LOGIN“หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันนะลูก ผัวเมียเหมือนลิ้นกับฟันมีเรื่องให้กระทบกระทั่งกันตลอดเวลา ถ้าไม่เข้าใจกัน โกรธกันก็ให้นึกถึงความยากลำบากกว่าจะได้แต่งงานกัน”
คำอวยพรของแม่พี่เหนือก็เรียกน้ำตาฉันอีกหนึ่งทำนบในอกฉันมีความรู้สึกมากมาย ทั้งตื่นเต้น ทั้งอบอุ่นและอิ่มเอมในความรัก
“พ่อของให้พี่เหนือกับน้องเหมยรักกันให้มาก ๆ ความรักจะชนะทุกอย่าง ขอแค่ให้เราสองคนรักกันก็เพียงพอแล้ว”
เราสองคนกราบพ่อกับแม่พี่เหนือ หลังจากนั้นทั้งสี่ก็ขอตัวกลับ โดยย้ำว่าเราทั้งสองไม่ต้องออกจากห้อง ให้อยู่ห้องหอสามวันสามคืน ส่วนเรื่องอาหารการกินพวกท่านจะจัดการให้คนนำมาส่งให้เอง
พวกท่านกลับไปแล้วเหลือแค่ฉันกับพี่เหนือที่อยู่ในห้องเพนต์เฮาส์แห่งนี้ เรือนหอของเรา
“พี่เหนือว่าจะได้ผลไหม”
“ได้สิเราทำขนาดนี้แล้ว ตอนนี้เราสองคนเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายและตามทางปฏิบัติ”
“เขาเรียกนิตินัยกับพฤตินัย” ฉันเอ่ยแย้งพี่เหนือด้วยใบหน้าที่บ่งบอกว่าใช้คำได้ถูกต้องมากกว่าพี่เหนือ
“แหมก็เหมือนกันนั่นแหละ เมียจ๋าอาบน้ำกันเถอะ”
“โอย เต็มปากเต็มคำเลยนะคำว่าเมียเนี่ย” ฉันร้องโวยวายพอเป็นพิธี เพราะไม่คิดจะปฏิเสธสิ่งที่เขาชวนอยู่แล้ว
“น้อง” พี่เหนือดึงฉันขึ้นไปกอดบนเตียงนอนที่เราสองคนสลัดกลีบกุหลาบออกจากผ้าคลุมเตียงแล้ว
“คะ”
“ไม่ต้องกังวลนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา ถือว่าเราสองคนได้ทำเต็มที่แล้ว สิ่งที่พี่อยากทำก่อนตายคือได้แต่งงานกับเธอ ตอนนี้พี่สมหวังแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิด พี่ก็ไม่เสียดายแล้ว” แรงกอดของพี่เหนือเพิ่มมากขึ้น ฉันเองก็กอดเขาแน่นขึ้นเช่นกัน
“หนูรักพี่...น้องรักพี่นะคะ รักมาก” ฉันซุกใบหน้าเข้ากับอกกว้าง
“น้องพี่อยาก เข้าหอกันเถอะ” โอยคนหื่นไม่ไหว ๆ แต่ก็นั่นแหละ ไม่ใช่เขาที่อยากคนเดียวฉันเองก็อยากเหมือนกัน ถ้าจะต้องตายเวลานี้ขอตายคาอกพี่เหนือก็แล้วกัน
“หนูอยากอาบน้ำ”
“ในห้องน้ำก็น่าสนใจ เรายังไม่เคยทำเลย”
เพราะไม่ได้ออกไปไหนเลยเราสองก็เลยเน้นทำกิจกรรมอยู่ในห้องหอทั้งสี่วันที่ผ่านมาและวันนี้ก็เป็นวันเกิดฉัน เมื่อคืนพี่เหนือก็ปลุกฉันมาเป่าเทียนตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึงตีสองกว่าจะได้หลับได้นอนก็ตีสาม วันนี้ฉันจึงตื่นด้วยความง่วงงุน ยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา
เที่ยงวัน!
เดี๋ยวนะ! วันนี้วันเกิดฉันแล้วนี่เราสองคนไม่เป็นอะไรเลย แสดงว่าเราสองคน
“พี่เหนือเราไม่เป็นอะไรแล้ว แบบนี้แสดงว่าเรารอดแล้วใช่ไหม” ฉันเขย่าแขนพี่เหนืออย่างดีใจ
“อะไรน้อง”
“พี่เหนือเราสองคนไม่เป็นอะไรแล้วพี่เหนือ วันนี้วันเกิดน้องนี่เที่ยงวันแล้ว”พี่เหนือดึงร่างฉันเข้าไปกอด
“ก็บอกแล้วไงว่าเราจะไม่เป็นไร” ตัวฉันนอนก่ายอยู่บนร่างของพี่เหนือ มือเรียวยาวลูบหลังฉันอย่างปลอบโยนและให้กำลังใจ
“พี่เหนือเราไปดูลุงอัครเดชหน่อยไหมคะ ไม่รู้ว่าพวกเขาไปเกิดกันได้ไหม” ถ้าฉันกับพี่เหนือรอด ฉันก็อยากให้พวกเขาได้ไปเกิด
กรรมเวรที่มีต่อกันอยากให้หลุดพ้นในชาตินี้
“เอาสิ พี่อยากไปดูร้านเหมือนกันไม่ได้ไปหลายวันแล้ว” หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเราสองคนก็ขับรถตรงไปยังร้านธารศิราทันที
“หนูดีใจมากที่ตื่นขึ้นมาเห็นหน้าพี่เหนือทุกวันเลย”
ฉันออดอ้อนสามีในระหว่างที่เขาขับรถ ซึ่งพี่เหนือก็ยิ้มไม่หยุด
“พี่ก็ดีใจที่เราได้แต่งงานกัน”
“เราจะอยู่ด้วยกันตลอด...”
เอี๊ยด ปัง ปัง ฉันยังพูดไม่จบ รถคันหนึ่งที่วิ่งออกมาจากทางแยกตรงด้านข้างกระแทกเข้ากับข้างรถของเราฝั่งทางพี่เหนือนั่ง
ดวงตาฉันเบิกกว้างในจังหวะที่รถของเราหมุนเคว้งอยู่บนถนนและกระแทกเข้ากับต้นไม้ข้างทาง ความมืดมิดปกคลุมทั่วร่างของฉัน เวลานี้ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย
พี่เหนือ...มือของฉันไขว้คว้าหาพี่เหนือ แต่ฉันมองไม่เห็นพี่เหนือเลย
แสงวาบที่สว่างขึ้นจนฉันต้องใช้มือปิดตา จากนั้นแสงวาบนั้นก็หายไป เปลี่ยนเป็นแสงสีแดงที่กำลังลุกโซนตรงหน้า นั่นมัน รถของพี่เหนือ ฉันกวาดตามองหาพี่เหนือ
ไม่มีพี่เหนือ ไม่มี
“ช่วยทันไหม”
“ไม่ทันตายทั้งคู่ในรถ” ฉันหันขวับมองต้นตอของเสียงสนทนานั้น เป็นเสียงของกู้ภัย
“พี่คะ เห็นแฟนหนูไหม แฟนหนูอยู่ในนั้น” ฉันตรงดิ่งไปหาเจ้าหน้าที่กลุ่มนั้น เมื่อเห็นว่าเขาไม่ตอบคำถาม ฉันจึงตรงไปหมายจะจับแขนเขาเพื่อให้หันมาสนใจฉัน
วืด...ฉันจับแขนเขาไม่ได้
“พี่เห็นหนูไหมพี่ เห็นหนูไหม” ฉันร้องเรียกให้พี่กู้ภัยสนใจฉัน คุยกับฉัน แต่พวกเขาไม่เห็น ฉันเองก็จับพวกเขาไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลย
ไม่นะ...ฉันไม่ได้ตายใช่ไหม
“พี่เหนือ พี่เหนือ อยู่ไหน ฮือ ฮือ พี่เหนือ” ฉันเดินวนรอบรถที่เจ้าหน้าที่พยายามฉีดน้ำยาดับเพลิง หวังจะเจอพี่เหนือถึงแม้เขาจะเป็นเพียงวิญญาณฉันก็อยากเจอ
“ตอนนี้ก็กำลังจะหนาวแล้ว ขากลับไปกับเราสิ” พี่เหนือเอ่ยชวนเพื่อนของเขากลับเชียงใหม่พร้อมเรา“กีฟ นี่เมียเรา น้องเหมยลี่”“โอ้ยเขินแทนเมียเต็มปากเต็มคำ สวัสดีจ้าเหมยลี่” พี่กีฟยกมือรับไหว้ฉันอย่างเป็นกันเอง พี่กีฟจัดเป็นคนสวยมาก หน้าคม ตาหวาน รูปร่างดี สมส่วน“นี่เรียนจบแล้วใช่ไหม” พี่เหนือเอ่ยถามเพื่อนตัวเองในขณะที่เราทั้งสามเดินจากท่าเรือบนเกาะเพื่อไปที่พัก“จบแล้วสิ เราไม่ได้เรียนหมอเหมือนเหนือนะ” พี่กีฟหัวเราะชอบใจกับคำถามของเพื่อน“จบแล้วพี่กีฟจะทำอะไรต่อคะ” ฉันเอ่ยถามเพราะอยากรู้ว่าคนสวย ๆ รวย ๆ เขามีจุดมุ่งหมายในชีวิตอย่างไร“คงช่วยที่บ้านทำงานแหละ” วิถีคนรวยที่แท้ทรู บริหารกิจการของครอบครัว แล้วฉันละจบไปทำอะไรดี เปิดเช่าพระเครื่อง ขายทอง รับหล่อทองหรืออะไรดีไว้ค่อยคิดแล้วกันอีกตั้งสามปี ช่วงนี้ก็เกาะพี่เหนือกินไปก่อนก็แล้วกัน“พักหลังนี้นะ หลังนี้เราไม่ได้เปิดให้แขกเข้าพัก ส่วนมากให้ญาติ ๆ กับคนสนิทเท่านั้นพัก” บ้านพักตากอากาศขนาดใหญ่ที่มองเห็นน้ำทะเลใสแจ๋วจากพื้นห้อง น้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวใสและสวยมากมัลดีฟเมืองไทยคงไม่เกินจริง ฉันเป็นคนเที่ยวในประเทศที่สุดเพราะเป็นคนกินยาก อยู่
“นี่ไม่ใช่พ่อ คนนี้อาไธม์น้องชายฝาแฝดของพ่อ” ฉันเพิ่งรู้ว่าพ่อของพี่เหนือมีแฝด เป็นแฝดที่เหมือนกันมาก มากจนแยกไม่ออก“สวัสดีค่ะ อาไธม์ อากล้วย” ฉันเรียกป้าไม่ได้จริงจึงเรียกอาแทน ยังงงกับสรรพนามที่พี่เหนือเรียก เรียกอาไธม์แต่เรียกอาสะใภ้ว่าป้ากล้วยอะไรของเขามีปัญหาเรื่องการลำดับญาติหรือไง“ไหนให้ป้ากอดหน่อย เลี้ยงมาตั้งแต่ในท้องแม่เรา โตเป็นหนุ่มจนมีเมียแล้วเหรอ” อากล้วยอ้าแขนให้พี่เหนือเข้าไปกอด ทั้งสองดูสนิทสนมกันมาก“โตจนมีเมียแล้วยังอ้อนเป็นเด็ก” อาไธม์ผลักหน้าผากของพี่เหนือออกจากอ้อมกอดของอากล้วย“นี่คุณอย่าทำหลานฉัน” เสียงของอากล้วยโวยวายพร้อมทำเสียงจิ๊จ๊ะกับคนเป็นสามี“ก็หลานผมด้วยเหมือนกันนั่นแหละ”“ทะเลาะอะไรกัน” พ่อธาร์เดินลงมาจากชั้นบนและนั่งข้างแม่น้ำ ฉันซึ่งยังไม่คุ้นชิน“เป็นอย่างงี้แหละ เดี๋ยวเหมยลี่ก็ชิน” ที่พี่เหนือเคยบอกว่าครอบครัวเขาเป็นครอบครัวใหญ่ญาติเยอะ ตอนนี้ฉันแน่ใจแล้วว่าเยอะจริง ๆ“ไธม์แวะไปหาพ่อกับแม่มาหรือยัง” ใช่นอกจากพ่อแม่พี่เหนือปู่กับย่าพี่เหนือก็ยังอยู่แม้จะอายุเข้าเลขแปดแล้วแต่พวกท่านก็ยังแข็งแรง“อืม เดี๋ยวแวะไป อยากเห็นหน้าไอ้เด็กแก่แดดมีเมียตั้ง
จังหวะนี้ผมเห็นคนตรงหน้าส่งสายตาเขียวปัดมาให้ผม จึงต้องรีบพูดต่อก่อนจะได้กินตีนก่อนจะได้พูดต่อ“แต่เฮียเชื่อเถอะว่าไม่ว่าจะทะเลาะกันแค่ไหน ผมจะยอมน้อง แม้น้องจะผิดผมก็จะยอม”“มึงรักน้องกูจริงเหรอวะ”“ผมรักน้องเฮียตั้งแต่ผมสิบแปด ตอนนี้ผมยี่สิบสอง ไม่มีวันไหนที่ไม่รักน้อง ไม่สิ ผมรักน้องตั้งแต่สามชาติที่แล้ว เฮียคิดว่ามันน้อยไปเหรอ”เสียงถอนหายใจของเฮียมังกรดังขึ้น“มึงเชื่อเรื่องที่น้องกูบอกเหรอ”“เชื่อสิ ทำไมเฮียไม่เชื่อเหรอ”“เชื่อ” นั่นไงเขาเองก็เชื่อแล้วจะถามทำไม“ทำไมมึงเชื่อวะเหนือ มึงมองไม่เห็น มึงแค่ฟังจากที่น้องกูเล่า หลักฐานที่น้องกูยกมาอ้างอาจแค่เรื่องแต่งขึ้นก็ได้ มึงไม่คิดบ้างเหรอ มึงเป็นหมอนะ มึงจะเชื่อเรื่องผีเหรอวะ”ผมยิ้มกับคำพูดของเฮียมังกรแล้วตอบอย่างที่ตัวเองคิดไป“เพราะรัก แม้จะมองไม่เห็นด้วยตาผม แต่น้องบอกว่าเห็นผมพร้อมจะเชื่อน้องมากกว่าตาตัวเองครับ”“ไอ้เชี่ย! แม่งขนลุกฉิบหาย”“ความรักมักทำให้คนตาบอดเฮีย”“สัดขนลุกกว่าเดิมอีก”“เฮียไม่เคยมีความรักไม่รู้หรอก”“พอ ๆ ไอ้เหนือกูจะไปนอนแล้ว” ว่าแล้วเฮียมังกรก็อุ้มแมวในตักแล้วรีบเดินเข้าบ้าน ทำราวกับว่าผมเป็นตัวเชื้อโ
ตอนพิเศษ 1 พี่เมียวันนี้น้องให้ผมพากลับบ้าน ใบหน้าน้องฉายให้เห็นความยุ่งยากใจ“ไม่ต้องคิดมากหรอกน้อง”“เฮียมังกรงี่เง่าจะตายพี่เหนือไม่รู้หรอก”“ไม่มั้งคนเราโต ๆ กันแล้ว” เฮียมังกรอายุมากกว่าผมอีกก็น่าจะเข้าใจอะไรไม่ยาก“ไม่เข้าใจ!” ผมขอถอนคำพูดที่พูดกับน้องในรถได้ไหม หลังจากเราสองคนมาถึงบ้านของน้อง ทั้งป๊าม้าและน้องพยายามอธิบายเหตุผลของการแต่งงานแต่คำตอบที่ได้รับก็คือ“ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่หย่ากัน ในเมื่อเรื่องมันก็จบแล้ว เหมยลี่เพิ่งยี่สิบนะป๊าม้า ใช่เวลามีครอบครัวไหม” เฮียมังกรใช้ทั้งน้ำเสียงและเหตุผลกดดันป๊าม้าและน้อง“แต่หนูรักพี่เหนือ”“แต่เรายังเด็ก”“หนูยี่สิบแล้ว บรรลุนิติภาวะแล้ว กฎหมายก็ให้มีผัวได้โดยไม่ต้องถามความคิดเห็นจากใคร” ผมอยากยืนขึ้นและตบมือให้น้องแต่สิ่งที่ทำคือก้มหน้าราวกับว่ารู้สึกเสียใจที่ทำให้เฮียมังกรไม่พอใจ“ไอ้ลี่ นี่เฮียเป็นพี่แกนะ”“ก็เป็นพี่นะสิ หนูโตแล้ว มีสิทธิ์ตัดสินใจเอง เฮียไม่ต้องยุ่ง”“ป๊าม้าผมไม่อยู่แค่ไม่กี่วัน ทำไมให้มันแต่งงาน ทำไมไม่ปรึกษากัน” เมื่อเห็นว่าเถียงสู้น้องสาวไม่ได้เฮียมังกรก็เปลี่ยนเป้าหมายไปทางผู้เป็นพ่อแม่ทันที“เรื่องมันด่วน อี
“ไปเรือนหลังเล็กกันค่ะพี่เหนือ วันนี้เปิดรับลูกค้าไหมคะ” ฉันจับมือพี่เหนือไว้แน่นสาวเท้าเร็วไปยังเรือนหลังเล็กที่ฉันคิดว่าพวกเขาน่าจะอยู่ที่นั่น“ไม่ได้รับลูกค้าก็วันนี้จะเลี้ยงวันเกิดให้น้องไง” ใช่วันนี้ตอนเย็นเราสองบ้านจะเลี้ยงฉลองวันเกิดให้ฉันท้องฟ้ารอบบริเวณเรือนหลังเล็กขมุกขมัวราวกับว่าบ้านหลังนี้อยู่ระหว่างความจริงกับความฝันคล้ายไม่มีอยู่จริงแต่ก็จับต้องได้และเมื่อฉันกับพี่เหนือเดินขึ้นบันไดถึงชั้นสอง ภาพตรงหน้าก็ยิ่งเหมือนความฝันกึ่งความจริง ม่านหมอกปกคลุมแยกแทบไม่ออกว่าเวลานี้กลางวันหรือกลางคืนเงาจาง ๆ ของชายหญิงที่ก้มหมอบอยู่หน้าห้อง คือเหล่าข้าทาสบริวารของคุณลุงอัครเดช ประตูห้องเปิดไว้ดั่งเช่นที่เคยเห็น เสียงเก้ากี้โยกดังกระทบกับไม้เพียงเบา ๆฉันเดินตรงไปยังห้องนั้น ห้องที่เคยมาเมื่อไม่กี่วันก่อน รอบห้องยังคงเหมือนเดิม มีภาพถ่ายดั่งเช่นเดิม หากแต่มีม่านหมอกปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นแต่สิ่งที่เด่นชัดในห้องนั้นคือชายสูงวัยผมสีขาว กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกมองออกไปนอกหน้าต่าง นอกหน้าต่างนั้นก็เช่นกัน ปกคลุมด้วยเมฆหมอกมีเพียงแสงสีขาวปนเทาเท่านั้น“คุณลุง!” ฉันเอ่ยเรียกและยอบกายนั
ฉันมองหาพี่เหนือโดยรอบแต่กลับไม่มี เจอแต่ผู้คนที่ต่างมามุงดูอุบัติเหตุครั้งนี้“เจ้าของรถเป็นนักศึกษาแพทย์ปีสี่แล้วน่าเสียดายเนอะ” เสียงคุณป้าคนหนึ่งคุยกับคนที่ยืนข้างกัน“น่าสงสารนะขับมาดี ๆ เจอพวกเมาแล้วขับ ไอ้นั่นมันรอดนะ ไม่ได้เป็นอะไรเลย ส่วนคนดีต้องตาย สวรรค์ทำไมไม่ยุติธรรมเลย”ใช่ ทำไมสวรรค์ไม่ยุติธรรม ฉันกับพี่เหนือทำอะไรผิดทำไมถึงต้องมาตายแบบนี้“ฮือ ฮือ ทำไม ทำไม เราสองคนทำอะไรผิด ทำไมต้องให้เราตายด้วย กี่ชาติก็เป็นแบบนี้ ทำไม” ฉันทรุดกายลงกับพื้นนั่งลงบนพื้นหญ้าริมทาง ร้องไห้กับโชคชะตา ไม่ว่ากี่ภพกี่ชาติ ฉันกับพี่เหนือก็ไม่ได้สมหวังในรักชาตินี้ก็เช่นกันแม้ว่าเราจะแต่งงานกันแล้ว แต่ก็ไม่ได้อยู่ครองคู่กัน อยากถามพระเจ้าหรือเทวดาบนฟ้า ชีวิตมนุษย์ตัวเล็ก ๆ สองชีวิตอย่างฉันกับพี่เหนือ ไม่มีโอกาสเลยหรือที่จะได้อยู่มีชีวิต ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าเราสองคนทำผิดอะไรหนักหนา“พี่เหนือ พี่เหนือ” น้ำตาของฉันยังไหลไม่หยุด ร้องเรียกหาพี่เหนือ ที่ไม่รู้ว่าเวลานี้เขาไปอยู่ที่แห่งหนไหน จะเจ็บปวดหรือทุกข์ทรมานแค่ไหนหรือจริงแล้ว ทางรอดเดียวของเราคือควรเลิกกัน อย่างน้อยเราสองคนก็อาจมีชีวิ







