로그인เพี้ยะ !
“ปากหมา จะตายได้ไง ให้มึงผ่าตัดอีกร้อยรอบ กูก็จะเฝ้าอยู่ตรงนี้แล้วก็ด่ามึงทุกวันให้มึงตื่น แต่มึงจะตายไปจากกูไม่ได้ จำไว้” ไอ้เด็กน้อยหน้าหล่อมันตบมาที่ปากของฉันค่อนข้างแรง
ไอ้เด็กนี่มันชอบใช้กำลังเวลาที่ฉันชอบพูดถึงความตาย
“นี่พี่นะเคลิ้ม ไม่ใช่คู่อรินักเลงที่คุณมึงชอบชกต่อยด้วย” ฉันย้อนพร้อมกับจับที่ปากของตัวเอง
“ก็เพราะเป็นมึงนี่แหละกูถึงอยู่เฝ้าไม่ไปไหน ถ้าเป็นคนอื่นมึงคิดว่ากูจะสนใจหรือไง อย่าพูดเรื่องตายอีก ไม่งั้นกูจะตบปากมึงแบบนี้แหละ” แล้วไอ้เด็กน้อยมันก็ขู่ฉันอีก ฉันได้แต่ส่ายหัวให้กับพฤติกรรมแบบนี้ของคนตรงหน้า
ตั้งแต่เรารู้จักกัน จะเป็นเขาทุกครั้งที่อยู่ข้างเตียงในยามที่ฉันรู้สึกตัวหลังจากการผ่าตัด เขาจะอยู่ตรงนี้เสมอ และพูดว่าคิดถึงตลอดในยามที่ฉันลืมตาตื่น
‘มอร์ฟีน’ คือชื่อของฉัน พ่อของฉันเป็นหมออัจฉริยะ และคลั่งไคล้ความเป็นแพทย์มาก ท่านศึกษาหาความรู้ไม่หยุดหย่อน และผลิตยาที่ไม่มีในระบบแพทย์ขึ้นมาใช้ จะใช้คำว่าหมอเถื่อนกับพ่อฉันก็ย่อมได้ เพราะท่านเป็นได้ทั้งหมอตามกฎหมายและหมอเถื่อนที่ฝีมือขั้นเทพ
ด้วยความรักความเป็นแพทย์ท่านจึงตั้งชื่อฉันว่า ‘มอร์ฟีน’ ซึ่งความหมายของมันก็อย่างที่รู้ ๆ กัน
และอย่างที่ฉันกล่าวมาข้างต้น ฉันนั้นเป็นโรคหัวใจมาตั้งแต่เกิด พ่อประคับประคองอาการมาตลอด และเริ่มผ่าตัดหัวใจตอนฉัน 9 ขวบ หลังจากนั้นมาการผ่าตัดปลูกถ่ายเปลี่ยนหัวใจ มันก็เกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วนด้วยความพยายามของพ่อบังเกิดเกล้า
เพราะฉันเป็นดั่งตัวแทนของหญิงที่ท่านรัก เพราะแม่ของฉันตายด้วยกระสุนของคู่อริ พ่อผ่าตัดทำคลอดฉันก่อนที่แม่จะสิ้นลม แล้วฉันก็คลอดก่อนกำหนด ร่างกายของฉันจึงอ่อนแอกว่าคนอื่นหลายเท่า
‘หนูคือตัวแทนความรักของแม่กับพ่อ อย่าทิ้งพ่อไปเด็ดขาด ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนพ่อก็จะช่วยหนู หนูต้องอยู่กับพ่อ เป็นกำลังใจให้พ่อมีลมหายใจในการสู้ต่อ อย่าลืมตื่นขึ้นมาหาพ่อนะมอร์ฟีนลูกรัก’
นี่คือประโยคที่พ่อบอกกับฉันทุกครั้งก่อนผ่าตัด ท่านมักร้องไห้เสียตาให้ฉันก่อนจะลงมือผ่าตัดเสมอ
ไม่ว่าวิธีการที่ได้หัวใจมาจะเลวร้ายแค่ไหน พ่อของฉันไม่เคยจะสน ท่านขอแค่ให้ฉันมีชีวิตอยู่แค่นั้นที่ท่านต้องการ
ฉันต้องอยู่ในห้องที่สะอาดปลอดโปร่ง แต่ส่วนมากชีวิตของฉันมันอยู่ในห้องที่พ่อสร้างไว้ให้ฉันซะมากกว่า ห้องที่กักเก็บความเย็น สะอาดปลอดเชื้อ เหมือนพวกหนูทดลองต้องอยู่ยังไงยังงั้น
ฉันตื๊อพ่ออยู่นานเรื่องการเรียน กว่าท่านนั้นจะยอมใจอ่อน เพราะก่อนหน้านั้นฉันเรียนผ่านอินเตอร์เน็ตมาตลอดตั้งแต่จำความได้ เรียน ๆ หาย ๆ เพราะฉันนั้นป่วย
พอฉันเริ่มเรียนมัธยมต้นกับเพื่อน ฉันก็ได้เจอกับเคลิ้ม รุ่นน้องที่อายุห่างกัน 5 ปีน่าจะใช่นั่นแหละ
เราเรียนห้องเดียวกัน เคลิ้มมันเป็นนักเลงในกลุ่มนักเรียน และชอบล้อเลียนฉันเป็นประจำ หาว่าฉันเป็นเด็กโข่ง เป็นมนุษย์ป้าบ้างล่ะ จนกระทั่งมันได้รู้ว่าพ่อฉันเป็นเพื่อนรักกับปู่ของมัน และได้รู้ว่าที่ฉันต้องเรียนช้าแบบนี้เพราะฉันป่วย มันก็เลยเริ่มมาตีสนิท แล้วเราก็เป็นเพื่อนต่างวัยของกันมาจนถึงปัจจุบัน
สนิทกับฉันก็จริง แต่เรื่องตีรันฟันแทงมันก็ไม่ลดละ มันขยันสร้างอริทุก ๆ วัน ปัจจุบันอริมันมากกว่ามิตรซะอีก
“วอร์มจะบอกว่าผู้หญิงคนนั้นให้คนทำใบหน้าของวอร์มขึ้นมา แล้วก็ให้ผู้ชายที่นอนด้วยสวมใส่ จากนั้นก็ถ่ายคลิปงั้นเหรอ?”“อืม”“คือฟีน…” ถ้าฉันจะบอกว่าฉันไม่เชื่อล่ะ มันจะมีเหรอ วอร์มแก้ตัวรึเปล่า“นี่ไงหลักฐานที่วอร์มมั่นใจว่ายังไงก็ไม่ใช่วอร์ม” วอร์มเหมือนรู้ว่าฉันคิดอะไร เขาจึงกดเปิดคลิปนั้นอีกครั้ง และหยุดสต๊อปพร้อมกดซูมตรงหน้าอก“ฟีนว่าตรงไหน” วอร์มยิ้ม ๆ พร้อมกับรอคำตอบจากปากของฉันฉันจึงเพ่งเล็งที่คลิปอีกครั้งอย่างตั้งใจ“ไฝ”“ใช่ วอร์มมีไฝสามเม็ดเรียงกันตรงหน้าอก แต่ผู้ชายในคลิปไม่มี แสดงว่าไม่ใช่ผัวของฟีนแน่นอน” วอร์มยักคิ้วใส่ฉัน ฉันจึงจ้องอีกครั้ง“จริงด้วย” ฉันยิ้มเล็กน้อย อายนิด ๆ ที่ไม่รอบคอบ“แบบนี้ไปกินข้าวได้รึยังครับ”“อื้ม”นั่นแหละค่ะ เรื่องท้องของผู้หญิงคนนั้นจบลงที่ตรงนั้น ฉันก็ไม่ได้ถามด้วยว่าวอร์มจัดการยังไงกับผู้หญิงคนนั้นและครอบครัวของเธอฉันไม่เอามาใส่ใจ ปล่อยให้วอร์มเป็นคนจัดการ ฉันมีหน้าที่เป็นภรรยาที่ดี และเป็นแม่ค้าที่น่ารักอ้อ! อาสะใภ้ที่น่ารักของนอสด้วยหนึ่งเดือนต่อมา…“วอร์ม” ฉันเรียกวอร์ม ตอนนี้เขากำลังนอนหนุนตักของฉันอยู่บนเตียง ฉันนั่งสอดมือเข้าไปเล่นใ
ถ้าเราสองคนไม่เข้าใจกัน แล้วใครจะเข้าใจเรา“แหมะ รีบฟ้องเลยนะ ฉันอุตส่าห์จะไปคุยกับวอร์มเพื่อเอาโมเม้นพ่อแม่ลูก แต่คุณก็ยังเสือกเสร่อจนได้นะคะคุณมอร์ฟีน” เมื่อเธอเห็นฉันเดินออกมาพร้อมวอร์ม เธอก็เอ่ยคำพูดคำจาว่าแขวะฉันทันที“อย่าพูดจาน่าเกลียดแบบนั้นกับภรรยาของผม” วอร์มออกตัวปกป้องฉันสามีที่ดีต้องปกป้องภรรยา ข้อนี้ถูกต้อง“ภรรยาแล้วไงคะ ที่อยู่ในท้องของปิ่นคือลูกของคุณ ปิ่นเป็นแม่ของลูก แม่ของลูกไม่สำคัญหรือไง” เธอพูดด้วยความมั่นใจ นั่นจึงเป็นท่าทางที่ทำให้ฉันหวั่นใจ“ผมมั่นใจว่าผมไม่เคยมีอะไรกับคุณ เพราะฉะนั้นเด็กในท้องต้องไม่ใช่ลูกของผมแน่นอน” วอร์พูดเสียงนิ่งเรียบ ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นเต้นโมโหแต่อย่างใด“แล้วคลิปล่ะคะ คลิปที่เราร่วมรักกันพอจะเป็นหลักฐานได้ไหม” เธอพูดพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดคลิปกลางร้าน“คุณคิดว่าผมลืมเหรอปิ่นว่าครอบครัวของคุณทำธุรกิจอะไร อย่ามาเล่นอะไรปัญญาอ่อนแบบนี้กับผม ไม่งั้นไม่ใช่แค่คุณที่ฉิบหาย แต่จะรวมครอบครัวของคุณด้วย ไม่สิ เรียกว่ารากเหง้าน่าจะชัดเจนกว่าสินะ” วอร์มทำหน้านิ่งเช่นเคยค่ะ แต่คนที่วิตกกังวลคือผู้หญิงคนนั้น แต่เหมือนเธอจะนึกคิดอะไรขึ้นมาได้
“ฟีน” วอร์มเดินเข้ามาในห้องอบขนมและเอ่ยเรียกฉันที่กำลังนั่งหน้าเครียด ฉันพยายามแล้วที่จะไม่คิด แต่คลิปที่ผู้หญิงคนนั้นเอาให้ฉันดูมันชัดเจนมากมันคือใบหน้าของวอร์มชัด ๆ แล้วจะไม่ใช่สามีของฉันได้อย่างไร“ฟีนโอเค” ฉันหันมาส่งยิ้มให้วอร์ม ไม่ไหวก็ต้องไหว ฉันเชื่อใจวอร์มนะ แต่หลักฐานมันก็คาตา ฉันจึงไม่รู้ว่าจะขจัดความรู้สึกนี้ยังไง“ฟีนไม่โอเคเลย ไม่โอเคเลยสักนิด” วอร์มพูดพร้อมเดินเข้ามาและดึงฉันเข้าไปโอบกอด เขาลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยน“คือไม่ใช่ว่าฟีนไม่เชื่อวอร์มนะ แต่หลักฐานมันชัดเจน แล้วผู้หญิงคนนั้นยังบอกอีกว่าท้อง ถ้าสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นพูดเป็นความจริงฟีนจะทำยังไงอะวอร์ม” ฉันโอบกอดวอร์มแล้วร้องไห้ร้องต่อหน้าเขาจนได้ ทั้งที่พยายามแล้วเชียวยอมรับว่ากลัว กลัวมาก กลัวจะเสียวอร์มที่สุด เพราะกว่าเราจะได้รักกันมันไม่ง่ายเลย“อย่าคิดมากสิครับมอร์ฟีน วอร์มมั่นใจว่าวอร์มไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น อย่าเครียดนะ เดี๋ยววอร์มจะเคลียร์ให้มันจบให้เร็วที่สุด” วอร์มหอมที่กลุ่มผมของฉันการเชื่อใจ การให้กำลังใจกันเป็นสิ่งที่ดี ฉันจะพยายามทำมันให้ได้ เพราะก่อนหน้านี้ฉันพยายามมามากแล้วแต่มันยังไม่สำเร็จ“
“เชิญผู้หญิงคนนี้ออกจากร้านด้วยนะจ๊ะ ถ้ายังดื้อด้านไม่ออกก็ให้บอดี้การ์ดที่อยู่หน้าร้านมาลากออกไปได้เลย” ฉันสั่งพนักงานที่อยู่ในห้องอบขนมและเดินกลับมาที่เคาน์เตอร์ดังเดิม สวมผ้ากันเปื้อนและมุ่งเน้นสนใจกับขนมตรงหน้าด้านพนักงานที่ได้รับคำสั่งก็จัดการทำตามที่ฉันบอกและเมื่อพนักงานของร้านจัดการเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ภายในห้องจึงเหลือแค่ฉันเพียงคนเดียวฉันทรุดตัวนั่งลงที่เก้าอี้ หัวใจของฉันกำลังเริ่มทำงานผิดปกติ ถ้าผู้หญิงคนนั้นท้องกับวอร์มขึ้นมาจริง ๆ แล้วฉันจะทำยังไง แล้วไหนวอร์มบอกว่าไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น วอร์มบอกว่าแค่เกือบไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมแต่เดี๋ยวนะ!ผู้หญิงนิสัยอยากได้ของคนอื่นแบบนั้น มีเหรอถ้ามีอะไรกับวอร์มแล้วจะเพิ่งมาบอก เพิ่งมาเรียกร้องตอนรู้ว่าตัวเองท้อง สีหน้าที่เธอมาวันนี้ตั้งใจจะมาเย้ยฉันอย่างชัดเจนไอ้คลิปที่ว่ามันต้องมีที่มาที่ไปสิฉันต้องหาคำตอบให้ได้!ฉันหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาวอร์มทันทีที่ตั้งสติได้ อันดับแรกคือต้องถามคนรักของฉันก่อน ฉันจะไม่ตีโพยตีพายเด็ดขาด(ว่าไงฟีน มีอะไรรึเปล่า) วอร์มกดรับสายในเวลาไม่นาน“วอร์ม”(น้ำเสียงไม่ดีเลย เกิดอะไรขึ้น)“วอร์มได้มี
“ขอโทษนะคะที่ต้องบอกว่าฉันไม่รู้จักคุณ เพราะฉันไม่รู้จักจริง ๆ ดูเหมือนคุณไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับชีวิตฉันจนต้องให้ฉันเอามาสนใจใส่ใจขนาดนั้น ไม่ทราบว่าที่อยากเจอฉันมีธุระอะไรคะ พอดีว่าฉันไม่ได้มีเวลาว่างมากมายอะค่ะ” ฉันมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่นิ่งเฉย ไม่ได้แสดงอารมณ์ไม่พอใจอะไรออกมา วางตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง“หึ เข้าใจพูดดีนะคะ งั้นฉันขอแนะนำตัวเองให้คุณรู้จักเลยแล้วกันนะคะ ฉันปิ่น ปิ่นผกา คนที่เคยจะแต่งงานกับคุณชายห้าของตระกูลศิวะวานนท์ไงคะ” เธอพูดพร้อมกับทำท่าเชิดหน้าชูตา เห็นแล้วฉันนึกหมั่นไส้เลยค่ะ“เคยจะ… แสดงว่าแค่เคย ยังไม่ได้แต่งถูกไหมคะคุณปิ่นผกา แล้วถ้าจำไม่ผิด คุณชายห้าของตระกูลศิวะวานนท์เนี่ย สามีของฉันนะคะ ใช่ไหมคะ ฉันเข้าใจถูกไหมเอ่ย” ฉันทำหน้านิ่ง คนตรงหน้าก็ไม่ได้หน้าซีดแสดงความตื่นกลัวอะไรหรอกค่ะเธอยังคงเชิดหน้าชูตาเสมือนว่ามั่นใจว่าเหนือกว่าถึงได้กล้ามาเยือนถึงถิ่นขนาดนี้นั่นสินะ ถ้าไม่มั่นใจก็คงไม่มาถูกไหมคะ“ถูกค่ะ แต่ถูกไม่ทั้งหมดนะคะ ฉันขอขยายความเข้าใจของคุณเพิ่มเลยแล้วกัน เพราะที่มาวันนี้ก็อยากจะมาพูดให้คุณเข้าใจ และขอพ่อของลูกในท้องฉันคืน”นั่นไง ฉันว่าแล้วต้
หนึ่งเดือนต่อมา…(MORPHINE TALK)“ค่า”(เมื่อไหร่จะมา คิดถึงแล้วครับ)“คุณหมอคะ คุณหมอเพิ่งไปถึงโรงพยาบาลไม่ใช่เหรอคะ แล้วจะให้ฟีนรีบตามไปทำไม”(ก็คิดถึง)“อดทนสิคะ ระวังพ่อดุนะ”(กลัวอยู่ พ่อชอบทำหน้าโหด แต่ก็เข้าใจแหละ ว่าแต่ลูกค้าเยอะไหมครับเช้านี้)“เยอะอยู่นะ เพิ่งมีออเดอร์สั่งเข้ามาเมื่อเช้า คืนนี้คงยุ่ง”(พรุ่งนี้หมอหยุด เดี๋ยวหมอช่วยครับ)“คุณหมอของมอร์ฟีนน่ารักที่สุดเลยค่ะ”(ไม่น่ารักกับเมียจะให้ไปน่ารักกับใคร พูดแล้วก็อยากกอด)“อยากกอดเหมือนกัน แต่ตอนนี้ขอทำขนมก่อนได้ไหมคะ(ถ้าบอกว่าไม่ได้)“คืนนี้ก็อดเหมือนกันไง”(คุยอะไรนักมอร์ฟีน รีบไปทำขนมเร็ว เดี๋ยวลูกค้ารอ ไม่ต้องคิดถึงขนาดนี้ก็ได้) รีบโบ้ยความผิดให้ฉันเลยค่ะ ร้ายกาจจริง ๆ ผู้ชายคนนี้“ขู่แบบนี้ทีไร รีบกลับลำเลยนะคะคุณหมอวอร์ม”(เอาเรื่องนี้มาขู่ได้ที่ไหนล่ะ ก็รู้อยู่ว่าชอบสอดใส่ คิดแล้วก็…)“ทำงานค่ะหมอวอร์ม แค่นี้นะคะ” ฉันรีบพูดตัดบท ก่อนที่วอร์มจะเริ่มชักชวนให้สนทนาเรื่องอย่างว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่วอร์มค่อนข้างชอบมาก(รักนะครับ)“รักเช่นกันค่ะ” ฉันกดวางสาย จากนั้นก็หันมาสนใจออเดอร์ที่ถูกสั่งเข้ามาตั้งแต่ที่วอร์มเริ่







