Share

5. ครอบครัวสกุลหลิว (3)

last update Last Updated: 2025-12-03 22:06:36

“ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านพี่” คำปฏิเสธทำให้ทุกคนในเรือนนึกประหลาดใจ

“ทำไมเล่าซีซี หรือเพราะสิ่งที่พี่รองเจ้าพูด อย่าได้เก็บคำของเขามาใส่ใจเลย” เกาผิงอันเอ่ยปลอบน้องสามีด้วยความสงสาร ไม่วายหันไปดุสามีผ่านสายตา

“นั่นสิลูก อย่าไปฟังคำพี่รองของเจ้านักเลย”

“ไม่ใช่เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าเพียงแต่ไม่อยากแต่งกับโจวเทียนฉีแล้ว มาคิดไปคิดมาชายผู้นั้นก็มิได้ดีเด่อะไร แต่งเข้าไป ชีวิตข้าในสกุลโจวก็คงลำบาก เพราะขนาดบิดามารดาเขายังมิเชื่อฟัง อีกอย่างฐานะของสกุลโจวก็ไม่ได้ร่ำรวย โจวเทียนฉีทำงานผู้เดียวแต่เลี้ยงดูคนทั้งสกุล สู้สกุลเราก็มิได้ พี่ใหญ่ก็ทำงาน พี่รองก็ทำงาน ท่านพ่อก็มีทรัพย์สินเพราะเป็นขุนนางเก่า” หลิวฟ่านซีเผลอวิเคราะห์เรื่องราวตามที่ตนได้อ่านมา

ถ้าคิดตามหลักแล้ว นางไม่แต่งให้ผู้ใดเลย น่าจะดีกว่า

“...”

“ข้าคิดว่า ข้าอยู่เรือน เกาะพวกท่านกินไปวันๆ น่าจะสบายกว่า ไม่ต้องไปปรนนิบัติใคร อยู่ที่นี่มีแต่คนเอาใจ อ่อ ข้าจะช่วยพี่สะใภ้เลี้ยงหลานเป็นการตอบแทนแล้วกันนะเจ้าคะ”

“...” สิ้นประโยคของหลิวฟ่านซี ทุกคนถึงกับพูดไม่ออก นี่หรือว่าซีซีของพวกเขาเสียใจจนมีความคิดผิดแปลกไปแล้วอย่างนั้นหรือ

“เอ่อ พ่อว่าพ่อไปถามสกุลโจวให้อีกรอบดีกว่า”

“ไม่ต้องจริงๆ เจ้าค่ะ ต่อจากนี้ทำเป็นลืมเรื่องสัญญาพวกนั้นไปเลยก็ได้” หลิวฟ่านซีส่งยิ้มหวานให้ทุกคน เมื่อนึกหาทางรอดของตัวเองได้ ถ้าใช้ชีวิตอยู่กับหลานๆ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับตัวหลักในนิยาย ทุกอย่างก็จะจบ ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไม่ต้องตายตามบทบาท

“ซีซีของพี่แน่ใจแล้วหรือ”

“แน่ใจเจ้าค่ะพี่ใหญ่”

“เช่นนั้นก็ดี! บุรุษผู้นั้นไม่มีสิ่งใดคู่ควรกับน้องสาวพี่เลยสักนิด” หลิวไห่คุนเองก็มิชอบหน้าคุณชายโจวสักเท่าไหร่ ยังไม่ทันได้ตบแต่งเขาก็ทำให้ซีซีร้องไห้ครั้งแล้วครั้งเล่า ในเมื่อวันนี้ซีซีเอ่ยว่าไม่ต้องการชายผู้นั้นอีก ย่อมเป็นเรื่องที่ดี!

“จริงอย่างพี่ใหญ่ว่า เพราะฉะนั้นข้าขอเงินสักหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ วันนี้ข้าจะพาหลานๆ ออกไปเที่ยวชมตลาด พวกท่านสามีภรรยาจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันสองคนบ้าง” ในเมื่อจะต้องอยู่ที่นี่ ก็ขอออกไปสำรวจที่ต่างๆ ซะหน่อย ถือโอกาสทำความรู้จักกับหลานๆ ไปด้วยในตัว

“เช่นนั้นเอาของข้าไปด้วย ไปนานได้ยิ่งดี” จ้งเหลียนรีบควักถุงเงินออกมาจากสาบเสื้อ จนเกาผิงอันตีแขนสามีเบาๆ แก้เขิน

“ท่านพี่!”

“ฮ่าๆ ได้ๆ ข้าจะออกไปสักชั่วยาม (2 ชั่วโมง) พวกท่านคงมีเวลาปั้นเจ้าตัวน้อยหลายรอบทีเดียว” พอเห็นเงินในถุงจากพี่ชายทั้งสอง ท่าทีที่เกรงๆ ก่อนหน้าก็หายไปสิ้น สองมือคว้าแขนเล็กๆ ของหลานทั้งสองออกจากเรือนทันที

ทิ้งให้คนเป็นแม่ยกมือทาบอก เพราะตกใจกับคำพูดของบุตรีที่ส่อเสียดเรื่องในม่านมุ้ง

“ซีซีไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน”

“อย่าคิดสิ่งใดให้มากความเลยเจ้ารอง น้องมีความสุขดี เท่านั้นก็พอแล้ว” ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของไห่คุน นานเท่าใดแล้วที่พวกเขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของน้องสาว นางยิ้มได้เช่นนี้ถือเป็นเรื่องดี

สตรีร่างอรชรจับจูงมือหลานสาวหลานชายไว้คนละข้าง เดินชมบรรยากาศครึกครื้นในตลาดกลางเมืองหลวง แคว้นต้าเฉวียนถือว่าเป็นแคว้นที่มีความเข้มแข็งทางการทหาร เพราะองค์จักรพรรดิเป็นผู้ควบคุมกองทัพด้วยองค์เอง นั่นทำให้สภาพเศรษฐกิจและการค้าเติบโตไปอย่างไม่มีติดขัด เพราะไม่เกิดสงครามมานานแล้ว

“ท่านน้า ข้าอยากกินอันนั้น”

“ซิงอี หากเจ้ากินมากถึงเพียงนี้ สักวันต้องออกประตูมิได้แน่”

“เช่นนั้นก็เป็นความผิดของประตูที่ทำหน้าที่ได้ไม่ดี” เด็กหญิงวัยสี่ขวบพูดจาเจื้อยแจ้วได้ถึงเพียงนี้เลยหรือ ฟ่านซีอยากปรบมือให้พี่ชายนักที่สอนบุตรสาวได้เหมือนตนเองถึงเพียงนี้

“ฮ่าๆ ก็จริงดังเจ้าว่า แล้วอาเฟยเล่าอยากกินเหมือนน้องหรือไม่ หรืออยากได้อย่างอื่น”

“ขอรับ” เสียงแผ่วเบาพูดตอบรับอย่างกลัวๆ ฟ่านซีจึงย่อตัวลงถามหลานชายอีกครั้ง

“ขอรับอะไรเล่า ขอรับข้าอยากกินเหมือนน้อง หรือขอรับ ข้าอยากได้อย่างอื่น บอกน้าได้ พ่อเจ้าให้เงินเรามาเยอะแยะ จะซื้อสิ่งใดย่อมซื้อได้” หลิวฟ่านซีมองหน้าเด็กชายที่ดูกลัวปนเขินอาย หลานชายนางผู้นี้คงได้นิสัยของมารดามามาก

เฮ้อ~ พี่สะใภ้ทั้งสองของนางแม้จะเป็นสตรีเรียบร้อยอ่อนหวานเช่นกัน แต่พี่สะใภ้รองที่แม้จะเรียบร้อยแต่กับแฝงความซุกซน ไม่หวาดกลัวผู้ใด อ่อนนอกแข็งใน ต่างกับพี่สะใภ้ใหญ่ดูจะเป็นสตรีในห้องหอโดยแท้ อ่อนแอ ขี้หวาดกลัว

“...ข้าอยากกินสิ่งนั้นขอรับ” นิ้วเล็กชี้ไปยังร้านๆ หนึ่งที่ขึ้นป้ายว่า ‘ชาไข่มุก’

“เฮ้ย! สมัยนี้มีชายไข่มุกด้วยเหรอ- อ๋อ ลืมไปเลย” หลิวฟ่านซีหัวเราะกับตัวเองเบาๆ ลืมไปเลยว่านิยายเรื่องนี้เป็นแนวทะลุมิติเข้ามาในนิยาย

อ่า~ ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า...เป็นร้านของเถียนลี่มี่ นางเอกนิยายสินะ

“ได้ เราไปซื้อกัน น้าก็อยากลองกินเช่นกัน” สามน้าหลานกับสาวใช้อีกสามคนที่ติดตามมาดูแล เดินไปยังร้านชาไข่มุก ทว่าทันทีที่เดินไปถึงหน้าร้านและกำลังจะเอ่ยปาก

“ข้าเอา-”

“เจ้ามาทำอันใดที่นี่ คิดจะมาหาเรื่องแม่นางลี่มี่อีกแล้วใช่หรือไม่ ยิ่งเจ้าทำเช่นนี้ ข้ายิ่งมิอยากแต่งกับเจ้า!” เสียงของบุรุษดังขัดขึ้นมาด้านหลัง จนฟ่านซีต้องหันกลับไปมองด้วยความงุนงง

ไอ้บ้าหน้ากบนี่มันเป็นใครเนี่ย มายืนด่าใครฉอดๆ แล้วยังมีหน้ามามองนางอีก

คนบ้าหรือจูหลิง ไล่ไปไกลๆ อย่าให้เข้าใกล้หลานข้า”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เหตุใดนางร้ายจึงกลายเป็นที่หมายปอง   61. ตอนพิเศษ : ไม่แน่ไม่นอน (2)

    คำพูดปากต่อปากว่าคุณหนูเล็กสกุลโจวกับองค์ชายสามประทับฝีปากกันกลางถนน สกุลโจวพึ่งจะกลับเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง หลังจากที่ไปอยู่แถบชนบทมาสิบกว่าปี ก็ตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน เรื่องบัดสีเช่นนี้ไม่มีผู้ใดว่าดี ย่อมเห็นไปในทางเดียวกันว่าสกุลโจวคิดอาจเอื้อม ส่งบุตรสาวไปล่อลวงองค์ชายอันที่จริงเรื่องพวกนี้เชื้อพระวงศ์จะทำเมินเฉยย่อมได้ แต่กับฮองเฮาหลิวฟ่านซีแล้ว อย่างไรก็ต้องรับผิดชอบ นางอยู่ที่นี่มานาน เข้าใจวิถีชีวิตของคนในยุคสมัยนี้ รับรู้ว่าชีวิตของสตรีในยุคนี้ยากแค้นเพียงใด การที่ถูกบุรุษล่วงเกินต่อหน้าผู้คนมากมาย แม้จะเป็นอุบัติเหตุ สตรีย่อมเสียหายไปแล้ว คงมิมีชายใดที่จะกล้าเข้ามาเกี้ยวพา“พวกข้าจะมาพบใต้เท้าโจวและฮูหยิน” องค์ฮ่องเต้ตรัสกับบ่าวที่เฝ้าอยู่นอกจวนสิ้นเสียงบ่าวไพร่ที่หมอบอยู่บนพื้นก็รีบเปิดประตูให้ผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายทันที และนั่นเป็นจังหวะที่คนสกุลโจวต่างก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาโค้งคำนับ“ถวายพระพรฝ่าบาท ถวายพระพรฮองเฮา องค์ชาย องค์หญิง”“ใต้เท้าโจว ไม่พบกันเสียนาน”“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”โจวเทียนฉีย้ายออกจากเมืองหลวงหลังจากที่แต่งกับเถียนลี่มี่ เห็นว่าไปอยู่เมืองทางใต้ย่านค้าขาย ปร

  • เหตุใดนางร้ายจึงกลายเป็นที่หมายปอง   60. ตอนพิเศษ : ไม่แน่ไม่นอน (1)

    โอรสสวรรค์ในอาภรณ์เต็มยศพึ่งกลับมาจากว่าราชการในท้องพระโรง จุดหมายแรกที่ก้าวเดินไปคงไม่พ้นตำหนักของฮองเฮารัก บุรุษวัยกลางคนที่อายุอานามย่างเข้าเลขสี่ยิ่งดูสง่าผ่าเผยขึ้นทุกวัน ทำเอาเหล่านางกำนัลวัยแรกแย้มใจเหลวกันถ้วนทั่วกระนั้นก็ไม่มีผู้ใดกล้าปีนป่ายเลื่อนจากนางกำนัลไปเป็นสนม เพราะรู้อยู่แล้วว่าองค์ฮ่องเต้รักมั่นเพียงฮองเฮา เหล่าสนมที่เคยได้รับแต่งตั้ง ถูกปลดทันทีที่ฮองเฮาตั้งครรภ์มังกร ซ้ำพระองค์ยังปฏิเสธการรับสนม ด้วยเหตุผลว่าฮองเฮาผู้เดียวก็มีทายาทให้ฝ่าบาทได้นับสิบ“อ่าว เหตุใดมานั่งคุกเข่าอยู่เช่นนี้เล่าเจ้าสาม เจ้าสี่” แม้จะไม่ถึงสิบอย่างที่องค์กษัตริย์ตรัส ทว่าบัดนี้ฮองเฮาก็ให้กำเนิดองค์ชายถึงสี่พระองค์ องค์หญิงอีกสอง“แหะๆ ลูกถูกเสด็จแม่โกรธพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อช่วยลูกด้วย” จางกงซานเล่อองค์ชายสามของแคว้นกะพริบตาปริบๆ ทำหน้ากระเง้ากระงอด ต่างกับน้องชายที่คุกเข่ากอดอกนิ่ง ยอมรับโทษแต่โดยดี“มิต้องขอให้เสด็จพ่อของเจ้าช่วย เรื่องนี้อย่างไรแม่ก็ไม่ใจอ่อน มีอย่างที่ไหนแอบพาน้องไปเที่ยวหอนางโลม แม่เคยบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าหากยังไม่ครบสิบแปดหนาว อย่าได้หวัง!”“โอ๊ย~ หูลูกจะขาดแล้วพ่ะย่ะค

  • เหตุใดนางร้ายจึงกลายเป็นที่หมายปอง   59. ตอนจบที่เขียนขึ้นเอง (จบบริบูรณ์) (2)

    แปะ! แปะ! แปะ!“สมกับเป็นพี่ชายข้าจริงๆ” ฟ่านซีถึงกับหันมาปรบมือให้พี่รอง ก่อนหน้านี้เขาก็ถามฝ่าบาทเช่นเดียวกับที่พี่ใหญ่ถาม เพราะนางยังคงยึดติดกับเนื้อเรื่องเดิมในนิยาย เลยอคติกับจางกงเต๋อหัวอยู่บ้างอันที่จริงวันที่ฝ่าบาทสงสัยเหลียนป๋อ นางยังเถียงแทนเขาอยู่เลยว่าไม่น่าใช่ แต่ใครจะคิดว่าเรื่องราวจะกลับตาลปัตรเช่นนี้“หึๆ ข้าก็ยังยืนยันคำเดิมว่าแคว้นต้าเฉวียนมีขุนนางที่ฉลาดหลักแหลม”“พี่ชายหม่อมฉันย่อมเหมือนหม่อมฉันเพคะ”“เป็นเพราะบิดา มารดา และท่านอาจารย์คอยสั่งสอนพ่ะย่ะค่ะ” พี่น้องคู่นี้อย่างไรก็ไม่มีทางยอมกัน ขนาดน้องสาวเป็นถึงฮองเฮา จ้งเหลียนก็ยังกล้า“ชิ ฝ่าบาทดูสิเพคะ”“สายเลือดเดียวกัน อย่างไรเสียใต้เท้าหลิวย่อมต้องได้ความฉลาดมาจากเจ้าบ้าง” คำพูดเอาใจของสวามีทำให้หน้างอๆ นั้นยกยิ้มอย่างเหนือกว่า ต่างกับคนอื่นที่ได้แต่เกาหัว พี่ชายได้รับความฉลาดมาจากน้องสาว เอ่อ~ ที่จูหลิงว่าฝ่าบาทตามใจฮองเฮาจนเสียคน เป็นเช่นนี้นี่เองชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้“จริงสิพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมอยากทูลขอความดีความชอบให้กับใต้เท้าโจว หลักฐานครานี้เขามีส่วนช่วยอยู่มากพ่ะย่ะค่ะ ที่ผ่านมาก็มิเคยทำหน้าที่ขาดตก

  • เหตุใดนางร้ายจึงกลายเป็นที่หมายปอง   58. ตอนจบที่เขียนขึ้นเอง (จบบริบูรณ์) (1)

    “ซีซี หลิวฟ่านซี ตื่นได้แล้ว” เสียงเรียกไม่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหูไม่หยุด ทำให้เปลือกตาที่หนักอึ้งต้องขยับลืมตาตื่นขึ้นมา รอบข้างมีหมอกหนามองไปทางใดก็เห็นแต่สีขาว กระนั้นซีซีก็พยายามหาต้นตอของเสียง ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้นางตกใจจนร้องเสียงดังกรี๊ด!!!สตรีตรงหน้าไม่มีส่วนใดผิดแผกไปจากนางเลยสักนิด ซีซีกลืนน้ำลายลงคืออึกใหญ่ นึกขึ้นมาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคงเป็นหลิวฟ่านซีตัวจริง ความคิดในหัวจึงฟุ้งซ่านคาดการณ์ไปก่อนต่างๆ นานาอีกฝ่ายต้องการร่างคืนหรืออย่างไร แล้วเหตุใดถึงมาเอาตอนนี้ ถึงเวลาที่นางต้องกลับไปยังโลกเดิมแล้วหรือคำถามเหล่านี้วนเวียนสับสนอยู่ในหัว ทว่ากลับไม่ได้รับคำตอบ เพราะอีกฝ่ายเพียงส่งยิ้มให้และโบกมือลา ก่อนที่อีกฝ่ายจะห่างออกไปเรื่อยๆ“ดะ เดี๋ยวก่อน!” สองเท้ารีบวิ่งก้าวตามอย่างไม่รู้ทิศทาง แต่อยู่ๆ ก็ราวกับนางก้าวพลาด ร่างกายเหมือนร่วงหล่นลงปากเหวลึก สองมือพยายามเกาะคว้าบางสิ่งแต่กลับไม่เป็นผล ร่างเล็กปลิวพลิกไปมาไม่ต่างกับใบไม้ที่ร่วงหล่น“เฮือก!” ซีซีลืมตาโพลง หอบหายใจเอาอากาศเข้าไปอย่างหนักหน่วง ทว่าครานี้ภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นเพดานไม้หรูหราที่คุ้นตา และเสียงที่แว่วมานั้น

  • เหตุใดนางร้ายจึงกลายเป็นที่หมายปอง   57. ตัวการสำคัญ (4)

    ไม่ว่าจะเป็นจางกงเหลียนป๋อหรือจางกงเต๋อหัว เขาไม่เชื่อใจใครทั้งนั้น ทั้งสองต่างก็อยากขึ้นนั่งแทนที่ของเขา ทว่าคนหนึ่งแสดงออกมาอย่างเปิดเผย อีกคนกลับทำราวเจียมตนว่าไม่คู่ควร นับตั้งแต่ที่ฟ่านซีบอกเขาเกี่ยวกับการซ่องสุมกำลัง เขาก็ให้คนไปสืบโดยละเอียด ทว่าสิ่งที่เขาพบมิได้มีเพียงเรื่องกบฏกลับเป็นหลานสาวและหลานชายตัวน้อย ที่หลัวเค่อมิเคยคิดว่ามีตัวตนมาก่อน สายเลือดของจางกงเต๋อหัว น้องชายของเขาคนนี้ซ่อนดวงใจไว้มิดชิด มิให้ผู้ใดได้ล่วงรู้“ข้าทำตามที่เสด็จพี่ต้องการแล้ว อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้”“เจ้ารอรับราชโองการ และสร้างเรือนไว้รอลูกเมียเถิด” จางกงหลัวเค่อมิได้ขึ้นมาอยู่จุดนี้เพียงเพราะเป็นโอรสสายตรง แต่ความเจ้าเล่ห์มากแผนการ เก่งรอบด้านทั้งบู้และบุ๋น ทำให้เขาโดดเด่นกว่าพี่น้องคนอื่นๆทันทีที่รับรู้การมีอยู่ของน้องสะใภ้และหลาน เขาก็มิคิดจะรั้งรอ ยื่นข้อเสนอให้เต๋อหัวทันที เพราะรู้นิสัยของน้องชายดี หากสามแม่ลูกนั้นไม่สำคัญ ย่อมมิซ่อนไว้ลึกเพียงนั้น และเขาก็เดาไม่ผิด กระทั่งตำแหน่งเจ้าแผ่นดินเต๋อหัวยังไม่สนใจด้วยซ้ำต้องโทษที่เหลียนป๋อคิดจะยืมมือซ่งเหม่ยหง และซ่งเหม่ยหงดันไปขอความช่วยเหลือจา

  • เหตุใดนางร้ายจึงกลายเป็นที่หมายปอง   56. ตัวการสำคัญ (3)

    “กระหม่อมมียาถอนพิษพ่ะย่ะค่ะ” เป็นประโยคที่ไร้ซึ่งความกลัว มีเพียงความเย่อหยิ่งที่ถือหมากตัวสำคัญไว้ในมือ“จางกงเหลียนป๋อ...เป็นเจ้าจริงๆ สินะ ข้าไม่คิดเลย”“ขอประทานอภัยที่ทำให้เสด็จพี่ต้องผิดหวัง” เหลียนป๋อกระตุกยิ้มเล็กน้อย ไร้ซึ่งความรู้สึกผิด เรื่องนี้เขาคิดมาดีถี่ถ้วนแล้ว ที่ที่เขายืนในตอนนี้มันต่ำต้อยเกินไป เพียงแค่มีมารดาเป็นสนมขั้นต่ำ ซ้ำยังเป็นเพียงหญิงชาวบ้าน เพียงเท่านี้ก็แย่เกินไปสำหรับเขาแล้ว เหล่าขุนนางแทบไม่มีผู้ใดหวาดกลัวเขา ยิ่งพวกขุนนางแก่ๆ ยิ่งไม่เห็นหัวทางเดียวที่จะทำให้ทุกคนก้มหัวให้เขาได้ คงต้องยืนอยู่บนจุดสูงสุด“แสดงว่าพิษในตัวฮองเฮา เป็นฝีมือของเจ้าใช่หรือไม่!”“อย่าทรงกริ้วไปเลยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมียาแก้พิษ อ๊ะๆ อย่าได้คิดจะมายื้อแย่งเชียว กระหม่อมมิได้โง่ถึงขั้นนำมันพกติดตัวมาหรอก” นิ้วชี้ส่ายไปมาราวกับห้ามปราม“เจ้าต้องการสิ่งใด หากเป็นบัลลังก์ จัดการข้าเสียก็สิ้นเรื่อง เหตุใดต้องดึงฟ่านซีเข้ามาเกี่ยว”“คิดว่าข้าไม่อยากทำหรือ! แต่พอเจ้าตาย ขุนนางโง่พวกนั้นจะเลือกข้าขึ้นเป็นผู้สืบบัลลังก์หรือไร!” เขาเป็นองค์ชายปลายแถวมาโดยตลอด เพราะงั้นสิ่งเดียวที่ทำได้ คือ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status