Share

– บทที่ 4 –

Author: LycDin
last update Huling Na-update: 2025-11-28 14:32:00

– บทที่ 4 –

หงลี่ฮวาหวนคิดถึงเรื่องในวัยเด็ก บิดาของนางมักพูดกรอก

หูเหล่าบุตรสาวเสมอว่า เซี่ยหลงจื่อผู้นี้จะกลายมาเป็นสามีของพวกนางในอนาคต ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใดจะมีความสามารถนั้น

ตอนนั้นพวกนางต่างก็พากันทุ่มเทเป็นอย่างมากเพื่อให้เหมาะสมกับฐานะของเขา แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร เขาก็ไม่สนใจบุตรสาวของสกุลหงเลยแม้แต่น้อย เพราะตอนยังเป็นเด็ก เขามักจะมาเล่นที่จวนสกุลหงบ่อย ๆ แต่เพราะความร้ายกาจของบุตรสาวทั้งสองของตระกูลจึงทำให้เขาเกิดความเบื่อหน่ายและค่อย ๆ ตีตัวออกหาก

“เช่นนี้ไม่ยุติธรรมกับเจ้าเลย” จูซินหยานเอ่ยออกมาหลังจากที่เดินออกมาไกลแล้ว มาทำเช่นนี้ได้อย่างไร มีสัญญากับสกุลหง แต่ไปเดินลอยหน้าลอยตาอยู่กับสตรีสกุลเว่ย

“ช่างเถิด ข้ามิได้สนใจ” นางบอกปัดออกไป บุรุษผู้นั้นจะคบหากับสตรีบ้านใดก็ไม่เกี่ยวกับนาง เพราะนางไม่ได้คิดที่จะพึ่งพาเขาอยู่แล้ว

“ช่างเถิด ๆ ฐานะเราสูงส่งเช่นนี้จะไปสนใจบุรุษหน้าโง่พวกนั้นทำไม จริงไหม” นางเข้าไปกอดแขนสหายและเดินเลือกซื้อของต่ออย่างมีความสุข สตรีเช่นพวกเราต้องเป็นฝ่ายเลือกบุรุษ หาใช่ต้องเป็นฝ่ายที่ถูกเลือกไม่

“ข้าต้องหาสามีได้ดีกว่านี้อย่างแน่นอน” จบประโยคทั้งสองก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ บุรุษที่นางจะแต่งงานด้วยต้องเป็นคนที่ดีที่สุดสำหรับพวกนาง

“ใช่ สามีของพวกเราสองคนจะต้องเป็นบุรุษที่ดีที่สุด และถูกใจเราที่สุด” เรื่องนี้นางเห็นด้วยที่สุด บุรุษที่นางจะแต่งงานด้วยต้องเป็นคนที่นางถูกใจเท่านั้น

“เอาล่ะ ๆ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว เราไปเดินซื้อของให้สบายอารมณ์กันดีกว่า” พูดเรื่องนี้ไปก็ทำให้เครียด มิสู้ออกไปใช้เงินให้อารมณ์ดีขึ้นเสียหน่อย

  

หลายวันต่อมา หงลี่ฮวาก็ส่งจดหมายไปให้เย่ฮองเฮาว่าต้องการเข้าเฝ้า มีเรื่องสำคัญที่ต้องการปรึกษา ไม่นานเทียบเชิญจากฮองเฮาก็ถูกส่งมาหาลี่ฮวาให้ไปเข้าเฝ้าในวันนี้

นางตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อออกเดินทางไปวังหลวง นางถูกขันทีในวังมาพาไปที่ตำหนักเทียนซื่อ

เมื่อมาถึงนางก็ยอบกายทำความเคารพผู้เป็นเจ้าของตำหนัก

“ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ” กิริยาท่าทางของนางล้วนไร้ที่ติ เรื่องมารยาทนางถูกในวังสั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก

“ลุกขึ้นเถิด ทำตัวตามสบาย” เย่เวยซวงพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเป็นกันเอง “มานั่งกับน้า มาให้น้าดูหน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้าง รู้หรือไม่ ยามที่รู้ข่าวว่าเจ้าตกน้ำ ข้าร้อนใจมากเพียงใด หากออกไปหาเจ้าได้ข้าคงทำไปแล้ว”

ตอนที่ได้ข่าวนางแทบจะขาดใจ ยังดีที่หลานสาวผู้นี้ไม่เป็นอันใด มิเช่นนั้นนางคงได้ตายลงจริง ๆ

“ข้ามิได้เป็นอันใดเจ้าค่ะ ซ้ำยังหายเป็นปกติแล้ว” ใบหน้าน้อย ๆ ขยับยิ้มขึ้นเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ

“ดีแล้ว ๆ ว่าแต่วันนี้มาหาข้าด้วยเรื่องอันใด” นางถามถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่ายที่ต้องการเข้ามาพบนางในวันนี้

“เรื่องที่ข้าตกน้ำยังหาตัวคนทำผิดมิได้ ข้าเกรงว่า...”

นางก้มหน้าลง คำพูดเพียงเท่านี้ก็ทำให้อีกฝ่ายรู้แล้วว่านางต้องการอันใด

“เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล ข้าจะให้พี่ชายของเจ้าส่งองครักษ์ไปคอยคุ้มกันอย่างเจ้าอย่างลับ ๆ” เรื่ององครักษ์นางคงหาให้มิได้ เรื่องนี้คงต้องให้บุตรชายของนางเป็นคนจัดการ

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

ทางด้านคนที่ถูกพูดถึง เมื่อได้ยินว่าญาติผู้น้องของตนเดินทางเข้ามาในวัง ก็รีบปลีกตัวมาหาที่ตำหนักของพระมารดา

“เสด็จแม่ ลูกมาแล้ว” เซียวหนิงเฉิงตะโกนมาแต่ไกล และรีบเดินเข้ามาหามารดาและน้องสาวที่นั่งอยู่ในตำหนัก

“องค์รัชทายาท” ลี่ฮวายอบกายทักทายญาติผู้พี่อย่างนอบน้อม

“ลุกขึ้นเถิด อย่าได้มากพิธี” เขาเดินไปประคองน้องสาวให้ลุกขึ้นอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปทักทายมารดาที่นั่งยิ้มมองทั้งสอง

“ถวายพระพรเสด็จแม่ ลูกมิได้มาช้าไปใช่หรือไม่”

“ไม่ เจ้ามาได้ทันเวลาพอดี แม่กำลังต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า” เย่เวยซวงยิ้มออกมาน้อย ๆ

“เรื่องอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ” ใบหน้าของผู้มาใหม่ปรากฏความงุนงงอยู่ไม่น้อย

“ก็เรื่องของฮวาเอ๋อร์ น้องสาวสุดที่รักของเจ้าอย่างไรเล่า” นางบอกไปอย่างไม่คิดปิดบัง เรื่องของหลานสาวผู้นี้จะช้ามิได้ หากเกิดเรื่องอะไรจะแก้ไขไม่ทัน

“พวกนั้นลงมืออีกแล้วหรือ” เขาถามอย่างหน้าตาตื่น ไม่คิดว่าพวกมันจะลงมือเร็ว ๆ นี้ และที่สำคัญตั้งแต่เกิดเรื่องเขายังไม่ได้พูดคุยกับนางเลย

“ไม่ ป้องกันเอาไว้ก่อนเท่านั้น” หญิงสาวส่งยิ้มไปให้ญาติผู้พี่เพื่อให้เขาสบายใจ ตอนนี้ยังไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นทั้งนั้น แต่ลางสังหรณ์บอกว่าเร็ว ๆ นี้จะต้องเกิดเรื่องขึ้นกับนางอย่างแน่นอน

“อ้อ เช่นนั้นก็ดี ส่วนเรื่ององครักษ์ลับเดี๋ยวพี่จัดการให้

ทีหลัง” วันนี้เขาไม่ได้เตรียมคนมาด้วย คงต้องไปจัดเตรียมคนที่ไว้ใจได้ก่อน ค่อยส่งไปให้นางที่หลัง

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” นางยิ้มออกมาจนตาหยี ทำให้คนที่มองมาเกิดความเอ็นดู

“อยู่กินอาหารกับน้าก่อนนะ เจ้าด้วยนะเฉิงเอ๋อร์ มิได้กินอาหารร่วมกันนานแล้ว”

“พ่ะย่ะค่ะ/เพคะ” ทั้งสองตอบตกลงพร้อมกัน

สุดท้ายแล้วทุกอย่างจบลงที่ทุกคนรับประทานอาหารร่วมกันและแยกย้ายกันไป

หงลี่ฮวาออกจากวังก็มุ่งหน้าตรงไปที่จวนทันที นางต้องการที่จะพักผ่อนเต็มทนแล้ว อยู่ในวังต้องรักษากิริยา ทำให้นางสิ้นเปลืองพลังงานไปมาก

ในขณะที่กำลังผ่านตรอกเล็ก ๆ เสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากด้านนอก นางเปิดม่านขึ้นดูก็พบว่าทหารของทางการวิ่งไปวิ่งมาเต็มถนน ทำให้รถม้าของนางต้องหยุดลง

“คะ...คุณหนู” มี่มี่เอ่ยเรียกเจ้านายด้วยน้ำเสียงสั่นเทา

คนผู้นี้ขึ้นมาบนรถตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ ซ้ำยังเอามีดมาจ่อคอนางอีกด้วย

ลี่ฮวาได้ยินเสียงสาวใช้ที่เปลี่ยนไปราวกับหวาดกลัวอะไรบางอย่างก็ปิดม่านลงและหันไปมองสาวใช้ช้า ๆ ก็พบกับภาพที่สาวใช้ถูกบุรุษชุดดำใช้มีดจี้คออยู่ ลางสังหรณ์ของนางจะแม่นไปหรือไม่ ออกจากวังและยังเดินทางยังไม่ถึงจวนก็มีเรื่องเกิดขึ้นแล้วหรือนี่

“คุณหนู ข้าไม่คิดที่จะทำร้ายพวกท่าน ขอเพียงติดรถออกไปจากตรงนี้ก็พอ” น้ำเสียงเรียบนิ่งดุดันถูกเปล่งออกมาในที่สุด เขามาทำภารกิจลับ แต่ลงมือพลาด จึงได้ถูกตามล่าเช่นนี้

“ปล่อยสาวใช้ของข้าก่อน” นางต่อรอง จะไม่ปล่อยให้สาวใช้อยู่ภายใต้คมมีดเช่นนั้นอย่างแน่นอน

“นี่รถม้าของผู้ใด” ทหารเดินเข้ามาถามคนขับรถม้า

“รถม้าตระกูลหง” คนขับรถม้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้านใน เพราะฝีมือของคนที่ลอบเข้าไปในรถม้ามีฝีมือสูงส่ง เขาจึงไม่รับรู้เรื่องที่เกิดขึ้น

ชายหนุ่มส่งสายตากดดันไปที่หญิงสาวราวกับต้องการบอกว่าให้ทำอะไรสักอย่าง หาไม่แล้วสาวใช้ผู้นี้คงหมดทางรอดเสียแล้ว

“มีอันใดหรือ” หญิงสาวเปิดม่านออกเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามทหารที่อยู่ด้านนอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“มีผู้ร้ายหลบหนีมาทางนี้ พวกเราจึงจำเป็นต้องตรวจดูรถม้าทุกคันเพื่อความปลอดภัย” เขาอธิบายเหตุผลให้สตรีที่นั่งอยู่ในรถม้าได้ฟัง

“คิดว่ารถม้าของข้าให้ความช่วยเหลือคนร้ายเช่นนั้นหรือ” น้ำเสียงของนางแข็งขึ้นหลายส่วน “ข้าไปเข้าเฝ้าฮองเฮาและองค์รัชทายาทในวังหลวงมา จะมีคนร้ายได้อย่างไร”

“เอ่อ...แต่มันเป็นหน้าที่ของพวกข้าน้อยนะขอรับ” แม้ภายในใจจะหวาดกลัวไม่น้อย แต่ก็ต้องเอ่ยประโยคนั้นออกมา

“ได้ เช่นนั้นพวกเจ้าก็ขึ้นมาค้นเถิด” นางแสร้งปิดม่านลงด้วยความโมโห เหล่าทหารที่ได้ยินเช่นนั้นก็เตรียมพากันขึ้นมาตรวจดูภายในรถม้า แต่ก็ต้องชะงักเพราะประโยคถัดมาของนาง “หากพรุ่งนี้เกิดอันใดขึ้นกับหน้าที่การงานของพวกเจ้า ก็จงรับมันให้ได้ก็แล้วกัน ทหารทำรุนแรงกับข้าจนได้รับบาดเจ็บ ข้าจึงจำเป็นต้องไปร้องขอความยุติธรรมกับองค์รัชทายาท”

พวกเขาต่างมองหน้ากันไปมา เพราะเชื่อว่าคุณหนูผู้นี้ต้องทำอย่างที่ปากพูดอย่างแน่นอน และองค์รัชทายาทก็รักและเอ็นดูคุณหนูผู้นี้ยิ่งกว่าผู้ใด หากนางไปบอกเช่นนั้นกับองค์รัชทายาท

จริง พวกเขายังจะมีชีวิตอยู่ได้อีกหรือ

“เช่นนั้นเชิญคุณหนูกลับจวนเถิดขอรับ” เขาจำต้องปล่อยไปในที่สุด และคิดว่านางคงไม่มายุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่อันตรายเช่นนี้

“ขอบคุณ” พูดจบรถม้าก็เคลื่อนตัวออกไปทันที

ชายหนุ่มที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก หากถูกจับได้คงเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน

ตลอดเวลาลี่ฮวาเอาแต่จ้องหน้าของชายแปลกหน้าราวกับต้องการค้นหาว่าบุรุษตรงหน้าเป็นผู้ใด แต่มองอย่างไรก็มองไม่ออก ดวงตาคมเข้มนั้นช่างไม่คุ้นตาเอาเสียเลย

“ข้าช่วยท่านแล้ว ปล่อยสาวใช้ข้าได้หรือยัง” นางปรายตามองคนที่ยังจับตัวมี่มี่เอาไว้ไม่ยอมปล่อย เมื่อเห็นว่าเขาไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยนางจึงได้เอ่ยปากต่อ “ข้าช่วยท่านไว้ ควรมีอันใดตอบแทนหรือไม่”

เขามองหน้าของนางครู่หนึ่ง ก่อนจะฟาดมือลงไปที่คอของสาวใช้ที่จับอยู่ทำให้นางสลบไป

หญิงสาวได้แต่มองภาพนั้นตาโต นี่คือการตอบแทนบุญคุณของเขาหรือ ชายหนุ่มค่อย ๆ ขยับตัวเข้าไปหานางอย่างช้า ๆ นางจ้องมองการกระทำของเขาอย่างไม่วางตา ดวงตาคมคู่นั้นช่างดูลึกลับเป็นอย่างมาก

“เจ้าต้องการอันใดหรือ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบและจ้องมองนางไม่วางตาเช่นกัน สตรีผู้นี้ร้ายยิ่งนักเพียงคำพูดของนางก็ทำให้ผู้คนหวาดกลัวได้แล้ว

หญิงสาวที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ “ข้าต้องการ...”

หญิงสาวที่เอ่ยออกมายังไม่จบประโยค ก็ถูกทำให้สลบเหมือนสาวใช้ของนางโดยที่นางไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

บุรุษนิรนามยกยิ้มขึ้นบาง ๆ ก่อนจะจัดท่าทางให้หญิงสาวได้นอนหลับอย่างสบาย ก่อนจะลอบออกจากรถม้าไปเมื่อเห็นว่าด้านนอกปลอดภัยแล้ว

รถม้าแล่นมาจนถึงจวนสกุลหง แต่ก็ไม่มีวี่แววผู้ที่อยู่ในรถม้าจะลงมาสักที ทำให้มี่ฟางที่ออกมาต้อนรับร้อนใจเป็นอย่างมาก จึงหันไปถามคนขับรถม้า “เกิดอันใดขึ้น เหตุใดคุณหนูไม่ลงจากรถม้าเสียที”

“มิได้เกิดอันใดขึ้นขอรับ” เขาตอบ ระหว่างทางก็ไม่เห็นว่ามีอันใดเกิดขึ้น นอกจากมีทหารมาขวางทางเท่านั้น แต่คุณหนูก็ยังดูปกติดี

“แล้วเหตุใดคุณหนูยังไม่ยอมลงจากรถ” ลี่ฟางที่เกิดความสงสัยก็รีบขึ้นไปดูบนรถม้าด้วยความกังวล แต่ก็ต้องถึงกับหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าทั้งสองกำลังนอนหลับอยู่ “ที่แท้ก็หลับไปนี่เอง คงเหนื่อยกันมากจริง ๆ”

“คุณหนู มี่มี่ ถึงจวนแล้วเจ้าค่ะ” นางปลุกทั้งสองด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม คนอันใดจะหลับลึกปานนี้ ขนาดรถม้าหยุดก็ยังไม่รู้ตัวเลย

ลี่ฮวาที่ได้ยินเสียงสาวใช้เรียกก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ และมองไปรอบ ๆ อย่างมึนงง

นี่มันเกิดอันใดขึ้นกับนางกัน นางจำได้ว่ากำลังนั่งคุยกับบุรุษแปลกหน้าผู้นั้นอยู่ แล้วเหตุใดนางจึงได้หลับไปเช่นนี้

นางขยับตัวเพื่อที่จะลงจากรถม้า แต่ก็ต้องรู้สึกเจ็บแปลบที่ต้นคอ

“โอ๊ย!!” หญิงสาวร้องออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ และยกมือขึ้นลูบที่ท้ายทอย ถึงขั้นกล้าลงมือกับผู้มีพระคุณเลยหรือ อย่าให้เจอตัวเชียว ดูซิว่านางจะทำอย่างไร!!

“คุณหนูเป็นอันใดเจ้าคะ” มี่ฟางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“นอนผิดท่าไปหน่อย ปลุกนางขึ้นมาเถิด” พูดจบก็เดินลงจากรถม้าเพื่อไปพักผ่อนที่เรือนของตน บุรุษผู้นี้ลงมือไม่เบาเลยทีเดียว ทำเอานางปวดคอไปหมด

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 12 –

    – บทที่ 12 –ในคืนวันเดียวกัน ฮ่องเต้ก็มีรับสั่งให้จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ขึ้นเพื่อให้ทุกคนผ่อนคลายจากการเดินทาง คุณหนูตระกูลต่าง ๆ ที่มีชื่อเข้าร่วมเทศกาลล่าสัตว์ต่างก็พากันเตรียมตัวกันอย่างดี เพื่อที่จะได้โดดเด่นที่สุดในงานนี้หงลี่ฮวาและจูซินหยานเลือกที่จะมาแต่งตัวด้วยกันที่กระโจมของลี่ฮวา เพราะอยู่ใกล้สถานที่จัดงานมากกว่า จะได้ไม่ต้องเร่งรีบจนเกินไป“ฮวาเอ๋อร์ เจ้างดงามมาก” ซินหยานอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมหญิงสาวที่กำลังแต่งตัวอยู่ด้วยกัน นางไม่เคยพบเห็นผู้ใดในเมืองหลวงที่งดงามกว่าสหายผู้นี้ของนางเลยสักคน แม้แต่เว่ยลู่เหลียน หญิงงามอันดับหนึ่งก็ยังสู้สตรีผู้นี้ไม่ได้“ข้าก็งามเช่นนี้อยู่ทุกวัน เหตุใดเพิ่งมาชมเอาวันนี้เล่า” หญิงสาวอีกคนเอ่ยอย่างถือดี เพราะมองดูแล้วในเมืองหลวงนี้ไม่มีผู้ใดที่มีความงามสู้นางได้เลยสักคน“ฮ่า ๆ ตรงไปตรงมายิ่งนัก คิดไม่ถึงว่าจะกล้าเอ่ยประโยคนี้ออกมา” เสียงหัวเราะของซินหยานดังไปทั่วกระโจมเพราะถูกใจคำพูดของสหาย สตรีที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ช่างถูกใจนางยิ่งนัก ยิ่งอยู่กับลี่ฮวาก็ยิ่งทำให้นางมีความสุข“เอาล่ะ รีบแต่งตัวเถิด นี่ก็ใกล้จะได้เวลาแล้ว” เอาแต่พูดคุยกันเช่น

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 11 –  

    – บทที่ 11 –“คู่ควรแล้วอย่างไร ไม่คู่ควรแล้วอย่างไร ท้ายที่สุดแล้วสกุลเซี่ยก็ยังเลือกข้าไปเป็นคู่หมั้นของบุตรชายเขาอยู่ดี และเรื่องการหมั้นหมายของสองตระกูลก็กำหนดเอาไว้นานแล้ว เหตุใดสหายที่แสนดีของเจ้ายังเข้ามาวุ่นวายกับเขาอีกเล่า สรุปแล้วเรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะผู้ใดกันแน่”มุมปากของหงลี่ฮวายกขึ้นน้อย ๆ เรื่องสัญญาหมั้นหมายของสองตระกูลก็หาได้เป็นความลับไม่ ทุกคนในเมืองต่างก็รับรู้เรื่องนี้กันดี ว่าอย่างไรภรรยาเอกของเซี่ยหลงจื่อก็ต้องมาจากสกุลหง เป็นลู่เหลียนที่ไม่รู้หรือนางไม่สนใจเรื่องนี้กันแน่“เจ้า!!” เล่อฉีกำลังจะเอ่ยต่อ แต่ก็ต้องหยุดลงเพราะสหายห้ามปรามเอาไว้ก่อน“ฉีเอ๋อร์ เราไปกันเถิด” นางอยากจะออกไปจากตรงนี้เสียที ไม่อยากจะรับฟังเรื่องอันใดอีก เพียงเท่านี้นางก็เสียใจมากพอแล้วใบหน้าที่ราวกับจะร้องไห้ของสตรีอันดับหนึ่งทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างก็เกิดความสงสาร ตอนนี้นางราวกับตุ๊กตาเคลือบที่สามารถแตกสลายได้ตลอดเวลาก่อนที่เว่ยลู่เหลียนจะเดินจากไป หงลี่ฮวาก็ได้เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “คุณหนูเว่ย หวังว่าท่านจะเก็บคำขอของข้าไปพิจารณาด้วย”ลู่เหลียนเดินจากไปด้วยใบหน้าที่น่าสงสาร ต่างจากใน

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 10 –

    – บทที่ 10 –หงลี่ฮวายกยิ้มขึ้นน้อย ๆ ก่อนจะบอกเรื่องที่ตนเองรู้แก่น้องชายผู้นี้ “คนของข้าเห็นบ่าวรับใช้ผู้นั้นของเจ้าลอบพบกับคนของฮูหยินรอง เจ้าจะเชื่อหรือไม่อันนี้ก็แล้วแต่เจ้า”นางไม่หวังให้เขามาเชื่อนาง นางเพียงแค่ต้องการแสดงความจริงใจของนางก็เท่านั้น“ท่านต้องการอันใดกันแน่ถึงได้บอกเรื่องนี้แก่ข้า” เขาไม่เชื่อว่านางมาบอกเพียงเพราะต้องการช่วยเขาอย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีไมตรีต่อกัน นางไม่มีทางยื่นมือมาช่วยเหลือเขาเฉย ๆ อย่างแน่นอนนางปรายตามองน้องชายครู่หนึ่งก็เห็นแต่ใบหน้าที่เรียบนิ่ง จึงคิดว่าเขาคงรู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว “เจ้ารู้แล้ว? เหตุใดจึงยังเก็บไว้ข้างกายเช่นนี้”“ข้าไม่รู้ เพียงแค่สงสัยเท่านั้น ไม่มีหลักฐานอันใด” เขาตอบไปตามจริง“อ้อ จากนี้เจ้าก็ตัดสินใจเอาเองเถิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป” ไม่เลว ๆ คนผู้นี้ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว ฉลาดเฉลียวไม่น้อย หากได้ร่วมมือกับเขาคงจะไม่สร้างความลำบากให้นางมากนัก“ขอรับ”“เรามาคุยธุระสำคัญกันดีหรือไม่” ในที่สุดนางก็เอ่ยเรื่องสำคัญที่มาดักรอน้องชายผู้นี้“เชิญพี่รองเอ่ยมาเถิด” เขาว่าแล้วว่านางต้องมีเรื่องสำคัญที่ต้องการพูดคุยกับเขาอย่าง

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 9 –  

    – บทที่ 9 –หงลี่ฮวาหยุดมองน้องสาวด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง สตรีผู้นี้ช่างไม่รู้จักเก็บงำอารมณ์เสียจริง นางน่าจะรู้ความมากกว่านี้ หากรอให้มารดาของนางจัดการก็คงไม่ต้องมาทำเรื่องไร้ปัญญาเช่นนี้ดี!! ตอนนี้นางกำลังอารมณ์ไม่ดี ระบายอารมณ์ใส่นางก็คงจะดีไม่น้อย“ทำไม เจ้าจะทำอันใดข้า” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยียบ ทำเอาหญิงสาวตรงหน้ารู้สึกกลัวไม่น้อย แต่ก็ทำใจดีสู้เสือเอ่ยออกมาอย่างไม่เกรงกลัว“เป็นฝีมือของเจ้าใช่หรือไม่ที่บังคับให้สกุลเซี่ยมาทำการหมั้นหมายกับเจ้า!!” ตอนนี้นางคิดออกเพียงอย่างเดียว หาไม่แล้วสกุลเซี่ยที่เฉยเมยต่อเรื่องนี้มาตลอด จะเอ่ยปากเรื่องการหมั้นหมายได้อย่างไร“เจ้าว่าข้ามีอำนาจขนาดนั้นเลยหรือ” สตรีผู้นี้ช่างโง่จริง ๆ คิดออกมาได้อย่างไรว่าเป็นนางที่ไปบังคับสกุลเซี่ยให้มาทำการหมั้นหมาย“ไม่เช่นนั้นเขาจะมาขอเจ้าหมั้นหมายหรือ” นางปักใจไปแล้วว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของลี่ฮวา หรือไม่นางก็ให้องค์รัชทายาทไปบังคับสกุลเซี่ยอย่างแน่นอน“หากข้ามีอำนาจขนาดนั้น แล้วเหตุใดจึงไม่กลัวในอำนาจของข้าเลยเล่า” นางขยับเข้าไปใกล้ ๆ อีกฝ่าย อย่างต้องการข่มขวัญ“จะ...เจ้ามันสตรีแพศยา แพศยาเหมือนกับแม้

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 8 –

    – บทที่ 8 –หงลี่ฮวามาอยู่ที่ตำหนักเทียนซื่อของฮองเฮาหลายวันแล้ว ร่างกายของนางก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่วายมีเรื่องที่ทำให้นางต้องปวดหัว ท่านพี่หนิงเฉิงเพิ่งส่งข่าวมาบอกนางว่าสกุลเซี่ยเพิ่งส่งของหมั้นไปที่สกุลหง และผู้ที่ได้รับของหมั้นนั้นก็คือนางสกุลเซี่ยต้องการให้บุตรชายแต่งงานกับนางเพื่อเพิ่มอำนาจให้บุตรชายของตน เพราะนางนั้นสนิทสนมกับองค์รัชทายาท ในภายภาคหน้าอาจจะช่วยเหลือพวกเขาได้“ที่ท่านเอ่ยมานั้นคือเรื่องจริงหรือ” หญิงสาวถามขึ้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก นี่นางต้องแต่กับบุรุษผู้นั้นจริง ๆ หรือ แล้วเว่ยลู่เหลียนที่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับเซี่ยหลงจื่อเล่า“จริงแท้ ตอนนี้ก็ทำการแลกสมุดวันเกิดกันแล้วด้วย”หนิงเฉิงมองน้องสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร เรื่องนี้เขาไม่อาจยื่นมือเข้าไปยุ่งได้เพราะเป็นเรื่องภายในครอบครัวของนาง เขาก็ได้แต่หวังว่านางจะใช้ความร้ายกาจที่มีให้เป็นประโยชน์ และยกเลิกการหมั้นหมายนี้ได้ในที่สุด“ข้าไม่อยู่จวนเพียงไม่กี่วันก็มีคนสร้างเรื่องให้ข้าแล้วหรือ” นางได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เห็นทีคงจะต้องรีบกลับจวนเสียแล้ว“พี่น้องของเจ้าคงเตรียมมือต้อนรับเจ้าก

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 7 –

    – บทที่ 7 –เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก นางมีเพียงเวลากลับไปเก็บของครู่หนึ่งก่อนจะถูกส่งเข้าไปอยู่ในวังหลวงกับฮองเฮา นางทิ้งให้มี่ฟางอยู่ที่เรือนและทิ้งองครักษ์ให้อยู่เป็นเพื่อนนางสองคน เพราะนางเข้าไปอยู่ในวังคงยังไม่ต้องใช้องครักษ์ในตอนนี้ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนทุกคนในจวนก็ไม่สามารถตั้งตัวได้ แม้แต่บิดาของนางเองก็ยังงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น“ต้องรวดเร็วถึงขั้นนี้เลยหรือ” หงหยางเฉิงเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงแปลกใจ เหตุใดต้องรีบถึงเพียงนี้ หรือว่ามีเรื่องอันใดเกิดขึ้น“ฮองเฮาทรงพระประชวร จึงอยากให้ข้าไปอยู่เป็นเพื่อนเจ้าค่ะ” นางตอบผู้เป็นบิดาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง นางพยายามมองหาข้อดีของคนผู้นี้แล้วแต่นางก็ไม่พบมันเลยสักข้อ บุรุษผู้นี้ทำทุกอย่างเพื่ออำนาจของตนเอง ไม่เคยสนใจเลยว่าบุตรที่ใช้เป็นหมากจะเป็นตายร้ายดียังไง“เจ้าก็ดูแลฮองเฮาให้ดี” เขาพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ เขาคิดว่าเย่ฮองเฮาคงเหงา จึงได้เรียกบุตรสาวของเขาไปอยู่เป็นเพื่อน“เจ้าค่ะ” นางรับปากอย่างว่าง่าย ที่นางรับปากมิใช่ว่าเพราะคำสั่งของเขา แต่เพราะฮองเฮานั้นดีกับนางมาก หลังจากตกน้ำก็คอยส่งหมอหลวงมาตรวจดูอาการนางอยู่บ่อยค

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status