Masuk(MORPHINE TALK)
การลืมตาตื่นของฉันในสภาวะแบบนี้ มันเกิดขึ้นมากี่ครั้งแล้วนะ ตั้งแต่เริ่มจำความได้ ฉันก็ถูกรักษาสารพัดวิธี ถูกปลูกถ่ายเปลี่ยนหัวใจนับครั้งไม่ถ้วน หัวใจใครที่เช็คแล้วดูเหมือนจะเข้ากับร่างกายฉัน พ่อของฉันก็ไปสรรหามาให้ เปลี่ยนแล้วครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สุดท้ายหัวใจเหล่านั้นก็อยู่กับฉันได้ไม่นาน
พอจะทรงตัวก็เกิดโรคหัวใจวายหรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หลอดเลือดหัวใจตีบ หัวใจขาดเลือด หัวใจล้มเหลว และอะไรนักหนาก็ไม่รู้
ทุกอย่างที่เอ่ยมา ฉันสัมผัสถึงความรู้สึกเจ็บปวดของอาการมาทั้งหมดแล้ว
เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนเล่า จนบางทีฉันควรจะตายซะดีกว่าต้องมาทนทรมานแบบนี้
แต่ด้วยพ่อของฉันเป็นหมอที่เก่ง และเป็นมาเฟียอีกต่างหาก ทำให้เขาสามารถหาหัวใจเถื่อนมาให้ฉันได้เสมอ และลงมือผ่าตัดฉันเองตลอด
มันคงเป็นเพราะความผิดบาปล่ะมั้ง หัวใจที่ได้มาจึงมีปัญหาตลอด แล้วฉันก็เจ็บตัวซ้ำ ๆ ซาก ๆ อยู่เสมอ
“ฟื้นแล้ว คิดถึงที่สุดเลย รอบนี้หลับนานเกินไปนะ รู้ไหมว่ากูใจคอไม่ดีเลย” พ่อหนุ่มน้อยคนดีของฉันเอ่ยทักพร้อมกับโอบกอดฉัน
จากนั้นเขาก็ยื่นน้ำให้ฉันดื่ม
“กูอีกแล้ว บอกว่าให้พูดเพราะ ๆ ไง ฟีนเป็นพี่เคลิ้มนะ” ฉันแสร้งต่อว่าคนตรงหน้า ที่ดีเฉพาะกับฉัน เพราะส่วนมากเขาจะเลว
“พี่ก็ช่างสิ เรียนพร้อมกันยังไงก็เพื่อนกัน” ดูพ่อหนุ่มน้อยคนนี้พูดสิ
“เพื่อนอะไรห่างกันตั้งห้าปี” ฉันท้วง
“ขี้เกียจเถียงด้วยแล้ว เถียงเรื่องอายุยังไงก็ไม่มีทางชนะ แล้วทีหลังอย่าหลับแบบนี้อีกนะ รู้ไหมว่าคิดถึงแทบจะขาดใจ”
“โอเวอร์ไม่มีใครเกิน แล้วนี่ไปเรียนบ้างไหม”
“ไม่ นั่งเฝ้านอนเฝ้ามึงตั้งแต่มึงผ่าตัดเสร็จ กูกลัวมึงไม่ตื่น คิดถึงมึงที่สุด” ว่าจบก็โผกอดฉันอีกรอบ
“อย่าบอกว่าไม่กลับบ้านเลยนะ”
“ก็บอกว่าอยู่เฝ้าตลอดไง จะกลับได้ไง”
“นิสัยไม่ดีป่านนี้พ่อกับแม่เป็นห่วงแล้วมั้ง”
“พ่อแม่รู้ว่ามาเฝ้ามึง มึงรู้ไหมว่าถ้ามึงไม่ตื่นกูต้องแย่แน่ ๆ” พูดเสียงอ้อนแล้วก็จับมือของฉันไปดม
“บอกว่าให้เรียกพี่ เลิกพูดกูมึงสักทีมันไม่ดี” ฉันยื่นมืออีกข้างไปบีบจมูกคนที่กำลังอ้อน
“แสลงปาก เรียกไม่ลง” ดูคำพูดของพ่อหนุ่มน้อยคนนี้สิ กวนประสาทจริง ๆ
“แล้วรอบนี้หัวใจใคร พ่อได้บอกเคลิ้มไหม” ฉันถามไถ่
“ไม่รู้ ไม่ได้ถาม เห็นมึงหลับนานกูก็ไม่มีอารมณ์จะพูดกับใครแล้ว แม่งหลับเหี้ยไรนานนัก ใจกูไม่ดีเลยรู้ไหม คนปกติผ่าตัดเสร็จไม่กี่ชั่วโมงก็ตื่น นี่มึงหลับข้ามวันข้ามคืน หลับลากยาวไปหลายวันอีกต่างหาก รู้ว่าชอบนอน แต่มึงไม่ควรนอนยาวตอนผ่าตัดเสร็จ ใจกูจะขาด” แล้วคนตรงหน้าก็เริ่มทำหน้าจริงจัง
“ขอโทษ ก็มันไม่ตื่นจะให้ทำยังไงได้ล่ะ โอ๋ ๆ ก็ตื่นมาแล้วนี่ไง” ฉันยื่นมือไปลูบที่ศีรษะของพ่อหนุ่มน้อย ศีรษะที่เขาบอกว่านอกจากย่าของเขา ยายของเขา แม่ของเขาและป้ากับน้าของเขา ซึ่งเป็นผู้หญิงล้วน ๆ ก็มีฉันเท่านั้นที่เขาให้ลูบเล่นได้
ไอ้เด็กน้อยขี้อ้อน
“ไม่เอาแล้วนะ ความรู้สึกแบบนี้โคตรทรมาน สาธุ ขอให้หัวใจดวงนี้อยู่กับอีป้าคนนี้ตลอดไป อย่าได้ให้มันต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจอีกเลย เพี้ยง” ดูคำพูดคำจาของเด็กบ้านี่สิ ทำฉันอดยิ้มไม่ได้เลยจริง ๆ
“รอบหน้าไม่เอาแล้ว ขอตายเลยดีกว่า กว่าจะผ่านไปได้แต่ละครั้งโคตรทรมาน” ฉันพูดไปตามความรู้สึก ก็มันโคตรจะเหนื่อย โคตรจะลำบาก โคตรจะเจ็บ
“วอร์มจะบอกว่าผู้หญิงคนนั้นให้คนทำใบหน้าของวอร์มขึ้นมา แล้วก็ให้ผู้ชายที่นอนด้วยสวมใส่ จากนั้นก็ถ่ายคลิปงั้นเหรอ?”“อืม”“คือฟีน…” ถ้าฉันจะบอกว่าฉันไม่เชื่อล่ะ มันจะมีเหรอ วอร์มแก้ตัวรึเปล่า“นี่ไงหลักฐานที่วอร์มมั่นใจว่ายังไงก็ไม่ใช่วอร์ม” วอร์มเหมือนรู้ว่าฉันคิดอะไร เขาจึงกดเปิดคลิปนั้นอีกครั้ง และหยุดสต๊อปพร้อมกดซูมตรงหน้าอก“ฟีนว่าตรงไหน” วอร์มยิ้ม ๆ พร้อมกับรอคำตอบจากปากของฉันฉันจึงเพ่งเล็งที่คลิปอีกครั้งอย่างตั้งใจ“ไฝ”“ใช่ วอร์มมีไฝสามเม็ดเรียงกันตรงหน้าอก แต่ผู้ชายในคลิปไม่มี แสดงว่าไม่ใช่ผัวของฟีนแน่นอน” วอร์มยักคิ้วใส่ฉัน ฉันจึงจ้องอีกครั้ง“จริงด้วย” ฉันยิ้มเล็กน้อย อายนิด ๆ ที่ไม่รอบคอบ“แบบนี้ไปกินข้าวได้รึยังครับ”“อื้ม”นั่นแหละค่ะ เรื่องท้องของผู้หญิงคนนั้นจบลงที่ตรงนั้น ฉันก็ไม่ได้ถามด้วยว่าวอร์มจัดการยังไงกับผู้หญิงคนนั้นและครอบครัวของเธอฉันไม่เอามาใส่ใจ ปล่อยให้วอร์มเป็นคนจัดการ ฉันมีหน้าที่เป็นภรรยาที่ดี และเป็นแม่ค้าที่น่ารักอ้อ! อาสะใภ้ที่น่ารักของนอสด้วยหนึ่งเดือนต่อมา…“วอร์ม” ฉันเรียกวอร์ม ตอนนี้เขากำลังนอนหนุนตักของฉันอยู่บนเตียง ฉันนั่งสอดมือเข้าไปเล่นใ
ถ้าเราสองคนไม่เข้าใจกัน แล้วใครจะเข้าใจเรา“แหมะ รีบฟ้องเลยนะ ฉันอุตส่าห์จะไปคุยกับวอร์มเพื่อเอาโมเม้นพ่อแม่ลูก แต่คุณก็ยังเสือกเสร่อจนได้นะคะคุณมอร์ฟีน” เมื่อเธอเห็นฉันเดินออกมาพร้อมวอร์ม เธอก็เอ่ยคำพูดคำจาว่าแขวะฉันทันที“อย่าพูดจาน่าเกลียดแบบนั้นกับภรรยาของผม” วอร์มออกตัวปกป้องฉันสามีที่ดีต้องปกป้องภรรยา ข้อนี้ถูกต้อง“ภรรยาแล้วไงคะ ที่อยู่ในท้องของปิ่นคือลูกของคุณ ปิ่นเป็นแม่ของลูก แม่ของลูกไม่สำคัญหรือไง” เธอพูดด้วยความมั่นใจ นั่นจึงเป็นท่าทางที่ทำให้ฉันหวั่นใจ“ผมมั่นใจว่าผมไม่เคยมีอะไรกับคุณ เพราะฉะนั้นเด็กในท้องต้องไม่ใช่ลูกของผมแน่นอน” วอร์พูดเสียงนิ่งเรียบ ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นเต้นโมโหแต่อย่างใด“แล้วคลิปล่ะคะ คลิปที่เราร่วมรักกันพอจะเป็นหลักฐานได้ไหม” เธอพูดพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดคลิปกลางร้าน“คุณคิดว่าผมลืมเหรอปิ่นว่าครอบครัวของคุณทำธุรกิจอะไร อย่ามาเล่นอะไรปัญญาอ่อนแบบนี้กับผม ไม่งั้นไม่ใช่แค่คุณที่ฉิบหาย แต่จะรวมครอบครัวของคุณด้วย ไม่สิ เรียกว่ารากเหง้าน่าจะชัดเจนกว่าสินะ” วอร์มทำหน้านิ่งเช่นเคยค่ะ แต่คนที่วิตกกังวลคือผู้หญิงคนนั้น แต่เหมือนเธอจะนึกคิดอะไรขึ้นมาได้
“ฟีน” วอร์มเดินเข้ามาในห้องอบขนมและเอ่ยเรียกฉันที่กำลังนั่งหน้าเครียด ฉันพยายามแล้วที่จะไม่คิด แต่คลิปที่ผู้หญิงคนนั้นเอาให้ฉันดูมันชัดเจนมากมันคือใบหน้าของวอร์มชัด ๆ แล้วจะไม่ใช่สามีของฉันได้อย่างไร“ฟีนโอเค” ฉันหันมาส่งยิ้มให้วอร์ม ไม่ไหวก็ต้องไหว ฉันเชื่อใจวอร์มนะ แต่หลักฐานมันก็คาตา ฉันจึงไม่รู้ว่าจะขจัดความรู้สึกนี้ยังไง“ฟีนไม่โอเคเลย ไม่โอเคเลยสักนิด” วอร์มพูดพร้อมเดินเข้ามาและดึงฉันเข้าไปโอบกอด เขาลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยน“คือไม่ใช่ว่าฟีนไม่เชื่อวอร์มนะ แต่หลักฐานมันชัดเจน แล้วผู้หญิงคนนั้นยังบอกอีกว่าท้อง ถ้าสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นพูดเป็นความจริงฟีนจะทำยังไงอะวอร์ม” ฉันโอบกอดวอร์มแล้วร้องไห้ร้องต่อหน้าเขาจนได้ ทั้งที่พยายามแล้วเชียวยอมรับว่ากลัว กลัวมาก กลัวจะเสียวอร์มที่สุด เพราะกว่าเราจะได้รักกันมันไม่ง่ายเลย“อย่าคิดมากสิครับมอร์ฟีน วอร์มมั่นใจว่าวอร์มไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น อย่าเครียดนะ เดี๋ยววอร์มจะเคลียร์ให้มันจบให้เร็วที่สุด” วอร์มหอมที่กลุ่มผมของฉันการเชื่อใจ การให้กำลังใจกันเป็นสิ่งที่ดี ฉันจะพยายามทำมันให้ได้ เพราะก่อนหน้านี้ฉันพยายามมามากแล้วแต่มันยังไม่สำเร็จ“
“เชิญผู้หญิงคนนี้ออกจากร้านด้วยนะจ๊ะ ถ้ายังดื้อด้านไม่ออกก็ให้บอดี้การ์ดที่อยู่หน้าร้านมาลากออกไปได้เลย” ฉันสั่งพนักงานที่อยู่ในห้องอบขนมและเดินกลับมาที่เคาน์เตอร์ดังเดิม สวมผ้ากันเปื้อนและมุ่งเน้นสนใจกับขนมตรงหน้าด้านพนักงานที่ได้รับคำสั่งก็จัดการทำตามที่ฉันบอกและเมื่อพนักงานของร้านจัดการเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ภายในห้องจึงเหลือแค่ฉันเพียงคนเดียวฉันทรุดตัวนั่งลงที่เก้าอี้ หัวใจของฉันกำลังเริ่มทำงานผิดปกติ ถ้าผู้หญิงคนนั้นท้องกับวอร์มขึ้นมาจริง ๆ แล้วฉันจะทำยังไง แล้วไหนวอร์มบอกว่าไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น วอร์มบอกว่าแค่เกือบไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมแต่เดี๋ยวนะ!ผู้หญิงนิสัยอยากได้ของคนอื่นแบบนั้น มีเหรอถ้ามีอะไรกับวอร์มแล้วจะเพิ่งมาบอก เพิ่งมาเรียกร้องตอนรู้ว่าตัวเองท้อง สีหน้าที่เธอมาวันนี้ตั้งใจจะมาเย้ยฉันอย่างชัดเจนไอ้คลิปที่ว่ามันต้องมีที่มาที่ไปสิฉันต้องหาคำตอบให้ได้!ฉันหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาวอร์มทันทีที่ตั้งสติได้ อันดับแรกคือต้องถามคนรักของฉันก่อน ฉันจะไม่ตีโพยตีพายเด็ดขาด(ว่าไงฟีน มีอะไรรึเปล่า) วอร์มกดรับสายในเวลาไม่นาน“วอร์ม”(น้ำเสียงไม่ดีเลย เกิดอะไรขึ้น)“วอร์มได้มี
“ขอโทษนะคะที่ต้องบอกว่าฉันไม่รู้จักคุณ เพราะฉันไม่รู้จักจริง ๆ ดูเหมือนคุณไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับชีวิตฉันจนต้องให้ฉันเอามาสนใจใส่ใจขนาดนั้น ไม่ทราบว่าที่อยากเจอฉันมีธุระอะไรคะ พอดีว่าฉันไม่ได้มีเวลาว่างมากมายอะค่ะ” ฉันมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่นิ่งเฉย ไม่ได้แสดงอารมณ์ไม่พอใจอะไรออกมา วางตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง“หึ เข้าใจพูดดีนะคะ งั้นฉันขอแนะนำตัวเองให้คุณรู้จักเลยแล้วกันนะคะ ฉันปิ่น ปิ่นผกา คนที่เคยจะแต่งงานกับคุณชายห้าของตระกูลศิวะวานนท์ไงคะ” เธอพูดพร้อมกับทำท่าเชิดหน้าชูตา เห็นแล้วฉันนึกหมั่นไส้เลยค่ะ“เคยจะ… แสดงว่าแค่เคย ยังไม่ได้แต่งถูกไหมคะคุณปิ่นผกา แล้วถ้าจำไม่ผิด คุณชายห้าของตระกูลศิวะวานนท์เนี่ย สามีของฉันนะคะ ใช่ไหมคะ ฉันเข้าใจถูกไหมเอ่ย” ฉันทำหน้านิ่ง คนตรงหน้าก็ไม่ได้หน้าซีดแสดงความตื่นกลัวอะไรหรอกค่ะเธอยังคงเชิดหน้าชูตาเสมือนว่ามั่นใจว่าเหนือกว่าถึงได้กล้ามาเยือนถึงถิ่นขนาดนี้นั่นสินะ ถ้าไม่มั่นใจก็คงไม่มาถูกไหมคะ“ถูกค่ะ แต่ถูกไม่ทั้งหมดนะคะ ฉันขอขยายความเข้าใจของคุณเพิ่มเลยแล้วกัน เพราะที่มาวันนี้ก็อยากจะมาพูดให้คุณเข้าใจ และขอพ่อของลูกในท้องฉันคืน”นั่นไง ฉันว่าแล้วต้
หนึ่งเดือนต่อมา…(MORPHINE TALK)“ค่า”(เมื่อไหร่จะมา คิดถึงแล้วครับ)“คุณหมอคะ คุณหมอเพิ่งไปถึงโรงพยาบาลไม่ใช่เหรอคะ แล้วจะให้ฟีนรีบตามไปทำไม”(ก็คิดถึง)“อดทนสิคะ ระวังพ่อดุนะ”(กลัวอยู่ พ่อชอบทำหน้าโหด แต่ก็เข้าใจแหละ ว่าแต่ลูกค้าเยอะไหมครับเช้านี้)“เยอะอยู่นะ เพิ่งมีออเดอร์สั่งเข้ามาเมื่อเช้า คืนนี้คงยุ่ง”(พรุ่งนี้หมอหยุด เดี๋ยวหมอช่วยครับ)“คุณหมอของมอร์ฟีนน่ารักที่สุดเลยค่ะ”(ไม่น่ารักกับเมียจะให้ไปน่ารักกับใคร พูดแล้วก็อยากกอด)“อยากกอดเหมือนกัน แต่ตอนนี้ขอทำขนมก่อนได้ไหมคะ(ถ้าบอกว่าไม่ได้)“คืนนี้ก็อดเหมือนกันไง”(คุยอะไรนักมอร์ฟีน รีบไปทำขนมเร็ว เดี๋ยวลูกค้ารอ ไม่ต้องคิดถึงขนาดนี้ก็ได้) รีบโบ้ยความผิดให้ฉันเลยค่ะ ร้ายกาจจริง ๆ ผู้ชายคนนี้“ขู่แบบนี้ทีไร รีบกลับลำเลยนะคะคุณหมอวอร์ม”(เอาเรื่องนี้มาขู่ได้ที่ไหนล่ะ ก็รู้อยู่ว่าชอบสอดใส่ คิดแล้วก็…)“ทำงานค่ะหมอวอร์ม แค่นี้นะคะ” ฉันรีบพูดตัดบท ก่อนที่วอร์มจะเริ่มชักชวนให้สนทนาเรื่องอย่างว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่วอร์มค่อนข้างชอบมาก(รักนะครับ)“รักเช่นกันค่ะ” ฉันกดวางสาย จากนั้นก็หันมาสนใจออเดอร์ที่ถูกสั่งเข้ามาตั้งแต่ที่วอร์มเริ่







