Share

บทที่ 3

last update Petsa ng paglalathala: 2026-01-05 09:25:02

“อะไรที่ว่าน่าสงสัย”

“ป่าสมบูรณ์ขนาดนี้ แต่ไม่มีแม้แต่นกสักตัว”

เหวินซวี่ไห่ได้ยินดังนั้นก็ชะงัก เขาหันมามองกู้จื่อเหยียน ดวงตาไหววูบแตกตื่น “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

“ที่นี่มีบางอย่างที่ทำให้สัตว์เหล่านั้นตื่นกลัว”

ยิ่งฟังเหวินซวี่ไห่ก็ยิ่งไม่อาจรักษาความเยือกเย็น เขาเดินเข้ามาใกล้กู้จื่อเหยียน “เจ้าอย่าล้อข้าเล่น”

“เจ้าคิดไปถึงไหน ข้าไม่ได้หมายความไปถึงเรื่องลี้ลับ แต่ข้าหมายถึงที่นี่อาจมีบางอย่าง”

“แล้วความหมายมันต่างกันอย่างไรเล่า”

กู้จื่อเหยียนถอนหายใจออกมา “เจ้ากลัวถึงเพียงนี้ยังตามมาโดยไม่พูดอะไร”

มองดูกู้จื่อเหยียนยังคงมีท่าทีปกติ เหวินซวี่ไห่รู้สึกละอายใจเล็กน้อย “เรากลับออกไปกันเถิด หากเจ้าจะขึ้นเขา อย่างน้อยเราควรมีคนมาด้วยสักหลายๆ คน พวกเราไม่คุ้นเคยเส้นทางขึ้นเขาหากหลงทางจะยุ่งไปกันใหญ่”

กู้จื่อเหยียนพยักหน้าเห็นด้วย เส้นทางรกทึบอีกทั้งหมอกหนาที่ปกคลุม หากยังฝืนเดินขึ้นเขาเกิดหลงทางขึ้นมาคงไม่ง่ายที่จะกลับออกมา ดังนั้นเขาจึงได้แต่หมุนตัวกลับ

ระหว่างก้าวเดินลงเขานั้น เงาวูบไหวบางอย่างด้านข้างทำให้ชายหนุ่มชะงัก จากคลองสายตาเขามองเห็นชัดว่าเป็นชายเสื้อคลุมสีขาวที่วูบผ่านไปยังต้นหยางสูงใหญ่

“หยุดนะ! นั่นใคร!”

กู้จื่อเหยียนตวาดออกมาเสียงหนึ่ง ก่อนที่ร่างสูงจะพุ่งเข้าไปยังด้านหลังของต้นหยาง เหวินซวี่ไห่สะดุ้งเฮือก เมื่อมองเห็นแผ่นหลังของสหายก็ได้แต่ตามไปอย่างไร้ทางเลือก

กระนั้นเมื่อคนทั้งสองไปโผล่ยังอีกด้าน กลับไร้ซึ่งเงาของผู้อื่น

“ข้ามั่นใจว่าเป็นเงาคน” กู้จื่อเหยียนหมุนตัวมองไปรอบด้าน ดาบปักวสันต์ในมือถูกกุมแน่น ความรู้สึกที่บอกว่ารอบกายยังคงมีผู้อื่นอีก ทำให้เขาไม่อาจลดความระแวงลง

ชายหนุ่มทั้งสองหันหลังพิงกัน จากนั้นได้แต่ยินนิ่งเพื่อสังเกตการณ์ สายลมที่นิ่งสนิทอยู่ๆ ก็เริ่มพัดวูบไหว เมฆหมอกเคลื่อนคล้อยลงต่ำ เสียงหัวเราะแหลมเล็กของอิสตรีดังขึ้น

“ช่างน่าชื่นชม”

เสียงนั้นดังขึ้นไม่ไกลแต่กลับไร้ตัวตนของเจ้าของเสียง กู้จื่อเหยียนและเหวินซวี่ไห่ชักดาบออกมาจากฝัก กว่าจะรู้ตัวร่างของชายหนุ่มทั้งสองก็ถูกแรงมหาศาลพุ่งเข้าจู่โจม

เงาสีขาวพัดวูบมาในคลองสายตา กู้จื่อเหยียนตวัดดาบออกไป แต่เรี่ยวแรงของเขากลับยังคงไม่อาจสู้ เขากระเด็นออกไปอีกด้านเช่นกันกับเหวินซวี่ไห่ คนทั้งสองลอยลิ่วกระแทกเข้ากับกิ่งไม้ใหญ่น้อย จากนั้นร่างสูงก็ร่วงลงบนพื้น

“มีคนหนุ่มแน่นมาสังเวยถึงที่ เช่นนั้นข้าจะไม่ปฏิเสธละนะ”

เสียงนั้นทำเอาเหวินซวี่ไห่ขนลุกซู่ เขาพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็มองเห็นแผ่นหลังของสตรีนางหนึ่งในชุดตัวยาวสีขาวสะอาดตา เส้นผมยาวสีดำขลับลากระไปกับพื้น ร่างอรชรอ้อนแอ้นดูบอบบาง หากแต่ให้กลิ่นอายแห่งความตายอันน่าหวาดหวั่น

“จื่อเหยียน...”

สตรีนางนั้นก้าวเข้าไปหากู้จื่อเหยียน เหวินซวี่ไห่คว้าดาบปักวสันต์ขึ้นจากนั้นก็เขวี้ยงออกไปสุดแรง มันกลับทะลุผ่านร่างอรชรไปอย่างน่าตื่นตะลึง ราวกับร่างนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา

เสียงหัวเราะน่าขนลุกดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกันนั้นนางก็หันหน้ามามองเหวินซวี่ไห่ช้าๆ เสียงหนึ่งดังก้องในหัว ทำให้เขาได้แต่เบิกตาค้าง

‘คิดช่วยเขาหรือ เจ้า...มิใช่ต้องการให้เขาหายตัวไปหรอกหรือ เหวินซวี่ไห่ เจ้ามันคนหลอกลวง แต่แรกมิใช่โทษว่าเป็นเขาที่มาแย่งทุกอย่างไปจากเจ้าหรอกหรือ เจ้ารู้ทั้งรู้ว่าเขาต้องแต่งงานกับนางอย่างแน่นอน เหตุใดยังคงแอบย่องเข้าหาเจ้าสาวของสหาย’

สตรีนางนั้นหมุนกายเดินกลับมาหาเหวินซวี่ไห่ นั่นเป็นครั้งแรกที่เหวินซวี่ไห่รู้สึกเสียใจสุดแสน ไม่นึกว่าการช่วยสหายกลับกลายเป็นนำภัยมาสู่ตัวเอง

มนุษย์...ไม่ว่าผู้ใดย่อมรักตัวกลัวตาย เขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

หากเมื่อครู่เขาไม่ขว้างดาบออกไป กระทั่งหันเหความสนใจของปิศาจสาว เขาคงไม่ตกเป็นเป้าหมายอย่างไร้ทางเลือกเช่นนี้

ชายหนุ่มมองไปยังกู้จื่อเหยียน จากนั้นก็ได้แต่เบิกตากว้างขึ้น เขามองดาบปักวสันต์ด้ามหนึ่งเสียบทะลุเงาร่างสีขาว จากนั้นก็ได้ยินเสียงกรีดร้องพร้อมกับเสียงลมพัดกระหน่ำ

กู้จื่อเหยียนเองก็คล้ายไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเห็นชัดว่าดาบของเหวินซวี่ไห่ไม่อาจทำอะไรปิศาจสาวได้ แต่ดาบของสหายกลับแตกต่าง

เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดกึกก้องไปทั่วทั้งหุบเขา เช่นกันกับสายลมที่พัดกระหน่ำราวกับพายุ เหวินซวี่ไห่ยกมือขึ้นปิดหน้า ด้วยเศษใบไม้และฝุ่นกำลังลอยวน

จากคลองสายตาเขามองเห็นภาพของปิศาจสาวตนนั้นยื่นมือออกไปคว้าลำคอของสหาย กระนั้นเมื่อคว้าได้กลับไม่อาจทำร้ายกู้จื่อเหยียน เพราะทันทีที่มือคว้าจับเงาร่างสีขาวกลับค่อยๆ บิดเบี้ยว กลุ่มควันสีดำกำลังหลั่งไหลออกจากเงาร่างสีขาว

ที่เป็นเช่นนั้นเหวินซวี่ไห่เองก็ไม่มั่นใจ แท้จริงแล้วเป็นเพราะดาบปักวสันต์ที่ยังคงเสียบติดอยู่กลางอก หรือเป็นเพราะปิศาจสาวตนนั้นไม่อาจทำร้ายกู้จื่อเหยียน

เสียงกรีดร้องยังคงดังขึ้น พร้อมกับปลายนิ้วที่ชี้ไปยังกู้จื่อเหยียน “เจ้า!!...”

ร่างสีขาวเลือนหายไปเช่นกันกับพายุที่สงบลงราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น กู้จื่อเหยียนทิ้งตัวลงนั่ง เขามองดาบของตนที่ร่วงลงบนพื้น คิ้วเข้มขมวดมุ่นเพราะยังคงไม่อาจเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น

มือใหญ่ยกขึ้นกุมลำคอของตน ซึ่งยังคงหลงเหลือความรู้สึกเย็นเยียบที่มาพร้อมกับกลิ่นอายของความตาย

ชั่วขณะหนึ่งที่จ้วงแทงดาบออกไป เขาเหมือนมองเห็นภาพความทรงจำอันเลือนราง ภาพที่เขาเองก็ไม่อาจปะติดปะต่อกันออกมา

ภาพที่เขาไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใดกันแน่...

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 53 จบ

    เอวอ่อนขยับหมุนตอบรับเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่เขาเหนื่อยอ่อนจนเกินไป ดังนั้นจึงตอบสนองอีกสักรอบสองรอบอย่างที่ใจอยากไม่ได้อา...ถ้านี่คือความฝัน อย่างนั้นเขาก็อยากจะฝันให้นานกว่านี้อีกสักหน่อยไม่รู้ว่าหลับไปกี่ชั่วโมงเหวินซวี่ไห่เหมือนจำได้ว่าออกมาจากบ้านตอนเก้าโมงเช้า ลืมตามองนาฬิกาบนผนังเป็นเวลาบ่ายสอง แต่อากาศมืดครึ้มและเสียงฝนที่ซัดสาด ทำให้ภายในห้องมืดสลัวถึงอย่างนั้นเมื่อเหลือบสายตามองช่วงล่างของตัวเอง ชายหนุ่มก็ได้แต่อ้าปากครวญเสียงสั่น แก่นกายในอุ้งปากแดงเรื่อซึ่งกลืนกินเขาจนมิด ทำให้ร่างแกร่งเกร็งแน่น เขาสูดปากพร้อมกับแอ่นเอวสอบขึ้นโดยไม่รู้ตัว“โอ...” สายตาคมสานสบกับดวงตายั่วยวนใบหน้างามซึ่งก้มอยู่ชิดกับกายส่วนล่าง ปลายลิ้นที่กำลังไล้เลียส่วนปลายของเขาซึ่งยังคงหลงเหลือธารร้อน“ตื่นก็ดีแล้ว” หญิงสาวเลียริมฝีปากก่อนค่อยๆ ขยับกายขึ้นทาบทับร่างสูง เขามองเหม่อด้วยหัวใจเต้นรัว ร่างกายซาบซ่านราวกำลังจะระเบิดออกมานึกว่าเป็นความฝันที่แท้เรื่องทั้งหมดคือความจริง จริงยิ่งกว่าจริง เพราะร่างงามตรงหน้ากำลังคร่อมร่างเขา เหวินซวี่ไห่คว้าสะโพกนิ่มเอาไว้แน่น เขากางขาออกเล็กน้อยในยามที่สอดเสย

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 52

    “อา...” แก่นกายร้อนถูกบางอย่างกอบกุมชายหนุ่มลืมตาพรวด ไม่รู้ว่ากางเกงของเขาร่นลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนนี้ที่เขาก้มลงเห็นคือมือข้างหนึ่งของเสี่ยวไป๋กำลังรูดรัดตัวตนของเขาที่แข็งขึงชูชัน“แหม น่ารักจริงนะคะ ตัวสั่นเชียว” หญิงสาวกระซิบ “แต่ไม่ต้องกลัวนะคะ ฉันไม่บุบสลายง่ายๆ หรอก ถึงอยากทำอย่างในคลิปนั่นก็ไม่เป็นไร”เหวินซวี่ไห่คำรามออกมา เขาดันร่างหญิงสาวไปข้างหลัง จนเสี่ยวไป๋ชนกับโต๊ะ ร่างเล็กถูกกดลงไปนอนราบกับโต๊ะ เกาะออกถูกรั้งลงมาจนอกอิ่มดีดตัวเป็นอิสระ ชายกระโปรงถูกถลกขึ้นสูง สองขาถูกแหวกออกอย่างหยาบคาย กระทั่งแพนตี้ลูกไม้เองเขาก็ไม่เสียเวลาถอด เพียงใช้ปลายนิ้วเขี่ยไปให้พ้นทางชายหนุ่มไม่พูดพร่ำดันตัวตนพร้อมพรั่งของตัวเองเข้าไปทันที กดพรวดโดยไม่รั้งรอ“อ๊า!!!” เขาคำรามออกมาเสียงดัง แนบกายด้านหน้าลงกับเรือนกายนุ่ม เรือนกายสะท้านราวกับบางอย่างปริแตก แต่ถึงอย่างนั้นความสุขสมหวิวไหวกลับเข้าครอบงำเสี่ยวไป๋เองก็กระสันซ่านจนร่างสั่นระริก แม้ภายในแห้งเหือดแต่แก่นกายร้อนรุ่มกลับเติมเต็มความหิวโหยในช่วงหลายวันมานี้ เรียวขาเพรียวแยกออกเพื่อเพิ่มความแนบชิด กอดเกี่ยวเอวสอบที่กดลึกจนร่างทั้งสอง

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 51

    เสี่ยวไป๋หัวเราะกับความใสซื่อที่มากับน้ำเสียง “ก็ไม่เชิงค่ะ แต่ที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ถ้าเกิดอะไรขึ้นคงตามหาตัวได้ไม่ยาก” เธอพูดพร้อมกับหัวเราะคิกสร้างความผ่อนคลายให้กับปลายสาย“ครับ เดี๋ยวผมเอาบัตรประจำตัวไปด้วย จะรอให้คุณแม่กลับมาก็คงอีกนาน ผมเอากุญแจไปให้คุณแล้วรออยู่ข้างนอกก็ได้ คุณจะได้ไม่กังวล”“ค่ะ” เสี่ยวไป๋ตอบรับ ในใจยิ้มกริ่มขอเพียงเขามาคนเดียวทุกอย่างก็ง่ายแล้วบ้านเช่าหลังนี้อยู่ห้างจากบ้านหลังอื่นไปเล็กน้อย กำแพงสูงที่ล้อมรอบทำให้มองไม่เห็นตัวบ้าน แต่โดยรวมแล้วสภาพแวดล้อมก็ดูไม่เลว อีกทั้งยังห่างไกลความเจริญพอสมควร หากจะค้างสักสองสามคืนก็นับว่าไม่เลวรถกระบะคันเล็กวิ่งเข้ามาจอดตามมาด้วยร่างสูงซึ่งก้าวลงมา เสี่ยวไป๋ลมหายใจสะดุด ดวงตาจดจ้องชายหนุ่มที่เดินตรงเข้ามาหานิ่ง หัวใจเต้นรัวด้วยความยินดี‘เหวินซวี่ไห่’หนุ่มน้อยคนนี้คือเหวินซวี่ไห่ไม่ผิดแน่ และเขาในตอนนี้น่าจะอายุน่าจะไม่เกินยี่สิบ หรือ...อาจจะมากกว่านั้นไม่กี่ปีชายหนุ่มกลืนน้ำลายให้กับหญิงสาวผู้เย้ายวนตรงหน้า เดรสเกาะอกสีแดงขับผิวกายขาวเนียน ส่งให้ร่างอวบอัดสมส่วนน่ามอง น่าสัมผัสไปทั่วทั้งตัว ทำให้หัวใจของเขาสั่น

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 50

    แสงแรกของยามเช้าสาดส่องใบหน้างามซึ่งกำลังแย้มยิ้ม นางเลื่อนมือขึ้นลูบไล้แผ่นอกหนั่นแน่น เอวอ่อนบดเบียดช้าๆ เป็นจังหวะยั่วยวน“ขึ้นอยู่กับว่าท่านมีสิ่งใดดึงดูดใจให้ข้าตื่นขึ้น”กู้จื่อเหยียนกอดร่างงามแนบอก “สวรรค์ เจ้าตื่นขึ้นมาแล้ว”นางหัวเราะเสียงเบา “ข้าขอโทษ”“อย่าขอโทษ เจ้าไม่ผิด คนที่ผิดคือข้า เป็นข้าเอง” เขากอดนางแน่นพร้อมจุมพิตลงไปบนเรือนผมของหญิงสาว“ลำบากท่านแล้ว ข้าเพิ่งรู้ว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่ที่ข้าเข้าใจ”“ไม่เลยอะไรก็ได้ขอเพียงเจ้าตื่นขึ้น ไม่ว่าสิ่งใดล้วนไม่เป็นไร” เขากระซิบเสียงเบา หากแต่นางกลับทำให้เขาครวญออกมาพร้อมกับร่างสั่นสะท้านเหมยอวี่ซินไล้เลียลำคอแกร่ง “ข้ากลายเป็นปิศาจราคะไม่อาจหวนคืนเป็นคนเดิมอีกแล้ว ท่านเตรียมตัวแล้วหรือยัง”เอวสอบกระทั้นเข้าหานางลึกล้ำ “อา...ดีเหลือเกิน นี่สิจึงเรียกว่าความสุขสมที่ปรารถนา” เขาจุมพิตนางคราหนึ่ง “แม่นางต้องการแบบใดเล่าข้าน้อยพร้อมรับใช้”หญิงสาวพลิกกายกดเขาลงกับพื้น ดวงตาพราวระยับพร้อมกับปลายลิ้นที่ไล้เลียไปรอบริมฝีปากแห้งผาก นางยกสะโพกขึ้น ก่อนกดลงไปกับความแข็งขึงจนสุดทางเสียงครางกระเส่าดังขึ้นผสานกัน บทรักอันเร่าร้อนของทั

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 49

    ในความมืดอันเวิ้งว้างว่างเปล่า เหมยอวี่ซินลุกขึ้นมาด้วยใบหน้าสิ้นหวัง นางมองศพของตัวเองซึ่งกำลังถูกโยนลงไปในบ่อน้ำ ก่อนเดินตามมือสังหารที่สังหารนางไปโดยไม่รู้ตัวบุรุษผู้นั้นคือองครักษ์คนสนิทของฟู่เฉิง เขามาเพื่อมอบความตายให้นาง ตามคำสั่งของผู้เป็นนาย และวิญญาณของนางก็ถูกจองจำด้วยมนต์ดำแห่งความชั่วร้ายบุรุษผู้นั้นกลับมายังจวนอัครมหาเสนาบดี เขาเดินเข้าไปยังเรือนหลังอันเงียบงันไม่มีแม้แต่สาวใช้เข้ามาห้ามปราม กระทั่งเดินเข้าไปในห้องนอน ซึ่งในนั้นมีร่างของเซี่ยจิ้งนอนหลับอยู่ร่างสูงถอดเสื้อผ้าออกจากนั้นปีนขึ้นเตียง มือใหญ่ลูบไล้และปลุกเร้า กระทั่งเซี่ยจิ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าแตกตื่น หากแต่ต่อมาเมื่อมองเห็นชัดว่าเขาเป็นใคร นางกลับยิ้มกว้างออกมาบุรุษผู้นั้นดึงทึ้งชุดของเซี่ยจิ้งออก จากนั้นคนทั้งสองก็โผเข้าหา กอดรัด พัวพัน คลอเคลียแนบชิด เสียงครางกระเส่าดังเล็ดลอดออกมาจากม่านหน้าเตียง เสียงกระทั้นกระแทกรุนแรง ยิ่งมาก็ยิ่งเรียกความเสียวซ่าน จนร่างงามของเซี่ยจิ้งสะท้านไหวนางไม่เพียงไม่รังเกียจ หากแต่ยังชื่นชอบความอึด และความแกร่งกล้าขององครักษ์ผู้นั้น คราแรกอาจปฏิเสธแต่ต่อมากลับโหยหา แ

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 48

    ร่างสูงลุกขึ้นพร้อมกับกดร่างงามเข้าหาตัว พยุงให้นางแนบชิดกายส่วนหน้า เขาเดินลงไปในน้ำซึ่งปริ่มขึ้นมาถึงเอว จากนั้นเลื่อนมือเข้ากอบกุมสะโพกนิ่ม สอดตัวตนเข้าหานางเชื่องช้า“อา...ซินเอ๋อร์ ข้าคิดถึงเจ้า”ร่างแกร่งสะท้านเพราะนางเป็นฝ่ายกดเอวอ่อนเข้าหาเขา ราวกับไม่อาจทนอีกต่อไป ท่อนขาเพรียวกอดรัดเอวสอบโยกคลึงเบาๆ อย่างยั่วเย้า พร้อมกับจุมพิตพัวพันซึ่งรุกเร้าจุ่มจ้วงกู้จื่อเหยียนขบเม้มผิวนวลพร้อมกับถาโถมเอวสอบเข้าหาความอ่อนนุ่มซึ่งบีบรัด จังหวะร้อนแรงแผดเผา ส่งผลให้ผิวน้ำเกิดเป็นระลอกคลื่นกระทบเข้าหาริมฝั่งเสียงอันรัญจวนซึ่งเกิดจากการสอดประสาน นำพาความสุขสมซาบซ่านให้อบอวลทั่วบริเวณร่างสองร่างกอดเกี่ยวพัวพันแนบชิด เสียงครวญกระเส่าดังสลับกับเสียงผิวเนื้อกระทั้นกระแทก กลิ่นแห่งกามารมณ์ในอากาศ ผสานกับกลิ่นของดอกเหมยแดง ซึ่งปลิดปลิวกับสายลมกู้จื่อเหยียนดำดิ่งลงไปในห้วงแห่งความปรารถนา เขาเดินกลับเข้าหาฝั่ง วางร่างงามลงราบกับพื้น พร้อมกับเอนกายขึ้นทาบทับส่วนประสานยังคงแนบชิด ในยามที่กายแกร่งยกขึ้นสูง เพียงเพื่อให้เขาได้มองนางในยามที่เขาโจ้นจ้วงลึกล้ำ มือใหญ่เลื่อนไปกอบกุมอกอิ่ม บีบเคล้นตามจัง

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 17

    สองมือกอบกุมสะโพกนิ่ม บดเบียดตัวตนร้อนผ่าวกับตัวตนชื้นฉ่ำของหญิงสาว ริมฝีปากซุกไซ้ลงมายังลำคอขาวผ่อง ได้ยินเสียงหวานครวญออกมาอย่างพึงพอใจ กระทั่งเปลี่ยนเป็นขาดห้วง ในยามที่เขาครอบครองยอดสีหวานด้วยปลายลิ้นเหมยอวี่ซินวางมือหนึ่งบนพื้น มือหนึ่งคว้าหลังศีรษะของชายหนุ่ม ทั้งนี้ก็เพื่อหยัดกายเสนอเขามากข

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 14

    เสียงของเขากึกก้องหากแต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ เขาออกวิ่งไปท่ามกล่างความมืดมิดอันเวิ้งว้าง มองไปทางใดล้วนว่างเปล่า‘เจ้าจะดึงดันไปทำไม หากยังไม่ปล่อยวางอีกเจ้าอาจกลายเป็นปิศาจเข้าสักวัน’ เสียงทุ้มของบุรุษดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงคร่ำครวญของเหมยอวี่ซิน‘ตลอดการมีชีวิตของข้า ข้ายึดมั่นในการทำความดี ยึดหลั

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 13

    กู้จื่อเหยียนยังคงสืบคดีฆาตกรรมอย่างเคร่งเครียด เขาลอบให้คนติดตามเหยื่อรายต่อไปเงียบๆ โดยเลือกคนสนิทของตนลาดตระเวนตามจุดต่างๆ ทั้งยังไม่เจาะจงเหยื่อรายใดเป็นพิเศษ เพียงบอกว่าเป็นผู้ต้องสงสัย เนื่องจากหากจะบอกว่าคนเหล่านั้นคือเหยื่อรายต่อไป ใครเล่าจะเชื่อในสิ่งที่เขาพูดซ้ำร้ายหากเหยื่อเหล่านั้นเกิด

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 12

    มองดูมือเล็กเรียวคว้าสาบเสื้อของเขา จากนั้นแหวกออกเผยให้เห็นรอยแผลที่เริ่มแห้งแล้วอย่างรวดเร็ว เขาเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถาม“นี่คืออะไร”เขามองออกว่านางกรีดกลางอกของเขาเป็นรอยดอกเหมย และแน่นอนมันย่อมกลายเป็นแผลเป็นอย่างไม่ต้องสงสัยฝ่ามือเย็นเยียบวางลงไปเหนือแผล กู้จื่อเหยียนสะดุ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status