로그인"หนูขอโทษค่ะเสี่ย"
ได้ยินสรรพนามที่หญิงสาวเรียกตนธีร์ทาวัตรู้สึกแก่ขึ้นมาทันที เพิ่งผ่านวันเกิดปีที่สามสิบมาเมื่อวาน หากถามว่าแก่ไหมก็ไม่ เพราะหน้าของเขาดูเด็กกว่าอายุ อาจเป็นเพราะลักษณะการแต่งตัวที่เนี้ยบและเน้นไปทางโทนสีดำก็เลยทำให้เจ้าของร่างดูน่าเกรงขาม แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องเรียกท่านสิไม่ใช่เสี่ย เด็กคนนี้มีตาแต่ไม่มีแววเลยจริง
"ชื่ออะไร"
"หนูชื่อมาริษาค่ะ"
"ชื่อเล่นล่ะ"
"มิ้งค์ค่ะ"
คนตอบเสียงสั่น ไม่รู้ว่าหนีจากห้องเชือดของเสี่ยเสรีมาได้แต่จะมาตายที่ห้องนี้อีกไหม เขาเป็นมาเฟียรึเปล่า ถ้าเป็นจะเอาเธอไปควักลูกตาค้าอวัยวะหรือว่าตัดแขนตัดขาส่งเร่ร่อนเป็นขอทานไหม มาริษาเริ่มคิดหนัก สิ่งที่ผู้จัดการร้านบอกเสี่ยเสรีเธอได้ยินชัดทุกคำ ถ้าคนระดับเสี่ยเสรีลามปามเขาไม่ได้แล้วคนระดับชั้นใต้ดินอย่างเธอจะรอดเหรอ
"มานี่"
ธีร์ทาวัตกวักมือเรียกให้เดินเข้าไปหา มาริษาพรูหายใจเบา ๆ สองมือขยุ้มชายกระโปรงแน่นสืบเท้าเข้าหาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ทว่าเขากลับดึงเธอล้มลงบนโซฟาแล้วกดไหล่เธอไว้แต่ไม่ได้ทำสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากเอาแต่จดจ้องใบหน้างามอย่างพิจารณา
"สะ...เสี่ยคะหนูขอโทษที่ล่วงเกินค่ะ"
มาริษาไม่กล้าขยับตัวทำได้แค่แหงนมองใบหน้าคมคายนั้นอย่างหวาดกลัว คิดไปต่าง ๆ นานาว่าเขาอาจเป็นพวกชอบซาดิสต์เหมือนเสี่ยเสรี
บ้าเอ๊ย! จุ่มได้แต่ตัวซีเคร็ท
ขณะที่ทั้งสองสบตากันนิ่งงันเสียงเปิดประตูได้ดังขึ้น ตามมาด้วยชายรูปร่างสูงโปร่งเดินเข้ามา พอได้เห็นภาพตรงหน้าชยินก็ยืนอึ้งไปพักหนึ่งเป็นเพราะท่าทางล่อแหลมของคนทั้งสองเหมือนกำลังคร่อมกันอยู่
ที่แปลกไปยิ่งกว่านั้นชยินไม่เคยเห็นเจ้านายทำตัวใกล้ชิดกับผู้หญิงคนไหนมานานแล้ว ยิ่งเป็นสาวในไนต์คลับยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงธีร์ทาวัตไล่ตะเพิดพวกเธอไม่เลือกหน้า
"ออกไป"
ได้รับการอนุญาตแล้วเธอจึงลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่ ก่อนไปไม่ลืมที่จะยกมือไหว้ขอบคุณเขา
"ขอบคุณที่ช่วยนะคะ"
มาริษารีบรุดออกจากห้อง ส่วนชยินที่ยืนอยู่กลางห้องก็มองส่งจนลับตา เมื่อพ้นเงาร่างของมาริษาแล้วเดินมาหยุดข้างโซฟาที่เจ้านายนั่งอยู่
"คุณธีร์ครับผู้หญิงคนนั้นทำไมถึงมาอยู่นี่ได้"
"หนีตาย"
น้ำเสียงที่แข็งกร้าวทำให้ชยินก้มหน้าลงโดยอัตโนมัติ สองมือประสานกันไว้เบื้องหน้า คิดขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ได้ยินสาว ๆ ข้างนอกคุยกันว่าเสี่ยเสรีเข้ามาวุ่นวายในห้องส่วนตัวของเจ้านายจึงรีบถามทันทีเผื่อว่าอยากให้ไปเก็บกวาด
"เสี่ยเสรีให้จัดการเลยไหมครับ"
"เรื่องเสี่ยเสรีเอาไว้ก่อน ส่งเรื่องตรวจสอบผู้จัดการไนต์คลับ ที่นี่ไม่ได้บังคับรับงานหากพบว่าทำผิดกฎก็ไล่ออกไปไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น"
"รับทราบครับ เดี๋ยวผมจัดการให้เดี๋ยวนี้"
ชายวัยกลางคนโค้งศีรษะลงจากนั้นหมุนตัวออกไปทำตามคำสั่ง ปกติไนต์คลับแห่งนี้ไม่เคยบังคับผู้หญิงที่ไม่เต็มใจรับงาน แต่ดูเหมือนว่ามีพวกนอกรีดธีร์ทาวัตจึงต้องจัดการให้เข้าร่องเข้ารอย
หลังจากออกมาจากห้อง VIP03 มาริษาก็รีบไปเก็บของที่ล็อกเกอร์ ค่าแรงวันนี้ไม่อยากได้แล้ว ยอมรับว่าหวาดกลัวจนไม่กล้าไปติดต่อทวงเงินกับผู้จัดการร้าน
พอเก็บของเสร็จก็รีบหลบออกทางหลังร้าน ตรงทางเดินแคบ ๆ แสงไฟนีออนของไนต์คลับสาดมาพอให้เห็นเลือนราง เมื่อพ้นออกแล้วค่อยพอหายใจหายคอได้บ้าง
"ไอ้เสี่ยบ้าเอ๊ย! ทำฉันชวดค่าแรงวันนี้เลย"
เสียงใสสบถด่าเสี่ยเสรี ก้าวเดินไปได้ไม่เท่าไรแสงไรรถยนต์ที่สาดมาจากทางด้านหลังทำให้ต้องหันกลับไปมอง
มาริษาขยับเข้าไปชิดฟุตบาทเพื่อหลีกทางให้รถวิ่ง ทว่าเมื่อรถคันนั้นเข้ามาใกล้ก็เหมือนจะชะลอความเร็วลง ไม่ใช่แค่ชะลอแต่จอดสนิทเลยต่างหาก
คนขับรถเปิดประตูเดินลงมา ส่วนคนที่นั่งอยู่เบาะหลังก็ลดกระจกลงทำให้มาริษาเห็นหน้าอย่างชัดเจน มันคือรถของไอ้เสี่ยวิตถาร!
เธอตกใจจนหน้าขาวซีด เร็วเท่าความคิดมาริษาสาวเท้าวิ่งไม่คิดชีวิต ในใจก็เอาแต่นึกถึงคำที่เจนจิราเคยเตือนเอาไว้ถ้าเสี่ยเสรีถูกใจใครแล้วรอดยาก
พับผ่าเถอะ! แล้วมันจะมาสนใจเธอเพื่อ สวยกว่านี้ที่ไนต์คลับก็ใช่ว่าจะไม่มี มาริษาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำเวรทำกรรมอะไรไว้เสี่ยเสรีถึงตามมาหลอกหลอน แต่ก็อย่างว่า เสี่ยนั่นมันจิตไม่ปกติ มิหนำซ้ำยังมีรสนิยมทางเพศที่รุนแรง เป็นครั้งแรกที่มาริษารู้สึกกลัวที่สุดในชีวิต
เธอวิ่งเข้าซอยแคบ ๆ เข้าไปแอบหลังถังขยะ ตรงนี้ทั้งเหม็นทั้งแฉะ กลิ่นบูดเปรี้ยวของเศษอาหารในถังตีขึ้นจมูก อยากจะอาเจียนแต่ต้องเอามืออุดปากไว้ ในใจก็เอาแต่สาปแช่งเสี่ยวิปริตไม่หยุด เพราะเสี่ยบ้ากามนั่นแท้ ๆ ที่ทำให้เธอต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้
ซุกตัวหลบซ่อนด้วยความหวาดระแวง พลันมือหนึ่งตบลงที่ไหล่จนเธอสะดุ้งโหยง เผลอหลุดเสียงกรี๊ดลั่น ฝ่ายนั้นพอเห็นเธอร้องก็แหกปากร้องตามเช่นกัน แต่เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเธอจึงแหกตาดูใหม่ คนที่ตบไหล่เมื่อครู่ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเตวิชน้องชายแท้ ๆ นั่นเอง
"ไอ้เต!"
ถึงจะตกใจแต่ก็ดีใจสุด ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่มาริษาเห็นหน้าน้องชายแล้วดีใจ ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องคู่นี้ไม่แตกต่างจากพี่น้องคู่อื่น ๆ ทะเลาะกันทุกวันจนบ้านแทบแตก ซ้ำร้ายไปกว่านั้นตอนที่ทั้งสองเข้ามาเรียนมหา’ลัย พ่อและแม่ยังเช่าบ้านให้อยู่หลังเดียวกันอีก พ่อแม่คิดเองเออเองบอกว่าพี่น้องจะได้คอยดูแลกันยามเจ็บป่วย
เตวิชเรียนมหา’ลัย ปีสาม เป็นหนุ่มหล่อรูปร่างสูงโปร่งนิสัยสำอาง รักสวยรักงามหวงแหนใบหน้ายิ่งกว่าผู้หญิง
"พี่มิ้งค์มานั่งทำอะไรตรงนี้ อย่าบอกนะว่ามาคุ้ยขยะกิน"
"หุบปากไปเลย แล้วมาอยู่นี่ได้ไง"
"มาม่าที่บ้านหมด เตขับรถมาซื้อเนี่ย พอดีจะเอาขยะออกมาทิ้งด้วยก็เลยเห็นพี่มิ้งค์พอดี ไหนว่ามาทำงาน เพิ่งทำได้สองอาทิตย์อย่าบอกนะว่าเขาไล่ออกแล้ว ฮ่า ๆ"
"ปากเหรอนั่น มาก็ดีแล้วรีบพาพี่กลับบ้านที"
"เอ้า ยังไม่ได้มาม่า"
"งั้นแวะซื้อ ซื้อเร็ว ๆ ด้วยนะ"
"เออ ๆ ทำไมต้องรีบขนาดนั้นวะ"
ทั้งสองนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์กันกลับ พอมาถึงร้านสะดวกซื้อเตวิชเข้าไปเลือกของได้แค่แป๊บเดียวเพราะมาริษาเร่งเร้าให้รีบออกมาไว ๆ
มาริษาสอดส่องสายตาไปทั่วด้วยความระแวง แล้วก็เป็นจริงตามคาด รถของเสี่ยเสรีจอดริมถนนอีกฝั่ง ทางด้านเสี่ยเสรีรู้ว่าเธอเห็นแล้วก็ลดกระจกมองมาเช่นกัน
หญิงสาวขนลุกไปทั้งตัว รีบตีต้นแขนเตวิชเร่งให้ขับเร็วขึ้น เสี่ยเสรีไม่ได้สั่งให้คนขับรถขับตามมา ฝ่ายเตวิชที่ไม่รู้อะไรเลยก็บ่นอุบไปตลอดทาง
เสถียรได้รับอนุญาตให้กลับบ้านในอีกสองวันต่อมา ยังเป็นธีร์ทาวัตที่รับกลับจากโรงพยาบาล ในตอนหัวค่ำยุพินได้ทำกับข้าวมื้อใหญ่เพื่อเป็นการเลี้ยงขอบคุณ บรรยากาศในบ้านเป็นไปด้วยความอบอุ่น หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้วทั้งคู่ก็เดินออกมาหย่อยที่สวนหลังบ้าน "ขอบคุณนะคะ""ไม่เป็นไร วันนั้นจำได้ไหมว่ามีอีกเรื่องที่ผมยังไม่ได้คำตอบ""เรื่องอะไรคะ""คุณทำยังไงให้ผมเลิกละเมอ""อยากรู้เหรอคะ"รอยยิ้มหวานล้ำประดับบนใบหน้า มาริษาก้าวเข้ามาใกล้เขาหนึ่งก้าว"ถ้าอยากรู้จะบอกให้ก็ได้ แต่คุณต้องหลับตาก่อน"ชายหนุ่มปิดเปลือกตาลงช้าๆ ชั่วครู่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอด ฝ่ามือเล็กตบที่แผ่นหลังของเขาเบาๆ หลังจากหยุดมือมาริษเขย่งปลายเท้าจุมพิตที่หน้าผากแผ่วเบา"ลืมตาค่ะ""ทำแบบนี้เหรอ""แค่ทำแบบนี้เองคุณก็เลิกละเมอแล้วหลับต่อตลอดทั้งคืนเลย เก่งใช่มั้ยคะ""เก่ง""คงต้องจดลิขสิทธิ์แล้วค่ะ คิดค่าบริการครั้งละล้านไปเลยจะได้รวยไวๆ"มาริษาส่งเ
น้ำฝนหนึ่งในพนักงานของแผนกเอ่ยขึ้น มาริษายิ้มเจื่อนๆ ก่อนหย่อนก้นลงที่เก้าของตนเอง เธอกับเขาไม่เกี่ยวข้องกันสักหน่อย คิดแล้วปวดหัวตุบๆ ทีนี้จะแก้ต่างอย่างไรดีหลังเลิกงานเขาไม่ได้ตื้อจะไปส่งเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว เพราะรู้ว่าถึงจะเสนอไปมาริษาก็คงไม่เต็มใจจะนั่งรถเขาอยู่ดี ดังนั้นธีร์ทาวัตจึงตรงไปหาเสถียรและยุพินที่บ้าน แต่ก็ไม่ได้ไปทุกวันเพราะยังมีความเกรงใจผู้ใหญ่ทั้งสองอยู่ อาจจะเว้นสองวันหรือสามวันไปที วันนี้ก็เช่นกัน มาริษากลับถึงบ้านเห็นรถหรูจอดอยู่ เธอกอดอกยืนมองพร้อมกับบ่นพึมพำ"มาอีกแล้วเหรอ ข้าวบ้านตัวเองไม่มีกินรึไง"ยังไม่ทันจะได้เปิดประตูเข้าบ้าน ธีร์ทาวัตก็แบกเสถียรขึ้นหลังวิ่งพรวดออกมา มาริษายืนมองภาพนั้นด้วยความตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ยุพินร้องไห้โหตามหลังมาติดๆ พอเห็นหน้าลูกสาวก็หยุดเขย่าไหล่ทั้งสองข้างพูดไม่ได้ศัพท์"มิ้งค์พ่อเป็นอะไรไม่รู้ รีบไปล็อกประตูบ้านเร็ว คุณธีร์กำลังจะพาพ่อไปโรงพยาบาล"ไม่มีเวลาให้คิดนาน มาริษ
ผู้เป็นพ่อเดินมาดู เห็นหนุ่มสาวกอดกันอยู่ก็หยุดมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอยออกไปเงียบๆ โดยที่ไม่ทักท้วง นั่นเป็นเพราะสังเกตุอยู่นานแล้วว่าลูกสาวของตนกับชายหนุ่มจะต้องมีอะไรแน่ๆ ถึงจะอยากรู้แต่ไม่อยากคาดคั้น เสถียรเป็นพ่อที่ให้อิสระลูกพอสมควร บางครั้งดุบ้างอบรมบ้างแต่ทุกอย่างยังคงอยู่ในขอบเขตของความเป็นห่วงเป็นใย"พี่เถียรลูกอยู่ในสวนรึเปล่า"ยุพินที่เห็นว่าลูกสาวหายไปนานจึงอยากเดินมาตาม ยังไม่ทันถึงสวนก็ถูกสามีดึงให้ถอยออกไปก่อน"พี่จะลากฉันออกมาทำไม ตกลงลูกอยู่ในสวนไหม""อืม อย่าไปยุ่งกับลูกเลย""เอ้า!"มาริษาขืนตัวออก เขายอมปล่อยเธอออกจากอ้อมกอดโดยง่าย "อย่าทำแบบนี้อีกนะคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน รักษาระยะห่างไว้ในฐานะนายจ้างกับลูกจ้างดีกว่า""เข้าใจแล้ว แต่...กอดในฐานะนายจ้างกับลูกจ้างไม่ได้เหรอ"มีนายจ้างกับลูกจ้างที่ไหนเขากอดกัน มาริษาสะบัดหน้าเดินหนีเข้าบ้านไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาอีก เขาเดินตามเธอเข้ามาข้างใน เสถียรกับยุพินก
เขาดึงเอกสารที่เธอกำลังกรอกข้อมูลอยู่มาแล้วบอกให้เธอไปนั่งกินข้าวที่โต๊ะข้างๆ หลังจากนั้นธีร์ทาวัตก็ทำการคีย์ข้อมูลเข้าในระบบ มาริษามองด้วยแววตาประหลาดใจ เขาพิมพ์ข้อมูลได้รวดเร็วมากไม่ถึงยี่สิบนาทีก็เกือบเสร็จ"กินข้าว"เขาหันมาสั่งอีกครั้ง เธอจึงเปิดข้าวกล่องออกดู อาหารข้างในเป็นข้าวหมูทอดกระเทียมง่ายๆ กลิ่นหอมโชยเข้าจมูกจนต้องปิดฝากล่องไว้ตามเดิม"สั่งของที่มีกลิ่นแรงขนาดนี้มาให้ถ้าเพื่อนร่วมงานกลับมาแล้วได้กลิ่นต้องถูกมองแรงแน่ๆ""งั้นเอาไปกินในห้องผมมั้ยละ""ไม่เอาค่ะ หนูรู้กาลเทศะ"พลั้งปากแทนตัวเองว่าหนูอีกจนได้ มาริษาเม้มปากกลอกตาไปมา เขาไม่ได้พูดอะไรแค่อมยิ้มน้อยๆ"จะเอาไปกินในห้องพักเบรกพนักงานค่ะ คุณก็เลิกทำงานแทนเถอะเดี๋ยวคนอื่นกลับมาแล้วจะเห็นเข้า""ไปเถอะจะเสร็จละ ไม่มีใครเห็นหรอก"มาริษาพยักหน้าเบาๆ แล้วลุกขึ้นยืน ก่อนไปเธอยังไม่เลิกมองเขา ที่มองนานๆ เพราะไม่เคยเห็นเขาในมุมนี้มาก่อน ภาพที่เห็นจนชินตาเมื่อก่อนคือเขานั่งไขว่ห้างวางมาดสูบบุหรี่จิบบรั่นดี ทำหน้าหยิ่งๆ เชิดๆ จนใครเห็นต้อง
"ไม่ได้มาส่งค่ะแค่จะมาปิดประตูรั้ว" เขายังไม่ทันได้เอ่ยถามมาริษาก็รีบบอกอย่างร้อนตัว"อ๋อ งั้นผมกลับแล้ว""เดี๋ยวค่ะ ฉันได้ยินคุณพูดกับพ่อของฉัน เหตุการณ์ครั้งนั้นสำหรับเด็กเจ็ดแปดขวบคงจะน่ากลัวมาก เอ่อ...บางคืนคุณชอบฝันร้ายแล้วละเมอบ่อยๆ ที่แท้คงเป็นเพราะเรื่องนี้สินะคะ""ผมละเมอเหรอ" เขาขมวดคิ้วแน่น"ค่ะ ชอบละเมอพูดว่าช่วยด้วย ช่วยด้วย แต่พักหลังมาอาการนั้นก็หายไปแล้วเพราะว่าหนู เอ่อ..."เผลอใช้สรรพนามเดิมที่เคยแทนตัวเอง ดีที่ยั้งปากทัน"คุณทำยังไงผมถึงเลิกฝันร้าย"มาริษาก้มหน้าเอาไว้ ไม่อยากให้เขาเห็นพวงแก้วที่กำลังแดงก่ำ ถ้าพูดออกไปก็เหมือนเป็นการทบทวนเรื่องเก่าคราวหลัง"ไม่บอกค่ะ คุณกลับไปได้แล้ว""เดี๋ยววันหลังผมถามใหม่ ถามจนกว่าคุณจะตอบ รู้ไหมตอนที่ผมบอกพ่อของคุณว่าไม่กลัวที่จริงผมกลัวมากนะ ในชีวิตของผมมีเรื่องให้กลัวอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกผมกลัวพ่อผมจะหายไป เรื่องที่สองผมกลัวคุณจะหายไปเหมือนพ่อของผม ดีจริงๆ ที่คุณยังอยู่ตรงนี้ ดีใจที่ได้พบกันอีก ผมไม่ได้อยากบีบให้คุ
อีกไม่กี่นาทีจะเลิกงานแล้ว หลังห้าโมงเย็นมาริษารีบไปแตะบัตรเลิกงาน เดินออกมาหน้าบริษัทหันกลับไปมองว่ามีคนตามมาหรือไม่ กลัวว่าธีร์ทาวัตจะขับรถตามก่อกวนอีก แต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งๆพอเมื่อกลับถึงบ้านวินาทีแรกที่ก้าวขาเข้าไปเสียงหัวเราะของเสถียรดังลั่น คล้ายว่าผู้เป็นพ่อกำลังพูดคุยอยู่กับใครบางคน และดูเหมือนจะพูดคุยกันถูกคอทีเดียว เธอคิดไปว่าบางทีเพื่อนพ่ออาจจะมาที่บ้าน จึงเข้าไปเพื่อทักทายสวัสดีแต่ทว่าเมื่อเห็นหน้าแขกผู้มาเยือนชัดๆ มาริษาถึงกับอ้าปากค้าง"คุณธีร์! คุณมาอยู่นี่ได้ไง"เขายิ้มตาหยีแล้วหันไปหัวเราะขำขันเรื่องที่คุยค้างไว้กับเสถียรต่อ ซึ่งนั่นก็หนีไม่พ้นเรื่องของมาริษา พ่อเล่าเป็นฉากๆ ตั้งแต่เด็กยันโตอย่างภาคภูมิใจ เล่าตั้งแต่ตอนเป็นเด็กหกล้มตะครุบขี้วัวไปจนถึงตอนเรียนจบรับปริญญา ซึ่งบางเรื่องไม่ต้องเล่าก็ได้ แค่นี้มาริษาก็อายจะแย่อยู่แล้ว"นี่ไงลูกสาวผมที่เล่าให้ฟัง เรียนจบแล้วกลับมาทำงานที่บ้าน เหมือนจะทำงานที่บริษัทของคุณด้วย
"ครับ""อิงเรียกธีร์นานแล้วนะคะ ไม่ได้ยินเหรอ""เรียกเหรอ มีอะไรครับ""ก็เรียกน่ะสิคะ คุณพ่อให้เอาเอกสารมาให้เซ็น"อิงฟ้าเป็นลูกสาวของสาโรชหนึ่งในคณะผู้บริหารที่ถือหุ้นบริษัทสูงถึงสามสิบเปอร์เซ็น ซึ่งน้อยกว่าธีร์ทาวัตไม่เท่าไร ส่วนหุ้นส่วนคนอื่นถือหุ้นเป็นจำนวนหยิบย่อย
ในเช้าวันรุ่งขึ้นก็เหมือนกับทุกวัน ในช่วงเวลาอาหารเช้ามาริษานั่งทานเงียบ ๆ ส่วนธีร์ทาวัตลงมาชั้นล่างก็นั่งจิบกาแฟด้วยกันครู่หนึ่ง เห็นว่าเธอสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มของร้านจิวเวลรีก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายเพราะคิดว่าคงไม่กล้าไปไหนแน่ ๆ รอให้เคลียร์ทุกอย่างเสร็จทั้งเธอและเขาใจเย็นกว่านี้เมื่อถึงตอนนั้นค่อยค
หลังออกจากห้องน้ำเดินมาได้ยินจอมขวัญโทร.ไปเม้ามอยเรื่องของเธอกับเพื่อนที่ร้านกันอย่างสนุกปาก เมื่อมองเห็นมาริษาจอมขวัญจึงรีบวางสายแล้วเสแสร้งยิ้มให้"ออกมาแล้วเหรอ งั้นกลับกันเถอะเอาของแพงออกมานอกสถานที่ก็รู้สึกเสียว ๆ เหมือนกันนะ อ๊ะ ตายจริง ! ทำไมตาแดงอะไรเข้าตาเหรอ""พี่จอมขวัญคะ
"ไม่เจ็บจะตีเหรอ มองเข้าไปในบ้านสิเอาลูกเขามาอยู่ด้วยจะพาลูกเค้ากัดก้อนเกลือกินรึไง ก็ยังเด็กกันทั้งคู่ป้ะ ทำเป็นไม่อยากได้เดี๋ยวเหอะ""อืม ก็ใช่แหละ" เตวิชหน้าจ๋อยแต่ก็รู้สึกภูมิใจที่พี่สาวเป็นห่วงตนมากขนาดนี้ "พี่มิ้งค์ขอบคุณนะ"“อืม”หลังจากเคลียร์งานเส







