Share

เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง
เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง
Author: LycDin

– บทที่ 1 –

Author: LycDin
last update Huling Na-update: 2025-11-28 12:23:05

– บทที่ 1 –

หงลี่ฮวาลุกขึ้นมาแต่เช้าเพื่อแต่งตัวงานชมบุปผาที่จวนสกุลจู

ได้จัดขึ้น วันนี้นางเลือกที่จะใส่สีน้ำเงินเข้ม สตรีในเมืองนี้มักจะแต่งตัวด้วยชุดที่มีสีอ่อน แต่สำหรับนางแล้วสีพวกนั้นดูจืดชืดยิ่งนัก

หญิงสาวนั่งมองใบหน้างดงามนั้นผ่านกระจก ใบหน้านี้เหมือนนางกับในโลกปัจจุบันไม่มีผิดเพี้ยน เพียงแต่ร่างนี้ดูงดงามเย้ายวนมากกว่าเท่านั้น

นางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะเหตุใดจึงมาอยู่ในโลกแห่งนี้ รู้เพียงว่าก่อนที่จะตื่นมาอยู่ในร่างนี้ นางพลัดตกลงไปในน้ำขณะไปท่องเที่ยว รู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ในร่างนี้แล้ว และเจ้าของร่างนี้

ก็ตกน้ำเช่นกัน แต่ต่างกันตรงที่มีคนตั้งใจทำให้ตกน้ำและยังหาตัวคนผิดไม่ได้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนั้นสตรีผู้นี้คิดอะไรอยู่ถึงออกไปเดินเล่นตอนกลางคืนจึงทำให้ถูกผลักลงน้ำเช่นนั้น

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็เกือบจะสองเดือนแล้วที่นางมาอยู่ที่นี่ เดิมทีนางคิดที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข แต่มันก็ไม่เป็นดั่งที่นางหวังเลยแม้แต่น้อย ในทุก ๆ วันจะต้องมีเรื่องวิ่งเข้ามาหานางเสมอ

ลี่ฮวาเดินออกจากเรือนหมู่ตานเพื่อไปขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่หน้าประตูใหญ่ ระหว่างทางก็พบเข้ากับน้องสาวที่กำลังจะเดินไปขึ้นรถม้าเหมือนกัน แต่นางก็มิได้สนใจและเลือกที่จะเดินต่อไป

หงฝูเหยาที่เห็นพี่สาวต่างมารดาเดินมาก็ไม่ได้คิดที่จะทักทาย มิหนำซ้ำยังเร่งเดินเพื่อให้ทัน แล้วเดินชนนางอย่างแรง ใบหน้าน้อย ๆ ยกยิ้มขึ้นและเดินต่อไปอย่างไม่สนใจ

หญิงสาวที่ถูกชนก็หยุดนิ่งด้วยความโมโห พยายามระงับอารมณ์ของตน และเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ออกจะเย็นชา

“หยุด!”

นางหันหน้ากลับไปมองสตรีที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่สาวช้า ๆ และยิ้มออกมาอย่างยียวน

“พี่รองมีอันใดหรือ” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อราวกับไม่รู้ว่าตนเองทำผิด

“ทำเช่นนี้ยังกล้าเรียกข้าว่าพี่อีกหรือ”

รอยยิ้มเย็นชาถูกประดับไว้บนใบหน้างดงาม แต่หญิงสาวตรงหน้าก็หาได้หวาดกลัวไม่ แถมยังจะยกยิ้มขึ้นอย่างท้าทาย

“ข้ารีบจนไม่ได้ดู”

“ข้าเป็นพี่สาวของเจ้า ไม่ทำความเคารพก็แล้วไปเถิด แต่มาทำกิริยาเช่นนี้ใส่ข้า ต้องให้ข้าบอกมารดาของเจ้าหรือจะให้ข้าสั่งสอนแทนมารดาเจ้า!!” นางปรายตามองเด็กที่ไม่รู้ความด้วยสายตาเหยียดแคลน

หงจินเยว่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็เกิดความโมโห “เกิดก่อนข้าไม่กี่เดือนอย่าริอ่านมาวางตัวเป็นพี่สาวข้า!! ข้าให้เกียรติเจ้าเท่านี้ก็มากเกินพอแล้ว”

ปีนั้นฮูหยินในจวนต่างพากันท้องพร้อมกันทั้งสามคน แต่เป็นนางที่เกิดคนสุดท้าย สวรรค์ช่างไม่เป็นใจเอาเสียเลย หากนางเป็นคนที่เกิดก่อน สตรีผู้นี้ไม่มีทางได้ชูคอเช่นนี้อย่างแน่นอน

“หืม ถึงกับกล้าพูดเช่นนี้กับพี่สาวเลยหรือ เห็นทีว่าข้าคงต้องสั่งสอนให้เจ้ารู้มารยาทจริง ๆ เสียแล้ว” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาราวกับมิได้เดือดดาลกับสิ่งที่น้องสาวเอ่ยออกมาเลยแม้แต่น้อย

“เจ้าคิดว่าตนเองดีกว่าข้ามากหรือ ก็แค่คนที่ไม่มีมารดาคอยสั่งสอน กล้าดีอย่างไรมาพูดเช่นนี้กับข้า!!” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระด้าง สตรีผู้นี้มีคุณสมบัติอันใดมาสั่งสอนนาง ตัวเองยังเอาไม่รอด หากไม่มีเย่ฮองเฮาคอยหนุนหลังนางก็เป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่งเท่านั้น!!

หงลี่ฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่น้ำเสียงเย็นยะเยียบจะถูกเปล่งออกมา “หากข้ามีมารดาสั่งสอนแล้วไม่รู้จักมารยาทเช่นเจ้า ข้าขอไม่มีมารดาเสียยังดีกว่า!!”

หญิงสาวย่างเท้าเข้าไปหาหงจินเยว่ด้วยก้าวที่มั่นคง และหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของนาง “หากข้าเป็นมารดาของเจ้า ข้าคงวิ่งชนกำแพงตายไปนานแล้ว!!”

“เจ้า!!” นางมองหน้าสตรีตรงหน้าด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด

นี่ถึงขั้นกล้าด่ามารดาของนางเชียวหรือ

ร่างบางขยับรอยยิ้มบาง ๆ ไปให้ผู้เป็นน้องสาว และเดินออกมาโดยไม่ได้สนใจท่าทีโกรธเกรี้ยวของน้องสาวที่แสดงออกมาเลยแม้แต่น้อย

หงลี่ฮวาเมื่อเดินมาถึงหน้าประตูใหญ่ก็พบว่าผู้เป็นพี่สาวยืนรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองพยักหน้าให้กันเล็กน้อย แม้หงฝูเหยา

ผู้นี้จะเป็นพี่สาวของนาง แต่ก็เป็นเพียงบุตรสาวของอนุเท่านั้น

ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอันใด แต่ดีหน่อยที่อีกฝ่ายมีความเฉลียวฉลาด บิดาเห็นว่ามีความสามารถ ในภายภาคหน้าอาจจะสร้างประโยชน์ให้ได้

ไม่มากก็น้อย จึงดูแลให้ความสำคัญอยู่มาก และได้ออกไปงานเลี้ยงกับพวกนางอยู่บ่อย ๆ

“ไปกันเถิด” นางเอ่ยก่อนจะเดินนำคนทั้งหมดไปขึ้นรถม้า

แต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อเสียงของหงจินเยว่ที่เดินตามมาทีหลัง

“หยุด!! เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้ จะมาด่ามารดาข้าแล้วเดินจากไปเช่นนี้ไม่ได้!” หญิงสาวแผดเสียงออกมาด้วยความโมโห และ

ชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างเกลียดชัง

“ที่ข้าพูดไปยังไม่สำนึกอีกหรือ? หรือต้องให้ข้าลงมือกับเจ้าจริง ๆ” นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบโดยไม่หันไปมองคนที่แสดงท่าทีเกรี้ยวกราดอยู่ด้านหลัง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะนี่ก็สายมากแล้ว สมควรที่จะออกเดินทางเสียที

“จะไปหรือไม่สกุลจู หากไม่ก็อย่ามาทำให้ข้าเสียเวลา

ข้ามิอยากเป็นคนที่ไม่รู้มารยาทเช่นเจ้า” หลังเอ่ยจบก็เดินไปขึ้นรถม้าโดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องที่อยู่นอกรถม้า

หงฝูเหยาที่ยืนเงียบอยู่นานก็เดินตามน้องสาวคนรองไปโดยไม่สนใจอีกคนที่ยืนกรีดร้องอยู่

เมื่อเห็นว่าพี่สาวขึ้นมานั่งบนรถม้าแล้ว หญิงสาวที่ขึ้นมาก่อนหน้าก็ตะโกนสั่งคนขับรถม้าทันที

“ออกรถ”

หงจินเยว่ที่เอาแต่ร้องออกมาอย่างไม่ได้ดั่งใจ เมื่อเห็นว่ารถม้าเคลื่อนตัวก็รีบตะโกนออกมาทันที “หยุด!! ข้าบอกให้หยุด”

คนขับรถม้าที่ได้ยินเสียงคุณหนูของจวนตะโกนบอกให้หยุดรถก็ทำตามคำสั่งทันที

รถม้าค่อย ๆ หยุดลง ร่างบางที่เห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งไปขึ้นรถม้าทันที โอกาสที่จะได้เข้าหาจูซินหยาน นางเป็นถึงบุตรของมหาเสนาบดี หากสนิทชิดเชื้อเอาไว้ก็จะเป็นเรื่องดี

หลังจากขึ้นมาในรถม้า หงจินเยว่ก็สงบปากสงบคำขึ้น เพราะกลัวถูกไล่ลงจากรถม้า ตอนนี้นางไม่มีมารดาคอยช่วยเหลือ จะทำอะไรตามใจไม่ได้

รถม้าเคลื่อนตัวไปไม่นาน ก็หยุดลงที่หน้าประตูจวนสกุลจู

ทั้งสามลงจากรถม้าด้วยความช่วยเหลือของสาวใช้ของตน และเดินเข้าไปในจวนพร้อมกันโดยมีหงลี่ฮวาเดินนำ

“คุณหนูทั้งสาม เชิญตามมาทางนี้เจ้าค่ะ” สาวใช้สกุลจูเดินนำสามพี่น้องเข้าไปในส่วนจัดเลี้ยง ตอนนี้ผู้ที่ได้รับเทียบเชิญก็มากันเกือบจะครบแล้ว ทว่าผู้เป็นเจ้าของเทียบเชิญก็ยังไม่ปรากฏตัว

“เชิญคุณหนูตามสบาย” ใบหน้าของสาวใช้ประดับไปด้วยรอยยิ้ม

ทั้งสามพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะแยกย้ายกันไปหาสหายของตน แต่หงฝูเหยาเป็นบุตรสาวของอนุ จึงไม่อยากมีผู้ใดคบหา ทำได้เพียงตามหงลี่ฮวาไปเท่านั้น

“น้องรอง เจ้าไปหาสหายเถิด ข้าอยู่คนเดียวได้” นางเอ่ยด้วยท่าทีที่นอบน้อม

“ไม่ล่ะ ข้าเบื่อที่จะต้องปั้นหน้าใส่ผู้อื่น” มองดูแล้วสตรีเหล่านี้ต่างก็ใส่หน้ากากเข้าหากัน แทบจะหาคนที่จริงใจไม่ได้เลยสักคน ทุกคนต่างเข้าหากันเพื่อผลประโยชน์ นางอยากจะรู้ยิ่งนักว่าหากคนใดคนหนึ่งเป็นเพียงบุตรหลานชาวบ้านธรรมดา จะมีผู้ใดสนใจหรือไม่

“เช่นนั้นแล้วจะมาทำไม” ความแปลกใจแล่นเข้ามาในหัวของนางทันที พลางมองน้องสาวของตนด้วยสีหน้าครุ่นคิด

“มาตามเทียบเชิญเท่านั้น” นางตอบอย่างไม่ใส่ใจ แม้ไม่อยากผูกมิตร แต่ก็ไม่อาจหักหน้า จูซินหยานผู้นี้นิสัยร้ายกาจ

ไม่เคยไว้หน้าผู้ใด เป็นคนที่ไม่ควรมีเรื่องด้วยที่สุด

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” นางพยักหน้าอย่างเข้าใจ ที่แท้ก็ไม่อาจหักหน้าจูซินหยาน นางเลือกที่จะหันไปชื่นชมความงดงามของบุปผาในสวน ไม่สนใจคนที่นั่งอยู่ด้วย

หงลี่ฮวาปรายมองพี่สาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะยกยิ้มราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น สตรีผู้นี้เป็นคนฉลาด รู้จักการวางตัว ยามอยู่กับจินเยว่ก็วางตัวอีกแบบ อยู่กับนางก็วางตัวอีกแบบ ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดจึงเป็นที่พอใจของบิดา ดูบุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินแต่ละคนสิ หวังพึ่งไม่ได้สักคน

ก่อนที่นางจะเข้ามาอยู่ในร่างนี้ หงลี่ฮวาคนก่อนถือว่าตนเป็นบุตรของฮูหยินใหญ่ ไหนจะฮองเฮาที่รักและเอ็นดู นางจึงทำตัวเอาแต่ใจ ร้ายกาจ ไม่สนใจผู้ใด ซ้ำยังโง่งมไม่เก็บงำอารมณ์ ส่วนหงจินเยว่ก็โง่งมไม่ต่างกัน ไม่รู้มารยาทจนถึงที่สุด ยังดีหน่อยที่มีมารดาคอยปราม แถมคิดว่าตนเองฉลาด แต่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ จะมีก็แต่สตรีผู้นี้ที่พอจะหวังพึ่งพาได้

รอได้ไม่นานหญิงสาวร่างบางที่มีใบหน้างดงามอ่อนหวาน

ก็ปรากฏตัวขึ้น นางมาพร้อมกับชุดสีแดงสด ใบหน้าของนางเชิดขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง นางปรายตามองคนที่มาร่วมงานอย่างไม่สนใจ

“ไปเถิด เข้าไปทักทายเจ้าของงานเลี้ยงหน่อยก็ดี” นางลุกขึ้นเดินไปหาจูซินหยานโดยไม่คิดรั้งรอพี่สาวที่นั่งอยู่ด้วยเลยแม้แต่น้อย

หงฝูเหยาเลือกที่จะอยู่ตรงนี้ต่อ เพราะนางรู้ว่าอย่างไรคุณหนูจูผู้นั้นไม่มีทางสนทนากับนางอย่างแน่นอน

“คุณหนูจู” หญิงสาวเอ่ยทักทายผู้เป็นเจ้าของงานเลี้ยงด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ

หงลี่ฮวาคนก่อนเดิมทีก็เป็นที่สนใจของเหล่าคุณหนู แต่ติดที่ว่านางถือดีเกินกว่าจะยอมคบหากับผู้ใดง่าย ๆ ถึงอย่างนั้นนางก็ยังได้รับเทียบเชิญอยู่เสมอ หลานสาวที่ฮองเฮาทรงรักและเมตตา รู้จักไว้ก็ไม่เสียหลาย

“คุณหนูหง ไม่คิดว่าเจ้าจะมาร่วมงานเลี้ยงของข้าด้วย” นางปรายตามองหญิงสาวร่างระหงที่อยู่ในชุดสีน้ำเงินเข้ม ไม่มากนักที่สตรีในรุ่นนี้จะกล้าแต่งตัวด้วยสีเช่นนี้ ทว่าก็ทำให้ดูเด่นไม่น้อย รสนิยมดีไม่น้อย ไม่เหมือนสตรีเหล่านั้นที่ที่เอาแต่ใส่สีจืดชืด

“คุณหนูจูส่งเทียบเชิญไป จะไม่มาได้อย่างไร” ใบหน้าของนางยังคงประดับด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ ไม่ได้พูดเอาอกเอาใจ

จูซินหยานเหมือนคนอื่น ๆ เพราะที่นางเอ่ยบอกไปก็หมายความเช่นนั้น เทียบเชิญนี้ไม่สามารถปฏิเสธได้

“ฮ่า ๆ ๆ ตอบได้ดี” หญิงสาวหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ไม่เคยมีผู้ใดตอบกลับนางเช่นนี้มาก่อน ทุกคนล้วนแต่ตอบเอาใจนางทั้งนั้น

คนที่มาร่วมงานต่างก็มองไปที่ทั้งสองคนอย่างสนใจ เพราะน้อยคนนักที่จะทำให้จูซินหยานหัวเราะออกมาได้เช่นนี้ เพราะนางถือว่าตนเป็นบุตรสาวของอัครมหาเสนาบดี จึงค่อนข้างจะถือดี ไม่คบหากับผู้ใด

“นั่งก่อนสิ จะรีบไปที่ใด”

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงยืนอยู่ นางก็เอ่ยชวนให้นั่งลงด้วยกัน นางรู้ว่าบุตรสาวของตระกูลหงเป็นพระญาติกับฮองเฮา ซ้ำยังร้ายกาจ แต่เท่าที่นางเห็นนี้ก็มิได้เป็นเช่นนั้นเลยสักนิด ออกจะน่าสนใจไม่น้อย

“เดิมทีคิดจะมาเพียงครู่เดียว แต่เมื่อคุณหนูจูเอ่ยปากชวน ข้าก็จะอยู่ต่อสักครู่”

นางตอบ พลางนั่งลงตามคำชวนของจูซินหยาน แล้วจัดการรินน้ำชาให้ตนเองเสร็จสรรพ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 12 –

    – บทที่ 12 –ในคืนวันเดียวกัน ฮ่องเต้ก็มีรับสั่งให้จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ขึ้นเพื่อให้ทุกคนผ่อนคลายจากการเดินทาง คุณหนูตระกูลต่าง ๆ ที่มีชื่อเข้าร่วมเทศกาลล่าสัตว์ต่างก็พากันเตรียมตัวกันอย่างดี เพื่อที่จะได้โดดเด่นที่สุดในงานนี้หงลี่ฮวาและจูซินหยานเลือกที่จะมาแต่งตัวด้วยกันที่กระโจมของลี่ฮวา เพราะอยู่ใกล้สถานที่จัดงานมากกว่า จะได้ไม่ต้องเร่งรีบจนเกินไป“ฮวาเอ๋อร์ เจ้างดงามมาก” ซินหยานอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมหญิงสาวที่กำลังแต่งตัวอยู่ด้วยกัน นางไม่เคยพบเห็นผู้ใดในเมืองหลวงที่งดงามกว่าสหายผู้นี้ของนางเลยสักคน แม้แต่เว่ยลู่เหลียน หญิงงามอันดับหนึ่งก็ยังสู้สตรีผู้นี้ไม่ได้“ข้าก็งามเช่นนี้อยู่ทุกวัน เหตุใดเพิ่งมาชมเอาวันนี้เล่า” หญิงสาวอีกคนเอ่ยอย่างถือดี เพราะมองดูแล้วในเมืองหลวงนี้ไม่มีผู้ใดที่มีความงามสู้นางได้เลยสักคน“ฮ่า ๆ ตรงไปตรงมายิ่งนัก คิดไม่ถึงว่าจะกล้าเอ่ยประโยคนี้ออกมา” เสียงหัวเราะของซินหยานดังไปทั่วกระโจมเพราะถูกใจคำพูดของสหาย สตรีที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ช่างถูกใจนางยิ่งนัก ยิ่งอยู่กับลี่ฮวาก็ยิ่งทำให้นางมีความสุข“เอาล่ะ รีบแต่งตัวเถิด นี่ก็ใกล้จะได้เวลาแล้ว” เอาแต่พูดคุยกันเช่น

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 11 –  

    – บทที่ 11 –“คู่ควรแล้วอย่างไร ไม่คู่ควรแล้วอย่างไร ท้ายที่สุดแล้วสกุลเซี่ยก็ยังเลือกข้าไปเป็นคู่หมั้นของบุตรชายเขาอยู่ดี และเรื่องการหมั้นหมายของสองตระกูลก็กำหนดเอาไว้นานแล้ว เหตุใดสหายที่แสนดีของเจ้ายังเข้ามาวุ่นวายกับเขาอีกเล่า สรุปแล้วเรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะผู้ใดกันแน่”มุมปากของหงลี่ฮวายกขึ้นน้อย ๆ เรื่องสัญญาหมั้นหมายของสองตระกูลก็หาได้เป็นความลับไม่ ทุกคนในเมืองต่างก็รับรู้เรื่องนี้กันดี ว่าอย่างไรภรรยาเอกของเซี่ยหลงจื่อก็ต้องมาจากสกุลหง เป็นลู่เหลียนที่ไม่รู้หรือนางไม่สนใจเรื่องนี้กันแน่“เจ้า!!” เล่อฉีกำลังจะเอ่ยต่อ แต่ก็ต้องหยุดลงเพราะสหายห้ามปรามเอาไว้ก่อน“ฉีเอ๋อร์ เราไปกันเถิด” นางอยากจะออกไปจากตรงนี้เสียที ไม่อยากจะรับฟังเรื่องอันใดอีก เพียงเท่านี้นางก็เสียใจมากพอแล้วใบหน้าที่ราวกับจะร้องไห้ของสตรีอันดับหนึ่งทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างก็เกิดความสงสาร ตอนนี้นางราวกับตุ๊กตาเคลือบที่สามารถแตกสลายได้ตลอดเวลาก่อนที่เว่ยลู่เหลียนจะเดินจากไป หงลี่ฮวาก็ได้เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “คุณหนูเว่ย หวังว่าท่านจะเก็บคำขอของข้าไปพิจารณาด้วย”ลู่เหลียนเดินจากไปด้วยใบหน้าที่น่าสงสาร ต่างจากใน

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 10 –

    – บทที่ 10 –หงลี่ฮวายกยิ้มขึ้นน้อย ๆ ก่อนจะบอกเรื่องที่ตนเองรู้แก่น้องชายผู้นี้ “คนของข้าเห็นบ่าวรับใช้ผู้นั้นของเจ้าลอบพบกับคนของฮูหยินรอง เจ้าจะเชื่อหรือไม่อันนี้ก็แล้วแต่เจ้า”นางไม่หวังให้เขามาเชื่อนาง นางเพียงแค่ต้องการแสดงความจริงใจของนางก็เท่านั้น“ท่านต้องการอันใดกันแน่ถึงได้บอกเรื่องนี้แก่ข้า” เขาไม่เชื่อว่านางมาบอกเพียงเพราะต้องการช่วยเขาอย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีไมตรีต่อกัน นางไม่มีทางยื่นมือมาช่วยเหลือเขาเฉย ๆ อย่างแน่นอนนางปรายตามองน้องชายครู่หนึ่งก็เห็นแต่ใบหน้าที่เรียบนิ่ง จึงคิดว่าเขาคงรู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว “เจ้ารู้แล้ว? เหตุใดจึงยังเก็บไว้ข้างกายเช่นนี้”“ข้าไม่รู้ เพียงแค่สงสัยเท่านั้น ไม่มีหลักฐานอันใด” เขาตอบไปตามจริง“อ้อ จากนี้เจ้าก็ตัดสินใจเอาเองเถิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป” ไม่เลว ๆ คนผู้นี้ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว ฉลาดเฉลียวไม่น้อย หากได้ร่วมมือกับเขาคงจะไม่สร้างความลำบากให้นางมากนัก“ขอรับ”“เรามาคุยธุระสำคัญกันดีหรือไม่” ในที่สุดนางก็เอ่ยเรื่องสำคัญที่มาดักรอน้องชายผู้นี้“เชิญพี่รองเอ่ยมาเถิด” เขาว่าแล้วว่านางต้องมีเรื่องสำคัญที่ต้องการพูดคุยกับเขาอย่าง

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 9 –  

    – บทที่ 9 –หงลี่ฮวาหยุดมองน้องสาวด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง สตรีผู้นี้ช่างไม่รู้จักเก็บงำอารมณ์เสียจริง นางน่าจะรู้ความมากกว่านี้ หากรอให้มารดาของนางจัดการก็คงไม่ต้องมาทำเรื่องไร้ปัญญาเช่นนี้ดี!! ตอนนี้นางกำลังอารมณ์ไม่ดี ระบายอารมณ์ใส่นางก็คงจะดีไม่น้อย“ทำไม เจ้าจะทำอันใดข้า” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยียบ ทำเอาหญิงสาวตรงหน้ารู้สึกกลัวไม่น้อย แต่ก็ทำใจดีสู้เสือเอ่ยออกมาอย่างไม่เกรงกลัว“เป็นฝีมือของเจ้าใช่หรือไม่ที่บังคับให้สกุลเซี่ยมาทำการหมั้นหมายกับเจ้า!!” ตอนนี้นางคิดออกเพียงอย่างเดียว หาไม่แล้วสกุลเซี่ยที่เฉยเมยต่อเรื่องนี้มาตลอด จะเอ่ยปากเรื่องการหมั้นหมายได้อย่างไร“เจ้าว่าข้ามีอำนาจขนาดนั้นเลยหรือ” สตรีผู้นี้ช่างโง่จริง ๆ คิดออกมาได้อย่างไรว่าเป็นนางที่ไปบังคับสกุลเซี่ยให้มาทำการหมั้นหมาย“ไม่เช่นนั้นเขาจะมาขอเจ้าหมั้นหมายหรือ” นางปักใจไปแล้วว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของลี่ฮวา หรือไม่นางก็ให้องค์รัชทายาทไปบังคับสกุลเซี่ยอย่างแน่นอน“หากข้ามีอำนาจขนาดนั้น แล้วเหตุใดจึงไม่กลัวในอำนาจของข้าเลยเล่า” นางขยับเข้าไปใกล้ ๆ อีกฝ่าย อย่างต้องการข่มขวัญ“จะ...เจ้ามันสตรีแพศยา แพศยาเหมือนกับแม้

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 8 –

    – บทที่ 8 –หงลี่ฮวามาอยู่ที่ตำหนักเทียนซื่อของฮองเฮาหลายวันแล้ว ร่างกายของนางก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่วายมีเรื่องที่ทำให้นางต้องปวดหัว ท่านพี่หนิงเฉิงเพิ่งส่งข่าวมาบอกนางว่าสกุลเซี่ยเพิ่งส่งของหมั้นไปที่สกุลหง และผู้ที่ได้รับของหมั้นนั้นก็คือนางสกุลเซี่ยต้องการให้บุตรชายแต่งงานกับนางเพื่อเพิ่มอำนาจให้บุตรชายของตน เพราะนางนั้นสนิทสนมกับองค์รัชทายาท ในภายภาคหน้าอาจจะช่วยเหลือพวกเขาได้“ที่ท่านเอ่ยมานั้นคือเรื่องจริงหรือ” หญิงสาวถามขึ้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก นี่นางต้องแต่กับบุรุษผู้นั้นจริง ๆ หรือ แล้วเว่ยลู่เหลียนที่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับเซี่ยหลงจื่อเล่า“จริงแท้ ตอนนี้ก็ทำการแลกสมุดวันเกิดกันแล้วด้วย”หนิงเฉิงมองน้องสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร เรื่องนี้เขาไม่อาจยื่นมือเข้าไปยุ่งได้เพราะเป็นเรื่องภายในครอบครัวของนาง เขาก็ได้แต่หวังว่านางจะใช้ความร้ายกาจที่มีให้เป็นประโยชน์ และยกเลิกการหมั้นหมายนี้ได้ในที่สุด“ข้าไม่อยู่จวนเพียงไม่กี่วันก็มีคนสร้างเรื่องให้ข้าแล้วหรือ” นางได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เห็นทีคงจะต้องรีบกลับจวนเสียแล้ว“พี่น้องของเจ้าคงเตรียมมือต้อนรับเจ้าก

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 7 –

    – บทที่ 7 –เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก นางมีเพียงเวลากลับไปเก็บของครู่หนึ่งก่อนจะถูกส่งเข้าไปอยู่ในวังหลวงกับฮองเฮา นางทิ้งให้มี่ฟางอยู่ที่เรือนและทิ้งองครักษ์ให้อยู่เป็นเพื่อนนางสองคน เพราะนางเข้าไปอยู่ในวังคงยังไม่ต้องใช้องครักษ์ในตอนนี้ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนทุกคนในจวนก็ไม่สามารถตั้งตัวได้ แม้แต่บิดาของนางเองก็ยังงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น“ต้องรวดเร็วถึงขั้นนี้เลยหรือ” หงหยางเฉิงเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงแปลกใจ เหตุใดต้องรีบถึงเพียงนี้ หรือว่ามีเรื่องอันใดเกิดขึ้น“ฮองเฮาทรงพระประชวร จึงอยากให้ข้าไปอยู่เป็นเพื่อนเจ้าค่ะ” นางตอบผู้เป็นบิดาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง นางพยายามมองหาข้อดีของคนผู้นี้แล้วแต่นางก็ไม่พบมันเลยสักข้อ บุรุษผู้นี้ทำทุกอย่างเพื่ออำนาจของตนเอง ไม่เคยสนใจเลยว่าบุตรที่ใช้เป็นหมากจะเป็นตายร้ายดียังไง“เจ้าก็ดูแลฮองเฮาให้ดี” เขาพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ เขาคิดว่าเย่ฮองเฮาคงเหงา จึงได้เรียกบุตรสาวของเขาไปอยู่เป็นเพื่อน“เจ้าค่ะ” นางรับปากอย่างว่าง่าย ที่นางรับปากมิใช่ว่าเพราะคำสั่งของเขา แต่เพราะฮองเฮานั้นดีกับนางมาก หลังจากตกน้ำก็คอยส่งหมอหลวงมาตรวจดูอาการนางอยู่บ่อยค

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status