Share

บทที่ 1 หาแต่เรื่อง

Penulis: Tawan miki
last update Tanggal publikasi: 2026-02-16 02:32:42

บทที่ 1 หาแต่เรื่อง

บ่ายคล้อยท่ามกลางแสงแดดแผดเผาภายนอก แต่ภายในห้างสรรพสินค้าสุดหรูย่านสีลมกลับเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงอบอวลไปทั่วบริเวณ กระนั้นบรรยากาศรอบตัวกลับไม่ได้เข้ากับ ‘กันต์’ และกลุ่มเพื่อนในชุดนักเรียนขาสั้นเลยแม้แต่น้อย

เด็กหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาติดจะขี้เล่นนั่งก้มหน้าก้มตา นิ้วเรียวยาวรัวกดลงบนหน้าจอมือถืออย่างเมามัน เสียงเอฟเฟกต์จากเกมดังประสานกับเสียงสบถหัวเราะของเพื่อนอีกสองคน ทั้งสามจมดิ่งอยู่ในโลกเสมือนจนหลงลืมไปว่าเวลานี้... พวกเขาควรจะนั่งอยู่ในห้องเรียนแอร์แคบๆ ที่โรงเรียนมากกว่า

“เฮ้ยๆ ซ้ายมา! รุมมันมึง รุมมัน!” กันต์ตะโกนสั่งการด้วยความคึกคะนอง โดยไม่ทันสังเกตเห็นเงาร่างหนึ่งที่ทะมึนทึนอยู่ด้านหลัง

“ทำไมไม่ไปเรียนกัน?”เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาคนทั้งสามสะดุ้งสุดตัวจนมือถือเกือบหลุดมือ เมื่อหันไปสบตากับสายตาคาดโทษภายใต้กรอบแว่นของสารวัตรนักเรียน สัญชาตญาณเอาตัวรอดก็ทำงานทันที

“ฉิบหายแล้วพวกมึง... พ่อมา! วิ่งดิ!”กันต์ตะโกนลั่นห้างก่อนจะดีดตัวขึ้นราวกับติดสปริง ฝีเท้าไวกว่าความคิด เขาพุ่งตัวทะยานหนีโดยไม่คิดจะเก็บข้าวของ สองเท้าสับไม่ยั้งหนีเสียงเรียกที่ไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! นักเรียน!”

“ใครหยุดก็โง่สิครับอาจารย์! ฝันไปเถอะ!” กันต์ตะโกนสวนกลับพลางหัวเราะร่าอย่างคนไม่กลัวตาย เขาเบี่ยงตัวหลบผู้คนที่เดินจับจ่ายใช้สอย ก่อนจะตัดสินใจหักเลี้ยวเข้ามุมทางแยกเพื่อสลัดหนี โดยที่สายตายังคงเหลือบมองไปข้างหลังเพื่อเช็กระยะห่าง

ทว่า... เพราะมัวแต่มองย้อนกลับไป ทำให้เขาไม่ทันเห็นว่าทางข้างหน้าไม่ได้ว่างเปล่า

ปึก!!!

“โอ๊ย!”

แรงปะทะหนักหน่วงราวกับวิ่งชนกำแพงที่มีชีวิต ร่างสูงโปร่งของกันต์เสียหลักล้มก้นกระแทกพื้นจนมึนเบลอ แต่คู่กรณีกลับล้มลงไปอย่างไม่เป็นท่าเช่นกัน ท่ามกลางความตกใจของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มอีกสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่

“เสี่ย! เสี่ยเป็นอะไรไหมครับ!” หนึ่งในนั้นปรี่เข้าไปพยุงชายเจ้าของร่างกำยำที่ดูสุขุมนุ่มลึก

“กูไม่เป็นไร...” น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความดุดันทำเอากันต์ถึงกับขนลุกซู่ ชายคนนั้นลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าสง่างาม มือหนาปัดฝุ่นออกจากเสื้อเชิ้ตเนื้อดีที่ยับยู่ยี่

กันต์ที่เริ่มได้สติรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น

“ผมขอโทษครับ! ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เจ็บตรงไหนไหมครับลุง... เอ๊ย พี่!”เด็กหนุ่มพยายามจะยื่นมือไปช่วยตรวจดูตามนิสัยขี้เล่นและขี้อ้อน แต่กลับถูกมือหนาของลูกน้องอีกฝ่ายคว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อน สายตาที่มองมาดุจพยัคฆ์นั้นทำให้กันต์ต้องรีบชักมือกลับ

“ทีหน้าทีหลัง... ก็มองทางดีๆ อย่าเอาแต่เล่น”

ชายร่างใหญ่ตรงหน้าเอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าคมเข้มที่ดูอ่อนกว่าวัยจริงแต่แฝงด้วยความขรึมขลังจ้องมองเด็กตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เขาไม่ชอบเด็ก ไม่ชอบความวุ่นวาย และยิ่งไม่ชอบการถูกเนื้อต้องตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต

“ครับ ๆ ผมขอโทษจริง ๆ ครับพี่” กันต์รีบยกมือไหว้ปลก ๆ แสร้งทำหน้าตารู้สึกผิดเต็มประดา แต่สายตาเจ้ากรรมกลับแอบสำรวจคนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

ชายตรงหน้าเพียงพยักหน้ายอมรับคำขอโทษเบา ๆ อย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับกลุ่มลูกน้อง ทิ้งให้กันต์ยืนเคว้งอยู่กลางโถงห้าง

เด็กหนุ่มมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปจนสุดสายตา พลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ... กลิ่นสะอาดๆ ของน้ำหอมเกรดพรีเมียมผสมกับกลิ่นกายชายหนุ่มที่ยังติดอยู่ที่ปลายจมูกทำเอาใจสั่นอย่างประหลาด

‘คนอะไรวะ... หน้าอกก็นิ่ม ตัวก็หอมชะมัด ดุอย่างกับเสือแต่ทำไมเท่ฉิบหายเลย’

กันต์ยกมือขึ้นเกาหัวตัวเอง แววตาขี้เล่นประกายวิบวับขึ้นมาอย่างมีเลศนัย

หลังจากรอดพ้นจากเงื้อมมือของสารวัตรนักเรียนมาได้อย่างหวุดหวิด กันต์ก็พาตัวเองขึ้นรถเมล์ประจำทางกลับสู่หมู่บ้านหรูย่านชานเมือง ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ตัวบ้านอันกว้างขวาง บรรยากาศที่แสนจะมาคุกลับทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับชะงักฝีเท้า

“มาแล้วเหรอเจ้าตัวดี...” เสียงทุ้มเข้มของผู้เป็นพ่อดังขึ้นจากห้องนั่งเล่น ราวกับมารอเช็กชื่อลูกชายที่หายหัวไปทั้งวัน

“แม่ค้าบ... น้องกันต์กลับมาแล้วนะคะ” กันต์ไม่สนใจเสียงจากคนเป็นพ่อ เขาเลือกที่จะพุ่งตัวเข้าไปหาผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่บนโซฟาด้วยท่าทีออดอ้อนหวังเอาตัวรอด

“ไม่ต้องมาทำปากดีเลยเราน่ะ ไปก่อเรื่องอะไรมา ยอมรับมาซะดีๆ” คุณแม่แม้จะใจดีแต่คราวนี้กลับทำเสียงดุใส่ลูกชายตัวแสบ

“น้องกันต์ไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ คุณแม่ต้องเชื่อใจน้องกันต์สิ” เด็กหนุ่มทำตาปริบๆ ตีหน้าซื่อใส่

“จะไม่ได้ทำได้ยังไง! ในเมื่ออาจารย์โทรมารายงานถึงบ้านว่าแกโดดเรียนไปเที่ยวห้าง!” คราวนี้คนเป็นพ่อระเบิดอารมณ์ออกมาจนกันต์สะดุ้ง

“คุณแม่...” กันต์รีบมุดเข้าไปกอดเอวคนเป็นแม่ไว้แน่น ซุกหน้าลงกับไหล่บางอย่างที่ชอบทำเป็นประจำเวลาอยากอ้อนเอาใจ

“เมื่อไหร่จะเลิกสร้างปัญหาเสียที เดี๋ยวชกต่อย เดี๋ยวโดนเรียน คิดว่าจะเรียนจบไหมหึ ม.6 เนี่ย หรืออยากจะไปเริ่มเรียนใหม่ปีหน้า!” พ่อยอดชายยังคงร่ายยาวด้วยความเอือมระอา

“จบสิครับ พ่อก็... แค่ไปคลายเครียดเอง” กันต์ช้อนตามองพ่อพลางตอบอุบอิบ

“ฉันทนกับพฤติกรรมแกไม่ไหวแล้วกันต์!” พ่อยื่นคำขาดพลางจ้องหน้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่นับวันจะยิ่งปราบไม่อยู่

“แม่ครับ... น้องกันต์ขอโทษนะคะ แม่ช่วยพูดกับพ่อหน่อยสิ” เขาพยายามใช้ไม้ตายสุดท้ายคือกอดแม่ให้แน่นขึ้น หวังให้เป็นเกราะกำบังชั้นดี

“ไม่ต้องไปอ้อนแม่แกเลย ครั้งนี้ฉันเอาจริง! ฉันจะส่งแกกลับไปอยู่สุพรรณบุรีกับน้าแกสักพัก!”

“ไม่เอา! ผมจะอยู่กรุงเทพฯ กับแม่ ผมไม่อยากไปอยู่ที่โน่น!” กันต์โพล่งออกมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อจังหวัดที่ห่างไกลความศิวิไลซ์ในสายตาเขา

“แกต้องไป!”

“พี่... ใจเย็นๆ กับลูกก่อนสิคะ” แม่รีบพูดแทรกหวังให้บรรยากาศที่ร้อนระอุเบาบางลง

“คุณไม่ต้องไปให้ท้ายมันเลย! ดูสิ สร้างแต่เรื่อง เกรดก็ร่วงกราวรูด เข้าห้องปกครองเป็นว่าเล่น ถ้าไม่ส่งไปดัดนิสัยที่โน่น ก็ไม่ต้องเป็นผู้เป็นคนกันพอดี!”

“ผมไม่ไป! ยังไงผมก็ไม่อยากไปอยู่!” กันต์ยังคงเถียงสุดใจ ขืนต้องไปอยู่บ้านนอกเขาก็ขาดใจตายพอดี

“แกจะอยากไปหรือไม่ไปก็เรื่องของแก แต่อีกสองวันพอปิดเทอมปุ๊บ ฉันจะขับรถไปส่งแกด้วยตัวเอง!” พ่อพูดจบก็สะบัดหน้าเดินหนีออกจากบ้านไปอย่างหัวเสีย ทิ้งให้สองแม่ลูกนั่งอยู่ลำพัง

“แม่ครับ... น้องกันต์ไม่อยากไปเลยจริงๆ นะ” เด็กหนุ่มช้อนตาขึ้นอย่างน่าสงสาร แววตาที่เคยขี้เล่นสั่นคลอนด้วยความกังวล

“น้องกันต์อย่าดื้อเลยลูก... ไปตามที่คุณพ่อบอกเถอะนะ ตอนนี้ถ้าเราขัดใจคุณพ่อมากไปกว่านี้ เดี๋ยวท่านเปลี่ยนใจส่งไปอยู่โรงเรียนประจำที่ต่างประเทศจะแย่กว่านี้นะลูก” แม่ลูบหัวลูกชายเบาๆ อย่างปลอบประโลม

“ต่างประเทศยังดีกว่าเลยครับ... ผมไม่อยากกลับสุพรรณฯ”

“ทำไมล่ะ หืม?”

“ก็ผมไม่อยากไปช่วยน้าวันขายหมูในตลาดนี่นา... มันร้อน กลิ่นก็เหม็น มีแต่พวกอาแปะอากง” กันต์บ่นอุบพลางทำหน้ายู่ เมื่อนึกถึงภาพตัวเองต้องยืนเหงื่อไหลไคลย้อยในตลาดสด

“เอาน่า... อดทนหน่อยนะลูก ถ้าหนูเรียนจบ เกรดออกมาดี และไม่ดื้อกับคุณน้า แม่สัญญาว่าจะคุยกับคุณพ่อให้พากลับบ้านเร็วๆ ดีไหมคะ?”

“ครับ...”กันต์รับคำเสียงแผ่ว รับรู้ได้ว่าครั้งนี้เขาคงหนีไม่พ้นจริงๆ เด็กหนุ่มเดินคอตกหน้าหงอยขึ้นห้องนอนไปอย่างหมดสภาพ ทรุดตัวลงนอนบนเตียงกว้างพลางนึกถึงหน้า ชายวัยกลางคนที่ชนกันในห้างวันนี้...

‘ถ้าต้องไปเจอแต่คนแก่ๆ ที่ตลาดสุพรรณฯ... ขอให้เจอคนแก่เท่ๆ แบบลุงคนนั้นสักคนก็คงดี’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 21 ตลอดไป(The End)

    บทที่ 21 ตลอดไป(The End)เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสดใสสาดส่องลงมายังเรือนไม้หลังใหญ่ของเสี่ยกรที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมน้ำ บรรยากาศควรจะดูคึกคักเหมือนทุกวันที่เสี่ยต้องเตรียมตัวออกไปคุมตลาด แต่วันนี้กลับเงียบเชียบจนน้าวันที่ขับรถแวะมาหาถึงกับแปลกใจ“ไอ้กร! มึงอยู่ไหมเนี่ย จะมาคุยเรื่องจัดงานแต่งหลานกูสักหน่อย!” วันชัยตะโกนเรียกเสียงดังพลางเดินขึ้นเรือนมาโดยไม่รอเจ้าของบ้านอนุญาตตามประสาเพื่อนรักไม่นานนัก ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกช้า ๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเสี่ยกรที่ทำให้กับวันชัยถึงกับตาค้าง ชายวัยกลางคนที่เคยเดินหลังตรง หน้าตาดุดันคุมลูกน้องนับสิบ บัดนี้กลับเดินกะเผลก ลากขาออกมาด้วยสภาพที่ดูแทบไม่ได้ ใบหน้าซีดเซียว ขอบตาคล้ำนิด ๆ แถมยังสวมเสื้อคอปิดมิดชิดจนผิดสังเกต“เฮ้ย! ไอ้กร มึงเป็นอะไรเนี่ย? ใครมาดักลอบทำร้ายมึงเมื่อคืนเหรอวะ หรือมึงไม่สบาย?” วันชัยรีบปรี่เข้าไปพยุงเพื่อนรักที่พยายามจะทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ด้วยความยากลำบาก“ไม่มีใครทำ... กูนี่แหละ... ทำตัวเอง” เสี่ยกรตอบเสียงแหบพร่า พลางกัดฟันสูดปากเมื่อความปวดแปลบแล่นริ้วขึ้นมาที่สะโพก“มึงพูดอะไรของมึงวะ ทำตัวเองอะไร...” วันชัยข

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 20 รางวัล

    บทที่ 20 รางวัลนับจากวันที่เหล่าผู้ใหญ่ได้ทำข้อตกลงที่เรียบง่ายกาลเวลาก็เริ่มทำหน้าที่ถักทอสายใยความผูกพันของคนสองรุ่นให้เกี่ยวประสานกันจนเหนียวแน่นยิ่งขึ้น หน้าที่สารถีที่เคยเป็นของน้าวัน ถูกเปลี่ยนมือมาเป็นของเสี่ยกรอย่างเต็มตัวโดยสมบูรณ์ รถกระบะคันคุ้นตาที่เคยใช้ในตลาดวรเศรษฐ์ ตอนนี้กลับกลายเป็นยานพาหนะประจำตัวที่ใช้บรรทุกหัวใจและความห่วงใย เสี่ยกรทำหน้าที่รับ-ส่งกันต์ไปเรียนที่โรงเรียนทุกวี่วันไม่เคยขาดตกบกพร่อง ไม่ว่าจะแดดออกหรือฝนพรำ ภาพเจ้าของตลาดที่ยืนพิงหน้ารถรอเด็กหนุ่มเลิกเรียนกลายเป็นภาพชินตาของคนแถวนั้นวันเวลาล่วงเลยผ่านไปราวกับติดปีกบิน จากเด็กหนุ่มจอมกะล่อนที่มีดีแค่ความปากดีไปวันๆ กันต์เริ่มเติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มที่มีความคิดความอ่านขึ้นตามวัย ความรักที่ใครหลายคนเคยสบประมาทและมองว่าเป็นเพียงไฟไหม้ฟางหรืออารมณ์ชั่ววูบของเด็กวัยคึกคะนอง กลับยังคงตั้งมั่นและมั่นคงยิ่งกว่าอะไรดีเสี่ยกรไม่ได้เพียงแค่ทำหน้าที่คนรัก แต่เขายังเป็นทั้งผู้ปกครอง พี่ชาย และที่ปรึกษา คอยประคับประคองและขัดเกลาจนไอ้ลูกหมาจอมซนกลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดและในที่สุด วันที่กันต์รอค

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 19 ลูกสะใภ้รุ่นเดียวกับพ่อ

    บทที่ 19 ลูกสะใภ้รุ่นเดียวกับพ่อหลังจากผ่านช่วงอารมณ์ของน้าวันมาได้เพียงชั่วครู่ กันต์ก็ปลีกตัวออกมานั่งที่ม้านั่งตรงชานเรือน แสงแดดยามสายเริ่มส่องสว่างแต่หัวใจของเขากลับเต้นระรัวด้วยความกังวล มือหนาสั่นน้อย ๆ ขณะกดเบอร์โทรศัพท์ออกหาปลายทางที่เขาเกรงใจที่สุดในชีวิต โดยมีเสี่ยกรยืนพิงกรอบประตูบ้านเฝ้ามองอยู่ไม่ห่าง แววตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้มีเพียงความอาทรที่ส่งมอบให้เพื่อเป็นกำลังใจ“ฮัลโหล... แม่ครับ” กันต์กรอกเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่นลงไป ทันทีที่ปลายสายรับคำ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจพรั่งพรูความจริงที่หนักอึ้งออกมา “แม่... กันต์มีเรื่องจะสารภาพ คือตอนนี้กันต์คบกับ... คบกับลุงกร เพื่อนของน้าวันอยู่ครับ และเรา... เรามีอะไรกันแล้ว”“กะ... กันต์! ว่ายังไงนะลูก!” เสียงแม่ตะโกนลอดสายมาด้วยความตกใจสุดขีดจนกันต์ต้องผละโทรศัพท์ออกห่างหู “ไอ้กรเนี่ยนะ? เพื่อนไอ้วันน่ะเหรอ! โอ๊ย... กันต์ แม่จะบ้าตาย ทำไมทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังแบบนี้!”ในขณะที่แม่กำลังสติหลุด เสียงทุ้มต่ำและนิ่งสุขุมของพ่อก็ดังแทรกเข้ามา ดูเหมือนพ่อจะนั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา“เงียบก่อนแม่...

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 18 ความแตก

    บทที่ 18 ความแตกเช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องลอดผ่านรอยแยกของฝาบ้านไม้ วันชัยสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวพ่วงด้วยความมึนงงที่ตีรวนอยู่ในสมอง เขาพยายามลำดับเหตุการณ์ว่าทำไมตัวเองถึงลงมานอนกองอยู่ตรงชานเรือนหน้าบ้านในสภาพนี้ และที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นคือ รถของไอ้กรเพื่อนรักของเขายังคงจอดสนิทอยู่ที่เดิม“เมาจนงงไปหมดแล้วกู...” วันชัยพึมพำกับตัวเองพลางลุกขึ้นเดินโซซัดโซเซเข้าไปในบ้าน เห็นแม่กำลังง่วนอยู่กับการทำกับข้าวในครัว“แม่... ไอ้กรล่ะ? แล้วไอ้กันต์ล่ะมันไปเรียนหรือยัง”“ยังเห็นเงียบอยู่เลยทั้งคู่นั่นแหละ” แม่ตอบเรียบ ๆ โดยไม่ได้หันมามองวันชัยขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขาเดินจ้ำอ้าวไปที่ห้องนอนตัวเองเพื่อมองหาเพื่อน แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ใจเริ่มสั่นสังหรณ์ใจแปลก ๆ จึงเปลี่ยนทิศทางไปยังห้องนอนของหลานชายทันทีปัง! ปัง! ปัง!“ไอ้กันต์! ตื่นหรือยังวะ เอ็งจะนอนกินบ้านกินเมืองเหรอ!” วันชัยตะโกนเรียกพลางรัวหมัดใส่บานประตู ทว่าคนข้างในกลับนิ่งสนิท ไร้เสียงตอบรับด้วยความโมโหบวกกับความเป็นห่วงกลัวว่าใครจะเป็นอะไรไป วันชัยจึงตัดสินใจผลักประตูเข้าไปโดยไม่ได้ขออนุญาต และวินาทีนั้นเอง... โ

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 17 ลุงน่ารัก🔞🔥

    บทที่ 17 ลุงน่ารัก🔞🔥เมื่อได้รับคำอนุญาตที่แสนหวานจากคนใต้ร่าง กันต์ก็จุดยิ้มที่มุมปาก เขาหยัดกายขึ้นเพื่อจัดการสลัดอาภรณ์ของตนเองทิ้งไปจนร่างโปร่งเพรียวทว่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อนวลตาปรากฏสู่สายตาของคนแก่กว่า เด็กหนุ่มก้าวขึ้นไปที่ปลายเตียงอย่างใจเย็น สายตาที่ทอดมองมานั้นเปี่ยมไปด้วยความเสน่หามือเรียวคว้าจับข้อเท้าของเสี่ยกรไว้มั่น ก่อนจะก้มลงประทับรอยจูบลงบนหลังเท้าอย่างทะนุถนอมทว่ารุ่มร้อน ปลายลิ้นร้อนชื้นลากไล้ผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียดขึ้นไปตามเรียวขาแกร่งอย่างอ้อยอิ่ง จนถึงจุดศูนย์กลางของความปรารถนาที่กำลังสั่นไหวไม่ต่างจากอารมณ์ของเจ้าของในยามนี้ความต้องการของคนใต้ร่างนั้นพรั่งพร้อม ทว่าเมื่อเทียบกันชัด ๆ ในระยะประชิด รสสัมผัสจากของเด็กหนุ่มกลับดูดุดันและโอ่อ่ากว่าตามสัญชาตญาณของวัยฉกรรจ์ที่กำลังพลุ่งพล่านประหนึ่งนักล่าที่เจอเหยื่ออันโอชะ เขามองภาพความแตกต่างนั้นด้วยสายตาพราวระยับ ก่อนจะเริ่มบทปรนเปรอจนทำให้คนมาดดุต้องลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะเขาโน้มกายลงจับเรียวขาทั้งสองให้แยกออกกว้างอย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะก้มลงครอบครองความอ่อนไหวตรงหน้าด้วยริมฝีปากอุ่นร้อน กันต์บรรจงละเลียดโลมเ

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 16 ของน้องกันต์🔞🔥

    บทที่ 16 ของน้องกันต์🔞🔥แสงอาทิตย์อัสดงลาลับขอบฟ้าไปพร้อมกับการมาถึงของรถกระบะคันคุ้นตาที่เลี้ยวเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านไม้ ขณะที่เจ้าของบ้านกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมโต๊ะไม้ที่ชานเรือนถึงกับชะงักไป เมื่อเห็นว่าใครก้าวลงมาจากรถพร้อมกับหลานชายตัวแสบ“เอ้า! ทำไมมึงมาพร้อมกับหลานกูได้วะไอ้กร” น้าวันถามพลางเลิกคิ้วมองเพื่อนรักอย่างสงสัย“กูเห็นมันยืนเก้อรอรถเมล์อยู่ที่ป้ายหน้าตลาด เลยรับขึ้นรถมาด้วยกันเนี่ยแหละ” เสี่ยกรโกหกหน้าตายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแอบชำเลืองมองเด็กหนุ่มที่เดินตามหลังมาด้วยรอยยิ้มกริ่ม“เออๆ ขอบใจมึงมาก... แล้วนี่ลมอะไรหอบมาถึงนี่ มีธุระอะไรป่าว”“ธุระไม่มี... แค่จะมาหาที่แดกเหล้าด้วยเฉยๆ”“เอ้อ! ดีเลย กูกำลังเปรี้ยวปากอยากหาเพื่อนชนแก้วอยู่พอดี” น้าวันหัวเราะร่วนพลางกวักมือเรียกเพื่อน “มาๆ นั่งก่อน เดี๋ยวกูไปทำกับแกล้มในครัวแป๊บ ส่วนมึงไอ้กันต์... ไปอาบน้ำอาบท่าซะ จะได้มาทำการบ้านให้เสร็จ”“ครับน้าวัน...” กันต์รับคำอย่างว่าง่าย แอบส่งสายตาซุกซนให้เสี่ยกรหนึ่งทีก่อนจะเลี่ยงตัวเข้าบ้านไปเวลาผ่านไปจนดึกดื่น บรรยากาศรอบชานเรือนถูกปกคลุมด้วยความเงียบของราตรี มีเพีย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status