LOGIN“ทำไมมาสายวะ” ป้างเอ่ยถามหลังจากที่ฉันก้าวเท้ามาหยุดอยู่ตรงหน้ากลุ่มเพื่อนของฉัน
“นั่งแท็กซี่มา” ฉันบอกปัดๆแล้วหย่อนตัวนั่งลงข้างยูโร
“เออนี่น้องนาวเจอกันตอนนั่งแท็กซี่กูเห็นน้องเขายืนรอรถก็เลยจอดรับ” ฉันแนะนำเด็กหนุ่มหน้าคมที่ฉันเห็นเขายืนรอรถแล้วบังเอิญใส่เสื้อสถาบันเดียวกับฉัน ฉันก็เลยให้ลุงแท็กซี่จอดรับ
“ใจดีหรือเห็นน้องมันหล่อตรงสเปค” ยูโรเอามือมาวางที่ไหล่ของฉัน
“ใจดีเป็นเรื่องปกติ แต่จะพิเศษหน่อยก็ตรงที่น้องนาวหล่อน่ารัก เห็นแล้วอยากรัก” ฉันกรีดยิ้มสวยบนใบหน้าแล้วส่งไปให้น้องนาวที่ยืนอยู่ข้างๆฉัน
“งั้นผมไปเรียนก่อนนะครับ” น้องนาวยิ้มนิดๆ
“เย็นนี้เดี๋ยวผมรอนะครับพี่จิว” น้องนาวหันมาย้ำกับฉันอีกรอบ เพราะตอนที่เราลงจากแท็กซี่ฉันเป็นคนจ่ายเงิน น้องนาวเลยอาสาจะกลับพร้อมฉันแล้วขากลับเขาจะจ่ายเงินเอง ซึ่งฉันไม่ได้ซีเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ดีซะอีกมีหนุ่มน้อยมานั่งใกล้ๆพอให้หัวใจกระชุ่มกระชวย
“จ้ะ รอพี่ตรงนี้ก็ได้นะ” ฉันยิ้มให้น้องนาวอีกรอบ
“อิจิว! มึงจะแดกเด็กเหรอ” ดีม่อนรีบร้องถาม หลังจากที่น้องนาวเดินออกไปไกลพอสมควร
“ถึงฉันจะไม่สวยจนผู้เหลียว แต่ก็ทำให้เสียวได้นะเออ” ฉันยักคิ้วหลิ่วตาทำท่ามั่นหน้ามั่นโหนกใส่เพื่อนในกลุ่ม
“อิดอก...” ดีม่อนเบะปากใส่ฉัน ส่วนเพื่อนบางคนก็ส่ายหน้าเอือมระอา
ปัง!
“มึงเป็นอันใดครับพี่ฮอลล์” ป้างร้องถามเมื่อเห็นท่าทีของใครบางคนที่ใช้มือตบโต๊ะม้าหินอ่อนอย่างแรง
“ทำท่าเหมือนเมียมีชู้” ยูโรว่าเสริม
“อืม เมียกูมันอยู่นิ่งๆไม่ได้หรอก ชอบสรรหาปัญหามาให้กูปวดหัว สงสัยอยากให้ชายชู้คนนี้ตายคาตีนกู” คนที่แสดงท่าทางขึงขังพูดด้วยใบหน้าเคร่งขรึม แล้วจากนั้นก็พ่นควันบุหรี่ใส่หน้าเพื่อน แต่ถ้าสังเกตดีๆเขาจงใจพ่นมันใส่หน้าฉัน
“อุ๊ก แอ๊กๆ! ไอ้ฮอลล์มึงจะฆ่ากูหรือไงวะ แล้วเมียมึงใครห๊ะ” ดีม่อนโวยวายทันทีที่สูดควันเข้าปอด
“โทษที” เขาว่าแค่นั้น แล้วก็ลุกเดินออกจากกลุ่มไป ใช่ว่าจะเดินไปทางตึกเรียนเพราะเขาเดินไปที่โรงจอดรถแทน
ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง!
(ฮอลล์: ถ้าไม่อยากให้เพื่อนรู้ก็รีบตามมา อย่าทำให้อารมณ์เสียไปมากกว่านี้) ข้อความข่มขู่โชว์หราที่หน้าจอมือถือของฉัน
(ฮอลล์: อย่านิ่งนะจิว ฮอลล์ไม่ได้อารมณ์ดีขนาดนั้น) เขาพิมพ์มาต่อเพราะเขารู้ดีว่าฉันจะเมินเฉยต่อการข่มขู่
(ฮอลล์: 5นาทีอย่าคิดว่าไม่กล้า เพราะจิวรู้จักฮอลล์ดี) ข้อความสุดท้ายถูกส่งเข้ามา
แล้วทุกอย่างก็มาตกอยู่ที่ฉัน...
“ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ฉันลุกขึ้นพร้อมกับบอกเพื่อนในกลุ่ม
“ไปเป็นเพื่อนไหม” ดีม่อนถาม
“เขียนคิ้วอีกข้างของมึงให้เสร็จเถอะ” ฉันบอกดีม่อนแล้วจากนั้นก็เดินออกมาจากกลุ่มมุ่งตรงไปที่โรงจอดรถที่ค่อนข้างไร้ผู้คนทั้งเหล่าอาจารย์และนักศึกษา
“…” ฉันเปิดประตูเข้ามานั่งในรถแล้วนิ่งเงียบ
“ก็รู้ว่าไม่ชอบ” เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับมือหนาที่ปลดเข็มขัดกางเกงแล้วถลกกางเกงลงเผยให้เห็นท่อนเอ็นชี้โด่ออกมา
ฉันไม่พูดไม่จาก้มลงไปดูดอมท่อนเอ็นของเขา พยายามทำให้เขาเสร็จ ฉันจะได้ออกไปจากรถของเขา ฉันผงกหัวขึ้นลง ส่วนเขาก็ลูบไล้ที่กลุ่มผมของฉันพร้อมกับเสียงครางกระเส่าที่ดังเบาๆภายในรถ
และไม่นานนักเขาก็ขยับสะโพกแรงๆพร้อมกับกดหัวของฉันลงไปให้อมมิดสุดลำ น้ำคาวพุ่งเข้าคอของฉัน และฉันก็ทนฝืนกลืนกินมันลงคอเพราะเขาบอกเสมอว่าฉันต้องกลืน แม้ฉันจะสะอิดสะเอียนมากแค่ไหนก็ตาม
“เย็นนี้กลับด้วยกัน” เขาประกบจูบที่เรียวปากของฉัน
“ไม่”
“อย่าดื้อดิจิว”
“อย่าเยอะดิฮอลล์”
“เหอะ! ถ้ากูรู้ว่ามันคิดอะไรกับมึง กูไม่เอามันไว้แน่” เขาว่าอย่างหัวเสีย
“เก่งแต่อันธพาลแหละ” ฉันบ่นพร้อมกับจัดทรงผมและเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง
“คืนนี้เตรียมตัวเลยจิว ชอบแหกกฎนัก” เขาบดจูบที่ปากของฉันแรงๆ
“ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ เดี๋ยวคนอื่นก็รู้กันหมด” ฉันบอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“มีกูเป็นผัวมันน่าอายขนาดนั้นเลยเหรอวะ” เขาเริ่มใส่อารมณ์ และทางที่ดีฉันควรตัดบทหยุดการสนทนา
“ไปเรียนแล้วนะ” ฉันว่าจบก็เปิดประตูลงจากรถของเขาทันที
เขาคือเสี่ยที่เป็นเจ้าของชีวิตฉัน
ชื่อของเขาคือ ‘ฮอลล์’ ยี่ห้อของลูกอมชนิดหนึ่ง เขาเป็นเพื่อนในกลุ่มที่ฉันเกลียดที่สุด ฉันไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับเขา แต่เขาชอบเอาตัวเองเข้ามาอยู่วงจรชีวิตของฉัน
และแน่นอนอยู่แล้วเรื่องของเราไม่มีใครรู้ โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนของเรา เหตุผลที่ไม่มีใครรู้ มันก็เป็นเพราะฉันยื่นข้อเสนอนี้ให้เขา ซึ่งเรื่องนี้เขาก็ไม่พอใจ เพราะเขาไม่สามารถควบคุมฉันได้เวลาที่ฉันอยู่นอกบ้าน
อยู่ข้างนอกเราสองคนคือคนไม่รู้จักกัน อยู่มหาวิทยาลัยเราคือเพื่อนในกลุ่ม ซึ่งฉันไม่เคยปริปากพูดกับเขาสักครั้ง
ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนไม่มีเพื่อนคนไหนกล้าถามสักคน ทุกคนเข้าใจแค่ว่าเราไม่ลงรอยกัน
ฉันยินดีที่จะเป็นคนในความลับ แต่เขาอยากประกาศให้ใครต่อใครรับรู้ว่าฉันเป็นของเขา...
“พี่รักเธอไลลา” หลังจากถอนจูบออกเขาก็บอกคำนี้ เขาทำฉันยิ้มแก้มแทบปริ ต่อมน้ำตาเริ่มทำงาน ฉันตื้นตันใจไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมาถึง วันที่เขาบอกว่าเขารักฉัน วันที่เขาบอกเราจะมีกัน ในเมื่อเขาชัดเจน ฉันก็จะพยายามไม่แคร์สังคม จะสนแค่คนในครอบครัว“หนูก็รักพี่ รักพี่มานานมากแล้ว แต่เพราะคาริสาบอกว่าพี่รักเธอ หนูก็เลยจำใจต้องหลีกทาง... จากนี้หนูสัญญาว่าหนูจะทำหน้าที่แม่ให้ดีที่สุด” ฉันให้คำมั่น“ทุกวันนี้เธอก็เป็นแม่ที่ดี แค่ไลลาเป็นตัวเองก็ดีที่สุดแล้ว” เขาสวมกอดฉันแนบแน่นหลังจากที่พูดจบจากนี้จะมีแต่ความสุข ฉันมั่นใจเช่นนั้นและหวังว่าจะเป็นดังที่ฉันมั่นใจ...หนึ่งปีต่อมา...“ในที่สุดคุณก็มีความสุขแบบสุดๆสักทีนะคะ จิวดีใจด้วยน้า” น้องจิวเธอเอ่ย ขณะที่นั่งมองน้องวอร์มกับน้องเคลิ้มเล่นกันที่สนามหญ้า“ฉันก็ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ ที่ผ่านมาฉันคิดมาตลอดว่าพี่คงคาเขารักคาริสา”“นี่ก็เหมือนบทเรียนหนึ่งบทเรียนเลยใช่ไหมคะ”“ใช่จ้ะ การหันหน้าพูดกันดีกว่าการฟังคำพูดจากใครอีกคน ถึงแม้ว่าใครคนนั้นจะเป็นคนที่เราไว้ใจ ให้ย้ำคิดอยู่เสมอว่า... เรื่องของเรากับเขา จะให้ใครอีกคนมาเป็นสื่อกลางไม่ได้”“คุณป๊าเป็นคุณพ่อ
สองเดือนต่อมา...“ขอบคุณนะ” พี่คงคาพูด“อะไรคะ” ฉันหันหน้าไปถาม“ขอบคุณที่เลี้ยงลูกของพี่ได้ดีขนาดนี้” เขานั่งยิ้มอยู่ที่เก้าอี้ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่“ลูกของหนู หนูก็ต้องเลี้ยงให้ดีสิคะ”“ลูกของเรา” เขาทำหน้าขรึม“ค่ะ” ฉันตัดจบ ขี้เกียจเถียงกับคนมีอำนาจคับฟ้า เถียงไปฉันก็ไม่มีทางชนะ แล้วคือตอนนี้ลูกชายของฉันหายเป็นปกติวันนั้นน้องวอร์มตื่นมาก็มีอาการงุนงงกับผู้ชายที่นั่งเฝ้าเขา นั่นก็คือพี่คงคา ก็พี่เขาเล่นนั่งเฝ้าลูกไม่ห่าง นั่งเชยชมลูกทั้งคืน พอลูกถามฉันก็ต้องบอกว่านี่คือพ่อของเขา จะไม่บอกลูกแบบนั้นคนเป็นพ่อก็จ้องฉันตาขวาง‘ถ้าลูกตื่นต้องบอกว่าพี่คือพ่อทันที’นี่คือคำขู่ที่เขาขู่ฉันเอาไว้ก่อนที่ลูกจะตื่นยังดีที่ฉันบอกลูกอยู่เสมอว่าพ่อของเขาทำงานหนักจึงไม่ได้อยู่ด้วยกัน ถ้าบอกว่าพ่อของเขาตายแล้ว คงวุ่นกว่านี้ซึ่งพอลูกฉันรู้ว่านั่นคือพ่อของเขา เขาก็ฉีกยิ้มกว้างให้คนเป็นพ่อในทันที การยิ้มของน้องวอร์มทำให้พี่คงคาน้ำตาเอ่อคลอ“แล้วเรื่องของเราจะเอายังไง พี่รอมา2เดือนแล้วนะ ถ้าหนูยังลีลาพี่จะรวบรัดนะบอกไว้ก่อน” พี่คงคากระซิบที่ข้างหูของฉัน เพราะฉันมัวแต่เหม่อถึงไม่รู้ว่าเขาลุกจากเก้าอี้มา
“ที่พูดว่ารู้ว่าหนูชอบอะไร พี่หมายถึงอะไร” ฉันถามนิ่งๆ“อาหาร อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ ทุกอย่างเวลาที่เธอไปพักที่บ้านพี่ พี่จัดเตรียมทุกอย่างแบบที่คาริสาเคยบอกในสิ่งที่ผู้หญิงที่ชื่อ ‘ไลลา’ ชื่นชอบ แต่พี่ไม่เห็นเธอจะดีใจอะไรเลย เธอทำเหมือนเกลียดพี่ด้วยซ้ำ”“หนูไม่ได้ชื่นชอบอาหารเครื่องใช้ที่พี่จัดให้เลย มันไม่ใช่แบบที่หนูชอบ แบบที่พี่ทำคือสิ่งที่คาริสาชอบทั้งหมด” ฉันพูดไปตามความจริง“ถามจริง” เขาจี้ถามพร้อมกับทำหน้าไม่เชื่อที่ฉันพูด“จะโกหกทำไมคะ แล้วหนูจะไปดูลูกของหนูได้หรือยัง” ฉันชักสีหน้า“ลูกของเรา ต่อไปเธอต้องใช้คำนี้” เขาย้อนความ“พี่ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ หนูเลี้ยงของหนูมาได้ตั้งนาน”“เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อยนะไลลา ให้เรื่องลูกเคลียร์ก่อนเถอะ พี่กับเธอมีเรื่องต้องคุยกันยาว” เขาจับปลายคางของฉันเชยขึ้น“หนูไม่มีอะไรจะคุยค่ะ” เราสบตากัน“แต่พี่อยากคุย และเธอไม่ควรขัดพี่”“ค่ะ พี่มันมาเฟียจะทำอะไรก็ได้” ฉันประชด“แล้วอยากเป็นภรรยามาเฟียไหมล่ะ” เขายกยิ้มมุมปาก“หนูจะไปดูลูกค่ะ” ฉันบอกและเปิดประตูรถเตรียมลง“อย่าคิดว่าจะหนีพ้นนะไลลา” เขาว่าตามหลังและเปิดประตูลงจากร
“มันเกิดขึ้นช่วงที่คาริสาจากไปได้ไม่นาน วันนั้นพี่เมาคิดว่าหนูเป็นคาริสา เราก็เลยมีอะไรกัน พอเสร็จพี่ก็หลับ ส่วนหนูกลับระยองทันที จากนั้น3เดือนหนูมีอาการผิดปกติ ก็เลยไปตรวจ หมอบอกหนูท้อง หนูจึงตัดสินใจไปอยู่เมืองนอก เพราะไม่อยากให้พ่อรู้ว่าหนูท้องกับสามีน้องสาว หนูไม่อยากให้พ่อเสียใจ” ฉันเล่าความจริง เล่าเพราะกลัวเขาจะกีดกันลูกกับฉัน อำนาจเขาคับฟ้า เขาทำได้ทุกอย่าง“ทำไมเธอไม่บอกพี่” เขาเอ่ยถาม แต่ไม่ได้มองหน้าฉันหรอก เหมือนตอนนี้เขากำลังเก็บอารมณ์ความโมโห“หนูไม่กล้า... พี่จะให้หนูเดินไปบอกพี่ว่าหนูท้องลูกของพี่ ถามจริงเถอะ ในตอนนั้นพี่จะเชื่อหนูเหรอ พี่ฟูมฟายจะเป็นจะตายตอนที่คาริสาจากไป ถ้าหนูบอกพี่ หนูก็คงถูกมองว่าแย่งสามีน้องสาว”“เธอประเมินพี่ต่ำเกินไปไลลา เธอไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับพี่เลย” เขาพูดเสียงเรียบ“หนูไม่รู้หรอกว่าพี่เป็นยังไง แต่ที่หนูรู้คือพี่เป็นหมัน คาริสาบอกหนูว่าพี่ไปทำหมันเพื่อเธอ แล้วคืนนั้นที่เรามีอะไรกัน หนูก็คิดว่าพี่เป็นหมัน หนูก็เลยไม่ได้ป้องกัน”“ถ้าพี่เป็นหมัน เด็กที่นอนอยู่ในห้องผ่าตัดตอนนี้จะเกิดมาได้ยังไง เธอไม่น่าโง่ในเรื่องนี้นะไลลา” เขาหันมาต่อว่าฉัน
(ร้องไห้ทำไมไลลา ใครทำอะไร) ในที่สุดเขาก็ยอมพูดกับฉัน“พี่อย่าเพิ่งถามอะไรเลยนะ ตอนนี้หนูขอร้องช่วยมาหาหนูที่โรงพยาบาล×××ที พี่ต้องมาให้ทันภายใน30นาทีนะ ไม่งั้นหนูตายแน่ๆ พี่คงคาหนูขอร้อง...” ฉันรีบพูดความต้องการของตัวเอง จากนั้นก็ร้องไห้สะอื้น(... รอพี่อยู่นั่น)“อย่าดื่มนะคะ หนูต้องการเลือดพี่” ฉันพูดแทรกเข้าไปในสาย พี่คงคาเงียบและกดวางสายไปจากนั้นฉันก็รอ รอและหวังว่าเขาจะมาทัน เขามีเครื่องบินส่วนตัว เขาสามารถมาทันเวลาที่ฉันกำหนดถ้าเข้าจะมาฉันยังเดินวนเวีนยอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยหัวใจที่ว้าวุ่น“ทำไมเป็นแบบนี้เกิดอะไรขึ้น” เสียงนี้เป็นเสียงของพี่คงคา ฉันจึงรีบหันไปมอง และวิ่งเข้าไปสวมกอดเขา ฉันรู้สึกโล่งขึ้นมาหนึ่งเปราะที่อย่างน้อยลูกของฉันก็จะมีเลือด“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่มา หนูไม่รู้จะขอบคุณพี่ยังไงดี แต่ตอนนี้ช่วยเข้าไปบริจาคเลือดก่อนนะคะ เดี๋ยวจะไม่ทัน” ฉันคว้าที่มือของเขา“ถ้าเธอไม่บอกไม่อธิบายว่าให้พี่ช่วยใคร พี่ไม่ช่วยหรอกนะ” พี่คงคารั้งมือกลับ“เขาคือคนที่หนูรัก เขาคือทั้งชีวิตของหนู ถ้าเขาไม่รอดหนูคงอยู่ต่อไม่ได้ พี่ช่วยหนูได้ไหม ถ้าไม่สงสารหนูก็ถือซะว่าทำบุญ” ฉันมองลึ
สองเดือนต่อมา...“ประเทศไทยร้อนมากมัม” น้องวอร์มเริ่มบ่นถึงสภาพอากาศเมืองไทยตั้งแต่วันนั้นที่พี่คงคามาหาฉันที่รีสอร์ท สองวันต่อมาฉันก็เคลียร์งานและบินไปอยู่กับลูกเลย อยู่กระทั่งน้องวอร์มปิดเทอม ฉันจึงย้ายน้องวอร์มให้มาอยู่ด้วยกันที่นี่ซึ่งลูกฉันตื่นตาตื่นใจกับเมืองไทยมาก แต่ตอนนี้เริ่มบ่นถึงสภาพอากาศ“ค่อยๆปรับนะครับ เดี๋ยวก็ชิน” ฉันก็บอกลูกไปงั้นแหละ เพราะเอาจริงๆฉันก็ไม่ชินกับความร้อนของอากาศเช่นกัน“ไออยากกินกุ้ง” ลูกชายตัวน้อยบอกขณะที่เราทั้งสองกำลังนั่งอยู่บนรถของรีสอร์ท ซึ่งฉันโทรบอกให้พนักงานมารับ“โอเคครับ งั้นเย็นนี้กินกุ้งกันนะ” ฉันลูบที่ศีรษะของลูกชายอย่างเอ็นดู“I love Mom” ใบหน้าน้อยๆฉีกยิ้มมาที่ฉัน แววตาของเด็กคนนี้ช่างใสซื่อบริสุทธิ์เหลือเกินเอี๊ยดดดด โครม!ทุกอย่างมันเกิดขึ้นด้วยความเร็วและแรง ฉันรับรู้ได้ว่ามีรถฝั่งตรงข้ามพุ่งมาชนรถที่ฉันนั่งมาอย่างจัง“คุณไลลาเป็นอะไรไหมครับ” ลุงคนขับรีบถามไถ่ ทั้งๆที่เขาก็มีเลือดไหลออกจากศีรษะ“ไม่ค่ะ ลุงละคะ เป็นยังไงบ้าง” ฉันตอบพร้อมกับยื่นคำถาม“ผมไม่เป็นไรครับ คุณหนูล่ะครับคุณไลลา” ลุงคนขับร้องทักฉันจึงหันมองลูกชายในทันที“วอ
(‘เธอคือความสุขของฉันรู้ไหม ที่ผ่านมาฉันมีผู้หญิงรอบกายมากมายมาให้เลือก หัวใจฉันยังไม่รู้สึกอะไรเท่ากับเห็นรูปเธอจากโทรศัพท์มือถือที่บอดี้การ์ดส่งมาให้เลย ฉันรู้ได้ทันทีว่าเธอคือคนที่ใช่สำหรับฉัน แต่น่าเสียดายที่เราเจอกันในรูปแบบของเมียน้อง ทำให้ฉันจีบเธอไม่ได้ ขอบคุณนะที่อยู่ตรงนี้ อยู่ให้ฉันกอด ใ
“หึ!” เสียงแค่นหัวเราะดูถูกเหยียดหยามดังขึ้นเมื่อไอ้หน้าตี๋ลูกคนจีนมันเดินมาหยุดตรงหน้าฉัน“เธอมีอะไรดีนักนะ ไอ้ธอนมันถึงได้แสดงความโง่ออกมาขนาดนี้” ไอ้หน้าตี๋มันพูดและยืนมองหน้าฉันด้วยสายตาร้ายๆ“ถ้าวันนั้นฉันยิงเธอซะ เรื่องมันคงไม่วุ่นวายแบบนี้” ไอ้หน้าตี๋มันว่าขณะเชยปลายคางฉันขึ้นสบสายตากับมันถ
“ตอนนี้เธอสบายใจได้อย่างนึง” เสี่ยธอนมันพูดขึ้นเมื่อเห็นฉันลนลาน ฉันจึงเงยหน้าจากจอมือถือแล้วมองหน้ามัน“น้องชายเธอยังคงจะได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่พ่อแม่ของเธอก็อาจจะลำบากสักนิด” เสี่ยธอนมันพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ“แกจะทำอะไรพ่อแม่ฉัน” ฉันถามด้วยความโมโห“ฉันทำได้ทุกอย่าง ถ้าเกิดเธอยังดื้อ
“ตื่นนานแล้วเหรอ” อ้อมกอดที่ฉันไม่คุ้นกระชับกอดฉันไว้แนบแน่น ในขณะที่ฉันนอนมองเพดานสีอึมครึมนี้มาสองชั่วโมง กว่าฉันจะข่มตาให้หลับได้ก็ใช้เวลาอยู่สักพักใหญ่ๆ ก่อนนอนฉันใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ถูกพันธนาการไว้กอบกุมแหวนที่คอแล้วข่มตานอนด้วยความยากลำบากต้องมานอนให้ใครกอดก็ไม่รู้ ไหนจะกลิ่นตัวที่ฉันไม่ชิ







