Share

– บทที่ 2 –

Author: LycDin
last update Huling Na-update: 2025-11-28 12:23:47

– บทที่ 2 –

หงจินเยว่ที่เห็นท่าทางสนิทสนมของทั้งสอง ก็ได้แต่กำมือ

แน่นด้วยความเคียดแค้น นางทำทุกวิธีเพื่อให้ได้รู้จักกับจูซินหยาน

สตรีผู้นั้นกล้าดีอย่างไรมาตัดหน้านางไปก่อน

“เยว่เอ๋อร์ สตรีคนที่นั่งกับคุณหนูจูใช่พี่สาวของเจ้าหรือไม่” ซื่อหลิงเอ๋อร์เอ่ยถามอย่างสงสัย นางคุ้นหน้าของสตรีนางนั้น คล้าย ๆ ว่าเป็นพี่สาวของสหายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

“ใช่ เป็นพี่รองของข้าเอง” น้ำเสียงไม่พอใจถูกเปล่งออกมา

“มิน่าเล่า คนหนึ่งเป็นบุตรของอัครมหาเสนาบดี ส่วนอีกคนมีน้าเป็นฮองเฮา ไม่แปลกที่พวกนางจะคบหากัน” นางพยักหน้าอย่างเข้าใจ และมิได้สนใจท่าทีไม่พอใจของสหายเลยแม้แต่น้อย เอาแต่นั่งมองสองคนที่เป็นหัวข้อสนทนาเมื่อครู่อย่างสนใจ

  สตรีสองนางที่ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งงานก็หาได้สนใจไม่ ทั้งสองนั่งจิบชากันอยู่เงียบ ๆ อย่างสบายอารมณ์

“ไม่รู้สึกแปลกบ้างหรือที่ถูกจ้องมองเช่นนี้” ซินหยานเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง นางได้ข่าวว่าเมื่อสองเดือนก่อนคุณหนูรองสกุลหงตกน้ำกลางดึก จากนั้นนางก็ไม่ออกจากจวนอีกเลย จนวันนี้ที่นางยอมมาร่วมงานชมบุปผาที่นางจัดขึ้น

“เจ้าเล่า ไม่รู้สึกแปลกบ้างหรือที่ต้องชวนคนอื่นมางานเลี้ยง

ที่จวน โดยมิได้สนิทหรืออยากคบหาด้วย” นางเอ่ยถามอย่างไม่คิดไว้หน้าอีกฝ่าย นางพอจะรู้แล้วว่านิสัยของสตรีผู้นี้เป็นเช่นไร นางคงอยากคบหาคนที่จริงใจ หาใช่คนที่ชอบประจบสอพลอไม่

เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาของซินหยานก็สั่นระริกด้วยความพอใจ ดูเหมือนนางจะเจอสิ่งที่น่าสนใจจริง ๆ เสียแล้ว

“ฮ่า ๆ ๆ ไม่ผิด ๆ ที่ข้าชวนพวกนางมาก็เพียงเพื่ออยากอวดความงามในจวนของข้าเท่านั้น”

ลี่ฮวาหันไปมองรอบ ๆ อีกครั้ง ทิวทัศน์ในจวนนี้งดงามยิ่งนัก

ตอนนี้ดอกไม้ในสวนกำลังเบ่งบาน ความงดงามก็มากขึ้นไปอีก

“เพียงแค่ต้องการอวดความงดงามของจวน ถึงขั้นยอมเสียเงินมากมายแบบนี้ นับถือ ๆ”

นางไม่เข้าใจความคิดของคนรวยเลยแม้แต่น้อย ทำอะไรตามใจตนเองเช่นนี้เสมอ ยอมเสียเงินมากมายเพื่อเรื่องเพียงน้อยนิด

เช่นนี้ ช่างสมกับเป็นบุตรของอัครมหาเสนาบดีเสียจริง

“ข้าชักถูกใจเจ้าเข้าแล้วสิ เช่นนั้นเจ้าก็มาเป็นน้องหญิงของข้าเถิด” นางเอ่ยพร้อมกับมองของเล่นชิ้นใหม่ด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน ของเล่นที่น่าสนใจเช่นนี้จะปล่อยไปได้อย่างไร

“ข้ามิอยากเป็นน้องหญิงของเจ้า” นางปฏิเสธอย่างไม่สนใจ ไม่อยากจะเชื่อว่าอีกฝ่ายจะกล้าเอ่ยออกมาเช่นนี้

“ทำไม หาได้ยากที่ข้าจะเอ่ยปากเช่นนี้ เจ้ากล้าปฏิเสธหรือ” หญิงสาวที่ถูกปฏิเสธตรง ๆ ก็ถึงกับไปไม่ถูก สตรีทั่วเมืองหลวงต้องการโอกาสนี้ แต่นางเลือกที่จะปฏิเสธเช่นนั้นหรือ

“ข้าอายุเท่าเจ้า จะเป็นน้องหญิงได้อย่างไร” นางตอบอย่างไม่ใส่ใจ สตรีผู้นี้ช่างประหลาดยิ่งนัก พบกันแค่ไม่กี่ครั้งก็จะให้นางไปเป็นน้องหญิงเสียแล้ว และพบกันครั้งก่อน ๆ ก็ไม่เคยพูดคุยกันเลยสักนิด พบหน้ากันเพียงผ่าน ๆ เท่านั้น

“เอาล่ะ ๆ อย่างไรเจ้าก็คือน้องหญิงของข้า ปฏิเสธมิได้” นางตัดจบแบบไม่มีทางให้อีกฝ่ายปฏิเสธได้ “วันหน้าพวกเราค่อยออกไปเดินเล่นที่ตลาดกัน”

“ได้” นางยอมรับปากในที่สุด ดูแล้วหากยังคงปฏิเสธไป เรื่องนี้ไม่มีทางจบอย่างแน่นอน นางจึงต้องตกปากรับคำไปเพื่อตัดปัญหา

“ดียิ่ง เดี๋ยวข้าส่งจดหมายไปนัดวันอีกที” นางเอ่ยออกมาอย่างดีใจ นานทีจะพบสหายถูกใจเช่นนี้

“เช่นนั้นวันนี้ข้าคงต้องขอตัวก่อน แล้วพบกันวันหน้า” นางลุกขึ้นก่อนจะเอ่ยลาสหายที่ได้มาแบบงง ๆ

คนสกุลหงที่เห็นว่าหงลี่ฮวาเตรียมที่จะออกไปก็ล่ำลาสหายแล้วเดินตามไปขึ้นรถม้าอย่างไม่สบอารมณ์ โดยเฉพาะ

จินเยว่ที่กำลังสนทนากับสหายอย่างสนุกสนาน ส่วนฝูเหยานั้น

ได้สหายใหม่มาหนึ่งคน เป็นคนที่จิตใจดี ยอมคบหากับบุตรสาวอนุเช่นนาง

“ท่านรู้จักกับคุณหนูจูตั้งแต่เมื่อใด” น้ำเสียงไม่พอใจถูกเปล่งออกมาจากปากของผู้เป็นน้องสาว

“ใช่เรื่องที่เจ้าจะต้องมาสอดหรือ” ดวงตาหวานปรายตามองน้องสาวที่ไม่รู้ความด้วยสายตาดุกร้าว

“ข้าเป็นน้องสาวของท่าน ย่อมต้องรู้ความเป็นไปของท่าน” นางเอ่ยอย่างต้องการหาทางออกให้ตนเอง

นางปรายตามองผู้ที่เอ่ยปากว่าเป็นน้องสาวของนางอีกครั้ง “น่าขันยิ่งนัก ตอนนี้กลับมานับถือข้าเป็นพี่สาวหรือ ก่อนหน้านี้มิเห็นพูดเช่นนี้”

“ไม่รู้ล่ะ อย่างไรท่านก็ต้องพาข้าไปทำความรู้จักกับคุณหนูจู มิเช่นนั้นข้าจะให้ท่านแม่จัดการ” นางยกเอาผู้เป็นมารดาขึ้นมาขู่ อย่างไรก็ต้องเกรงใจกันบ้าง ตอนนี้มารดาของนางใหญ่ที่สุดในจวน จะอย่างไรลี่ฮวาก็ต้องเชื่อฟัง

“แม่เจ้ากล้าลงมือกับข้าหรือ” นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สตรีสกุลหานผู้นั้นน่ะหรือจะกล้า ที่ท่านพ่อยังไม่ยอมแต่งตั้งผู้ใดเป็นฮูหยินใหญ่ก็เพราะเกรงใจสกุลเย่ของท่านแม่ แล้วไหนฮองเฮา หากคิดจะลงมือกับนางก็ต้องคิดหนักเสียหน่อย

“อย่างไรท่านแม่ก็เป็นเหมือนแม่ของเจ้า!!” ตอนนี้ฮูหยินใหญ่ก็ตายไปแล้ว มารดาของนางมีตำแหน่งใหญ่ที่สุด ผู้ใดกล้าขัดคำสั่งหรือ

“เจ้าควรเรียกแม่ว่าแม่รองเสียด้วยซ้ำ เพราะตำแหน่งที่นางอยู่ในตอนนี้ก็เป็นเพียงฮูหยินรองเท่านั้น” คำพูดเสียดแทงถูกกล่าวออกไป ทว่าใบหน้าของนางยังคงเรียบนิ่ง

จินเยว่ได้แต่กำมือแน่นด้วยความโกรธแค้น นี่เป็นเรื่องที่ฝังใจนางมาตลอด เย่ซินหว่านก็ตายไปตั้งนานแล้ว แต่บิดาของนางก็ไม่ยอมแต่งตั้งฮูหยินใหญ่คนใหม่เสียที

รถม้าตกอยู่ในความเงียบจนถึงจวน เพราะจินเยว่รู้ดีว่าไม่มีทางเอาชนะได้ รอให้ถึงจวนก่อนเถิด นางจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องมารดา อย่างไรนางก็ต้องไปพบจูซินหยานกับหงลี่ฮวา

 เมื่อมาถึงจวน หงจินเยว่ก็ตรงไปหามารดาที่เรือนเหลียนฮวาทันที นางร้องเรียกมารดามาแต่ไกล ทำให้คนที่อยู่ในเรือนต้องชะงัก

“ท่านแม่!!”

“รักษากิริยาหน่อยเถิด” หานฟางเซียนเอ่ยปรามบุตรสาวที่เสียงดังมาแต่ไกล บุตรของนางผู้นี้ช่างมิได้เรื่องเอาเสียเลย นางทุ่มเงินทองไปตั้งมากมายเพื่อเรียกอาจารย์ชื่อดังมาสั่งสอนนางถึงในจวน ไหนจะเรื่องศาสตร์ต่าง ๆ อีก นางหมดเงินไปไม่รู้เท่าใดตั้งเท่าใด ก็ยังเทียบไม่ได้แม้แต่บุตรสาวของอนุในจวน แล้วเช่นนี้นางจะหาสามีดี ๆ ให้นางได้อย่างไร

“ท่านแม่ต้องช่วยข้านะ หงลี่ฮวานางได้รู้จักพูดคุยกับคุณหนูจู บุตรสาวเพียงคนเดียวของอัครมหาเสนาบดี ข้าพยายามแทบตายก็ยังไม่ได้พูดคุยกับนาง” นางบอกไปตามตรง ตอนนี้คง

มีเพียงมารดาคนเดียวเท่านั้นที่สามารถช่วยนางได้

“เจ้าจัดการนางไม่สำเร็จ?” เห็นท่าทางเช่นนี้ของบุตรสาว ก็รู้ได้ทันทีว่านางต้องการอะไร บุตรสาวคนนี้ของนางอ่านง่ายยิ่งกว่าอันใด

“ใช่ มันบอกว่าท่านเป็นฮูหยินรอง จะมีอำนาจอันใดไปสั่งมัน ท่านแม่ต้องจัดการมันนะเจ้าคะ ให้มันรู้ว่าในจวนแห่งนี้ผู้ใดเป็นใหญ่” นางเอ่ยออกมาด้วยความเกรี้ยวโกรธ จะอย่างไรท่านแม่ของนางก็มีศักดิ์เป็นมารดา หงลี่ฮวาผู้นั้นจะอย่างไรก็ต้องให้ความเคารพ

“เจ้าต้องรู้จักเก็บงำอารมณ์ของตนเองเสียบ้าง มิใช่แต่เอาโวยวายไม่รู้ความเช่นนี้” นางสอนบุตรสาวไปหนึ่งประโยค ไม่รู้ว่าเมื่อใดบุตรสาวของนางจะรู้ความเสียที คอยแต่สร้างเรื่องให้นางเสมอ

“เจ้าคิดว่านางจะเชื่อฟังคำสั่งของข้าหรือ ตั้งแต่มารดาของนางจากไป นางก็ถือว่าตนเป็นใหญ่ในจวน ฟังแต่คำพูดของบิดาเจ้า เจ้าจะทำอันใดต้องคิดให้รอบคอบ อย่าคิดเอาแต่ใจจนเกินไป” นางกล้ำกลืนฝืนทนมาตั้งกี่ปียังคิดหาทางกำจัดมันออกไปไม่ได้ ลูกสาวตัวดีก็คอยหาเรื่องมาให้ปวดหัวไม่เว้นวัน

“แล้วท่านแม่จะช่วยข้าหรือไม่” นางอยากรู้จักจูซินหยาน หากได้สนิทสนมวันหน้านางอาจจะได้รับโอกาสดี ๆ อีกมากมาย

“อย่างไรเจ้าก็เป็นบุตรสาวของข้า โอกาสดี ๆ เช่นนี้จะปล่อยไปได้อย่างไร ขอเพียงเจ้าใจเย็นลงหน่อย” เรื่องเพียงเท่านี้ก็คิดหาทางเองไม่ได้ จะหาทางเอาชนะบุตรคนอื่น ๆ ในตระกูลได้อย่างไร ไหนจะบุตรชายคนเล็กของนางอีก เอาแต่เที่ยวเล่นไปวัน ๆ

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” รอยยิ้มดีใจปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาว ในใจก็ได้แต่คิดเย้ยหยันสตรีอีกคนที่คิดว่าตนเองสูงส่ง แต่

ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องทำความต้องการของนาง

หลายวันต่อมา จดหมายจากจูซินหยานก็ถูกส่งมาถึง หงลี่ฮวา

ปิดจดหมายในมือลงและยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่นางวางเอาไว้ เดิมทีการไปที่จวนสกุลจูในวันนั้นก็เพื่อผลลัพธ์ในตอนนี้ การมีคนมีอำนาจมาหนุนหลังอีกคนก็เป็นถือเรื่องดี

จูซินหยานผู้นี้ร้ายกาจไม่ไว้หน้าผู้ใด เพราะมีบิดาเป็นถึง

อัครมหาเสนาบดี แม้นางจะเป็นหลานสาวของฮองเฮา ทว่าพระนาง

ก็ยื่นมือออกมาลำบากนัก เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นางไม่ต้องการไปรบกวน

อ่านจดหมายจบก็ลุกขึ้นเดินไปเรือนใหญ่เพื่อที่จะไปร่วมรับประทานอาหารกับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ในเจ็ดวันคนที่จวนจะมารับประทานอาหารกันร่วมหนึ่งมื้อเพื่อความแน่นแฟ้น

ของครอบครัว

เมื่อนางเดินมาถึงห้องอาหารของเรือนใหญ่ก็พบว่าทุกคนมารอกันอยู่แล้ว แต่ในเมื่อยังไม่ถึงเวลาก็แสดงว่านางไม่ได้ผิดมารยาทอันใด นางย่อกายทำความเคารพผู้ที่อาวุโสกว่า ยกเว้นเพียงอนุฮุ่ยและหงฝูเหยาเท่านั้น ทว่ากลับเป็นทั้งสองที่ต้องทำความเคารพนาง รวมถึงน้องชายต่างมารดาที่ต่างก็ทำความเคารพนาง ยกเว้นก็เพียงหงจินเยว่เท่านั้นที่ยังยืนอยู่นิ่ง ๆ

ทันทีที่นางนั่งลง เสียงอ่อนหวานมีเมตตาของสตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้าของนางก็ดังขึ้น

“คุณหนูรองมาแล้วหรือ เหตุใดจึงมาช้านักเล่า นายท่านมารอนานแล้ว” นางเอ่ยออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หากฟังผ่าน ๆ

ก็ดูเหมือนเป็นการซักถามกันตามปกติ แต่เหตุใดนางจะมองไม่ออกเล่าว่าสตรีผู้นี้ต้องการอันใด

หงหยางเฉิงผู้เป็นบิดาปรายตามองบุตรสาวที่มาทีหลังด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา แต่ก็มิได้เอ่ยอันใดออกมา เขามักจะเป็นเช่นนี้เสมอ ไม่ทำตัวสนิทสนม วางตัวเป็นกลาง ปล่อยให้ทั้งหมดหาทางรอดให้ตัวเอง

ลี่ฮวายกยิ้มขึ้นน้อย ๆ “หากจะต่อว่าข้าก็เอ่ยปากมาตรง ๆ เถิด แต่ข้าหาได้ผิดมารยาทแต่อย่างใด นี่ยังไม่ถึงเวลาร่วมโต๊ะอาหารเลย”

เรื่องนี้นางมั่นใจว่านางไม่ผิด ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ และเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงชวนฟัง แต่คำพูดกลับบาดลึกลงไปในใจคนถูกพูดถึงยิ่งนัก “ก่อนที่ท่านจะมาสั่งสอนมารยาทข้า สั่งสอนมารยาทบุตรสาวของตนเองให้ดีก่อนดีหรือไม่ พบหน้าพี่สาวไม่ทักทาย ลับหลังข้าก็ไม่คิดจะว่าอันใด แต่ตอนนี้ต่อหน้าผู้อาวุโสในจวน นางก็ยังเมินเฉยต่อข้า ท่านคิดว่าเช่นนี้เหมาะสมแล้วหรือ หากนางไปทำมารยาทเช่นนี้ต่อหน้าผู้อื่น สกุลหงจะถูกมองว่าอย่างไร คงไม่พ้นว่าไม่สั่งสอนบุตรหลานให้ดีกระมัง”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 12 –

    – บทที่ 12 –ในคืนวันเดียวกัน ฮ่องเต้ก็มีรับสั่งให้จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ขึ้นเพื่อให้ทุกคนผ่อนคลายจากการเดินทาง คุณหนูตระกูลต่าง ๆ ที่มีชื่อเข้าร่วมเทศกาลล่าสัตว์ต่างก็พากันเตรียมตัวกันอย่างดี เพื่อที่จะได้โดดเด่นที่สุดในงานนี้หงลี่ฮวาและจูซินหยานเลือกที่จะมาแต่งตัวด้วยกันที่กระโจมของลี่ฮวา เพราะอยู่ใกล้สถานที่จัดงานมากกว่า จะได้ไม่ต้องเร่งรีบจนเกินไป“ฮวาเอ๋อร์ เจ้างดงามมาก” ซินหยานอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมหญิงสาวที่กำลังแต่งตัวอยู่ด้วยกัน นางไม่เคยพบเห็นผู้ใดในเมืองหลวงที่งดงามกว่าสหายผู้นี้ของนางเลยสักคน แม้แต่เว่ยลู่เหลียน หญิงงามอันดับหนึ่งก็ยังสู้สตรีผู้นี้ไม่ได้“ข้าก็งามเช่นนี้อยู่ทุกวัน เหตุใดเพิ่งมาชมเอาวันนี้เล่า” หญิงสาวอีกคนเอ่ยอย่างถือดี เพราะมองดูแล้วในเมืองหลวงนี้ไม่มีผู้ใดที่มีความงามสู้นางได้เลยสักคน“ฮ่า ๆ ตรงไปตรงมายิ่งนัก คิดไม่ถึงว่าจะกล้าเอ่ยประโยคนี้ออกมา” เสียงหัวเราะของซินหยานดังไปทั่วกระโจมเพราะถูกใจคำพูดของสหาย สตรีที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ช่างถูกใจนางยิ่งนัก ยิ่งอยู่กับลี่ฮวาก็ยิ่งทำให้นางมีความสุข“เอาล่ะ รีบแต่งตัวเถิด นี่ก็ใกล้จะได้เวลาแล้ว” เอาแต่พูดคุยกันเช่น

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 11 –  

    – บทที่ 11 –“คู่ควรแล้วอย่างไร ไม่คู่ควรแล้วอย่างไร ท้ายที่สุดแล้วสกุลเซี่ยก็ยังเลือกข้าไปเป็นคู่หมั้นของบุตรชายเขาอยู่ดี และเรื่องการหมั้นหมายของสองตระกูลก็กำหนดเอาไว้นานแล้ว เหตุใดสหายที่แสนดีของเจ้ายังเข้ามาวุ่นวายกับเขาอีกเล่า สรุปแล้วเรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะผู้ใดกันแน่”มุมปากของหงลี่ฮวายกขึ้นน้อย ๆ เรื่องสัญญาหมั้นหมายของสองตระกูลก็หาได้เป็นความลับไม่ ทุกคนในเมืองต่างก็รับรู้เรื่องนี้กันดี ว่าอย่างไรภรรยาเอกของเซี่ยหลงจื่อก็ต้องมาจากสกุลหง เป็นลู่เหลียนที่ไม่รู้หรือนางไม่สนใจเรื่องนี้กันแน่“เจ้า!!” เล่อฉีกำลังจะเอ่ยต่อ แต่ก็ต้องหยุดลงเพราะสหายห้ามปรามเอาไว้ก่อน“ฉีเอ๋อร์ เราไปกันเถิด” นางอยากจะออกไปจากตรงนี้เสียที ไม่อยากจะรับฟังเรื่องอันใดอีก เพียงเท่านี้นางก็เสียใจมากพอแล้วใบหน้าที่ราวกับจะร้องไห้ของสตรีอันดับหนึ่งทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างก็เกิดความสงสาร ตอนนี้นางราวกับตุ๊กตาเคลือบที่สามารถแตกสลายได้ตลอดเวลาก่อนที่เว่ยลู่เหลียนจะเดินจากไป หงลี่ฮวาก็ได้เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “คุณหนูเว่ย หวังว่าท่านจะเก็บคำขอของข้าไปพิจารณาด้วย”ลู่เหลียนเดินจากไปด้วยใบหน้าที่น่าสงสาร ต่างจากใน

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 10 –

    – บทที่ 10 –หงลี่ฮวายกยิ้มขึ้นน้อย ๆ ก่อนจะบอกเรื่องที่ตนเองรู้แก่น้องชายผู้นี้ “คนของข้าเห็นบ่าวรับใช้ผู้นั้นของเจ้าลอบพบกับคนของฮูหยินรอง เจ้าจะเชื่อหรือไม่อันนี้ก็แล้วแต่เจ้า”นางไม่หวังให้เขามาเชื่อนาง นางเพียงแค่ต้องการแสดงความจริงใจของนางก็เท่านั้น“ท่านต้องการอันใดกันแน่ถึงได้บอกเรื่องนี้แก่ข้า” เขาไม่เชื่อว่านางมาบอกเพียงเพราะต้องการช่วยเขาอย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีไมตรีต่อกัน นางไม่มีทางยื่นมือมาช่วยเหลือเขาเฉย ๆ อย่างแน่นอนนางปรายตามองน้องชายครู่หนึ่งก็เห็นแต่ใบหน้าที่เรียบนิ่ง จึงคิดว่าเขาคงรู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว “เจ้ารู้แล้ว? เหตุใดจึงยังเก็บไว้ข้างกายเช่นนี้”“ข้าไม่รู้ เพียงแค่สงสัยเท่านั้น ไม่มีหลักฐานอันใด” เขาตอบไปตามจริง“อ้อ จากนี้เจ้าก็ตัดสินใจเอาเองเถิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป” ไม่เลว ๆ คนผู้นี้ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว ฉลาดเฉลียวไม่น้อย หากได้ร่วมมือกับเขาคงจะไม่สร้างความลำบากให้นางมากนัก“ขอรับ”“เรามาคุยธุระสำคัญกันดีหรือไม่” ในที่สุดนางก็เอ่ยเรื่องสำคัญที่มาดักรอน้องชายผู้นี้“เชิญพี่รองเอ่ยมาเถิด” เขาว่าแล้วว่านางต้องมีเรื่องสำคัญที่ต้องการพูดคุยกับเขาอย่าง

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 9 –  

    – บทที่ 9 –หงลี่ฮวาหยุดมองน้องสาวด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง สตรีผู้นี้ช่างไม่รู้จักเก็บงำอารมณ์เสียจริง นางน่าจะรู้ความมากกว่านี้ หากรอให้มารดาของนางจัดการก็คงไม่ต้องมาทำเรื่องไร้ปัญญาเช่นนี้ดี!! ตอนนี้นางกำลังอารมณ์ไม่ดี ระบายอารมณ์ใส่นางก็คงจะดีไม่น้อย“ทำไม เจ้าจะทำอันใดข้า” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยียบ ทำเอาหญิงสาวตรงหน้ารู้สึกกลัวไม่น้อย แต่ก็ทำใจดีสู้เสือเอ่ยออกมาอย่างไม่เกรงกลัว“เป็นฝีมือของเจ้าใช่หรือไม่ที่บังคับให้สกุลเซี่ยมาทำการหมั้นหมายกับเจ้า!!” ตอนนี้นางคิดออกเพียงอย่างเดียว หาไม่แล้วสกุลเซี่ยที่เฉยเมยต่อเรื่องนี้มาตลอด จะเอ่ยปากเรื่องการหมั้นหมายได้อย่างไร“เจ้าว่าข้ามีอำนาจขนาดนั้นเลยหรือ” สตรีผู้นี้ช่างโง่จริง ๆ คิดออกมาได้อย่างไรว่าเป็นนางที่ไปบังคับสกุลเซี่ยให้มาทำการหมั้นหมาย“ไม่เช่นนั้นเขาจะมาขอเจ้าหมั้นหมายหรือ” นางปักใจไปแล้วว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของลี่ฮวา หรือไม่นางก็ให้องค์รัชทายาทไปบังคับสกุลเซี่ยอย่างแน่นอน“หากข้ามีอำนาจขนาดนั้น แล้วเหตุใดจึงไม่กลัวในอำนาจของข้าเลยเล่า” นางขยับเข้าไปใกล้ ๆ อีกฝ่าย อย่างต้องการข่มขวัญ“จะ...เจ้ามันสตรีแพศยา แพศยาเหมือนกับแม้

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 8 –

    – บทที่ 8 –หงลี่ฮวามาอยู่ที่ตำหนักเทียนซื่อของฮองเฮาหลายวันแล้ว ร่างกายของนางก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่วายมีเรื่องที่ทำให้นางต้องปวดหัว ท่านพี่หนิงเฉิงเพิ่งส่งข่าวมาบอกนางว่าสกุลเซี่ยเพิ่งส่งของหมั้นไปที่สกุลหง และผู้ที่ได้รับของหมั้นนั้นก็คือนางสกุลเซี่ยต้องการให้บุตรชายแต่งงานกับนางเพื่อเพิ่มอำนาจให้บุตรชายของตน เพราะนางนั้นสนิทสนมกับองค์รัชทายาท ในภายภาคหน้าอาจจะช่วยเหลือพวกเขาได้“ที่ท่านเอ่ยมานั้นคือเรื่องจริงหรือ” หญิงสาวถามขึ้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก นี่นางต้องแต่กับบุรุษผู้นั้นจริง ๆ หรือ แล้วเว่ยลู่เหลียนที่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับเซี่ยหลงจื่อเล่า“จริงแท้ ตอนนี้ก็ทำการแลกสมุดวันเกิดกันแล้วด้วย”หนิงเฉิงมองน้องสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร เรื่องนี้เขาไม่อาจยื่นมือเข้าไปยุ่งได้เพราะเป็นเรื่องภายในครอบครัวของนาง เขาก็ได้แต่หวังว่านางจะใช้ความร้ายกาจที่มีให้เป็นประโยชน์ และยกเลิกการหมั้นหมายนี้ได้ในที่สุด“ข้าไม่อยู่จวนเพียงไม่กี่วันก็มีคนสร้างเรื่องให้ข้าแล้วหรือ” นางได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เห็นทีคงจะต้องรีบกลับจวนเสียแล้ว“พี่น้องของเจ้าคงเตรียมมือต้อนรับเจ้าก

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 7 –

    – บทที่ 7 –เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก นางมีเพียงเวลากลับไปเก็บของครู่หนึ่งก่อนจะถูกส่งเข้าไปอยู่ในวังหลวงกับฮองเฮา นางทิ้งให้มี่ฟางอยู่ที่เรือนและทิ้งองครักษ์ให้อยู่เป็นเพื่อนนางสองคน เพราะนางเข้าไปอยู่ในวังคงยังไม่ต้องใช้องครักษ์ในตอนนี้ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนทุกคนในจวนก็ไม่สามารถตั้งตัวได้ แม้แต่บิดาของนางเองก็ยังงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น“ต้องรวดเร็วถึงขั้นนี้เลยหรือ” หงหยางเฉิงเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงแปลกใจ เหตุใดต้องรีบถึงเพียงนี้ หรือว่ามีเรื่องอันใดเกิดขึ้น“ฮองเฮาทรงพระประชวร จึงอยากให้ข้าไปอยู่เป็นเพื่อนเจ้าค่ะ” นางตอบผู้เป็นบิดาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง นางพยายามมองหาข้อดีของคนผู้นี้แล้วแต่นางก็ไม่พบมันเลยสักข้อ บุรุษผู้นี้ทำทุกอย่างเพื่ออำนาจของตนเอง ไม่เคยสนใจเลยว่าบุตรที่ใช้เป็นหมากจะเป็นตายร้ายดียังไง“เจ้าก็ดูแลฮองเฮาให้ดี” เขาพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ เขาคิดว่าเย่ฮองเฮาคงเหงา จึงได้เรียกบุตรสาวของเขาไปอยู่เป็นเพื่อน“เจ้าค่ะ” นางรับปากอย่างว่าง่าย ที่นางรับปากมิใช่ว่าเพราะคำสั่งของเขา แต่เพราะฮองเฮานั้นดีกับนางมาก หลังจากตกน้ำก็คอยส่งหมอหลวงมาตรวจดูอาการนางอยู่บ่อยค

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status