LOGINเวลา 15.38 น.
ณ โรงพยาบาล กลิ่นยาฆ่าเชื้อและกลิ่นแอลกอฮอล์ภายในห้องฉุกเฉินตัดกับกลิ่นหอมสะอาดของหมอร่างบางตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง หมอมาจีบโน้มตัวเข้ามาใกล้อย่างตั้งใจ แสงสีขาวสว่างโฟกัสลงมาที่ใบหน้าของเขาทั้งคู่ ทำให้ภูผาเห็นรายละเอียดใบหน้าของหมออย่างชัดเจน แววตาหมอดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย ทำให้ภูผาแอบรู้สึกผิดที่ก่อเรื่องขึ้น หมอมาจีบกดสำลีชุบยาเบาๆลงบนบาดแผลที่มุมปากของภูผา ทันทีที่ตัวยาโดนแผลร่างสูงก็สะดุ้งเล็กน้อย หลุดเสียงร้อง “ซี๊ด…” ออกมาเบาๆ “เก่งนักไม่ใช่หรอ เมื่อกี้ยังเห็นยิ้มกวนประสาทใส่จอมอยู่เลย” หมอเอ่ยเสียงเรียบพร้อมเหลือบมองตาร่างสูงครู่หนึ่ง “ก็น้องหมอทำผมก่อนนะครับ” ภูผาหันมาทำหน้าอ้อนใส่หมอที่ตอนนี้ใบหน้าห่างกันไม่ถึง 10 เซนติเมตร “แล้วตั้งใจกวนประสาทอย่างที่จอมบอกหรือเปล่าละ” ว่าพลางเงยหน้าสบตาร่างสูงด้วยสีหน้าจริงจังกว่าปกติ “เปล่าสักหน่อยครับ ผมตั้งใจซื้อข้าวมารอหมอจริงๆนะครับ” ภูผาตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังที่ทำเอาหมอมาจีบทำหน้าไม่เข้าใจจนเผลอกดสำลีลงบนมุมปากภูผาแบบไม่ได้ยั้งมือ “โอ๊ะ! เจ็บนะครับ” ภูผาสะดุ้งโหยงยกมือขึ้นกุมแผลที่มุมปาก “ขอโทษค่ะ หมอไม่ได้ตั้งใจ” หมอมาจีบรีบวางอุปกรณ์ในมือลงอย่างลนลานแล้วรีบหันมาเช็กใบหน้าคมทันที หมอมาจีบจับใบหน้าของภูผาแล้วโน้มหน้าเข้าใกล้อย่างจงใจเพราะจะตรวจให้มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ทำให้คนตรงหน้าเจ็บกว่าเดิม “มะ..ไม่เป็นไรครับ” ภูผาเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเพียงเพราะตกใจที่ตอนนี้ใบหน้าสวยดุที่ตัวเองแพ้จะอยู่ใกล้เพียง 5 เซนติเมตร ทั้งคู่เผลอสบตากันชั่วครู่ก่อนที่พยาบาลจะเอ่ยขัดจังหวะขึ้น “เอ่อ หมอคะ พอดีเคสที่ consult ศัลย์หมอแพทตอบมาแล้วนะคะ” เสียงทักจากพยาบาลในห้องฉุกเฉินทำเอาทั้งคู่ตกใจและรีบผละออกจากกันทันที ภูผาทำตัวไม่ถูกได้แต่นั่งเกาหัวแล้วหันไปมาอยู่อย่างนั้น “งั้นนายกลับก่อนเถอะ หมอจะไปทำงานต่อแล้ว” ภูผาไม่ทันจะได้ตอบกลับอะไรเจ้าของร่างบางก็รีบเดินตามพยาบาลไปซะก่อน “ยังไม่ได้กินข้าวเลย จะทำงานต่อแล้ว” ภูผาเอ่ยออกมาอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ยอมเดินออกจากห้องฉุกเฉินไปแต่โดยดีเวลา 21.20 น.ณ สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง เสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานกับแสงไฟสลัวบรรยากาศครึกครื้นไม่ได้ทำให้ภูผาละสายตาไปจากแก้วเครื่องดื่มในมือเท่าไหร่นัก เขานั่งพาดแขนลงบนเบาะโซฟา ฟังเพื่อนสนิทเถียงกันเรื่องพรุ่งนี้ใครจะต้องตื่นมาปลุก “พี่ผาคะ วันนี้ก็หล่อเหมือนเดิมเลยนะคะ” ภูผาเงยหน้ามองเจ้าของเสียงที่เดินเข้ามาทักด้วยสีหน้าเรียบเฉย “อ้าวน้องมิ้น วันนี้หนูก็สวยเหมือนกันค่ะ” ภูผาเอ่ยเสียงอ่อนพร้อมส่งยิ้มหวานหว่านเสน่ห์เหมือนทุกครั้ง “มึงไม่ชวนน้องเขานั่งหรอ” ต้นกล้าหันมากระซิบถามด้วยความแปลกใจ เพราะปกติเสือร้ายตัวนี้ไม่เคยปล่อยเหยื่อหลุดมือ “ไม่ดีกว่าว่ะ วันนี้กูแค่อยากแดกเหล้า” ภูผาตอบกลับเสียงเรียบพลางยกแก้วดื่ม ต้นกล้าไม่ได้เซ้าซี้เพียงทำหน้าไม่เข้าใจแล้วหันกลับไปเถียงกับพาทีต่อ นัยน์ตาคมกวาดมองผ่านกลุ่มคนที่เดินเพ่นพ่านไปมา แต่สายตากับสดุดเข้ากับ ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำ ผมตรงยาวสลวย ใบหน้าคุ้นตาแต่ตอนนี้ดันไร้แว่นสายตาหนาเตอะ ภูผาขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัย ถามตัวเองในใจว่า นั่นใช่คนที่เขาคิดไม่ตกมาทั้งวันว่าได้พักกินข้าวหรือยัง นั่นใช่คนที่ทำให้วันนี้เขาอยู่ไม่สุขใช่มั้ย “มึงมองอะไรวะ” พาทีเอ่ยถามทันทีหลังสังเกตเห็นว่าเพื่อนมีท่าทีแปลกไป “หมอ เหมือนกูเห็นพี่หมอเลยว่ะ” ภูผาเอ่ยตอบแต่สายตากับไม่ได้หันมามองเพื่อนตัวเองเลยด้วยซ้ำ “ก็ไม่แปลกปะ เขาก็คน เที่ยวแล้วแปลกตรงไหน” ต้นกล้าพูดพลางขยับมานั่งข้างภูผาแล้วมองตามสายตาภูผาไปหวังจะได้เห็นหมอสาวที่ทำเพื่อนตัวเองอยู่ไม่ติด “ว่าแต่คนไหนวะ คนเต็มร้านมึงเห็นได้ไง” ต้นกล้าหันกลับมามองภูผาแล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย “มึงชอบเขาหรอ” พาทีเอ่ยถามทันทีหลังจากทนความสงสัยตัวเองไม่ไหว “ห้ะ กูก็แค่สังเกตเห็นปะ ชอบบ้าไร” ภูผาบอกปัดๆก่อนจะลุกขึ้นยืนจนต้นกล้ารีบคว้าแขนไว้ “แล้วมึงจะไปไหนครับเสือ” ต้นกล้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท “ก็จะไปทักทายสักหน่อย” ภูผายกยิ้มมุมปากก่อนยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดแล้วเดินตรงไปที่หมอสาวทันทีณ โต๊ะเลี้ยงรุ่นหมอ “ขออนุญาตนะครับ ไม่ทราบว่าพอจะมีที่ว่างให้คนไข้พิเศษนั่งด้วยสักคนไหมครับ” เสียงทุ้มสุดกวนของภูผาเอ่ยพร้อมส่งยิ้มหวานแพรวพราวไปให้กลุ่มคุณหมอที่ร่วมโต๊ะเลี้ยงรุ่นอยู่ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปหยุดที่หมอมาจีบในลุคชุดเดรสสวยแปลกตา “นาย…” หมอมาจีบชะงักแก้วเครื่องดื่มในมือที่กำลังจะยกขึ้นดื่ม นัยน์ตาเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ “โลกกลมหรือพรหมลิขิตก็ไม่รู้นะครับ” ภูผายักคิ้วกวนๆก่อนจะถือวิสาสะเดินไปหยุดอยู่ข้างหมอมาจีบ ยังไม่ทันที่หมอมาจีบจะเอ่ยปากไล่ เพื่อนหมอสาวสวยหน้าหวานที่นั่งอยู่ข้างๆอย่าง ‘หมอแพท’ ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหวาน นัยน์ตาเป็นประกายขณะมองสำรวจเด็กหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า “อุ้ย! ยิ้มหวานขนาดนี้พี่ก็ใจอ่อนแย่เลย ว่าแต่ชื่ออะไรคะ” หมอแพทพูดพร้อมส่งยิ้มหวานส่งสายตาอย่างเปิดเผย “ผมชื่อภูผาครับ เรียนวิศวะปีสามอยู่ครับ” ภูผาตอบพลางยกยิ้มมุมปากเมื่อรู้สึกเข้าทางแผน “นั่งด้วยกันสิ” หมอสาวเพื่อนสนิทหมอมาจีบอย่าง ‘หมอปั้นหยา’ เอ่ยชวน “ขอบคุณครับ” ภูผายิ้มอ่อนพร้อมก้มหัวแบบสุภาพให้หมอปั้นหยาก่อนเดินไปนั่งลงข้างหมอแพทอย่างเป็นธรรมชาติแต่สายตากับไม่ได้ละจากหมอมาจีบแม้แต่น้อย “แล้วรู้จักกับมาจีบได้ไงคะ” หมอแพทเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย พร้อมขยับเข้าใกล้ภูผาจนชิด “พอดีน้องเขาก่อเรื่องกับผมไว้ก็เลยบังเอิญได้เป็นคนไข้พี่เขาน่ะครับ” ภูผาตอบด้วยรอยยิ้มกวนๆพร้อมกับมองหน้าหมอมาจีบที่ตอนนี้เริ่มทำตัวไม่ถูก “ตายจริง งี้ก็ไม่ปลอดภัยสิ น้องชายมาจีบเขาห่วงพี่จะตาย เปลี่ยนมาให้พี่ดูแลแทนมั้ย” หมอแพทเอ่ยก่อนจะเกาะแขนภูผาพร้อมทำหน้าเป็นห่วงออกนอกหน้า หมอมาจีบมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกอึดอัด ความรู้สึกจุกในอกอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ทั้งที่ปกติเขาไม่ได้มีสนใจเด็กตรงหน้าเลยด้วยซ้ำ แต่พอเห็นเด็กหนุ่มตรงหน้ายิ้มหวานให้เพื่อนสาวของเธอ ก็รู้สึกแปลกๆขึ้นมา หมอมาจีบได้แต่นั่งเม้มปากแล้วหันไปมองทางอื่นแบบทำตัวไม่ถูกเช้าวันถัดมาณ ถนนสายหลักใกล้รั้วมหาวิทยาลัยแสงแดดอ่อนๆยามเช้าไม่ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวดูผ่อนคลายลงเลยสักนิด ภูผาในชุดนักศึกษาและเสื้อช็อปสีแดงเข้มตัวเก่งกำลังขี่รถจักรยานยนต์ PCX คันโปรดมุ่งหน้าไปคณะเพื่อส่งโปรเจกต์ชิ้นสำคัญที่เขาโหมแรงกายแรงใจทำมาตลอดหลายวันด้วยความมั่นใจ ทว่าเมื่อขี่มาถึงจุดตรวจกะทันหันบริเวณทางแยกหน้ามหาวิทยาลัยสายตาก็ต้องสะดุดเข้ากับกรวยยางสีส้มที่ถูกตั้งขวางถนนไว้เป็นแนวยาวโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจราจรหลายนายกำลังยืนกวดขันวินัยจราจรอยู่และหนึ่งในนั้นคือนายตำรวจหนุ่มยศสารวัตรที่ยืนกอดอกใบหน้าเรียบตึงเป็นเป้าสายตา สารวัตรกรณ์ ทันทีที่เห็นรถ PCX ของภูผาขับเข้ามาใกล้ กรณ์ก็ส่งสัญญาณมือโบกให้จอดเทียบฟุตปาธทันทีด้วยท่าทีเจ้ากี้เจ้าการ ภูผาชะลอความเร็วแล้วนำรถมาจอดสนิท ถอดหมวกกันน็อกออกด้วยใบหน้าเรียบเฉยแม้ในใจจะรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่การตั้งด่านตรวจปกติ แต่เป็นการเจาะจงเล่นงานเขาอย่างแน่นอน"สวัสดีครับสารวัตร" ภูผาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสุภาพแบบขอไปทีนัยน์ตาคมจ้องมองหน้านายตำรวจนิ่งสนิทไม่มีความเกรงกลัวหรือลนลานให้เห็นแม้แต่น้อย"รถคันนี้แต่งท่อเสียงดังเกินกฎหมายกำหนดหรือเปล่าวน
เวลา 18.00 น.ณ ห้องปฏิบัติการโปรเจกต์ ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์บรรยากาศภายในห้องแล็บอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันเครื่องกลิ่นตะกั่วบัดกรีและเสียงเครื่องมือช่างกระทบกันดังเป็นระยะ ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของนักศึกษาปี 3 ภูผาและกลุ่มเพื่อนสนิทอย่างต้นกล้ากับพาทีจึงต้องปักหลักอยู่เคลียร์โปรเจกต์ชิ้นใหญ่กันจนดึกดื่นติดต่อกันหลายวัน ร่างสูงในเสื้อช็อปสีแดงเข้มที่ตอนนี้เปื้อนคราบฝุ่นและคราบเหงื่อเล็กน้อยกำลังก้มหน้าก้มตาเชื่อมวงจรไฟฟ้าอย่างตั้งอกตั้งใจใบหน้าคมคายที่เคยแต่ยิ้มแย้มแพรวพราวตอนนี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดเพราะโปรเจกต์ตัวนี้คือหนึ่งในสิ่งสำคัญที่เขาเคยลั่นวาจาไว้กับที่บ้านและคุณหมอว่าจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด"ไอ้ผา เบรกก่อนเหอะมึงหน้ามืดหมดแล้วเนี่ย" ต้นกล้าเงยหน้าขึ้นจากชิ้นส่วนกลไกพลางเอ่ยทักเพื่อนที่ไม่ได้ขยับตัวไปไหนมาเกือบสามชั่วโมง"อีกนิดเดี๋ยวไม่เสร็จพรุ่งนี้อาจารย์ตรวจไม่ทันแน่" ภูผาตอบเสียงแหบพร่าโดยไม่ละสายตาจากชิ้นงานในมือเลยสักนิด"โห ขยันผิดคาดนะมึงตั้งแต่มีแฟนเป็นคุณหมอนี่พลังงานล้นเหลือตลอด" พาทีแซวขำๆพลางทำท่าทางเลียนแบบเวลาภูผาคุยโทรศัพท์กับหมอมาจีบจนโดนภูผาคว้าป
เวลา 16.00 น. ของวันถัดไปณ ร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์น บรรยากาศเงียบสงบย่านใจกลางเมืองภายในห้องอาหารส่วนตัว ภูผาในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตารีดเรียบกริบ นั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้แม้ภายนอกจะพยายามทำตัวนิ่งสงบแค่ไหน แต่เหงื่อที่ซึมตามไรผมและกรอบหน้าก็ฟ้องชัดว่าเด็กหนุ่มกำลังประหม่าสุดขีดเพราะนี่คือการเผชิญหน้ากับคุณพ่อและคุณแม่ของหมอมาจีบเป็นครั้งแรก แถมยังเป็นการโดนเรียกมาสอบสวนเรื่องอนาคตตามแผนสกปรกของสารวัตรกรณ์อีกด้วย"หนูภูผาใช่ไหมจ๊ะ" คุณแม่ของหมอมาจีบเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มสุภาพ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความกังวลและเคลือบแคลง"น้าได้ยินเรื่องของเรากับลูกสาวน้าพอสมควรจากปากของคุณกรณ์เขาเล่าให้ฟังบ้างแล้ว" ภูผาสูดหายใจเข้าลึกๆ พยักหน้ารับอย่างนอบน้อม"ครับคุณน้า" คุณพ่อของหมอมาจีบที่นั่งกอดอกนิ่งมานาน ปรายตามองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาเฉียบคมตามประสาผู้ใหญ่ผ่านโลกมาเยอะน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นตรงประเด็นทันที"ลูกสาวฉันเรียนจบแพทย์ผ่านการทำงานหนักมาจนมีหน้าที่การงานที่มั่นคง มีหน้ามีตาในสังคมส่วนเธอยังเป็นแค่นักศึกษาวิศวะอนาคตข้างหน้ายังอีกไกล ตั้งตัวก็ยังไม่ได้แถมยังมีข่าวลือเรื่องเท
เวลา 17.30 น.ณ หน้าแผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลเดิมหลังจากผ่านเหตุการณ์ที่มีนเข้ามาหาเรื่องในร้านอาหารไปได้ไม่นาน ความสัมพันธ์ของภูผาและหมอมาจีบก็ยิ่งแนบแน่นขึ้นเรื่อยๆจนใครๆในโรงพยาบาลต่างก็เริ่มชินตากับภาพเด็กหนุ่มวิศวะเสื้อช็อปสีแดงเข้มที่มารอรับคุณหมอคนสวยกลับบ้านทุกวัน แต่แล้วความสงบสุขก็มีอันต้องสะดุด เมื่อเย็นวันนี้ภูผายืนรอหมอมาจีบอยู่ที่เดิมเพิ่มเติมคือวันนี้มีรถยนต์สายตรวจของสถานีตำรวจท้องที่ขับเข้ามาจอดเทียบท่าอย่างกะทันหัน ประตูฝั่งคนขับถูกเปิดออก พร้อมกับร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบตำรวจเต็มยศ ร่างหนาดูสง่าและน่าเกรงขามยศร้อยตำรวจเอกประบ่าสะดุดตาใบหน้าคมคายดุดันแต่หล่อเหลาตามแบบฉบับชายหนุ่มในเครื่องแบบ เขาคือ 'สารวัตรกรณ์' หรือ พ.ต.ต.กรณ์ นายตำรวจหนุ่มไฟแรงอดีตคนรักเก่าของหมอมาจีบที่เลิกรากันไปเพราะปัญหาเรื่องเวลาและหน้าที่การงานแต่ในใจเขายังไม่เคยลืมเธอเลยจีบครับ" เสียงทุ้มเข้มเอ่ยเรียกชื่อหญิงสาวด้วยความคุ้นเคยพร้อมกับยื่นมือไปหมายจะคว้าแขนเรียวของเธอไว้"วันนี้คดีที่โรงพักเคลียร์เสร็จเร็ว เลยแวะมาพาไปกินข้าวครับ" หมอมาจีบชะงักกึกถอยหลังหลบสัมผัสนั้นโดยอัตโนมัติ สีหน้าเรียบต
เวลา 20.00 น.ณ ลานจอดรถโรงพยาบาลสองสัปดาห์ผ่านไป ความสัมพันธ์ระหว่างคุณหมอสาวคนสวยกับเด็กหนุ่มวิศวะดำเนินไปอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ภูผารักษาคำพูดของตัวเองเป็นอย่างดี เขายังคงความใส่ใจและเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคยทำตัวงอแงหรือรบกวนเวลาทำงานของหมอมาจีบเหมือนในช่วงแรกอีกเลย จนกระทั่งจอม น้องชายตัวดีที่เคยประกาศตัวเป็นศัตรูเบอร์หนึ่ง ก็เริ่มสงบปากสงบคำและยอมรับในความจริงใจของว่าที่ 'พี่เขย' คนนี้ทีละน้อย เสียงฝีเท้าเบาๆ เดินเข้ามาใกล้ลานจอดรถ ร่างบางในชุดสครับสีน้ำเงินที่เพิ่งเคลียร์เคสสุดท้ายเสร็จหอบแฟ้มและกระเป๋าเดินออกมาด้วยความอ่อนล้า แต่แล้วดวงตากลมโตก็ต้องทอประกายความอบอุ่นขึ้นมาทันที เมื่อเห็นร่างสูงคุ้นตาในเสื้อช็อปสีแดงเข้มกำลังยืนพิงรถ PCX รออยู่ด้วยรอยยิ้มละมุน"เหนื่อยแย่เลยนะครับ กว่าจะได้ลงเวร" ภูผาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับก้าวเข้ามาช่วยถือกระเป๋าและแฟ้มเอกสารในมือของหมอมาจีบไปถือไว้เองอย่างรู้งาน"รอนานไหมคะ พอดีเคสฉุกเฉินเพิ่งเคลียร์เสร็จเมื่อกี้นี่เอง" หมอมาจีบเอ่ยถามเสียงแผ่ว พลางลอบมองใบหน้าคมคายที่ดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าวันแรกที่เจอกัน"ไม่นานเลยค
พี่พยาบาลส่งเสียงแซวกันยกใหญ่ทำเอาหมอมาจีบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ร่างบางรีบปรับสีหน้าให้เรียบตึงเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน ก่อนจะมองกองถุงขนมและหมวกกันน็อกที่ภูผาถือไว้ในมือ"ถ้ารับของไว้แล้ว ถือว่าพี่พยาบาลเปิดทางให้ผมพาหมอไปกินข้าวเย็นได้แล้วใช่ไหมครับ" ภูผาหันไปถามพี่ๆพยาบาลพลางส่งยิ้มอ้อน"ทำไมจะไม่ได้คะ ก็หมอเขาลงเวรตั้งแต่สี่โมงเย็นแล้ว แต่พอดีหมอเวรอีกคนมาสายเลยต้องอยู่ต่อ แต่ตอนนี้หมอเขามาแล้วนี่ ไปได้ค่า" พี่พยาบาลพยักหน้ารับพรึ่บพรั่บอย่างพร้อมเพรียง ทำเอาคุณหมอสาวหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอ่อนใจ"งั้นขอตัวสักครู่นะคะ เดี๋ยวไปหยิบกระเป๋าก่อน" หมอมาจีบหมุนตัวกลับเข้าห้องพักแพทย์ จังหวะนั้นเธอนึกขึ้นได้ถึงข้อความไลน์จากจอมที่ส่งมาบอกว่า 'จอมว่าไอ้ผามันเอาจริงว่ะ' รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าเนียน เธอรู้ดีว่าน้องชายหวงเธอแค่ไหน แต่การกระทำและความใส่ใจอย่างจริงใจของเด็กหนุ่มวิศวะคนนี้ก็เริ่มพังทลายกำแพงในใจเธอลงทีละน้อยไม่นานนัก ร่างบางก็เดินกลับออกมาพร้อมกระเป๋าสะพาย ภูผารีบก้าวเข้ามาช่วยถือให้อย่างรู้งาน ก่อนจะเดินนำออกไปทางลานจอดรถ"หมอใส่เสื้อช็อปตัวนี้ไว้นะครับ ลมมันแ







![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)