Share

บทที่ 3

"นักเรียนเสิ่นเมี่ยว!" หวังเหว่ยส่งเสียงเรียกนักเรียนในปกครองของตนอีกครั้งอย่างสงสัยว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับลูกศิษย์ตัวน้อยของตนกัน เหตุใดเธอจึงดูเหมือนคนใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเช่นกัน

"หนูขอโทษค่ะ ครู" เสิ่นเมี่ยวเอ่ยเสียงเศร้าหล่อนแสร้งก้มหน้าลงทำตัวสั่นคล้ายหวาดกลัวกับอะไรบางสิ่ง

"เธอเป็นอะไร! ครูแค่ถามว่าเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเสิ่นหนานแค่นั้นเอง ยังไม่ได้ดุเธอเลย...แล้วทำไมเธอจะต้องตัวสั่นแบบนี้ด้วย" หวังเหว่ยขมวดคิ้วมองท่าทางหวาดกลัวเกินจริงของเด็กหญิงตรงหน้าอย่างพิจารณา

เสิ่นเมี่ยวเงยหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตากลมโตที่เพิ่งผ่านการร้องไห้มาหมาด ๆ เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาอีกครั้ง ปลายเสียงสั่นเครือเล็กน้อยราวกับกำลังรวบรวมความกล้าอย่างยากลำบาก

"ก็...ก็เรื่องนี้หากว่าย่าของหนูรู้" เธอเริ่มพูดแต่แล้วก็เหมือนมีบางอย่างจุกอยู่ที่คอทำให้พูดต่อไม่ออก ได้แต่ก้มหน้างุด มองปลายนิ้วเท้าตัวเองที่อยู่ในรองเท้าแตะคู่เก่าขยับไปมา

หวังเหว่ยถอนหายใจแผ่วเบา น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยถามต่ออย่างใจเย็น

"ย่าของเธอทำไม? ครูคิดว่าย่าของเธอน่าจะดีใจสิที่เห็นว่าหลานทำความดี" หวังเหว่ยเอ่ยตามความคิดตน

เสิ่นเมี่ยวอยากจะส่ายหน้าแรง ๆ แต่ทว่าเธอไม่อาจทำได้ดังนั้นจึงได้หลุบตามองพื้นรองเท้าแตะของตนต่อไป

ดีใจน่ะหรือ? หึ ถ้าเป็นเสิ่นหนานทำสิ ย่าคงป่าวประกาศไปทั่วหมู่บ้านแล้ว เธอคิดอย่างขมขื่นในใจ แต่สิ่งที่แสดงออกไปยังคงเป็นเด็กน้อยที่หวาดกลัว

"หนู...หนูไม่แน่ใจค่ะครู..." เสียงของเธอยังคงแผ่วเบา "บางที...ย่าอาจจะคิดว่าหนูทำเรื่องยุ่งยากให้ผู้ใหญ่..."

เธอกลั้นใจเงยหน้าขึ้นสบตาครูหวังอย่างแน่วแน่ แม้จะมีหยาดน้ำตาคลอหน่วยอยู่ก็ตาม ดวงตาคู่นั้นฉายแววของความมุ่งมั่นที่ขัดแย้งกับท่าทีหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด

"แต่...แต่หนูพูดความจริงนะคะ! หนูขอยืนยันอีกครั้ง ว่าหนูเป็นคนเจอห่อเงินนั่นจริง ๆ ในตอนนั้นหนูกลัวมาก ไม่รู้จะทำยังไง พอดีเจอคุณตำรวจเดินผ่านมาหนูก็เลยเอาไปส่งให้กับคุณตำรวจคนนั้น...เองกับมือเลยค่ะ!" น้ำเสียงของเธอหนักแน่นขึ้นในประโยคสุดท้าย ย้ำคำว่าเองกับมืออย่างชัดเจน

แววตาของครูหวังฉายแววประหลาดใจเล็กน้อยที่เด็กหญิงยืนยันแบบนี้ (บางทีเด็กคนนี้อาจจะอยากให้เขารู้ว่าเป็นเธอที่เก็บได้มั้ง) เจ้าตัวคิดก่อนปล่อยผ่าน

เสิ่นเมี่ยวเห็นครูหวังนิ่งไปจึงรีบพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือมากกว่าเดิม ซึ่งคราวนี้เป็นความสั่นเครือที่เกิดจากความหวังและความกลัวระคนกัน

"คุณครู...คุณครูเชื่อหนูใช่ไหมคะ? ถ้า...ถ้าอย่างนั้น คุณครูช่วยเป็นพยานให้หนูได้ไหมคะ?"

เธอกำชายเสื้อนักเรียนเก่าต่อจากญาติผู้พี่ของตัวเองแน่น มองครูหวังด้วยแววตาอ้อนวอน

"แล้วก็...ถ้าเป็นไปได้...คุณครูช่วยตามคุณตำรวจคนที่รับห่อเงินจากหนูเมื่อวาน...ให้เขามายืนยันได้ไหมคะว่าหนูเป็นคนเอาไปให้จริง ๆ ไม่ใช่พี่เสิ่นหนาน"

งานนี้คงต้องวัดใจครูหวังแล้วละ ถ้าครูยอมช่วยตามพยานคนสำคัญมา เรื่องทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น แต่ถ้าไม่...ฉันคงต้องหาวิธีอื่น แต่ยังไงฉันก็จะไม่ยอมให้ไอ้เสิ่นหนานนั้นได้ประโยชน์อย่างเด็ดขาด เธอคิดพลางจ้องมองปฏิกิริยาของครูประจำชั้น

หวังเหว่ยเลิกคิ้วสูงขึ้นอย่างประหลาดใจ ไม่ใช่แค่การยืนกรานแต่เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้กลับกล้าเสนอให้หาพยานบุคคลมายืนยันความจริง นี่ไม่ใช่เรื่องที่เด็กขี้กลัวหรือเด็กที่โกหกจะกล้าพูดออกมา

"เธอบอกครูได้ไหมว่าทำไมต้องพูดถึงเสิ่นหนาน จะว่าไปเขาก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้" หวังเหว่ยรู้สึกกังขาดังนั้นเจ้าตัวจึงได้เอ่ยถามออกมาทันที

"ครูคะ เอาไว้ครูทำตามที่หนูบอกครูก็จะรู้เองค่ะ เรื่องในบ้านบางครั้งหนูก็พูดมากไม่ได้ แต่หนูรับรองได้ว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้ครูก็จะเข้าใจทั้งหมดเอง" เสิ่นเมี่ยวตอบคำถามโดยไม่หลบเลี่ยงสายตาของครูที่กำลังมองเธอด้วยท่าทางเด็ดเดี่ยวผิดแผกจากทุกครั้ง

หวังเหว่ยถอนหายใจยาว มองเด็กหญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อน แต่กระนั้นเขาก็รับปากเพราะถึงอย่างไรเสิ่นเมี่ยวก็เป็นนักเรียนของตน

"เอาละ...ครูจะลองสอบถามไปทางสถานีตำรวจดูว่าใครเป็นคนเข้ารับแจ้งเรื่องนี้เมื่อวาน แล้วจะลองเชิญเขามาที่โรงเรียนเพื่อยืนยันเรื่องนี้อีกที"

รอยยิ้มกว้างอย่างแท้จริงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเสิ่นเมี่ยวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เธอฟื้นคืนสติขึ้นมา

"ขอบคุณค่ะครู!" เธอประสานมือค้อมตัวลงให้ครูตรงหน้าอย่างนอบน้อมซ้ำ ๆ ด้วยความดีใจอย่างปิดไม่มิด

"อืม ๆ กลับบ้านไปได้แล้วและอย่าลืมทำการบ้านด้วยล่ะ" หวังเหว่ยบอกแม้จะยังรู้สึกมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเล็กน้อยก็ตาม

"ค่ะ! ลาก่อนค่ะครูหวัง" เสิ่นเมี่ยวตอบรับเสียงใสก่อนจะวิ่งออกจากห้องพักครูไปด้วยหัวใจพองโต...ก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

หวังว่าแผนการของฉันจะสำเร็จไปด้วยดี เธอคิดอย่างร่าเริง พลางวิ่งไปตามโถงทางเดินและมุ่งไปทางประตูโรงเรียนด้วยหัวใจเปี่ยมสุขระคนคาดหวัง

ในระหว่างที่เธอกำลังวิ่งโดยไม่ได้มองใครอยู่นั้นเพราะใจของเธอกำลังจดจ่ออยู่กับการกลับบ้าน บ้านที่มีพ่อแม่และพี่ชายแม้ว่าบ้านหลังนั้นจะเปรียบดั่งรังงู ถ้ำหมาป่าก็ตาม

"น้องสาว!" เสียงเรียกนี้ทำให้เท้าของเสิ่นเมี่ยวชะงักงันอยู่กับที่ หัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นรัวด้วยความสุขและความหวัง กระตุกวูบอย่างรุนแรง

เสียงทุ้มนุ่มอันคุ้นเคยที่แฝงความอ่อนโยนนั้น... เสียงที่เธอคิดว่าจะไม่มีวันได้ยินอีกแล้วในชีวิตนี้... เสียงของพี่ชายที่เธอรักสุดหัวใจ

ราวกับต้องมนตร์สะกด ร่างเล็ก ๆ ของเธอแข็งค้างอยู่กับที่ ความร่าเริงก่อนหน้าจางหายไปทันที ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามาจนจุกอก ทั้งตกใจ ดีใจเหลือล้น และไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียกเพราะกลัวว่าทุกอย่างจะเป็นเพียงภาพลวงตา การกระทำของเธอคล้ายเนิ่นนานราวกับเวลาทั้งโลกหยุดหมุน ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างเมื่อเธอเห็นใครคนหนึ่งห่างออกไปไม่ไกลนัก

ใต้ร่มเงาของต้นแปะก๊วยใหญ่หน้าประตูโรงเรียน ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวซีดจางแต่สะอาดสะอ้านกับกางเกงขายาวสีดำกำลังยืนโดดเด่นอยู่ตรงนั้น

ใบหน้าหล่อเหลาที่ยังเจือเค้าความเยาว์วัยแต่แฝงแววสุขุมและอบอุ่นเกินตัวกำลังประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง...รอยยิ้มที่เหมือนแสงตะวันในวันที่มืดมนที่สุด รอยยิ้มที่เธอจดจำได้ทุกรายละเอียด...รอยยิ้มของเสิ่นหยวนพี่ชายบุญธรรมของเธอ

มือข้างหนึ่งของเขากำลังโบกให้เธออย่างที่ชอบทำ ดวงตาเรียวคมทอประกายอ่อนโยนและเอ็นดูอย่างเต็มเปี่ยม

"หยวนเกอ!" เสียงที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากเล็ก ๆ นั้นแทบจะไร้สุ้มเสียง มันสั่นเครือและแผ่วเบาราวกระซิบ กำแพงความอดทนและความเข้มแข็งที่เธอพยายามก่อขึ้นพังทลายลงในเสี้ยววินาที

หยาดน้ำใสเอ่อรื้นขึ้นมาในดวงตาอีกครั้ง บดบังภาพตรงหน้าจนพร่ามัว ไม่ใช่ความฝัน! หยวนเกอยังอยู่! เขายังมีชีวิต! เขายืนยิ้มรอเธออยู่ตรงนั้น

ความตื้นตันใจอย่างสุดซึ้ง ความโล่งอกอย่างมหาศาล พุ่งเข้ากระแทกหัวใจดวงน้อยอย่างรุนแรง ขาของเธอออกตัววิ่งสุดฝีเท้าพุ่งตรงไปยังร่างสูงโปร่งที่เปรียบเสมือนหลักยึดเพียงหนึ่งเดียวในความทรงจำอันแสนโหดร้ายหลังจากการลาจากของพ่อแม่

"พี่!"

เสียงตะโกนดังลั่นออกมาจากลำคอพร้อมกับน้ำตาที่ทะลักราวกับทำนบแตก ร่างเล็ก ๆ พุ่งเข้าปะทะอกของเสิ่นหยวนอย่างแรงจนเขาส่งเสียงร้อง "โอ๊ะ!" ออกมาและเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

สองแขนสั้น ๆ ของเสิ่นเมี่ยวโอบกอดรอบเอวสอบของพี่ชายไว้แน่นเท่าที่จะทำได้ พลางซบใบหน้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาและน้ำมูกลงบนเสื้อของเขาอย่างไม่คิดจะอายใคร เสียงสะอื้นไห้ดังระงมจนตัวสั่นโยน

เสิ่นหยวนตกใจกับท่าทีที่ไม่เคยเห็นมาก่อนของน้องสาว เขายืนนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนที่วงแขนแข็งแรงจะโอบกอดร่างของเธอที่สั่นเทานั้นเอาไว้แน่น ลูบแผ่นหลังบางอย่างอ่อนโยนและปลอบประโลม

"เมี่ยวเมี่ยว! ใจเย็น ๆ ก่อน เป็นอะไรไป? เกิดอะไรขึ้นหรือโดนใครรังแกรีบบอกพี่มา" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตกใจระคนเป็นห่วงอย่างแท้จริง

เสิ่นเมี่ยวไม่ได้ตอบ เธอทำเพียงแค่กอดเขาแน่นขึ้นไปอีก สูดดมกลิ่นกายอันคุ้นเคย กลิ่นแดดจาง ๆ ผสมกับกลิ่นสบู่ราคาถูกที่พี่ชายใช้เป็นประจำ...กลิ่นของความจริง กลิ่นของชีวิต กลิ่นที่ยืนยันว่าทุกอย่างยังไม่สายเกินไป

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เสื่นเมี่ยวย้อนเวลาเปลี่ยนชะตา   บทที่ 156

    ในตอนนี้แม้ว่าพวกเขาอาจจะยังไม่เข้าใจเรื่องความเป็นความตายอย่างถ่องแท้ แต่เรื่องราวของดวงดาวผู้พิทักษ์ก็ได้ปลูกฝังความรัก ความทรงจำ และความอบอุ่นไว้ในหัวใจดวงน้อยของทั้งสามคน...และสายใยของครอบครัวก็จะยังคงส่องสว่างนำทางพวกเขาต่อไป...ตราบนานเท่านาน... กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปอีกครั้ง จาก

  • เสื่นเมี่ยวย้อนเวลาเปลี่ยนชะตา   บทที่ 155

    หลายปีผ่านไปหลังจากนั้น...กาลเวลาได้ถักทอเรื่องราวบทใหม่ให้กับทุกคนในครอบครัวใหญ่ กิจการ "บ้านหลี่" เติบโตและมั่นคงอย่างถึงที่สุด หม่าหลี่หยวนได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะนักบริหารหนุ่มผู้เก่งกาจ ส่วนหลี่เมี่ยวและโจวยี่เหิงก็ได้สร้างชื่อเสียงในแวดวงวิชาการและวงการแพทย์ของตนเองจนเป็นที่ยอมรับในร

  • เสื่นเมี่ยวย้อนเวลาเปลี่ยนชะตา   บทที่ 154

    สองปีถัดมา หลังจากที่ทุกคนในครอบครัวทั้งตระกูลหลี่ ตระกูลเซี่ย และตระกูลหม่า ต่างก็เร่งรัดและส่งเสริมให้หม่าหลี่หยวนรีบแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที ในที่สุดวันนี้ที่ทุกคนในครอบครัวรอคอยก็มาถึง งานวิวาห์ระหว่างหม่าหลี่หยวน นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้สืบทอดกิจการของสองตระกูล และ หลินเยว่ พนักงาน

  • เสื่นเมี่ยวย้อนเวลาเปลี่ยนชะตา   บทที่ 153

    หลายปีแห่งการเติบโตและการทำงานอย่างหนักในเส้นทางของตนเองได้ผ่านพ้นไป...โจวยี่เหิงในตอนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแพทย์ประจำบ้านอีกต่อไปแล้ว แต่เขาได้กลายเป็นศัลยแพทย์สมองหนุ่มผู้มีชื่อเสียง และเป็นอาจารย์พิเศษที่ได้รับความเคารพอย่างสูงในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจียวทงเซี่ยงไฮ้ บุคลิก

  • เสื่นเมี่ยวย้อนเวลาเปลี่ยนชะตา   บทที่ 152

    ข่าวด่วนในเช้าวันหนึ่งของเมืองปักกิ่ง ข่าวนี้ได้สร้างความสะเทือนใจไปทั่วแวดวงวิชาการและเทคโนโลยี...ได้มีคนพบศพนักศึกษาสาวอัจฉริยะในอพาร์ตเมนต์ของเธอเอง ร่างของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด มีบาดแผลฉกรรจ์จากการถูกมีดแทงที่กลางหน้าอกอย่างเหี้ยมโหด จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่

  • เสื่นเมี่ยวย้อนเวลาเปลี่ยนชะตา   บทที่ 151

    คำกระซิบที่แผ่วเบาแต่ก้องกังวานอยู่ในหัวใจของหลี่เมี่ยวทำให้เธอตัวแข็งทื่อยิ่งกว่าเดิม ใบหน้างามแดงก่ำจนลามเลียไปถึงใบหู เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกล้าที่เต็มไปด้วยความรัก ความจริงจัง และการรอคอยอย่างเปี่ยมล้นคู่นั้น...น้ำตาแห่งความตื้นตันใจค่อย ๆ เอ่อคลอขึ้นมาอย่างสุดจะกลั้น เธอไม่ได้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status