคนนั้นขึ้นรถแล้วพากลับไปที่คอนโดส่วนตัวครับ"สิ้นคำรายงาน รอยยิ้มบนใบหน้าของปริมก็หายไปเขายืนนิ่งเงียบ แอบปรายสายตามองปริม เธอค่อยๆ ยกเรียวนิ้วขึ้นมากัดปลายเล็บตัวเองอีกแล้ว เธอกัดมันซ้ำๆ ฟันคมขบลงบนเล็บจนเนื้อบริเวณโคนเล็บฉีก แต่เธอกลับนิ่งเฉยราวกับไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆดวงตาคู่สวยจ้องมองตรงไปข้างหน้าอย่างว่างเปล่า ก่อนที่เธอจะพึมพำคนเดียวออกมาด้วยน้ำเสียงเบา"แม่มันไ
ไม่นานนัก... แม่ของปริมก็มาเยือนยันบ้านของภากรภายในห้องรับรอง ภากรนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ โดยมีเรวตี ผู้เป็นแม่ของภีม นั่งอยู่ข้างๆ แม่ปริมเหลือบสายตามองเรวตีครู่หนึ่ง สายตานั้นแฝงรอยดูแคลน ก่อนจะละสายตากลับมามองภากรพร้อมรอยยิ้มหวาน"สวัสดีค่ะคุณภากร วันนี้ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่มาพบโดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า""มีอะไรก็พูดมาเถอะ" ภากรเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะโดยไม่เว้นจังหวะให้เกริ่นนำแม่ปริมเริ่มเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงน่าสงสารและกังวลใจ พูดถึงเรื่องงานแต่งที่กำลังจะมาถึง อ้างถึงข่าวลือเรื่องผู้หญิงที่มาเกาะแกะภีมที่อาจส่งผลกระทบต่อหน้าตาของทั้งสองบ้าน เธอพยายามใช้คำพูดโน้มน้าวให้ภากรใช้วิธีเด็ดขาดดึงภีมกลับเข้าสู่กรอบที่ควรจะเป็นตลอดการสนทนา เรวตีนั่งฟังอยู่ข้างๆ โดยไม่เปิดปากพูดหรือแสดงความคิดเห็นแม้แต่น้อย ใบหน้าของเธอเรียบนิ่งและสงบราวกับไร้ตัวตนในห้องแห่งนี้เมื่อการเจรจาเสร็จสิ้นและแม่ปริมได้คำมั่นสัญญาจากภากร เธอจึงยกยิ้มพึงพอใจแล้วขอตัวกลับไปเรวตีเงยหน้าขึ้นมองสามีเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากพึมพำออกมาเสียงเบา"คุณคะ..."ภากรหันหน้ามาตามเสียงเรียก แต่กลับไม่ได้มองหน้าเธอ
ภายในห้องนอนกว้างขวางของบ้านพักตระกูลใหญ่ บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงแอร์ทำงาน ปริมเลื่อนตัวลงไปนั่งจมอยู่บนโซฟาหรูหรา ข้างๆ กายมีกระเป๋าแบรนด์เนมวางทิ้งไว้โดยไม่ใส่ใจ ใบหน้าที่เคยผ่านการแต่งแต้มมาอย่างประณีตบัดนี้มีรอยคราบน้ำตาแห้งกรังเปรอะเปื้อนอยู่บนแก้มดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งทอดมองออกไปไร้จุดหมาย ร่างกายของเธอสั่นเทาเล็กน้อย สายตาจดจ่ออยู่กับปลายนิ้วมือของตัวเอง ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ยกนิ้วขึ้นมากัดปลายเล็บแกร่กๆเสียงกัดเล็บดังแผ่วเบา ปริมขบฟันลงบนเล็บที่เพิ่งผ่านการดูแลมาอย่างดีจนมันฉีกขาดทีละนิด ความเจ็บแสบเล็กๆ ที่ปลายเล็บไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกตัวเลยสักนิด ในหัวของเธอยังคงหมุนเวียนอยู่กับคำพูดสุดท้ายของภีมก่อนที่เขาจะเปิดประตูเดินจากไป'ถ้าปริมคิดจะใช้คุณภากรมาบีบผม วันงานแต่งงาน... ก็อย่าหวังว่าผมจะไปงาน'เธอรู้ดียิ่งกว่าใครว่าภีมเป็นคนพูดจริงทำจริง ถ้าเขาสัญญาว่าจะไป เขาก็จะไป แต่ถ้าเขาเอ่ยปากว่าจะไม่ไป... ต่อให้เป็นคุณภากรเขาก็คงไม่กลัว"ทำไม... ทำไมต้องเป็นมัน..."ปริมพึมพำออกมา เธอเพิ่มแรงขบกัดปลายนิ้วจนกระทั่งหนังบริเวณโคนเล็บเริ่มฉีก เลือดสดๆ สีแดงค่อยๆ ซึม
ย้อนกลับไปหลายวันก่อนหน้า...พั้นซ์ขับรถยนต์ส่วนตัวไปสถานที่หนึ่งใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำพั้นซ์ดับเครื่องยนต์ ก้าวลงจากรถพร้อมกับถอนหายใจยาว พยายามปรับสีหน้าและอารมณ์ให้เป็นปกติที่สุดเมื่อก้าวผ่านประตูเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ เธอกวาดสายตาไปเห็นหญิงวัยกลางคนผู้มีใบหน้าเค้าความสวยเหมือนเธอไม่มีผิด เธอกำลังนั่งในห้องรับแขก ทันทีที่เสียงก้าวเท้าดังขึ้น เธอก็เงยหน้าขึ้นมอง และเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนคือใคร ดวงตาคู่สวยก็ฉายแววตกใจ"พั้นซ์!"เธอลุกขึ้นทันที เดินตรงเข้ามาหาสวมกอดลูกสาวไว้แน่นด้วยความคิดถึงอย่างสุดซึ้ง พั้นซ์ยกแขนขึ้นกอดตอบผู้เป็นแม่ อ้อมกอดที่อบอุ่นทำให้ความเครียดลดลงเล็กน้อย"มาได้ยังไงลูก ไม่เห็นบอกแม่ก่อนเลย" แม่ผละออก มือเรียวลูบแก้มลูกสาวด้วยความรักใคร่"พั้นซ์ตั้งใจมาหาแม่ค่ะ" พั้นซ์ยิ้มบางๆ "ขอโทษนะคะแม่ ที่พั้นซ์มาแบบไม่ได้บอกล่วงหน้า แล้วก็ไม่ได้เอาอะไรมาฝากเลย""โธ่ ลูกคนนี้" แม่ยิ้มทั้งน้ำตาคลอ "แค่พั้นซ์ยอมกลับมาบ้าน แค่ได้เห็นหน้าลูก แม่ก็ดีใจจนไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว จะเอาของฝากอะไรอีก"พั้นซ์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ตัดสินใจเอ่ยถามถึงคนสำคัญอีกคนในบ้าน "แล้ว
คันเร่งถูกกดจมมิดตลอดเส้นทาง ภีมไม่แวะพัก ไม่กิน ไม่นอน นัยน์ตาหลังกรอบแว่นจดจ่ออยู่กับถนนเบื้องหน้าและความตั้งใจเดียวในหัว จุดหมายปลายทางคือบ้านพักตามหมุดปักในแผนที่พั้นซ์เดินถือถ้วยกาแฟออกมายืนรับลมทะเลที่ลานหน้าบ้าน อย่างสบายอารมณ์แต่ความสุขนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อเห็นรถยนต์คันหนึ่งขับมาจอดหน้าบ้านถ้วยกาแฟในมือแทบร่วงหล่นพื้น ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ต สายตาเต็มไปด้วยความรุ่มร้อนก้าวลงมาจากรถ ภีม... ผู้ชายที่เธอพยายามหนีมาตลอดหลายเดือน พั้นวางแก้วกาแฟลงภีมก้าวเดินตรงเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว สายตาจ้องมองใบหน้าสวยเนียนที่เขาเฝ้าคิดถึงอยู่ทุกวัน"ยังไม่ตายอีกเหรอ" พั้นซ์เค้นเสียงถาม รอยยิ้มเย้ยหยันยกขึ้น"คิดว่าก้าวออกจากชีวิตพี่ได้ง่ายๆ เหรอพั้นซ์" ภีมเอ่ยเสียงต่ำพลางคว้าข้อมือเธอไว้แน่นทันทีแรงบีบที่ข้อมือทำเอาพั้นซ์ต้องกัดฟันแน่น แต่สายตาที่เธอมองศัลยแพทย์หนุ่มตรงหน้ากลับไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย "อยากไปหาใครก็ไปสิ จะมาวุ่นวายทำไมอีก!" พั้นซ์ตวาดใส่หน้า สะบัดแขนสุดแรงจนหลุด ก่อนจะหันกลับมาตบหน้าเขาเต็มแรงเพียะ!ภีมถูกแรงตบจนหน้าหัน แต่เขากลับค่อยๆ หันใบหน้ากลับมา นิ้วเรีย


![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




