LOGINเวลา 09.20 น.
ณ อู่ซ่อมรถใต้หอแถวมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง “เป็นไงไอ้ผา กูได้ข่าวว่าเย็บไปตั้ง 5 เข็ม” เสียงทุ้มทักท้วงขึ้นทันทีเมื่อเห็นภูผาเดินเข้ามา ท่อนแขนซ้ายที่ถูกพันด้วยผ้าก๊อซย่างดีไม่ได้ทำให้เจ้าตัวดูสลดลงเลยแม้แต่น้อย กลับกันใบหน้าคมกลับเต็มไปด้วยร้อยยิ้มอารมณ์ดีจนเพื่อนรู้สึกหมั่นไส้และเริ่มสงสัย “กูว่าการที่มันโดนฟันแขนไม่ได้ทำให้มันสะทกสะท้านอะไรเลยนะ มึงพาเพื่อนมึงไปตรวจสมองบ้างเถอะต้น” พาทีเจ้าของเสียงทุ้มเข้มผิดกลับใบหน้าที่หวานและอ่อนโยนหันไปเอ่ยแซะกับต้นกล้า “มึงโดนพวกถาปัตย์เอาไม้ฟาดหัวปะ สมองกลับหรือไง” ต้นกล้าว่าพลางลุกขึ้นไปจับใบหน้าคมของภูผาพลิกไปมาราวกลับสำรวจหาบาดแผลอื่น “ป่าว กูแค่รู้สึกคุ้มค่ากับการโดนฟันเฉยๆ” ตอบกลับพร้อมสะบัดหน้าให้หลุดจากฝ่ามือของต้นแล้วแล้วเดินไปนั่งที่เบาะรถ pcx สีแดงคันโปรดด้วยท่าทีสบายใจ “อะไรที่มึงคิดว่าเจ็บตัวแล้วคุ้มวะ” พาทีเอ่ยถามด้วยสีหน้าขมวดคิ้วสงสัยขั้นสุด “ปกติแค่ฉีดยาก็นอยด์ไปสามวันสี่วัน นี่โดนเย็บแผลมึงกลับนั่งยิ้มอย่างภาคภูมิใจ” ต้นกล้าว่าพลางเดินวนรอบภูผาด้วยสีหน้าจับผิด “ก็เมื่อคืนหมอที่เย็บแผลให้กูทั้งสวยทั้งดุ แถมบังเอิญเป็นพี่ของไอจอมอีก” ภูผาหันกลับไปตอบข้อสงสัยของเพื่อนพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จนทำให้เพื่อนทั้งสองหันมองหน้ากัน “มึงคิดจะทำอะไรห้ะไอเสือ” ต้นกล้าเอ่ยขึ้นประหนึ่งรู้ทันความคิดแผลงๆของเพื่อนสนิทก่อนจะนั่งลงบนโซฟาสีดำเก่าๆ “มึงคงไม่ได้คิดจะเอาพี่หมอเขามาเป็นเครื่องมือปั่นไอจอมใช่ไหม” พาทีเอ่ยปรามทันทีเมื่อรู้ทันความคิดของเพื่อนตัวแสบ “แล้วถ้าใช่จะทำไมวะ” ภูผาหันไปเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเข้มทันทีด้วยสีหน้าไม่เดือดร้อนแม้รู้ว่าเพื่อนที่รักความถูกต้องแบบพาทีจะรู้ทันความคิดชั่วร้าย “กูก็จะช่วยไง” คำตอบของพาทีทำเอาต้นกล้าตกใจจนลุกขึ้นยืนอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง “เดี๋ยวนะไอที กูว่าวันนี้มึงผิดบทละ จริงๆมึงต้องห้ามดิครับ บทเข้าร่วมมันของกูปะ” ต้นกล้าว่าพลางเอามือเท้าเอวมองหน้าพาทีอย่างกวนๆ ทั้งสองมองหน้ากันและหัวเราะให้กับท่าทีเด๋อๆของต้นกล้าเวลา 12.15 น.ณ โรงพยาบาล บรรยากาศหน้าห้องตรวจช่วงเที่ยงค่อนข้างบางตา ภูผาในชุดนักศึกษาที่สวมเสื้อช็อปสีแดงทับ เดินล้วงกระเป๋าเสื้อช็อปด้วยท่าทางสบายอารมณ์ มืออีกข้างถือบัตรคิวของห้องตรวจล้างแผล เป้าหมายของเขาในวันนี้ไม่ใช่แค่การมาล้างแผลตามนัดแต่เป็นการมาสืบหาเวลาพักของคุณหมอปากแจ๋วต่างหาก “คุณหมอมาจีบไม่อยู่หรอครับ” ภูผาเอ่ยถามพยาบาลในห้องตรวจล้างแผลด้วยรอยยิ้มแพรวพราวที่ชอบทำเพื่อให้เหยื่อติดกับ “คุณหมอมาจีบอยู่ที่ห้องฉุกเฉินค่ะ น่าจะมีเคสด่วน” ยังไม่ทันที่พยาบาลจะตอบคำถามเสร็จ ประตูห้องตรวจล้างแผลก็ถูกผลักเปิดออกพอดี นัยน์ตาคมกริบหลังแว่นสายตาหยุดมองเด็กหนุ่มวิศวะที่อยู่บนเตียงทำแผล ก่อนที่ภูผาจะส่งยิ้มหวานมาให้คนที่เดินผ่านประตูเข้ามา “ไม่คิดจะแวะมาดูแผลให้ผมหน่อยหรอครับ” ภูผาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดอ้อนเมื่อเห็นว่าคุณหมอกำลังจะเดินผ่านเขาไปแบบไม่ใยดี หมอมาจีบชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะหันกลับมาตอบ “มีคนไข้ฉุกเฉินรออยู่ค่ะ ถ้าให้มาเสียเวลาตรงนี้เกรงว่าไม่ควร” ตอบคำถามด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะหยิบไอแพดที่วางบนโต๊ะแล้วเดินกลับไป “เย็นชาสุดๆเลยนะครับ” ภูผาตะโกนตัดพ้อตามหลังหวังให้คุณหมอได้ยินเวลา 13.32 น. ร่างบางของหมอมาจีบเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินด้วยท่าทางที่เหนื่อยล้าทรงผมยุ่งเหยิงหลังจากเคลียร์เคสในห้องฉุกเฉินเสร็จสิ้น ทว่าทันทีที่สายตาเลื่อนไปสะดุดกับเด็กหนุ่มคุ้นตาที่นั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินพร้อมกล่องข้าวและกาแฟที่ตอนนี้น้ำแข็งน่าจะละลายหมดแล้ว คุณหมอก็ถอนหายใจออกมาทันที “ยังไม่กลับอีกหรอคะ ไม่มีเรียนหรือไง” หมอมาจีบเดินมาหยุดตรงหน้าภูผาก่อนเอ่ยถามเสียงเรียบ “สนใจด้วยหรอครับ” ภูผาตอบพร้อมทำหน้าน้อยใจ หมอถอนหายใจก่อนเตรียมหันหลังกำลังจะเดินจากไป แต่ทว่าภูผากลับรีบคว้ามือร่างบางไว้ “ใจร้ายอีกแล้วนะครับ ผมก็แค่เห็นว่าหมอยังไม่กินข้าวก็เลยซื้อข้าวมารอ เสร็จเคสออกมาจะได้กินเลยไงครับ” ภูผารีบอธิบายเสียงอ่อนหลังจากที่เห็นว่าหมอมีท่าทีจะเดินหนีเขาอย่างเดียว “เห็นพี่พยาบาลบอกว่าหมอชอบข้าวผัดปู ผมไปต่อคิวซื้อร้านเด็ดแถวนี้ให้เลยนะครับ” ภูผายื่นถุงกล่องข้าวให้หมอพร้อมทำสีหน้าอ้อนเหมือนต้องการคำชม “เอาเวลาไปตั้งใจเรียนเถอะ เรื่องเรียนตั้งใจแบบนี้ไหม” หมอพูดพลางกอดอกมองหน้าร่างสูงด้วยอารมณ์ไม่เข้าใจ “เรื่องเรียนผมตั้งใจอยู่แล้วครับ แต่เรื่องจีบหมอผมก็ตั้งใจเหมือนกัน” ว่าจบภูผาก็คว้ามือหมอแล้วยัดถุงกล่องข้าวใส่มือหมอไว้ “ยุ่งไรกับพี่กูนักหนา ห้ะ!” ยังไม่ทันที่หมอจะได้รับถุงกล่องข้าวมาถือไว้ เสียงทุ้มห้าวลอยมาพร้อมร่างของ จอม เด็กหนุ่มสถาปัตย์พุ่งมาด้วยความโมโห นัยน์ตาแข็งกร้าวเมื่อเห็นว่าคู่อริกำลังจับมือพี่สาวตัวเอง ผลัวะ! หมัดขวาถูกเหวี่ยงเข้าใส่ใบหน้าคมของภูผาอย่างจังจนหน้าสะบัด รสชาติเค็มขมของเลือดซึมออกมาที่มุมปาก แต่ทว่าแทนที่ภูผาจะโมโหหรือสวนกลับ รอยยิ้มกวนประสาทกลับจุดประกายขึ้นบนใบหน้าคมทันที ภูผาใช้ลิ้นดุนมุมปากที่มีเลือดซึมพลางเลิกคิ้วมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาท้าทาย “จอม! หยุด” หมอมาจีบตวาดก่อนก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างน้องชายกับคนไข้สุดกวน ใบหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่แปลเปลี่ยนเป็นไม่สบอารมณ์ทันที “พี่มาจีบ พี่อย่าให้มันมายุ่ง ดูก็รู้ว่ามันจงใจมากวนประสาทจอม” จอมพูดพลางชี้หน้าภูผาด้วยมือที่สั่นเทาจากแรงโกรธ “กูรุ่นพี่นะครับ นอกจากไม่เคารพแล้วยังทำร้ายร่างกายกูไม่มีเหตุผลแบบนี้ กูควรทำไงกับมึงดีน้า” ภูผาเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน ยักไหล่สบายๆทั้งที่มุมปากยังมีเลือดซึมอยู่ “ก็เห็นอยู่ว่ามึงมายุ่งกับพี่กูเพราะอะไร” จอมตอบกลับด้วยสีหน้าท่าทางที่ไม่ยอมอ่อนข้อ “กูแค่ซื้อข้าวมาตอบแทนหมอ ทำไมกลายเป็นกูมีจุดประสงค์ไม่ดีซะแล้ว” ภูผาว่าพลางเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อช็อป พร้อมกับมองหน้าจอมด้วยความยียวนกวนประสาทขั้นสุด “หยุดเลยทั้งคู่ ที่นี่โรงพยาบาล ไม่อายก็เกรงใจคนอื่นบ้าง” หมอมาจีบรีบเอ่ยปรามก่อนที่จะเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นอีกรอบ ก่อนจะหันไปมองหน้าน้องชายตัวเองแบบคาดโทษ จนน้องชายตัวดีต้องหลบสายตา “วันนี้จอมกลับบ้านไปก่อนเลย” หมอมาจีบถอนหายใจก่อนจะเอ่ยไล่ให้น้องชายตัวดีกลับบ้านเพราะเกรงว่าวันนี้จะไม่จบกันง่ายๆ “ส่วนนาย มานี่” ว่าจบหมอก็คว้ามือภูผาให้เดินตามตัวเองเข้าห้องฉุกเฉินไป แต่ไม่วายร่างสูงยังหันมายกยิ้มมุมปากอย่างมีชัยเยาะเย้ยจอมที่ยืนกำหมัดแน่นอย่างหัวเสียเวลา 19.30 น.ณ หน้าแผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลเดิมท้องฟ้ายามเย็นย้อมไปด้วยแสงสีส้มอมชมพู บรรยากาศหน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลยังคงพลุกพล่านไปด้วยผู้คนและรถราที่วิ่งขวักไขว่เหมือนเช่นเคย จุดจอดรถตรงมุมคุ้นเคยจุดที่ในอดีตเคยมีเรื่องราวระทึกขวัญและสายตาดูแคลนจากใครบางคน วันนี้กลับกลายเป็นพื้นที่แห่งความอบอุ่นและรอยยิ้มที่ทุกคนในโรงพยาบาลเริ่มคุ้นชินตา ร่างสูงโปร่งของ ภูผา ในชุดเสื้อช็อปสีแดงเข้มตัวเก่งที่ตอนนี้พับแขนขึ้นอย่างทะมัดทะแมงยืนพิงอยู่ข้างรถจักรยานยนต์ PCX คันเดิมใบหน้าคมคายดวงตาคมกวาดมองไปที่ประตูทางออกด้วยใจจดจ่อ และไม่นานเกินรอร่างบางในชุดสครับสีฟ้าอ่อนของ หมอมาจีบ ก็ก้าวเดินออกมาจากประตูพร้อมกับถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยล้าจากการเคลียร์เคสหนักหน่วงมาตลอดทั้งวัน แต่ทันทีที่สายตาคู่สวยกวาดมาเห็นเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่มายืนรอรับเธอกลับบ้านเหมือนในทุกๆวัน ความเหนื่อยล้าทั้งหมดก็มลายหายไปในพริบตารอยยิ้มหวานระบายขึ้นบนใบหน้าทันที ภูผาเห็นคนพี่เดินออกมาก็รีบผละจากตัวรถเดินตรงเข้าไปหาด้วยรอยยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มบุ๋มลึกมือหนาเอื้อมไปรับกระเป๋าและสัมภาระจากมือของหมอมาจีบมาถือให้อย่างเบามือแ
สองวันถัดมาณ ห้องนั่งเล่นภายในบ้านพักครอบครัวหมอมาจีบหลังจากเหตุการณ์ที่สารวัตรกรณ์ถูกจอมไล่ตะเพิดออกไปอย่างไม่เป็นท่า บรรยากาศภายในบ้านก็มีความเงียบงวดและอึดอัดปกคลุมอยู่เล็กน้อยคุณพ่อและคุณแม่นั่งจิบชาอยู่ที่ห้องรับแขก โดยมีคุณพ่อที่ยังคงมีสีหน้าครุ่นคิดถึงเรื่องเมื่อวันก่อน ส่วนคุณแม่ก็นั่งถอนหายใจเบาๆเมื่อนึกถึงท่าทางดุดันของสารวัตรหนุ่มที่แสดงออกมาตอนจนมุม ในจังหวะนั้นเอง จอม ในชุดไปรเวทสบายๆก็เดินถือแท็บเล็ตเครื่องโปรดเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสบายๆก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามผู้เป็นพ่อและแม่"จอมรู้นะว่าป๊ากับม๊าโกรธที่จอมทำแบบนั้น" จอมเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงจริงจังจนผิดวิสัยเด็กกวนประสาท"ที่จอมยอมพูดตรงๆไปเมื่อวันก่อนไม่ใช่เพราะแค่อยากปกป้องพี่จีบอย่างเดียวนะแต่เพราะป๊ากับม๊ากำลังโดนไอ้สารวัตรหน้าจืดนั่นหลอกใช้ให้เป็นเครื่องมืออยู่!""แกหมายความว่ายังไงไอ้จอม พูดให้มันเคลียร์ๆ ซิ" คุณพ่อขมวดคิ้วเล็กน้อยปรายตามองลูกชายคนเล็ก จอมไม่รอช้ารีบเปิดหน้าจอแท็บเล็ตโชว์ภาพและข้อมูลต่างๆให้พ่อกับแม่ดูทันที"นี่ไงครับ! ข้อมูลจริงจากเพื่อนสนิทจอมที่อยู่คณะวิศวะและประกาศผลจ
เหตุการณ์ ณ หน้าแผนกฉุกเฉิน กรุงเทพฯท่ามกลางสายตาของบุคลากรในโรงพยาบาลสารวัตรกรณ์ยังคงยืนขวางทางหมอมาจีบด้วยรอยยิ้มมั่นใจในความเหนือกว่า โดยไม่รู้เลยว่าปลายสายที่เพิ่งวางไปเมื่อครู่ได้รายงานสถานการณ์ทั้งหมดให้เด็กวิศวะที่อยู่ไกลฟังแล้ว"ตกลงว่ายังไงครับจีบไปทานข้าวกับพี่เถอะครับผู้ใหญ่ท่านก็รออยู่" กรณ์เอื้อมมือทำทีจะแตะแขนเรียวอีกครั้ง แต่หมอมาจีบเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันท่วงที ใบหน้าสวยเชิดขึ้นเล็กน้อยแววตาฉายแววรำคาญอย่างไม่ปิดบัง"ขอโทษนะคะสารวัตรพอดีวันนี้ฉันไม่สะดวกจริงๆ และคุณพ่อคุณแม่ของดิฉันก็โทรตามให้รีบกลับบ้านด่วนพอดีเลยค่ะ ท่านบอกว่าทำกับข้าวรอไว้แล้วด้วย" หมอมาจีบยกโทรศัพท์ขึ้นมาทำเป็นกดหน้าจออย่างแนบเนียน"ถ้าสารวัตรยังมีธุระเรื่องคดีอะไรอีกรบกวนทำเรื่องผ่านระบบราชการนะคะฉันขอตัวกลับบ้านก่อนค่ะ" พูดจบทิ้งช่วงไม่ให้สารวัตรได้ทันอ้าปากแย้งหมอมาจีบก็หมุนตัวก้าวฉับๆไปขึ้นรถเก๋งส่วนตัวแล้วขับออกไปทันที ทิ้งให้สารวัตรกรณ์ยืนหน้าเสียขบกรามแน่นด้วยความขัดใจที่แผนการวันนี้ล่มไม่เป็นท่าเมื่อขับรถออกมาพ้นสายตาหมอมาจีบก็รีบกดโทรศัพท์หาหนุ่มรุ่นน้องที่เธอกลัวว่าป่านนี้คงร้อนรนจนนั่ง
เวลา 10.30 น.ณ โรงเรียนบ้านห้วยผักกาดแสงแดดจัดจ้าในยามสายสาดส่องลงมากระทบกับพื้นดินแห้งแล้งทว่าบรรยากาศภายในโรงเรียนแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความมีชีวิตชีวา กลุ่มนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ปี 3 นำโดย ภูผา ต้นกล้า และพาที พร้อมกับเพื่อนๆ ในชมรมค่ายอาสา กำลังช่วยกันระดมทุน ลงแรง ทั้งโบกปูน ทาสีอาคารเรียนไม้เก่าๆที่ทรุดโทรมและสร้างสนามเด็กเล่นให้กับน้องๆ ร่างสูงของภูผาในชุดเสื้อยืดเซอร์ๆกางเกงยลุยสวนที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสีน้ำเงินและฝุ่นปูนหนาเตอะ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ไรผมเปียกชื้นแนบติดหน้าผากแต่เจ้าตัวกลับไม่มีทีท่าเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิดมือหนากำลังสาละวนกับการขันน็อตเครื่องเล่นสนามให้อย่างแน่นหนาด้วยความตั้งใจ"เฮ้ยไอ้ผา! พักก่อนเหอะมึง หน้ามืดเป็นลมแดดไปเดี๋ยวพี่หมอตามมาเอาเรื่องพวกกูข้อหาไม่ดูแลเพื่อนอีกอะ" ต้นกล้าที่แบกกระป๋องสีเดินผ่านมาแซะเข้าให้พร้อมกับโยนขวดน้ำเย็นให้เพื่อนรัก"กูไม่ได้เป็นอะไรง่ายๆเว้ย อีกนิดเดียวสนามเด็กเล่นของน้องๆก็เสร็จแล้ว" ภูผารับขวดน้ำมาเปิดดื่มอย่างกระหายก่อนจะหัวเราะร่า"ทำเป็นพูดดี ตั้งแต่มาค่ายนี่มึงก้มหน้าก้มตาทำงานเป
เช้าวันถัดมาณ ถนนสายหลักใกล้รั้วมหาวิทยาลัยแสงแดดอ่อนๆยามเช้าไม่ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวดูผ่อนคลายลงเลยสักนิด ภูผาในชุดนักศึกษาและเสื้อช็อปสีแดงเข้มตัวเก่งกำลังขี่รถจักรยานยนต์ PCX คันโปรดมุ่งหน้าไปคณะเพื่อส่งโปรเจกต์ชิ้นสำคัญที่เขาโหมแรงกายแรงใจทำมาตลอดหลายวันด้วยความมั่นใจ ทว่าเมื่อขี่มาถึงจุดตรวจกะทันหันบริเวณทางแยกหน้ามหาวิทยาลัยสายตาก็ต้องสะดุดเข้ากับกรวยยางสีส้มที่ถูกตั้งขวางถนนไว้เป็นแนวยาวโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจราจรหลายนายกำลังยืนกวดขันวินัยจราจรอยู่และหนึ่งในนั้นคือนายตำรวจหนุ่มยศสารวัตรที่ยืนกอดอกใบหน้าเรียบตึงเป็นเป้าสายตา สารวัตรกรณ์ ทันทีที่เห็นรถ PCX ของภูผาขับเข้ามาใกล้ กรณ์ก็ส่งสัญญาณมือโบกให้จอดเทียบฟุตปาธทันทีด้วยท่าทีเจ้ากี้เจ้าการ ภูผาชะลอความเร็วแล้วนำรถมาจอดสนิท ถอดหมวกกันน็อกออกด้วยใบหน้าเรียบเฉยแม้ในใจจะรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่การตั้งด่านตรวจปกติ แต่เป็นการเจาะจงเล่นงานเขาอย่างแน่นอน"สวัสดีครับสารวัตร" ภูผาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสุภาพแบบขอไปทีนัยน์ตาคมจ้องมองหน้านายตำรวจนิ่งสนิทไม่มีความเกรงกลัวหรือลนลานให้เห็นแม้แต่น้อย"รถคันนี้แต่งท่อเสียงดังเกินกฎหมายกำหนดหรือเปล่าวน
เวลา 18.00 น.ณ ห้องปฏิบัติการโปรเจกต์ ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์บรรยากาศภายในห้องแล็บอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันเครื่องกลิ่นตะกั่วบัดกรีและเสียงเครื่องมือช่างกระทบกันดังเป็นระยะ ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของนักศึกษาปี 3 ภูผาและกลุ่มเพื่อนสนิทอย่างต้นกล้ากับพาทีจึงต้องปักหลักอยู่เคลียร์โปรเจกต์ชิ้นใหญ่กันจนดึกดื่นติดต่อกันหลายวัน ร่างสูงในเสื้อช็อปสีแดงเข้มที่ตอนนี้เปื้อนคราบฝุ่นและคราบเหงื่อเล็กน้อยกำลังก้มหน้าก้มตาเชื่อมวงจรไฟฟ้าอย่างตั้งอกตั้งใจใบหน้าคมคายที่เคยแต่ยิ้มแย้มแพรวพราวตอนนี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดเพราะโปรเจกต์ตัวนี้คือหนึ่งในสิ่งสำคัญที่เขาเคยลั่นวาจาไว้กับที่บ้านและคุณหมอว่าจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด"ไอ้ผา เบรกก่อนเหอะมึงหน้ามืดหมดแล้วเนี่ย" ต้นกล้าเงยหน้าขึ้นจากชิ้นส่วนกลไกพลางเอ่ยทักเพื่อนที่ไม่ได้ขยับตัวไปไหนมาเกือบสามชั่วโมง"อีกนิดเดี๋ยวไม่เสร็จพรุ่งนี้อาจารย์ตรวจไม่ทันแน่" ภูผาตอบเสียงแหบพร่าโดยไม่ละสายตาจากชิ้นงานในมือเลยสักนิด"โห ขยันผิดคาดนะมึงตั้งแต่มีแฟนเป็นคุณหมอนี่พลังงานล้นเหลือตลอด" พาทีแซวขำๆพลางทำท่าทางเลียนแบบเวลาภูผาคุยโทรศัพท์กับหมอมาจีบจนโดนภูผาคว้าป







