Teilen

บทที่ 2

last update Veröffentlichungsdatum: 05.01.2026 09:24:46

“แต่มองจากสถานที่และเวลา รวมไปถึงจุดที่ถูกพบศพทุกที่ล้วนเป็นจุดที่ตรงกันข้ามกัน หากหายไปทางทิศตะวันออก ศพจะถูกพบยังทิศตะวันตก หากหายไปจากทิศเหนือ ศพจะถูกพบยังทิศใต้”

เหวินซวี่ไห่เลิกคิ้วก่อนจะชะโงกหน้าไปมองบักทึก “จริงอย่างที่เจ้าว่า”

“ยังมีอีกสองจุดที่น่าสงสัย วันนี้ข้าจะไปดู”

“ข้าจะไปกับเจ้าด้วย”

กู้จื่อเหยียนพยักหน้า “ดีเหมือนกัน เจ้าคุ้นเคยพื้นที่มากกว่าข้า มีเจ้าอยู่ข้าเองก็วางใจมากขึ้น”

ทั้งสองรวบเก็บแผนที่จากนั้นจึงคว้าดาบประจำตัวขึ้น กระนั้นยังไม่ทันได้ก้าวออกไปจากห้อง เสียงอ่อนหวานของหญิงสาวนางหนึ่งก็ดังขึ้น

“พี่กู้ ท่านกำลังจะออกไปข้างนอกหรือเจ้าคะ”

“หลันเอ๋อร์” กู้จื่อเหยียนยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้า นางก็คืออันซิ่วหลัน บุตรสาวคนเดียวของอันฮั่ว เจ้าเมืองหลงอู่ “ข้ากับอาไห่กำลังจะออกไปสืบคดี เจ้ามีอะไรหรือ”

“ข้าเคี่ยวน้ำแกงเอาไว้ เห็นท่านยุ่งๆ เลยนำเข้ามาให้” หญิงสาวหันไปมองสาวใช้ที่กำลังยกถาดซึ่งมีน้ำแกงหอมกรุ่น “ดื่มตอนยังร้อนนะเจ้าคะ”

เหวินซวี่ไห่ยืนมองคนทั้งสองเงียบๆ จากนั้นจึงผละออกไปก่อนโดยไม่พูดอะไร กู้จื่อเหยียนรับน้ำแกงไปจิบคำหนึ่ง เขามองตามเหวินซวี่ไห่จากนั้นจึงวางถ้วยน้ำแกงลง

“ขอบใจเจ้ามาก วันนี้ข้าต้องออกไปสืบคดีข้างนอก ไม่รู้ว่าจะกลับเข้ามาเวลาใด เจ้าไม่ต้องทำมื้อเที่ยงให้ข้าแล้ว”

“เจ้าค่ะ” อันซิ่วหลันรับคำด้วยใบหน้าว่าง่าย กระทั่งยืนมองแผ่นหลังองอาจของกู้จื่อเหยียนเดินจากไปจนลับตา ใบหน้างดงามหม่นหมอง ริมฝีปากเม้มกันจนแน่น

“คุณหนูเจ้าคะ”

“ข้าอยากกลับห้อง”

“เจ้าค่ะ” เสี่ยวจิ่วรีบเข้ามาช่วยพยุง ในใจก็ได้แต่ลอบสงสารเพราะรับรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับอันซิ่วหลัน

คุณหนูของนางเป็นถึงบุตรสาวเจ้าเมือง แน่นอนย่อมมีบุรุษมากมายหมายปอง แต่ถึงอย่างนั้นหลายปีมานี้ฮูหยินผู้เป็นมารดากลับมองหาเพียงบุตรชายขุนนางที่มีฐานะเท่าเทียมกัน ทั้งที่ล่วงรู้ว่าบุตรสาวของตนรักใคร่ชอบพออยู่กับเหวินซวี่ไห่

ชายหนุ่มถูกมารดาของอันซิ่วหลันกีดกัน กระทั่งจะพบกันก็ไม่อาจทำได้ หากแต่ท่านเจ้าเมืองเองก็เห็นใจจึงไม่อาจตำหนิคนทั้งสอง ด้วยเพราะลึกๆ แล้วเขาเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกกังวลกับฐานะที่คลุมเครือของเหวินซวี่ไห่เช่นกัน

การย้ายมาของกู้จื่อเหยียนเติมเต็มความหวังของตระกูลอัน เช่นกันกับอันซิ่วหลันที่ชมชอบในตัวกู้จื่อเหยียน ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างหญิงสาวกับเหวินซวี่ไห่จึงถูกปกปิดเอาไว้ กระทั่งหลายวันก่อนหน้า...

อันซิ่วหลันนั่งเหม่อมองเตียงนอนของตัวเอง คืนนั้นนางเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะขัดขืน ด้วยเพราะลึกๆ ยังคงมีใจให้เหวินซวี่ไห่

“ข้าจะทำอย่างไรดี” อันซิ่วหลันพึมพำกับตัวเอง หลายเดือนก่อนบิดาและมารดาของกู้จื่อเหยียนเดินทางมายังเมืองหลงอู่ ทั้งสองชมชอบในตัวนางไม่น้อย ทั้งยังเคยเกริ่นถึงการหมั้นหมาย

กู้จื่อเหยียนเองแม้ยังไม่ได้มีใจให้นาง แต่เขาเองก็ไม่มีคนอื่น ดังนั้นจึงไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธ ทำให้นางมีความหวังว่าจะเริ่มต้นใหม่

ด้วยฐานะที่เท่าเทียมกันของสองตระกูล การแต่งงานครั้งนี้จึงจะมีทั้งบิดาและมารดาของนางสนับสนุน มิใช่การแต่งงานที่ไร้ซึ่งความหวัง หากเทียบกับการแต่งงานกับเหวินซวี่ไห่

กระนั้นในคืนที่เหวินซวี่ไห่รับรู้ถึงข่าวการหมั้นหมาย เขากลับดื่มจนเมามายและเข้ามาหานางในห้อง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แต่นางมั่นใจว่าทั้งนางและเขาต่างก็รู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่

ทางขึ้นหั่วซานวังเวงและเงียบงันกว่าที่กู้จื่อเหยียนคิด เขามองไปโดยรอบรับรู้ถึงความเย็นเยือกที่โอบล้อม กระนั้นในใจของชายหนุ่มยังคงพยายามคิดว่าเป็นเพราะความอุดมสมบูรณ์ของป่า เพราะพื้นที่โดยรอบนั้นมีต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นหนาทึบ

ม้าของชายหนุ่มทั้งสองดูแตกตื่น มันไม่ยอมเดินต่อดังนั้นทั้งสองจึงได้แต่ลงจากหลังม้า ก่อนผูกมันเอาไว้แล้วออกเดินไปรอบบริเวณ

แผนที่ถูกกางออกมาอีกครั้ง หากแต่เมื่อมองไปยังสหายของตน เขากลับเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม “มีอะไรหรือ”

เหวินซวี่ไห่เงยหน้าขึ้นมองไปยังหมอกหนาซึ่งปกคลุม กระทั่งมองไม่เห็นยอดเขาที่อยู่สูงขึ้นไป “ข้าไม่ชอบที่นี่”

กู้จื่อเหยียนหัวเราะ “กลัวหรือ”

“หั่วซานเป็นสถานที่ของภูตผีปีศาจ ชาวบ้านที่นี่ต่างก็ไม่กล้ากล้ำกราย แม้ไม่อยากเชื่อแต่หลายปีมานี้เจ้าไม่สังเกตหรือว่าไม่ว่าใครก็ไม่กล้าลบหลู่”

“ข้าไม่ได้คิดลบหลู่ หากแต่คดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นเราที่เป็นมือปราบย่อมต้องหาทางคลี่คลาย หากปล่อยไว้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อชาวเมืองหลงอู่”

เหวินซวี่ไห่ชะงักก่อนจะมองตรงไปยังกู้จื่อเหยียน “แล้วหากเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราสามารถรับมือได้เล่า”

“เจ้าหมายถึงว่าเรื่องนี้อาจเป็นฝีมือของภูตผีปิศาจจริงๆ กระมัง

“ใช่”

“เช่นนั้นก็มาดูกันว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง”

กู้จื่อเหยียนหัวเราะด้วยท่าทีไม่จริงจัง เพราะลึกๆ แล้วยังคงไม่เชื่อในเรื่องเหล่านี้

เหวินซวี่ไห่มองท่าทีนั้นแล้วได้แต่ถอนหายใจออกมา “จื่อเหยียน เจ้าเป็นคนดีมีฝีมือ ข้าว่า...”

“มาเถิด เราเดินดูแถวนี้สักรอบ หากไม่มีสิ่งผิดปกติค่อยกลับไปดูอีกด้าน หากเป็นอย่างที่ข้าคาดการณ์ ไม่แน่ว่าเราอาจได้เบาะแสอะไรบ้าง”

กู้จื่อเหยียนเดินไปข้างหน้าด้วยท่าทีสงสัย เดิมทีป่ารกทึบเช่นนี้สมควรมีสัตว์น้อยใหญ่ หากดูจากความสมบูรณ์ของป่า หากแต่ตอนนี้กลับไม่มีแม้แต่เสียงนกร้อง ราวกับรอบด้านไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต

ยิ่งเดินขึ้นเขาทางเดินก็ยิ่งชันขึ้น เดิมทีหั่วซานแห่งนี้ก็ไม่ใคร่จะมีคนกล้าเข้าใกล้ ดังนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงถนนที่ไม่มีใครสัญจรผ่าน เพราะต้นไม้และใบไม้ได้ทับถมจนยากจะแยกออก

ใบหน้าหล่อเหลาของกู้จื่อเหยียนเผยแววครุ่นคิด เขามองไปโดยรอบด้วยความสงสัย กระทั่งหันไปมองเหวินซวี่ไห่ที่มองไปโดยรอบเช่นกัน “เจ้าไม่รู้สึกว่าน่าสงสัยหรอกหรือ”

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 53 จบ

    เอวอ่อนขยับหมุนตอบรับเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่เขาเหนื่อยอ่อนจนเกินไป ดังนั้นจึงตอบสนองอีกสักรอบสองรอบอย่างที่ใจอยากไม่ได้อา...ถ้านี่คือความฝัน อย่างนั้นเขาก็อยากจะฝันให้นานกว่านี้อีกสักหน่อยไม่รู้ว่าหลับไปกี่ชั่วโมงเหวินซวี่ไห่เหมือนจำได้ว่าออกมาจากบ้านตอนเก้าโมงเช้า ลืมตามองนาฬิกาบนผนังเป็นเวลาบ่ายสอง แต่อากาศมืดครึ้มและเสียงฝนที่ซัดสาด ทำให้ภายในห้องมืดสลัวถึงอย่างนั้นเมื่อเหลือบสายตามองช่วงล่างของตัวเอง ชายหนุ่มก็ได้แต่อ้าปากครวญเสียงสั่น แก่นกายในอุ้งปากแดงเรื่อซึ่งกลืนกินเขาจนมิด ทำให้ร่างแกร่งเกร็งแน่น เขาสูดปากพร้อมกับแอ่นเอวสอบขึ้นโดยไม่รู้ตัว“โอ...” สายตาคมสานสบกับดวงตายั่วยวนใบหน้างามซึ่งก้มอยู่ชิดกับกายส่วนล่าง ปลายลิ้นที่กำลังไล้เลียส่วนปลายของเขาซึ่งยังคงหลงเหลือธารร้อน“ตื่นก็ดีแล้ว” หญิงสาวเลียริมฝีปากก่อนค่อยๆ ขยับกายขึ้นทาบทับร่างสูง เขามองเหม่อด้วยหัวใจเต้นรัว ร่างกายซาบซ่านราวกำลังจะระเบิดออกมานึกว่าเป็นความฝันที่แท้เรื่องทั้งหมดคือความจริง จริงยิ่งกว่าจริง เพราะร่างงามตรงหน้ากำลังคร่อมร่างเขา เหวินซวี่ไห่คว้าสะโพกนิ่มเอาไว้แน่น เขากางขาออกเล็กน้อยในยามที่สอดเสย

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 52

    “อา...” แก่นกายร้อนถูกบางอย่างกอบกุมชายหนุ่มลืมตาพรวด ไม่รู้ว่ากางเกงของเขาร่นลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนนี้ที่เขาก้มลงเห็นคือมือข้างหนึ่งของเสี่ยวไป๋กำลังรูดรัดตัวตนของเขาที่แข็งขึงชูชัน“แหม น่ารักจริงนะคะ ตัวสั่นเชียว” หญิงสาวกระซิบ “แต่ไม่ต้องกลัวนะคะ ฉันไม่บุบสลายง่ายๆ หรอก ถึงอยากทำอย่างในคลิปนั่นก็ไม่เป็นไร”เหวินซวี่ไห่คำรามออกมา เขาดันร่างหญิงสาวไปข้างหลัง จนเสี่ยวไป๋ชนกับโต๊ะ ร่างเล็กถูกกดลงไปนอนราบกับโต๊ะ เกาะออกถูกรั้งลงมาจนอกอิ่มดีดตัวเป็นอิสระ ชายกระโปรงถูกถลกขึ้นสูง สองขาถูกแหวกออกอย่างหยาบคาย กระทั่งแพนตี้ลูกไม้เองเขาก็ไม่เสียเวลาถอด เพียงใช้ปลายนิ้วเขี่ยไปให้พ้นทางชายหนุ่มไม่พูดพร่ำดันตัวตนพร้อมพรั่งของตัวเองเข้าไปทันที กดพรวดโดยไม่รั้งรอ“อ๊า!!!” เขาคำรามออกมาเสียงดัง แนบกายด้านหน้าลงกับเรือนกายนุ่ม เรือนกายสะท้านราวกับบางอย่างปริแตก แต่ถึงอย่างนั้นความสุขสมหวิวไหวกลับเข้าครอบงำเสี่ยวไป๋เองก็กระสันซ่านจนร่างสั่นระริก แม้ภายในแห้งเหือดแต่แก่นกายร้อนรุ่มกลับเติมเต็มความหิวโหยในช่วงหลายวันมานี้ เรียวขาเพรียวแยกออกเพื่อเพิ่มความแนบชิด กอดเกี่ยวเอวสอบที่กดลึกจนร่างทั้งสอง

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 51

    เสี่ยวไป๋หัวเราะกับความใสซื่อที่มากับน้ำเสียง “ก็ไม่เชิงค่ะ แต่ที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ถ้าเกิดอะไรขึ้นคงตามหาตัวได้ไม่ยาก” เธอพูดพร้อมกับหัวเราะคิกสร้างความผ่อนคลายให้กับปลายสาย“ครับ เดี๋ยวผมเอาบัตรประจำตัวไปด้วย จะรอให้คุณแม่กลับมาก็คงอีกนาน ผมเอากุญแจไปให้คุณแล้วรออยู่ข้างนอกก็ได้ คุณจะได้ไม่กังวล”“ค่ะ” เสี่ยวไป๋ตอบรับ ในใจยิ้มกริ่มขอเพียงเขามาคนเดียวทุกอย่างก็ง่ายแล้วบ้านเช่าหลังนี้อยู่ห้างจากบ้านหลังอื่นไปเล็กน้อย กำแพงสูงที่ล้อมรอบทำให้มองไม่เห็นตัวบ้าน แต่โดยรวมแล้วสภาพแวดล้อมก็ดูไม่เลว อีกทั้งยังห่างไกลความเจริญพอสมควร หากจะค้างสักสองสามคืนก็นับว่าไม่เลวรถกระบะคันเล็กวิ่งเข้ามาจอดตามมาด้วยร่างสูงซึ่งก้าวลงมา เสี่ยวไป๋ลมหายใจสะดุด ดวงตาจดจ้องชายหนุ่มที่เดินตรงเข้ามาหานิ่ง หัวใจเต้นรัวด้วยความยินดี‘เหวินซวี่ไห่’หนุ่มน้อยคนนี้คือเหวินซวี่ไห่ไม่ผิดแน่ และเขาในตอนนี้น่าจะอายุน่าจะไม่เกินยี่สิบ หรือ...อาจจะมากกว่านั้นไม่กี่ปีชายหนุ่มกลืนน้ำลายให้กับหญิงสาวผู้เย้ายวนตรงหน้า เดรสเกาะอกสีแดงขับผิวกายขาวเนียน ส่งให้ร่างอวบอัดสมส่วนน่ามอง น่าสัมผัสไปทั่วทั้งตัว ทำให้หัวใจของเขาสั่น

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 50

    แสงแรกของยามเช้าสาดส่องใบหน้างามซึ่งกำลังแย้มยิ้ม นางเลื่อนมือขึ้นลูบไล้แผ่นอกหนั่นแน่น เอวอ่อนบดเบียดช้าๆ เป็นจังหวะยั่วยวน“ขึ้นอยู่กับว่าท่านมีสิ่งใดดึงดูดใจให้ข้าตื่นขึ้น”กู้จื่อเหยียนกอดร่างงามแนบอก “สวรรค์ เจ้าตื่นขึ้นมาแล้ว”นางหัวเราะเสียงเบา “ข้าขอโทษ”“อย่าขอโทษ เจ้าไม่ผิด คนที่ผิดคือข้า เป็นข้าเอง” เขากอดนางแน่นพร้อมจุมพิตลงไปบนเรือนผมของหญิงสาว“ลำบากท่านแล้ว ข้าเพิ่งรู้ว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่ที่ข้าเข้าใจ”“ไม่เลยอะไรก็ได้ขอเพียงเจ้าตื่นขึ้น ไม่ว่าสิ่งใดล้วนไม่เป็นไร” เขากระซิบเสียงเบา หากแต่นางกลับทำให้เขาครวญออกมาพร้อมกับร่างสั่นสะท้านเหมยอวี่ซินไล้เลียลำคอแกร่ง “ข้ากลายเป็นปิศาจราคะไม่อาจหวนคืนเป็นคนเดิมอีกแล้ว ท่านเตรียมตัวแล้วหรือยัง”เอวสอบกระทั้นเข้าหานางลึกล้ำ “อา...ดีเหลือเกิน นี่สิจึงเรียกว่าความสุขสมที่ปรารถนา” เขาจุมพิตนางคราหนึ่ง “แม่นางต้องการแบบใดเล่าข้าน้อยพร้อมรับใช้”หญิงสาวพลิกกายกดเขาลงกับพื้น ดวงตาพราวระยับพร้อมกับปลายลิ้นที่ไล้เลียไปรอบริมฝีปากแห้งผาก นางยกสะโพกขึ้น ก่อนกดลงไปกับความแข็งขึงจนสุดทางเสียงครางกระเส่าดังขึ้นผสานกัน บทรักอันเร่าร้อนของทั

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 49

    ในความมืดอันเวิ้งว้างว่างเปล่า เหมยอวี่ซินลุกขึ้นมาด้วยใบหน้าสิ้นหวัง นางมองศพของตัวเองซึ่งกำลังถูกโยนลงไปในบ่อน้ำ ก่อนเดินตามมือสังหารที่สังหารนางไปโดยไม่รู้ตัวบุรุษผู้นั้นคือองครักษ์คนสนิทของฟู่เฉิง เขามาเพื่อมอบความตายให้นาง ตามคำสั่งของผู้เป็นนาย และวิญญาณของนางก็ถูกจองจำด้วยมนต์ดำแห่งความชั่วร้ายบุรุษผู้นั้นกลับมายังจวนอัครมหาเสนาบดี เขาเดินเข้าไปยังเรือนหลังอันเงียบงันไม่มีแม้แต่สาวใช้เข้ามาห้ามปราม กระทั่งเดินเข้าไปในห้องนอน ซึ่งในนั้นมีร่างของเซี่ยจิ้งนอนหลับอยู่ร่างสูงถอดเสื้อผ้าออกจากนั้นปีนขึ้นเตียง มือใหญ่ลูบไล้และปลุกเร้า กระทั่งเซี่ยจิ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าแตกตื่น หากแต่ต่อมาเมื่อมองเห็นชัดว่าเขาเป็นใคร นางกลับยิ้มกว้างออกมาบุรุษผู้นั้นดึงทึ้งชุดของเซี่ยจิ้งออก จากนั้นคนทั้งสองก็โผเข้าหา กอดรัด พัวพัน คลอเคลียแนบชิด เสียงครางกระเส่าดังเล็ดลอดออกมาจากม่านหน้าเตียง เสียงกระทั้นกระแทกรุนแรง ยิ่งมาก็ยิ่งเรียกความเสียวซ่าน จนร่างงามของเซี่ยจิ้งสะท้านไหวนางไม่เพียงไม่รังเกียจ หากแต่ยังชื่นชอบความอึด และความแกร่งกล้าขององครักษ์ผู้นั้น คราแรกอาจปฏิเสธแต่ต่อมากลับโหยหา แ

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 48

    ร่างสูงลุกขึ้นพร้อมกับกดร่างงามเข้าหาตัว พยุงให้นางแนบชิดกายส่วนหน้า เขาเดินลงไปในน้ำซึ่งปริ่มขึ้นมาถึงเอว จากนั้นเลื่อนมือเข้ากอบกุมสะโพกนิ่ม สอดตัวตนเข้าหานางเชื่องช้า“อา...ซินเอ๋อร์ ข้าคิดถึงเจ้า”ร่างแกร่งสะท้านเพราะนางเป็นฝ่ายกดเอวอ่อนเข้าหาเขา ราวกับไม่อาจทนอีกต่อไป ท่อนขาเพรียวกอดรัดเอวสอบโยกคลึงเบาๆ อย่างยั่วเย้า พร้อมกับจุมพิตพัวพันซึ่งรุกเร้าจุ่มจ้วงกู้จื่อเหยียนขบเม้มผิวนวลพร้อมกับถาโถมเอวสอบเข้าหาความอ่อนนุ่มซึ่งบีบรัด จังหวะร้อนแรงแผดเผา ส่งผลให้ผิวน้ำเกิดเป็นระลอกคลื่นกระทบเข้าหาริมฝั่งเสียงอันรัญจวนซึ่งเกิดจากการสอดประสาน นำพาความสุขสมซาบซ่านให้อบอวลทั่วบริเวณร่างสองร่างกอดเกี่ยวพัวพันแนบชิด เสียงครวญกระเส่าดังสลับกับเสียงผิวเนื้อกระทั้นกระแทก กลิ่นแห่งกามารมณ์ในอากาศ ผสานกับกลิ่นของดอกเหมยแดง ซึ่งปลิดปลิวกับสายลมกู้จื่อเหยียนดำดิ่งลงไปในห้วงแห่งความปรารถนา เขาเดินกลับเข้าหาฝั่ง วางร่างงามลงราบกับพื้น พร้อมกับเอนกายขึ้นทาบทับส่วนประสานยังคงแนบชิด ในยามที่กายแกร่งยกขึ้นสูง เพียงเพื่อให้เขาได้มองนางในยามที่เขาโจ้นจ้วงลึกล้ำ มือใหญ่เลื่อนไปกอบกุมอกอิ่ม บีบเคล้นตามจัง

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 33

    นางไม่ได้ตาฝาด เมื่อครู่นางเห็นเขาจริงๆ เขาที่กำลังจูงม้าเดินไปตามท้องถนนด้วยรอยยิ้ม ในมือถือปิ่นประดับมุกส่องประกายงดงาม รอยยิ้มของเขาอ่อนโยนเช่นที่นางได้เห็นในคราแรก วันที่เขาเดินทางไปสอบจอหงวนเซี่ยจิ้งพุ่งกายเข้าไปหากู้จื่อเหยียน หากแต่เงาร่างสีขาวกลับถูกบางอย่างกระแทกออกมา เสี่ยวไป๋รีบเข้าไปรั

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 32

    อ้อยอิ่งอยู่บนเตียงจนแสงแดดสาดส่อง หลังลงจากเตียงกู้จื่อเหยียนรีบเข้าครัวจุดเตา เขาต้มน้ำและทำทุกอย่างด้วยตัวเองอย่างไม่รังเกียจ คิดถึงแผ่นหลังอันสับสนของเหมยอวี่ซินที่นอนหันหลังให้เขา รอยยิ้มขบขันก็เผยออกมาไม่รู้ว่านางกินอาหารได้อย่างมนุษย์หรือไม่ ดังนั้นเขาจึงต้องไปรบกวนท่านป้าข้างบ้านเพื่อขอแบ่

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 30

    กู้จื่อเหยียนยังคงตื่นก่อนนาง และครั้งนี้เขาก็ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง เขานอนมองหญิงสาวในอ้อมแขนซึ่งหลับสนิท จากนั้นได้แต่ถอนหายใจออกมาเสียงเบา มองดูใบหน้างามที่กำลังหลับใหลเพราะเหนื่อยอ่อน เขาให้รู้สึกจนใจยิ่งนักเขาอยากให้นางรับรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น แต่เพียงแค่คิดว่าหากนางรับรู้แล้วหนีห่าง จาก

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 29

    เหวินซวี่ไห่เอนแผ่นหลังพิงขอบโต๊ะ เขามองหญิงสาวที่คร่อมอยู่บนตักค่อยๆ ไล้ปลายนิ้วเข้ากับความยาวของตน ลมหายใจที่เคยหนักหน่วงกลับติดขัด“ข้าซุกซนที่ไหนเล่า” นางกระซิบด้วยท่าทีเจ้าเล่ห์ “ท่านมิใช่เพิ่งสอนข้าหรอกหรือว่าปลายนิ้วมีอำนาจเพียงใด”“อา” เหวินซวี่ไห่สะท้านไปทั้งกายเพราะมือเล็กกอบกุมตัวตนของเข

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status