Share

บทที่ 2

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-05 09:24:46

“แต่มองจากสถานที่และเวลา รวมไปถึงจุดที่ถูกพบศพทุกที่ล้วนเป็นจุดที่ตรงกันข้ามกัน หากหายไปทางทิศตะวันออก ศพจะถูกพบยังทิศตะวันตก หากหายไปจากทิศเหนือ ศพจะถูกพบยังทิศใต้”

เหวินซวี่ไห่เลิกคิ้วก่อนจะชะโงกหน้าไปมองบักทึก “จริงอย่างที่เจ้าว่า”

“ยังมีอีกสองจุดที่น่าสงสัย วันนี้ข้าจะไปดู”

“ข้าจะไปกับเจ้าด้วย”

กู้จื่อเหยียนพยักหน้า “ดีเหมือนกัน เจ้าคุ้นเคยพื้นที่มากกว่าข้า มีเจ้าอยู่ข้าเองก็วางใจมากขึ้น”

ทั้งสองรวบเก็บแผนที่จากนั้นจึงคว้าดาบประจำตัวขึ้น กระนั้นยังไม่ทันได้ก้าวออกไปจากห้อง เสียงอ่อนหวานของหญิงสาวนางหนึ่งก็ดังขึ้น

“พี่กู้ ท่านกำลังจะออกไปข้างนอกหรือเจ้าคะ”

“หลันเอ๋อร์” กู้จื่อเหยียนยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้า นางก็คืออันซิ่วหลัน บุตรสาวคนเดียวของอันฮั่ว เจ้าเมืองหลงอู่ “ข้ากับอาไห่กำลังจะออกไปสืบคดี เจ้ามีอะไรหรือ”

“ข้าเคี่ยวน้ำแกงเอาไว้ เห็นท่านยุ่งๆ เลยนำเข้ามาให้” หญิงสาวหันไปมองสาวใช้ที่กำลังยกถาดซึ่งมีน้ำแกงหอมกรุ่น “ดื่มตอนยังร้อนนะเจ้าคะ”

เหวินซวี่ไห่ยืนมองคนทั้งสองเงียบๆ จากนั้นจึงผละออกไปก่อนโดยไม่พูดอะไร กู้จื่อเหยียนรับน้ำแกงไปจิบคำหนึ่ง เขามองตามเหวินซวี่ไห่จากนั้นจึงวางถ้วยน้ำแกงลง

“ขอบใจเจ้ามาก วันนี้ข้าต้องออกไปสืบคดีข้างนอก ไม่รู้ว่าจะกลับเข้ามาเวลาใด เจ้าไม่ต้องทำมื้อเที่ยงให้ข้าแล้ว”

“เจ้าค่ะ” อันซิ่วหลันรับคำด้วยใบหน้าว่าง่าย กระทั่งยืนมองแผ่นหลังองอาจของกู้จื่อเหยียนเดินจากไปจนลับตา ใบหน้างดงามหม่นหมอง ริมฝีปากเม้มกันจนแน่น

“คุณหนูเจ้าคะ”

“ข้าอยากกลับห้อง”

“เจ้าค่ะ” เสี่ยวจิ่วรีบเข้ามาช่วยพยุง ในใจก็ได้แต่ลอบสงสารเพราะรับรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับอันซิ่วหลัน

คุณหนูของนางเป็นถึงบุตรสาวเจ้าเมือง แน่นอนย่อมมีบุรุษมากมายหมายปอง แต่ถึงอย่างนั้นหลายปีมานี้ฮูหยินผู้เป็นมารดากลับมองหาเพียงบุตรชายขุนนางที่มีฐานะเท่าเทียมกัน ทั้งที่ล่วงรู้ว่าบุตรสาวของตนรักใคร่ชอบพออยู่กับเหวินซวี่ไห่

ชายหนุ่มถูกมารดาของอันซิ่วหลันกีดกัน กระทั่งจะพบกันก็ไม่อาจทำได้ หากแต่ท่านเจ้าเมืองเองก็เห็นใจจึงไม่อาจตำหนิคนทั้งสอง ด้วยเพราะลึกๆ แล้วเขาเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกกังวลกับฐานะที่คลุมเครือของเหวินซวี่ไห่เช่นกัน

การย้ายมาของกู้จื่อเหยียนเติมเต็มความหวังของตระกูลอัน เช่นกันกับอันซิ่วหลันที่ชมชอบในตัวกู้จื่อเหยียน ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างหญิงสาวกับเหวินซวี่ไห่จึงถูกปกปิดเอาไว้ กระทั่งหลายวันก่อนหน้า...

อันซิ่วหลันนั่งเหม่อมองเตียงนอนของตัวเอง คืนนั้นนางเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะขัดขืน ด้วยเพราะลึกๆ ยังคงมีใจให้เหวินซวี่ไห่

“ข้าจะทำอย่างไรดี” อันซิ่วหลันพึมพำกับตัวเอง หลายเดือนก่อนบิดาและมารดาของกู้จื่อเหยียนเดินทางมายังเมืองหลงอู่ ทั้งสองชมชอบในตัวนางไม่น้อย ทั้งยังเคยเกริ่นถึงการหมั้นหมาย

กู้จื่อเหยียนเองแม้ยังไม่ได้มีใจให้นาง แต่เขาเองก็ไม่มีคนอื่น ดังนั้นจึงไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธ ทำให้นางมีความหวังว่าจะเริ่มต้นใหม่

ด้วยฐานะที่เท่าเทียมกันของสองตระกูล การแต่งงานครั้งนี้จึงจะมีทั้งบิดาและมารดาของนางสนับสนุน มิใช่การแต่งงานที่ไร้ซึ่งความหวัง หากเทียบกับการแต่งงานกับเหวินซวี่ไห่

กระนั้นในคืนที่เหวินซวี่ไห่รับรู้ถึงข่าวการหมั้นหมาย เขากลับดื่มจนเมามายและเข้ามาหานางในห้อง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แต่นางมั่นใจว่าทั้งนางและเขาต่างก็รู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่

ทางขึ้นหั่วซานวังเวงและเงียบงันกว่าที่กู้จื่อเหยียนคิด เขามองไปโดยรอบรับรู้ถึงความเย็นเยือกที่โอบล้อม กระนั้นในใจของชายหนุ่มยังคงพยายามคิดว่าเป็นเพราะความอุดมสมบูรณ์ของป่า เพราะพื้นที่โดยรอบนั้นมีต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นหนาทึบ

ม้าของชายหนุ่มทั้งสองดูแตกตื่น มันไม่ยอมเดินต่อดังนั้นทั้งสองจึงได้แต่ลงจากหลังม้า ก่อนผูกมันเอาไว้แล้วออกเดินไปรอบบริเวณ

แผนที่ถูกกางออกมาอีกครั้ง หากแต่เมื่อมองไปยังสหายของตน เขากลับเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม “มีอะไรหรือ”

เหวินซวี่ไห่เงยหน้าขึ้นมองไปยังหมอกหนาซึ่งปกคลุม กระทั่งมองไม่เห็นยอดเขาที่อยู่สูงขึ้นไป “ข้าไม่ชอบที่นี่”

กู้จื่อเหยียนหัวเราะ “กลัวหรือ”

“หั่วซานเป็นสถานที่ของภูตผีปีศาจ ชาวบ้านที่นี่ต่างก็ไม่กล้ากล้ำกราย แม้ไม่อยากเชื่อแต่หลายปีมานี้เจ้าไม่สังเกตหรือว่าไม่ว่าใครก็ไม่กล้าลบหลู่”

“ข้าไม่ได้คิดลบหลู่ หากแต่คดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นเราที่เป็นมือปราบย่อมต้องหาทางคลี่คลาย หากปล่อยไว้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อชาวเมืองหลงอู่”

เหวินซวี่ไห่ชะงักก่อนจะมองตรงไปยังกู้จื่อเหยียน “แล้วหากเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราสามารถรับมือได้เล่า”

“เจ้าหมายถึงว่าเรื่องนี้อาจเป็นฝีมือของภูตผีปิศาจจริงๆ กระมัง

“ใช่”

“เช่นนั้นก็มาดูกันว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง”

กู้จื่อเหยียนหัวเราะด้วยท่าทีไม่จริงจัง เพราะลึกๆ แล้วยังคงไม่เชื่อในเรื่องเหล่านี้

เหวินซวี่ไห่มองท่าทีนั้นแล้วได้แต่ถอนหายใจออกมา “จื่อเหยียน เจ้าเป็นคนดีมีฝีมือ ข้าว่า...”

“มาเถิด เราเดินดูแถวนี้สักรอบ หากไม่มีสิ่งผิดปกติค่อยกลับไปดูอีกด้าน หากเป็นอย่างที่ข้าคาดการณ์ ไม่แน่ว่าเราอาจได้เบาะแสอะไรบ้าง”

กู้จื่อเหยียนเดินไปข้างหน้าด้วยท่าทีสงสัย เดิมทีป่ารกทึบเช่นนี้สมควรมีสัตว์น้อยใหญ่ หากดูจากความสมบูรณ์ของป่า หากแต่ตอนนี้กลับไม่มีแม้แต่เสียงนกร้อง ราวกับรอบด้านไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต

ยิ่งเดินขึ้นเขาทางเดินก็ยิ่งชันขึ้น เดิมทีหั่วซานแห่งนี้ก็ไม่ใคร่จะมีคนกล้าเข้าใกล้ ดังนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงถนนที่ไม่มีใครสัญจรผ่าน เพราะต้นไม้และใบไม้ได้ทับถมจนยากจะแยกออก

ใบหน้าหล่อเหลาของกู้จื่อเหยียนเผยแววครุ่นคิด เขามองไปโดยรอบด้วยความสงสัย กระทั่งหันไปมองเหวินซวี่ไห่ที่มองไปโดยรอบเช่นกัน “เจ้าไม่รู้สึกว่าน่าสงสัยหรอกหรือ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 10

    ในขณะที่กู้จื่อเหยียนถามคำถามว่าเหมยอวี่ซินคือใคร หญิงสาวเองก็กำลังถามคำถามเดียวกันนั้นกับตัวเอง นางหลับใหลมานาน...นานมากหนึ่งพันปีที่นางหลงลืม กระทั่งเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นได้ความแค้นในใจที่รอวันสะสาง กระนั้นความแค้นที่อัดแน่นนั้นกลับเต็มไปด้วยความอึดอัด นางหลงลืมหลายเรื่องคล้ายกับมีบางอย่างบดบังตัวนางเป็นใคร เกิดอะไรขึ้น และเพราะเหตุใดนางจึงหลับใหล ก่อนหน้านี้นางแค้นใคร ตัวนางในยามนี้มิใช่ปิศาจแน่หรือเมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้งต้นเหมยแดงตั้งตระหง่าน ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ ความรู้สึกมากมายถาโถม เหมยอวี่ซินพลันหลับตาสูดลมหายใจ มือข้างหนึ่งยื่นออกมาพร้อมกับแบออกพลังในกายแผ่ซ่านออกมากระทั่งร่างทั้งร่างเปล่งประกายสีทอง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งเมฆหมอกที่ปกคลุมยังเหนือยอดหั่วซานกลับเปิดออก แสงแดดส่องลอดมายังเหมยแดงซึ่งเบ่งบานตลอดสามฤดู“เหมยแดงพันปี อายุเท่ากับช่วงเวลาที่ข้าหลับใหล” นางพูดกับตัวเองเสียงเบา รับรู้ว่าชีวิตของนางผูกติดกับต้นเหมยตรงหน้าครุ่นคิดถึงเรื่องในวันที่นางตื่นขึ้น นับจากเลือดของกู้จื่อเหยียนหยดลงไปยังพื้นดิน รากของต้นเหมยที่ดูดซับเลือดเพียงหยดเดียว กลับสามารถปลุกน

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 9

    เหมยอวี่ซินหัวเราะเบาๆ กับน้ำเสียงสุภาพของชายหนุ่ม ‘เจ้าเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสา โดนสหายทรยศจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ตอนนี้ยังมัวมานั่งคิดหาเหตุผล ไม่เรียกโง่งมยังจะเรียกอะไรได้อีก’กู้จื่อเหยียนคิ้วกระตุกกับประโยคแรกของนาง ‘ข้าจะครบยี่สิบสี่ปีเต็มแล้ว ทั้งยังเป็นถึงหัวหน้ามือปราบ’‘ข้าหลับใหลมาพันปี สำหรับข้าอย่างไรเจ้าก็คือเด็กน้อย’เขาเถียงสู้นางไม่ได้จึงได้แต่ถอนใจอย่างจำนน ‘ข้าคบหาเขาเป็นสหายได้เพียงปีเดียวก็จริง แต่อาไห่เป็นคนไม่เลว’‘เป็นคนไม่เลวที่มีใจอยากสังหารเจ้า’ นางต่อประโยคของเขาทันที‘ข้ามั่นใจว่าต้องมีบางเรื่องอยู่เบื้องหลัง ว่าแต่เรื่องที่หั่วซาน ท่านพอจะรู้ต้นสายปลายเหตุหรือไม่’ กู้จื่อเหยียนไม่อยากต่อคำกับนาง ดังนั้นจึงได้แต่เดินไปยังจวนว่าการเงียบๆ ที่นั่นใต้เท้าอันกำลังรออยู่ชายหนุ่มคาดไม่ผิดเพราะนี่คือศพแรกจากคดีประหลาดจริงๆ เขาอาสาทำคดีนี้เอง โดยบอกใต้เท้าอันให้เหวินซวี่ไห่รับผิดชอบคดีอื่นเขาคิดและหวังจริงๆ ว่า หากเขาสามารถไขคดีนี้ได้ พร้อมกันนั้นก็มองหาสาเหตุที่ทำให้เหวินซวี่ไห่ทำร้ายเขา บางทีเขาอาจเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่างให้เป็นไปในทางที่ดีกู้จื่อเหยียนเดินออกมาขึ้นม

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 8

    เงาร่างของเหวินซวี่ไห่หายลับไปกับกลุ่มเมฆหมอก กู้จื่อเหยียนหลับตาลง กระทั่งรับรู้ถึงแรงกระแทกมหาศาลบวกกับความเจ็บปวดจนร่างแทบแหลกสลายหากแต่...เพราะเหตุใดจึงรวดเร็วถึงเพียงนี้ มิใช่ว่าหั่วซานแห่งนี้สูงชันมากเลยหรือดวงตาคมเข้มค่อยๆ กระพือเปิด ความเจ็บปวดและกลิ่นคาวของเลือดทำให้เขาหายใจติดขัด กระทั่งลมหายใจของเขาสะดุด เมื่อทันทีที่ลืมตาขึ้นสิ่งที่เขาเห็นกลับมิใช่ความตายที่รออยู่ตรงหน้า“เจ้าเป็นใคร”น้ำเสียงเรียบเรื่อยของสตรีตรงหน้าดังขึ้น ดวงตาของนางเย็นชาจนแทบจะแช่แข็งผู้คน ใบหน้างดงามเปล่งปลั่งทำให้ผู้คนชวนใจสั่น ริมฝีปากเย้ายวนแดงเรื่อขยับไหวในยามเอื้อนเอื่อย“กล้าดีอย่างไรมารบกวนข้า”ความรู้สึกยินดีท่วมท้นในหัวใจ หากแต่กู้จื่อเหยียนกลับไม่เข้าใจตัวเอง เขามั่นใจว่าไม่เคยพบสตรีตรงหน้ามาก่อน หากแต่หัวใจเขากลับพองโต ราวกับเพิ่งพานพบสิ่งที่เขาทำหล่นหายเขาอ้าปากจะพูดแต่กลับไม่อาจเปล่งเสียง เรี่ยวแรงของเขาเหือดหายไปพร้อมกับเลือดที่หลั่งรินออกจากกาย สายตาเหลือบมองเบื้องล่าง ความมืดอันไร้ที่สิ้นสุดทำให้เขารู้สึกเบาโหวง กลางลำตัวมีบางอย่างคล้ายรากไม้พันโดยรอบตัวเขากำลังห้อยอยู่ที่ไหนสักแห

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 7

    หั่วซานสูงชันเต็มไปด้วยเมฆหมอกปกคลุม เงาร่างของชายหนุ่มสองคนซึ่งกำลังปีนป่ายขึ้นไปตามหินก้อนใหญ่ ซึ่งปิดทางเดินเชื่อมไปยังปลายยอดเขา ด้วยขนาดที่ใหญ่ผิดปกติอีกทั้งยังตั้งอยู่อย่างหมิ่นเหม่ ทำให้ผู้คนไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าที่นี่เคยเกิดอะไรขึ้น และเพราะเหตุใดหินก้อนนี้ยังคงตั้งอยู่อย่างมั่นคงมองจากสภาพแล้วนัยว่าหินก้อนนี้คงอยู่ที่เดิมเป็นระยะเวลามากกว่าห้าร้อยปี หรืออาจจะนานกว่านั้น หากแต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถหาคำตอบได้หลังปีนข้ามหินก้อนใหญ่ไปยังฝั่งตรงข้าม กู้จื่อเหยียนก็ยืนนิ่งเหม่อมองไปยังภาพที่ปรากฏตรงหน้า เขาไม่พูดอะไรกระทั่งสหายของตนปีนลงมายืนข้างๆ“นี่มันอะไรกัน” เหวินซวี่ไห่อ้าปากค้าง กระทั่งรู้สึกขนลุกซู่ท่ามกลางหุบเขาสูงชันรากไม้ขนาดใหญ่ที่ซอกซอนไปตามหินผา อีกทั้งกลีบดอกเหมยสีแดงที่ร่วงหล่นกระจัดกระจาย ส่วนหนึ่งยังคงปลิวไปตามสายลม ล่องลอยพลิ้วไหวราวกับหิมะสีแดงที่กำลังร่วงหล่นชายหนุ่มทั้งสองเงยหน้าขึ้นไปมองยังเหนือศีรษะ กิ่งเหมยแดงขนาดใหญ่ยื่นออกมาจากซอกผา บดบังเอาไว้ด้วยหินผาที่ยื่นออกมา ทำให้ไม่ว่าผู้ใดก็มองไม่เห็นแม้ว่าจะมีความสามารถปีนขึ้นไปยังจุดสูงสุด หากแ

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 6

    “ข้าเคยได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วน เจ้าจะบอกอีกกี่ครั้งผลก็ยังคงเดิม”“เพราะอย่างนั้นข้าจึงจะไปกับเจ้าอย่างไรเล่า”“ไม่ได้” กู้จื่อเหยียนปฏิเสธ“ข้าจะไป หรือไม่เจ้ากับข้าแยกกันไปคนละทาง ข้าไปทางเจ้าไปทาง อย่างไรคดีนี้ข้าเองก็มีส่วนรับผิดชอบ”กู้จื่อเหยียนถอนหายใจออกมาด้วยความจนใจ เขาเพียงหมุนตัวเดินขึ้นเขาไปเงียบๆ และได้ยินเสียงฝีเท้าของเหวินซวี่ไห่เดินตามมา หากแต่ก็ไม่ได้หันกลับไปเอ่ยปากไล่ลึกๆ แล้วเขาเองก็รู้สึกโล่งใจที่มีคนติดตามขึ้นเขา เพราะอีกใจหนึ่งก็ให้หวั่นใจกับสิ่งที่รอเขาอยู่บนยอดเขา เขากังวลว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับสหาย ซึ่งหาได้รับรู้อะไรด้วยไม่“จื่อเหยียนเจ้าจะขึ้นยอดเขาหรือ”เมื่อมั่นใจแล้วว่าสหายเดินตรงขึ้นเขา หาได้มีจุดประสงค์จะเดินสำรวจเพียงอย่างเดียว เหวินซวี่ไห่ก็รีบเอ่ยถาม ในใจอดรู้สึกหวั่นขึ้นมาไม่ได้ เพราะบรรยากาศรอบตัวตอนนี้ ทำให้เขาหายใจติดขัดด้วยความหวาดผวา จนแทบจะแสดงออกมาทางสีหน้า“ข้าอยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง”“อะไรหรือ”“หลุมศพ”“หา!!!”“ข้าฝันเห็นสตรีผู้หนึ่งมาสามปีเต็ม นับจากที่ข้าสวมหมวกเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ วันนั้นที่ข้าใช้ดาบแทงปิศาจที่ทางขึ้นหั่วซาน ข้าเห็นคนผ

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 5

    เหวินซวี่ไห่มองหน้าสหายแวบหนึ่ง จากนั้นก็ได้แต่พยักหน้า “เจ้าต้องระวังตัวด้วย เรื่องที่เกิดขึ้นกับเราสองคน หากเลี่ยงได้ข้าเองก็ไม่อยากให้เจ้าไปเสี่ยงที่หั่วซานอีก”“วางใจเถิด ข้าเพียงไปที่วัด จะไม่เข้าใกล้หั่วซานอีก”“เช่นนั้นข้าก็วางใจ อย่าลืมพาคนของเราไปด้วย”กู้จื่อเหยียนเขียนจดหมายส่งกลับไปยังเมืองหลวงเงียบๆ เรื่องราวที่เกิดขึ้นยังหั่วซาน ยังคงกวนใจเขาไม่หยุดกระทั่งไม่อาจนอนหลับภาพใบหน้าของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่คุกเข่าหน่าหลุมศพ อีกทั้งบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย หากแต่อะไรบางอย่างทำให้เขามั่นใจว่ามันคือปลายยอดหั่วซานอันสูงชันนั้น“มันคืออะไรกันแน่”เขาพึมพำกับตัวเองเงียบ จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกับพยายามนอนให้หลับ ระหว่างที่กำลังพลิกตัวและหลับตาลงนั้น เขาหาได้สังเกตเลยว่ามีเงาวูบหนึ่งผ่านหน้าต่างไปเงานั้นวูบไหวไปยังห้องของเหวินซวี่ไห่ กระทั่งค่อยๆ เลือนหายเข้าไปด้านใน นับจากนั้นกระทั่งรุ่งสางเงานั้นก็ไม่ได้กลับออกมาอีกเลยรุ่งเช้าวันต่อมากู้จื่อเหยียนเดินทางไปที่วัดเฮยหลง ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงของเมืองหลงอู่ เขาเข้าพบไต้ซือไป๋อู่ ซึ่งอีกฝ่ายก็ให้เข้าพบโดยดีเนื่องจากรู้ว่าอีกฝ่ายเป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status