LOGINหลังเสร็จธุระที่โรงพยาบาลทุกคนจึงกลับมาปรึกษาเรื่องมะต๋าวที่โรงแรม เหนือฟ้าจึงตัดสินใจว่าจะพามะต๋าวกลับบ้านก่อนเพราะหมอแนะนำให้ฟื้นฟูจิตใจลูกด้วยการให้มองวิวทิวทัศน์และทัศนียภาพที่โล่งกว้าง ดังนั้นการพากลับไร่พิทักษ์มหิงสาคือวิธีที่ดีที่สุด
"เฮ้อ เนี่ยแหละนะเขาถึงบอกว่ามีแม่เมื่อพร้อม ต่อไปไม่ต้องไปพบเจออะไรแบบนั้นแล้วนะลูกเอ้ยมะต๋าวหลานตา" ตาทัพฟ้ายื่นมือไปทาบลงบนหัวเล็กที่กำลังนอนดูดนมอยู่ในอ้อมอกพ่อ
"แล้วยัยเหนือจะกลับเลยเหรอแม่จะได้ไปเก็บของที่ห้องพัก พวกเราจะได้พาเจ้าตัวเล็กไปพักผ่อน" ยายนับเก้าถามพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้มองดูมะต๋าวตัวน้อยด้วยความรู้สึกสงสาร
"ได้ค่ะ งั้นเหนือฝากแม่หน่อยนะคะ" เหนือฟ้ายิ้มเห็นด้วยกับแม่
ขณะที่เด็กทั้งหกคนกำลังด้อม ๆ มอง ๆ ผู้ใหญ่ที่กำลังพูดคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ด้านนอกห้องรับแขก มีเพียงบะแต๋งที่จับใจความเรื่องทั้งหมดได้ว่ามะต๋าวกำลังป่วย แต่เด็กชายไม่รู้ว่าน้องป่วยเป็นอะไรเพราะตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลทุกคนก็เอาแต่เงียบ แม่เองก็มีสีหน้าทุกข์ใจ พ่อก็ขมวดคิ้วย่นติดกันตลอดเวลา
"ฉะหยุบแล้วมันเกิดหยังก๊ะอ้ายแต๋ง"
หลังเสร็จธุระที่โรงพยาบาลทุกคนจึงกลับมาปรึกษาเรื่องมะต๋าวที่โรงแรม เหนือฟ้าจึงตัดสินใจว่าจะพามะต๋าวกลับบ้านก่อนเพราะหมอแนะนำให้ฟื้นฟูจิตใจลูกด้วยการให้มองวิวทิวทัศน์และทัศนียภาพที่โล่งกว้าง ดังนั้นการพากลับไร่พิทักษ์มหิงสาคือวิธีที่ดีที่สุด"เฮ้อ เนี่ยแหละนะเขาถึงบอกว่ามีแม่เมื่อพร้อม ต่อไปไม่ต้องไปพบเจออะไรแบบนั้นแล้วนะลูกเอ้ยมะต๋าวหลานตา" ตาทัพฟ้ายื่นมือไปทาบลงบนหัวเล็กที่กำลังนอนดูดนมอยู่ในอ้อมอกพ่อ"แล้วยัยเหนือจะกลับเลยเหรอแม่จะได้ไปเก็บของที่ห้องพัก พวกเราจะได้พาเจ้าตัวเล็กไปพักผ่อน" ยายนับเก้าถามพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้มองดูมะต๋าวตัวน้อยด้วยความรู้สึกสงสาร"ได้ค่ะ งั้นเหนือฝากแม่หน่อยนะคะ" เหนือฟ้ายิ้มเห็นด้วยกับแม่ขณะที่เด็กทั้งหกคนกำลังด้อม ๆ มอง ๆ ผู้ใหญ่ที่กำลังพูดคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ด้านนอกห้องรับแขก มีเพียงบะแต๋งที่จับใจความเรื่องทั้งหมดได้ว่ามะต๋าวกำลังป่วย แต่เด็กชายไม่รู้ว่าน้องป่วยเป็นอะไรเพราะตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลทุกคนก็เอาแต่เงียบ แม่เองก็มีสีหน้าทุกข์ใจ พ่อก็ขมวดคิ้วย่นติดกันตลอดเวลา"ฉะหยุบแล้วมันเกิดหยังก๊ะอ้ายแต๋ง"
เมื่อความเงียบเข้าปกคลุมทั่วห้องประชุมมืดสลัวมัวตา แม้จะมีเสียงพนักงานบริษัทที่กำลังอธิบายสไลด์นำเสนออยู่ที่หน้าจอโพรเจกเตอร์ ทว่าทั้งพ่อและแม่กลับนั่งเงียบเชียบไม่พูดไม่จายิ่งทำให้หนูน้อยย้อนนึกถึงเมื่อครั้งที่ตนเองถูกแม่ใจร้ายพาไปที่ไหนสักแห่ง สถานที่นั้นค่อนข้างคับแคบ อุดอู้และทำให้รู้สึกหายใจไม่ออกตุ้บ!เสียงของน้ำขวดบนโต๊ะประชุมที่ถูกพนักงานหญิงคนหนึ่งเผลอปัดจนตกลงมา ทำให้ภาพและเสียงในหัวของมะต๋าวยิ่งชัดเจน วันนั้นหนูน้อยจำได้ว่าหลังจากที่แม่ตะคอกเสียงดังด้วยท่าทีถมึงทึงและแววตาโกรธกร้าว จากนั้นแม่ก็อุ้มเข้าไปวางไว้ในอะไรสักอย่างแล้วก็มีเสียงดังปึ้ง ทุกอย่างรอบตัวมืดมิดอย่างฉับพลันเหลือเพียงแสงรำไรที่ลอดเข้ามาใต้ประตูตอนนั้นหนูน้อยกลัวมากจนตะเบ็งเสียงร้องจ้า แต่ไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับมาไม่มีเสียงแม่ ไม่มีเสียงของใครเลยสักคนพอรู้ตัวว่าอยู่คนเดียวในความอนธการ ความหวาดวิตกก็ยิ่งก่อตัวขึ้น แต่หนูน้อยก็พยายามที่จะร้องให้ดังสุดเสียงหวังว่าใครสักคนอาจจะได้ยินแล้วพาหนูน้อยออกจากที่น่ากลัวตรงนั้นมะต๋าวจำได้ว่าวันนั้นตนเองร้องไห้จนเหนื่อย พอเ
"พี่คีคะตื่นได้แล้ว" เหนือฟ้าที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จโน้มตัวลงจุ๊บแก้มคนขี้เซาให้ตื่นขึ้น "มีประชุมตอนเก้าโมงไม่ใช่เหรอคะ""อื้อ ง่วงอ่ะ" เขาบ่นอู้อี้อยู่ใต้ผ้าห่มแล้วฉุดข้อมือเธอจนล้มลงบนเตียง"อย่างอแงสิคะ ไปอาบน้ำเร็วเข้าเดี๋ยวแม่เหนือจะเอามะต๋าวมาส่งที่ห้องค่ะ" เหนือฟ้าสั่งเสียงเขียวแล้วฟาดมือลงไปที่บั้นท้ายของภาคีเบาเบา"ก็ได้ครับ" เขาบอกแล้วลุกขึ้นนั่งในสภาพผมเผ้าชี้ฟูไปคนละทิศละทางก๊อก! ก๊อก!"มะต๋าวมาแล้ว" เหนือฟ้ารีบวิ่งไปเปิดประตูต้อนรับลูกชายเข้ามา "มะต๋าวแม่มาแล้วค่ะ ไปหาป้อกันครับ" เหนือฟ้ากางแขนรอให้ลูกชายโผตัวเข้ามากอด แต่มะต๋าวกลับซุกหน้าลงกับอกยายไม่ยอมสบตาเธอด้วยซ้ำ"สงสัยหลานจะงอนน่ะลูก ตอนที่ตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วไม่พบพ่อกับแม่เจอแต่ตากับยายก็ร้องไห้ใหญ่โต แม่ก็เลยต้องไปปลุกนิ่มฟ้ากับน่านฟ้ามาปลอบ ดีหน่อยยังติดพี่สาวพี่ชายบ้างถ้าติดแต่พวกลูกสองคนละก็คงไม่ต้องทำมาหากินอะไรแล้ว""เขาคงจะแปลกที่นอนด้วยค่ะ โอ๋โอ๋มะต๋าวของแม่หายงอนแม่นะครับ น้าาา" เหนือฟ้ารีบแย่งมะต๋าวมาจากยายนับเก้า"งองงอง" มะต๋าวที่จดจำคำพูด
เจ้าของวงแขนใหญ่ช้อนร่างกายนุ่มเต็มแน่นทุกสัดส่วนวางลงที่เตียงนอนคิงไซซ์แล้วกระโจนลงมาด้วยความเร็วเหนือฟ้าที่ไม่ทันได้ตั้งตัวสะดุ้งตกใจเมื่อเรียวลิ้นเกรี้ยวกราดรัดรึงรอบชิวหาของเธอจนพ่นคำพูดใด ๆ ไม่ออกจูบนี้ของภาคีดุเดือดเสมือนถูกเขาผลักลงไปในสนามรบ เล่นเอาวิญญาณในร่างถึงกับแตกดับเมื่อถูกกระตุ้นให้เคลิบเคลิ้นในรสจูบ เธอก็จำต้องปล่อยใจลอยไปตามบทเพลงหวามที่เขาควบคุม เหนือฟ้าจูบตอบและสนองคืนอย่างช่ำชอง"อื้อหนุนน้อยดุจัง" เขาผละริมฝีปากออกแล้วล็อกหัวเธออีกครั้งเพื่อบดจูบที่หนักหน่วงกว่าเดิมเสียงของริมฝีปากปะทะงับดูดกันเป็นพัลวัน ฝ่ามือหยาบกร้านสองข้างก็คอยนวดเค้นคลึงยอดถันสีชมพูอ่อนอย่างมันมือ ไม่นานนักจุกสวยก็ดีดเด้งออกมาจากป้านวงกลมจนตุ่มไตสองข้างตั้งชันเสมอกัน ปากร้ายของภาคีจึงถอนออกแล้วกลืนกินทั้งเต้าของเธอ"ฮึ่ม อื้อ" เหนือฟ้าครางและแอ่นอกสองข้างให้ภาคีดุนดันให้หนำใจ ตอนนี้เขาได้กลายร่างจากมนุษย์พ่อสู่ลูกคนที่แปดไปเรียบร้อยที่สำคัญเขายังดูดอกของเธอประหนึ่งว่าจะมีน้ำนมจริง ๆ ออกมาให้ดื่ม "พี่คี หิวเหรอคะฮึฮึ"เธอถามพลางหั
เหนือฟ้ามุ่นคิ้วมองคนเมาด้วยความโกรธ ทั้งที่เธออุตส่าห์ถ่างตาแต่งชุดวับแวมเพื่อยั่วยวนเขา แต่พ่อคุณดันเมาหัวราน้ำแถมยังมาหาว่าเธอตัวหนัก น่าตีชะมัด ไม่รู้ละเธอจะไปนอน"เชิญนอนไปคนเดียวเลย ฝันดี" เหนือฟ้ากระแทกเสียงแล้วก้าวขาลงจากโซฟา แต่ฝ่ามือที่ไวกว่ารวบคว้าเข้าไปกอด ทำให้สองเท้าที่ยังไม่ทันจะตั้งหลักเซถลาจนล้มลงบนตักเขา. "พี่ขอโทษหนุนน้อย ขอโทษครับ" เสียงแหบพร่าไล่รดทั่วต้นคอ ตามด้วยมือหยาบกระด้างที่กำลังสอดเข้าไปใต้กระโปรงซีทรูสีฟ้าอ่อน ปลายนิ้วร้ายชอนไชไปหาจุดอ่อนไหวที่ฝังตัวอยู่ในรอยแยกเบียดแน่น"อ๊า...พี่คี อื้อ...." เสียงของเหนือฟ้าขาดช่วงเพราะแพนตี้ลูกไม่ตัวบางกำลังถูกปลายนิ้วหนาแหวกออก แล้วจุ่มจ้วงทะยานเข้าไปในหลุมร้อนชื้นอย่างฉับพลัน "พ..พรุ่งนี้เหนือจะไปช้อปปิ้งให้แหลกเลย""เอาบัตรพี่ไปรูดใช้ได้ตามสบาย" เสียงเข้มกระซิบกระเซ่าตามด้วยการจับขาอวบสองข้างให้ตั้งคร่อมระหว่างขาของเขา ขณะที่มืออีกข้างสำรวจขึ้นไปเหนือเต้าอิ่มที่ทะลักล้นออกมาจากบราลูกไม้สีฟ้าเหนือฟ้าแหงนหน้าขึ้นคลี่ยิ้มบาง ๆ พลางเอนตัวทิ้งน้ำหนักไปด้านหลังให้เขาลงน้ำหนักกับเรณูเ
ครอบครัวคนเลี้ยงควายเดินออกมาส่งครอบครัวของมาสที่ต้องเดินทางกลับก่อนเวลา เนื่องจากเขาต้องบินไปดูงานต่างประเทศพร้อมกับพ่อแม่แล้วจึงบินกลับมาจัดการเรื่องงานหมั้นในสัปดาห์หน้าอีกทีภาคีจึงปล่อยให้เด็กทั้งสองเอ่ยคำร่ำลากันโดยการยืนมองอยู่ห่าง ๆ ไม่เข้าไปรบกวน"เราสองคนก็เป็นคู่หมั้นกันแล้วเนอะ คู่หมั้นที่แปลว่าโตไปเราจะแต่งงานกัน" มาสเอ่ยด้วยแววตามั่นคง"ถ้าโตไปแล้วอ้ายมาสเกิดเปลี่ยนใจไม่แต่งกับนิ่ม นิ่มก็ไม่ว่าอะไร" แม้เด็กหญิงจะบอกแบบนั้น แต่ใจก็รู้สึกหวั่นกลัว กลัวว่าอนาคตข้างหน้าเขาจะไปรักคนอื่นมาสยกมือประคองแก้มป่องของนิ่มฟ้าแล้วรั้งเข้ามาหา "อ้ายไม่เปลี่ยนใจ""โอ๊ย ยดน้ำตาลฟ่ำ" น้ำเงี้ยวยื่นหน้าเข้ามาแซวพี่หลังจากที่มาสเดินจากไป สีฝุ่นกับแม่ก็เตรียมเดินกลับโรงแรมด้วยกันเนื่องจากที่พักที่ภาคีจองไว้ให้อยู่ห่างจากบริษัทไปเพียงแปดร้อยเมตรเท่านั้น แต่น้ำเงี้ยวรีบวิ่งไปดักหน้าทั้งคู่"ฉะไปตี้ไหน งิ้วไปโตยได้ก่อ" น้ำเงี้ยวอ้อนสายรุ้งแล้วหันไปขอความเห็นจากสีฝุ่น"คุณสายรุ้งกับน้องฝุ่นไปรถผมเถอะครับ วันนี้ผมก็เปิดห้องพักที่โรงแรมเดี







