Partager

บทที่ 5

last update Date de publication: 2026-07-22 11:34:44

การพักแรมบางครามีโรงเตี๊ยมบางคราก็ต้องนอนในป่า ทว่าบุรุษผู้นี้ก็ยังคงมีท่าทีสง่างาม ทุกอิริยาบถของเขาน่ามอง ใบหน้าหล่อเหลาแม้ขาวซีด แต่ดวงตาคมกริบและรอยยิ้มหล่อเหลากลับน่ามองยิ่ง

หญิงสาวรับน่องไก่ที่เขาส่งมาให้จากนั้นกินอย่างเอร็ดอร่อย ตอนกินก็ลอบมองเขาไปด้วย

...ขนาดแทะน่องไก่มันแผล็บเขาก็ยังน่ามองอยู่ดี

เฮ้อ ไม่รู้เพราะอะไรนางจึงรู้สึกว่าตัวเขาช่างน่าดึงดูดใจเหลือเกิน ทั้งใบหน้าหล่อเหลา ทั้งกิริยาท่าทางสุภาพอ่อนโยน ผิดก็แต่ท่าทางอ่อนแอนั่นที่ดูขัดหูขัดตาอยู่บ้าง

“เช็ดมือหรือไม่” เขาส่งผ้าเช็ดหน้ามาให้ หญิงสาวมองผ้าเช็ดหน้าปักลายด้วยความประณีตนั้นแล้วส่ายหน้า ตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินไปล้างมือข้างลำธาร

“ข้าถามได้หรือไม่” นึกไม่ถึงว่าเขาจะเดินตามมา

“ถามเรื่องใด”

“ท่านกำลังจะไปที่ใดหรือ”

“จริงๆ แล้วข้ากำลังชั่งใจว่าจะไปเมืองหลวงหรือไปทางตะวันออก”

“ตะวันออก?”

“ใช่ ข้าเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วหล้า ขึ้นเหนือลงใต้จากนั้นไปตะวันออกและต่อด้วยตะวันตก ข้าเพิ่งลงมาจากแดนเหนือเพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับสงคราม”

เขาพยักหน้าจุ่มมือลงล้างในลำธารเช่นกันกับนาง “ชายแดนเหนือกำลังคุกรุ่นด้วยไฟสงครามจริงๆ แต่เมืองหลวงก็วุ่นวายไม่ต่างกัน”

“ก็อาจเป็นเช่นนั้น ไม่ว่าที่ใดยิ่งมากคนก็ยิ่งมากด้วยปัญหา” นางเห็นด้วยทว่าตอนกำลังยืนขึ้นคิ้วเรียวก็ขมวดมุ่น “กลับไปที่รถม้า!” เพิ่งพูดจบมือสังหารก็จู่โจมเข้ามาทันที

ลูกธนูมากมายพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทาง เสวียนเหยาผลักฉีเฟิงเยี่ยนหลบทว่าเขากลับลื่นตกลงไปในลำธาร นางควานมือลงไปดึงสาบเสื้อเขาพร้อมลากขึ้นมาจากน้ำ ครั้งนี้จำนวนมือสังหารมีมากกว่าสามสิบ ในขณะที่นางกับองครักษ์รวมกันมีเพียงแปดคนเท่านั้น นับว่าเสียเปรียบอยู่มากจริงๆ

เสวียนเหยานับเป็นยอดยุทธ์หญิงเมื่อเทียบกับมนุษย์ ด้วยนางเป็นเซียนที่ฝึกตนมาเป็นเวลานาน ทั้งฝีมือ ความคล่องแคล่ว บวกกับพลังจากของวิเศษอย่างหยกอันอวี่ มือสังหารมากมายล้วนตายตกไปภายใต้กระบี่ที่นางแย่งมาจากมือสังหารเหล่านั้น

หญิงสาวกันฉีเฟิงเยี่ยนเอาไว้ด้านหลัง คุ้มครองเขาอย่างสุดความสามารถ กระทั่งเวลาผ่านไปราวครึ่งก้านธูปมือสังหารเริ่มล่าถอย...

“ข้าว่าท่านไม่เป็นไรแล้ว...”

เพิ่งพูดจบเบื้องหลังกลับเจ็บแปลบกระทั่งความเจ็บไล่ลามไปทั่วเรือนกาย เสวียนเหยาก้มลงมองหน้าอกด้านขวาที่ปลายกระบี่คมกริบแทงทะลุออกมาเล็กน้อย

อา...ร่างกายคล้ายถูกเปลวไฟแผดเผา ความเจ็บปวดแล่นลามไปยังแขนขาจนรู้สึกชาไม่อาจขยับ ร่างทั้งร่างค่อยๆ ล้มหงายหลังจากกระบี่เล่มนั้นถูกดึงออกอย่างแรง

นางได้แต่มึนงงสับสน แต่เมื่อผู้รู้ว่าที่ลงมือกับนางก็คือฉีเฟิงเยี่ยน “เจ้า!!!”

เขาประคองนางนอนราบลงกับพื้นท่ามกลางการล่าถอยของมือสังหาร ก้มลงมองนางด้วยสายตาอ่อนโยน รอยยิ้มหล่อเหลาทำให้นางงุนงงยิ่งกว่าเดิม “เพราะเหตุใด เจ้าเป็นใคร!...”

“สงสัยหรือว่าเหตุใดข้ารู้ว่าปราณเซียนของท่านอยู่ที่หน้าอกด้านขวา...ผู้ครอบครองหยกอันอวี่”

นางเบิกตามองเขาขณะดวงตากำลังพร่ามัวด้วยความเจ็บปวด มีเพียงคนเดียวที่ล่วงรู้เรื่องนี้...อดีตคู่หมายของนาง ผู้ครอบครองกระบี่หวงหลง!!

“เจ้าเป็นอะไรกับเขา!”

“ข้าคือบุตรชายของเขา...กับนาง”

เสวียนเหยาคว้าสาบเสื้อของเขาแน่น ความโกรธปะทุขึ้นทว่าร่างกายกลับสิ้นไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ความสับสนงุนงงแต่ปะปนมากับความโกรธทำให้ในดวงตาแฝงประกายไม่ยินยอม

ตลอดมาคิดว่าตัวเองหลบเร้นและซ่อนตัวได้ดี ทว่าเพราะเหตุใด...กว่าพันปีผันผ่านเหตุใดนางจึงถูกจับได้ อีกทั้งยังถูกทำร้ายซ้ำๆ จากอดีตที่นางพยายามวิ่งหนีมาครึ่งชีวิต

นางหนีพ้นจากผู้ครอบครองกระบี่หวงหลงและผู้ครอบครองพัดวารี ทว่าวันนี้กลับเสียท่าให้กับบุตรชายของสองคนนั่นอย่างนั้นหรือ!!

สาบเสื้อของนางถูกแหวกออกเล็กน้อย เชือกที่ใช้ห้อยแหวนหยกถูกดึงออก เสวียนเหยาพยายามตั้งสติด้วยการสูดลมหายใจเข้าลึก มือพยายามยื้อเชือกเส้นนั้นจากเขา ทว่าเมื่อเห็นว่าเขาทำอะไรนางก็ได้แต่ตื่นตระหนก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เสวียนเหยา   บทที่ 15

    เสวียนเหยากำลังจะเดินพ้นประตูวังหลวง รถม้าคันหนึ่งก็วิ่งมาจอด ผู้มาก็คือฉีฮูหยินและฉีซวงซวงบุตรสาว ทั้งสองลงจากรถม้าและชะงักไปอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นนาง“นึกไม่ถึงว่าจะพบเจ้าที่นี่” ฉีฮูหยินกล่าวทั้งยังเดินมาหยุดตรงหน้าหญิงสาว ฉีซวงซวงมองนางตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าจากนั้นแค่นยิ้ม“สตรีบ้านป่าไม่รู้กาลเทศะ แต่งกายราวกับผู้ไม่ได้รับการอบรมเข้าวังหลวง โชคดีจริงๆ ที่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเจ้าเคยอาศัยจวนตระกูลฉีช่วงหนึ่ง หาไม่ตระกูลฉีคงขายหน้าแย่”เสวียนเหยาหันไปมองอีกฝ่ายโดยไม่ได้กล่าวอะไร และนั่นทำให้ฉีซวงซวงอึดอัดทนไม่ไหว “เจ้ามองอะไร”“มองไก่ป่าที่คิดว่าตัวเองคือหงส์” หญิงสาวกล่าวพร้อมกับมองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า “แพรพรรณฉูดฉาด เครื่องประดับสักแต่ประโคมความหรูหรา ไร้รสนิยมสิ้นดี แม้แต่สีสันจัดจ้านไม่เข้ากันสักนิดยังกล้าสวมใส่ ไม่เรียกไก่ป่าหรือยังมีสิ่งอื่นให้เรียก”“เจ้า!”รถม้าอีกคันวิ่งเข้ามาจอดเช่นกันเป็นรถม้าหรูหรามีป้ายตำหนักหนิงหวงแขวนเอาไว้ ทว่าผู้ที่ก้าวลงมากลับเป็นสตรีในชุดสีเขียวอ่อนน่ามอง เครื่องหยกน้อยชิ้นทว่าดูหรูหรา กิริยาที่ก้าวลงมาจากรถม้าอ่อนช้อยทว่าคล่องแคล่วน่ามอง“

  • เสวียนเหยา   บทที่ 14

    “จริงคือเท็จ เท็จคือจริง ข้าต้องการให้ผู้คนเข้าใจว่าเขาไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง”“เริ่มต้นขึ้นแล้วหรือ”“ใช่ เริ่มต้นขึ้นแล้ว”การแก่งแย่งเริ่มต้นขึ้นแล้ว องค์ชายกำลังห้ำหั่นเพื่อบัลลังก์มังกร เห็นท่าทางเหนื่อยล้าของฮ่องเต้ นางเองก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเห็นใจ แม้เป็นบิดาก็ไม่อาจควบคุมความกระหายในอำนาจของโอรส อำนาจก็เหมือนของน้ำหวานที่ทั้งดึงดูดและยั่วเย้า ขอเพียงมีโอกาสผู้ใดเล่าจะไม่อยากลิ้มลอง“มีผู้ใดล่วงรู้เรื่องในห้องนี้อีก”“องค์ชายเก้า”นางเงียบไปนานมากคล้ายกำลังครุ่นคิดใคร่ครวญอย่างละเอียด “ข้าขอเตือน ไม่ว่าเรื่องนี้จะจบอย่างที่ท่านหวังหรือไม่ สิ่งที่เขาติดค้างท่านก็จะจบลงที่การแก่งแย่งครั้งนี้”“แต่เฟิงเยี่ยนกับองค์ชายเก้าเป็นสหายที่ดีต่อกันเสมอมา การจะพาเฟิงเยี่ยนไปจากที่นี่...”นางแค่นหัวเราะ “ไม่ใช่ท่านเพียงคนเดียวที่เขาติดค้าง ในเมื่อข้อแลกเปลี่ยนของท่านจะจบลงตรงที่องค์ชายเก้าขึ้นครองบัลลังก์ เช่นนั้นไม่ว่าเรื่องนี้จะจบลงโดยดีหรือไม่ ข้าจะพาเขาไปจากซย่าเทียน”นางพูดจบก็เดินออกมาจากห้องนั้น ทว่าระหว่างออกมาจากตำหนักหลงคุน องค์ชายเก้าหลงเส้าเทียนก็ยืนรอนางอยู่แล้ว บุรุษหล่อเหลา

  • เสวียนเหยา   บทที่ 13

    ใบหน้าแก่ชรายิ้มให้นางบางๆ ท่าทางอ่อนแอของอีกฝ่ายทำให้นางนึกถึงคำพูดของฉีเฟิงเยี่ยน บัลลังก์กำลังจะเปลี่ยนมือแล้วในอีกไม่ช้า“แม่นางเสวียนในที่สุด”อีกฝ่ายยกมือขึ้นกวักมือเรียกนางให้เข้าไปใกล้ เสวียนเหยาเดินเข้าไปอีกห้าก้าวหยุดตรงหน้าเก้าอี้มังกร สีหน้าราบเรียบไม่ได้คุกเข่า ไม่ได้แสดงการคำนับ ตรงกันข้ามกลับยืดหลังตรงด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง“ข้าไม่ประหลาดใจสักนิดที่ท่านแสดงท่าทีเช่นนี้กับ...ฮ่องเต้ซย่าเทียน”เสวียนเหยาแค่นหัวเราะ “แล้วท่านยังคาดหวังสิ่งใดกับผู้ที่ถูกทรยศหักหลัง” มันเริ่มต้นมาจากอดีตฮ่องเต้แคว้นซย่าเทียน ปีนั้นฮ่องเต้ปรารถนาในสามของวิเศษ แผ่นดินวุ่นวายแตกแยก ของวิเศษและผู้ครอบครองหลบเร้น นางพลัดหลงกับกระบี่หวงหลงและพัดวารี ทำให้สองคนนั้นสนิทสนมจนก่อเกิดเป็นความใกล้ชิด...“ข้าไม่อาจปฏิเสธว่าบรรพบุรุษของข้าทำผิดต่อสามผู้ครอบครองของวิเศษ ทว่าก็ไม่อาจแบกรับความผิดที่ตัวข้ากำลังพยายามแก้ไข”เสวียนเหยามองอีกฝ่ายนิ่ง“ข้ารอ...รอว่าเมื่อไหร่เขาจะหาท่านพบ ในที่สุดก็มีโอกาสได้พบท่านก่อนตาย ในที่สุดก็ได้พบผู้ครอบครองของวิเศษครบทั้งสามคน ได้มีโอกาสคุกเข่ายอมรับผิด...” เขาลงจากเก้าอี้มัง

  • เสวียนเหยา   บทที่ 12

    มันนานมากแล้วจริงๆ นานจนนางจดจำความรู้สึกโกรธขึ้งตอนที่เลือกจากมาแทบไม่ได้แล้ว มันเลือนรางจนวันหนึ่งนางกลับเพิ่งตระหนักว่าหัวใจของนาง...ไม่หลงเหลือความรู้สึกลึกซึ้งในวันนั้นอีกกลางดึกคืนนั้นเสวียนเหยาเดินออกมาเพราะชอบความเงียบ หน้าเรือนหลักของบ้านแบบซานเหอย่วน[1]มีโต๊ะเก้าอี้เอาไว้นั่งชมจันทร์ หญิงสาวเดินไปนั่งตรงนั้น เงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ซึ่งกำลังส่องสว่าง แม้รอบกายเงียบงันแต่นางกลับรับรู้ถึงองครักษ์ที่กำลังคุ้มกันโดยรอบ“พรุ่งนี้ข้าต้องไปแล้ว” ฉีเฟิงเยี่ยนกล่าว“นอกด่าน?” นางถาม“ผู้อื่นคิดว่าเป็นเช่นนั้น”นางเงียบไม่ได้ถามต่อ“เป็นไปได้หรือไม่ที่ท่านจะอยู่ที่นี่...สักพัก อย่างน้อยก็จนกว่าร่างกายของท่านจะหายดี หรือหากเป็นไปได้จนกว่าข้าจะกลับมา”“เจ้าทำเพียงเพื่อชดเชยความรู้สึกผิดในใจของบิดามารดาเจ้าหรือ” อยู่ๆ นางก็ถามเขาเช่นนั้น นึกอย่างไรก็มองเห็นเพียงสาเหตุนี้หลังจากนางหลบเร้นออกมามารดาของเขา...หนิงเหอ อีกฝ่ายก็หลบเร้นออกมาจากแดนเซียน ข่าวว่าบิดาของชายหนุ่มออกตามหาจนท้อใจ กระทั่งในที่สุดก็ตัดสินใจละทิ้งแดนเซียนเช่นกัน“ท่านจะคิดเช่นนั้นก็ย่อมได้”เสวียนเหยาถอนหายใจออกมาเสียงเ

  • เสวียนเหยา   บทที่ 11

    เสวียนเหยาเดินไปถึงกลางห้องฉีฮูหยินก็ส่งเสียงขึ้น “เจ้า...เจ้ากล้า?! เด็กๆ ขวางพวกเขาไว้!” ฉีฮูหยินรู้สึกเสียหน้าจนโกรธกรุ่น นางตะโกนเรียกคนของจวนแม่ทัพ เสียงรับคำดังขึ้นคนของฉีเฟิงเยี่ยนเองก็เร่งรุดมาขวางเสวียนเหยาเดินไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะกลางห้อง นางหันไปมองฉีฮูหยินจากนั้นฟาดฝ่ามือลงไปบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิด นึกไม่ถึงพลังขุมหนึ่งแล่นปราด ฝ่ามือที่นางฟาดลงกลับทำให้โต๊ะไม้หนาหนักแตกละเอียดเป็นชิ้นๆ!!!ทุกคนสะดุ้งตกใจด้วยความหวาดหวั่น ฉีเฟิงเยี่ยนเป็นคนเดียวที่สงบนิ่งที่สุด เขาถอนหายใจเดินเข้าไปใกล้หญิงสาว ชายหนุ่มกำลังจะคว้ามือของนางมาดูว่าไม้นั่นทิ่มมือนางหรือไม่...เสวียนเหยาเลิกคิ้วมองเขา มือข้างที่เพิ่งฟาดโต๊ะคว้าสาบเสื้อของเขาดึงเข้าหาตัว “หมายความว่าอย่างไร? เหตุใดข้าจึงยัง...”เขาถอนหายใจออกมาเสียงเบา “เหตุใดต้องโมโหขนาดนี้ ไม่มีใครขวางท่านเอาไว้ได้อยู่แล้ว คนในจวนนี้ไม่มีใครมีฝีมือขนาดนั้น”ไม่สิ...นางไม่สมควรใช้วรยุทธ์ได้ ปราณเซียนของนางถูกทำลายไปแล้ว นางสมควรเป็นเช่นคนพิการเหมือนเขา เจ็บออดๆ แอดๆ ร่างกายอ่อนแอ ทว่าเมื่อครู่ที่นางหงุดหงิดกลับเผลอเดินพลังในกาย ฝ่ามือนั้นทรงพลังพอ

  • เสวียนเหยา   บทที่ 10

    เสวียนเหยาหลุดหัวเราะออกมาโดยไม่เกรงใจผู้ใด “ข้านับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว” หญิงสาวหันไปมองฉีซวงซวงจากนั้นหันไปสบตากับฉีฮูหยิน “ที่แท้สตรีสูงศักดิ์ก็ไม่แตกต่างกับสตรีทั่วไปในตลาด ทำผิดไม่ยอมรับผิดก็ว่าหนักหนาแล้ว แต่การดูถูกดูแคลนผู้อื่นทั้งต่อหน้าและลับหลังเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับสตรีที่ไร้ซึ่งการอบรม เป็นคนอื่นก็ว่าแล้วไปแต่นี่เป็นผู้ที่เติบใหญ่ภายใต้จวนเดียวกันแท้ๆ แม่ทัพฉีเป็นผู้กล้าที่ได้รับการยกย่องไปทั่วหล้า แต่เบื้องหลังกลับ...” นางถอนหายใจพร้อมส่ายหน้า “นึกไม่ถึงจริงๆ ท่ามกลางเลือดเนื้อที่บิดาสูญเสีย บุตรสาวของเขากลับเติบโตมาเป็นสตรีเช่นนี้” นางแค่นหัวเราะ “ฉีเฟิงเยี่ยนบิดามารดาผู้ให้กำเนิดของเจ้า ปล่อยให้เจ้าลำบากถึงขั้นต้องมาทนอยู่กับคนเหล่านี้เลยหรือ เจ้าไม่มีที่อื่นให้ไปแล้วหรือไร”ชายหนุ่มเพียงยืนนิ่งในขณะที่สตรีตระกูลฉีหน้าแดงด้วยความโกรธและอับอาย “แม่นางเสวียนวาจาของเจ้าไม่คิดว่าเกินไปหรอกหรือ...”เสวียนเหยามองฉีฮูหยินด้วยสายตาเย็นชา “ข้อแรก...ใช่ข้าเป็นผู้ที่มาอาศัย แต่ก็เคยได้ยินผู้คนกล่าวขานถึงธรรมเนียมปฏิบัติของชนชั้นสูงในเมืองหลวง โดยเฉพาะจวนขุนนางว่าผู้มาย่อมเป็นแขก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status