مشاركة

เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ
เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ
مؤلف: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1

last update آخر تحديث: 2026-01-05 09:24:22

บทนำ

ในห้วงลึกอันดำมืดร่างที่ถูกเหวี่ยงขึ้นลงอย่างรุนแรง ส่งผลให้ชายหนุ่มซึ่งติดอยู่ระหว่างห้วงเวลาเจ็บปวดอย่างสุดแสน เขาพยายามลืมตา หากแต่กลับทำได้เพียงปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินต่อไป

ในความมืดเสียงหัวเราะร้ายกาจของสตรี ทำให้เขารู้สึกลังเล แท้ที่จริงแล้วการตัดสินใจของเขาในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ถูกต้อง

...หรือเป็นเรื่องที่เขาอาจต้องเสียใจในภายหลังกันแน่

แม้ความคิดขัดแย้งแต่เขากลับไม่อาจหวนคืนได้อีกแล้ว พันธสัญญาที่ถูกทำขึ้นกับปีศาจ แน่นอนว่าย่อมส่งผลให้เขาไม่อาจเป็นตัวของตัวเอง

‘แน่นอนเจ้าย่อมไม่อาจคืนคำพูด’

เสียงของนางยังคงก้องอยู่ในหัว เสียงหัวเราะที่ตามมาทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ หากแต่เมื่อร่างกายร่วงลงมาจากที่ใดสักแห่งอย่างรวดเร็ว เขากลับสะดุ้งสุดตัวพร้อมส่งเสียงตะโกน

“ไม่!!!”

ร่างสูงสะดุ้งเฮือกพร้อมกับลุกขึ้นนั่ง เขาลืมตาและพยายามรวบรวมสติและมองไปโดยรอบ คิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่อพบว่าตัวเขานอนอยู่บนเตียงนอน อีกทั้งตอนนี้เป็นยามเช้าตรู่

“อา...ข้ากลับมาจริงๆ สินะ หรือว่าทุกอย่างนั้นคือความฝัน”

“หากคิดเช่นนั้นแล้วเจ้าสบายใจ เช่นนั้นก็แล้วแต่เจ้าเถิด”

เสียงหวานซึ่งดังขึ้นแผ่วเบาทำเอาชายหนุ่มขมวดคิ้ว เขาหันขวับไปมองยังต้นเสียง กระทั่งมองเห็นสตรีนางหนึ่งนั่งอยู่กลางห้องของเขา

แผ่นหลังอรชรในชุดเย้ายวนสีแดงสด บวกกับเรือนผมยาวสลวยที่ทิ้งตัวลงเคล้าเคลียไหล่กลมกลึง ทำให้เรือนร่างของนางงดงามแลดูน่าหลงใหล

ท่าทีผ่อนคลายในยามที่ยกชาขึ้นจิบ ราวกับเป็นห้องของตัวเอง ช่างดูน่าโมโหในความรู้สึกของเจ้าของห้องตัวจริงอย่างเขา

“เจ้า!...”

“กู้จื่อเหยียน”

เรียกชื่อเขาจบร่างอรชรก็หมุนกายกลับมามองเขาช้าๆ ใบหน้างดงามประดับด้วยรอยยิ้มยั่วเย้า หากแต่ดวงตาของนางกลับให้ความรู้สึกราวกับสามารถมองทะลุถึงจิตใจผู้คน

“จะความฝันก็ดี จะความจริงก็ช่าง นับจากวันนี้ชีวิตของเจ้าเป็นของข้า”

นางประกาศอย่างถือดี กระทั่งมองสบตาชายหนุ่มนิ่ง ดวงตาของนางเรียบเฉยราวกับผืนน้ำในห้วงทะเลลึกสุดหยั่ง ในจังหวะที่นางกล่าวประโยคนั้นออกมา กู้จื่อเหยียนพลันรู้สึกเสียใจในภายหลัง

พันธสัญญาระหว่างเขากับนางนั้น เริ่มต้นขึ้นนับจากวันนี้ จนกว่าชีวิตของเขาจะสิ้นสุดลง หรือไม่ก็เป็นนางที่ยินยอมปล่อยเขาให้เป็นอิสระ

ซึ่งก็คงยากยิ่ง...

คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เกิดขึ้นในเมืองหลงอู่ ทำให้ชาวบ้านต่างก็หวาดกลัวจนไม่กล้าออกจากบ้านในยามค่ำคืน เจ้าหน้าที่ทั้งหลายแม้พยายามสืบหาตัวคนร้าย หากแต่สภาพศพของผู้ตายนั้น ร่างกายราวกับถูกดูดเลือดออกไปจนสิ้น กระนั้นทั้งตัวกลับไร้ซึ่งบาดแผล จึงเป็นที่มาของข่าวลืองมงายซึ่งเชื่อกันว่าเป็นฝีมือของภูตผีปีศาจ

ศาลยุติธรรมเมืองหลงอู่กำลังเคร่งเครียด เนื่องจากไม่เพียงไม่อาจปิดคดีเท่านั้น หากแต่นับจากศพแรกก็ยังมีศพต่อมาเรื่อยๆ กระทั่งมีคำสั่งให้กู้จื่อเหยียนเป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ด้วยตัวเอง หากยังไม่อาจปิดคดีนี้ได้ ท่านเจ้าเมืองเองก็กำชับไม่ให้เขาทำคดีอื่นอีก

กู้จื่อเหยียนเป็นหัวหน้ามือปราบซึ่งมีชื่อเสียง เขาย้ายมาประจำการยังเมืองหลงอู่ได้เพียงปีเดียว หากแต่ก็สามารถช่วยงานท่านเจ้าเมืองได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ดังนั้นแน่นอนในยามนี้เขาก็คือความหวังของผู้คนในเมืองอู่หลง

“ลำบากเจ้าจริงๆ”

เหวินซวี่ไห่ถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง หลังจากที่ตลอดระยะเวลาสองเดือนมานี้ เขาที่เป็นผู้ดูแลคดีกลับไม่พบเบาะแสหรือเงื่อนงำใดๆ จากคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง

“ไม่ได้ลำบากอะไรเลย คดีที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านต่างหวาดผวา ข้าเองก็อยากให้ปิดคดีนี้ได้โดยเร็ว”

ชายหนุ่มทั้งสองนั่งปรึกษากันด้วยท่าทีเคร่งเครียด ทั้งสองสนิทสนมกันมานับจากกู้จื่อเหยียนย้ายมาประจำที่เมืองหลงอู่

หนึ่งโดดเด่น หนึ่งองอาจ

แม้ว่าฐานะของเหวินซวี่ไห่จะด้อยกว่า เนื่องจากตัวเขาเพียงบุตรคนรองของอดีตมือปราบ ในขณะที่กู้จื่อเหยียนนั้น เป็นบุตรชายคนรองของเจ้ากรมโยธาธิการ กระนั้นทั้งสองก็คบหาเป็นสหายที่รู้ใจ ไร้ท่าทีเป็นอคติต่อกันแม้แต่น้อย

ความจริงแล้วยังมีอีกข่าวลือหนึ่ง ซึ่งอาจจะมีมูลความจริง เพราะหากจะกล่าวกันตามตรงแล้ว ฐานะหัวหน้ามือปราบศาลยุติธรรมเมืองหลงอู่สมควรตกเป็นของเหวินซวี่ไห่

หากแต่ท่านเจ้าเมืองไม่อาจทำอะไรได้ ทั้งนี้ก็เพราะข่าวลือที่ว่าเหวินซวี่ไห่นั้น มิใช่บุตรชายของอดีตมือปราบจริงๆ ดังนั้นฐานะของชายหนุ่มจึงคลุมเครือยิ่งนัก

ใบหน้าของกู้จื่อเหยียนเคร่งเครียดขึ้น ตรงหน้าของเขาคือแผนที่ซึ่งถูกวาดขึ้นคร่าวๆ จุดสีแดงที่ถูกวงกลมคือจุดที่มีคนตาย อีกทั้งยังเป็นบริเวณใกล้กับทางขึ้นหั่วซานทั้งสิ้น

นับจากมาประจำการยังเมืองหลงอู่ กู้จื่อเหยียนได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับหุบเขาสูงชันนี้จนนับครั้งไม่ได้ เนื่องจากข่าวลือต่างๆ ล้วนวนเวียนอยู่กับสิ่งลี้ลับที่ยังไม่มีใครเคยพิสูจน์ เขาเป็นคนไม่เชื่อเรื่องเช่นนี้ ดังนั้นจึงไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก กระทั่งเกิดเรื่องนี้ขึ้นเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เคยเชื่อนั้นถูกต้อง

หลักฐานนะหรือศพที่อยู่ในห้องชันสูตรนั้นอย่างไรเล่า ศพที่มีสภาพราวกับเลือดหดหาย ผิวกายขาวซีดแห้งเหือด แต่ทั่วทั้งตัวกลับไร้ซึ่งบาดแผลโดยสิ้นเชิง

“จุดที่ศพถูกนำไปทิ้งล้วนอยู่ใกล้กับหั่วซานทั้งสิ้น” คิ้วเข้มขมวดมุ่น

“ใช่ ชาวบ้านที่นี่ต่างก็เชื่อกันว่าเหนือยอดหั่วซานมีปีศาจร้ายสิงสถิตอยู่ ไม่เคยมีใครที่ขึ้นไปแล้วได้กลับลงมา”

“เจ้าเองก็เชื่อเรื่องพวกนี้หรอกหรือ” กู้จื่อเหยียนหันไปมองสหายด้วยดวงตาประหลาดใจ

“ความจริงข้าเองก็ได้ยินเรื่องนี้มามาก เชื่อหรือไม่นั้นข้าเองก็ไม่อยากลบหลู่ หั่วซานกว้างใหญ่กินพื้นที่หลายร้อยลี้ อีกทั้งยอดเขาก็สูงชันไม่มีใครเคยเข้าไปสำรวจ” เหวินซวี่ไห่ถอนหายใจออกมา

“เจ้าดูนี่สิ” กู้จื่อเหยียนชี้มือไปยังจุดวงกลมสีแดง

“ชาวบ้านต่างให้การคล้ายๆ กัน ผู้ตายล้วนเป็นชายหนุ่ม ทั้งยังหายออกไปจากบ้านในยามวิกาล ศพที่พบล้วนเป็นคนละทิศทางกับจุดที่หายตัวไป”

มือใหญ่ลากเส้นเป็นกากบาท

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 13

    กู้จื่อเหยียนยังคงสืบคดีฆาตกรรมอย่างเคร่งเครียด เขาลอบให้คนติดตามเหยื่อรายต่อไปเงียบๆ โดยเลือกคนสนิทของตนลาดตระเวนตามจุดต่างๆ ทั้งยังไม่เจาะจงเหยื่อรายใดเป็นพิเศษ เพียงบอกว่าเป็นผู้ต้องสงสัย เนื่องจากหากจะบอกว่าคนเหล่านั้นคือเหยื่อรายต่อไป ใครเล่าจะเชื่อในสิ่งที่เขาพูดซ้ำร้ายหากเหยื่อเหล่านั้นเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ ไม่กลายเป็นว่าเขาเป็นคนร้ายเสียเองหรอกหรือการสืบสวนคดียังคงเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เขาให้คนคอยสะกดรอยตามเหยื่อรายที่สอง หากแต่ก็ยังไม่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น เขายังมีเวลาอีกห้าวันเพื่อหาหาทางจัดการกับเรื่องที่เกิดขึ้น หากแต่การต่อสู้กับปีศาจนั้น อยู่เหนือความสามารถของเขาโดยสิ้นเชิงมองดูดาบปักวสันต์ของตนที่วางอยู่บนโต๊ะ กู้จื่อเหยียนได้แต่ถอนหายใจออกมา เขาไปปรึกษากับหลวงจีนที่วัดอีกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อหาความพิเศษของดาบ เนื่องจากเขาเชื่อว่าต้องมีบางสิ่งในดาบเล่มนี้ ทำให้เขาสามารถทำร้ายปิศาจตนนั้นได้ กระนั้นคำตอบยังคงเหมือนเดิม ชะตาชีวิตของเขาที่ผู้พันกับอดีต ทำให้เขาต้องพานพบกับเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง“เรื่องใดเล่าที่ข้าไม่อาจหลีกเลี่ยง”ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาก่อนทิ้งตัวลง

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 12

    มองดูมือเล็กเรียวคว้าสาบเสื้อของเขา จากนั้นแหวกออกเผยให้เห็นรอยแผลที่เริ่มแห้งแล้วอย่างรวดเร็ว เขาเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถาม“นี่คืออะไร”เขามองออกว่านางกรีดกลางอกของเขาเป็นรอยดอกเหมย และแน่นอนมันย่อมกลายเป็นแผลเป็นอย่างไม่ต้องสงสัยฝ่ามือเย็นเยียบวางลงไปเหนือแผล กู้จื่อเหยียนสะดุ้งเล็กน้อย มองการกระทำของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อสบตากับหญิงสาว เขาก็ทำได้เพียงปล่อยให้นางแตะต้องตามใจชอบความร้อนขุมหนึ่งแล่นมาตามฝ่ามือ แผลของเขาแสบร้อนขึ้นเล็กน้อย เมื่อนางยกมือออกแผลนั้นก็กลายเป็นเพียงปานแดงรูปดอกเหมย ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรแล้ว“เมื่อคืนเจ้าบอกว่าจะให้ข้าช่วยตามหาคน” กู้จื่อเหยียนนึกขึ้นได้ “เขาคือใคร”เหมยอวี่ซินใบหน้าเรียบเฉย “ข้าจะบอกเจ้าทีหลัง” เพราะนางเองก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาเกิดใหม่แล้ว หรือไปอยู่ที่ใด หนึ่งพันปีผันผ่าน นางมีเพียงต้องลงไปยมโลก หาไม่ก็ไม่มีทางหาเขาพบเขา...หน้าตาเปลี่ยนไปหรือยังคงเหมือนเดิม‘ฟู่เฉิง’ นามที่นางไม่อยากนึกถึง หากแต่ก็ยังคงเจ็บปวดทุกครั้งที่ตระหนักว่าในอดีตเกิดอะไรขึ้นกับตัวนางเอง“คือ...ข้ามีเรื่องอ

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 11

    เขาพลันรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกไป นางคล้ายไม่ใช่ตัวนางในยามปกติกู้จื่อเหยียนพยายามอ้าปากส่งเสียง หากแต่ทุกอย่างยังคงเดิม ไร้ผล...“เจ้าคนทรยศ” เหมยอวี่ซินพึมพำ “เจ้าคนสมควรตาย”กู้จื่อเหยียนพยายามสูดลมหายใจเข้า “ข้า...ไม่ใช่...”“สมควรตาย...”“ข้าไม่ใช่...เขา ข้าคือกู้จื่อเหยียน”ดูเหมือนจะได้ผล แรงที่บีบรัดรอบคอหายวับไปพร้อมกับดวงตาของหญิงสาวที่กลับมาสุกใสเช่นเคย ใบหน้างดงามก้มลงมองกู้จื่อเหยียน ดวงตาของนางฉายแววงุนงงเล็กน้อย จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเรียบเฉยอย่างรวดเร็วกู้จื่อเหยียนสูดลมหายใจเข้าเร็วๆ เขาไอออกมาถี่ๆ รู้สึกแสบร้าวไปทั้งลำคอ เช่นกันกับร่องรอยที่เขาคิดว่าต้องหลงเหลือเอาไว้อย่างไม่ต้องสงสัยเมื่อเหลือบสายตามองคนที่นั่งคร่อมร่างของเขา นางกลับมีท่าทีราวกำลังครุ่นคิด เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นดังนั้นจึงได้แต่นอนนิ่งเช่นนั้นเหมยอวี่ซินจ้องกู้จื่อเหยียนนิ่ง คิ้วเรียวของนางขมวดมุ่น ในยามที่มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนงุนงง เมื่อครู่นางอยู่ที่หั่วซาน รำลึกความหลังที่เกิดขึ้นทั้งหมดความโกรธแค้นทำให้นางราวคลุ้มคลั่ง กว่าจะรู้ตัวอีกครั้งไม่รู้เพราะอะไรนางจึงกลับมายังข้างกายเขาแล้ว

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 10

    ในขณะที่กู้จื่อเหยียนถามคำถามว่าเหมยอวี่ซินคือใคร หญิงสาวเองก็กำลังถามคำถามเดียวกันนั้นกับตัวเอง นางหลับใหลมานาน...นานมากหนึ่งพันปีที่นางหลงลืม กระทั่งเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นได้ความแค้นในใจที่รอวันสะสาง กระนั้นความแค้นที่อัดแน่นนั้นกลับเต็มไปด้วยความอึดอัด นางหลงลืมหลายเรื่องคล้ายกับมีบางอย่างบดบังตัวนางเป็นใคร เกิดอะไรขึ้น และเพราะเหตุใดนางจึงหลับใหล ก่อนหน้านี้นางแค้นใคร ตัวนางในยามนี้มิใช่ปิศาจแน่หรือเมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้งต้นเหมยแดงตั้งตระหง่าน ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ ความรู้สึกมากมายถาโถม เหมยอวี่ซินพลันหลับตาสูดลมหายใจ มือข้างหนึ่งยื่นออกมาพร้อมกับแบออกพลังในกายแผ่ซ่านออกมากระทั่งร่างทั้งร่างเปล่งประกายสีทอง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งเมฆหมอกที่ปกคลุมยังเหนือยอดหั่วซานกลับเปิดออก แสงแดดส่องลอดมายังเหมยแดงซึ่งเบ่งบานตลอดสามฤดู“เหมยแดงพันปี อายุเท่ากับช่วงเวลาที่ข้าหลับใหล” นางพูดกับตัวเองเสียงเบา รับรู้ว่าชีวิตของนางผูกติดกับต้นเหมยตรงหน้าครุ่นคิดถึงเรื่องในวันที่นางตื่นขึ้น นับจากเลือดของกู้จื่อเหยียนหยดลงไปยังพื้นดิน รากของต้นเหมยที่ดูดซับเลือดเพียงหยดเดียว กลับสามารถปลุกน

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 9

    เหมยอวี่ซินหัวเราะเบาๆ กับน้ำเสียงสุภาพของชายหนุ่ม ‘เจ้าเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสา โดนสหายทรยศจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ตอนนี้ยังมัวมานั่งคิดหาเหตุผล ไม่เรียกโง่งมยังจะเรียกอะไรได้อีก’กู้จื่อเหยียนคิ้วกระตุกกับประโยคแรกของนาง ‘ข้าจะครบยี่สิบสี่ปีเต็มแล้ว ทั้งยังเป็นถึงหัวหน้ามือปราบ’‘ข้าหลับใหลมาพันปี สำหรับข้าอย่างไรเจ้าก็คือเด็กน้อย’เขาเถียงสู้นางไม่ได้จึงได้แต่ถอนใจอย่างจำนน ‘ข้าคบหาเขาเป็นสหายได้เพียงปีเดียวก็จริง แต่อาไห่เป็นคนไม่เลว’‘เป็นคนไม่เลวที่มีใจอยากสังหารเจ้า’ นางต่อประโยคของเขาทันที‘ข้ามั่นใจว่าต้องมีบางเรื่องอยู่เบื้องหลัง ว่าแต่เรื่องที่หั่วซาน ท่านพอจะรู้ต้นสายปลายเหตุหรือไม่’ กู้จื่อเหยียนไม่อยากต่อคำกับนาง ดังนั้นจึงได้แต่เดินไปยังจวนว่าการเงียบๆ ที่นั่นใต้เท้าอันกำลังรออยู่ชายหนุ่มคาดไม่ผิดเพราะนี่คือศพแรกจากคดีประหลาดจริงๆ เขาอาสาทำคดีนี้เอง โดยบอกใต้เท้าอันให้เหวินซวี่ไห่รับผิดชอบคดีอื่นเขาคิดและหวังจริงๆ ว่า หากเขาสามารถไขคดีนี้ได้ พร้อมกันนั้นก็มองหาสาเหตุที่ทำให้เหวินซวี่ไห่ทำร้ายเขา บางทีเขาอาจเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่างให้เป็นไปในทางที่ดีกู้จื่อเหยียนเดินออกมาขึ้นม

  • เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ   บทที่ 8

    เงาร่างของเหวินซวี่ไห่หายลับไปกับกลุ่มเมฆหมอก กู้จื่อเหยียนหลับตาลง กระทั่งรับรู้ถึงแรงกระแทกมหาศาลบวกกับความเจ็บปวดจนร่างแทบแหลกสลายหากแต่...เพราะเหตุใดจึงรวดเร็วถึงเพียงนี้ มิใช่ว่าหั่วซานแห่งนี้สูงชันมากเลยหรือดวงตาคมเข้มค่อยๆ กระพือเปิด ความเจ็บปวดและกลิ่นคาวของเลือดทำให้เขาหายใจติดขัด กระทั่งลมหายใจของเขาสะดุด เมื่อทันทีที่ลืมตาขึ้นสิ่งที่เขาเห็นกลับมิใช่ความตายที่รออยู่ตรงหน้า“เจ้าเป็นใคร”น้ำเสียงเรียบเรื่อยของสตรีตรงหน้าดังขึ้น ดวงตาของนางเย็นชาจนแทบจะแช่แข็งผู้คน ใบหน้างดงามเปล่งปลั่งทำให้ผู้คนชวนใจสั่น ริมฝีปากเย้ายวนแดงเรื่อขยับไหวในยามเอื้อนเอื่อย“กล้าดีอย่างไรมารบกวนข้า”ความรู้สึกยินดีท่วมท้นในหัวใจ หากแต่กู้จื่อเหยียนกลับไม่เข้าใจตัวเอง เขามั่นใจว่าไม่เคยพบสตรีตรงหน้ามาก่อน หากแต่หัวใจเขากลับพองโต ราวกับเพิ่งพานพบสิ่งที่เขาทำหล่นหายเขาอ้าปากจะพูดแต่กลับไม่อาจเปล่งเสียง เรี่ยวแรงของเขาเหือดหายไปพร้อมกับเลือดที่หลั่งรินออกจากกาย สายตาเหลือบมองเบื้องล่าง ความมืดอันไร้ที่สิ้นสุดทำให้เขารู้สึกเบาโหวง กลางลำตัวมีบางอย่างคล้ายรากไม้พันโดยรอบตัวเขากำลังห้อยอยู่ที่ไหนสักแห

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status