ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก

ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-16
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
60บท
74views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ชีวิตเก่าสิ้นสุดดุจบุปผาร่วงหล่น วิญญาณนักวิทยาศาสตร์สาวจากศตวรรษที่ 21 จึงต้องเริ่มต้นใหม่ในโลกที่ไม่รู้จัก เธอจะยอมเป็นโคลนดินใช้ความรู้จากอนาคตค้ำจุนรากเหง้าแห่งครอบครัวใหม่ให้เติบโตงอกงามได้หรือไม่

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

ตอนที่ 1 บุปผาร่วงหล่น

เสียงประกาศสถานีต่อไปแว่วมาจากลำโพงที่ติดตั้งอยู่เหนือศีรษะ ปลุกให้หลินเวยละสายตาจากทิวทัศน์ทุ่งนาสีเขียวชอุ่มที่วิ่งผ่านอยู่นอกหน้าต่างรถไฟความเร็วสูง เธอยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูอีกสิบห้านาทีก็จะถึงจุดหมายปลายทาง

นี่เป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่เธออนุญาตให้ตัวเองว่างอย่างแท้จริงโดยที่ไม่มีภาพของกราฟข้อมูล สมการเคมี และภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนมากวนใจหลังจากที่โครงการวิจัยไกอา-7 ที่เธอเป็นหัวหน้าทีมนั้นประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ข้าวสาลีสายพันธุ์ใหม่ที่ทนทานต่อความแห้งแล้งกำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าการเกษตรในพื้นที่ทุรกันดาร ทุกคนเฉลิมฉลอง แต่สำหรับเธอผู้เป็นหัวเรือใหญ่ของมันกลับทิ้งไว้เพียงความเหนื่อยล้าที่กัดกินลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณ

ในตอนนั้นเธอเริ่มเบื่อเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าและแสงสี ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ ดังนั้นหลินเวยจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ผัดผ่อนมาเนิ่นนาน... นั่นก็คือการเดินทางกลับไปยังบ้านเก่าของคุณย่าผู้ล่วงลับ

บ้านไม้หลังเล็กในเมืองต่างจังหวัดที่เงียบสงบ สถานที่... ที่เวลาดูเหมือนจะเดินช้าลง และเป็นที่เดียวที่เธอรู้สึกว่าสามารถทิ้งตำแหน่ง ดร.หลินและกลับไปเป็นเพียงเวยเวยเด็กหญิงตัวน้อยของย่าได้อีกครั้ง

เมื่อรถแท็กซี่จากสถานีรถไฟจอดลงที่หน้าซอยคุ้นตาและขับจากไปทิ้งให้เธออยู่กับกระเป๋าเดินทางเพียงใบเดียว ความเงียบก็เข้าโอบล้อมรอบตัว เสียงจอแจของเมืองหลวงถูกแทนที่ด้วยเสียงหรีดหริ่งเรไรและเสียงลมที่พัดผ่านใบไม้

หลินเวยยืนสูดอากาศที่เจือด้วยกลิ่นดินและกลิ่นดอกไม้จางเข้าเต็มปอด ก่อนจะเดินลากกระเป๋าไปยังบ้านหลังท้ายสุด... สุดซอย บ้านที่รอคอยการกลับมาของเธออย่างเงียบงัน

กุญแจดอกเก่าในมือฝืดเล็กน้อยเมื่อไขเข้าไปในรูกุญแจที่ไม่ได้ใช้งานมานาน บานประตูไม้ส่งเสียงครืดคราดราวกับกำลังบ่นอุบในความเงียบว่าทำไมเธอถึงเพิ่งกลับมา

และวินาทีที่หลินเวยก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ก็ลอยมาปะทะจมูก... กลิ่นฝุ่นที่ผสมกับกลิ่นไม้การบูรและกลิ่นกระดาษเก่า มันคือกลิ่นของอดีต คือกลิ่นของความทรงจำ

เธอวางกระเป๋าลงและเริ่มลงมือสะสางอดีตอย่างไม่เร่งรีบ โดยเริ่มจากการปัดฝุ่นชั้นหนังสือ การเปิดดูอัลบั้มรูปถ่ายสมัยเก่า ทำให้ความเหนื่อยล้าจากหน้าที่การงานค่อย ๆ จางหายไป  ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ที่อบอุ่น

ขณะที่หลินเวยกำลังจัดเก็บข้าวของภายในห้องที่แม้จะมีการจ้างคนมาทำความสะอาดทุกสัปดาห์ แต่ฝุ่นละอองก็ยังคงจับให้เห็นอยู่ทั่วไปนั้นเอง...

สายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับหีบไม้การบูรใบเล็กซึ่งถูกเก็บซ่อนและลืมเลือนไว้ใต้เตียงนอนของย่า และเมื่อเธอเปิดออกก็พบกับสิ่งที่ไม่คาดคิด สิ่งนั้นคือพู่หยกชิ้นหนึ่งที่กำลังนอนสงบอยู่บนกองผ้าไหมเก่าเก็บ ราวกับรอคอยการค้นพบมาเนิ่นนาน

ซึ่งมันเป็นของตกทอดจากบรรพบุรุษที่ไม่มีใครในยุคของเธอเคยใส่ใจจะค้นหาที่มาอีกแล้ว หลินเวยได้หยิบมันขึ้นมาอย่างแผ่วเบา ตัวหยกแกะสลักอย่างเรียบง่ายเป็นรูปหน่อไม้อ่อนที่ม้วนตัวอย่างน่าเอ็นดู

แต่สีของเนื้อหยกกลับดูธรรมดาอย่างยิ่ง เนื้อของมันเป็นสีเขียวจางขุ่นมัวไร้ประกายราวกับหยกคุณภาพต่ำที่หาได้ดาษดื่นตามท้องตลาดทั่วไป

ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ เธอมองมันเป็นเพียงวัตถุโบราณชิ้นหนึ่งเท่านั้น อาจจะเป็นหยกเนไฟรต์ธรรมดา ๆ ที่มีตำหนิภายในเยอะจนแสงไม่อาจส่องผ่านได้

แต่ด้วยความรู้สึกผูกพันบางอย่างที่ยากจะอธิบาย เธอกลับกำมันไว้ในมือแน่น ขณะที่ใช้มืออีกข้างพยายามจะงัดฝากล่องไม้เก่า ๆ อีกใบที่อยู่ข้างกัน และนั่นคือจุดเปลี่ยนของทุกสิ่งแม้แต่ชีวิตของเธอด้วยอย่างไม่รู้ตัว

เมื่อเสี้ยนไม้ได้บาดเข้าที่ปลายนิ้วของเธอเข้าอย่างจัง ความเจ็บแปลบแล่นปราดขึ้นมาพร้อมกับหยดเลือดสีแดงสดที่ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ด้วยความตกใจเธอจึงสะบัดมือและเผลอกำพู่หยกแน่นขึ้น เลือดหยดนั้นจึงร่วงหล่นลงบนเนื้อหยกอย่างแม่นยำราวจับวาง

และในทันทีทันใดนั้นเอง ปาฏิหาริย์ที่เธอไม่เคยเชื่อมาก่อนในชีวิตนอกจากเรื่องของวิทยาศาสตร์... ก็ได้บังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา

หยกสีเขียวจางที่เคยขุ่นมัวพลันดูดซับหยดเลือดของเธอเข้าไปจนหมดสิ้นราวกับฟองน้ำที่กระหาย ในชั่วพริบตาแสงสีเขียวอ่อนจางก็สว่างวาบขึ้นจากภายในเนื้อหยก ขับไล่ความขุ่นมัวทั้งหมดออกไป

พู่หยกในมือของเธอแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตผ่องใส งดงามราวกับมีน้ำทิพย์แห่งวสันตฤดูหล่อเลี้ยงอยู่ภายใน เธอมองเห็นเส้นใยสีทองละเอียดราวกับเส้นเลือดวิ่งวนอยู่ในเนื้อหยกอย่างน่าอัศจรรย์ ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านจากฝ่ามือขึ้นไล้มาตามท่อนแขนอย่างอ่อนโยน

ยังไม่ทันที่สมองนักวิทยาศาสตร์ของเธอจะเริ่มวิเคราะห์ปรากฏการณ์ตรงหน้า ในห้วงมโนสำนึกของหลินเวยก็ปรากฏภาพของหน่อไม้อ่อนที่อยู่ใจกลางเนื้อหยกค่อย ๆ คลายตัวออกอย่างเนิบช้า เผยให้เห็นใบเลี้ยงขนาดเล็กคู่หนึ่ง พร้อมกับเสียงหัวเราะสดใสเหมือนกระดิ่งลมที่ดังก้องขึ้นในจิตวิญญาณของเธอ

‘ในที่สุดเราก็เจอกันแล้ว... นายท่านของข้า...’

สิ้นเสียงนั้น พลังงานมหาศาลก็พลันระเบิดออกจากพู่หยก แสงสีเขียวเจิดจ้าสาดส่องไปทั่วทั้งห้องจนทุกอย่างกลายเป็นสีขาวโพลน ร่างของหลินเวยชาวาบ ความรู้สึกเหมือนถูกดึงออกจากร่างกายอย่างรุนแรงคือสัมผัสสุดท้ายที่เธอรับรู้ ก่อนที่โลกทั้งใบของเธอจะหมุนคว้างและสลายไปพร้อมกับแสงสีเขียวอันไร้ที่สิ้นสุด...

และในตอนนี้เอง ชีวิตในฐานะนักวิทยาศาสตร์ของหลินเวยได้จบสิ้นลงแล้ว... ดุจบุปผาที่ร่วงหล่นจากกิ่งก้าน สู่การเดินทางครั้งใหม่ที่ไม่อาจหยั่งรู้...

ราชวงศ์ต้าเฉิง ปีรัชศกจิ่งไท่ที่สิบห้าที่ไม่มีอยู่จริงในหน้าประวัติศาสตร์ ซึ่งกำลังเป็นฤดูร้อน ภายในจวนตระกูลเสิ่น อำเภอซีซานเสียงจักจั่นกำลังร้องระงมก้องไปทั่วบริเวณ ไอร้อนลอยขึ้นมาจากพื้นหินจนภาพเบื้องหน้าดูบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย

ที่ริมสระบัวซึ่งบานสะพรั่งรับแสงตะวัน เด็กชายสามคนกำลังส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวอย่างสนุกสนานขณะใช้สวิงไล่ต้อนฝูงปลาหลีฮื้อ… ห่างออกไปเล็กน้อยใต้ร่มหลิวได้มีเด็กหญิงร่างเล็กผอมบางในชุดสีชมพูอ่อนกำลังนั่งกอดเข่ามองดูพี่ชายด้วยดวงตาที่เริ่มปรือลง

ก่อนที่ภาพตรงหน้าของนางจะหมุนคว้าง รวมถึงเสียงจักจั่นที่เคยดังหนวกหูกลับค่อย ๆ แผ่วลง ตุบ! ในเสี้ยวลมหายใจต่อมา ร่างเล็กนั้นก็ได้ร่วงผล็อยลงไปนอนกองกับพื้นหญ้าอย่าง ไร้สติ

“น้องเล็ก!” เสิ่นจวินหลี่ เด็กชายวัยหกขวบที่อยู่ใกล้ที่สุดร้องตะโกนเสียงหลง เขาทิ้งสวิงแล้วถลาเข้าไปหาน้องสาวเป็น คนแรก

ก่อนจะตามมาด้วยเสิ่นจวินโม่ พี่ชายคนรองวัยแปดปี เด็กชายย่อตัวลงอังจมูกน้องสาวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตะโกนบอกพี่ใหญ่ที่กำลังวิ่งหน้าตื่นมาทางนี้

“พี่ใหญ่ นางยังหายใจอยู่!” คำพูดของน้องชายคนที่สองหาได้ทำให้เสิ่นจวินสือพี่ชายคนโตวัยสิบปีรู้สึกเบาใจแต่อย่างใด

เด็กชายรีบช้อนตัวน้องสาวที่เบาหวิวขึ้นมาอุ้มแนบอกแล้วออกวิ่งทันที ความสนุกสนานเมื่อครู่สลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่ฉายชัดบนใบหน้าของเด็กน้อยทั้งสามคนที่กำลังเป็นห่วงน้องน้อยจับใจ

ภายในห้วงมโนสำนึกของหลินเวย หลังจากที่จิตวิญญาณของเธอราวกับถูกกระชากเข้ามาในร่างนี้ท่ามกลางความโกลาหลนั้นเอง ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอมากมายก็ได้หลั่งไหลเข้ามาปะปนกับเสียงกระซิบของภูตน้อย… ‘นายท่าน... บ้านใหม่...’

ยังไม่ทันที่หลินเวยจะได้ประมวลผลให้กระจ่างแจ้ง เสียงร้อนใจของใครคนหนึ่งก็ได้ดังเข้าหัวของเธอขึ้นเสียก่อน

“เวยเวย! เวยเวยของแม่!”

เสียงร้องไห้ด้วยความตกใจของหลิวซูซินดังขึ้นทันทีที่บุตรชายคนโตอุ้มร่างไร้สติของบุตรสาวเข้ามาในเรือน ก่อนที่นางจะรีบเข้ามารับร่างนั้นไปวางบนเตียงอย่างนุ่มนวล มือไม้สั่นด้วยความกลัว

ไม่นานนักทั้งนายอำเภอเสิ่นอี้หานผู้เป็นพ่อและหลินเยว่เอ๋อผู้เป็นย่าของเด็กทั้งสี่ก็ได้มารวมตัวกันที่ห้องนอนของเด็กหญิงด้วยความร้อนใจ ก่อนจะตามมาด้วยร่างของท่านหมอจาง ชายชราผมขาวที่บ่าวในเรือนแทบจะอุ้มเข้ามา

หมอชราตรวจชีพจรของผู้ที่ยังนอนสลบอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลูบเคราแล้วกล่าวกับทุกคนตามที่วินิจฉัยได้

“เป็นเพียงอาการเมาแดดบวกกับร่างกายที่คุณหนูเล็กอ่อนแอแต่กำเนิดเท่านั้นขอรับ ให้นางพักผ่อนมาก ๆ ดื่มยาบำรุงสักสองสามเทียบก็หายดีแล้ว” คำกล่าวของเขาได้ทำให้ทุกคนภายในบ้านถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าแท้จริงแล้วหลินเวยคนเดิมนั้นจิตวิญญาณของนางได้หลอมรวมอย่างสมบูรณ์แล้วกับหลินเวยผู้มาจากอนาคต

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
60
ตอนที่ 2 รากเหง้าใหม่
เมื่อคนในครอบครัวรู้ว่าเด็กหญิงปลอดภัย ผู้เป็นแม่ก็อาสาอยู่ดูแลบุตรสาวด้วยตัวเองร่วมกับบ่าวรับใช้ตัวน้อยซึ่งเป็นเด็กในหมู่บ้านนามเสี่ยวชิง เด็กคนนี้มีอายุราวแปดปี รูปร่างผอมบางแต่มีดวงตาที่สดใสและขยันขันแข็งนางเป็นบุตรสาวของชาวนาที่ครอบครัวเสิ่นเคยให้ความช่วยเหลือ ดังนั้นด้วยความที่ครอบครัวนี้อยากตอบแทนพวกเขาจึงได้ส่งลูกสาวเพียงคนเดียวท่ามกลางลูกชายห้าคนมาทำงานในจวน...เพื่อแบ่งเบาภาระทางบ้านและคอยเป็นเพื่อนเล่นให้คุณหนูเล็กภายในห้องนอนที่เงียบสงบ บัดนี้เหลือเพียงหลิวซูซินที่นั่งอยู่ข้างเตียงของบุตรสาว และเสี่ยวชิงที่ยืนรอรับใช้อยู่ไม่ห่างแสงแดดยามบ่ายเริ่มอ่อนแรงลง ทิ้งไว้เพียงเงาทอดยาวที่เคลื่อนคล้อยไปอย่างเชื่องช้า มีเพียงเสียงพัดในมือของหญิงสาวผู้เป็นแม่ของร่างเล็กบนเตียงที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอเพื่อขับไล่ความร้อนอบอ้าวให้แก่เด็กหญิงที่ยังคงหลับใหลหลิวซูซินมองใบหน้าที่ซีดเซียวของบุตรสาวแล้วถอนหายใจอย่างแผ่วเบา นางใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นที่เสี่ยวชิงนำมาเปลี่ยนให้เป็นระยะเช็ดซับตามกรอบหน้าและลำคอของหลิวเวยอย่างอ่อนโยน ความรักและความห่วงใยฉายชัดอยู่ในทุกการกระทำ“เสี่ยวชิง เจ้าไปพักก่อนเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-05
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 3 ความจริงอันน่าตื่นตะลึง
หลังจากมื้อเช้าอันแสนอบอุ่นที่ทุกคนได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันผ่านพ้นไป บรรยากาศในจวนตระกูลเสิ่นก็กลับเข้าสู่กิจวัตรประจำวัน เหล่าบุรุษของบ้านต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน เหลือเพียงเหล่าสตรีและเด็กเล็ก ๆ เพียงเท่านั้นเสิ่นหลิวเวยที่กำลังนั่งเอามือเท้าคาง... หน้าประตูห้องโถงของเรือนกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง เด็กหญิงยังคงพยายามประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทั้งการทะลุมิติ ใบหน้าของท่านย่าที่เหมือนกับคุณย่าในชาติก่อน และที่สำคัญที่สุด... นั่นก็คือเสียงปริศนาที่ดังก้องขึ้นในหัวก่อนที่สติของเธอจะดับวูบลงท่ามกลางความเงียบสงบของจวนแห่งนี้ที่มีบ่าวไพร่เพียงน้อยนิด หลินเวยได้ตัดสินใจลุกขึ้นเดินออกจากเรือนไปนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นหลิวใหญ่ในสวน ปล่อยให้เสี่ยวชิงยืนรออยู่ห่าง ๆซึ่งเมื่อเธอคิดว่าไม่น่าจะมีใครมาสนใจตัวเองแล้ว หลิวเวยก็ปล่อยให้ตัวเองนั่งนิ่งเพื่อทบทวนเรื่องราวที่เกิดกับตน(เสียงที่เราได้ยินมันคืออะไรกันแน่... หรือเราจะแค่ประสาทหลอนไปเอง? ไม่ลองไม่รู้สินะ) จบความคิดนี้ของตน วิญญาณของเธอก็ลองทำในสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทำอยู่เสมอเมื่อเผชิญกับสิ่งที่ไม่รู้... นั่นค
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-05
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 4 สำรวจรอบจวน
‘ตกลง...ข้าจะลองดู’หลังกล่าวจบเสิ่นหลิวเวยจึงได้ลืมตาขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง นางยังคงนั่งอยู่บนม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นหลิวเช่นเดิม ทุกอย่างรอบตัวยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงร่างเล็ก ๆ ของนางสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเพ่งสมาธิไปที่พื้นที่ว่างเปล่าข้างกาย พร้อมกับนึกในใจว่า ‘ชุนหยา...ออกมาสิ’ทันใดนั้นเอง ประกายแสงสีเขียวอ่อน ๆ ก็ได้รวมตัวกันกลางอากาศ ก่อนจะก่อตัวขึ้นเป็นร่างของภูตน้อยชุนหยาที่นางเพิ่งเห็นในมโนสำนึกไม่ผิดเพี้ยน!ร่างของภูตน้อยโปร่งแสงเล็กน้อย แต่ก็ชัดเจนพอที่จะมองเห็นชุดใบไผ่และศีรษะรูปหน่อไม้ที่น่ารักน่าเอ็นดูของนาง‘ข้าตื่นเต้นมากเลยนายท่าน... ข้าอยู่ในพู่หยกมานานมากไม่เคยได้ออกมาด้านนอกเลย’ ภูตน้อยพูดพลางบินวนรอบตัวของหลิวเวยอย่างร่าเริง พร้อมกันนั้นเสียงเล็กใสของนางก็ดังขึ้นในหัวของเด็กหญิงโดยตรงหลิวเวยมองซ้ายมองขวาอย่างรวดเร็ว เสี่ยวชิงยังคงยืนรออยู่ห่าง ๆ และดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นความผิดปกติใด ๆ เลย‘ไม่มีใครเห็นเจ้าจริง ๆ สินะ’ หลิวเวยเอ่ยขึ้นเพื่อความมั่นใจ‘แน่นอนเจ้าค่ะ! มีแค่นายท่านคนเดียวเท่านั้น!’เมื่อมีเพื่อนคู่คิด... เอ่อ... ภูตคู่ใจปรากฏตัวอยู่เคียงข้าง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-05
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 5 ภารกิจพิทักษ์ปากท้อง
หลิวเวยไม่รอช้า นางคิดว่าหากจะทำให้พวกเขาเห็นก็จะต้องเริ่มจากการให้มีของกินมายืนยันเสียก่อน ดังนั้นนางจึงได้เอ่ยเรียกพี่ชายทั้งสองพร้อมกับทำท่าทางเป็นมีลับลมคมใน“พี่สี่ พี่ห้า” นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังและลึกลับ “เมื่อสักครู่ข้าสัมผัสได้ว่าในจวนของเรานั้นมีเถามันเทศป่าอยู่ติดกับริมกำแพงจวนตรงนั้นเจ้าค่ะ และยังมีพุทรามากมายข้างเรือนเก็บฟืนทางทิศใต้ด้วย พวกเราไปเก็บมากินดีหรือไม่” เด็กแฝดทั้งสองต่างจ้องมองนางเป็นตาเดียว และเมื่อพูดถึงของกินจู่ ๆ เสียงโครก... ก็ดังออกมาจากท้องเล็ก ๆ ของเสิ่นจื้อคังและเสียงที่ดังขึ้นมาอย่างไม่คาดคิดนี้ก็ได้ทำลายความเงียบและความลึกลับของสถานการณ์ลงทันที... เสิ่นจื้อคังผู้เป็นเจ้าของเสียงถึงกับหน้าแดงก่ำ เขารีบยกมือขึ้นกุมท้องของตัวเองด้วยความอับอาย ส่วนเสิ่นจื้ออันผู้เป็นพี่ชายฝาแฝดก็พยายามกลั้นหัวเราะจนตัวสั่นรวมถึงเสี่ยวชิงด้วย“พี่ห้าหิวหรือเจ้าคะ?” หลิวเวยถามด้วยรอยยิ้มเอ็นดู แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้“ขะ... ข้าเปล่าเสียหน่อย!” เสิ่นจื้อคังเถียงเสียงอ่อย แต่ท้องของเขากลับส่งเสียงประท้วงดังขึ้นอีกครั้งเป็นการยืนยันจื้ออันเลิกกลั้นหัวเราะแล้วห
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-05
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 6 ท่านเทพเมตตาแล้ว
ในเวลาเดียวกันนี้เองเด็กทั้งสี่คนกำลังช่วยกันขุดมันเทศป่าอย่างสนุกสนานจนลืมเวลา เสื้อผ้าของพวกเขาล้วนเปรอะเปื้อนดินโคลนไปตาม ๆ กัน โดยที่ทางด้านเรือนใหญ่บรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไปเพราะเต็มไปด้วยความกังวลซึ่งพวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าบัดนี้ผู้ใหญ่ทั้งสามต่างพากันร้อนใจที่พวกเขาหายเงียบไปหลายชั่วยามอย่างผิดสังเกตและหลังจากที่ผู้ใหญ่ทั้งสี่รวมถึงบ่าวดูแลหญิงชราเดินออกมาจากห้องโถงหลัก“มีใครอยู่แถวนี้บ้าง” จางชุนฮวาตะโกนเรียกเสียงดัง และเมื่อพวกเขารออยู่ไม่นานก็เห็นบ่าวชายที่กำลังตัดฟืนอยู่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา “อาเต๋อ เจ้าเห็นหลาน ๆ ของข้าบ้างหรือไม่”อาเต๋อเด็กหนุ่มผู้น่าสงสารที่หูไม่ได้หนวกแต่พูดไม่ได้พยักหน้ารับพร้อมกับชี้นิ้วหยาบ ๆ ของเขาไปทางกำแพงจวน“พวกเขาอยู่ริมกำแพงจวนเช่นนั้นรึ” หญิงชราทวนอาเต๋อรีบผงกหัวรับรัว ๆ เมื่อได้รับคำยืนยันผู้ใหญ่ทั้งสี่รวมถึงหญิงวัยกลางคนที่เป็นคนดูแลหลินเยว่เอ๋อก็พากันเดินมาตามทิศทางที่อาเต๋อบอกส่วนพวกเด็กน้อยกองทัพพิทักษ์ปากทอง หลังจากที่ขุดมันเทศป่าจนได้กองโตพอสมควร หลิวเวยก็ประกาศยุติการขุดชั่วคราว
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-06
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 7 ว่าด้วยเรื่องของพืชพิษ
เมื่อหลิวเวยเห็นว่าท่านย่าเชื่อมั่นในตัวนางและถึงแม้ว่าผู้ใหญ่อีกสองคนจะยังคงตกตะลึงอยู่แต่ก็ไม่ได้คัดค้านอย่างแข็งขันอีก เสิ่นหลิวเวยก็ไม่รอช้าเพราะนี่คือโอกาสทองที่จะตอกย้ำความน่าเชื่อถือของท่านเทพเซินหนงให้ยิ่งฝังรากลึกมากขึ้นนางไม่รอให้บรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้คงอยู่นาน เด็กหญิงจึงหันกลับไปยังดงพืชที่ทุกคนหวาดกลัวด้วยแววตาเป็นประกาย ก่อนจะประกาศด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงและมั่นใจ“ถ้าเช่นนั้นในเมื่อพวกเราอยู่ที่นี่กันแล้ว ท่านย่า ท่านแม่ ท่านอาสะใภ้รอง ทุกคนก็มาช่วยเวยเวยเก็บพืชทองคำใต้ดินกันเถอะเจ้าค่ะ! ท่านเทพเซินหนงบอกว่ายิ่งเก็บเร็วเท่าไหร่ พลังวิเศษในดินก็จะยิ่งช่วยให้มันงอกงามขึ้นมาใหม่เร็วเท่านั้น!”คำชักชวนที่ดูไร้เดียงสาแต่ก็แฝงไปด้วยความเร่งด่วนนั้น ทำให้เหล่าผู้ใหญ่หันไปมองหน้ากันอีกครั้ง “เวยเวย... แต่... แต่มันมีพิษนะลูก” หลิวซูซินยังคงอดที่จะท้วงติงด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ท่านแม่ไม่เชื่อใจเวยเวยหรือเจ้าคะ?” เจ้าตัวเล็กทำแก้มป่องเล็กน้อย ก่อนจะอธิบายอย่างฉะฉานตามที่ได้เตรียมการไว้ “ท่านเทพเซินหนงสอนไว้ชัดเจนแล้วเจ้าค่ะ ว่าพิษของมันอยู่ที่ไหน”
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-06
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 8 อิ่มท้องและอร่อย
สิ้นคำกล่าวของจางชุนฮวา ทั้งบ่าวไพร่และเจ้านายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างก็พากันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว โดยมีเสิ่นหลิวเวยยืนกอดอกเล็ก ๆ ของตนคอยแนะนำอยู่ไม่ไกลราวกับว่านางเป็นผู้บัญชากองทัพอย่างไรอย่างนั้น“ท่านแม่เจ้าขา มันฝรั่งพวกนี้ต้องล้างดินออกให้เกลี้ยงเลยนะเจ้าคะ” เด็กหญิงกำชับเสียงใส “ถ้าเห็นเปลือกเขียว ๆ หรือมีหน่องอกต้องคัดทิ้งทันที เพราะตรงนั้นท่านเทพเซินหนงบอกว่ามีพิษ”หลิวซูซินพยักหน้ารับพลางหันไปสั่งบ่าวไพร่ข้างกายและมีจางชุนฮวาคอยช่วยกำกับอีกแรง คราวนี้ทั้งสองแม้จะหวาดกลัวทว่าเมื่อเห็นความมั่นใจของบุตรีและหลานสาว คนทั้งคู่ก็คล้ายรู้สึกวางใจของตนลงได้ทั้งหมด อีกทั้งหัวมันตรงหน้านี้หากสามารถนำมาเป็นอาหารได้ย่อมจะทำให้พวกเขาไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องอีกต่อไปส่วนบรรดาพี่ชายที่เพิ่งกลับจากสำนักศึกษาก็รีบเข้ามาช่วยงานทันทีอย่างไม่เกี่ยงงอน... เสิ่นจวินสือม้วนแขนเสื้อขึ้น ลากถังน้ำมาเติม “ข้าแบกน้ำมาเพิ่มให้เอง พวกเจ้าจะได้ล้างสะดวก”เด็กชายผู้เป็นพี่ชายคนโตของน้อง ๆ กล่าว ส่วนเสิ่นจวินโม่ผู้มีความช่างสังเกตมากกว่าใครเพื่อนก็ก้าวเท้าเข้ามาช่วยตรวจสอบมัน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-06
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 9 ความลับของน้ำหวานอมฤต
หลังจากมื้ออาหารที่ทั้งอร่อยและอิ่มท้องอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน บรรยากาศภายในจวนตระกูลเสิ่นก็อบอวลไปด้วยความสุขและความหวัง แต่เมื่อทุกคนย้ายเข้ามาในห้องโถงใหญ่ตามคำสั่งของชายชราผู้เป็นประมุขของจวนบรรยากาศที่เคยคึกคักก็ค่อย ๆ สงบลง กลายเป็นความคาดหวังอย่างจริงจังถึงเรื่องบางอย่าง เสิ่นเจิ้งเต๋อได้สั่งให้บ่าวรับใช้ทุกคนรวมถึงเสี่ยวชิงและฮุ่ยจูออกไปรอข้างนอกก่อน โดยให้เหตุผลว่านี่คือการประชุมเรื่องสำคัญภายในครอบครัวเมื่อประตูห้องโถงถูกปิดลงเหลือเพียงสมาชิกของครอบครัว ทุกสายตาก็จับจ้องไปยังเด็กหญิงตัวน้อยที่นั่งอยู่บนตักของหญิงชราอย่างพร้อมเพรียงเสิ่นเจิ้งเต๋อเป็นผู้ทำลายความเงียบขึ้นก่อน เขามองหลานสาวด้วยสายตาที่อ่อนโยนแต่ก็แฝงไว้ด้วยความจริงจัง “เวยเวย ย่าของเจ้าบอกปู่ว่าเจ้ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพของพวกเราจะบอก... เรื่องน้ำหวานอมฤตที่ท่านเทพเซินหนงมอบให้มันคือสิ่งใดเช่นนั้นรึ”หลิวเวยพยักหน้าด้วยท่าทางสุขุมเกินวัย... ก่อนที่นางจะเล่าเรื่องราวที่เตรียมการไว้ในใจอย่างฉะฉาน “เจ้าค่ะท่านปู่... ตอนที่เวยเวยสลบไป ท่านเทพเซินหนงสงสารที่เห็นร่างกายของข้าอ่อน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-06
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 10 ผืนดินมีปากด้วยหรือ?
คำตอบที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของชุนหยาไม่ได้ทำให้เสิ่นหลิวเวยใจชื้นขึ้นเลยแม้แต่น้อยเนื่องจากนางกังวลถึงสิ่งตรงหน้ามากกว่า แต่ดูเหมือนว่าความกังวลของนางจะเสียเปล่า“สวรรค์...นี่...นี่มัน...” จางชุนฮวาถึงกับพูดไม่ออก นางเดินเข้าไปใกล้กองมันฝรั่งอย่างไม่เชื่อสายตาแต่ผู้ที่ได้สติกลับคืนมาเป็นคนแรกคือเสิ่นอี้หาน! ในฐานะผู้ปกครองเมืองที่กำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ขาดแคลนอาหาร ความตกตะลึงของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวในทันที ปาฏิหาริย์กองโตขนาดนี้หากถูกพบเห็นโดยคนนอก อาจนำมาซึ่งหายนะมากกว่าพรจากสวรรค์!“ทุกคน! อย่ามัวยืนนิ่ง!” เขาตวาดเสียงดัง ปลุกให้ทุกคนตื่นจากภวังค์ “รีบหาตะกร้า กระสอบ ทุกอย่างที่ใส่ของได้ มาขนย้ายมันเข้าไปในห้องเก็บของท้ายจวนเร็วเข้า! ก่อนที่ฟ้าจะสว่างเต็มที่แล้วมีคนมาเห็น!”คำสั่งนั้นทำให้ทุกคนเคลื่อนไหวทันที บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความตกตะลึงกลายเป็นความวุ่นวายแต่ก็เป็นระเบียบ ทุกคนในตระกูลเสิ่นไม่เว้นแม้แต่ชายชราและหญิงชราที่บัดนี้แข็งแรงขึ้นมากจากน้ำพุวิเศษต่างก็ลงมือช่วยกันอย่างขยันขันแข็งเสิ่นจวินสือกับเสิ่นจวินโม่ช่วยกันยกกระ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-06
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status