Share

6. ลุ่มหลง? (1)

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-03 22:06:41

“คนบ้าหรือจูหลิง ไล่ไปไกลๆ อย่าให้เข้าใกล้หลานข้า” ใบหน้างามชักสีหน้าไม่พอใจกับบุรุษไร้มารยาท ก่อนจะหันกลับมาสั่งชากับพนักงานของร้าน และเดินจูงมือหลานๆ ไปนั่งโต๊ะที่ว่างอยู่

ถือว่าร้านนี้จัดแจงสถานที่ได้น่าสนใจไม่น้อย ถือว่าแปลกตาสำหรับฟ่านซีเป็นอย่างมาก เพราะต่างจากที่นางจินตนาการไว้เยอะ การตกแต่งร้านไม่ได้แหวกแนว ยังคงความเป็นยุคสมัยนี้เอาไว้ ซึ่งเป็นความฉลาดของเจ้าของร้าน ดึงดูดคนยุคใดก็ต้องศึกษาความนิยมของคนยุคนั้น

“ท่านน้า เหตุใดจึงเอ่ยว่าคนบ้าเล่า” เสียงเล็กของหลานสาวเรียกให้ฟ่านซีหันมาสนใจ

“ก็เพราะอยู่ๆ เขามาโวยวายใส่เรา ทั้งที่เรายังไม่ได้ทำสิ่งใด จะไม่ใช่คนบ้าได้อย่างไร...ดูนั่นสิ ยังจ้องมาที่เราไม่เลิก”

“ชาได้แล้วเจ้าค่ะ ว๊าย~” หลิวฟ่านซีที่กำลังจิกตามองคนบ้า รีบหันมามองตามเสียง จังหวะนั้นเห็นเสี่ยวเอ้อของร้านกำลังจะสะดุดล้ม

ดูจากทิศทางแล้ว คาดว่าอาเฟยของนางต้องถูกชาร้อนหกใส่เป็นแน่ ด้วยสัญชาตญาณ แขนเรียวจึงวาดไปปัดถาดชาก่อนที่มันจะถึงตัวหลานชาย

เพล้ง! เสียงข้าวของแตกกระจายเรียกให้ทุกคนในร้านหันมาสนใจ ขนาดเจ้าของร้านที่อยู่ด้านหลังยังวิ่งออกมาดู

“เกิดสิ่งใดขึ้น-” เสียงหวานของสตรีหน้าตาจิ้มลิ้มเงียบหายไป เมื่อสายตาสะดุดเข้ากับโต๊ะของหลิวฟ่านซี

“เถียนลี่มี่” หลิวฟ่านซีพึมพำออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ก้อนเนื้อในอกเต้นถี่จนรู้สึกถึงความเจ็บปวดไร้ที่มา จนเจ้าตัวต้องยกมือทุบอกสองสามที ก่อนที่ความรู้สึกไม่ดีเหล่านั้นจะเลือนหายไป

“ข้าคิดไว้แล้วไม่มีผิด! เจ้าตั้งใจจะมาสร้างความวุ่นวายใช่หรือไม่”

“เอ๊ะ! ไอ้บ้านี่อีกแล้ว ไม่เห็นหรือว่าคนของที่นี่จะทำชาหกใส่หลานข้า หากข้าไม่ปัดป้องป่านนี้หลายชายข้าเป็นแผลพุพองทั้งตัวไปแล้ว!...จูหลิง ไอ้บ้านี่เป็นใคร” ฟ่านซีขมวดคิ้ว ชายผู้นี้มีบทบาทมากเกินไปจนน่าสงสัย

“คะ คุณหนู นั่นก็คือคุณชายโจวอย่างไรเล่าเจ้าคะ เหตุใดคุณหนูถามข้าแปลกๆ”

“โจวเทียนฉีหรือ...ไม่ใช่มั้ง” หลิวฟ่านซีหรี่ตามองอย่างไม่เชื่อ นี่น่ะหรือพระเอกของเรื่อง ทำไมหน้าตาไม่โดดเด่นเหมือนที่นิยายบรรยายเอาไว้เลย ใบหน้าเฉกเช่นบุรุษทั่วไป เพียงแค่ได้แต่งกายด้วยผ้าเนื้อดีสะอาดสะอ้านก็เท่านั้น

“เรื่องเป็นเช่นที่คุณหนูหลิวว่าจริงหรือ” เสียงสตรีเจ้าของร้าน ดึงให้ฟ่านซีหลุดจากภวังค์

“มะ มิใช่นะเจ้าคะ ข้าเพียงเดินมา อยู่ๆ ก็ถูกผลัก”

“อ่าว~ พูดงี้ก็สวยสิ ตั้งใจใส่ร้ายกันชัดๆ ข้าจะทำไปเพื่ออะไร”

“หึ ก็เพราะต้องการสร้างความวุ่นวายอย่างไรเล่า ขนาดมีข้าอยู่ด้วยเจ้ายังกล้า สตรีเช่นนี้หรือที่ท่านปู่อยากได้เป็นหลานสะใภ้ เมื่อก่อนเจ้าเป็นเด็กดี ว่าง่าย เหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้”

“...ไอ้บ้านี่” ฟ่านซีเลือดขึ้นหน้า หากว่านางทำจริง มีหรือจะไม่กล้ายอมรับตามตรง แต่นี่นางไม่ได้ทำเลยสักนิด! เรื่องอะไรต้องยอมรับผิด

“เรียกคนมาลากตัวออกไปเถิด ปล่อยให้อยู่ในร้านต่อไปคงสร้างเรื่องอีกแน่” โจวเทียนฉีจ้องหน้าว่าที่คู่หมั้นเขม็ง

“ไม่ต้องไล่ ข้าไปแน่! แต่ก่อนจะไปขอสักหน่อยเถอะ เจ้า! ตัวเองสะดุดล้มเกือบทำหลานข้าเจ็บตัว ยังโกหกว่ามิได้ทำ ลูกน้องเช่นนี้หากเจ้าเก็บไว้ก็โง่เต็มทนแล้วคุณหนูเถียน” ร่างบางสมส่วนลุกขึ้นชี้หน้าเสี่ยวเอ้อผู้นั้น ก่อนจะหรี่ตามองเจ้าของร้าน

“...”

“นอกเสียจากว่านางรับคำสั่งจากผู้อื่นให้จงใจใส่ร้ายข้า”

“เจ้าจะพูดสิ่งใด ระวังไว้เสียบ้าง”

“ปากข้า ข้าจะพูดอันใดมันเกี่ยวข้องอะไรกับเจ้าหะ โจวเทียนฉี! คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงมาสั่งข้า พูดฉอดๆ ว่าข้าไม่เหมาะสมกับสกุลเจ้า ไม่อยากแต่งข้าเข้าไป ถามข้าหรือยังว่าข้าอยากแต่งกับเจ้าหรือไม่” เสียงแหลมดังขึ้นไม่หยุด ยิ่งนึกถึงคำพูดดูแคลนเมื่อครู่ก็ยิ่งรู้สึกโมโหจนห้ามตัวเองไม่อยู่ ทำเอาคนถูกด่าทอถึงขั้นนิ่งอึ้งทำสิ่งใดไม่ถูก

“นะ นี่เจ้า-”

“แหม~ ตัวเองดีตายแหละ หน้าตาอย่างกับกบโดนรถทับ หน้าที่การงานก็แค่ขุนนางขั้นสาม พี่ชายข้าทั้งสองเจ้ายังเทียบไม่ได้เลย นี่ยังคิดว่าข้าอยากจะแต่งกับเจ้าอีกหรือ”

“!!?”

“เฟยหยา ซิงอี กลับ!” ไม่พูดพร่ำทำเพลง คุณหนูสกุลหลิวคว้าแขนหลานทั้งสอง อาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังอึ้งกับคำพูดของนางหนีออกจากที่ตรงนี้ทันที อยู่ให้โดนเตะก็โง่แล้ว~

เสียงซุบซิบของคนในร้าน ทำเอาเทียนฉีปั้นหน้าไม่ถูก เมื่อก่อนอย่าว่าแต่ด่าทอ แม้แต่ขัดใจเขา ฟ่านซีก็ยังไม่เคย แต่เหตุใดมาวันนี้จึงกล้าพูดเช่นนี้กับเขา

“เทียนฉี ท่านใจเย็นก่อนเถิด เข้าไปพักในห้องของข้าดีหรือไม่”

“มิเป็นไร ข้าจะตามไปดูหลิวฟ่านซีเสียหน่อย”

“เหตุใดต้องไปตามดูนางอีกเล่า” เสียงหวานติดหงุดหงิดว่าขึ้น

“ข้าว่านางต้องมีแผนการบางอย่างซ่อนไว้เป็นแน่ ข้าจะตามไปดูให้แน่ใจว่านางกลับเรือนจริงๆ ไม่ได้ไปสร้างเรื่องสร้างราวที่ใด” ว่าเพียงเท่านั้นชายหนุ่มก็หันหลังกลับออกไปจากร้าน ทิ้งให้เถียงลี่มี่มองตามแผ่นหลังออกไปด้วยสายตาเรียบเฉยยากจะตีความหมายได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เหตุใดนางร้ายจึงกลายเป็นที่หมายปอง   61. ตอนพิเศษ : ไม่แน่ไม่นอน (2)

    คำพูดปากต่อปากว่าคุณหนูเล็กสกุลโจวกับองค์ชายสามประทับฝีปากกันกลางถนน สกุลโจวพึ่งจะกลับเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง หลังจากที่ไปอยู่แถบชนบทมาสิบกว่าปี ก็ตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน เรื่องบัดสีเช่นนี้ไม่มีผู้ใดว่าดี ย่อมเห็นไปในทางเดียวกันว่าสกุลโจวคิดอาจเอื้อม ส่งบุตรสาวไปล่อลวงองค์ชายอันที่จริงเรื่องพวกนี้เชื้อพระวงศ์จะทำเมินเฉยย่อมได้ แต่กับฮองเฮาหลิวฟ่านซีแล้ว อย่างไรก็ต้องรับผิดชอบ นางอยู่ที่นี่มานาน เข้าใจวิถีชีวิตของคนในยุคสมัยนี้ รับรู้ว่าชีวิตของสตรีในยุคนี้ยากแค้นเพียงใด การที่ถูกบุรุษล่วงเกินต่อหน้าผู้คนมากมาย แม้จะเป็นอุบัติเหตุ สตรีย่อมเสียหายไปแล้ว คงมิมีชายใดที่จะกล้าเข้ามาเกี้ยวพา“พวกข้าจะมาพบใต้เท้าโจวและฮูหยิน” องค์ฮ่องเต้ตรัสกับบ่าวที่เฝ้าอยู่นอกจวนสิ้นเสียงบ่าวไพร่ที่หมอบอยู่บนพื้นก็รีบเปิดประตูให้ผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายทันที และนั่นเป็นจังหวะที่คนสกุลโจวต่างก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาโค้งคำนับ“ถวายพระพรฝ่าบาท ถวายพระพรฮองเฮา องค์ชาย องค์หญิง”“ใต้เท้าโจว ไม่พบกันเสียนาน”“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”โจวเทียนฉีย้ายออกจากเมืองหลวงหลังจากที่แต่งกับเถียนลี่มี่ เห็นว่าไปอยู่เมืองทางใต้ย่านค้าขาย ปร

  • เหตุใดนางร้ายจึงกลายเป็นที่หมายปอง   60. ตอนพิเศษ : ไม่แน่ไม่นอน (1)

    โอรสสวรรค์ในอาภรณ์เต็มยศพึ่งกลับมาจากว่าราชการในท้องพระโรง จุดหมายแรกที่ก้าวเดินไปคงไม่พ้นตำหนักของฮองเฮารัก บุรุษวัยกลางคนที่อายุอานามย่างเข้าเลขสี่ยิ่งดูสง่าผ่าเผยขึ้นทุกวัน ทำเอาเหล่านางกำนัลวัยแรกแย้มใจเหลวกันถ้วนทั่วกระนั้นก็ไม่มีผู้ใดกล้าปีนป่ายเลื่อนจากนางกำนัลไปเป็นสนม เพราะรู้อยู่แล้วว่าองค์ฮ่องเต้รักมั่นเพียงฮองเฮา เหล่าสนมที่เคยได้รับแต่งตั้ง ถูกปลดทันทีที่ฮองเฮาตั้งครรภ์มังกร ซ้ำพระองค์ยังปฏิเสธการรับสนม ด้วยเหตุผลว่าฮองเฮาผู้เดียวก็มีทายาทให้ฝ่าบาทได้นับสิบ“อ่าว เหตุใดมานั่งคุกเข่าอยู่เช่นนี้เล่าเจ้าสาม เจ้าสี่” แม้จะไม่ถึงสิบอย่างที่องค์กษัตริย์ตรัส ทว่าบัดนี้ฮองเฮาก็ให้กำเนิดองค์ชายถึงสี่พระองค์ องค์หญิงอีกสอง“แหะๆ ลูกถูกเสด็จแม่โกรธพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อช่วยลูกด้วย” จางกงซานเล่อองค์ชายสามของแคว้นกะพริบตาปริบๆ ทำหน้ากระเง้ากระงอด ต่างกับน้องชายที่คุกเข่ากอดอกนิ่ง ยอมรับโทษแต่โดยดี“มิต้องขอให้เสด็จพ่อของเจ้าช่วย เรื่องนี้อย่างไรแม่ก็ไม่ใจอ่อน มีอย่างที่ไหนแอบพาน้องไปเที่ยวหอนางโลม แม่เคยบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าหากยังไม่ครบสิบแปดหนาว อย่าได้หวัง!”“โอ๊ย~ หูลูกจะขาดแล้วพ่ะย่ะค

  • เหตุใดนางร้ายจึงกลายเป็นที่หมายปอง   59. ตอนจบที่เขียนขึ้นเอง (จบบริบูรณ์) (2)

    แปะ! แปะ! แปะ!“สมกับเป็นพี่ชายข้าจริงๆ” ฟ่านซีถึงกับหันมาปรบมือให้พี่รอง ก่อนหน้านี้เขาก็ถามฝ่าบาทเช่นเดียวกับที่พี่ใหญ่ถาม เพราะนางยังคงยึดติดกับเนื้อเรื่องเดิมในนิยาย เลยอคติกับจางกงเต๋อหัวอยู่บ้างอันที่จริงวันที่ฝ่าบาทสงสัยเหลียนป๋อ นางยังเถียงแทนเขาอยู่เลยว่าไม่น่าใช่ แต่ใครจะคิดว่าเรื่องราวจะกลับตาลปัตรเช่นนี้“หึๆ ข้าก็ยังยืนยันคำเดิมว่าแคว้นต้าเฉวียนมีขุนนางที่ฉลาดหลักแหลม”“พี่ชายหม่อมฉันย่อมเหมือนหม่อมฉันเพคะ”“เป็นเพราะบิดา มารดา และท่านอาจารย์คอยสั่งสอนพ่ะย่ะค่ะ” พี่น้องคู่นี้อย่างไรก็ไม่มีทางยอมกัน ขนาดน้องสาวเป็นถึงฮองเฮา จ้งเหลียนก็ยังกล้า“ชิ ฝ่าบาทดูสิเพคะ”“สายเลือดเดียวกัน อย่างไรเสียใต้เท้าหลิวย่อมต้องได้ความฉลาดมาจากเจ้าบ้าง” คำพูดเอาใจของสวามีทำให้หน้างอๆ นั้นยกยิ้มอย่างเหนือกว่า ต่างกับคนอื่นที่ได้แต่เกาหัว พี่ชายได้รับความฉลาดมาจากน้องสาว เอ่อ~ ที่จูหลิงว่าฝ่าบาทตามใจฮองเฮาจนเสียคน เป็นเช่นนี้นี่เองชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้“จริงสิพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมอยากทูลขอความดีความชอบให้กับใต้เท้าโจว หลักฐานครานี้เขามีส่วนช่วยอยู่มากพ่ะย่ะค่ะ ที่ผ่านมาก็มิเคยทำหน้าที่ขาดตก

  • เหตุใดนางร้ายจึงกลายเป็นที่หมายปอง   58. ตอนจบที่เขียนขึ้นเอง (จบบริบูรณ์) (1)

    “ซีซี หลิวฟ่านซี ตื่นได้แล้ว” เสียงเรียกไม่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหูไม่หยุด ทำให้เปลือกตาที่หนักอึ้งต้องขยับลืมตาตื่นขึ้นมา รอบข้างมีหมอกหนามองไปทางใดก็เห็นแต่สีขาว กระนั้นซีซีก็พยายามหาต้นตอของเสียง ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้นางตกใจจนร้องเสียงดังกรี๊ด!!!สตรีตรงหน้าไม่มีส่วนใดผิดแผกไปจากนางเลยสักนิด ซีซีกลืนน้ำลายลงคืออึกใหญ่ นึกขึ้นมาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคงเป็นหลิวฟ่านซีตัวจริง ความคิดในหัวจึงฟุ้งซ่านคาดการณ์ไปก่อนต่างๆ นานาอีกฝ่ายต้องการร่างคืนหรืออย่างไร แล้วเหตุใดถึงมาเอาตอนนี้ ถึงเวลาที่นางต้องกลับไปยังโลกเดิมแล้วหรือคำถามเหล่านี้วนเวียนสับสนอยู่ในหัว ทว่ากลับไม่ได้รับคำตอบ เพราะอีกฝ่ายเพียงส่งยิ้มให้และโบกมือลา ก่อนที่อีกฝ่ายจะห่างออกไปเรื่อยๆ“ดะ เดี๋ยวก่อน!” สองเท้ารีบวิ่งก้าวตามอย่างไม่รู้ทิศทาง แต่อยู่ๆ ก็ราวกับนางก้าวพลาด ร่างกายเหมือนร่วงหล่นลงปากเหวลึก สองมือพยายามเกาะคว้าบางสิ่งแต่กลับไม่เป็นผล ร่างเล็กปลิวพลิกไปมาไม่ต่างกับใบไม้ที่ร่วงหล่น“เฮือก!” ซีซีลืมตาโพลง หอบหายใจเอาอากาศเข้าไปอย่างหนักหน่วง ทว่าครานี้ภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นเพดานไม้หรูหราที่คุ้นตา และเสียงที่แว่วมานั้น

  • เหตุใดนางร้ายจึงกลายเป็นที่หมายปอง   57. ตัวการสำคัญ (4)

    ไม่ว่าจะเป็นจางกงเหลียนป๋อหรือจางกงเต๋อหัว เขาไม่เชื่อใจใครทั้งนั้น ทั้งสองต่างก็อยากขึ้นนั่งแทนที่ของเขา ทว่าคนหนึ่งแสดงออกมาอย่างเปิดเผย อีกคนกลับทำราวเจียมตนว่าไม่คู่ควร นับตั้งแต่ที่ฟ่านซีบอกเขาเกี่ยวกับการซ่องสุมกำลัง เขาก็ให้คนไปสืบโดยละเอียด ทว่าสิ่งที่เขาพบมิได้มีเพียงเรื่องกบฏกลับเป็นหลานสาวและหลานชายตัวน้อย ที่หลัวเค่อมิเคยคิดว่ามีตัวตนมาก่อน สายเลือดของจางกงเต๋อหัว น้องชายของเขาคนนี้ซ่อนดวงใจไว้มิดชิด มิให้ผู้ใดได้ล่วงรู้“ข้าทำตามที่เสด็จพี่ต้องการแล้ว อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้”“เจ้ารอรับราชโองการ และสร้างเรือนไว้รอลูกเมียเถิด” จางกงหลัวเค่อมิได้ขึ้นมาอยู่จุดนี้เพียงเพราะเป็นโอรสสายตรง แต่ความเจ้าเล่ห์มากแผนการ เก่งรอบด้านทั้งบู้และบุ๋น ทำให้เขาโดดเด่นกว่าพี่น้องคนอื่นๆทันทีที่รับรู้การมีอยู่ของน้องสะใภ้และหลาน เขาก็มิคิดจะรั้งรอ ยื่นข้อเสนอให้เต๋อหัวทันที เพราะรู้นิสัยของน้องชายดี หากสามแม่ลูกนั้นไม่สำคัญ ย่อมมิซ่อนไว้ลึกเพียงนั้น และเขาก็เดาไม่ผิด กระทั่งตำแหน่งเจ้าแผ่นดินเต๋อหัวยังไม่สนใจด้วยซ้ำต้องโทษที่เหลียนป๋อคิดจะยืมมือซ่งเหม่ยหง และซ่งเหม่ยหงดันไปขอความช่วยเหลือจา

  • เหตุใดนางร้ายจึงกลายเป็นที่หมายปอง   56. ตัวการสำคัญ (3)

    “กระหม่อมมียาถอนพิษพ่ะย่ะค่ะ” เป็นประโยคที่ไร้ซึ่งความกลัว มีเพียงความเย่อหยิ่งที่ถือหมากตัวสำคัญไว้ในมือ“จางกงเหลียนป๋อ...เป็นเจ้าจริงๆ สินะ ข้าไม่คิดเลย”“ขอประทานอภัยที่ทำให้เสด็จพี่ต้องผิดหวัง” เหลียนป๋อกระตุกยิ้มเล็กน้อย ไร้ซึ่งความรู้สึกผิด เรื่องนี้เขาคิดมาดีถี่ถ้วนแล้ว ที่ที่เขายืนในตอนนี้มันต่ำต้อยเกินไป เพียงแค่มีมารดาเป็นสนมขั้นต่ำ ซ้ำยังเป็นเพียงหญิงชาวบ้าน เพียงเท่านี้ก็แย่เกินไปสำหรับเขาแล้ว เหล่าขุนนางแทบไม่มีผู้ใดหวาดกลัวเขา ยิ่งพวกขุนนางแก่ๆ ยิ่งไม่เห็นหัวทางเดียวที่จะทำให้ทุกคนก้มหัวให้เขาได้ คงต้องยืนอยู่บนจุดสูงสุด“แสดงว่าพิษในตัวฮองเฮา เป็นฝีมือของเจ้าใช่หรือไม่!”“อย่าทรงกริ้วไปเลยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมียาแก้พิษ อ๊ะๆ อย่าได้คิดจะมายื้อแย่งเชียว กระหม่อมมิได้โง่ถึงขั้นนำมันพกติดตัวมาหรอก” นิ้วชี้ส่ายไปมาราวกับห้ามปราม“เจ้าต้องการสิ่งใด หากเป็นบัลลังก์ จัดการข้าเสียก็สิ้นเรื่อง เหตุใดต้องดึงฟ่านซีเข้ามาเกี่ยว”“คิดว่าข้าไม่อยากทำหรือ! แต่พอเจ้าตาย ขุนนางโง่พวกนั้นจะเลือกข้าขึ้นเป็นผู้สืบบัลลังก์หรือไร!” เขาเป็นองค์ชายปลายแถวมาโดยตลอด เพราะงั้นสิ่งเดียวที่ทำได้ คือ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status