Mag-log inสามวันให้หลัง
กลิ่นไอดินหลังฝนตกที่ผสมเข้ากับกลิ่นซีเมนต์และสิ่งก่อสร้างราวกับเป็นสัญลักษณ์ของความหวังและการเริ่มต้นใหม่เมื่อเมฆฝนดำมืดเคลื่อนตัวผ่านไป ทว่ากลับไม่ใช่สำหรับใครบางคนในสถานที่แห่งนี้
เพราะสนามแข่งม้าเถื่อนถูกสร้างในเงาอำนาจของลูเธอร์โดยไม่ขออนุญาต กลิ่นอายที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศจึงไม่ใช่กลิ่นของความหวัง หากแต่เป็นกลิ่นอายของการกลัวตาย สิ้นหวังเพราะการกระทำโง่เขลา
เสียงฝีเท้าของม้าหนุ่มกระแทกพื้นดังสะท้อนไปทั่วทั้งสนามเถื่อนที่ตอนนี้ปิดไฟจนเกือบมืดสนิท ยกเว้นเพียงสปอตไลต์ดวงใหญ่ที่สาดลงมาเฉพาะตรงกลางลู่วงรี เผยให้เห็นร่างของชายวัยกลางคนที่ถูกมัดแน่นเข้ากับหลังม้า มือทั้งสองถูกมัด ร่างกายถลอกช้ำเลือด กำลังร้องโหยหวนเมื่อสัตว์ขนาดยักษ์วิ่งลากร่างไปตามพื้นทราย
“ช่วยด้วย…ได้โปรด อ๊ากกกกก”
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเชือกเส้นหนาที่พันธนาการแน่นราวกับเป็นเงื้อมมือของมัจจุราช และเสียงของร่างมนุษย์ที่ถูกกระชากไปตามพื้นทราย
ขณะที่ลูกน้องอีกห้าคนในแก๊งเดียวกันนั่งก้มหน้าตัวสั่นระริกอยู่อีกมุมของสนาม เมื่ออยู่ภายใต้แรงกดข่มเย็นเยือกของบรรดาสมาชิกระดับสูงของลูเธอร์และจ่าฝูงหมาล่าเนื้ออย่างคุณชายรอง
ร่างสูงสง่าในชุดสูทไร้รอยยับราคาแพงนั่งไขว่ห้างบนอัฒจันทร์ชั้นบนสุด นัยน์ตาสีเทาเข้มลึกลับที่มองลงมาราวกับมัจจุราชที่กำลังเพลิดเพลินกับการค่อย ๆ ฉีกเลาะเนื้อตัวของคนบาป
เกลียวควันสีขุ่นถูกพ่นออกจากริมฝีปากหยักช้า ๆ ก่อนจะกลืนหายเป็นเนื้อเดียวกับอากาศ บรรยากาศรอบตัวมาเฟียหนุ่มยิ่งชวนน่าหวาดหวั่นเมื่อเขาเอาแต่นั่งพ่นควันบุหรี่นิ่ง ๆ
ไม่มีคำสั่ง มีเพียงปลายนิ้วที่เคาะเบา ๆ ลงบนหน้าขาแกร่งหนึ่งครั้ง พริบตานั้นผู้ติดตามคนสนิทก็สั่งคนเร่งม้าให้เร็วขึ้น
วินาทีนั้นบรรดาคนของแก๊งมาเฟียที่ลักลอบเปิดสนามแข่งเถื่อนในเขตธุรกิจของลูเธอร์โดยไม่ได้รับอนุญาตต่างตัวสั่น เหงื่อเย็น ๆ ซึมแผ่นหลังทั้งยังก้มหน้างุดไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ
ฝ่ายมากอำนาจกว่าพ่นควันสีขุ่นช้า ๆ อีกครั้ง การกระทำเมื่อครู่แผ่วเบาและเย็นเยือกปราศจากโทสะและความสะใจ มีเพียงความแน่วแน่ เด็ดขาดที่สะท้อนในก้นบึ้งนัยน์ตาคู่คมเท่านั้น
ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เสียงร้องโหยหวนของหัวหน้าแก๊งดังแหวกม่านความกลัวของคนถูกคาดโทษ ไม่นานเสียงฝีเท้าม้าก็สงบลง เหลือเพียงเสียงร้องไห้สะอื้นของคนบางคนในเงามืดของสนาม
รองเท้าหนังที่เสริมอำนาจให้ผู้สวมก้าวลงมาจากอัฒจันทร์เงียบ ๆ
ทว่าทุกฝีก้าวนั้นหนักแน่น ไม่รีบร้อน ก่อนจะหยุดยืนตรงหน้ากลุ่มลูกน้องของชายที่เพิ่งถูกลากไปจนร่างเปรอะเลือดแล้วเปรย“บ่อนม้าเถื่อนในเขตปกครองลูเธอร์?”
รองบอสมาเฟียตระกูลใหญ่หลุบสายตาเย็นชามองพวกที่นั่งกองอยู่กับพื้น นอกจากประคองลมหายใจแล้ว ไม่มีใครกล้าขยับตัวหรือเอ่ยสิ่งใด
“อ่า…จริง ๆ เลย”
สิ้นประโยคนั้น คุณชายธำรงอัศววัฒน์ก็สูดหายใจเข้าในวินาทีเดียวกันกับที่ลมหายใจสุดท้ายของหัวหน้าแก๊งสวะนี่ดับมอดลงเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว
ความกลัวมากมายไต่ออกมาจากหัวใจฝ่ายใต้อำนาจกดข่มราวกับฝูงมด
“ฟังให้ดี…”
วินาทีนั้นความเป็นความตายมีเพียงคำประกาศิตของคนตรงหน้าเป็นตัวกำหนด ช่วงขายาวก้าวไปหยุดตรงกลางวงแล้วเปรยด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมอำนาจกว่าครั้งไหน ๆ
“ทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อย แล้วเปิดต้อนรับแขกตามเดิม”
ลมหายใจที่คั่งค้างอยู่กลางโพรงอกถูกลอบผ่อนออกมาด้วยความโล่งอกเมื่อสิ้นประโยคนั้น บุคคลห้าคนตรงหน้าเข้าใจทันทีว่าเจ้านายคนใหม่หมายถึงอะไร
นับตั้งแต่วินาทีนี้สนามแข่งม้าเถื่อนแห่งนี้ได้รับอนุญาตจากลูเธอร์ให้ดำเนินกิจการต่อไป แน่นอนว่าผลประโยชน์ล้วนตกไปที่มาเฟียตระกูลใหญ่ทั้งหมด
เมื่อเสร็จธุระ ช่วงขายาวก็กำลังจะหมุนร่างเดินกลับไปที่รถ ทว่าแผ่นหลังเยือกเย็นเปี่ยมอำนาจกลับต้องหยุดชะงักกะทันหัน เครื่องหน้าคมคายเบี่ยงไปทางขวาเล็กน้อย ก่อนจะสูดลมหายใจช้า ๆ แล้วค่อย ๆ พ่นเสียงจามจากการคันจมูกออกมานิ่ง ๆ
แม่ง…
มือแกร่งข้างหนึ่งยังถือบุหรี่เอาไว้ ขณะที่มืออีกข้างล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าสีเข้มขึ้นมาซับที่ปลายจมูกเบา ๆ
ฉิบหายสิ…
เพราะดอกยิปโซฟิลล่าวันนั้นยังทิ้งฤทธิ์ไว้…
“คุณชายครับ...”
ผู้ติดตามคนสนิทที่ยืนรออยู่อีกฝั่งเอ่ยเสียงแผ่ว ก่อนจะเดินเข้ามายื่นสมาร์ตโฟนส่วนตัวให้อย่างนอบน้อมแล้วเปรย
“ข้อความจากคุณเอลล่าครับ”
รองบอสลูเธอร์เพียงปรายตามองหน้าจอที่แสดงแจ้งเตือนแชท ชื่อของคนที่เขาไม่ได้จัดไว้ในฐานะพิเศษก็สะท้อนในนัยน์ตาหม่นแสงทันที
Ella : นี่คือภาพตัวอย่างที่จะใช้แสดงในงานค่ะ แต่อยากให้คุณเนธานมาดูด้วยตัวเองที่สตูดิโอมากกว่า จะได้เห็นแสงสมจริง
ข้อความจากอีกฝ่ายไม่ได้กระทบเส้นอารมณ์ของรองบอสตระกูลมาเฟียใหญ่เลยแม้แต่น้อย เนธานเลื่อนนัยน์ตากลับไปยังสนามเบื้องล่างอย่างเย็นชา นิ้วแกร่งคีบบุหรี่ค้างไว้ตรงริมฝีปากหยัก ไม่อัดควันนิโคตินเข้าปอด ไม่แม้แต่จะกะพริบตา เพราะกำลังใช้สมาธิไปกับการครุ่นคิดเรื่องคำชักชวนก่อนหน้า
อ่า ยัยเด็กอวดดีนั่น…
คิดว่าเป็นคนสำคัญของนายเหนือหัวลูเธอร์แล้วเขาจะตามใจ?
“ตอบกลับไป” ประโยคแรกในรอบหลายนาทีถูกเอ่ยผ่านน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่ผู้ติดตามคนสนิทชะงักเล็กน้อย ก่อนจะสงวนท่าทีแล้วเปรยถาม
“ให้ตอบว่าไงดีครับ?” พริบตานั้นบุหรี่ที่ถูกเผาไหม้จนเกือบหมดก็ถูกกดลงบนที่เขี่ย ปลายไฟสีส้มมอดลงช้า ๆ พร้อมกับเสียงปราศจากคลื่นอารมณ์ของคุณชายธำรงอัศววัฒน์
“ ‘ครับ’ คำเดียว”
ฝากกดติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ
แสงแดดอ่อน ๆ คล้อยบ่ายลอดผ่านผ้าม่านลูกไม้สีขาวสะอาดตาของสตูดิโอวาดภาพ วาดเงาอ่อนนุ่มลงบนผืนผ้าใบที่เอลล่ากำลังบรรจงแต่งแต้มด้วยพู่กันแบรนด์โปรด ทุกการลากเส้นเต็มไปด้วยความรักและจิตวิญญาณในนั้นขณะที่กำลังใช้สมาธิไปกับงานตรงหน้า เสียงเปิดประตูเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ภูมิฐานในสูทสีเทาเข้มจะก้าวเข้ามา เครื่องหน้าคมคายและแววตาที่เหนื่อยล้าบ่งบอกถึงภาระที่ต้องแบกรับ ทว่าเมื่อเห็นคนรัก โลกทั้งใบก็ราวกับถูกโอบอุ้มไว้ด้วยความอ่อนหวานนั้นเป็นปกติในทุก ๆ วันที่หลังวางงานและภาระที่หนักอึ้งไว้หลังบานประตูห้องทำงาน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอำนาจจะต้องรีบกลับมาเติมภรรยาคนสวยก่อนทำสิ่งอื่นเสมอช่วงขาแกร่งเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วโน้มตัวกอดคนดีขาของเขาจากด้านหลัง แผ่นอกแข็งแรงแนบชิดแผ่นหลังบอบบาง แขนแข็งแรงโอบรอบเอวคอด พร้อมซุกเครื่องหน้าหล่อเหลาคมคายลงกับซอกคอขาวแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกลิ่นกายของเธอคือที่พักพิงเดียวที่ปลอบโยนเขาจากความเหนื่อยล้าได้“แดดดี๊ หนูทำงานอยู่นะคะ”เอลล่าเอ่ยเสียงเบา ทว่าริมฝีปากอิ่มกลับวาดรอยยิ้มหวาน มือข้างที่ว่างของเธอลูบแก้มสามีอย่างอ่อนโยนพร้อมเอียงศ
“อื้อ…แดดดี๊…”คนในอ้อมกอดครางหวาน อีกทั้งร่างกายเล็กก็บิดหนีสัมผัสที่สร้างความเสียวซ่านตามสัญชาตญาณ มือเล็กของเธอกำแน่นบนลาดไหล่กว้าง“อยากเสร็จใช่มั้ย หืม… งั้นก็ครางหวาน ๆ ให้ผมฟังอีกสิ”คำพูดดิบหยาบที่แทรกเข้ามาพร้อมกับสัมผัสร้อนแรงทำให้เอลล่าหวังแทบหลอมละลายในอกเขา เธอเผลอซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านของหัวใจดวงแกร่งที่เต้นแรงไม่ต่างกันมาเฟียหนุ่มยกเธอขึ้นนั่งบนขอบอ่างทั้งที่กลางกายยังเชื่อมต่อกัน ก่อนจะก้มลงครอบครองยอดอกสีสวย เรียวลิ้นร้อนของเขาตวัดไล้เลียตุ่มไตสีหวานสลับกับการดูดดึงหนักหน่วงตามแรงอารมณ์ที่ไต่ระดับสูงขึ้นทุกวินาที“สะ…เสียวเกินไป…”ฝ่ายถูกปรนเปรอซ้ำ ๆ ครางเสียงสั่นพร่า นั่นยิ่งทำให้สะโพกแกร่งส่งแรงกระทั้นเข้าออกเน้นลึกยิ่งขึ้นครั้งแล้ว ครั้งเล่า…จนเสียงลามกในจังหวะหนักหน่วงดังประสานไปกับเสียงแมลงยามค่ำคืน“หน้าแบบนั้นมันโคตรยั่วผัว”เขาเงยหน้าขึ้น สบตาเธอด้วยสายตาที่แทบจะกลืนกินคนตรงหน้าเข้าไปทั้งตัว“อะ อื้ออ”“อ่าห์ แม่ง…”แก้มเธอแดงจัดเพราะความรู้สึกถูกครอบครองที่แล่นพล่านไปตามหลอดเลือด น้ำเสียงทุ้มต่ำของคนบนร่างกลายเป็นโซ่ตรวนล่ามร่างกายเล
อากาศช่วงดึกเย็นลง ผืนฟ้าย้อมด้วยแสงดาวพราวระยับ ไร่ไวน์ที่ทอดยาวออกไปเงียบสงบ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนคลอเคล้าอยู่รอบข้าง ไฟสลัวตามทางเดินทอดยาวนำเข้าสู่สระน้ำอุ่นกลางแจ้งที่เชื่อมกับห้องนอน กลิ่นไวน์อ่อน ๆ ผสมกลิ่นหอมสดชื่นของไม้เลื้อยที่โอบล้อมส่งให้บรรยากาศโรแมนติกขึ้นเป็นเท่าตัวคุณชายรองลูเธอร์อุ้มภรรยาคนสวยมาหยุดอยู่ตรงขอบอ่าง ก่อนที่น้ำในอ่างจะกระเพื่อมยามที่ร่างของทั้งคู่ก้าวลงไป ร่างสูงโอบรัดเธอไว้แนบอก เสื้อผ้าถูกถอดออกทีละชิ้นจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่เสียดสีกันภายใต้น้ำอุ่น ไอร้อนประสานกับไอปรารถนาจนร่างกายคนทั้งคู่สั่นสะท้านนัยน์ตาคู่คมทอประกายล้ำลึก เอลล่ารู้ดีว่ามันคือสายตาของผู้ชายที่กำลังอดทนอดกลั้นอย่างยากลำบาก“แดดดี๊ของหนูเซ็กซี่จัง”น้ำเสียงหวานก้องเบาในอากาศ เหล้าบ๊วยที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือดทำให้เธอมีความกล้าพูดออกมาอีกครั้ง อีกทั้งริมฝีปากอวบอิ่มยังกระตุกยิ้มเย้ายวนเล็กน้อย“อยากให้รักหนูแรง ๆ แล้วค่ะ”คำพูดนั้นเบาแทบกลืนไปกับลมหายใจ ทว่ามีน้ำหนักพอจะทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกไหววูบซ้ำ ๆ เนธานหลุบตามองคนในอ้อมแขน คนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยทำหล่นหายไปจากชี
ปิดเทอมฤดูร้อนอากาศยามบ่ายในหุบเขาอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของดินและผลไม้สุก แสงแดดอ่อน ๆ อาบไล้บนเนินเขาที่เรียงรายด้วยแถวองุ่นยาวเหยียดไร้ที่สิ้นสุด คฤหาสน์สไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่กลางไร่ไวน์เป็นเสมือนหัวใจของตระกูลหวัง สถานที่ซึ่งทุกคนกลับมาพบหน้ากันอีกครั้งในทุก ๆ เดือนเสียงหัวเราะสดใสของเด็ก ๆ ดังก้องไปทั่วลานสนามหญ้า เสียงฝีเท้าเล็กกระทบหญ้าอ่อนดังเป็นระยะสร้างสีสันให้ไร่ไวน์แห่งนี้ได้เป็นอย่างดีอลิเซีย หวังและฟรานซิส เด็กชายและหญิงวัยห้าขวบวิ่งแข่งกันไปตามทางเดินระหว่างแปลงองุ่นที่ทอดยาว ขณะที่แอชตัน หวัง พี่ชายคนโตวัยเจ็ดขวบคอยวิ่งตามอย่างไม่ยอมแพ้“ซินซิน ฟานฟาน รอเฮียด้วย!”มังกรเบบี๋คนโตเรียกน้องทั้งสองดังลั่นไปทั้วทั้งไร่ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะสดใสของเหล่าทายาทมังกรตัวจิ๋วห่างออกไปไม่ไกล ตรงลานกว้างหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ คุณปู่ คุณย่า และสมาชิกคนอื่น ๆ ในตระกูลหวังต่างยืนมองหลาน ๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขคุณย่าที่อายุมากขึ้นแต่ยังสง่างามไม่เปลี่ยนคอยเอ่ยเตือนหลาน ๆ ด้วยน้ำเสียงใจดี“อย่าไปไกลมากนะลูก”ขณะที่มือไม้ก็ไม่อยู่นิ่ง คอยกวักเรียกหลาน ๆ ให้มาหา ก่อนจะป้อน
เสียงหัวเราะของเด็กชายตัวเล็กดังขึ้นตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้าเสียงเล็กนั้นดังพอจะปลุกคนทั้งบ้านให้ตื่นได้ แม้แต่เจ้าลูฟี่ หมาพันธุ์โกลเด้นรีทีฟเวอร์วัยสี่เดือนที่ปกติจะซุกตัวอยู่บนที่นอนนุ่มหน้าประตู ก็ยังต้องลุกขึ้นมาสะบัดหางต้อนรับความโกลาหลประจำวัน“ฟานฟานครับ เดินช้า ๆ ครับลูก”เสียงของเอลล่าเอ่ยขึ้นพร้อมเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ที่วิ่งตุบตับผ่านโซฟา ก่อนที่ร่างกลมในชุดนอนลายการ์ตูนโปรดจะพุ่งหลบเข้าไปหลังโซฟาอย่างไม่กลัวเจ็บ“หม่ามี้ครับ ลูฟี่จะกินบิสกิตของฟานฟาน”“ลูฟี่เห็นเบบี๋วิ่งไงคะ เขาอยากเล่นด้วย”เอลล่าผ่อนลมหายใจ พลางยกมือกุมขมับ ทว่ารอยยิ้มเอ็นดูก็ผุดขึ้นบนดวงหน้าหวานอย่างห้ามไม่อยู่ไม่นานรองบอสลูเธอร์ก็เดินมาจากโซนบาร์ช้า ๆ ในชุดเสื้อยืดสีเทาอ่อนกับกางเกงสบาย ๆ มือข้างหนึ่งถือแฟ้มงาน อีกมือถือแก้วกาแฟ กลิ่นหอมของมันตัดกับกลิ่นอาหารเช้าที่เอลล่ากำลังทำให้ลูกชายมาเฟียหนุ่มหยุดมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ลูกชายวัยห้าขวบที่ยืนถือตุ๊กตาหมีไว้ในมือซ้าย มือขวาถือบิสกิตชิ้นเล็ก ส่วนเจ้าลูฟี่ก็นั่งจ้องของกินในมือเด็กน้อยตาแป๋ว“เช้านี้เริ่มจากศึกแย่งขนมอีกแล้วเหรอ”เขาพูดเสียงเรียบ ทว
ทั้งคู่จุมพิตกันอีกครั้ง เขาโอบกอดเธอไว้แน่น ก่อนจะประคองร่างบางออกมานอนข้างลูกน้อยที่กำลังท่องโลกนิทราหากอุ้มได้เขาจะไม่ยอมให้ภรรยาเดินให้เหนื่อยแม้แต่น้อย ทว่าหลังผ่าคลอด การเดินบ่อย ๆ ย่อมส่งผลดีกับแผลผ่าตัดมากกว่า ด้วยความเหนื่อยล้าสะสม เอลล่าหลับในอ้อมกอดสามีอย่างง่ายดาย ทว่าผู้เป็นสามีกลับไม่กล้าแม้แต่จะพับเปลือกตาลงตั้งแต่วันแรกที่ลูกน้อยคลอด เป็นเขาที่คอยเฝ้ายาม อีกทั้งยังคอยเช็กลมหายใจเบบี๋ทุก ๆ ชั่วโมงราวกับคนวิตกกังวล ก่อนจะจบด้วยการจุมพิตพวงแก้มอวบนุ่มแผ่วเบา เวลาช่วงดึกของคืนแรกในบ้านอบอุ่นหลังนี้ดำเนินไปอย่างเรียบเรื่อย ครั้นฟรานฟานวัยห้าวันสะดุ้งตื่นร้องไห้กลางดึก ผู้เป็นพ่อที่ไม่ยังเฝ้ายามก็เด้งตัวลุกขึ้นทันทีอย่างไม่รีรอ มือแกร่งอุ้มลูกออกจากเปล จัดการเปลี่ยนผ้าอ้อมคุณชายรองลูเธอร์จัดแจงทุกอย่างเงียบ ๆ ด้วยความคล่องแคล่วโดยไม่รบกวนภรรยาที่กำลังหลับพักผ่อน ก่อนจะกล่อมลูกน้อยกระทั่งหลับไปอีกครั้งค่ำคืนแรกของสามชีวิตที่บ้านผ่านไปอย่างราบรื่น ทุกสิ่งที่เรียนรู้มาจากพยาบาลเขาทำมันได้เป็นอย่างดีเวลาล่วงเลยไปจวบจนเช้ามืด เนธานยังนั่งทำงาน พร้อม ๆ กับคอยเฝ้ายามให้ดวงใจ
แสงไฟสีขาวนวลจากเพดานสูงสะท้อนกับผิวกระจกใสที่กั้นเป็นผนัง ทำให้ห้องทำงานชั่วคราวของเอลล่าดูสว่างสะอาดตา โต๊ะทำงานไม้โอ๊คเคลือบเงาถูกวางไว้กลางห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นบางเบาของกุหลาบขาวปนมัสก์จาง ๆร่างแบบบางนั่งทำงานอย่างเงียบสงบ ปลายนิ้วขีดเส้นลงบนกระดาษอย่างใช้สมาธิ ก่อนที่หัวใจดวงน้อยจะเต้นผิดจั
แสงยามเช้าอุ่น ๆ ของเวนิสกระทบดวงหน้าหวานของเอลล่า ขณะที่เธอเดินเคียงข้างเนธานไปตามถนนเก่าแก่ บรรยากาศเมืองศิลปะเต็มไปด้วยแสงและเงาที่สลับซับซ้อน เสียงน้ำในคลองใสสะอาดสะท้อนเบา ๆ ท่ามกลางเสียงเรือกอนโดล่าลอดผ่านสะพานโค้งหญิงสาวยังคงใจเต้นแรง ไม่ใช่เพียงเพราะเวนิสสวยงาม ทว่าเพราะมือแกร่งของเนธานที่
“อ๊ะ…อ๊ะ มะ…ไม่ไหวแล้ว…”กระแสเสียงหวานสั่นพร่า ร่างกายสั่นระริกแทบไม่สามารถควบคุมได้ เนธานยิ้มบาง ๆ มือแกร่งกระชับเอวบางแน่นขึ้น ประคองให้คนตัวเล็กแนบชิดที่สุด“คนดีต้องเรียกผมว่าอะไร หืม” เขาพูดพร้อมสายตาลึกซึ้งที่มองมา“ดะ…แดดดี๊…”คนตรงหน้าครางเรียกแผ่วเบา เรียวมือกำเสื้อผ้าราคาแพงของเขาไว้เขาแ
เปรี้ยง!เสียงฟ้าร้องกะทันหันทำเอลล่าสะดุ้งเล็กน้อย มือเล็กผวาคว้าต้นแขนแกร่งของอีกฝ่ายเอาไว้ราวกับต้องการหลักยึดเสียงม่านฝนกระทบหลังคาเริ่มดังขึ้นกว่าเดิม บรรยากาศภายนอกกลืนหายไปกับห้วงรัตติกาลที่คืบคลานเข้ามาเร็วกว่าปกติโดยสมบูรณ์ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่ทั้งคู่ยึดครองพื้นที่นัยน์ตาของอีกฝ่าย เนธ





![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

