เข้าสู่ระบบ“กลับวันนี้เลยไหมจิว” แม่ของฉันเอ่ยถามหลังจากที่ครอบครัวของเราไปทำบุญเลี้ยงเพลพระเสร็จสิ้น จึงกลับมานั่งคุยกันที่บ้าน
“จิวบอกเขาว่าจะอยู่2วันค่ะ แล้วนี่ก็เพิ่งจะผ่านไปแค่วันเดียวเอง” ฉันบอกแม่พร้อมกับนั่งมองน้องชายวัย20ที่นั่งอยู่บนรถเข็น น้องชายที่อยู่ในโลกส่วนตัวของเขา โลกที่ฉันไม่สามารถเข้าไปถึง
“อย่าเลยลูก กลับไปดูแลเขาเถอะ เดี๋ยวแม่ดูแลจากับพ่อเอง” แม่คลี่ยิ้มบนใบหน้าในขณะที่พ่อพยักหน้ารับ
“แต่จิว...”
“กลับเถอะลูกเดี๋ยวเขาจะว่าเอา” พ่อลูบที่ศีรษะของฉันอย่างทะนุถนอม
พ่อแม่ทะนุถนอมมาอย่างดี แต่โดนย่ำยีจากคนที่เป็นสามี!
“ก็ได้ค่ะ จิวรักพ่อกับแม่นะคะ” ฉันโอบกอดพ่อและหันมากอดแม่ จากนั้นก็ลุกเดินมานั่งอยู่ตรงหน้าของน้องชาย
“พี่กลับก่อนนะจา จิวรักจานะ” ฉันหอมที่แก้มของเด็กหนุ่ม ความจริงอนาคตของเขาต้องไปได้สวย แต่สุดท้ายเขาก็ได้มานั่งอยู่บนรถเข็นและนอนมองเพดานในห้องนอนแทน
ถ้าไม่ใช่เพราะผู้ชายคนนั้น น้องชายของฉันคงไม่ต้องมาอยู่ในสภาพนี้!
“จิว...” น้องชายเรียกชื่อฉันแล้วจากนั้นก็เหม่อมองไปทั่วบ้าน สภาพของน้องชายฉันไม่เคยทำใจยอมรับได้สักครั้ง
“ให้คนขับรถไปส่งไหมลูก” พ่อถามไถ่คงเพราะเห็นฉันนั่งมองน้องชายอยู่นาน
“จิวกลับแท็กซี่ได้ค่ะ งั้นจิวกลับก่อนนะคะ” ฉันยกมือไหว้พ่อแม่จากนั้นก็หันมาลูบศีรษะน้องชาย
“คุณจิว!” ลูกน้องของเสี่ยเรียกฉันด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนก ฉันไม่ได้สนใจหรือพูดอะไรกับลูกน้องของเขา ฉันเดินขึ้นห้องและก็ต้องหยุดอยู่หน้าประตูเพราะลูกน้องของเสี่ยยืนคุมอยู่หน้าห้อง
และไม่นานนักประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องนอนของฉัน!
ฉันถอนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ฉันรู้ได้ทันทีว่าต่อจากนี้มันจะเป็นความเจ็บปวดที่ฉันต้องได้รับทั้งคืน ฉันเดินเข้าไปในห้องที่มืดสลัวด้วยความขยะแขยง แต่ฉันไม่สามารถที่จะหนีจากสถานการณ์แบบนี้ได้
ฉันหยุดอยู่กลางห้องพร้อมกับเปลื้องเสื้อผ้าออกจากร่างกาย และไม่นานนักร่างหนาของใครคนนั้นก็เดินเข้ามาประชิดตัวและอุ้มฉันวางลงบนที่นอน เขาใช้กุญแจมือล็อคข้อมือทั้งสองข้างของฉันไว้เหนือหัว จากนั้นเขาก็เริ่มเล้าโลมด้วยความดิบเถื่อน เขาจูบตั้งแต่ใบหน้าจรดปลายเท้าของฉัน
เขาเหมือนคนหิวโหยเซ็กซ์!
และฉันโคตรสะอิดสะเอียนเวลาที่เขาเป็นแบบนี้!
ถ้าฉันไม่กลับมาวันนี้ ผู้หญิงที่นอนตรงนี้คงไม่ใช่ฉัน! ฉันคงจะซวยเองแหละที่กลับมาเจอเรื่องแบบนี้ ทั้งที่เขาเลือกทำในวันที่ฉันไม่อยู่แล้วแท้ๆ
“เจ็บ!” ฉันร้องปรามเมื่อปากหนากัดที่ยอดอกของฉันอย่างแรง แทนที่เขาจะลดละเขากลับรุนแรงมากกว่าเดิม การสอดใส่และการกระแทกเข้ากลางกายของฉันเกิดขึ้นซ้ำๆด้วยความรุนแรง เขาถาโถมความดิบเถื่อนมือข้างหนึ่งบีบหน้าอก ส่วนมืออีกข้างขยี้ที่จุดเสียวกระสันของฉัน
กว่าเซ็กซ์ดิบเถื่อนของเขาจะจบลงก็ใช้เวลาหลายชั่วโมงเขาถึงจะเสร็จสม การเสร็จช้าอาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ของยาเสพติดที่เขาเสพเข้าร่างกาย ร่างกายของฉันมักจะโดนย่ำยีโดยไร้ความปรานีเสมอเวลาที่เขาเสพยาหนัก
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ถึงความชั่วช้าของเขา
แต่สำหรับคนอย่างฉันรู้เรื่องชั่วๆของเขาดีเลยล่ะ
ตอนนี้เขาถอดกุญแจมือออกให้ฉัน ข้อมือฉันเป็นรอยและรู้สึกเจ็บพอสมควร หนำซ้ำเนื้อตัวยังเป็นรอยจ้ำรอยช้ำเต็มตัว
ฉันไม่น่ากลับมาในวันนี้เลย...
“ไหนว่ากลับพรุ่งนี้” เขาเอ่ยถามในขณะที่นั่งเอนตัวพิงหัวเตียงแล้วสูบบุหรี่อยู่ข้างกายฉัน
“แม่กับพ่อให้กลับวันนี้ค่ะ”
“เลิกพูดค่ะ แล้วทำเหมือนห่างเหินสักทีได้ไหม” เขาขึ้นเสียงใส่ฉัน ซึ่งถ้าเขามาอารมณ์นี้ฉันต้องยอมอ่อนลง
การยอมของฉันคือการเงียบ และเขารู้ดีว่าการเงียบของฉันคือฉันไม่ชอบใจ
“ทำยังไงเธอถึงจะรักฉัน” ผู้ชายที่ฉันเกลียดที่สุดในชีวิตเอ่ยถามขึ้น ขณะที่ฉันนอนอยู่ในอ้อมกอดของเขา หลังจากที่เขาสูบบุหรี่จนหมดมวน
“เลิกยุ่งกับมันสิ เผื่อฉันจะเกลียดนายน้อยลง” ฉันว่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึก มันที่ฉันหมายถึงคือยาเสพติดที่เขามักเสพจนติดเป็นสันดาน ถึงแม้ว่าเขาไม่ได้เสพทุกวัน แต่มันก็คือสิ่งที่ฉันเกลียดพอๆกับการเกลียดเขา!
“เธอก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้” เขากระชับกอดแน่นกว่าเดิม อ้อมกอดที่เหมือนจะกักขังฉันไว้ให้อยู่กับเขาตลอดไป
“งั้นเราก็อยู่กันแบบนี้นั่นแหละ อยู่ด้วยความเกลียดชัง จำไว้ว่าฉันเกลียดนาย” ฉันว่าจบก็หลับตาลง เมื่อหนีไม่ได้ก็กล้ำกลืนฝืนทนแบบนี้แหละ อยู่ด้วยกันด้วยความขมขื่นไปเถอะ
“แต่ฉันรักเธอ” เขาจูบที่เรียวปากบางของฉัน จากนั้นการร่วมรักก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง และคงจะจบลงตอนที่ฟ้าสว่างหรือไม่ก็ตอนที่เขาแรงหมด ฉันได้แต่นอนนิ่งไม่แสดงอารมณ์ร่วม ยังดีที่พรุ่งนี้ไม่มีเรียน ไม่งั้นฉันคงไม่มีแรง
“กลับยังไงจิว” ดีม่อนถามไถ่พร้อมกับกอดคอฉันเดินเข้าลิฟท์ของตึกเรียนที่คณะฉันมาเรียนโดยลูกน้องของฮอลล์มาส่ง และตอนนี้คงจอดรออยู่หน้ามหาวิทยาลัยตามเวลาที่ฉันบอกไว้ฉันไม่ได้ถามหรอกว่าฮอลล์ไปไหน เพราะฉันไม่ได้ใส่ใจขนาดนั้น ฉันเข้าเรียนตามปกติและตอนนี้เวลาก็ปาเข้าไปเกือบสามทุ่มครึ่ง มีเรียนวิชาเดียวแต่เป็นวิชาที่ต้องนั่งเรียนหลายชั่วโมง“มีคนมารับ” ฉันบอกดีม่อนพร้อมกับบอกเพื่อนอีก2คนที่เหลือด้วย“อย่าบอกว่ามึงมีแฟน” ป้างร้องถามขณะที่เราอยู่ในลิฟต์ด้วยกัน“ธรรมดาของคนที่สวยแบบกูไหมมึง พอละเลิกถามเกรงใจคนที่เขาอยู่ในนี้ด้วย” ฉันกระซิบบอก จากนั้นก็ตัดบทสนทนาโดยการเอามารยาทในการใช้ลิฟต์ส่วนรวมมาอวดอ้างจากนั้นทุกอย่างก็เงียบลง กระทั่งเราทุกคนออกจากลิฟต์“จะคบใครก็ดูดีๆ กูไม่อยากเห็นมึงเสียใจ” ยูโรบอกพร้อมกับผลักศีรษะของฉันเบาๆอยากจะบอกเหลือเกินว่า ‘ไม่ทันแล้วเพื่อน ทุกวันนี้กูอยู่กับความเสียใจ’แต่ก็ทำได้แค่เงียบปากไว้...“อืมๆ รู้แล้ว กลับดีๆล่ะพวกมึง” ฉันแยกจากเพื่อน จากนั้นก็โทรหาบอดี้การ์ดที่ให้เบอร์ไว้ บอกให้เขาเข้ามารับฉันที่หน้าตึกไม่นานนักรถหรูก็แล่นมาจอดเทียบตรงหน้าฉัน ฉันเข้าไปนั
“มันเอามาให้ละ พร้อมกับผู้หญิง2คน มึงว่าไง” ไอ้ภพนั่งไขว่ห้างส่องกระจกตรวจดูใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาหล่อเหลาเอาเรื่องของมัน“เคลียร์แล้วทำไมมึงไม่บอกกูวะ”“เอ้า! ก็ชวนมาร่วมแจมแบบที่เคยทำไงมึง หรือมึงไม่เอา” ไอ้ภพเลิกคิ้วเอ่ยถามผม“กู...” ผมกระอึกกระอักที่จะตอบเพราะผมมันคนเลว เรื่องไม่ดีเคยทำมาแล้วทุกอย่าง แต่ที่ยังไม่เคยทำคงจะเป็นเรื่องดีๆ“ว่าไง อย่าเสียเวลาคิดนาน” ไอ้ภพโยนอุปกรณ์ลงตรงหน้าผมคนที่เคยชื่นชอบ ยังไงก็ต้องลองซ้ำ ยากนักที่จะอดใจไหว ไม่ว่าจะเรื่องนารีหรือสิ่งมึนเมาผมคว้าของตรงหน้าขึ้นมาแล้วจัดการนำมันเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีที่คุ้นเคย บางครั้งคนเราก็ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย อยากจะทำอะไรก็ทำ ทำไปเถอะถ้ามันคือความสุขของเราผมลุ่มหลงกับสิ่งมึนเมาตรงหน้า ผมแกล้งลืมคำสาบานที่เพิ่งให้ไว้กับภรรยา‘จิวไม่รู้หรอก ถึงรู้จิวก็คงจะนิ่งเฉย’ ผมคิดแค่นี้จริงๆผมอัดสารเสพติดเข้าร่างกายสักพัก ผมก็ได้ยินเสียงดีดนิ้วของไอ้ภพ จากนั้นผู้หญิงที่อยู่ในชุดนอนวาบหวิวถึงสองคนก็เดินตรงมาที่ผมและไอ้ภพที่ย้ายตัวเองมานั่งอยู่บนที่นอนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ผู้หญิงทั้งสองแบ่งแยกทำหน้าที่บำเรอผมและไอ้ภพทีละคน เ
“เดี๋ยวฮอลล์ให้คนขับรถไปส่งที่มหาลัยนะ” ผมลูบที่ศีรษะของผู้หญิงที่ผมรัก วันนี้เรามีเรียนช่วงเย็น ซึ่งวันนี้ผมไม่ว่าง ผมเลือกที่จะไปเคลียร์งานให้ป๊าแทนการไปเรียนจิวนั่งเงียบๆไม่ตอบสนองกับเรื่องราวที่ผมบอกไป เธอเป็นแบบนี้จนผมชินและชาไปแล้วแต่แปลกที่ผมยังคงรักเธอ ทั้งที่เธอพูดบอกอยู่บ่อยครั้งว่าเกลียดผมมันคือเรื่องธรรมดาที่เธอจะเกลียด เพราะผมเป็นคนทำให้เธอเกลียดผมทำธุรกิจผิดกฎหมาย ข้อนี้คือการเริ่มต้นความเกลียดชังผมดึงน้องชายคนเดียวของเธอมาพัวพันยาเสพติด จาติดยางอมแงมเพราะผมปรนเปรอไม่อั้น เพียงเพราะผมอยากข้องเกี่ยวกับเธอ แต่มันผิดตรงที่วิธีการที่ผมทำมันไม่เหมือนคนอื่น เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจาดันเล่นยาเกินขนาด จาเกือบตายถ้าหากพาไปโรงพยาบาลไม่ทันมันเป็นความผิดของผมที่ตามใจเด็กวัย19มากเกินไป ผมมีส่วนทำให้จาไม่ปกติ ผมมีส่วนทำให้จาหมดอนาคตวันนั้นจิวสั่งห้ามเด็ดขาด ห้ามผมเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับจา และห้ามผมทำเหมือนเคยรู้จักกับเธอ ผมยอมทำตามที่เธอบอกเพราะไม่อยากให้เธอเกลียดผมไปมากกว่านี้แต่คนอย่างผมทนทำเฉยไม่ได้นาน ผมกลัวจิวจะเป็นของคนอื่น!ผมจึงสร้างเรื่องขึ้นมาให้บริษัทของพ่อเธอโดนโกง แล้วผมก็ร
“จิวให้คำสาบานกับฮอลล์ไว้ค่ะ ชีวิตและร่างกายของจิวจะเป็นของฮอลล์ จนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะหมดไป” ฉันว่าอย่างเหลืออด แต่ก็พยายามอดกลั้นระงับอารมณ์ไม่พอใจไว้ต่อให้ฉันเกลียดฮอลล์แค่ไหน ฉันก็ไม่มีวันทรยศเขาด้วยการมีสัมพันธ์สวาทกับคนที่ให้เขาเคารพนับถือและให้ทุกอย่างแก่เขาเด็ดขาด“แค่คำสาบานน้องจิวจะถือสาอะไร” คุณป๊ายังคงหว่านล้อมด้วยคำพูดหวานหู“ถึงจิวจะไม่รักฮอลล์เพราะสิ่งที่ฮอลล์ทำ แต่จิวจะเป็นผู้หญิงของฮอลล์คนเดียว คุณป๊าอย่าเสียเวลามาพูดหว่านล้อมให้จิวเอนอ่อนเลยค่ะ จิวไม่คิดจะตกลงหรือเปลี่ยนใจอะไรทั้งนั้น” ฉันยื่นคำขาด และมันทำให้คุณป๊ายกยิ้มมุมปากจากนั้นท่านก็ลุกขึ้นด้วยท่าทางสุขุมมาดมั่น เดินตรงมาทางฉัน ในขณะที่ท่านเดินเข้ามาฉันไม่ได้ก้าวหนีแต่อย่างใด“หึ ป๊าดีใจนะ ที่ลูกชายคนเล็กของป๊าเลือกผู้หญิงที่เฉียบขาด ถึงแม้วิธีที่มันใช้ดึงน้องจิวมาอยู่ร่วมชีวิตจะดูเลวทรามแปลกประหลาด ถึงแม้น้องจิวจะยังไม่รักลูกชายของป๊า แต่ก็ยังดีที่ไม่คิดหักหลังลูกชายของป๊า น้องจิวรู้ไหมว่าถ้าน้องจิวตอบตกลง ป่านนี้น้องจิวคงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้” คุณป๊าเดินเข้ามาแล้วยกมือหนาขึ้นมาลูบที่ศีรษะของฉัน สายตาที่คุณป๊
“นี่น่ะเหรอ หนูจีรณาที่ลูกชายคนเล็กของป๊าคลั่งไคล้นักหนา” เสียงทุ้มนุ่มนวลเอ่ยทักพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบอัพทักทายฉัน พร้อมกับสายตาที่ชวนฝัน“สวัสดีค่ะคุณป๊า” ฉันกรีดยิ้มพร้อมกับยกมือไหว้ท่านที่เป็นคนชุบเลี้ยงสามี และเป็นแบล็คอัพพร้อมกับเบื้องหลังกิจการเลวทรามหลายอย่างที่สามีของฉันต้องทำนี่คือการเจอหน้ากันครั้งแรกของฉันและคุณป๊าของฮอลล์‘เปล่าประโยชน์ ทำเลวมาตั้งนานจู่ ๆ จะค่อย ๆ กลับตัว จิวไม่อินหรอกนะ พูดมาเลยว่าต้องการอะไร’‘ป๊ามาเมืองไทย ป๊าอยากเจอจิว แล้วฮอลล์ก็รับปากป๊าไป’‘โดยที่ฮอลล์ไม่ถามความสมัครใจของจิวเลย’‘สาบานว่าจะไม่มีใคร และไม่รุนแรงยกเว้นถ้าเราไม่ทะเลาะกันจนฮอลล์เก็บอารมณ์ตัวเองไม่อยู่’‘คงรู้นะว่าสาบานแล้วคือต้องทำให้ได้’‘ครับ’และนี่ก็คือสาเหตุที่ฉันมายืนอยู่ตรงหน้าของหนุ่มใหญ่พราวเสน่ห์ที่สาวน้อยสาวใหญ่ต่างอยากหมายปองเพราะคุณป๊าไม่มีภรรยาเคียงข้าง!ฮอลล์เคยบอกเล่าทั้งที่ฉันไม่ได้อยากรู้ว่าภรรยาที่คุณป๊ารักตายจาก เพราะโดนลอบยิงจากคู่อริ ตั้งแต่นั้นคุณป๊าก็ไม่เคยเอาใครมาแทนที่ภรรยา จะมีก็แต่ผู้หญิงที่จัดหามาบำเรอแต่ใช่ว่าคุณป๊าจะเอาสุ่มสี่สุ่มห้
“ฮื้อ อย่ากวน” ฉันปัดป่ายคนที่กำลังวุ่นวายกับร่างกาย“ไปนอนบนเตียงก่อน” เขาบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ฉันจึงเดินกระฟัดกระเฟียดไปที่เตียงหลังจากที่เผลอหลับอยู่ที่โต๊ะทำงานภายในห้องนอนขณะที่คิดถึงเรื่องของต้อมฉันทิ้งตัวลงนอนเหมือนเด็กงี่เง่าไม่พอใจที่โดนปลุกใช่!ฉันไม่พอใจจริงๆเพราะฉันกำลังฝันเห็นต้อมที่ยืนยิ้มให้ฉัน รอยยิ้มที่ฉันคิดถึง ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนภาพความทรงจำก็ยังติดอยู่ใจฉันไปตลอด...“ขอโทษนะจิว ขอโทษที่ฮอลล์เห็นแก่ตัว ขอโทษที่ฮอลล์ร้ายกับคนในครอบครัวจิว ขอโทษที่ฮอลล์ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมทำร้ายคนที่จิวให้ความสำคัญ รู้ไหมว่าฮอลล์รักจิวมากแค่ไหน รู้ไหมว่าฮอลล์เจ็บปวดเท่าไหร่ที่เห็นจิวยิ้ม จิวรู้สึกกับคนอื่นที่ไม่ใช่ฮอลล์ ฮอลล์คือคนเลวคนเห็นแก่ตัวข้อนี้ฮอลล์รู้ตัวเองดี แต่ชีวิตฮอลล์ไม่มีจิวไม่ได้ อีกไม่นานฮอลล์สัญญาว่าจิวจะต้องยิ้มให้ฮอลล์เหมือนที่จิวเคยยิ้มในวันแรกที่เราเจอกัน” ประโยคพร่ำเพ้อถูกพล่ามออกจากปากเขาอย่างแผ่วเบาเขาอาจจะคิดว่าฉันหลับ เพราะกว่าเขาจะมาทิ้งตัวลงนอนข้างฉันก็นานประมาณหนึ่งชั่วโมงได้ ฉันไม่รู้หรอกว่าเขานั่งทำอะไรฉันขี้เกียจหันไปมอง อย่างที่เคยบอก ฉันเหม็นขี







