Share

– บทที่ 4 –

Author: LycDin
last update Last Updated: 2025-11-28 14:32:00

– บทที่ 4 –

หงลี่ฮวาหวนคิดถึงเรื่องในวัยเด็ก บิดาของนางมักพูดกรอก

หูเหล่าบุตรสาวเสมอว่า เซี่ยหลงจื่อผู้นี้จะกลายมาเป็นสามีของพวกนางในอนาคต ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใดจะมีความสามารถนั้น

ตอนนั้นพวกนางต่างก็พากันทุ่มเทเป็นอย่างมากเพื่อให้เหมาะสมกับฐานะของเขา แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร เขาก็ไม่สนใจบุตรสาวของสกุลหงเลยแม้แต่น้อย เพราะตอนยังเป็นเด็ก เขามักจะมาเล่นที่จวนสกุลหงบ่อย ๆ แต่เพราะความร้ายกาจของบุตรสาวทั้งสองของตระกูลจึงทำให้เขาเกิดความเบื่อหน่ายและค่อย ๆ ตีตัวออกหาก

“เช่นนี้ไม่ยุติธรรมกับเจ้าเลย” จูซินหยานเอ่ยออกมาหลังจากที่เดินออกมาไกลแล้ว มาทำเช่นนี้ได้อย่างไร มีสัญญากับสกุลหง แต่ไปเดินลอยหน้าลอยตาอยู่กับสตรีสกุลเว่ย

“ช่างเถิด ข้ามิได้สนใจ” นางบอกปัดออกไป บุรุษผู้นั้นจะคบหากับสตรีบ้านใดก็ไม่เกี่ยวกับนาง เพราะนางไม่ได้คิดที่จะพึ่งพาเขาอยู่แล้ว

“ช่างเถิด ๆ ฐานะเราสูงส่งเช่นนี้จะไปสนใจบุรุษหน้าโง่พวกนั้นทำไม จริงไหม” นางเข้าไปกอดแขนสหายและเดินเลือกซื้อของต่ออย่างมีความสุข สตรีเช่นพวกเราต้องเป็นฝ่ายเลือกบุรุษ หาใช่ต้องเป็นฝ่ายที่ถูกเลือกไม่

“ข้าต้องหาสามีได้ดีกว่านี้อย่างแน่นอน” จบประโยคทั้งสองก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ บุรุษที่นางจะแต่งงานด้วยต้องเป็นคนที่ดีที่สุดสำหรับพวกนาง

“ใช่ สามีของพวกเราสองคนจะต้องเป็นบุรุษที่ดีที่สุด และถูกใจเราที่สุด” เรื่องนี้นางเห็นด้วยที่สุด บุรุษที่นางจะแต่งงานด้วยต้องเป็นคนที่นางถูกใจเท่านั้น

“เอาล่ะ ๆ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว เราไปเดินซื้อของให้สบายอารมณ์กันดีกว่า” พูดเรื่องนี้ไปก็ทำให้เครียด มิสู้ออกไปใช้เงินให้อารมณ์ดีขึ้นเสียหน่อย

  

หลายวันต่อมา หงลี่ฮวาก็ส่งจดหมายไปให้เย่ฮองเฮาว่าต้องการเข้าเฝ้า มีเรื่องสำคัญที่ต้องการปรึกษา ไม่นานเทียบเชิญจากฮองเฮาก็ถูกส่งมาหาลี่ฮวาให้ไปเข้าเฝ้าในวันนี้

นางตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อออกเดินทางไปวังหลวง นางถูกขันทีในวังมาพาไปที่ตำหนักเทียนซื่อ

เมื่อมาถึงนางก็ยอบกายทำความเคารพผู้เป็นเจ้าของตำหนัก

“ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ” กิริยาท่าทางของนางล้วนไร้ที่ติ เรื่องมารยาทนางถูกในวังสั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก

“ลุกขึ้นเถิด ทำตัวตามสบาย” เย่เวยซวงพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเป็นกันเอง “มานั่งกับน้า มาให้น้าดูหน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้าง รู้หรือไม่ ยามที่รู้ข่าวว่าเจ้าตกน้ำ ข้าร้อนใจมากเพียงใด หากออกไปหาเจ้าได้ข้าคงทำไปแล้ว”

ตอนที่ได้ข่าวนางแทบจะขาดใจ ยังดีที่หลานสาวผู้นี้ไม่เป็นอันใด มิเช่นนั้นนางคงได้ตายลงจริง ๆ

“ข้ามิได้เป็นอันใดเจ้าค่ะ ซ้ำยังหายเป็นปกติแล้ว” ใบหน้าน้อย ๆ ขยับยิ้มขึ้นเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ

“ดีแล้ว ๆ ว่าแต่วันนี้มาหาข้าด้วยเรื่องอันใด” นางถามถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่ายที่ต้องการเข้ามาพบนางในวันนี้

“เรื่องที่ข้าตกน้ำยังหาตัวคนทำผิดมิได้ ข้าเกรงว่า...”

นางก้มหน้าลง คำพูดเพียงเท่านี้ก็ทำให้อีกฝ่ายรู้แล้วว่านางต้องการอันใด

“เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล ข้าจะให้พี่ชายของเจ้าส่งองครักษ์ไปคอยคุ้มกันอย่างเจ้าอย่างลับ ๆ” เรื่ององครักษ์นางคงหาให้มิได้ เรื่องนี้คงต้องให้บุตรชายของนางเป็นคนจัดการ

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

ทางด้านคนที่ถูกพูดถึง เมื่อได้ยินว่าญาติผู้น้องของตนเดินทางเข้ามาในวัง ก็รีบปลีกตัวมาหาที่ตำหนักของพระมารดา

“เสด็จแม่ ลูกมาแล้ว” เซียวหนิงเฉิงตะโกนมาแต่ไกล และรีบเดินเข้ามาหามารดาและน้องสาวที่นั่งอยู่ในตำหนัก

“องค์รัชทายาท” ลี่ฮวายอบกายทักทายญาติผู้พี่อย่างนอบน้อม

“ลุกขึ้นเถิด อย่าได้มากพิธี” เขาเดินไปประคองน้องสาวให้ลุกขึ้นอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปทักทายมารดาที่นั่งยิ้มมองทั้งสอง

“ถวายพระพรเสด็จแม่ ลูกมิได้มาช้าไปใช่หรือไม่”

“ไม่ เจ้ามาได้ทันเวลาพอดี แม่กำลังต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า” เย่เวยซวงยิ้มออกมาน้อย ๆ

“เรื่องอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ” ใบหน้าของผู้มาใหม่ปรากฏความงุนงงอยู่ไม่น้อย

“ก็เรื่องของฮวาเอ๋อร์ น้องสาวสุดที่รักของเจ้าอย่างไรเล่า” นางบอกไปอย่างไม่คิดปิดบัง เรื่องของหลานสาวผู้นี้จะช้ามิได้ หากเกิดเรื่องอะไรจะแก้ไขไม่ทัน

“พวกนั้นลงมืออีกแล้วหรือ” เขาถามอย่างหน้าตาตื่น ไม่คิดว่าพวกมันจะลงมือเร็ว ๆ นี้ และที่สำคัญตั้งแต่เกิดเรื่องเขายังไม่ได้พูดคุยกับนางเลย

“ไม่ ป้องกันเอาไว้ก่อนเท่านั้น” หญิงสาวส่งยิ้มไปให้ญาติผู้พี่เพื่อให้เขาสบายใจ ตอนนี้ยังไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นทั้งนั้น แต่ลางสังหรณ์บอกว่าเร็ว ๆ นี้จะต้องเกิดเรื่องขึ้นกับนางอย่างแน่นอน

“อ้อ เช่นนั้นก็ดี ส่วนเรื่ององครักษ์ลับเดี๋ยวพี่จัดการให้

ทีหลัง” วันนี้เขาไม่ได้เตรียมคนมาด้วย คงต้องไปจัดเตรียมคนที่ไว้ใจได้ก่อน ค่อยส่งไปให้นางที่หลัง

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” นางยิ้มออกมาจนตาหยี ทำให้คนที่มองมาเกิดความเอ็นดู

“อยู่กินอาหารกับน้าก่อนนะ เจ้าด้วยนะเฉิงเอ๋อร์ มิได้กินอาหารร่วมกันนานแล้ว”

“พ่ะย่ะค่ะ/เพคะ” ทั้งสองตอบตกลงพร้อมกัน

สุดท้ายแล้วทุกอย่างจบลงที่ทุกคนรับประทานอาหารร่วมกันและแยกย้ายกันไป

หงลี่ฮวาออกจากวังก็มุ่งหน้าตรงไปที่จวนทันที นางต้องการที่จะพักผ่อนเต็มทนแล้ว อยู่ในวังต้องรักษากิริยา ทำให้นางสิ้นเปลืองพลังงานไปมาก

ในขณะที่กำลังผ่านตรอกเล็ก ๆ เสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากด้านนอก นางเปิดม่านขึ้นดูก็พบว่าทหารของทางการวิ่งไปวิ่งมาเต็มถนน ทำให้รถม้าของนางต้องหยุดลง

“คะ...คุณหนู” มี่มี่เอ่ยเรียกเจ้านายด้วยน้ำเสียงสั่นเทา

คนผู้นี้ขึ้นมาบนรถตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ ซ้ำยังเอามีดมาจ่อคอนางอีกด้วย

ลี่ฮวาได้ยินเสียงสาวใช้ที่เปลี่ยนไปราวกับหวาดกลัวอะไรบางอย่างก็ปิดม่านลงและหันไปมองสาวใช้ช้า ๆ ก็พบกับภาพที่สาวใช้ถูกบุรุษชุดดำใช้มีดจี้คออยู่ ลางสังหรณ์ของนางจะแม่นไปหรือไม่ ออกจากวังและยังเดินทางยังไม่ถึงจวนก็มีเรื่องเกิดขึ้นแล้วหรือนี่

“คุณหนู ข้าไม่คิดที่จะทำร้ายพวกท่าน ขอเพียงติดรถออกไปจากตรงนี้ก็พอ” น้ำเสียงเรียบนิ่งดุดันถูกเปล่งออกมาในที่สุด เขามาทำภารกิจลับ แต่ลงมือพลาด จึงได้ถูกตามล่าเช่นนี้

“ปล่อยสาวใช้ของข้าก่อน” นางต่อรอง จะไม่ปล่อยให้สาวใช้อยู่ภายใต้คมมีดเช่นนั้นอย่างแน่นอน

“นี่รถม้าของผู้ใด” ทหารเดินเข้ามาถามคนขับรถม้า

“รถม้าตระกูลหง” คนขับรถม้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้านใน เพราะฝีมือของคนที่ลอบเข้าไปในรถม้ามีฝีมือสูงส่ง เขาจึงไม่รับรู้เรื่องที่เกิดขึ้น

ชายหนุ่มส่งสายตากดดันไปที่หญิงสาวราวกับต้องการบอกว่าให้ทำอะไรสักอย่าง หาไม่แล้วสาวใช้ผู้นี้คงหมดทางรอดเสียแล้ว

“มีอันใดหรือ” หญิงสาวเปิดม่านออกเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามทหารที่อยู่ด้านนอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“มีผู้ร้ายหลบหนีมาทางนี้ พวกเราจึงจำเป็นต้องตรวจดูรถม้าทุกคันเพื่อความปลอดภัย” เขาอธิบายเหตุผลให้สตรีที่นั่งอยู่ในรถม้าได้ฟัง

“คิดว่ารถม้าของข้าให้ความช่วยเหลือคนร้ายเช่นนั้นหรือ” น้ำเสียงของนางแข็งขึ้นหลายส่วน “ข้าไปเข้าเฝ้าฮองเฮาและองค์รัชทายาทในวังหลวงมา จะมีคนร้ายได้อย่างไร”

“เอ่อ...แต่มันเป็นหน้าที่ของพวกข้าน้อยนะขอรับ” แม้ภายในใจจะหวาดกลัวไม่น้อย แต่ก็ต้องเอ่ยประโยคนั้นออกมา

“ได้ เช่นนั้นพวกเจ้าก็ขึ้นมาค้นเถิด” นางแสร้งปิดม่านลงด้วยความโมโห เหล่าทหารที่ได้ยินเช่นนั้นก็เตรียมพากันขึ้นมาตรวจดูภายในรถม้า แต่ก็ต้องชะงักเพราะประโยคถัดมาของนาง “หากพรุ่งนี้เกิดอันใดขึ้นกับหน้าที่การงานของพวกเจ้า ก็จงรับมันให้ได้ก็แล้วกัน ทหารทำรุนแรงกับข้าจนได้รับบาดเจ็บ ข้าจึงจำเป็นต้องไปร้องขอความยุติธรรมกับองค์รัชทายาท”

พวกเขาต่างมองหน้ากันไปมา เพราะเชื่อว่าคุณหนูผู้นี้ต้องทำอย่างที่ปากพูดอย่างแน่นอน และองค์รัชทายาทก็รักและเอ็นดูคุณหนูผู้นี้ยิ่งกว่าผู้ใด หากนางไปบอกเช่นนั้นกับองค์รัชทายาท

จริง พวกเขายังจะมีชีวิตอยู่ได้อีกหรือ

“เช่นนั้นเชิญคุณหนูกลับจวนเถิดขอรับ” เขาจำต้องปล่อยไปในที่สุด และคิดว่านางคงไม่มายุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่อันตรายเช่นนี้

“ขอบคุณ” พูดจบรถม้าก็เคลื่อนตัวออกไปทันที

ชายหนุ่มที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก หากถูกจับได้คงเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน

ตลอดเวลาลี่ฮวาเอาแต่จ้องหน้าของชายแปลกหน้าราวกับต้องการค้นหาว่าบุรุษตรงหน้าเป็นผู้ใด แต่มองอย่างไรก็มองไม่ออก ดวงตาคมเข้มนั้นช่างไม่คุ้นตาเอาเสียเลย

“ข้าช่วยท่านแล้ว ปล่อยสาวใช้ข้าได้หรือยัง” นางปรายตามองคนที่ยังจับตัวมี่มี่เอาไว้ไม่ยอมปล่อย เมื่อเห็นว่าเขาไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยนางจึงได้เอ่ยปากต่อ “ข้าช่วยท่านไว้ ควรมีอันใดตอบแทนหรือไม่”

เขามองหน้าของนางครู่หนึ่ง ก่อนจะฟาดมือลงไปที่คอของสาวใช้ที่จับอยู่ทำให้นางสลบไป

หญิงสาวได้แต่มองภาพนั้นตาโต นี่คือการตอบแทนบุญคุณของเขาหรือ ชายหนุ่มค่อย ๆ ขยับตัวเข้าไปหานางอย่างช้า ๆ นางจ้องมองการกระทำของเขาอย่างไม่วางตา ดวงตาคมคู่นั้นช่างดูลึกลับเป็นอย่างมาก

“เจ้าต้องการอันใดหรือ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบและจ้องมองนางไม่วางตาเช่นกัน สตรีผู้นี้ร้ายยิ่งนักเพียงคำพูดของนางก็ทำให้ผู้คนหวาดกลัวได้แล้ว

หญิงสาวที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ “ข้าต้องการ...”

หญิงสาวที่เอ่ยออกมายังไม่จบประโยค ก็ถูกทำให้สลบเหมือนสาวใช้ของนางโดยที่นางไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

บุรุษนิรนามยกยิ้มขึ้นบาง ๆ ก่อนจะจัดท่าทางให้หญิงสาวได้นอนหลับอย่างสบาย ก่อนจะลอบออกจากรถม้าไปเมื่อเห็นว่าด้านนอกปลอดภัยแล้ว

รถม้าแล่นมาจนถึงจวนสกุลหง แต่ก็ไม่มีวี่แววผู้ที่อยู่ในรถม้าจะลงมาสักที ทำให้มี่ฟางที่ออกมาต้อนรับร้อนใจเป็นอย่างมาก จึงหันไปถามคนขับรถม้า “เกิดอันใดขึ้น เหตุใดคุณหนูไม่ลงจากรถม้าเสียที”

“มิได้เกิดอันใดขึ้นขอรับ” เขาตอบ ระหว่างทางก็ไม่เห็นว่ามีอันใดเกิดขึ้น นอกจากมีทหารมาขวางทางเท่านั้น แต่คุณหนูก็ยังดูปกติดี

“แล้วเหตุใดคุณหนูยังไม่ยอมลงจากรถ” ลี่ฟางที่เกิดความสงสัยก็รีบขึ้นไปดูบนรถม้าด้วยความกังวล แต่ก็ต้องถึงกับหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าทั้งสองกำลังนอนหลับอยู่ “ที่แท้ก็หลับไปนี่เอง คงเหนื่อยกันมากจริง ๆ”

“คุณหนู มี่มี่ ถึงจวนแล้วเจ้าค่ะ” นางปลุกทั้งสองด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม คนอันใดจะหลับลึกปานนี้ ขนาดรถม้าหยุดก็ยังไม่รู้ตัวเลย

ลี่ฮวาที่ได้ยินเสียงสาวใช้เรียกก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ และมองไปรอบ ๆ อย่างมึนงง

นี่มันเกิดอันใดขึ้นกับนางกัน นางจำได้ว่ากำลังนั่งคุยกับบุรุษแปลกหน้าผู้นั้นอยู่ แล้วเหตุใดนางจึงได้หลับไปเช่นนี้

นางขยับตัวเพื่อที่จะลงจากรถม้า แต่ก็ต้องรู้สึกเจ็บแปลบที่ต้นคอ

“โอ๊ย!!” หญิงสาวร้องออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ และยกมือขึ้นลูบที่ท้ายทอย ถึงขั้นกล้าลงมือกับผู้มีพระคุณเลยหรือ อย่าให้เจอตัวเชียว ดูซิว่านางจะทำอย่างไร!!

“คุณหนูเป็นอันใดเจ้าคะ” มี่ฟางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“นอนผิดท่าไปหน่อย ปลุกนางขึ้นมาเถิด” พูดจบก็เดินลงจากรถม้าเพื่อไปพักผ่อนที่เรือนของตน บุรุษผู้นี้ลงมือไม่เบาเลยทีเดียว ทำเอานางปวดคอไปหมด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทพิเศษ –

    – บทพิเศษ –ในขณะที่หงลี่ฮวากำลังนั่งเล่นอยู่ภายในห้อง ก็มีเสียงขลุกขลักดังขึ้นมาจากด้านนอกหน้าต่าง นางจึงตัดสินใจเดินไปดูด้วยความสงสัย นางไม่กลัวว่าจะเป็นคนร้าย เพราะรอบ ๆ เรือนของนางตอนนี้มีคนคอยคุ้มกันอยู่ตลอดนางค่อย ๆ เปิดหน้าต่างออกดูก็พบใบหน้าที่คุ้นเคยยืนยิ้มหวานอยู่ด้านนอก“ท่านมาได้อย่างไร” แม้จะถามออกมาด้วยความสงสัย แต่นัยน์ตาของนางมีความยินดีอยู่ไม่น้อยที่เขามาหานางในวันนี้ เพราะนางไม่ได้ไปหาเขาหลายวันแล้ว เนื่องจากเตรียมตัวเรื่องงานปักปิ่นที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้“ข้าคิดถึงเจ้า” เขาเอ่ยออกมาอย่างไม่ปิดปัง ตอนนี้ในใจของเขาร่ำร้องอยากแต่จะพบหน้าของนาง ไม่พบกันหนึ่งวันเหมือนสามปี ดูท่าเขาจะเข้าใจคำนี้อย่างถ่องแท้แล้ว“ข้าก็คิดถึงท่าน” นางคลี่ยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ “เข้ามาด้านในก่อนสิ”นางเปิดหน้าต่างให้กว้างขึ้นเพื่อให้เขาสามารถเข้ามาในห้องได้ เพราะนี่ก็มืดแล้ว หากผู้อื่นมาเห็นเข้าจะไม่ดี“ท่านมีอันใดหรือไม่ จึงได้

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทส่งท้าย –

    – บทส่งท้าย –หลังจบพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน แม่สื่อก็พาเจ้าสาวไปรอที่เรือนหอส่วนเจ้าบ่าวแม้ใจอยากจะตามไปด้วย แต่ก็ถูกเหล่าสหายรั้งให้อยู่ต่อ กว่าจะกลับไปกันหมดก็เป็นเวลายามซวี (19:00 น. - 20:59 น.) ไป๋ซีฮันในชุดเจ้าบ่าวมีอาการมึนเมาเล็กน้อย แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เขาจะมาใส่ใจ เพราะในห้องหอยังมีเจ้าสาวกำลังรอเขาอยู่ชายหนุ่มมาหยุดยืนอยู่หน้าประตู พลางสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอด วันนี้แล้วสินะที่นางและเขาจะได้เป็นของกันและกัน เพียงแค่คิดหัวใจก็เริ่มสั่นไหว เขาค่อย ๆ ผลักประตูและปิดลงอย่างช้า“รอข้านานหรือไม่” เขาเอ่ยถาม“ไม่เป็นไรหรอก ข้ารู้ว่าท่านต้องอยู่ต้อนรับแขก”ชายหนุ่มอมยิ้มก่อนจะค่อย ๆ บรรจงถอดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก เผยให้เห็นใบหน้างดงาม ริมฝีปากของนางคลี่ยิ้มเล็กน้อย“จะยืนมองอีกนานหรือไม่ ข้าง่วงแล้วนะเจ้าคะ”“เช่นนั้นข้าจะเคี่ยวกรำเจ้าทั้งคืน เตรียมใจไว้ให

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 32 –

    – บทที่ 32 –หงลี่ฮวาย้ำถึงฐานะของหงฝูเหยา นางได้เข้าสังคมบ่อย คงลืมไปแล้วกระมังว่าตนนั้นมีฐานะอันใด สตรีเช่นนางแต่งออกไปก็เป็นได้เพียงอนุเท่านั้น คิดที่จะยกฐานะของตนเองมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นรอยยิ้มบนใบหน้านั้นแข็งค้างในทันที นางก้มหน้าลงเพื่อซ่อนแววตาเกลียดชังเอาไว้“ข้ารู้” นางพยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ“สรุปแล้วที่มาหาข้ามีเรื่องอันใดหรือ” นางเอ่ยถามราวกับเมื่อครู่ไม่ได้เอ่ยวาจาใดที่หักหาญน้ำใจอีกฝ่าย “หรือมาเพื่อแสดงความยินดีกับข้าเฉย ๆ”“ใช่ ข้ามาเพื่อแสดงความยินดี” นางฝืนยกยิ้มออกมา พยายามซ่อนสายตาที่เคียดแค้นเอาไว้“อ้อ ขอบคุณ” นางเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ มือยังคงปักผ้าที่อยู่ในมือ“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” พูดจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินจากไปทันที ไม่คิดที่จะเอ่ยอันใดต่ออีก“เรื่องที่ข้าตกน้ำ เป็นฝีมือของท่านใช่หรือไม่” นางเอ่ยไล่หลังผู้เป็นพี่สาวฝูเหยาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไป แต่ก็มิได้หันกลับมา แล้วรีบเดินออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่ส

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 31 –  

    – บทที่ 31 –เซียวหนิงเฉิงที่เงียบอยู่นาน เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยปากขึ้นทันที “ท่านราชครู อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลย เพียงแค่โบยสั่งสอนก็พอแล้วกระมัง”น้ำเสียงของเขาไม่ช้าไม่เร็ว แต่ก็มีท่าทีนิ่งเฉยอยู่ในที ทั้งที่ในใจอยากจะด่าสองพ่อลูกจนแทบควบคุมตนเองไม่ได้“แต่ว่าบุตรสาวของกระหม่อมเสียหาย” เขาเอ่ยออกมาอย่างไม่ยอม “ชื่อเสียงของบุตรสาวของกระหม่อมเสียหาย แล้วเช่นนี้จะมีบุรุษดี ๆ มาขอแต่งงานหรือพ่ะย่ะค่ะ”บุตรสาวของเขาได้ชื่อว่าเป็นสตรีอันดับหนึ่ง แต่ต้องมาเสื่อมเสียเพราะคนบ้าตัณหาเช่นนี้ เขาจะยอมได้อย่างไร“ท่านราชครูห่วงเรื่องนี้เองหรือ” น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาของฮองเฮาดังขึ้น มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ“เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ให้บุตรสาวของท่านแต่งงานกับใต้เท้าฮวน เพื่อเป็นการรักษาหน้าของท่านด้วย”ที่นางเ

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 30 –

    – บทที่ 30 –วันนี้เป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้นเพื่อเลี้ยงฉลองให้ขุนนางในราชสำนัก ที่ต่างก็ทำงานทุ่มเทให้กับแผ่นดิน โดยงานเลี้ยงนี้จะสามารถนำครอบครัวเข้างานเลี้ยงได้บิดาของนางเลือกที่จะพาฮูหยินสามไปออกงานด้วย ซึ่งนางก็สามารถทำได้ดีไม่มีที่ติเลยแม้แต่น้อย ทว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับสกุลหงนั้นก็ยังเป็นที่ขบขันอยู่ไม่น้อย จึงทำให้ตลอดทั้งงานบิดาของนางมีใบหน้าเรียบนิ่งส่วนนางนั้นก็ได้นั่งใกล้ ๆ ฮองเฮาเช่นเดิม เพราะฮองเฮาเป็นคนเชิญนางมาด้วยตนเองงานเลี้ยงดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย เหล่าบุตรสาว ขุนนางต่างพากันออกมาแสดงความสามารถมากมาย เพราะงานนี้รวบรวมคนที่พร้อมออกเรือนไว้หมดแล้ว จึงเป็นเรื่องดีที่จะแสดงความสามารถ“ฮวาเอ๋อร์ เจ้าไม่คิดที่จะออกไปแสดงความสามารถบ้างหรือ” หนิงเฉิงหันถามคนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ นางถูกเสด็จแม่เขาสอนมาตั้งแต่เด็ก ฝีมือย่อมไม่ธรรมดา เหตุใดจึงได้ปกปิดไว้เช่นนี้“ท่านพี่หนิงเฉิงลืมไปแล้วหรือ ข้ายังมิได้ปักปิ่น” นางตอบ ทว่

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 29 –

    – บทที่ 29 –“แล้วเจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าตนเองเป็นบุตรของท่านพ่อ” หงลี่ฮวาเอ่ยออกมาในที่สุด “มารดาของเจ้าไม่แน่ว่าอาจสวมหมวกเขียวให้ท่านพ่อตั้งแต่ก่อนที่เจ้าจะเกิดมาเสียอีก”เรื่องที่นางเอ่ยออกมานี่ไม่แน่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ มิเช่นนั้นผิงอานคงไม่ได้ติดตามมาอยู่ข้างกายหานฟางเซียนที่จวนนี้ได้“ไม่จริง!!” นางตะโกนออกมา “ข้าเป็นบุตรสาวท่านพ่อ ท่านแม่ บอกพวกมันไปสิเจ้าคะว่าข้าเป็นบุตรของท่านพ่อ”นางร่ำไห้ออกมาอย่างหนัก เรื่องนี้ต้องไม่เป็นความจริง นางจะเป็นบุตรของบ่าวชั้นต่ำได้อย่างไร“ท่านแม่ บอกไปสิเจ้าคะว่าข้าเป็นบุตรสาวท่านพ่อ” นางหันไปบอกมารดาอีกครั้ง ทว่ากลับมิได้มีปฏิกิริยาอันใดตอบกลับมา มีเพียงเสียงร้องไห้จากผู้เป็นมารดาเท่านั้น“ไม่ ๆ ท่านพ่อ ข้าเป็นบุตรสาวของท่าน ท่านต้องเชื่อข้านะเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่ามารดาไม่เอ่ยอันใด จึงได้หันไปเอ่ยกับบิดา ทว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status