Share

– บทที่ 2 –

Auteur: LycDin
last update Dernière mise à jour: 2025-11-28 12:23:47

– บทที่ 2 –

หงจินเยว่ที่เห็นท่าทางสนิทสนมของทั้งสอง ก็ได้แต่กำมือ

แน่นด้วยความเคียดแค้น นางทำทุกวิธีเพื่อให้ได้รู้จักกับจูซินหยาน

สตรีผู้นั้นกล้าดีอย่างไรมาตัดหน้านางไปก่อน

“เยว่เอ๋อร์ สตรีคนที่นั่งกับคุณหนูจูใช่พี่สาวของเจ้าหรือไม่” ซื่อหลิงเอ๋อร์เอ่ยถามอย่างสงสัย นางคุ้นหน้าของสตรีนางนั้น คล้าย ๆ ว่าเป็นพี่สาวของสหายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

“ใช่ เป็นพี่รองของข้าเอง” น้ำเสียงไม่พอใจถูกเปล่งออกมา

“มิน่าเล่า คนหนึ่งเป็นบุตรของอัครมหาเสนาบดี ส่วนอีกคนมีน้าเป็นฮองเฮา ไม่แปลกที่พวกนางจะคบหากัน” นางพยักหน้าอย่างเข้าใจ และมิได้สนใจท่าทีไม่พอใจของสหายเลยแม้แต่น้อย เอาแต่นั่งมองสองคนที่เป็นหัวข้อสนทนาเมื่อครู่อย่างสนใจ

  สตรีสองนางที่ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งงานก็หาได้สนใจไม่ ทั้งสองนั่งจิบชากันอยู่เงียบ ๆ อย่างสบายอารมณ์

“ไม่รู้สึกแปลกบ้างหรือที่ถูกจ้องมองเช่นนี้” ซินหยานเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง นางได้ข่าวว่าเมื่อสองเดือนก่อนคุณหนูรองสกุลหงตกน้ำกลางดึก จากนั้นนางก็ไม่ออกจากจวนอีกเลย จนวันนี้ที่นางยอมมาร่วมงานชมบุปผาที่นางจัดขึ้น

“เจ้าเล่า ไม่รู้สึกแปลกบ้างหรือที่ต้องชวนคนอื่นมางานเลี้ยง

ที่จวน โดยมิได้สนิทหรืออยากคบหาด้วย” นางเอ่ยถามอย่างไม่คิดไว้หน้าอีกฝ่าย นางพอจะรู้แล้วว่านิสัยของสตรีผู้นี้เป็นเช่นไร นางคงอยากคบหาคนที่จริงใจ หาใช่คนที่ชอบประจบสอพลอไม่

เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาของซินหยานก็สั่นระริกด้วยความพอใจ ดูเหมือนนางจะเจอสิ่งที่น่าสนใจจริง ๆ เสียแล้ว

“ฮ่า ๆ ๆ ไม่ผิด ๆ ที่ข้าชวนพวกนางมาก็เพียงเพื่ออยากอวดความงามในจวนของข้าเท่านั้น”

ลี่ฮวาหันไปมองรอบ ๆ อีกครั้ง ทิวทัศน์ในจวนนี้งดงามยิ่งนัก

ตอนนี้ดอกไม้ในสวนกำลังเบ่งบาน ความงดงามก็มากขึ้นไปอีก

“เพียงแค่ต้องการอวดความงดงามของจวน ถึงขั้นยอมเสียเงินมากมายแบบนี้ นับถือ ๆ”

นางไม่เข้าใจความคิดของคนรวยเลยแม้แต่น้อย ทำอะไรตามใจตนเองเช่นนี้เสมอ ยอมเสียเงินมากมายเพื่อเรื่องเพียงน้อยนิด

เช่นนี้ ช่างสมกับเป็นบุตรของอัครมหาเสนาบดีเสียจริง

“ข้าชักถูกใจเจ้าเข้าแล้วสิ เช่นนั้นเจ้าก็มาเป็นน้องหญิงของข้าเถิด” นางเอ่ยพร้อมกับมองของเล่นชิ้นใหม่ด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน ของเล่นที่น่าสนใจเช่นนี้จะปล่อยไปได้อย่างไร

“ข้ามิอยากเป็นน้องหญิงของเจ้า” นางปฏิเสธอย่างไม่สนใจ ไม่อยากจะเชื่อว่าอีกฝ่ายจะกล้าเอ่ยออกมาเช่นนี้

“ทำไม หาได้ยากที่ข้าจะเอ่ยปากเช่นนี้ เจ้ากล้าปฏิเสธหรือ” หญิงสาวที่ถูกปฏิเสธตรง ๆ ก็ถึงกับไปไม่ถูก สตรีทั่วเมืองหลวงต้องการโอกาสนี้ แต่นางเลือกที่จะปฏิเสธเช่นนั้นหรือ

“ข้าอายุเท่าเจ้า จะเป็นน้องหญิงได้อย่างไร” นางตอบอย่างไม่ใส่ใจ สตรีผู้นี้ช่างประหลาดยิ่งนัก พบกันแค่ไม่กี่ครั้งก็จะให้นางไปเป็นน้องหญิงเสียแล้ว และพบกันครั้งก่อน ๆ ก็ไม่เคยพูดคุยกันเลยสักนิด พบหน้ากันเพียงผ่าน ๆ เท่านั้น

“เอาล่ะ ๆ อย่างไรเจ้าก็คือน้องหญิงของข้า ปฏิเสธมิได้” นางตัดจบแบบไม่มีทางให้อีกฝ่ายปฏิเสธได้ “วันหน้าพวกเราค่อยออกไปเดินเล่นที่ตลาดกัน”

“ได้” นางยอมรับปากในที่สุด ดูแล้วหากยังคงปฏิเสธไป เรื่องนี้ไม่มีทางจบอย่างแน่นอน นางจึงต้องตกปากรับคำไปเพื่อตัดปัญหา

“ดียิ่ง เดี๋ยวข้าส่งจดหมายไปนัดวันอีกที” นางเอ่ยออกมาอย่างดีใจ นานทีจะพบสหายถูกใจเช่นนี้

“เช่นนั้นวันนี้ข้าคงต้องขอตัวก่อน แล้วพบกันวันหน้า” นางลุกขึ้นก่อนจะเอ่ยลาสหายที่ได้มาแบบงง ๆ

คนสกุลหงที่เห็นว่าหงลี่ฮวาเตรียมที่จะออกไปก็ล่ำลาสหายแล้วเดินตามไปขึ้นรถม้าอย่างไม่สบอารมณ์ โดยเฉพาะ

จินเยว่ที่กำลังสนทนากับสหายอย่างสนุกสนาน ส่วนฝูเหยานั้น

ได้สหายใหม่มาหนึ่งคน เป็นคนที่จิตใจดี ยอมคบหากับบุตรสาวอนุเช่นนาง

“ท่านรู้จักกับคุณหนูจูตั้งแต่เมื่อใด” น้ำเสียงไม่พอใจถูกเปล่งออกมาจากปากของผู้เป็นน้องสาว

“ใช่เรื่องที่เจ้าจะต้องมาสอดหรือ” ดวงตาหวานปรายตามองน้องสาวที่ไม่รู้ความด้วยสายตาดุกร้าว

“ข้าเป็นน้องสาวของท่าน ย่อมต้องรู้ความเป็นไปของท่าน” นางเอ่ยอย่างต้องการหาทางออกให้ตนเอง

นางปรายตามองผู้ที่เอ่ยปากว่าเป็นน้องสาวของนางอีกครั้ง “น่าขันยิ่งนัก ตอนนี้กลับมานับถือข้าเป็นพี่สาวหรือ ก่อนหน้านี้มิเห็นพูดเช่นนี้”

“ไม่รู้ล่ะ อย่างไรท่านก็ต้องพาข้าไปทำความรู้จักกับคุณหนูจู มิเช่นนั้นข้าจะให้ท่านแม่จัดการ” นางยกเอาผู้เป็นมารดาขึ้นมาขู่ อย่างไรก็ต้องเกรงใจกันบ้าง ตอนนี้มารดาของนางใหญ่ที่สุดในจวน จะอย่างไรลี่ฮวาก็ต้องเชื่อฟัง

“แม่เจ้ากล้าลงมือกับข้าหรือ” นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สตรีสกุลหานผู้นั้นน่ะหรือจะกล้า ที่ท่านพ่อยังไม่ยอมแต่งตั้งผู้ใดเป็นฮูหยินใหญ่ก็เพราะเกรงใจสกุลเย่ของท่านแม่ แล้วไหนฮองเฮา หากคิดจะลงมือกับนางก็ต้องคิดหนักเสียหน่อย

“อย่างไรท่านแม่ก็เป็นเหมือนแม่ของเจ้า!!” ตอนนี้ฮูหยินใหญ่ก็ตายไปแล้ว มารดาของนางมีตำแหน่งใหญ่ที่สุด ผู้ใดกล้าขัดคำสั่งหรือ

“เจ้าควรเรียกแม่ว่าแม่รองเสียด้วยซ้ำ เพราะตำแหน่งที่นางอยู่ในตอนนี้ก็เป็นเพียงฮูหยินรองเท่านั้น” คำพูดเสียดแทงถูกกล่าวออกไป ทว่าใบหน้าของนางยังคงเรียบนิ่ง

จินเยว่ได้แต่กำมือแน่นด้วยความโกรธแค้น นี่เป็นเรื่องที่ฝังใจนางมาตลอด เย่ซินหว่านก็ตายไปตั้งนานแล้ว แต่บิดาของนางก็ไม่ยอมแต่งตั้งฮูหยินใหญ่คนใหม่เสียที

รถม้าตกอยู่ในความเงียบจนถึงจวน เพราะจินเยว่รู้ดีว่าไม่มีทางเอาชนะได้ รอให้ถึงจวนก่อนเถิด นางจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องมารดา อย่างไรนางก็ต้องไปพบจูซินหยานกับหงลี่ฮวา

 เมื่อมาถึงจวน หงจินเยว่ก็ตรงไปหามารดาที่เรือนเหลียนฮวาทันที นางร้องเรียกมารดามาแต่ไกล ทำให้คนที่อยู่ในเรือนต้องชะงัก

“ท่านแม่!!”

“รักษากิริยาหน่อยเถิด” หานฟางเซียนเอ่ยปรามบุตรสาวที่เสียงดังมาแต่ไกล บุตรของนางผู้นี้ช่างมิได้เรื่องเอาเสียเลย นางทุ่มเงินทองไปตั้งมากมายเพื่อเรียกอาจารย์ชื่อดังมาสั่งสอนนางถึงในจวน ไหนจะเรื่องศาสตร์ต่าง ๆ อีก นางหมดเงินไปไม่รู้เท่าใดตั้งเท่าใด ก็ยังเทียบไม่ได้แม้แต่บุตรสาวของอนุในจวน แล้วเช่นนี้นางจะหาสามีดี ๆ ให้นางได้อย่างไร

“ท่านแม่ต้องช่วยข้านะ หงลี่ฮวานางได้รู้จักพูดคุยกับคุณหนูจู บุตรสาวเพียงคนเดียวของอัครมหาเสนาบดี ข้าพยายามแทบตายก็ยังไม่ได้พูดคุยกับนาง” นางบอกไปตามตรง ตอนนี้คง

มีเพียงมารดาคนเดียวเท่านั้นที่สามารถช่วยนางได้

“เจ้าจัดการนางไม่สำเร็จ?” เห็นท่าทางเช่นนี้ของบุตรสาว ก็รู้ได้ทันทีว่านางต้องการอะไร บุตรสาวคนนี้ของนางอ่านง่ายยิ่งกว่าอันใด

“ใช่ มันบอกว่าท่านเป็นฮูหยินรอง จะมีอำนาจอันใดไปสั่งมัน ท่านแม่ต้องจัดการมันนะเจ้าคะ ให้มันรู้ว่าในจวนแห่งนี้ผู้ใดเป็นใหญ่” นางเอ่ยออกมาด้วยความเกรี้ยวโกรธ จะอย่างไรท่านแม่ของนางก็มีศักดิ์เป็นมารดา หงลี่ฮวาผู้นั้นจะอย่างไรก็ต้องให้ความเคารพ

“เจ้าต้องรู้จักเก็บงำอารมณ์ของตนเองเสียบ้าง มิใช่แต่เอาโวยวายไม่รู้ความเช่นนี้” นางสอนบุตรสาวไปหนึ่งประโยค ไม่รู้ว่าเมื่อใดบุตรสาวของนางจะรู้ความเสียที คอยแต่สร้างเรื่องให้นางเสมอ

“เจ้าคิดว่านางจะเชื่อฟังคำสั่งของข้าหรือ ตั้งแต่มารดาของนางจากไป นางก็ถือว่าตนเป็นใหญ่ในจวน ฟังแต่คำพูดของบิดาเจ้า เจ้าจะทำอันใดต้องคิดให้รอบคอบ อย่าคิดเอาแต่ใจจนเกินไป” นางกล้ำกลืนฝืนทนมาตั้งกี่ปียังคิดหาทางกำจัดมันออกไปไม่ได้ ลูกสาวตัวดีก็คอยหาเรื่องมาให้ปวดหัวไม่เว้นวัน

“แล้วท่านแม่จะช่วยข้าหรือไม่” นางอยากรู้จักจูซินหยาน หากได้สนิทสนมวันหน้านางอาจจะได้รับโอกาสดี ๆ อีกมากมาย

“อย่างไรเจ้าก็เป็นบุตรสาวของข้า โอกาสดี ๆ เช่นนี้จะปล่อยไปได้อย่างไร ขอเพียงเจ้าใจเย็นลงหน่อย” เรื่องเพียงเท่านี้ก็คิดหาทางเองไม่ได้ จะหาทางเอาชนะบุตรคนอื่น ๆ ในตระกูลได้อย่างไร ไหนจะบุตรชายคนเล็กของนางอีก เอาแต่เที่ยวเล่นไปวัน ๆ

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” รอยยิ้มดีใจปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาว ในใจก็ได้แต่คิดเย้ยหยันสตรีอีกคนที่คิดว่าตนเองสูงส่ง แต่

ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องทำความต้องการของนาง

หลายวันต่อมา จดหมายจากจูซินหยานก็ถูกส่งมาถึง หงลี่ฮวา

ปิดจดหมายในมือลงและยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่นางวางเอาไว้ เดิมทีการไปที่จวนสกุลจูในวันนั้นก็เพื่อผลลัพธ์ในตอนนี้ การมีคนมีอำนาจมาหนุนหลังอีกคนก็เป็นถือเรื่องดี

จูซินหยานผู้นี้ร้ายกาจไม่ไว้หน้าผู้ใด เพราะมีบิดาเป็นถึง

อัครมหาเสนาบดี แม้นางจะเป็นหลานสาวของฮองเฮา ทว่าพระนาง

ก็ยื่นมือออกมาลำบากนัก เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นางไม่ต้องการไปรบกวน

อ่านจดหมายจบก็ลุกขึ้นเดินไปเรือนใหญ่เพื่อที่จะไปร่วมรับประทานอาหารกับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ในเจ็ดวันคนที่จวนจะมารับประทานอาหารกันร่วมหนึ่งมื้อเพื่อความแน่นแฟ้น

ของครอบครัว

เมื่อนางเดินมาถึงห้องอาหารของเรือนใหญ่ก็พบว่าทุกคนมารอกันอยู่แล้ว แต่ในเมื่อยังไม่ถึงเวลาก็แสดงว่านางไม่ได้ผิดมารยาทอันใด นางย่อกายทำความเคารพผู้ที่อาวุโสกว่า ยกเว้นเพียงอนุฮุ่ยและหงฝูเหยาเท่านั้น ทว่ากลับเป็นทั้งสองที่ต้องทำความเคารพนาง รวมถึงน้องชายต่างมารดาที่ต่างก็ทำความเคารพนาง ยกเว้นก็เพียงหงจินเยว่เท่านั้นที่ยังยืนอยู่นิ่ง ๆ

ทันทีที่นางนั่งลง เสียงอ่อนหวานมีเมตตาของสตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้าของนางก็ดังขึ้น

“คุณหนูรองมาแล้วหรือ เหตุใดจึงมาช้านักเล่า นายท่านมารอนานแล้ว” นางเอ่ยออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หากฟังผ่าน ๆ

ก็ดูเหมือนเป็นการซักถามกันตามปกติ แต่เหตุใดนางจะมองไม่ออกเล่าว่าสตรีผู้นี้ต้องการอันใด

หงหยางเฉิงผู้เป็นบิดาปรายตามองบุตรสาวที่มาทีหลังด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา แต่ก็มิได้เอ่ยอันใดออกมา เขามักจะเป็นเช่นนี้เสมอ ไม่ทำตัวสนิทสนม วางตัวเป็นกลาง ปล่อยให้ทั้งหมดหาทางรอดให้ตัวเอง

ลี่ฮวายกยิ้มขึ้นน้อย ๆ “หากจะต่อว่าข้าก็เอ่ยปากมาตรง ๆ เถิด แต่ข้าหาได้ผิดมารยาทแต่อย่างใด นี่ยังไม่ถึงเวลาร่วมโต๊ะอาหารเลย”

เรื่องนี้นางมั่นใจว่านางไม่ผิด ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ และเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงชวนฟัง แต่คำพูดกลับบาดลึกลงไปในใจคนถูกพูดถึงยิ่งนัก “ก่อนที่ท่านจะมาสั่งสอนมารยาทข้า สั่งสอนมารยาทบุตรสาวของตนเองให้ดีก่อนดีหรือไม่ พบหน้าพี่สาวไม่ทักทาย ลับหลังข้าก็ไม่คิดจะว่าอันใด แต่ตอนนี้ต่อหน้าผู้อาวุโสในจวน นางก็ยังเมินเฉยต่อข้า ท่านคิดว่าเช่นนี้เหมาะสมแล้วหรือ หากนางไปทำมารยาทเช่นนี้ต่อหน้าผู้อื่น สกุลหงจะถูกมองว่าอย่างไร คงไม่พ้นว่าไม่สั่งสอนบุตรหลานให้ดีกระมัง”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทพิเศษ –

    – บทพิเศษ –ในขณะที่หงลี่ฮวากำลังนั่งเล่นอยู่ภายในห้อง ก็มีเสียงขลุกขลักดังขึ้นมาจากด้านนอกหน้าต่าง นางจึงตัดสินใจเดินไปดูด้วยความสงสัย นางไม่กลัวว่าจะเป็นคนร้าย เพราะรอบ ๆ เรือนของนางตอนนี้มีคนคอยคุ้มกันอยู่ตลอดนางค่อย ๆ เปิดหน้าต่างออกดูก็พบใบหน้าที่คุ้นเคยยืนยิ้มหวานอยู่ด้านนอก“ท่านมาได้อย่างไร” แม้จะถามออกมาด้วยความสงสัย แต่นัยน์ตาของนางมีความยินดีอยู่ไม่น้อยที่เขามาหานางในวันนี้ เพราะนางไม่ได้ไปหาเขาหลายวันแล้ว เนื่องจากเตรียมตัวเรื่องงานปักปิ่นที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้“ข้าคิดถึงเจ้า” เขาเอ่ยออกมาอย่างไม่ปิดปัง ตอนนี้ในใจของเขาร่ำร้องอยากแต่จะพบหน้าของนาง ไม่พบกันหนึ่งวันเหมือนสามปี ดูท่าเขาจะเข้าใจคำนี้อย่างถ่องแท้แล้ว“ข้าก็คิดถึงท่าน” นางคลี่ยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ “เข้ามาด้านในก่อนสิ”นางเปิดหน้าต่างให้กว้างขึ้นเพื่อให้เขาสามารถเข้ามาในห้องได้ เพราะนี่ก็มืดแล้ว หากผู้อื่นมาเห็นเข้าจะไม่ดี“ท่านมีอันใดหรือไม่ จึงได้

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทส่งท้าย –

    – บทส่งท้าย –หลังจบพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน แม่สื่อก็พาเจ้าสาวไปรอที่เรือนหอส่วนเจ้าบ่าวแม้ใจอยากจะตามไปด้วย แต่ก็ถูกเหล่าสหายรั้งให้อยู่ต่อ กว่าจะกลับไปกันหมดก็เป็นเวลายามซวี (19:00 น. - 20:59 น.) ไป๋ซีฮันในชุดเจ้าบ่าวมีอาการมึนเมาเล็กน้อย แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เขาจะมาใส่ใจ เพราะในห้องหอยังมีเจ้าสาวกำลังรอเขาอยู่ชายหนุ่มมาหยุดยืนอยู่หน้าประตู พลางสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอด วันนี้แล้วสินะที่นางและเขาจะได้เป็นของกันและกัน เพียงแค่คิดหัวใจก็เริ่มสั่นไหว เขาค่อย ๆ ผลักประตูและปิดลงอย่างช้า“รอข้านานหรือไม่” เขาเอ่ยถาม“ไม่เป็นไรหรอก ข้ารู้ว่าท่านต้องอยู่ต้อนรับแขก”ชายหนุ่มอมยิ้มก่อนจะค่อย ๆ บรรจงถอดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก เผยให้เห็นใบหน้างดงาม ริมฝีปากของนางคลี่ยิ้มเล็กน้อย“จะยืนมองอีกนานหรือไม่ ข้าง่วงแล้วนะเจ้าคะ”“เช่นนั้นข้าจะเคี่ยวกรำเจ้าทั้งคืน เตรียมใจไว้ให

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 32 –

    – บทที่ 32 –หงลี่ฮวาย้ำถึงฐานะของหงฝูเหยา นางได้เข้าสังคมบ่อย คงลืมไปแล้วกระมังว่าตนนั้นมีฐานะอันใด สตรีเช่นนางแต่งออกไปก็เป็นได้เพียงอนุเท่านั้น คิดที่จะยกฐานะของตนเองมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นรอยยิ้มบนใบหน้านั้นแข็งค้างในทันที นางก้มหน้าลงเพื่อซ่อนแววตาเกลียดชังเอาไว้“ข้ารู้” นางพยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ“สรุปแล้วที่มาหาข้ามีเรื่องอันใดหรือ” นางเอ่ยถามราวกับเมื่อครู่ไม่ได้เอ่ยวาจาใดที่หักหาญน้ำใจอีกฝ่าย “หรือมาเพื่อแสดงความยินดีกับข้าเฉย ๆ”“ใช่ ข้ามาเพื่อแสดงความยินดี” นางฝืนยกยิ้มออกมา พยายามซ่อนสายตาที่เคียดแค้นเอาไว้“อ้อ ขอบคุณ” นางเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ มือยังคงปักผ้าที่อยู่ในมือ“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” พูดจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินจากไปทันที ไม่คิดที่จะเอ่ยอันใดต่ออีก“เรื่องที่ข้าตกน้ำ เป็นฝีมือของท่านใช่หรือไม่” นางเอ่ยไล่หลังผู้เป็นพี่สาวฝูเหยาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไป แต่ก็มิได้หันกลับมา แล้วรีบเดินออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่ส

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 31 –  

    – บทที่ 31 –เซียวหนิงเฉิงที่เงียบอยู่นาน เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยปากขึ้นทันที “ท่านราชครู อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลย เพียงแค่โบยสั่งสอนก็พอแล้วกระมัง”น้ำเสียงของเขาไม่ช้าไม่เร็ว แต่ก็มีท่าทีนิ่งเฉยอยู่ในที ทั้งที่ในใจอยากจะด่าสองพ่อลูกจนแทบควบคุมตนเองไม่ได้“แต่ว่าบุตรสาวของกระหม่อมเสียหาย” เขาเอ่ยออกมาอย่างไม่ยอม “ชื่อเสียงของบุตรสาวของกระหม่อมเสียหาย แล้วเช่นนี้จะมีบุรุษดี ๆ มาขอแต่งงานหรือพ่ะย่ะค่ะ”บุตรสาวของเขาได้ชื่อว่าเป็นสตรีอันดับหนึ่ง แต่ต้องมาเสื่อมเสียเพราะคนบ้าตัณหาเช่นนี้ เขาจะยอมได้อย่างไร“ท่านราชครูห่วงเรื่องนี้เองหรือ” น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาของฮองเฮาดังขึ้น มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ“เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ให้บุตรสาวของท่านแต่งงานกับใต้เท้าฮวน เพื่อเป็นการรักษาหน้าของท่านด้วย”ที่นางเ

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 30 –

    – บทที่ 30 –วันนี้เป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้นเพื่อเลี้ยงฉลองให้ขุนนางในราชสำนัก ที่ต่างก็ทำงานทุ่มเทให้กับแผ่นดิน โดยงานเลี้ยงนี้จะสามารถนำครอบครัวเข้างานเลี้ยงได้บิดาของนางเลือกที่จะพาฮูหยินสามไปออกงานด้วย ซึ่งนางก็สามารถทำได้ดีไม่มีที่ติเลยแม้แต่น้อย ทว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับสกุลหงนั้นก็ยังเป็นที่ขบขันอยู่ไม่น้อย จึงทำให้ตลอดทั้งงานบิดาของนางมีใบหน้าเรียบนิ่งส่วนนางนั้นก็ได้นั่งใกล้ ๆ ฮองเฮาเช่นเดิม เพราะฮองเฮาเป็นคนเชิญนางมาด้วยตนเองงานเลี้ยงดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย เหล่าบุตรสาว ขุนนางต่างพากันออกมาแสดงความสามารถมากมาย เพราะงานนี้รวบรวมคนที่พร้อมออกเรือนไว้หมดแล้ว จึงเป็นเรื่องดีที่จะแสดงความสามารถ“ฮวาเอ๋อร์ เจ้าไม่คิดที่จะออกไปแสดงความสามารถบ้างหรือ” หนิงเฉิงหันถามคนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ นางถูกเสด็จแม่เขาสอนมาตั้งแต่เด็ก ฝีมือย่อมไม่ธรรมดา เหตุใดจึงได้ปกปิดไว้เช่นนี้“ท่านพี่หนิงเฉิงลืมไปแล้วหรือ ข้ายังมิได้ปักปิ่น” นางตอบ ทว่

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 29 –

    – บทที่ 29 –“แล้วเจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าตนเองเป็นบุตรของท่านพ่อ” หงลี่ฮวาเอ่ยออกมาในที่สุด “มารดาของเจ้าไม่แน่ว่าอาจสวมหมวกเขียวให้ท่านพ่อตั้งแต่ก่อนที่เจ้าจะเกิดมาเสียอีก”เรื่องที่นางเอ่ยออกมานี่ไม่แน่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ มิเช่นนั้นผิงอานคงไม่ได้ติดตามมาอยู่ข้างกายหานฟางเซียนที่จวนนี้ได้“ไม่จริง!!” นางตะโกนออกมา “ข้าเป็นบุตรสาวท่านพ่อ ท่านแม่ บอกพวกมันไปสิเจ้าคะว่าข้าเป็นบุตรของท่านพ่อ”นางร่ำไห้ออกมาอย่างหนัก เรื่องนี้ต้องไม่เป็นความจริง นางจะเป็นบุตรของบ่าวชั้นต่ำได้อย่างไร“ท่านแม่ บอกไปสิเจ้าคะว่าข้าเป็นบุตรสาวท่านพ่อ” นางหันไปบอกมารดาอีกครั้ง ทว่ากลับมิได้มีปฏิกิริยาอันใดตอบกลับมา มีเพียงเสียงร้องไห้จากผู้เป็นมารดาเท่านั้น“ไม่ ๆ ท่านพ่อ ข้าเป็นบุตรสาวของท่าน ท่านต้องเชื่อข้านะเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่ามารดาไม่เอ่ยอันใด จึงได้หันไปเอ่ยกับบิดา ทว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status