Partager

เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ
เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ
Auteur: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1

last update Date de publication: 2026-01-05 09:24:22

บทนำ

ในห้วงลึกอันดำมืดร่างที่ถูกเหวี่ยงขึ้นลงอย่างรุนแรง ส่งผลให้ชายหนุ่มซึ่งติดอยู่ระหว่างห้วงเวลาเจ็บปวดอย่างสุดแสน เขาพยายามลืมตา หากแต่กลับทำได้เพียงปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินต่อไป

ในความมืดเสียงหัวเราะร้ายกาจของสตรี ทำให้เขารู้สึกลังเล แท้ที่จริงแล้วการตัดสินใจของเขาในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ถูกต้อง

...หรือเป็นเรื่องที่เขาอาจต้องเสียใจในภายหลังกันแน่

แม้ความคิดขัดแย้งแต่เขากลับไม่อาจหวนคืนได้อีกแล้ว พันธสัญญาที่ถูกทำขึ้นกับปีศาจ แน่นอนว่าย่อมส่งผลให้เขาไม่อาจเป็นตัวของตัวเอง

‘แน่นอนเจ้าย่อมไม่อาจคืนคำพูด’

เสียงของนางยังคงก้องอยู่ในหัว เสียงหัวเราะที่ตามมาทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ หากแต่เมื่อร่างกายร่วงลงมาจากที่ใดสักแห่งอย่างรวดเร็ว เขากลับสะดุ้งสุดตัวพร้อมส่งเสียงตะโกน

“ไม่!!!”

ร่างสูงสะดุ้งเฮือกพร้อมกับลุกขึ้นนั่ง เขาลืมตาและพยายามรวบรวมสติและมองไปโดยรอบ คิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่อพบว่าตัวเขานอนอยู่บนเตียงนอน อีกทั้งตอนนี้เป็นยามเช้าตรู่

“อา...ข้ากลับมาจริงๆ สินะ หรือว่าทุกอย่างนั้นคือความฝัน”

“หากคิดเช่นนั้นแล้วเจ้าสบายใจ เช่นนั้นก็แล้วแต่เจ้าเถิด”

เสียงหวานซึ่งดังขึ้นแผ่วเบาทำเอาชายหนุ่มขมวดคิ้ว เขาหันขวับไปมองยังต้นเสียง กระทั่งมองเห็นสตรีนางหนึ่งนั่งอยู่กลางห้องของเขา

แผ่นหลังอรชรในชุดเย้ายวนสีแดงสด บวกกับเรือนผมยาวสลวยที่ทิ้งตัวลงเคล้าเคลียไหล่กลมกลึง ทำให้เรือนร่างของนางงดงามแลดูน่าหลงใหล

ท่าทีผ่อนคลายในยามที่ยกชาขึ้นจิบ ราวกับเป็นห้องของตัวเอง ช่างดูน่าโมโหในความรู้สึกของเจ้าของห้องตัวจริงอย่างเขา

“เจ้า!...”

“กู้จื่อเหยียน”

เรียกชื่อเขาจบร่างอรชรก็หมุนกายกลับมามองเขาช้าๆ ใบหน้างดงามประดับด้วยรอยยิ้มยั่วเย้า หากแต่ดวงตาของนางกลับให้ความรู้สึกราวกับสามารถมองทะลุถึงจิตใจผู้คน

“จะความฝันก็ดี จะความจริงก็ช่าง นับจากวันนี้ชีวิตของเจ้าเป็นของข้า”

นางประกาศอย่างถือดี กระทั่งมองสบตาชายหนุ่มนิ่ง ดวงตาของนางเรียบเฉยราวกับผืนน้ำในห้วงทะเลลึกสุดหยั่ง ในจังหวะที่นางกล่าวประโยคนั้นออกมา กู้จื่อเหยียนพลันรู้สึกเสียใจในภายหลัง

พันธสัญญาระหว่างเขากับนางนั้น เริ่มต้นขึ้นนับจากวันนี้ จนกว่าชีวิตของเขาจะสิ้นสุดลง หรือไม่ก็เป็นนางที่ยินยอมปล่อยเขาให้เป็นอิสระ

ซึ่งก็คงยากยิ่ง...

คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เกิดขึ้นในเมืองหลงอู่ ทำให้ชาวบ้านต่างก็หวาดกลัวจนไม่กล้าออกจากบ้านในยามค่ำคืน เจ้าหน้าที่ทั้งหลายแม้พยายามสืบหาตัวคนร้าย หากแต่สภาพศพของผู้ตายนั้น ร่างกายราวกับถูกดูดเลือดออกไปจนสิ้น กระนั้นทั้งตัวกลับไร้ซึ่งบาดแผล จึงเป็นที่มาของข่าวลืองมงายซึ่งเชื่อกันว่าเป็นฝีมือของภูตผีปีศาจ

ศาลยุติธรรมเมืองหลงอู่กำลังเคร่งเครียด เนื่องจากไม่เพียงไม่อาจปิดคดีเท่านั้น หากแต่นับจากศพแรกก็ยังมีศพต่อมาเรื่อยๆ กระทั่งมีคำสั่งให้กู้จื่อเหยียนเป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ด้วยตัวเอง หากยังไม่อาจปิดคดีนี้ได้ ท่านเจ้าเมืองเองก็กำชับไม่ให้เขาทำคดีอื่นอีก

กู้จื่อเหยียนเป็นหัวหน้ามือปราบซึ่งมีชื่อเสียง เขาย้ายมาประจำการยังเมืองหลงอู่ได้เพียงปีเดียว หากแต่ก็สามารถช่วยงานท่านเจ้าเมืองได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ดังนั้นแน่นอนในยามนี้เขาก็คือความหวังของผู้คนในเมืองอู่หลง

“ลำบากเจ้าจริงๆ”

เหวินซวี่ไห่ถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง หลังจากที่ตลอดระยะเวลาสองเดือนมานี้ เขาที่เป็นผู้ดูแลคดีกลับไม่พบเบาะแสหรือเงื่อนงำใดๆ จากคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง

“ไม่ได้ลำบากอะไรเลย คดีที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านต่างหวาดผวา ข้าเองก็อยากให้ปิดคดีนี้ได้โดยเร็ว”

ชายหนุ่มทั้งสองนั่งปรึกษากันด้วยท่าทีเคร่งเครียด ทั้งสองสนิทสนมกันมานับจากกู้จื่อเหยียนย้ายมาประจำที่เมืองหลงอู่

หนึ่งโดดเด่น หนึ่งองอาจ

แม้ว่าฐานะของเหวินซวี่ไห่จะด้อยกว่า เนื่องจากตัวเขาเพียงบุตรคนรองของอดีตมือปราบ ในขณะที่กู้จื่อเหยียนนั้น เป็นบุตรชายคนรองของเจ้ากรมโยธาธิการ กระนั้นทั้งสองก็คบหาเป็นสหายที่รู้ใจ ไร้ท่าทีเป็นอคติต่อกันแม้แต่น้อย

ความจริงแล้วยังมีอีกข่าวลือหนึ่ง ซึ่งอาจจะมีมูลความจริง เพราะหากจะกล่าวกันตามตรงแล้ว ฐานะหัวหน้ามือปราบศาลยุติธรรมเมืองหลงอู่สมควรตกเป็นของเหวินซวี่ไห่

หากแต่ท่านเจ้าเมืองไม่อาจทำอะไรได้ ทั้งนี้ก็เพราะข่าวลือที่ว่าเหวินซวี่ไห่นั้น มิใช่บุตรชายของอดีตมือปราบจริงๆ ดังนั้นฐานะของชายหนุ่มจึงคลุมเครือยิ่งนัก

ใบหน้าของกู้จื่อเหยียนเคร่งเครียดขึ้น ตรงหน้าของเขาคือแผนที่ซึ่งถูกวาดขึ้นคร่าวๆ จุดสีแดงที่ถูกวงกลมคือจุดที่มีคนตาย อีกทั้งยังเป็นบริเวณใกล้กับทางขึ้นหั่วซานทั้งสิ้น

นับจากมาประจำการยังเมืองหลงอู่ กู้จื่อเหยียนได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับหุบเขาสูงชันนี้จนนับครั้งไม่ได้ เนื่องจากข่าวลือต่างๆ ล้วนวนเวียนอยู่กับสิ่งลี้ลับที่ยังไม่มีใครเคยพิสูจน์ เขาเป็นคนไม่เชื่อเรื่องเช่นนี้ ดังนั้นจึงไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก กระทั่งเกิดเรื่องนี้ขึ้นเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เคยเชื่อนั้นถูกต้อง

หลักฐานนะหรือศพที่อยู่ในห้องชันสูตรนั้นอย่างไรเล่า ศพที่มีสภาพราวกับเลือดหดหาย ผิวกายขาวซีดแห้งเหือด แต่ทั่วทั้งตัวกลับไร้ซึ่งบาดแผลโดยสิ้นเชิง

“จุดที่ศพถูกนำไปทิ้งล้วนอยู่ใกล้กับหั่วซานทั้งสิ้น” คิ้วเข้มขมวดมุ่น

“ใช่ ชาวบ้านที่นี่ต่างก็เชื่อกันว่าเหนือยอดหั่วซานมีปีศาจร้ายสิงสถิตอยู่ ไม่เคยมีใครที่ขึ้นไปแล้วได้กลับลงมา”

“เจ้าเองก็เชื่อเรื่องพวกนี้หรอกหรือ” กู้จื่อเหยียนหันไปมองสหายด้วยดวงตาประหลาดใจ

“ความจริงข้าเองก็ได้ยินเรื่องนี้มามาก เชื่อหรือไม่นั้นข้าเองก็ไม่อยากลบหลู่ หั่วซานกว้างใหญ่กินพื้นที่หลายร้อยลี้ อีกทั้งยอดเขาก็สูงชันไม่มีใครเคยเข้าไปสำรวจ” เหวินซวี่ไห่ถอนหายใจออกมา

“เจ้าดูนี่สิ” กู้จื่อเหยียนชี้มือไปยังจุดวงกลมสีแดง

“ชาวบ้านต่างให้การคล้ายๆ กัน ผู้ตายล้วนเป็นชายหนุ่ม ทั้งยังหายออกไปจากบ้านในยามวิกาล ศพที่พบล้วนเป็นคนละทิศทางกับจุดที่หายตัวไป”

มือใหญ่ลากเส้นเป็นกากบาท

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 53 จบ

    เอวอ่อนขยับหมุนตอบรับเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่เขาเหนื่อยอ่อนจนเกินไป ดังนั้นจึงตอบสนองอีกสักรอบสองรอบอย่างที่ใจอยากไม่ได้อา...ถ้านี่คือความฝัน อย่างนั้นเขาก็อยากจะฝันให้นานกว่านี้อีกสักหน่อยไม่รู้ว่าหลับไปกี่ชั่วโมงเหวินซวี่ไห่เหมือนจำได้ว่าออกมาจากบ้านตอนเก้าโมงเช้า ลืมตามองนาฬิกาบนผนังเป็นเวลาบ่ายสอง แต่อากาศมืดครึ้มและเสียงฝนที่ซัดสาด ทำให้ภายในห้องมืดสลัวถึงอย่างนั้นเมื่อเหลือบสายตามองช่วงล่างของตัวเอง ชายหนุ่มก็ได้แต่อ้าปากครวญเสียงสั่น แก่นกายในอุ้งปากแดงเรื่อซึ่งกลืนกินเขาจนมิด ทำให้ร่างแกร่งเกร็งแน่น เขาสูดปากพร้อมกับแอ่นเอวสอบขึ้นโดยไม่รู้ตัว“โอ...” สายตาคมสานสบกับดวงตายั่วยวนใบหน้างามซึ่งก้มอยู่ชิดกับกายส่วนล่าง ปลายลิ้นที่กำลังไล้เลียส่วนปลายของเขาซึ่งยังคงหลงเหลือธารร้อน“ตื่นก็ดีแล้ว” หญิงสาวเลียริมฝีปากก่อนค่อยๆ ขยับกายขึ้นทาบทับร่างสูง เขามองเหม่อด้วยหัวใจเต้นรัว ร่างกายซาบซ่านราวกำลังจะระเบิดออกมานึกว่าเป็นความฝันที่แท้เรื่องทั้งหมดคือความจริง จริงยิ่งกว่าจริง เพราะร่างงามตรงหน้ากำลังคร่อมร่างเขา เหวินซวี่ไห่คว้าสะโพกนิ่มเอาไว้แน่น เขากางขาออกเล็กน้อยในยามที่สอดเสย

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 52

    “อา...” แก่นกายร้อนถูกบางอย่างกอบกุมชายหนุ่มลืมตาพรวด ไม่รู้ว่ากางเกงของเขาร่นลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนนี้ที่เขาก้มลงเห็นคือมือข้างหนึ่งของเสี่ยวไป๋กำลังรูดรัดตัวตนของเขาที่แข็งขึงชูชัน“แหม น่ารักจริงนะคะ ตัวสั่นเชียว” หญิงสาวกระซิบ “แต่ไม่ต้องกลัวนะคะ ฉันไม่บุบสลายง่ายๆ หรอก ถึงอยากทำอย่างในคลิปนั่นก็ไม่เป็นไร”เหวินซวี่ไห่คำรามออกมา เขาดันร่างหญิงสาวไปข้างหลัง จนเสี่ยวไป๋ชนกับโต๊ะ ร่างเล็กถูกกดลงไปนอนราบกับโต๊ะ เกาะออกถูกรั้งลงมาจนอกอิ่มดีดตัวเป็นอิสระ ชายกระโปรงถูกถลกขึ้นสูง สองขาถูกแหวกออกอย่างหยาบคาย กระทั่งแพนตี้ลูกไม้เองเขาก็ไม่เสียเวลาถอด เพียงใช้ปลายนิ้วเขี่ยไปให้พ้นทางชายหนุ่มไม่พูดพร่ำดันตัวตนพร้อมพรั่งของตัวเองเข้าไปทันที กดพรวดโดยไม่รั้งรอ“อ๊า!!!” เขาคำรามออกมาเสียงดัง แนบกายด้านหน้าลงกับเรือนกายนุ่ม เรือนกายสะท้านราวกับบางอย่างปริแตก แต่ถึงอย่างนั้นความสุขสมหวิวไหวกลับเข้าครอบงำเสี่ยวไป๋เองก็กระสันซ่านจนร่างสั่นระริก แม้ภายในแห้งเหือดแต่แก่นกายร้อนรุ่มกลับเติมเต็มความหิวโหยในช่วงหลายวันมานี้ เรียวขาเพรียวแยกออกเพื่อเพิ่มความแนบชิด กอดเกี่ยวเอวสอบที่กดลึกจนร่างทั้งสอง

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 51

    เสี่ยวไป๋หัวเราะกับความใสซื่อที่มากับน้ำเสียง “ก็ไม่เชิงค่ะ แต่ที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ถ้าเกิดอะไรขึ้นคงตามหาตัวได้ไม่ยาก” เธอพูดพร้อมกับหัวเราะคิกสร้างความผ่อนคลายให้กับปลายสาย“ครับ เดี๋ยวผมเอาบัตรประจำตัวไปด้วย จะรอให้คุณแม่กลับมาก็คงอีกนาน ผมเอากุญแจไปให้คุณแล้วรออยู่ข้างนอกก็ได้ คุณจะได้ไม่กังวล”“ค่ะ” เสี่ยวไป๋ตอบรับ ในใจยิ้มกริ่มขอเพียงเขามาคนเดียวทุกอย่างก็ง่ายแล้วบ้านเช่าหลังนี้อยู่ห้างจากบ้านหลังอื่นไปเล็กน้อย กำแพงสูงที่ล้อมรอบทำให้มองไม่เห็นตัวบ้าน แต่โดยรวมแล้วสภาพแวดล้อมก็ดูไม่เลว อีกทั้งยังห่างไกลความเจริญพอสมควร หากจะค้างสักสองสามคืนก็นับว่าไม่เลวรถกระบะคันเล็กวิ่งเข้ามาจอดตามมาด้วยร่างสูงซึ่งก้าวลงมา เสี่ยวไป๋ลมหายใจสะดุด ดวงตาจดจ้องชายหนุ่มที่เดินตรงเข้ามาหานิ่ง หัวใจเต้นรัวด้วยความยินดี‘เหวินซวี่ไห่’หนุ่มน้อยคนนี้คือเหวินซวี่ไห่ไม่ผิดแน่ และเขาในตอนนี้น่าจะอายุน่าจะไม่เกินยี่สิบ หรือ...อาจจะมากกว่านั้นไม่กี่ปีชายหนุ่มกลืนน้ำลายให้กับหญิงสาวผู้เย้ายวนตรงหน้า เดรสเกาะอกสีแดงขับผิวกายขาวเนียน ส่งให้ร่างอวบอัดสมส่วนน่ามอง น่าสัมผัสไปทั่วทั้งตัว ทำให้หัวใจของเขาสั่น

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 50

    แสงแรกของยามเช้าสาดส่องใบหน้างามซึ่งกำลังแย้มยิ้ม นางเลื่อนมือขึ้นลูบไล้แผ่นอกหนั่นแน่น เอวอ่อนบดเบียดช้าๆ เป็นจังหวะยั่วยวน“ขึ้นอยู่กับว่าท่านมีสิ่งใดดึงดูดใจให้ข้าตื่นขึ้น”กู้จื่อเหยียนกอดร่างงามแนบอก “สวรรค์ เจ้าตื่นขึ้นมาแล้ว”นางหัวเราะเสียงเบา “ข้าขอโทษ”“อย่าขอโทษ เจ้าไม่ผิด คนที่ผิดคือข้า เป็นข้าเอง” เขากอดนางแน่นพร้อมจุมพิตลงไปบนเรือนผมของหญิงสาว“ลำบากท่านแล้ว ข้าเพิ่งรู้ว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่ที่ข้าเข้าใจ”“ไม่เลยอะไรก็ได้ขอเพียงเจ้าตื่นขึ้น ไม่ว่าสิ่งใดล้วนไม่เป็นไร” เขากระซิบเสียงเบา หากแต่นางกลับทำให้เขาครวญออกมาพร้อมกับร่างสั่นสะท้านเหมยอวี่ซินไล้เลียลำคอแกร่ง “ข้ากลายเป็นปิศาจราคะไม่อาจหวนคืนเป็นคนเดิมอีกแล้ว ท่านเตรียมตัวแล้วหรือยัง”เอวสอบกระทั้นเข้าหานางลึกล้ำ “อา...ดีเหลือเกิน นี่สิจึงเรียกว่าความสุขสมที่ปรารถนา” เขาจุมพิตนางคราหนึ่ง “แม่นางต้องการแบบใดเล่าข้าน้อยพร้อมรับใช้”หญิงสาวพลิกกายกดเขาลงกับพื้น ดวงตาพราวระยับพร้อมกับปลายลิ้นที่ไล้เลียไปรอบริมฝีปากแห้งผาก นางยกสะโพกขึ้น ก่อนกดลงไปกับความแข็งขึงจนสุดทางเสียงครางกระเส่าดังขึ้นผสานกัน บทรักอันเร่าร้อนของทั

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 49

    ในความมืดอันเวิ้งว้างว่างเปล่า เหมยอวี่ซินลุกขึ้นมาด้วยใบหน้าสิ้นหวัง นางมองศพของตัวเองซึ่งกำลังถูกโยนลงไปในบ่อน้ำ ก่อนเดินตามมือสังหารที่สังหารนางไปโดยไม่รู้ตัวบุรุษผู้นั้นคือองครักษ์คนสนิทของฟู่เฉิง เขามาเพื่อมอบความตายให้นาง ตามคำสั่งของผู้เป็นนาย และวิญญาณของนางก็ถูกจองจำด้วยมนต์ดำแห่งความชั่วร้ายบุรุษผู้นั้นกลับมายังจวนอัครมหาเสนาบดี เขาเดินเข้าไปยังเรือนหลังอันเงียบงันไม่มีแม้แต่สาวใช้เข้ามาห้ามปราม กระทั่งเดินเข้าไปในห้องนอน ซึ่งในนั้นมีร่างของเซี่ยจิ้งนอนหลับอยู่ร่างสูงถอดเสื้อผ้าออกจากนั้นปีนขึ้นเตียง มือใหญ่ลูบไล้และปลุกเร้า กระทั่งเซี่ยจิ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าแตกตื่น หากแต่ต่อมาเมื่อมองเห็นชัดว่าเขาเป็นใคร นางกลับยิ้มกว้างออกมาบุรุษผู้นั้นดึงทึ้งชุดของเซี่ยจิ้งออก จากนั้นคนทั้งสองก็โผเข้าหา กอดรัด พัวพัน คลอเคลียแนบชิด เสียงครางกระเส่าดังเล็ดลอดออกมาจากม่านหน้าเตียง เสียงกระทั้นกระแทกรุนแรง ยิ่งมาก็ยิ่งเรียกความเสียวซ่าน จนร่างงามของเซี่ยจิ้งสะท้านไหวนางไม่เพียงไม่รังเกียจ หากแต่ยังชื่นชอบความอึด และความแกร่งกล้าขององครักษ์ผู้นั้น คราแรกอาจปฏิเสธแต่ต่อมากลับโหยหา แ

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 48

    ร่างสูงลุกขึ้นพร้อมกับกดร่างงามเข้าหาตัว พยุงให้นางแนบชิดกายส่วนหน้า เขาเดินลงไปในน้ำซึ่งปริ่มขึ้นมาถึงเอว จากนั้นเลื่อนมือเข้ากอบกุมสะโพกนิ่ม สอดตัวตนเข้าหานางเชื่องช้า“อา...ซินเอ๋อร์ ข้าคิดถึงเจ้า”ร่างแกร่งสะท้านเพราะนางเป็นฝ่ายกดเอวอ่อนเข้าหาเขา ราวกับไม่อาจทนอีกต่อไป ท่อนขาเพรียวกอดรัดเอวสอบโยกคลึงเบาๆ อย่างยั่วเย้า พร้อมกับจุมพิตพัวพันซึ่งรุกเร้าจุ่มจ้วงกู้จื่อเหยียนขบเม้มผิวนวลพร้อมกับถาโถมเอวสอบเข้าหาความอ่อนนุ่มซึ่งบีบรัด จังหวะร้อนแรงแผดเผา ส่งผลให้ผิวน้ำเกิดเป็นระลอกคลื่นกระทบเข้าหาริมฝั่งเสียงอันรัญจวนซึ่งเกิดจากการสอดประสาน นำพาความสุขสมซาบซ่านให้อบอวลทั่วบริเวณร่างสองร่างกอดเกี่ยวพัวพันแนบชิด เสียงครวญกระเส่าดังสลับกับเสียงผิวเนื้อกระทั้นกระแทก กลิ่นแห่งกามารมณ์ในอากาศ ผสานกับกลิ่นของดอกเหมยแดง ซึ่งปลิดปลิวกับสายลมกู้จื่อเหยียนดำดิ่งลงไปในห้วงแห่งความปรารถนา เขาเดินกลับเข้าหาฝั่ง วางร่างงามลงราบกับพื้น พร้อมกับเอนกายขึ้นทาบทับส่วนประสานยังคงแนบชิด ในยามที่กายแกร่งยกขึ้นสูง เพียงเพื่อให้เขาได้มองนางในยามที่เขาโจ้นจ้วงลึกล้ำ มือใหญ่เลื่อนไปกอบกุมอกอิ่ม บีบเคล้นตามจัง

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 11

    เขาพลันรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกไป นางคล้ายไม่ใช่ตัวนางในยามปกติกู้จื่อเหยียนพยายามอ้าปากส่งเสียง หากแต่ทุกอย่างยังคงเดิม ไร้ผล...“เจ้าคนทรยศ” เหมยอวี่ซินพึมพำ “เจ้าคนสมควรตาย”กู้จื่อเหยียนพยายามสูดลมหายใจเข้า “ข้า...ไม่ใช่...”“สมควรตาย...”“ข้าไม่ใช่...เขา ข้าคือกู้จื่อเหยียน”ดูเหมือนจะได้ผล แร

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 6

    “ข้าเคยได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วน เจ้าจะบอกอีกกี่ครั้งผลก็ยังคงเดิม”“เพราะอย่างนั้นข้าจึงจะไปกับเจ้าอย่างไรเล่า”“ไม่ได้” กู้จื่อเหยียนปฏิเสธ“ข้าจะไป หรือไม่เจ้ากับข้าแยกกันไปคนละทาง ข้าไปทางเจ้าไปทาง อย่างไรคดีนี้ข้าเองก็มีส่วนรับผิดชอบ”กู้จื่อเหยียนถอนหายใจออกมาด้วยความจนใจ เขาเพียงหมุนตัวเดินขึ้

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 5

    เหวินซวี่ไห่มองหน้าสหายแวบหนึ่ง จากนั้นก็ได้แต่พยักหน้า “เจ้าต้องระวังตัวด้วย เรื่องที่เกิดขึ้นกับเราสองคน หากเลี่ยงได้ข้าเองก็ไม่อยากให้เจ้าไปเสี่ยงที่หั่วซานอีก”“วางใจเถิด ข้าเพียงไปที่วัด จะไม่เข้าใกล้หั่วซานอีก”“เช่นนั้นข้าก็วางใจ อย่าลืมพาคนของเราไปด้วย”กู้จื่อเหยียนเขียนจดหมายส่งกลับไปยังเ

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 4

    กู้จื่อเหยียนมองสบตากับเหวินซวี่ไห่นิ่ง ทั้งสองคนต่างตัดสินใจไม่พูดอะไร เพียงเก็บดาบขึ้นและต่างคนต่างก็ช่วยกันพยุงกันและกันเดินลงเขามาระยะทางที่ทั้งสองขึ้นเขาไปนั้นไม่ไกลนัก หากแต่เส้นทางที่รกร้างก็ทำให้ลำบากไม่น้อยกว่าจะเดินลงเขามาได้เมื่อนำม้าที่ผูกเอาไว้เดินออกมาจากเขตหั่วซาน เหวินซวี่ไห่อดที่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status