Beranda / โรแมนติก / เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว / บทที่ 2 แผนสูง... แต่พ่อสูงกว่า

Share

บทที่ 2 แผนสูง... แต่พ่อสูงกว่า

Penulis: Tawan miki
last update Tanggal publikasi: 2026-02-16 02:33:12

บทที่ 2 แผนสูง... แต่พ่อสูงกว่า

เช้าวันต่อมา กลิ่นอายความสดชื่นของยามเช้า ไม่ได้ช่วยให้ใจของกันต์ชุ่มชื่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย เด็กหนุ่มจำใจสวมชุดนักเรียนที่แสนอึดอัด เดินหน้ามุ่ยคว้ากระเป๋าเป้คู่ใจตรงดิ่งไปยังจุดนัดพบประจำที่โรงเรียน ซึ่งมีกลุ่มเพื่อนสนิทนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“เป็นอะไรไปวะไอ้กันต์ หน้ามึงบูดอย่างกับแกงค้างคืน” นที เพื่อนสนิทคนแรกในกลุ่มทักขึ้นทันทีที่เห็นเพื่อนเดินกระแทกเท้านั่งลงบนม้าหินอ่อน

“พ่อกูจะเนรเทศกูไปอยู่สุพรรณบุรีว่ะ...” กันต์ทิ้งตัวลงอย่างหมดแรง พลางถอนหายใจทิ้งคำโตจนไหล่ห่อ

“ก็เพราะพวกเธอเล่นโดดเรียนกันเมื่อวานไงล่ะ สมน้ำหน้า!” จิ๊ด เพื่อนสาวเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มพ่วงตำแหน่งแฟนสาวของนทีจีบปากจีบคอเสริมขึ้นมา แม้จะดูเหมือนซ้ำเติมแต่แววตาก็เต็มไปด้วยความเห็นใจ

“มันไม่ใช่แค่เรื่องโดดเรียนอย่างเดียวหรอกจิ๊ด... มันสะสมมานานจนพ่อกูฟิวส์ขาดแล้วว่ะ” กันต์ตอบด้วยเสียงเศร้าสร้อย แววตาขี้เล่นที่เคยมีหายวับไปราวกับคนละคน

“แล้วมึงจะเอาไงต่อวะ จะยอมไปอยู่บ้านนอกจริงดิ?” มอส เพื่อนอีกคนถามขึ้นด้วยความกังวล เพราะรู้ดีว่าคนรักความสบายอย่างกันต์ไม่มีทางยอมไปลำบากแน่ๆ

เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น ดวงตากลับมาฉายแววเจ้าเล่ห์อีกครั้งก่อนจะกระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่ในวง

“กูคิดไว้แล้ว... พ่อบอกจะขับรถไปส่งกูเองใช่ไหมล่ะ งั้นกูก็จะใช้จังหวะที่เขาแวะพักรถตามปั๊มน้ำมันนี่แหละ ชิ่งหนีไปกบดานที่อื่นก่อน”

“เฮ้ย! เอาจริงดิกันต์” จิ๊ดอุทานออกมาอย่างตกใจพลางเอามือปิดปาก

“ถ้าพ่อแกจับได้ แผนแตกขึ้นมาแกตายแน่ๆ นะ”

“เออน่า... แผนนี้กูคิดมาดีแล้ว พวกมึงแค่เหยียบให้มิด อย่าไปบอกใครก็พอ” กันต์กำชับเสียงหนักแน่น พยายามกอบกู้ความมั่นใจของตัวเองกลับมา ทั้งที่ในใจยังแอบหวั่นกับสายตาคมดุของคนเป็นพ่ออยู่ไม่น้อย

“เออๆ พวกกูไม่พูดหรอก แต่อย่าให้เดือดร้อนถึงขั้นโดนประกาศคนหายนะเว้ย... ป่ะ ไปเรียนกันเถอะ ก่อนที่สารวัตรนักเรียนจะโผล่มาหิ้วปีกมึงไปอีกรอบ”

กันต์ลุกขึ้นยืนตามแรงจูงใจของเพื่อน ในหัวสมองยังคงคิดวุ่นวายเรื่องแผนการหลบหนี แต่ทว่า... ภาพเหตุการณ์ที่ชนกับเสี่ยร่างกำยำ เมื่อวันวานกลับแวบเข้ามาในหัว กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ที่ชวนให้หลงใหลนั่นยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก

เวลาสองวันผ่านไปไวเหมือนติดปีก ท่ามกลางหยดน้ำตาที่ถูกบีบออกมาอย่างฝืนเค้นของกันต์ เด็กหนุ่มพยายามแสดงละครลิงขอความเห็นใจทุกวิถีทาง แต่ดูเหมือนกำแพงใจของคนเป็นพ่อจะแข็งแกร่งกว่าที่คิด เมื่อเสียงประกาศิตดังขึ้นที่หน้าบ้าน

“ขึ้นรถ! อย่าให้ฉันต้องลากแกขึ้นไป”

กันต์จำใจสะพายเป้ขึ้นบ่า ท่าทางหงอยเหงาดูน่าเวทนาที่แสดงออกไปนั้น ขัดกับในใจที่เต้นโครมครามด้วยแผนการหลบหนีที่วางไว้

รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกจากกรุงเทพฯ เข้าสู่เขตจังหวัดนครปฐมมุ่งหน้าสู่สุพรรณบุรี ถนนลาดยางทอดยาวขนาบด้วยทุ่งนาสีทองอร่าม แต่สายตาของคนดื้อรั้นกลับไม่ได้สนใจทิวทัศน์แม้แต่น้อย เขากวาดสายตาหาเป้าหมายเดียวในตอนนี้... นั่นคือป้ายปั๊มน้ำมัน

“พ่อ... น้องกันต์ปวดท้อง จะเข้าห้องน้ำ รถเขย่าแรงจนไส้จะหลุดแล้วเนี่ย” กันต์เริ่มปฏิบัติการขั้นแรกด้วยการบิดตัวไปมา ใบหน้าเหยเกกุมท้องร้องครางประหนึ่งลำไส้กำลังประท้วง

“เมื่อกี้ก็เพิ่งเข้า จะมาปวดอะไรตอนนี้หึ” แม้จะบ่นอุบแต่ด้วยความเป็นพ่อก็ยอมหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ที่เป็นจุดพักรถสำคัญ

ทันทีที่รถหยุดสนิท กันต์ก็ไม่รอช้า พุ่งตัวลงจากรถราวกับนักวิ่งทีมชาติ “เดี๋ยวมานะพ่อ! จะระเบิดแล้ว!” เขาตะโกนทิ้งท้ายก่อนจะวิ่งจู๊ดมุ่งหน้าไปยังโซนห้องน้ำที่คนพลุกพล่าน สายตาสอดส่องซ้ายขวาอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหนีทีไล่หรือรถคันไหนก็ได้ที่จะพอพาเขากลับไปสู่ความศิวิไลซ์ในกรุง

ในจังหวะที่เขากำลังจะเลี้ยวหลบเข้าซอกมุมหนึ่งเพื่อหวังจะเร้นกายหนี...

หมับ!

“ว้ากกกกกกก!!!”

กันต์ร้องลั่นปั๊มจนตัวโยน เมื่อจู่ๆ มือหนาและแข็งแรงปานคีมเหล็กตะปบลงบนไหล่ของเขาอย่างรุนแรง หัวใจเด็กหนุ่มแทบร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

“หยุดร้อง! ฉันเอง” น้ำเสียงทุ้มต่ำปนดุที่คุ้นเคยทำเอาคนขวัญอ่อนถึงกับถอนหายใจทิ้งคำโต

“พ่อ!!! โหย... ตกใจหมดเลย หัวใจน้องกันต์จะวายตายอยู่แล้วเนี่ย” กันต์หันกลับไปโวยวายใส่คนเป็นพ่อที่ยืนทำหน้ายักษ์อยู่ข้างหลังด้วยความหงุดหงิดที่แผนการถูกขัดจังหวะ

“ตกใจทำไม... หรือว่าในหัวกำลังคิดจะหนี?” พ่อถามเสียงเข้ม แววตารู้ทันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาหลุกหลิกของลูกชาย

“โธ่ พ่อ... มองผมในแง่ดีบ้างเหอะ ผมลูกพ่อนะ” กันต์เถียงข้างๆ คูๆ พยายามทำหน้าซื่อตาใสสู้

“มองดีไม่ได้หรอก เพราะสถานการณ์มันฟ้องว่าแกตั้งใจจะชิ่ง!”

“ชิ่งเชิ่งอะไรล่ะ... ผมจะเข้าห้องน้ำ!” กันต์รีบตัดบทพลางทำท่าจะเดินหนีไปอีกทาง

“ห้องน้ำไปทางโน้น!” พ่อชี้นิ้วไปยังทิศทางที่ถูกต้องอย่างแม่นยำ

“ทางที่แกกำลังจะไปน่ะมันหลังปั๊ม ขืนเดินไปตรงนั้นแกก็ได้ไปโผล่ในป่าละเมาะพอดี”

“เอ้า... เหรอครับ ผมมองไม่เห็นน่ะสิ สงสัยหน้ามืดเพราะปวดท้องจัดจนตาพร่า” กันต์ตีเนียนทำท่ากุมท้องสับขาเดินไปยังห้องน้ำตามที่พ่อชี้อย่างเสียไม่ได้

คนเป็นพ่อได้แต่มองตามแผ่นหลังของลูกชายตัวแสบที่เดินหน้ามุ่ยไปทางห้องน้ำพลางส่ายหัวเบาๆ ลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้มีหรือคนอย่างเขาจะดูไม่ออก เหลี่ยมเยอะนักนะเจ้าตัวดี... แต่เสียใจด้วยที่พ่อคนนี้ดันเหลี่ยมจัดกว่า และไม่มีทางปล่อยให้ลิงหลุดเข้าป่าไปได้ง่ายๆ

หลังจากทำธุระและทำใจเสร็จ กันต์ก็เดินลากขากลับมาที่รถหรูที่สตาร์ทเครื่องรออยู่ กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศในรถที่เคยชอบ กลับดูน่าอึดอัดขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่ามันกำลังจะพาเขาไปสู่ที่แห่งใหม่

“น้องกันต์... ทำหน้าดีๆ หน่อยลูก เดี๋ยวถึงบ้านคุณน้าแล้วเขาจะตกใจเอาว่าเราไปโกรธใครมา” เสียงนุ่มนวลของคุณแม่ดังขึ้นจากเบาะหน้า ท่านเอื้อมมือมาลูบหัวลูกชายเบาๆ อย่างปลอบประโลม หวังจะคลายปมคิ้วที่ผูกกันยุ่งของเด็กหนุ่ม

“ก็น้องกันต์อยากกลับกรุงเทพฯ นี่นา... ไม่ได้อยากไปอยู่บ้านนอกเลยสักนิด” เขาเริ่มกลับมางอแงอีกครั้ง พลางซบหน้าลงกับขอบหน้าต่างรถ มองทุ่งนาที่เริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆ ด้วยสายตาว่างเปล่า

“ที่นั่นจะมีห้างไหม มีอินเทอร์เน็ตแรงๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้”

“มีสิลูก สุพรรณบุรีไม่ได้อยู่หลังเขาขนาดนั้นนะ” แม่พยายามพูดให้เขาสบายใจ

“แกทำตัวให้มันดีๆ เหอะเจ้ากันต์ เลิกสร้างเรื่อง เลิกโดดเรียน ถ้าฉันเห็นว่าแกดัดนิสัยได้จริง... ฉันถึงจะกลับมารับแกกลับกรุงเทพฯ” พ่อหันมาพูดเสียงเรียบแต่หนักแน่นผ่านกระจกมองหลัง สายตาที่จริงจังนั้นทำให้กันต์รู้ว่าครั้งนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับการต่อรอง

“รับปากแล้วนะพ่อ...” กันต์พึมพำเสียงแผ่ว พลางหลับตาลงอย่างข่มใจ เขาได้แต่พิงศีรษะลงกับกระจกรถเย็นเชียบ ความคิดในหัวยุ่งเหยิงไปหมด จากเด็กสยามที่ชีวิตมีแต่แสงสีและเกมคอมพิวเตอร์ ต้องมาติดแหง็กอยู่ที่บ้านนอกที่เขาแทบจะไม่รู้จักใครเลย

เวลาผ่านไปชั่วครู่ ล้อรถก็หมุนผ่านป้ายบอกทางเข้าสู่ ตำบลหนองหลวง สองข้างทางเปลี่ยนจากถนนใหญ่ที่แสนวุ่นวาย กลายเป็นถนนชุมชนที่คึกคักไปด้วยผู้คน เสียงแตรรถจักรยานยนต์และเสียงเพลงจากรถพุ่มพ่วงดังประสานกันเป็นจังหวะชีวิต บ่งบอกชัดเจนว่าที่นี่คือศูนย์กลางเศรษฐกิจอันมั่งคั่งของย่านนี้

กันต์ลืมตาขึ้นมองวิวด้านนอกด้วยแววตาซึมๆ แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นความใหญ่โตของ ตลาดวรเศรษฐ์ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางตำบล มันดูเป็นระบบและสะอาดสะอ้านกว่าที่คิดไว้มาก ลูกน้องหลายคนในชุดฟอร์มสีเข้มที่เดินตรวจตราอยู่รอบๆ ตลาด ยิ่งทำให้ที่นี่ดูขรึมขลังและมีอำนาจอย่างบอกไม่ถูก

‘เจ้าของที่นี่ต้องเป็นคนยังไงนะ ถึงคุมคนดุๆ พวกนี้ได้’ กันต์คิดในใจพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

รถเลี้ยวผ่านตัวตลาดเข้าสู่ซอยย่อย ก่อนจะหยุดสนิทที่หน้า บ้านไม้ทรงไทยหลังใหญ่ รั้วไม้สักสีเข้มสลักลายวิจิตรบรรจงล้อมรอบบ้านไม้ที่ดูโอ่อ่าร่มรื่นด้วยเงาไม้ใหญ่ หญิงวัยกลางคนท่าทางใจดีทว่าดูแข็งแรงเดินยิ้มร่าออกมาต้อนรับถึงหน้าบันได

“มาถึงกันเสียทีนะพี่ เดินทางเหนื่อยไหมล่ะนั่น” ยายทอง เอ่ยทักทายลูกสาวและลูกเขยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความเอ็นดู ก่อนจะตวัดสายตามามองหลานชายตัวแสบที่ก้าวลงจากรถด้วยท่าทางหงอยเหงาราวกับลูกหมาตกน้ำ

“เอ้าน้องกันต์! โตเป็นหนุ่มจนยายจำแทบไม่ได้แน่ะ มาๆ เข้าบ้านก่อนลูกยาย”

“สวัสดีครับคุณยาย...” กันต์ยกมือไหว้พร้อมถอนหายใจยาวเหยียด ร่างโปร่งเดินคอตกเข้าไปหาหญิงชรา

“ผมต้องอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอครับยาย... หนองหลวงมันไกลจากสยามมากเลยนะยายจ๋า”

“อยู่ที่นี่แหละดีแล้วลูก อากาศก็ดี ของกินก็อร่อย เดี๋ยวอยู่ที่นี่ไปนานๆ จะไม่อยากกลับกรุงเทพฯ ” ยายทองหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี พลางหันไปคุยกับพ่อของกันต์ที่กำลังยกลังกระเป๋าลงจากรถ

“เอ่อ... เดี๋ยวอีกสักพักไอ้วันก็คงกลับมาจากแผงขายหมูแล้วล่ะ เห็นว่าวันนี้ของหมดไว”

“ครับแม่ ฝากเจ้าวันมันดูลูกศิษย์คนใหม่ด้วยนะแม่ ท่าทางจะเข็ญกันเหนื่อยหน่อย” พ่อตอบติดตลกแต่แฝงแววเอาจริง

“เอ่อ ๆไป... เข้าไปพักผ่อนล้างหน้าล้างตาบนเรือนก่อนไป เดี๋ยววันมันมาคงมีเรื่องให้ทำอีกเยอะ” ยายทองตบไหล่หลานชายเบาๆ

กันต์เดินตามหลังผู้ใหญ่ขึ้นไปบนเรือนไม้ที่ขัดเงาจนวับ กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาและลมเย็นที่พัดผ่านชานเรือนทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นมานิดหน่อย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 21 ตลอดไป(The End)

    บทที่ 21 ตลอดไป(The End)เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสดใสสาดส่องลงมายังเรือนไม้หลังใหญ่ของเสี่ยกรที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมน้ำ บรรยากาศควรจะดูคึกคักเหมือนทุกวันที่เสี่ยต้องเตรียมตัวออกไปคุมตลาด แต่วันนี้กลับเงียบเชียบจนน้าวันที่ขับรถแวะมาหาถึงกับแปลกใจ“ไอ้กร! มึงอยู่ไหมเนี่ย จะมาคุยเรื่องจัดงานแต่งหลานกูสักหน่อย!” วันชัยตะโกนเรียกเสียงดังพลางเดินขึ้นเรือนมาโดยไม่รอเจ้าของบ้านอนุญาตตามประสาเพื่อนรักไม่นานนัก ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกช้า ๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเสี่ยกรที่ทำให้กับวันชัยถึงกับตาค้าง ชายวัยกลางคนที่เคยเดินหลังตรง หน้าตาดุดันคุมลูกน้องนับสิบ บัดนี้กลับเดินกะเผลก ลากขาออกมาด้วยสภาพที่ดูแทบไม่ได้ ใบหน้าซีดเซียว ขอบตาคล้ำนิด ๆ แถมยังสวมเสื้อคอปิดมิดชิดจนผิดสังเกต“เฮ้ย! ไอ้กร มึงเป็นอะไรเนี่ย? ใครมาดักลอบทำร้ายมึงเมื่อคืนเหรอวะ หรือมึงไม่สบาย?” วันชัยรีบปรี่เข้าไปพยุงเพื่อนรักที่พยายามจะทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ด้วยความยากลำบาก“ไม่มีใครทำ... กูนี่แหละ... ทำตัวเอง” เสี่ยกรตอบเสียงแหบพร่า พลางกัดฟันสูดปากเมื่อความปวดแปลบแล่นริ้วขึ้นมาที่สะโพก“มึงพูดอะไรของมึงวะ ทำตัวเองอะไร...” วันชัยข

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 20 รางวัล

    บทที่ 20 รางวัลนับจากวันที่เหล่าผู้ใหญ่ได้ทำข้อตกลงที่เรียบง่ายกาลเวลาก็เริ่มทำหน้าที่ถักทอสายใยความผูกพันของคนสองรุ่นให้เกี่ยวประสานกันจนเหนียวแน่นยิ่งขึ้น หน้าที่สารถีที่เคยเป็นของน้าวัน ถูกเปลี่ยนมือมาเป็นของเสี่ยกรอย่างเต็มตัวโดยสมบูรณ์ รถกระบะคันคุ้นตาที่เคยใช้ในตลาดวรเศรษฐ์ ตอนนี้กลับกลายเป็นยานพาหนะประจำตัวที่ใช้บรรทุกหัวใจและความห่วงใย เสี่ยกรทำหน้าที่รับ-ส่งกันต์ไปเรียนที่โรงเรียนทุกวี่วันไม่เคยขาดตกบกพร่อง ไม่ว่าจะแดดออกหรือฝนพรำ ภาพเจ้าของตลาดที่ยืนพิงหน้ารถรอเด็กหนุ่มเลิกเรียนกลายเป็นภาพชินตาของคนแถวนั้นวันเวลาล่วงเลยผ่านไปราวกับติดปีกบิน จากเด็กหนุ่มจอมกะล่อนที่มีดีแค่ความปากดีไปวันๆ กันต์เริ่มเติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มที่มีความคิดความอ่านขึ้นตามวัย ความรักที่ใครหลายคนเคยสบประมาทและมองว่าเป็นเพียงไฟไหม้ฟางหรืออารมณ์ชั่ววูบของเด็กวัยคึกคะนอง กลับยังคงตั้งมั่นและมั่นคงยิ่งกว่าอะไรดีเสี่ยกรไม่ได้เพียงแค่ทำหน้าที่คนรัก แต่เขายังเป็นทั้งผู้ปกครอง พี่ชาย และที่ปรึกษา คอยประคับประคองและขัดเกลาจนไอ้ลูกหมาจอมซนกลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดและในที่สุด วันที่กันต์รอค

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 19 ลูกสะใภ้รุ่นเดียวกับพ่อ

    บทที่ 19 ลูกสะใภ้รุ่นเดียวกับพ่อหลังจากผ่านช่วงอารมณ์ของน้าวันมาได้เพียงชั่วครู่ กันต์ก็ปลีกตัวออกมานั่งที่ม้านั่งตรงชานเรือน แสงแดดยามสายเริ่มส่องสว่างแต่หัวใจของเขากลับเต้นระรัวด้วยความกังวล มือหนาสั่นน้อย ๆ ขณะกดเบอร์โทรศัพท์ออกหาปลายทางที่เขาเกรงใจที่สุดในชีวิต โดยมีเสี่ยกรยืนพิงกรอบประตูบ้านเฝ้ามองอยู่ไม่ห่าง แววตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้มีเพียงความอาทรที่ส่งมอบให้เพื่อเป็นกำลังใจ“ฮัลโหล... แม่ครับ” กันต์กรอกเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่นลงไป ทันทีที่ปลายสายรับคำ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจพรั่งพรูความจริงที่หนักอึ้งออกมา “แม่... กันต์มีเรื่องจะสารภาพ คือตอนนี้กันต์คบกับ... คบกับลุงกร เพื่อนของน้าวันอยู่ครับ และเรา... เรามีอะไรกันแล้ว”“กะ... กันต์! ว่ายังไงนะลูก!” เสียงแม่ตะโกนลอดสายมาด้วยความตกใจสุดขีดจนกันต์ต้องผละโทรศัพท์ออกห่างหู “ไอ้กรเนี่ยนะ? เพื่อนไอ้วันน่ะเหรอ! โอ๊ย... กันต์ แม่จะบ้าตาย ทำไมทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังแบบนี้!”ในขณะที่แม่กำลังสติหลุด เสียงทุ้มต่ำและนิ่งสุขุมของพ่อก็ดังแทรกเข้ามา ดูเหมือนพ่อจะนั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา“เงียบก่อนแม่...

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 18 ความแตก

    บทที่ 18 ความแตกเช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องลอดผ่านรอยแยกของฝาบ้านไม้ วันชัยสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวพ่วงด้วยความมึนงงที่ตีรวนอยู่ในสมอง เขาพยายามลำดับเหตุการณ์ว่าทำไมตัวเองถึงลงมานอนกองอยู่ตรงชานเรือนหน้าบ้านในสภาพนี้ และที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นคือ รถของไอ้กรเพื่อนรักของเขายังคงจอดสนิทอยู่ที่เดิม“เมาจนงงไปหมดแล้วกู...” วันชัยพึมพำกับตัวเองพลางลุกขึ้นเดินโซซัดโซเซเข้าไปในบ้าน เห็นแม่กำลังง่วนอยู่กับการทำกับข้าวในครัว“แม่... ไอ้กรล่ะ? แล้วไอ้กันต์ล่ะมันไปเรียนหรือยัง”“ยังเห็นเงียบอยู่เลยทั้งคู่นั่นแหละ” แม่ตอบเรียบ ๆ โดยไม่ได้หันมามองวันชัยขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขาเดินจ้ำอ้าวไปที่ห้องนอนตัวเองเพื่อมองหาเพื่อน แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ใจเริ่มสั่นสังหรณ์ใจแปลก ๆ จึงเปลี่ยนทิศทางไปยังห้องนอนของหลานชายทันทีปัง! ปัง! ปัง!“ไอ้กันต์! ตื่นหรือยังวะ เอ็งจะนอนกินบ้านกินเมืองเหรอ!” วันชัยตะโกนเรียกพลางรัวหมัดใส่บานประตู ทว่าคนข้างในกลับนิ่งสนิท ไร้เสียงตอบรับด้วยความโมโหบวกกับความเป็นห่วงกลัวว่าใครจะเป็นอะไรไป วันชัยจึงตัดสินใจผลักประตูเข้าไปโดยไม่ได้ขออนุญาต และวินาทีนั้นเอง... โ

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 17 ลุงน่ารัก🔞🔥

    บทที่ 17 ลุงน่ารัก🔞🔥เมื่อได้รับคำอนุญาตที่แสนหวานจากคนใต้ร่าง กันต์ก็จุดยิ้มที่มุมปาก เขาหยัดกายขึ้นเพื่อจัดการสลัดอาภรณ์ของตนเองทิ้งไปจนร่างโปร่งเพรียวทว่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อนวลตาปรากฏสู่สายตาของคนแก่กว่า เด็กหนุ่มก้าวขึ้นไปที่ปลายเตียงอย่างใจเย็น สายตาที่ทอดมองมานั้นเปี่ยมไปด้วยความเสน่หามือเรียวคว้าจับข้อเท้าของเสี่ยกรไว้มั่น ก่อนจะก้มลงประทับรอยจูบลงบนหลังเท้าอย่างทะนุถนอมทว่ารุ่มร้อน ปลายลิ้นร้อนชื้นลากไล้ผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียดขึ้นไปตามเรียวขาแกร่งอย่างอ้อยอิ่ง จนถึงจุดศูนย์กลางของความปรารถนาที่กำลังสั่นไหวไม่ต่างจากอารมณ์ของเจ้าของในยามนี้ความต้องการของคนใต้ร่างนั้นพรั่งพร้อม ทว่าเมื่อเทียบกันชัด ๆ ในระยะประชิด รสสัมผัสจากของเด็กหนุ่มกลับดูดุดันและโอ่อ่ากว่าตามสัญชาตญาณของวัยฉกรรจ์ที่กำลังพลุ่งพล่านประหนึ่งนักล่าที่เจอเหยื่ออันโอชะ เขามองภาพความแตกต่างนั้นด้วยสายตาพราวระยับ ก่อนจะเริ่มบทปรนเปรอจนทำให้คนมาดดุต้องลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะเขาโน้มกายลงจับเรียวขาทั้งสองให้แยกออกกว้างอย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะก้มลงครอบครองความอ่อนไหวตรงหน้าด้วยริมฝีปากอุ่นร้อน กันต์บรรจงละเลียดโลมเ

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 16 ของน้องกันต์🔞🔥

    บทที่ 16 ของน้องกันต์🔞🔥แสงอาทิตย์อัสดงลาลับขอบฟ้าไปพร้อมกับการมาถึงของรถกระบะคันคุ้นตาที่เลี้ยวเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านไม้ ขณะที่เจ้าของบ้านกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมโต๊ะไม้ที่ชานเรือนถึงกับชะงักไป เมื่อเห็นว่าใครก้าวลงมาจากรถพร้อมกับหลานชายตัวแสบ“เอ้า! ทำไมมึงมาพร้อมกับหลานกูได้วะไอ้กร” น้าวันถามพลางเลิกคิ้วมองเพื่อนรักอย่างสงสัย“กูเห็นมันยืนเก้อรอรถเมล์อยู่ที่ป้ายหน้าตลาด เลยรับขึ้นรถมาด้วยกันเนี่ยแหละ” เสี่ยกรโกหกหน้าตายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแอบชำเลืองมองเด็กหนุ่มที่เดินตามหลังมาด้วยรอยยิ้มกริ่ม“เออๆ ขอบใจมึงมาก... แล้วนี่ลมอะไรหอบมาถึงนี่ มีธุระอะไรป่าว”“ธุระไม่มี... แค่จะมาหาที่แดกเหล้าด้วยเฉยๆ”“เอ้อ! ดีเลย กูกำลังเปรี้ยวปากอยากหาเพื่อนชนแก้วอยู่พอดี” น้าวันหัวเราะร่วนพลางกวักมือเรียกเพื่อน “มาๆ นั่งก่อน เดี๋ยวกูไปทำกับแกล้มในครัวแป๊บ ส่วนมึงไอ้กันต์... ไปอาบน้ำอาบท่าซะ จะได้มาทำการบ้านให้เสร็จ”“ครับน้าวัน...” กันต์รับคำอย่างว่าง่าย แอบส่งสายตาซุกซนให้เสี่ยกรหนึ่งทีก่อนจะเลี่ยงตัวเข้าบ้านไปเวลาผ่านไปจนดึกดื่น บรรยากาศรอบชานเรือนถูกปกคลุมด้วยความเงียบของราตรี มีเพีย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status