Partager

บทที่ 5

เสิ่นหานยืนตัวแข็งอยู่กลางลานบ้าน ดวงตาเต็มไปด้วยความลังเลและเจ็บปวด

"พ่อคะ" เสิ่นเมี่ยวแม้ว่าจะเห็นใจพ่อของตนแต่เธอคิดว่าเจ็บสั้นดีกว่าเจ็บยาว ดังนั้นเธอจะต้องทำเรื่องนี้ให้จบลงอย่างเด็ดขาดในวันนี้

"พวกเราไม่ต้องการบ้านที่เต็มไปด้วยการเอาเปรียบอีกต่อไปแล้ว พ่อมีหนู มีพี่หยวน มีแม่ พวกเราอยู่ด้วยกันได้ไม่ต้องพึ่งพาใคร!" เสียงใสกังวานหนักแน่นเกินวัยแทรกผ่านบรรยากาศอึดอัดกดดันในลานบ้าน

เสิ่นหยวนที่ยืนอยู่ข้างน้องสาวกำมือแน่น แววตาเต็มไปด้วยความภูมิใจระคนสะเทือนใจคราวเดียวกัน เสิ่นหานตาแดงเรื่อสองมือกำแน่นจนสั่น เขามองลูกสาวตัวน้อยที่ยืนหยัดแทนตัวเองทั้งที่เธอควรได้รับการปกป้องมากกว่า แต่เธอกลับยืนหยัดขึ้นมาปกป้องเขาแทน

นางจางหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจนตัวสั่นหลังได้ยินคำพูดของหลานสาวที่หล่อนมองว่าเป็นตัวขาดทุน ฟางหลานเม้มปากแน่น เสิ่นฉีกำลังอ้าปากจะเอ่ยอะไรบางอย่างแต่ชาวบ้านที่มุงดูอยู่เริ่มมีเสียงฮือฮาตามมา

"เด็กตัวเท่านี้ยังรู้จักพูด รู้เรื่องกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียอีก..."

"จริงด้วย ทำแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ คนเป็นพ่อแม่แท้ ๆ ยังกล้าบังคับกันขนาดนี้"

เสียงซุบซิบที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้สีหน้าของจางหลิน เสิ่นฉี และฟางหลานเริ่มแย่ลง เสิ่นเมี่ยวไม่สนใจเธอก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวหนึ่ง แล้วแบมือเล็ก ๆ ออกไปตรงหน้าของฟางหลาน

"ห้าร้อยหยวน ถ้าไม่มีเงินก็ไม่ต้องพูด!" เธอประกาศก้องอย่างท้าทาย ครั้งนี้ทั้งย่าและเสิ่นฉีต่างหันไปมองหน้ากันอย่างขุ่นเคืองโดยไม่เก็บอาการ

แม้จะโกรธจนควันแทบออกหูแต่พวกเขาก็รู้ดีว่าหากปล่อยให้เรื่องนี้บานปลายต่อหน้าชาวบ้านชื่อเสียงที่หวงแหนมานานจะต้องเสียหายย่อยยับอย่างแน่นอน ฟางหลานกัดฟันกรอด

"แม่คะ จ่ายสิคะ" เธอหันไปพูดกับแม่สามี

"แกจะบ้าเหรอ ฉันจะเอาเงินมาจากไหน" จางหลินตวาดแหวทันทีอย่างไม่พอใจก่อนที่หล่อนจะลงไปนั่งที่พื้นพลางทุบขาตัวเองเอ่ยตัดพ้อต่อสวรรค์

"ลูกอกตัญญู หมาป่าตาขาว" หล่อนเริ่มโวยวาย "ตอนนี้ครอบครัวแกก็ยังมีอาซือทำงานอยู่แต่ครอบครัวพี่ชายกำลังจะอดตายแกยัง..แกยังจะเอาเงินอีก" นางจางบีบน้ำตารำพึงรำพันน้ำหูน้ำตาไหลพราก

แต่แววตากลับฉายแววแข็งกร้าวและชำเลืองดูท่าทางของบุตรชายคนเล็กอย่างคำนวณเอาไว้แล้วว่าเขาจะต้องใจอ่อนเหมือนทุกครั้งอย่างแน่นอน

ชาวบ้านบางคนที่ใจอ่อนหรือยังยึดติดกับธรรมเนียมเก่า เริ่มมีสีหน้าลังเลเห็นใจหญิงชราที่นั่งฟูมฟายอยู่กับพื้น แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นและพอจะรู้นิสัยของคนบ้านนี้อยู่บ้างเริ่มส่ายหน้าอย่างระอา เสียงซุบซิบดังขึ้นอีกครั้งแต่คราวนี้แฝงแววสมเพชในการกระทำของจางหลินมากกว่า

"โธ่เอ๊ย...เล่นละครเก่งเหมือนงิ้วเลยนะ" "ใช่ ๆ พอเถียงสู้ไม่ได้ก็ลงไปนั่งร้องไห้เรียกคะแนนสงสาร" "น่าสงสารอาหานนะ มีแม่กับพี่ชายแบบนี้"

เสิ่นหานยืนหน้าซีดเผือดมือไม้สั่น เขามองแม่ที่นั่งอยู่บนพื้นแล้วก็รู้สึกปวดใจ แต่พอได้ยินคำพูดกล่าวหาว่าอกตัญญูทั้งที่ตนช่วยเหลือครอบครัวพี่ชายมาตลอด ความน้อยใจและความโกรธก็ตีตื้นขึ้นมา เขากำลังจะอ้าปากพูดแต่เสียงใส ๆ ที่หนักแน่นของลูกสาวตัวน้อยก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน

"ย่าคะ ลุกขึ้นเถอะค่ะ พื้นมันเย็นเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้นะคะ ชาวบ้านเขามองกันเต็มไปหมดแล้ว อายเขาค่ะ ย่าไม่อายเหรอ"

น้ำเสียงของเสิ่นเมี่ยวเรียบเฉย ไม่ได้แสดงความเห็นใจแต่ก็ไม่ถึงกับแข็งกระด้าง เป็นน้ำเสียงของผู้ใหญ่ที่กำลังเตือนสติเด็กน้อย ทำให้จางหลินที่กำลังฟูมฟายถึงกับชะงักไปเล็กน้อย มองหลานสาวด้วยความคาดไม่ถึง

เสิ่นเมี่ยวไม่รอให้ย่าได้ตั้งตัว เธอกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงชัดเจน "จริงอยู่ที่ตอนนี้ครอบครัวลุงเสิ่นฉีลำบากเพราะโรงงานปิดตัว แต่การจะมาบังคับให้พ่อหนูสละตำแหน่งงานที่ทำมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเอง มันใช่ทางแก้ปัญหาที่ถูกต้องหรือคะ?"

เธอหันไปมองทางลุงกับป้าสะใภ้ "แล้วที่ผ่านมาหลายปี ครอบครัวเราส่งข้าวส่งเกลือให้ครอบครัวลุงไม่เคยขาด มีปัญหาอะไรพ่อกับแม่ก็คอยช่วยเหลือตลอด ลุงกับป้า...แล้วก็ย่า ลืมไปหมดแล้วหรือคะ?"

คำพูดนั้นแทงใจดำของทั้งเสิ่นฉีและฟางหลาน พวกเขาหน้าเสียไปเล็กน้อยแต่ยังคงเชิดหน้าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เสิ่นเมี่ยว หันกลับมามองย่าที่ยังคงนั่งเงียบทว่าดวงตาแข็งกร้าวเช่นเดิมอย่างคนไม่ยอมรับความจริง

"ส่วนเงินห้าร้อยหยวนที่หนูพูดถึง...ย่าคะ นั่นไม่ใช่ว่าหนูเห็นแก่เงิน หรือจะมาซ้ำเติมคนล้ม แต่เงินจำนวนนั้นคือเงินที่ครอบครัวลุงติดค้างบ้านเรามานานแล้ว ทั้งค่าหยูกค่ายา ค่าใช้จ่ายจิปาถะที่พ่อกับแม่ต้องออกให้ก่อนอยู่เสมอ ไหนจะเงินที่ย่าหยิบยืมไปครั้งแล้วครั้งเล่าอีก"

เธอเว้นจังหวะให้ชาวบ้านได้ยินกันอย่างชัดเจน "ถ้าวันนี้ย่ากับลุงต้องการจะให้พ่อหนูสละตำแหน่งงาน ดังนั้นเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ย่ากับครอบครัวของลุงใหญ่ก็สมควรต้องจัดการหนี้สินเก่าที่ติดค้างกันมานานให้หมดสิ้นเสียก่อน ไม่ใช่หรือคะ? มันถึงจะยุติธรรม"

คราวนี้เสียงฮือฮาจากชาวบ้านดังยิ่งกว่าเดิม หลายคนพยักหน้าเห็นด้วยกับเหตุผลของเด็กหญิงตัวน้อย

"เออ เรื่องนี้ถูกต้อง เป็นหนี้ก็ต้องใช้คืนสิ" "นั่นน่ะสิ ไม่ใช่จะมาเอาแต่ได้อย่างเดียว" "ที่แท้ก็ติดหนี้เขาไว้เยอะนี่เอง แต่ทำไมยังถึงได้กล้ามาบังคับเอาตำแหน่งงานเขาอีก...นี่มันจะไม่หน้าหนาเกินไปหน่อยหรอกหรือ" เสียงของชาวบ้านเริ่มเข้าข้างไปทางเสิ่นหาน

จางหลินหน้าซีดสลับเขียวด้วยความโกรธและอับอาย นางอยากจะกรีดร้องด่าทอหลานสาวที่ไม่รู้ว่าวันนี้ไปกินยาผิดสำแดงอะไร จากคนเงียบแม้แต่เสียงดังหน่อยก็หวาดกลัวทว่าในวันนี้เหตุใดมันถึงได้พูดเอาพูดเอา

แต่เมื่อหล่อนเห็นสายตาของชาวบ้านที่มองมาอย่างกดดันและไม่เห็นด้วย นางจางก็รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้ทางตัวเองหาใช่จะได้เปรียบอีกทั้งหากหล่อนยังดึงดันต่อไปมีแต่จะเสียกับเสีย

นางจางจึงได้แต่จ้องมองเสิ่นเมี่ยวเขม็ง ดวงตาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น...นังเด็กเปรตนี่ มันร้ายกาจเกินเด็กจริง ๆ!

ท่ามกลางของความอึกทึกโกลาหลเซี่ยอวิ๋นซือที่เพิ่งกลับมาถึงพลันรู้สึกเกิดความประหลาดใจที่เห็นชาวบ้านจำนวนมากอยู่ล้อมรอบหน้าประตูบ้าน

"นั่นแม่ของเมี่ยวเมี่ยวกลับมาแล้ว" ใครบางคนที่อยู่ในกลุ่มพูดพลางชี้นิ้วมาทางเธอ

เซี่ยอวิ๋นซือใจหายวาบ เร่งฝีเท้าสาวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้น หัวใจเต้นแรงด้วยความสังหรณ์ใจไม่ดี เกิดเรื่องอะไรขึ้นที่บ้าน? แล้วภาพที่เห็นเมื่อแหวกกลุ่มคนเข้าไปได้ก็ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ

แม่สามี กำลังนั่งแผละอยู่กับพื้นดินกลางลานบ้าน ใบหน้าเปรอะเปื้อนน้ำตาแต่ดวงตาแข็งกร้าว สามีของเธอ ยืนหน้าซีดเผือดมือสั่นอยู่ไม่ไกล ลูกสาวตัวน้อยกับลูกชายบุญธรรมยืนเคียงข้างพ่อด้วยท่าทีปกป้อง ส่วนพี่ชายสามีกับภรรยาก็ยืนหน้าตึงอยู่ใกล้ ๆ บรรยากาศตึงเครียด

"นี่มัน...เกิดเรื่องอะไรขึ้นคะ?" เซี่ยอวิ๋นซือเอ่ยถามเสียงสั่นเล็กน้อย ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหายไปสิ้นเมื่อถูกแทนที่ด้วยความกังวล

ยังไม่ทันที่คนในครอบครัวจะได้ตอบ ป้าหวังเพื่อนบ้านคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็รีบชิงอธิบายอย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงไม่พอใจแทน

"ก็แม่สามีเธอนะสิ อวิ๋นซือ! ไม่รู้ไปฟังอะไรมา จะมาบังคับให้เสิ่นหานสละตำแหน่งหัวหน้างานที่โรงงานให้เสิ่นฉีเขาน่ะสิ พอเสิ่นหานไม่ยอมก็หาว่าอกตัญญู แล้วนังหนูเมี่ยวเมี่ยวนี่แหละ เก่งจริง ๆ ออกมาปกป้องพ่อ บอกว่าถ้าจะเอาตำแหน่งไปก็ต้องเอาเงินห้าร้อยหยวนที่เป็นหนี้เก่ามาคืนก่อน!"

เซี่ยอวิ๋นซือเบิกตากว้าง หันขวับไปมองแม่สามี พี่ชายสามี และสามีของตนสลับกันไปมา จางหลินพอเห็นลูกสะใภ้มาถึงก็รีบเบะปากร้องไห้โฮเสียงดังมากกว่าเดิมชี้มือมาทางเสิ่นเมี่ยว

"สะใภ้รองเธอดูสิ! ดูนังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ลูกของหล่อนมันกล้าทำกับย่า! มันใส่ร้ายว่าพวกฉันติดหนี้! แล้วยังยุให้พ่อมันแข็งข้อกับฉันอีก! เธอดูสามีเธอมันเลี้ยงลูกยังไงให้มาปีนเกลียวย่าตัวเองแบบนี้!" นางพยายามโยนความผิดทั้งหมดให้หลานสาวและลูกชายคนเล็กหวังให้ลูกสะใภ้เข้าข้างตน

เสิ่นเมี่ยวรู้ทันความคิดของย่า เธอรีบหันไปหาแม่จับมือหล่อนเอาไว้แน่นพูดด้วยน้ำเสียงชัดเจนมากกว่าเก่าก่อนที่แม่จะทันได้ไขว้เขว

"แม่คะ! ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ! วันนี้โรงงานลุงฉีปิดตัว ลุงตกงาน ย่ากับลุงเลยจะมาบังคับให้พ่อสละตำแหน่งหัวหน้างานให้ลุงฉีค่ะ! พ่อไม่ยอม ย่าก็เลยด่าพ่อว่าอกตัญญู หนูทนไม่ได้ก็เลยบอกไปว่าถ้าจะให้พ่อเสียสละขนาดนั้นก็ต้องคืนเงินห้าร้อยหยวนที่ย่ากับลุงติดหนี้บ้านเรามานานแล้วคืนมาก่อนถึงจะยุติธรรมค่ะ"

เซี่ยอวิ๋นซือมองลึกลงไปในดวงตาที่แน่วแน่ของลูกสาวตัวน้อย ก่อนจะหันไปมองสามีที่ยืนก้มหน้ากำหมัดแน่น และมองไปยังแม่สามีที่บัดนี้เงียบเสียงร้องไห้ไปแต่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมด้วยแววตาอาฆาต

ในฐานะภรรยาและแม่ที่อยู่กับครอบครัวนี้มานาน นางย่อมรู้ดีถึงความลำเอียงของแม่สามีและความเอาเปรียบของครอบครัวพี่ชายสามีมาตลอด แม้จะพยายามอดทนเพื่อความสงบสุขแต่ครั้งนี้มันเกินไปจริง ๆ ที่จะมาบังคับแย่งตำแหน่งงานที่สามีทำมาอย่างยากลำบาก

นางสูดหายใจลึกก้าวเดินไปประคองสามีให้ยืนตรง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับแม่สามีและพี่ชายสามี แม้จะไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่แววตาที่มองไปนั้นไม่ได้อ่อนข้อเหมือนเช่นเคย มันฉายแววปกป้องครอบครัวของตนเองอย่างชัดเจนทำให้จางหลินและเสิ่นฉีรู้สึกเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ... ดูเหมือนว่าวันนี้ ลูกสะใภ้ที่เคยคิดว่าอ่อนแอกำลังจะเปลี่ยนไป
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เสื่นเมี่ยวย้อนเวลาเปลี่ยนชะตา   บทที่ 156

    ในตอนนี้แม้ว่าพวกเขาอาจจะยังไม่เข้าใจเรื่องความเป็นความตายอย่างถ่องแท้ แต่เรื่องราวของดวงดาวผู้พิทักษ์ก็ได้ปลูกฝังความรัก ความทรงจำ และความอบอุ่นไว้ในหัวใจดวงน้อยของทั้งสามคน...และสายใยของครอบครัวก็จะยังคงส่องสว่างนำทางพวกเขาต่อไป...ตราบนานเท่านาน... กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปอีกครั้ง จาก

  • เสื่นเมี่ยวย้อนเวลาเปลี่ยนชะตา   บทที่ 155

    หลายปีผ่านไปหลังจากนั้น...กาลเวลาได้ถักทอเรื่องราวบทใหม่ให้กับทุกคนในครอบครัวใหญ่ กิจการ "บ้านหลี่" เติบโตและมั่นคงอย่างถึงที่สุด หม่าหลี่หยวนได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะนักบริหารหนุ่มผู้เก่งกาจ ส่วนหลี่เมี่ยวและโจวยี่เหิงก็ได้สร้างชื่อเสียงในแวดวงวิชาการและวงการแพทย์ของตนเองจนเป็นที่ยอมรับในร

  • เสื่นเมี่ยวย้อนเวลาเปลี่ยนชะตา   บทที่ 154

    สองปีถัดมา หลังจากที่ทุกคนในครอบครัวทั้งตระกูลหลี่ ตระกูลเซี่ย และตระกูลหม่า ต่างก็เร่งรัดและส่งเสริมให้หม่าหลี่หยวนรีบแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที ในที่สุดวันนี้ที่ทุกคนในครอบครัวรอคอยก็มาถึง งานวิวาห์ระหว่างหม่าหลี่หยวน นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้สืบทอดกิจการของสองตระกูล และ หลินเยว่ พนักงาน

  • เสื่นเมี่ยวย้อนเวลาเปลี่ยนชะตา   บทที่ 153

    หลายปีแห่งการเติบโตและการทำงานอย่างหนักในเส้นทางของตนเองได้ผ่านพ้นไป...โจวยี่เหิงในตอนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแพทย์ประจำบ้านอีกต่อไปแล้ว แต่เขาได้กลายเป็นศัลยแพทย์สมองหนุ่มผู้มีชื่อเสียง และเป็นอาจารย์พิเศษที่ได้รับความเคารพอย่างสูงในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจียวทงเซี่ยงไฮ้ บุคลิก

  • เสื่นเมี่ยวย้อนเวลาเปลี่ยนชะตา   บทที่ 152

    ข่าวด่วนในเช้าวันหนึ่งของเมืองปักกิ่ง ข่าวนี้ได้สร้างความสะเทือนใจไปทั่วแวดวงวิชาการและเทคโนโลยี...ได้มีคนพบศพนักศึกษาสาวอัจฉริยะในอพาร์ตเมนต์ของเธอเอง ร่างของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด มีบาดแผลฉกรรจ์จากการถูกมีดแทงที่กลางหน้าอกอย่างเหี้ยมโหด จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่

  • เสื่นเมี่ยวย้อนเวลาเปลี่ยนชะตา   บทที่ 151

    คำกระซิบที่แผ่วเบาแต่ก้องกังวานอยู่ในหัวใจของหลี่เมี่ยวทำให้เธอตัวแข็งทื่อยิ่งกว่าเดิม ใบหน้างามแดงก่ำจนลามเลียไปถึงใบหู เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกล้าที่เต็มไปด้วยความรัก ความจริงจัง และการรอคอยอย่างเปี่ยมล้นคู่นั้น...น้ำตาแห่งความตื้นตันใจค่อย ๆ เอ่อคลอขึ้นมาอย่างสุดจะกลั้น เธอไม่ได้

  • เสื่นเมี่ยวย้อนเวลาเปลี่ยนชะตา   บทที่ 41

    แสงแรกของเช้าวันใหม่มาเยือนอย่างรวดเร็ว หลี่หานลืมตาขึ้นก่อนที่คนอื่น ๆ ในบ้านจะตื่นด้วยซ้ำ เขานอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง มองแสงสีส้มนวลที่เริ่มลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาความมุ่งมั่นที่จะต้องทำภารกิจในวันนี้ให้สำเร็จลุล่วงทำให้เขานอนไม่ค่อยหลับนัก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอ่อนเพลียแต่อย่างใด ชายหนุ่มค่อย ๆ ขยับตั

  • เสื่นเมี่ยวย้อนเวลาเปลี่ยนชะตา   บทที่ 39

    เจ้านายที่รักครับ ไม่ใช่คุณสร้างผมมาแบบนี้หรอกหรือเสียงใสแจ๋วของเสี่ยวหม่าวตอบกลับในความคิดของหลี่เมี่ยวทันทีอย่างประท้วงก่อนจะพูดต่อเพื่อปลอบใจแม้ว่าผมจะไม่มีมิติหรือระบบร้านค้าแต่ระบบของผมก็มีเพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางปัญญาและทักษะของคุณ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นหลักนะครับ หลี่เมี่ยวถอนหายใจเล็ก

  • เสื่นเมี่ยวย้อนเวลาเปลี่ยนชะตา   บทที่ 38

    หลี่หานยิ้มอย่างโล่งอก "ดีเลย ส่วนเรื่องค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน... ผมตั้งใจว่าเมื่อของพวกนี้ซ่อมเสร็จและขายได้แล้ว จะแบ่งส่วนหนึ่งจากกำไรให้พวกเขาตามสัดส่วนของที่หามาได้ ถือว่าเป็นค่าน้ำพักน้ำแรงและเป็นเหมือนการลงทุนร่วมกันไปก่อนในช่วงเริ่มต้นนี้ พวกเขาจะได้มีกำลังใจช่วยงานเราต่อไปด้วย"เซี่ยอวิ๋นซื

  • เสื่นเมี่ยวย้อนเวลาเปลี่ยนชะตา   บทที่ 37

    ป้าเฉินวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงหน้าประตูโรงงาน กวาดสายตามองหาใครบางคนอย่างร้อนรน "อวิ๋นซือ! เสี่ยวซือ อยู่ไหน!?" เสียงของนางแหบพร่าเล็กน้อยจากการวิ่งไม่นานนักหญิงสาวรูปร่างสมส่วนคนหนึ่งในชุดทำงานสีฟ้าอ่อนก็เดินออกมาจากกลุ่มคน ซึ่งเธอก็คือเซี่ยอวิ๋นซือภรรยาของหลี่หานนั่นเองเมื่อหล่อนเห็นป้าเฉินมีท่าทา

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status