Partager

7.กดดัน

last update Date de publication: 2026-02-18 18:30:35

7.กดดัน

หลังจากมาริษาออกไปแล้วชยินที่ยืนรอหน้าประตูก็เดินเข้ามาในห้อง เห็นว่าใบหน้าของเจ้านายหนุ่มประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ สร้างความประหลาดใจให้เป็นอย่างยิ่ง

เขาไม่ค่อยเห็นเจ้านายยิ้ม นานแล้วที่ธีร์ทาวัตไม่ยิ้มเลย หลายปีที่ผ่านมามักจะทำหน้าเคร่งขรึมอยู่ตลอดเวลา หากเดาไม่ผิดสาเหตุทั้งหมดคงเป็นเพราะผู้หญิงที่เดินออกไปเมื่อครู่ แต่ถึงธีร์ทาวัตจะยิ้มได้ชยินกลับรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าใดนัก

"คุณธีร์อารมณ์ดีอะไรเหรอครับ"

"เปล่านี่"

"เธอมาหาคุณธีร์เพราะเรื่องเสี่ยเสรีเหรอครับ"

"อืม ส่งคนไปตามดูหน่อย"

"ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นให้จัดการได้เลยไหมครับ"

"ดูอย่างเดียวก็พอ ถ้าไม่หนักหนาก็ไม่ต้องช่วยอะไรทั้งนั้น"

"คุณธีร์กำลังกดดันเธออยู่เหรอครับ เอ่อ...ขอโทษครับผมปากมากเกินไป"

พอเห็นสายตาดุดันที่มองมา ชยินจำต้องหยุดคำพูดของตัวเองไว้เพียงเท่านั้นแล้วถอยกลับไปยืนประสานมือก้มหน้าที่มุมห้อง มองดูควันอ้อยอิ่งที่ธีร์ทาวัตกำลังพ่นออกจากปาก บุหรี่มวนนั้นถูกบดลงกับที่เขี่ยบุหรี่จนควันมอด หลับตาลงช้า ๆ เอนศีรษะหนุนพนักโซฟาเคาะนิ้วเป็นจังหวะเหมือนกำลังรอเวลาให้ผ่านพ้นไปอย่างใจเย็น

มาริษาออกมาจากบ้านของธีร์ทาวัตแล้วก็รีบกลับมาที่โรงพยาบาลทันที เตวิชยังหลับสนิทอยู่ คาดว่าเมื่อตอนเย็นพยาบาลจะเป็นคนป้อนอาหารให้เพราะแขนข้างซ้ายใส่เฝือก มืออีกข้างก็นิ้วหัก ส่วนหัวก็เย็บไปหลายเข็ม ยังมีผ้าพันแผลพันไว้รอบ ๆ เรื่องใบหน้าไม่ต้องพูดถึงบวมช้ำจนทำให้มาริษาที่เห็นน้องครั้งแรกกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

เธอจ้องมองน้องชายที่หลับสนิทแล้วรู้สึกผิด เรื่องทั้งหมดมันเริ่มต้นมาจากเธอแท้ ๆ ถ้าหากเธอไม่ไปทำงานที่ไนต์คลับเรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น เตวิชคงไม่เจ็บตัว ส่วนเธอก็ยังคงเป็นมาริษาที่ร่าเริงและใช้ชีวิตไปวัน ๆ ได้อย่างปกติ

ทุกวันนี้หวาดระแวงจนไม่เป็นตัวเอง หากเป็นแบบนี้ต่อไปคิดว่าต้องกลายเป็นบ้าแน่ ๆ นึกถึงข้อเสนอของธีร์ทาวัตก็ยิ่งกลุ้ม เขาไม่ได้วิตถารก็จริงแต่ก็ไม่ใช่คนที่เธอควรไปข้องเกี่ยวด้วย ขึ้นชื่อว่าผู้มีอิทธิพลล้วนอันตรายทั้งนั้น  

แล้วการเป็นเด็กเลี้ยงของเขาล่ะ นั่นไม่เท่ากับว่าร่วมผูกปิ่นโตแขวนชีวิตไปพร้อมกับเขาหรอกหรือ

"มาแล้วเหรอ ไปไหนมา"

เสียงถอนหายใจหนัก ๆ ของพี่สาวทำให้เตวิชลืมตาขึ้น มาริษาจึงรีบปรับสีหน้าอมทุกข์ให้เป็นปกติ

"ไปหาคนช่วย"

"ใคร"

"คนที่จะทำให้เสี่ยเสรีไม่กล้าแตะต้องพวกเราอีก"

"ยังมีคนที่ไม่กลัวเสี่ยเสรีอยู่เหรอ พี่มิ้งค์เตคิดดีแล้วว่าจะย้ายกลับไปเรียนต่างจังหวัด พี่ก็กลับไปหางานทำที่นั่น"

"งานที่ต่างจังหวัดมันหายาก รีบรักษาตัวแล้วเรียนต่อให้จบเถอะเรื่องนี้พี่จัดการเอง ขอโทษที่ทำให้เจ็บตัวเพราะพี่นะ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเตจะทิ้งอนาคตไม่ได้เด็ดขาด"

"พี่มิ้งค์..."

มาริษากระชับผ้าห่มให้น้องชายแล้วถอยไปทิ้งตัวลงที่โซฟามุมห้องแกล้งหลับตาลงไม่อยากฟังน้องชายพูดอะไรอีก เรื่องนี้เธอควรจัดการด้วยตัวเอง ธีร์ทาวัตชี้ทางออกให้แล้วแต่แลกมาด้วยสิ่งที่เธอไม่อยากทำ

มาริษายอมรับว่าเป็นคนโลกสวย เคยใฝ่ฝันหาความรักที่สวยงามเหมือนในนิยาย ต้องการเพียงผู้ชายที่เรียบง่ายธรรมดา ๆ คนหนึ่ง แต่ก็สงสัยอยู่ว่าตนเองกำลังเดินเข้าสู่พล็อตนิยายมาเฟียน้ำเน่ารึเปล่า เป็นเด็กเลี้ยงแล้วยังไง ถึงแม้จะได้ทุกอย่างที่ต้องการแต่ก็เป็นตัวจริงของเขาไม่ได้

เช้าวันรุ่งขึ้นมาริษาได้เดินไปสอบถามค่ารักษาพยาบาล แต่พอรู้ตัวเลขค่ารักษาก็แทบเป็นลม เปิดแอปพลิเคชันธนาคารดูเงินในบัญชีมีแค่หลักหมื่น นั่นทำให้เธอนึกถึงคำพูดของธีร์ทาวัตขึ้นมา

เป็นเด็กของผมคุณจะได้ทุกอย่างที่ต้องการ

เขารวยมากและสิ่งแรกที่มาริษาอยากได้ในตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้นเงิน ดีที่โรงพยาบาลให้เธอชำระค่ารักษาได้ในวันที่เตวิชออกจากโรงพยาบาล ไม่อย่างนั้นช่วงฉุกละหุกแบบนี้ก็ไม่รู้จะหาเงินมาจากไหนได้ทัน

ช่วงเที่ยงมาริษาออกจากโรงพยาบาลเพื่อหาของกิน ตอนนี้ท้องต้องอิ่มก่อนจึงจะมีแรงคิด เดินมาหยุดอยู่หน้าร้านอาหารตามสั่ง ยังไม่ทันได้สั่งอะไรตาก็เหลือบไปเห็นรถเก๋งสีดำที่จอดอยู่ จำได้แม่นว่านั่นคือรถของเสี่ยเสรี เธอจึงรีบเดินเพื่อที่จะกลับโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด จากที่เดินเร็วก็เริ่มออกตัววิ่งแบบไม่คิดชีวิต  

รถของเสี่ยเสรีขับตามมาแล้วปาดหน้าดักทาง มาริษาจึงต้องเปลี่ยนเป็นวิ่งเข้าไปในซอยแคบ ๆ แทน เธอหลบหลังซอกตึก หัวใจเต้นแรงหวาดหวั่น หยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าด้วยมือที่สั่นเทา หลังโทร.ออกได้ไม่นานปลายสายก็กดรับ

"ฮัลโหล"

"คุณคะ คุ...คุณธีร์ใช่มั้ยคะ หนูอยู่ที่ซอยXXX ช่วยหนูด้วย มารับหนูทีเสี่ยเสรีกำลังตามหนูอยู่ค่ะ"

ธีร์ทาวัตไม่พูดอะไรก็กดวางสายไป นั่นยิ่งทำให้มาริษาใจคอไม่ค่อยดี บางทีเขาอาจจะเลิกสนใจในตัวเธอไปแล้ว คิดไปก็โมโหตัวเองจริง ๆ ไม่น่าเล่นตัวนานขนาดนี้ เพราะเธอเล่นตัวเขาถึงเปลี่ยนใจไปแล้วรึเปล่า

มาริษาหลบอยู่ในซอยไม่กล้าออกมา ยืนตัวสั่นเทาท่ามกลางหนูสกปรกที่วิ่งพล่าน พลันเสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้น มองไปทิศทางนั้นด้วยดวงตาอันแดงก่ำ ได้เห็นใบหน้าคนที่กำลังเดินมาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก จำได้แม่นว่าเขาคือลูกน้องที่อยู่ข้างกายธีร์ทาวัตวันนั้น

"ผมชื่อชยิน คุณธีร์ให้มารับครับ"

รถของชยินจอดอยู่หน้าซอย ก่อนขึ้นรถชยินก็เปิดประตูให้ มาริษาเกรงใจจนไม่รู้จะทำยังไงจึงก้มศีรษะขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า

รถแล่นมาจอดหน้าบ้านหรู มาริษาลงจากรถเองโดยไม่รอให้ชยินมาเปิดประตูให้อีก รู้สึกเกร็งนิดหน่อยที่ได้รับการปฏิบัติราวกับว่าเป็นคนใหญ่คนโต เธอก็แค่สาววัยยี่สิบสามธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ฐานะทางบ้านไม่ร่ำรวย สิ่งแวดล้อมที่เห็นอยู่นี้แตกต่างจากที่ที่เธอเติบโตมาโดยสิ้นเชิง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เหนือการควบคุมของใจ   54.อยากรู้เหรอคะ (จบ)

    เสถียรได้รับอนุญาตให้กลับบ้านในอีกสองวันต่อมา ยังเป็นธีร์ทาวัตที่รับกลับจากโรงพยาบาล ในตอนหัวค่ำยุพินได้ทำกับข้าวมื้อใหญ่เพื่อเป็นการเลี้ยงขอบคุณ บรรยากาศในบ้านเป็นไปด้วยความอบอุ่น หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้วทั้งคู่ก็เดินออกมาหย่อยที่สวนหลังบ้าน "ขอบคุณนะคะ""ไม่เป็นไร วันนั้นจำได้ไหมว่ามีอีกเรื่องที่ผมยังไม่ได้คำตอบ""เรื่องอะไรคะ""คุณทำยังไงให้ผมเลิกละเมอ""อยากรู้เหรอคะ"รอยยิ้มหวานล้ำประดับบนใบหน้า มาริษาก้าวเข้ามาใกล้เขาหนึ่งก้าว"ถ้าอยากรู้จะบอกให้ก็ได้ แต่คุณต้องหลับตาก่อน"ชายหนุ่มปิดเปลือกตาลงช้าๆ ชั่วครู่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอด ฝ่ามือเล็กตบที่แผ่นหลังของเขาเบาๆ หลังจากหยุดมือมาริษเขย่งปลายเท้าจุมพิตที่หน้าผากแผ่วเบา"ลืมตาค่ะ""ทำแบบนี้เหรอ""แค่ทำแบบนี้เองคุณก็เลิกละเมอแล้วหลับต่อตลอดทั้งคืนเลย เก่งใช่มั้ยคะ""เก่ง""คงต้องจดลิขสิทธิ์แล้วค่ะ คิดค่าบริการครั้งละล้านไปเลยจะได้รวยไวๆ"มาริษาส่งเ

  • เหนือการควบคุมของใจ   53.ลองคบกันดูก็ได้ค่ะ

    น้ำฝนหนึ่งในพนักงานของแผนกเอ่ยขึ้น มาริษายิ้มเจื่อนๆ ก่อนหย่อนก้นลงที่เก้าของตนเอง เธอกับเขาไม่เกี่ยวข้องกันสักหน่อย คิดแล้วปวดหัวตุบๆ ทีนี้จะแก้ต่างอย่างไรดีหลังเลิกงานเขาไม่ได้ตื้อจะไปส่งเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว เพราะรู้ว่าถึงจะเสนอไปมาริษาก็คงไม่เต็มใจจะนั่งรถเขาอยู่ดี ดังนั้นธีร์ทาวัตจึงตรงไปหาเสถียรและยุพินที่บ้าน แต่ก็ไม่ได้ไปทุกวันเพราะยังมีความเกรงใจผู้ใหญ่ทั้งสองอยู่ อาจจะเว้นสองวันหรือสามวันไปที วันนี้ก็เช่นกัน มาริษากลับถึงบ้านเห็นรถหรูจอดอยู่ เธอกอดอกยืนมองพร้อมกับบ่นพึมพำ"มาอีกแล้วเหรอ ข้าวบ้านตัวเองไม่มีกินรึไง"ยังไม่ทันจะได้เปิดประตูเข้าบ้าน ธีร์ทาวัตก็แบกเสถียรขึ้นหลังวิ่งพรวดออกมา มาริษายืนมองภาพนั้นด้วยความตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ยุพินร้องไห้โหตามหลังมาติดๆ พอเห็นหน้าลูกสาวก็หยุดเขย่าไหล่ทั้งสองข้างพูดไม่ได้ศัพท์"มิ้งค์พ่อเป็นอะไรไม่รู้ รีบไปล็อกประตูบ้านเร็ว คุณธีร์กำลังจะพาพ่อไปโรงพยาบาล"ไม่มีเวลาให้คิดนาน มาริษ

  • เหนือการควบคุมของใจ   52.ฝากขอบคุณคุณธีร์ด้วย

    ผู้เป็นพ่อเดินมาดู เห็นหนุ่มสาวกอดกันอยู่ก็หยุดมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอยออกไปเงียบๆ โดยที่ไม่ทักท้วง นั่นเป็นเพราะสังเกตุอยู่นานแล้วว่าลูกสาวของตนกับชายหนุ่มจะต้องมีอะไรแน่ๆ ถึงจะอยากรู้แต่ไม่อยากคาดคั้น เสถียรเป็นพ่อที่ให้อิสระลูกพอสมควร บางครั้งดุบ้างอบรมบ้างแต่ทุกอย่างยังคงอยู่ในขอบเขตของความเป็นห่วงเป็นใย"พี่เถียรลูกอยู่ในสวนรึเปล่า"ยุพินที่เห็นว่าลูกสาวหายไปนานจึงอยากเดินมาตาม ยังไม่ทันถึงสวนก็ถูกสามีดึงให้ถอยออกไปก่อน"พี่จะลากฉันออกมาทำไม ตกลงลูกอยู่ในสวนไหม""อืม อย่าไปยุ่งกับลูกเลย""เอ้า!"มาริษาขืนตัวออก เขายอมปล่อยเธอออกจากอ้อมกอดโดยง่าย "อย่าทำแบบนี้อีกนะคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน รักษาระยะห่างไว้ในฐานะนายจ้างกับลูกจ้างดีกว่า""เข้าใจแล้ว แต่...กอดในฐานะนายจ้างกับลูกจ้างไม่ได้เหรอ"มีนายจ้างกับลูกจ้างที่ไหนเขากอดกัน มาริษาสะบัดหน้าเดินหนีเข้าบ้านไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาอีก เขาเดินตามเธอเข้ามาข้างใน เสถียรกับยุพินก

  • เหนือการควบคุมของใจ   51.ผมรอได้

    เขาดึงเอกสารที่เธอกำลังกรอกข้อมูลอยู่มาแล้วบอกให้เธอไปนั่งกินข้าวที่โต๊ะข้างๆ หลังจากนั้นธีร์ทาวัตก็ทำการคีย์ข้อมูลเข้าในระบบ มาริษามองด้วยแววตาประหลาดใจ เขาพิมพ์ข้อมูลได้รวดเร็วมากไม่ถึงยี่สิบนาทีก็เกือบเสร็จ"กินข้าว"เขาหันมาสั่งอีกครั้ง เธอจึงเปิดข้าวกล่องออกดู อาหารข้างในเป็นข้าวหมูทอดกระเทียมง่ายๆ กลิ่นหอมโชยเข้าจมูกจนต้องปิดฝากล่องไว้ตามเดิม"สั่งของที่มีกลิ่นแรงขนาดนี้มาให้ถ้าเพื่อนร่วมงานกลับมาแล้วได้กลิ่นต้องถูกมองแรงแน่ๆ""งั้นเอาไปกินในห้องผมมั้ยละ""ไม่เอาค่ะ หนูรู้กาลเทศะ"พลั้งปากแทนตัวเองว่าหนูอีกจนได้ มาริษาเม้มปากกลอกตาไปมา เขาไม่ได้พูดอะไรแค่อมยิ้มน้อยๆ"จะเอาไปกินในห้องพักเบรกพนักงานค่ะ คุณก็เลิกทำงานแทนเถอะเดี๋ยวคนอื่นกลับมาแล้วจะเห็นเข้า""ไปเถอะจะเสร็จละ ไม่มีใครเห็นหรอก"มาริษาพยักหน้าเบาๆ แล้วลุกขึ้นยืน ก่อนไปเธอยังไม่เลิกมองเขา ที่มองนานๆ เพราะไม่เคยเห็นเขาในมุมนี้มาก่อน ภาพที่เห็นจนชินตาเมื่อก่อนคือเขานั่งไขว่ห้างวางมาดสูบบุหรี่จิบบรั่นดี ทำหน้าหยิ่งๆ เชิดๆ จนใครเห็นต้อง

  • เหนือการควบคุมของใจ   50.เอางานมานี่

    "ไม่ได้มาส่งค่ะแค่จะมาปิดประตูรั้ว" เขายังไม่ทันได้เอ่ยถามมาริษาก็รีบบอกอย่างร้อนตัว"อ๋อ งั้นผมกลับแล้ว""เดี๋ยวค่ะ ฉันได้ยินคุณพูดกับพ่อของฉัน เหตุการณ์ครั้งนั้นสำหรับเด็กเจ็ดแปดขวบคงจะน่ากลัวมาก เอ่อ...บางคืนคุณชอบฝันร้ายแล้วละเมอบ่อยๆ ที่แท้คงเป็นเพราะเรื่องนี้สินะคะ""ผมละเมอเหรอ" เขาขมวดคิ้วแน่น"ค่ะ ชอบละเมอพูดว่าช่วยด้วย ช่วยด้วย แต่พักหลังมาอาการนั้นก็หายไปแล้วเพราะว่าหนู เอ่อ..."เผลอใช้สรรพนามเดิมที่เคยแทนตัวเอง ดีที่ยั้งปากทัน"คุณทำยังไงผมถึงเลิกฝันร้าย"มาริษาก้มหน้าเอาไว้ ไม่อยากให้เขาเห็นพวงแก้วที่กำลังแดงก่ำ ถ้าพูดออกไปก็เหมือนเป็นการทบทวนเรื่องเก่าคราวหลัง"ไม่บอกค่ะ คุณกลับไปได้แล้ว""เดี๋ยววันหลังผมถามใหม่ ถามจนกว่าคุณจะตอบ รู้ไหมตอนที่ผมบอกพ่อของคุณว่าไม่กลัวที่จริงผมกลัวมากนะ ในชีวิตของผมมีเรื่องให้กลัวอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกผมกลัวพ่อผมจะหายไป เรื่องที่สองผมกลัวคุณจะหายไปเหมือนพ่อของผม ดีจริงๆ ที่คุณยังอยู่ตรงนี้ ดีใจที่ได้พบกันอีก ผมไม่ได้อยากบีบให้คุ

  • เหนือการควบคุมของใจ   49.ตอนนั้นยังเด็กมาก

    อีกไม่กี่นาทีจะเลิกงานแล้ว หลังห้าโมงเย็นมาริษารีบไปแตะบัตรเลิกงาน เดินออกมาหน้าบริษัทหันกลับไปมองว่ามีคนตามมาหรือไม่ กลัวว่าธีร์ทาวัตจะขับรถตามก่อกวนอีก แต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งๆพอเมื่อกลับถึงบ้านวินาทีแรกที่ก้าวขาเข้าไปเสียงหัวเราะของเสถียรดังลั่น คล้ายว่าผู้เป็นพ่อกำลังพูดคุยอยู่กับใครบางคน และดูเหมือนจะพูดคุยกันถูกคอทีเดียว เธอคิดไปว่าบางทีเพื่อนพ่ออาจจะมาที่บ้าน จึงเข้าไปเพื่อทักทายสวัสดีแต่ทว่าเมื่อเห็นหน้าแขกผู้มาเยือนชัดๆ มาริษาถึงกับอ้าปากค้าง"คุณธีร์! คุณมาอยู่นี่ได้ไง"เขายิ้มตาหยีแล้วหันไปหัวเราะขำขันเรื่องที่คุยค้างไว้กับเสถียรต่อ ซึ่งนั่นก็หนีไม่พ้นเรื่องของมาริษา พ่อเล่าเป็นฉากๆ ตั้งแต่เด็กยันโตอย่างภาคภูมิใจ เล่าตั้งแต่ตอนเป็นเด็กหกล้มตะครุบขี้วัวไปจนถึงตอนเรียนจบรับปริญญา ซึ่งบางเรื่องไม่ต้องเล่าก็ได้ แค่นี้มาริษาก็อายจะแย่อยู่แล้ว"นี่ไงลูกสาวผมที่เล่าให้ฟัง เรียนจบแล้วกลับมาทำงานที่บ้าน เหมือนจะทำงานที่บริษัทของคุณด้วย

  • เหนือการควบคุมของใจ   39.สีหน้าไม่ค่อยดี

    ในเช้าวันรุ่งขึ้นก็เหมือนกับทุกวัน ในช่วงเวลาอาหารเช้ามาริษานั่งทานเงียบ ๆ ส่วนธีร์ทาวัตลงมาชั้นล่างก็นั่งจิบกาแฟด้วยกันครู่หนึ่ง เห็นว่าเธอสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มของร้านจิวเวลรีก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายเพราะคิดว่าคงไม่กล้าไปไหนแน่ ๆ รอให้เคลียร์ทุกอย่างเสร็จทั้งเธอและเขาใจเย็นกว่านี้เมื่อถึงตอนนั้นค่อยค

  • เหนือการควบคุมของใจ   27. ในนี้เลย

    "บอกแล้วว่าให้อาบอีกรอบ""ตัวหนูไม่ได้สกปรกสักหน่อย"เธอทำหน้าบึ้ง ใช้สองแขนกอดตัวเองไว้เพราะรู้สึกว่าชุดนอนผ้าซาตินที่สวมอยู่แนบเนื้อเกินไป แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาของเขา ยอดอกที่ชูชันมองผ่าน ๆ ยังสะดุดตาชายหนุ่มยกยิ้ม ซุกจมูกลงกับซอกคอ มาริษาหลับตาแหงนหน้าขึ้น สองแขนที่เคยกอดอก

  • เหนือการควบคุมของใจ   26.อาบด้วยกันไหม

    "พักเที่ยงแล้วมิ้งค์ไปกินข้าวเถอะ"เมษาหนึ่งในพนักงานพูดขึ้น มาริษายิ้มรับแล้วถามกลับ"แล้วคนอื่นไม่ไปกินข้าวเหรอคะ""ต้องสลับกันเบรก แต่เห็นจอมขวัญบอกว่าจะไดเอตส่วนเฟิร์นเตรียมของกินมาแล้ว""งั้นมิ้งค์ไปก่อนนะคะ"เดินออกมาจนเกือบจะถึงศูนย์อาหาร คิดขึ้นได้ว่าลืม

  • เหนือการควบคุมของใจ   24.มีร้านประจำ

    เธอหลุบมองพื้นไม่กล้าสบตาเพราะเขาเดาได้ถูกต้อง กำลังคิดแบบที่เขาว่ามาจริง ๆ หากไม่มีเสี่ยเสรีเธอก็อาจจะไป"ในเมื่ออยากรู้มากผมก็จะบอกให้" เอียงหน้ามากระซิบข้างหู ทั้ง ๆ ที่ในห้องนี้มีกันอยู่แค่สองคน "ยัง ยังอยู่ดีด้วยเพราะฉะนั้นเลิกฝันซะ คราวนี้ควรจะดีใจหรือเสียใจที่เสี่ยเสรียังไม่ตายดีล่ะ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status