เข้าสู่ระบบกลิ่นชื้นของไอดินหลังฝนตกที่ปะปนกับกลิ่นคาวเลือดลอยตามชายเสื้อสูทราคาแพงของรองบอสตระกูลมาเฟียใหญ่มากระทั่งเขาหย่อนตัวลงนั่งบนเบาะหลังของรถสปอร์ตซีดานหรู
เนธานเหยียดแผ่นหลังกว้างพิงเบาะ หลังกระดุมเชิ้ตเม็ดสุดท้ายถูกปลายนิ้วแกร่งดันเข้ารังดุม เนกไทเส้นใหม่ถูกหยิบมาสวมขณะที่ล้อรถค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากสถานที่ผลิตเงินแห่งใหม่ของลูเธอร์
เสื้อผ้าท่อนล่างถูกเปลี่ยนในรถอย่างคล่องมือ เสื้อเชิ้ตสีขาวใหม่สะอาดตากลายเป็นเปลือกภาพจำของสุภาพบุรุษในคราบมาเฟียอย่างเขา
ไม่มีรอยเลือด ไม่มีเถ้าควันจากสนาม ไม่มีแม้กระทั่งแววตานิ่งขรึมของมัจจุราชหลังแว่นที่เคยใช้ทอดมองพวกเศษสวะเมื่อครู่
Bentley Flying Spur เคลื่อนผ่านแยกหนึ่ง ก่อนจะจอดสนิทที่หน้าร้านขายดอกไม้เล็ก ๆ ข้างทาง ผู้ติดตามคนสนิทอย่างแดเนียลลงไปสั่งตามรายการที่ถูกจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า
ยิปโซฟิลล่า สีขาวบอบบางราวละอองหิมะแรก…
เนธานไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงต้องเป็นดอกไม้ชนิดนี้ ทว่าในเมื่อมันเป็นคำสั่งจากคนเบื้องบนอย่างราฟาเอล เขาที่เป็นคนใต้บัญชาและถวายความภักดีทั้งหมดให้ลูเธอร์จึงไม่มีความจำเป็นต้องถาม
ปลายจมูกโด่งเริ่มซับสีระเรื่อเมื่อได้กลิ่นไม่พึงประสงค์จากกล่องดอกไม้ที่ถูกวางไว้ที่เบาะข้างกาย แดเนียลที่มองผู้เป็นนายผ่านกระจกบานเล็กข้างหน้าจึงเปรยขึ้น
“ให้ผมเอาไปไว้คันหลังไหมครับคุณชาย”
“ไม่ต้อง รีบไปก็พอ” เพราะถ้าแค่ดอกไม้เวรนี่เขายังเอาชนะมันไม่ได้ ตำแหน่งระดับสูงของมาเฟียตระกูลใหญ่เขาคงไม่คู่ควร
รถคันหรูเคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่ไร่ไวน์ตระกูลหวังได้ไม่นาน เสียงเครื่องมือสื่อสารก็สั่นเบา ๆ ทำลายความเงียบภายในรถ หน้าจอแสดงผลปรากฏชื่อของใครบางคนที่เขารอมาตลอดหลายวัน
“ครับ” เสียงแหบทุ้มเปรยสั้น ๆ หลังจากกดรับสาย นิ้วแกร่งดึงปลายเนกไทให้กระชับขึ้น ขณะที่เสียงจากปลายสายเอ่ยเบา ๆ
“คุณชาย มีบางอย่างแปลก ๆ ในแฟ้มคดีเมื่อสามปีก่อนครับ” แม้ปลายสายจะใช้ถ้อยคำระมัดระวังเมื่อคู่สนทนาคือรองบอสมาเฟียมากอิทธิพล ทว่าอารมณ์อีกฝ่ายกลับแน่นทึบกว่าครั้งไหน ๆ
“อะไรครับ”
“ผมยังบอกไม่ได้จนกว่าจะแน่ใจ แค่…มันมีบางอย่างที่ไม่น่าอยู่ที่นั่นครับ” วินาทีนั้นหัวใจดวงแกร่งพลันบีบรัดแน่นขึ้นเมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน
คุณชายธำรงอัศววัฒน์ยังคงนิ่งแม้ในใจจะสั่นไหวชั่วขณะ ก่อนที่
กลิ่นยิปโซฟิลล่าข้างกายจะลอยอบอวลขึ้นมาใต้โพรงจมูกโด่งอีกระลอกความไม่พอใจถูกฝังกลบปิดตายอย่างรวดเร็ว เมื่อนึกถึงหน้าที่รับผิดชอบ ปลายนิ้วแกร่งเกลี่ยปลายจมูกเบา ๆ ก่อนจะกลับมาสนใจประเด็นที่กำลังคุยกับปลายสายต่อ
“รบกวนเช็กให้แน่ใจด้วยนะครับ” ประโยคเมื่อครู่ถูกเอ่ยผ่านน้ำเสียงราบเรียบจนอีกฝ่ายลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“แน่นอนครับคุณชาย แต่ผมขอเวลาอีกสักระยะนะครับ ผมจะตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด”
เสียงเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตำรวจที่ลูเธอร์ซื้อตัวไว้เงียบลง พร้อมกับที่ปลายนิ้วแกร่งกดวางสาย คุณชายรองลูเธอร์ดันกรอบแว่นสายตาขึ้นเล็กน้อย แล้วพลิกข้อมือดูนาฬิกา ก่อนจะปรายตามองดอกไม้ข้างกายอย่างเย็นชา
วินาทีนั้นความดำมืดที่ค่อย ๆ กลืนกินโลกทั้งใบของเขาอีกครั้งคล้ายสว่างวาบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ราวกับถูกสีขาวสะอาดของดอกไม้ข้างกายอาบย้อมโลกใบหม่นของเขาช้า ๆ
ดอกไม้ที่โลกของเขาไม่มีวันมีพื้นที่ให้…
แว่นตาที่เป็นสัญลักษณ์ของอดีตที่ขมขื่นถูกปลายนิ้วแก่งถอดออกมาเช็ดทำความสะอาดด้วยท่าทางที่เมินทุกแสงสว่างบนโลก ดอกไม้ข้างกายเขาถือวิสาสะโยนมันไปชิดอีกฝั่งของห้องโดยสารอย่างไม่ไยดี
ไม่นานรถยนต์คันหรูก็เคลื่อนตัวเข้าสู่ไร่องุ่นของตระกูลหวังในเส้นที่ซ่อนตัวในเงาไม้สองข้างทาง นัยน์ตาสีเฮมาไทต์เหลือบมองช่อดอกไม้ข้างกายที่ส่งกลิ่นฉุนเกินไปสำหรับประสาทรับกลิ่นของเขานิ่ง ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะแผ่วเบาที่ปลายจมูกของตนเป็นครั้งที่สองในรอบสิบห้านาที
ทว่าถึงอย่างไรมือแกร่งก็ต้องคว้าเอาช่อดอกไม้นั่นมาไว้ในมือเมื่อรถจอดสนิทพร้อม ๆ กับที่ประตูรถถูกเปิดจากฝั่งหนึ่งโดยลูกน้องของตระกูลหวังที่ก้มศีรษะเล็กน้อย
ช่วงขายาวก้าวลงจากรถช้า ๆ ราวกับไม่ได้รีบร้อนเจอใคร คุณชายรองลูเธอร์เดินตามผู้นำทางไปเรื่อย ๆ กระทั่งถึงหน้าสตูดิโอเรือนกระจกที่ปกคลุมไปด้วยพรรณไม้เขียวครึ้มและเสียงบางอย่างที่…คุ้นหู
เสียงล้อเหล็กกระทบพื้นหินอ่อน
เสียงรองเท้าสลิปเปอร์ลากเบา ๆ พร้อมเสียงหอบหายใจแผ่ว
มาเฟียหนุ่มหยุดยืนหลังพุ่มกุหลาบเลื้อยสีหวานทันทีที่ร่างบอบบางคุ้นตาสะท้อนในนัยน์ตาสีเทาหม่นแสง
ผมยาวสีคาราเมลเป็นลอนธรรมชาติ ผิวขาวจัดราวหิมะแรกในเหมันตฤดู ร่างแบบบางในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนโอเวอร์ไซซ์ที่ควรจะอยู่บนวีลแชร์ประจำกาย ทว่าตอนนี้กลับฟุบอยู่บนพื้นหินอ่อนเย็นเยือก
ทันทีที่เห็นภาพนั้น คุณชายรองลูเธอร์ก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามหัดเดินด้วยตัวเองโดยไม่ใช้วอล์กเกอร์ เรียวแขนเล็กสองข้างยื่นมาด้านหน้าเล็กน้อยคล้ายจะหยัดกายลุกขึ้น ทว่าในวินาทีถัดมานั้น…
ปึก!
ร่างบางของเอลล่าหวังเสียหลักวูบ ล้มลงกระแทกพื้นหินอ่อนอีกครั้ง
นัยน์ตาสีเทาเฮมาไทต์ที่มีริ้วเย็นเยือกทับถมในนั้นยังคงมองภาพตรงหน้านิ่ง ๆ มือแกร่งที่ถือช่อดอกไม้กระชับแน่นขึ้น ขณะที่ทอดมองความพยายามอีกครั้งของคนตรงหน้า
เขาไม่ได้เข้าไปช่วย ไม่คิดจะเข้าไปถามว่าเจ็บไหม และไม่แม้แต่จะหยิบยื่นน้ำใจเล็ก ๆ ให้ด้วยการเรียกผู้นำทางที่หันหลังเดินจากไปโดยไม่ทันสังเกตเห็นว่านายหญิงคนเล็กของพวกเขากำลังอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก
เนธานทำเพียงยืนมองเงียบ ๆ ผ่านเลนส์แว่นใสคู่นั้น…
จู่ ๆ เขาก็อยากรู้ว่ายัยเด็กที่ถูกกั้นออกจากความเศร้าหมองทุกอย่างบนโลก จะจัดการกับความพ่ายแพ้สิ้นหวังที่กำลังเผชิญอย่างไร
และคำตอบที่ได้ก็ทำเอาเส้นอารมณ์ที่เคยคงที่ของเขาสั่นไหวเบา ๆ วินาทีนั้นความไม่สบอารมณ์เล็ก ๆ สายหนึ่งก็พวยพุ่งขึ้นมาพร้อม ๆ กับที่ร่างบอบบางตรงหน้าค่อย ๆ พยายามยันตัวลุกขึ้นเองอีกครั้ง
เอลล่าหวังไม่ร้องไห้ฟูมฟาย ไม่ร้องขอให้ใครช่วย เธอพยายามช่วยเหลือตัวเองจนถึงที่สุด แม้แขนข้างหนึ่งจะสั่นเพราะรับน้ำหนักมากเกินไป ทว่าสุดท้ายแล้วคนตรงหน้าก็ลุกขึ้นยืนได้ด้วยตัวเอง
วินาทีนั้นมุมปากหยักที่เคยเหยียดตรงกลับยกขึ้นน้อย ๆ เมื่อการประเมินคนตรงหน้าเล่นแก้เบื่อสิ้นสุดลง
“คุณเนธาน…” กระแสเสียงหวานดังผ่านม่านดอกไม้นานาพันธุ์ภายในสตูดิโอวาดภาพทันทีที่นัยน์ตาสวยหันมาสบสายตากับเขา เรียวขาเล็กที่สั่นระริกนั่นค่อย ๆ ก้าวขณะที่มือที่เกาะขอบโต๊ะอยู่คลายออกจากการเกาะกุมช้า ๆ
ก่อนที่จะ…
“เชิญค่ะ…อ๊ะ!”
ฝากกดติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ
แสงแดดอ่อน ๆ คล้อยบ่ายลอดผ่านผ้าม่านลูกไม้สีขาวสะอาดตาของสตูดิโอวาดภาพ วาดเงาอ่อนนุ่มลงบนผืนผ้าใบที่เอลล่ากำลังบรรจงแต่งแต้มด้วยพู่กันแบรนด์โปรด ทุกการลากเส้นเต็มไปด้วยความรักและจิตวิญญาณในนั้นขณะที่กำลังใช้สมาธิไปกับงานตรงหน้า เสียงเปิดประตูเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ภูมิฐานในสูทสีเทาเข้มจะก้าวเข้ามา เครื่องหน้าคมคายและแววตาที่เหนื่อยล้าบ่งบอกถึงภาระที่ต้องแบกรับ ทว่าเมื่อเห็นคนรัก โลกทั้งใบก็ราวกับถูกโอบอุ้มไว้ด้วยความอ่อนหวานนั้นเป็นปกติในทุก ๆ วันที่หลังวางงานและภาระที่หนักอึ้งไว้หลังบานประตูห้องทำงาน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอำนาจจะต้องรีบกลับมาเติมภรรยาคนสวยก่อนทำสิ่งอื่นเสมอช่วงขาแกร่งเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วโน้มตัวกอดคนดีขาของเขาจากด้านหลัง แผ่นอกแข็งแรงแนบชิดแผ่นหลังบอบบาง แขนแข็งแรงโอบรอบเอวคอด พร้อมซุกเครื่องหน้าหล่อเหลาคมคายลงกับซอกคอขาวแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกลิ่นกายของเธอคือที่พักพิงเดียวที่ปลอบโยนเขาจากความเหนื่อยล้าได้“แดดดี๊ หนูทำงานอยู่นะคะ”เอลล่าเอ่ยเสียงเบา ทว่าริมฝีปากอิ่มกลับวาดรอยยิ้มหวาน มือข้างที่ว่างของเธอลูบแก้มสามีอย่างอ่อนโยนพร้อมเอียงศ
“อื้อ…แดดดี๊…”คนในอ้อมกอดครางหวาน อีกทั้งร่างกายเล็กก็บิดหนีสัมผัสที่สร้างความเสียวซ่านตามสัญชาตญาณ มือเล็กของเธอกำแน่นบนลาดไหล่กว้าง“อยากเสร็จใช่มั้ย หืม… งั้นก็ครางหวาน ๆ ให้ผมฟังอีกสิ”คำพูดดิบหยาบที่แทรกเข้ามาพร้อมกับสัมผัสร้อนแรงทำให้เอลล่าหวังแทบหลอมละลายในอกเขา เธอเผลอซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านของหัวใจดวงแกร่งที่เต้นแรงไม่ต่างกันมาเฟียหนุ่มยกเธอขึ้นนั่งบนขอบอ่างทั้งที่กลางกายยังเชื่อมต่อกัน ก่อนจะก้มลงครอบครองยอดอกสีสวย เรียวลิ้นร้อนของเขาตวัดไล้เลียตุ่มไตสีหวานสลับกับการดูดดึงหนักหน่วงตามแรงอารมณ์ที่ไต่ระดับสูงขึ้นทุกวินาที“สะ…เสียวเกินไป…”ฝ่ายถูกปรนเปรอซ้ำ ๆ ครางเสียงสั่นพร่า นั่นยิ่งทำให้สะโพกแกร่งส่งแรงกระทั้นเข้าออกเน้นลึกยิ่งขึ้นครั้งแล้ว ครั้งเล่า…จนเสียงลามกในจังหวะหนักหน่วงดังประสานไปกับเสียงแมลงยามค่ำคืน“หน้าแบบนั้นมันโคตรยั่วผัว”เขาเงยหน้าขึ้น สบตาเธอด้วยสายตาที่แทบจะกลืนกินคนตรงหน้าเข้าไปทั้งตัว“อะ อื้ออ”“อ่าห์ แม่ง…”แก้มเธอแดงจัดเพราะความรู้สึกถูกครอบครองที่แล่นพล่านไปตามหลอดเลือด น้ำเสียงทุ้มต่ำของคนบนร่างกลายเป็นโซ่ตรวนล่ามร่างกายเล
อากาศช่วงดึกเย็นลง ผืนฟ้าย้อมด้วยแสงดาวพราวระยับ ไร่ไวน์ที่ทอดยาวออกไปเงียบสงบ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนคลอเคล้าอยู่รอบข้าง ไฟสลัวตามทางเดินทอดยาวนำเข้าสู่สระน้ำอุ่นกลางแจ้งที่เชื่อมกับห้องนอน กลิ่นไวน์อ่อน ๆ ผสมกลิ่นหอมสดชื่นของไม้เลื้อยที่โอบล้อมส่งให้บรรยากาศโรแมนติกขึ้นเป็นเท่าตัวคุณชายรองลูเธอร์อุ้มภรรยาคนสวยมาหยุดอยู่ตรงขอบอ่าง ก่อนที่น้ำในอ่างจะกระเพื่อมยามที่ร่างของทั้งคู่ก้าวลงไป ร่างสูงโอบรัดเธอไว้แนบอก เสื้อผ้าถูกถอดออกทีละชิ้นจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่เสียดสีกันภายใต้น้ำอุ่น ไอร้อนประสานกับไอปรารถนาจนร่างกายคนทั้งคู่สั่นสะท้านนัยน์ตาคู่คมทอประกายล้ำลึก เอลล่ารู้ดีว่ามันคือสายตาของผู้ชายที่กำลังอดทนอดกลั้นอย่างยากลำบาก“แดดดี๊ของหนูเซ็กซี่จัง”น้ำเสียงหวานก้องเบาในอากาศ เหล้าบ๊วยที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือดทำให้เธอมีความกล้าพูดออกมาอีกครั้ง อีกทั้งริมฝีปากอวบอิ่มยังกระตุกยิ้มเย้ายวนเล็กน้อย“อยากให้รักหนูแรง ๆ แล้วค่ะ”คำพูดนั้นเบาแทบกลืนไปกับลมหายใจ ทว่ามีน้ำหนักพอจะทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกไหววูบซ้ำ ๆ เนธานหลุบตามองคนในอ้อมแขน คนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยทำหล่นหายไปจากชี
ปิดเทอมฤดูร้อนอากาศยามบ่ายในหุบเขาอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของดินและผลไม้สุก แสงแดดอ่อน ๆ อาบไล้บนเนินเขาที่เรียงรายด้วยแถวองุ่นยาวเหยียดไร้ที่สิ้นสุด คฤหาสน์สไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่กลางไร่ไวน์เป็นเสมือนหัวใจของตระกูลหวัง สถานที่ซึ่งทุกคนกลับมาพบหน้ากันอีกครั้งในทุก ๆ เดือนเสียงหัวเราะสดใสของเด็ก ๆ ดังก้องไปทั่วลานสนามหญ้า เสียงฝีเท้าเล็กกระทบหญ้าอ่อนดังเป็นระยะสร้างสีสันให้ไร่ไวน์แห่งนี้ได้เป็นอย่างดีอลิเซีย หวังและฟรานซิส เด็กชายและหญิงวัยห้าขวบวิ่งแข่งกันไปตามทางเดินระหว่างแปลงองุ่นที่ทอดยาว ขณะที่แอชตัน หวัง พี่ชายคนโตวัยเจ็ดขวบคอยวิ่งตามอย่างไม่ยอมแพ้“ซินซิน ฟานฟาน รอเฮียด้วย!”มังกรเบบี๋คนโตเรียกน้องทั้งสองดังลั่นไปทั้วทั้งไร่ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะสดใสของเหล่าทายาทมังกรตัวจิ๋วห่างออกไปไม่ไกล ตรงลานกว้างหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ คุณปู่ คุณย่า และสมาชิกคนอื่น ๆ ในตระกูลหวังต่างยืนมองหลาน ๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขคุณย่าที่อายุมากขึ้นแต่ยังสง่างามไม่เปลี่ยนคอยเอ่ยเตือนหลาน ๆ ด้วยน้ำเสียงใจดี“อย่าไปไกลมากนะลูก”ขณะที่มือไม้ก็ไม่อยู่นิ่ง คอยกวักเรียกหลาน ๆ ให้มาหา ก่อนจะป้อน
เสียงหัวเราะของเด็กชายตัวเล็กดังขึ้นตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้าเสียงเล็กนั้นดังพอจะปลุกคนทั้งบ้านให้ตื่นได้ แม้แต่เจ้าลูฟี่ หมาพันธุ์โกลเด้นรีทีฟเวอร์วัยสี่เดือนที่ปกติจะซุกตัวอยู่บนที่นอนนุ่มหน้าประตู ก็ยังต้องลุกขึ้นมาสะบัดหางต้อนรับความโกลาหลประจำวัน“ฟานฟานครับ เดินช้า ๆ ครับลูก”เสียงของเอลล่าเอ่ยขึ้นพร้อมเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ที่วิ่งตุบตับผ่านโซฟา ก่อนที่ร่างกลมในชุดนอนลายการ์ตูนโปรดจะพุ่งหลบเข้าไปหลังโซฟาอย่างไม่กลัวเจ็บ“หม่ามี้ครับ ลูฟี่จะกินบิสกิตของฟานฟาน”“ลูฟี่เห็นเบบี๋วิ่งไงคะ เขาอยากเล่นด้วย”เอลล่าผ่อนลมหายใจ พลางยกมือกุมขมับ ทว่ารอยยิ้มเอ็นดูก็ผุดขึ้นบนดวงหน้าหวานอย่างห้ามไม่อยู่ไม่นานรองบอสลูเธอร์ก็เดินมาจากโซนบาร์ช้า ๆ ในชุดเสื้อยืดสีเทาอ่อนกับกางเกงสบาย ๆ มือข้างหนึ่งถือแฟ้มงาน อีกมือถือแก้วกาแฟ กลิ่นหอมของมันตัดกับกลิ่นอาหารเช้าที่เอลล่ากำลังทำให้ลูกชายมาเฟียหนุ่มหยุดมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ลูกชายวัยห้าขวบที่ยืนถือตุ๊กตาหมีไว้ในมือซ้าย มือขวาถือบิสกิตชิ้นเล็ก ส่วนเจ้าลูฟี่ก็นั่งจ้องของกินในมือเด็กน้อยตาแป๋ว“เช้านี้เริ่มจากศึกแย่งขนมอีกแล้วเหรอ”เขาพูดเสียงเรียบ ทว
ทั้งคู่จุมพิตกันอีกครั้ง เขาโอบกอดเธอไว้แน่น ก่อนจะประคองร่างบางออกมานอนข้างลูกน้อยที่กำลังท่องโลกนิทราหากอุ้มได้เขาจะไม่ยอมให้ภรรยาเดินให้เหนื่อยแม้แต่น้อย ทว่าหลังผ่าคลอด การเดินบ่อย ๆ ย่อมส่งผลดีกับแผลผ่าตัดมากกว่า ด้วยความเหนื่อยล้าสะสม เอลล่าหลับในอ้อมกอดสามีอย่างง่ายดาย ทว่าผู้เป็นสามีกลับไม่กล้าแม้แต่จะพับเปลือกตาลงตั้งแต่วันแรกที่ลูกน้อยคลอด เป็นเขาที่คอยเฝ้ายาม อีกทั้งยังคอยเช็กลมหายใจเบบี๋ทุก ๆ ชั่วโมงราวกับคนวิตกกังวล ก่อนจะจบด้วยการจุมพิตพวงแก้มอวบนุ่มแผ่วเบา เวลาช่วงดึกของคืนแรกในบ้านอบอุ่นหลังนี้ดำเนินไปอย่างเรียบเรื่อย ครั้นฟรานฟานวัยห้าวันสะดุ้งตื่นร้องไห้กลางดึก ผู้เป็นพ่อที่ไม่ยังเฝ้ายามก็เด้งตัวลุกขึ้นทันทีอย่างไม่รีรอ มือแกร่งอุ้มลูกออกจากเปล จัดการเปลี่ยนผ้าอ้อมคุณชายรองลูเธอร์จัดแจงทุกอย่างเงียบ ๆ ด้วยความคล่องแคล่วโดยไม่รบกวนภรรยาที่กำลังหลับพักผ่อน ก่อนจะกล่อมลูกน้อยกระทั่งหลับไปอีกครั้งค่ำคืนแรกของสามชีวิตที่บ้านผ่านไปอย่างราบรื่น ทุกสิ่งที่เรียนรู้มาจากพยาบาลเขาทำมันได้เป็นอย่างดีเวลาล่วงเลยไปจวบจนเช้ามืด เนธานยังนั่งทำงาน พร้อม ๆ กับคอยเฝ้ายามให้ดวงใจ
แสงไฟสลัวในห้องนอนทอดเงาอุ่น ๆ ลงบนเรือนร่างซ่อนรูปเปลือยเปล่าที่ถูกบังคับให้นอนหงายติดผ้าปูสีขาวสะอาด เอลล่าขยับกายดิ้นขืนไขว่คว้าหาอิสระ โดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำนั้นยิ่งทำให้บ่วงที่พันธนาการเจ้าตัวอยู่แน่นขึ้นทุกขณะ“ยะ…อย่าเลียนะ อื้อออ~”ไม่ทัน…คุณหนูตระกูลหวังร่วงหล่นลงไปในห้วงพันธนาการของซ
กลางดึกคืนเดียวกันห้องพักชั้นสูงสุดของโรงแรมในเครือลูเธอร์เงียบสงัด มีเพียงเสียงแอร์เย็นจัดที่พ่นลมออกมาอย่างสม่ำเสมอ เอลล่าที่เพิ่งผ่านวันอันหนักหน่วงเอนกายอยู่บนเตียงกว้าง โทรศัพท์ในมือเปิดวิดีโอเบาสมองเรื่อยเปื่อย ทว่าหัวใจดวงน้อยกลับไม่ยอมสงบลงเลยสักนิดเหตุการณ์ในห้องประมูลยังคงฝังตัวเป็นเงาด
สำหรับชายที่ตรงไปตรงมาอย่างคนตรงหน้า ประโยคเมื่อครู่ไม่ใช่เพียงคำขู่ความเงียบชวนหายใจลำบากโรยตัวเข้าปกคลุมภายในห้องกว้างอีกครั้ง มีเพียงเสียงจากสัญชาตญาณส่วนลึกของเธอที่เอาแต่ร้องบอกว่าคนคนนี้เลือดเย็น อำมหิต และพร้อมจะลงมือแบบที่ขู่จริง ๆก็ได้…เปลือกตาสีอ่อนพับลงอย่างจนใจ พยายามฝังกลบทุกความรู
โรงประมูลลูเธอร์ , เจนีวาเสียงเครื่องยนต์รถหรูดับลงตรงหน้าทางเข้าโรงประมูลโอ่อ่าที่ล้อมไปด้วยกระจกใสสูงตระหง่าน เอลล่าหวังถูกแดเนียลผู้ติดตามคนสนิทของเนธานประคองลงมานั่งบนวีลแชร์ประจำกาย ก่อนจะถูกพาเข้าไปภายในอาคารเบื้องหน้าเป็นผลงานของเธอที่ถูกขนตามมาด้วยตู้ขนย้ายโดยเฉพาะ หญิงสาวเงยหน้ามองป้ายสล







