Home / โรแมนติก / เหนือการควบคุมของใจ / 2.คนนี้ลามปามไม่ได้

Share

2.คนนี้ลามปามไม่ได้

last update publish date: 2026-02-16 10:06:22

2

คนนี้ลามปามไม่ได้

มาริษาไม่ได้รู้สึกเบาใจเลยสักนิดแต่ก็ต้องจำใจรับเอาถังน้ำแข็งและบรั่นดีที่มีคนเตรียมไว้ให้เดินไปห้อง VIP03 เมื่อเปิดประตูเข้าไปอุณหภูมิข้างในเย็นเฉียบจนขนลุก โซฟามีชายวัยกลางคนหัวล้านพุงยุ้ยนั่งอยู่ เขามองเธอตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในห้องจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ละสายตา

ขนลุก!

มาริษาอุทานในใจอย่างหวาดหวั่น พยายามยิ้มให้เสี่ยเสรีอย่างเป็นมิตรทั้งที่ในใจขัดแย้งกัน เธอมั่นใจว่าแต่งตัวมาเซฟที่สุดแล้ว ถึงชุดมันจะรัดรูปแต่ก็เปิดไม่มากแต่เสี่ยบ้ากามนี่ยังมีความสามารถอ่านกินได้อีก

"สวัสดีค่ะ"

เสี่ยซาดิสต์มองไม่เลิก มองตั้งแต่ขาขาว ๆ ไล่ขึ้นจนถึงสะโพกผาย วันนี้มาริษาสวมชุดเดรสสั้นสีโรสโกลด์ประดับกลิตเตอร์ ยามขยับตัวแลดูระยิบระยับขับให้เรือนร่างบอบบางนั้นดูสวยหวานขึ้นไปอีก

เธอเดินไปหยุดอยู่ใกล้โต๊ะกระจก วางถาดน้ำแข็งและบรั่นดีที่ยกมาอย่างเบามือ จากนั้นคีบน้ำแข็งใส่แก้วชงเหล้าตามที่เคยได้รับการสอนมา พอยื่นให้เสี่ยเสรีก็รวบมือเธอไว้อย่างรวดเร็ว มาริษาชักมือกลับทันทีดีที่แก้วไม่ตกแตก

เสี่ยเสรีวางแก้วเหล้าแล้วมองเธอด้วยความขุ่นเคือง ในไนต์คลับแห่งนี้ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนปฏิบัติต่อเขาด้วยท่าทางรังเกียจมาก่อน มาริษาเป็นผู้หญิงคนแรกที่กล้าต่อต้าน ส่วนคนอื่น ๆ ถึงจะรังเกียจแต่ก็ยอมได้เพราะเงิน

เขาทิปเยอะกระเป๋าหนัก ถ้าไม่ติดที่ว่ามีรสนิยมทำร้ายคู่นอนมาริษาก็คงไม่กลัวขนาดนี้ เธอกลัวว่าจะถูกทำมิดีมิร้ายอย่างเช่นเจนจิราเตือน แต่เสี่ยเสรีก็ควรรู้ขอบเขตเพราะเธอไม่ได้รับงานนอนกับลูกค้า เป็นแค่เด็กชงเหล้าที่มาทำงานระยะเวลาสั้น ๆ ก็เท่านั้น

"ท่าทางอย่างนี้หมายความว่ายังไง" เสี่ยเสรีเริ่มหัวเสีย ชักสีหน้าแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจ

"เสี่ยคะ หนูทำหน้าที่ชงเหล้าอย่างเดียวไม่รับวีไอพีค่ะ"

"เอ้า! เสี่ยคุยกับผู้จัดการไนต์คลับไปแล้วนี่ เงินมัดจำก็จ่ายไปแล้วด้วย ให้เยอะกว่าคนอื่นตั้งสองเท่าแหนะ แบบนี้เสี่ยไม่ยอมนา เบี้ยวกันนี่หว่า"

เสี่ยบ้ากามพุ่งเข้าหามาริษาทันที โชคดีที่เธอไวก็เลยเบี่ยงตัวหลบทัน แต่ก็หลบได้เพียงแค่ครั้งเดียวจากนั้นไอ้เสี่ยบ้ากามก็คว้าตัวเธอกลับมาได้ มาริษาดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดอันน่าขยะแขยง มืออวบอ้วนจับต้นแขนของเธอเอาไว้แน่น ด้วยความตกใจเธอจึงงอเข่ากระทุ้งกล่องดวงใจอย่างจัง เสี่ยเสรีใช้มือกุมเป้าเข่าทรุด พอเงยหน้าขึ้นมากลับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

"ฮ่า ๆ ดี! ซาดิสต์แบบนี้เสี่ยชอบ เอาอีก เอาแรง ๆ"

กรี๊ดดดด

ก่อนที่เสี่ยบ้ากามจะลุกขึ้นได้มาริษารีบวิ่งหนีออกมานอกห้อง เธอไม่กล้าวิ่งไปที่เคาน์เตอร์เพราะรู้แล้วว่าเสี่ยเสรีกับผู้จัดการรู้เห็นเป็นใจกันกลัวว่าจะไม่ปลอดภัยจึงตัดสินใจวิ่งพรวดเข้าไปในห้อง VIP02 ที่เจนจิราทำงานอยู่ หวังให้เจนจิราช่วยเหลือ

แต่ทว่าเมื่อเข้ามาแล้วกลับไม่เจอเจนจิรา เห็นเพียงชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่ที่โซฟา ในมือคีบบุหรี่ปล่อยควันสีหมอกโชยอ้อยอิ่ง แสงรุบหรู่ของหลอดไฟในห้องสาดกระทบนัยน์ตาคมกริบ มาริษายืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง

คิ้วดำ ตาดุ จมูกคม กรอบหน้าขึ้นสันชัดเจน สีผิวไม่ได้ขาวจัด เบ้าหน้าไม่อนุญาตให้จน ดูหล่อคมคายสะอาดสะอ้านแต่ไม่ติดสำอางเลยสักนิด

เขาเองก็มองเธอด้วยแววตาประหลาดใจ จู่ ๆ มีสาวสวยพรวดพราดเข้ามาและไม่รู้ว่าเธอโผล่มาจากไหน อาจจะเป็นเด็กในร้านแต่ดูเหมือนว่ากำลังวิ่งหนีอะไรมาสักอย่าง  

"หนูขอโทษนะคะ"

พูดเพียงเท่านั้นมาริษารีบเข้าไปหลบด้านหลังโซฟาที่เขานั่งอยู่ จากนั้นเสี่ยเสรีก็เปิดประตูตามเข้ามา ชายหนุ่มมองเสี่ยเสรีด้วยแววตาเย็นเยียบยังคงวางตัวนิ่งไม่ตื่นกลัวเสี่ยเสรีเลยแม้แต่น้อย

"ลื้อเห็นผู้หญิงของอั๊ววิ่งมาทางนี้ไหม"

ธีร์ทาวัตปรายตามาทางหลังโซฟาวูบหนึ่ง รู้สึกได้ว่ามาริษากระทุ้งโซฟาเบา ๆ เหมือนอยากขอให้เขาช่วยปกปิดที่ซ่อน

"อ้าว ไอ้นี่ถามก็ไม่ตอบ ส่งผู้หญิงของอั๊วออกมา ไม่อย่างนั้นอั๊วจะสั่งลูกน้องมากระทืบลื้อเละแน่"

เสียงโวยวายของเสี่ยเสรีทำให้ผู้จัดการไนต์คลับรีบมาดู แต่เมื่อผู้จัดการเห็นชายหนุ่มที่นั่งอยู่ก็ต้องรีบเข้าไปกระซิบบอกเสี่ยเสรีเสียงเบาหวิว

"เสี่ยคะ คนนี้ลามปามไม่ได้นะคะ"

"มันใหญ่โตมาจากไหนวะ ไม่รู้เหรอว่าอั๊วเป็นใคร"

ผู้จัดการร้านขยับเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เอียงหน้ากระซิบเสี่ยบ้ากามอีกครั้ง

"คุณธีร์ทาวัตค่ะ"

ได้ยินชื่อนี้เสี่ยเสรีเบิกตาโต จากท่าทีแข็งกร้าวก่อนหน้าก็เปลี่ยนไปทันที

ถ้าลองได้เอ่ยชื่อธีร์ทาวัตใครจะกล้ายุ่ง เขาคือนักธุรกิจผู้มีอิทธิพลระดับยอดพีระมิด ส่วนเสี่ยเสรีถ้าเทียบก็อยู่ระดับฐาน นอกจากธีร์ทาวัตจะเป็นผู้มีอิทธิพลทางด้านธุรกิจแล้วยังเป็นหุ้นส่วนไนต์คลับแห่งนี้อีกด้วย

มาริษาได้ฟังชื่อนี้ก็กลอกตาไปมาด้วยความประหลาดใจ พนักงานในร้านมักเอ่ยถึงชื่อนี้ให้ได้ยินอยู่บ่อย ๆ บอกว่าเขาเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างน่ากลัว นาน ๆ ครั้งธีร์ทาวัตจะมาที่ไนต์คลับ ในการมาทุกครั้งถ้าไม่มาเพื่อคุยธุรกิจก็จะมานั่งดื่มคนเดียวเงียบ ๆ แม้แต่สาวชงเหล้าก็ไม่เอา ไม่เพียงแค่ไม่เอาแต่ยังไล่ตะเพิดอีกต่างหาก

พอคิดมาถึงตอนนี้มาริษาเริ่มรู้แล้วว่าทำไมเจนจิราถึงไม่ได้อยู่ที่นี่ ก็คงถูกไล่ตะเพิดไปนั่นแหละ รายต่อไปคงเป็นเธอที่ถูกไล่ตะเพิดตามไปด้วยอีกคน แต่เดี๋ยวก่อนเถอะ ตอนนี้มันยังไปไม่ได้ ขืนโดนไล่ให้ออกไปมีหวังเสร็จเสี่ยเสรีแน่ ๆ

มาริษานั่งตัวสั่นอยู่นาน เวลาผ่านไปธีร์ทาวัตกลับไม่มีทีท่าว่าจะเปิดเผยที่ซ่อนของเธอ จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก อยากออกไปจากห้องนี้ใจจะขาดแต่ต้องรอให้เสี่ยเสรีจากไปก่อน ต่อให้ธีร์ทาวัตจะมาคิดบัญชีไล่ตะเพิดเธอทีหลังก็ไม่เป็นไร เขาอาจจะดุอย่างที่คนอื่นบอก ลึก ๆ แล้วมาริษาเชื่อว่าถูกไล่ดีกว่าถูกเสี่ยตัณหากลับขืนใจแล้วซ้อมปางตาย

"คุณธีร์เหรอ"

เสี่ยเสรีกระซิบถามผู้จัดการร้าน ฝ่ายนั้นยิ้มแห้ง ๆ แล้วพยักหน้า  

"ขอโทษที่เข้ามารบกวนครับ สงสัยเด็กนั่นจะไปหลบอยู่ที่อื่น งั้นผมขอตัวนะครับ"

ธีร์ทาวัตไม่สนใจคำพูดที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ หยิบแก้วเหล้าขึ้นมาจิบบาง ๆ ด้วยท่าทางไม่แยแส หลังจากสองคนนั้นจากไปแล้วมาริษาก็ค่อย ๆ คลานออกมาจากหลังโซฟาเดินมาหยุดยืนตรงหน้าเขาแล้วโค้งศีรษะลงเล็กน้อย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เหนือการควบคุมของใจ   54.อยากรู้เหรอคะ (จบ)

    เสถียรได้รับอนุญาตให้กลับบ้านในอีกสองวันต่อมา ยังเป็นธีร์ทาวัตที่รับกลับจากโรงพยาบาล ในตอนหัวค่ำยุพินได้ทำกับข้าวมื้อใหญ่เพื่อเป็นการเลี้ยงขอบคุณ บรรยากาศในบ้านเป็นไปด้วยความอบอุ่น หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้วทั้งคู่ก็เดินออกมาหย่อยที่สวนหลังบ้าน "ขอบคุณนะคะ""ไม่เป็นไร วันนั้นจำได้ไหมว่ามีอีกเรื่องที่ผมยังไม่ได้คำตอบ""เรื่องอะไรคะ""คุณทำยังไงให้ผมเลิกละเมอ""อยากรู้เหรอคะ"รอยยิ้มหวานล้ำประดับบนใบหน้า มาริษาก้าวเข้ามาใกล้เขาหนึ่งก้าว"ถ้าอยากรู้จะบอกให้ก็ได้ แต่คุณต้องหลับตาก่อน"ชายหนุ่มปิดเปลือกตาลงช้าๆ ชั่วครู่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอด ฝ่ามือเล็กตบที่แผ่นหลังของเขาเบาๆ หลังจากหยุดมือมาริษเขย่งปลายเท้าจุมพิตที่หน้าผากแผ่วเบา"ลืมตาค่ะ""ทำแบบนี้เหรอ""แค่ทำแบบนี้เองคุณก็เลิกละเมอแล้วหลับต่อตลอดทั้งคืนเลย เก่งใช่มั้ยคะ""เก่ง""คงต้องจดลิขสิทธิ์แล้วค่ะ คิดค่าบริการครั้งละล้านไปเลยจะได้รวยไวๆ"มาริษาส่งเ

  • เหนือการควบคุมของใจ   53.ลองคบกันดูก็ได้ค่ะ

    น้ำฝนหนึ่งในพนักงานของแผนกเอ่ยขึ้น มาริษายิ้มเจื่อนๆ ก่อนหย่อนก้นลงที่เก้าของตนเอง เธอกับเขาไม่เกี่ยวข้องกันสักหน่อย คิดแล้วปวดหัวตุบๆ ทีนี้จะแก้ต่างอย่างไรดีหลังเลิกงานเขาไม่ได้ตื้อจะไปส่งเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว เพราะรู้ว่าถึงจะเสนอไปมาริษาก็คงไม่เต็มใจจะนั่งรถเขาอยู่ดี ดังนั้นธีร์ทาวัตจึงตรงไปหาเสถียรและยุพินที่บ้าน แต่ก็ไม่ได้ไปทุกวันเพราะยังมีความเกรงใจผู้ใหญ่ทั้งสองอยู่ อาจจะเว้นสองวันหรือสามวันไปที วันนี้ก็เช่นกัน มาริษากลับถึงบ้านเห็นรถหรูจอดอยู่ เธอกอดอกยืนมองพร้อมกับบ่นพึมพำ"มาอีกแล้วเหรอ ข้าวบ้านตัวเองไม่มีกินรึไง"ยังไม่ทันจะได้เปิดประตูเข้าบ้าน ธีร์ทาวัตก็แบกเสถียรขึ้นหลังวิ่งพรวดออกมา มาริษายืนมองภาพนั้นด้วยความตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ยุพินร้องไห้โหตามหลังมาติดๆ พอเห็นหน้าลูกสาวก็หยุดเขย่าไหล่ทั้งสองข้างพูดไม่ได้ศัพท์"มิ้งค์พ่อเป็นอะไรไม่รู้ รีบไปล็อกประตูบ้านเร็ว คุณธีร์กำลังจะพาพ่อไปโรงพยาบาล"ไม่มีเวลาให้คิดนาน มาริษ

  • เหนือการควบคุมของใจ   52.ฝากขอบคุณคุณธีร์ด้วย

    ผู้เป็นพ่อเดินมาดู เห็นหนุ่มสาวกอดกันอยู่ก็หยุดมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอยออกไปเงียบๆ โดยที่ไม่ทักท้วง นั่นเป็นเพราะสังเกตุอยู่นานแล้วว่าลูกสาวของตนกับชายหนุ่มจะต้องมีอะไรแน่ๆ ถึงจะอยากรู้แต่ไม่อยากคาดคั้น เสถียรเป็นพ่อที่ให้อิสระลูกพอสมควร บางครั้งดุบ้างอบรมบ้างแต่ทุกอย่างยังคงอยู่ในขอบเขตของความเป็นห่วงเป็นใย"พี่เถียรลูกอยู่ในสวนรึเปล่า"ยุพินที่เห็นว่าลูกสาวหายไปนานจึงอยากเดินมาตาม ยังไม่ทันถึงสวนก็ถูกสามีดึงให้ถอยออกไปก่อน"พี่จะลากฉันออกมาทำไม ตกลงลูกอยู่ในสวนไหม""อืม อย่าไปยุ่งกับลูกเลย""เอ้า!"มาริษาขืนตัวออก เขายอมปล่อยเธอออกจากอ้อมกอดโดยง่าย "อย่าทำแบบนี้อีกนะคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน รักษาระยะห่างไว้ในฐานะนายจ้างกับลูกจ้างดีกว่า""เข้าใจแล้ว แต่...กอดในฐานะนายจ้างกับลูกจ้างไม่ได้เหรอ"มีนายจ้างกับลูกจ้างที่ไหนเขากอดกัน มาริษาสะบัดหน้าเดินหนีเข้าบ้านไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาอีก เขาเดินตามเธอเข้ามาข้างใน เสถียรกับยุพินก

  • เหนือการควบคุมของใจ   51.ผมรอได้

    เขาดึงเอกสารที่เธอกำลังกรอกข้อมูลอยู่มาแล้วบอกให้เธอไปนั่งกินข้าวที่โต๊ะข้างๆ หลังจากนั้นธีร์ทาวัตก็ทำการคีย์ข้อมูลเข้าในระบบ มาริษามองด้วยแววตาประหลาดใจ เขาพิมพ์ข้อมูลได้รวดเร็วมากไม่ถึงยี่สิบนาทีก็เกือบเสร็จ"กินข้าว"เขาหันมาสั่งอีกครั้ง เธอจึงเปิดข้าวกล่องออกดู อาหารข้างในเป็นข้าวหมูทอดกระเทียมง่ายๆ กลิ่นหอมโชยเข้าจมูกจนต้องปิดฝากล่องไว้ตามเดิม"สั่งของที่มีกลิ่นแรงขนาดนี้มาให้ถ้าเพื่อนร่วมงานกลับมาแล้วได้กลิ่นต้องถูกมองแรงแน่ๆ""งั้นเอาไปกินในห้องผมมั้ยละ""ไม่เอาค่ะ หนูรู้กาลเทศะ"พลั้งปากแทนตัวเองว่าหนูอีกจนได้ มาริษาเม้มปากกลอกตาไปมา เขาไม่ได้พูดอะไรแค่อมยิ้มน้อยๆ"จะเอาไปกินในห้องพักเบรกพนักงานค่ะ คุณก็เลิกทำงานแทนเถอะเดี๋ยวคนอื่นกลับมาแล้วจะเห็นเข้า""ไปเถอะจะเสร็จละ ไม่มีใครเห็นหรอก"มาริษาพยักหน้าเบาๆ แล้วลุกขึ้นยืน ก่อนไปเธอยังไม่เลิกมองเขา ที่มองนานๆ เพราะไม่เคยเห็นเขาในมุมนี้มาก่อน ภาพที่เห็นจนชินตาเมื่อก่อนคือเขานั่งไขว่ห้างวางมาดสูบบุหรี่จิบบรั่นดี ทำหน้าหยิ่งๆ เชิดๆ จนใครเห็นต้อง

  • เหนือการควบคุมของใจ   50.เอางานมานี่

    "ไม่ได้มาส่งค่ะแค่จะมาปิดประตูรั้ว" เขายังไม่ทันได้เอ่ยถามมาริษาก็รีบบอกอย่างร้อนตัว"อ๋อ งั้นผมกลับแล้ว""เดี๋ยวค่ะ ฉันได้ยินคุณพูดกับพ่อของฉัน เหตุการณ์ครั้งนั้นสำหรับเด็กเจ็ดแปดขวบคงจะน่ากลัวมาก เอ่อ...บางคืนคุณชอบฝันร้ายแล้วละเมอบ่อยๆ ที่แท้คงเป็นเพราะเรื่องนี้สินะคะ""ผมละเมอเหรอ" เขาขมวดคิ้วแน่น"ค่ะ ชอบละเมอพูดว่าช่วยด้วย ช่วยด้วย แต่พักหลังมาอาการนั้นก็หายไปแล้วเพราะว่าหนู เอ่อ..."เผลอใช้สรรพนามเดิมที่เคยแทนตัวเอง ดีที่ยั้งปากทัน"คุณทำยังไงผมถึงเลิกฝันร้าย"มาริษาก้มหน้าเอาไว้ ไม่อยากให้เขาเห็นพวงแก้วที่กำลังแดงก่ำ ถ้าพูดออกไปก็เหมือนเป็นการทบทวนเรื่องเก่าคราวหลัง"ไม่บอกค่ะ คุณกลับไปได้แล้ว""เดี๋ยววันหลังผมถามใหม่ ถามจนกว่าคุณจะตอบ รู้ไหมตอนที่ผมบอกพ่อของคุณว่าไม่กลัวที่จริงผมกลัวมากนะ ในชีวิตของผมมีเรื่องให้กลัวอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกผมกลัวพ่อผมจะหายไป เรื่องที่สองผมกลัวคุณจะหายไปเหมือนพ่อของผม ดีจริงๆ ที่คุณยังอยู่ตรงนี้ ดีใจที่ได้พบกันอีก ผมไม่ได้อยากบีบให้คุ

  • เหนือการควบคุมของใจ   49.ตอนนั้นยังเด็กมาก

    อีกไม่กี่นาทีจะเลิกงานแล้ว หลังห้าโมงเย็นมาริษารีบไปแตะบัตรเลิกงาน เดินออกมาหน้าบริษัทหันกลับไปมองว่ามีคนตามมาหรือไม่ กลัวว่าธีร์ทาวัตจะขับรถตามก่อกวนอีก แต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งๆพอเมื่อกลับถึงบ้านวินาทีแรกที่ก้าวขาเข้าไปเสียงหัวเราะของเสถียรดังลั่น คล้ายว่าผู้เป็นพ่อกำลังพูดคุยอยู่กับใครบางคน และดูเหมือนจะพูดคุยกันถูกคอทีเดียว เธอคิดไปว่าบางทีเพื่อนพ่ออาจจะมาที่บ้าน จึงเข้าไปเพื่อทักทายสวัสดีแต่ทว่าเมื่อเห็นหน้าแขกผู้มาเยือนชัดๆ มาริษาถึงกับอ้าปากค้าง"คุณธีร์! คุณมาอยู่นี่ได้ไง"เขายิ้มตาหยีแล้วหันไปหัวเราะขำขันเรื่องที่คุยค้างไว้กับเสถียรต่อ ซึ่งนั่นก็หนีไม่พ้นเรื่องของมาริษา พ่อเล่าเป็นฉากๆ ตั้งแต่เด็กยันโตอย่างภาคภูมิใจ เล่าตั้งแต่ตอนเป็นเด็กหกล้มตะครุบขี้วัวไปจนถึงตอนเรียนจบรับปริญญา ซึ่งบางเรื่องไม่ต้องเล่าก็ได้ แค่นี้มาริษาก็อายจะแย่อยู่แล้ว"นี่ไงลูกสาวผมที่เล่าให้ฟัง เรียนจบแล้วกลับมาทำงานที่บ้าน เหมือนจะทำงานที่บริษัทของคุณด้วย

  • เหนือการควบคุมของใจ   39.สีหน้าไม่ค่อยดี

    ในเช้าวันรุ่งขึ้นก็เหมือนกับทุกวัน ในช่วงเวลาอาหารเช้ามาริษานั่งทานเงียบ ๆ ส่วนธีร์ทาวัตลงมาชั้นล่างก็นั่งจิบกาแฟด้วยกันครู่หนึ่ง เห็นว่าเธอสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มของร้านจิวเวลรีก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายเพราะคิดว่าคงไม่กล้าไปไหนแน่ ๆ รอให้เคลียร์ทุกอย่างเสร็จทั้งเธอและเขาใจเย็นกว่านี้เมื่อถึงตอนนั้นค่อยค

  • เหนือการควบคุมของใจ   27. ในนี้เลย

    "บอกแล้วว่าให้อาบอีกรอบ""ตัวหนูไม่ได้สกปรกสักหน่อย"เธอทำหน้าบึ้ง ใช้สองแขนกอดตัวเองไว้เพราะรู้สึกว่าชุดนอนผ้าซาตินที่สวมอยู่แนบเนื้อเกินไป แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาของเขา ยอดอกที่ชูชันมองผ่าน ๆ ยังสะดุดตาชายหนุ่มยกยิ้ม ซุกจมูกลงกับซอกคอ มาริษาหลับตาแหงนหน้าขึ้น สองแขนที่เคยกอดอก

  • เหนือการควบคุมของใจ   26.อาบด้วยกันไหม

    "พักเที่ยงแล้วมิ้งค์ไปกินข้าวเถอะ"เมษาหนึ่งในพนักงานพูดขึ้น มาริษายิ้มรับแล้วถามกลับ"แล้วคนอื่นไม่ไปกินข้าวเหรอคะ""ต้องสลับกันเบรก แต่เห็นจอมขวัญบอกว่าจะไดเอตส่วนเฟิร์นเตรียมของกินมาแล้ว""งั้นมิ้งค์ไปก่อนนะคะ"เดินออกมาจนเกือบจะถึงศูนย์อาหาร คิดขึ้นได้ว่าลืม

  • เหนือการควบคุมของใจ   17.ถ่อมตัวจัง

    "มีตังค์อะไรกันไม่ขนาดนั้นหรอก""ถ่อมตัวจังของที่มิ้งค์ใช้อยู่มันฟ้องนะ"ทิวทัศน์พูดกลั้วหัวเราะ คนไม่มีตังค์แบบไหนจะใช้ของแบรนด์เนมทั้งตัว ส่วนมาริษาไม่รู้จักครบทุกแบรนด์ที่ใส่มาหรอก เธอรู้บางยี่ห้อเท่านั้น ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่เคยคิดจะซื้อใช้ ให้พูดกันตรง ๆ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status