Masukยามซื่อของอีกวัน (9:00-10:59) พวกเขาทั้งสามเดินทางมาที่ร้านยา เหมยฮวาก็ยื่นป้ายที่เถ้าแก่ให้เขาเมื่อครั้งก่อนกับเสี่ยวเอ้อ
“เชิญนายท่านทั้งสองตามข้าทางนี้ขอรับ”
เมื่อเห็นป้ายทองที่มีชื่อของร้านเสี่ยวเอ้อก็พาพวกเขามาที่ห้องรับรองที่ไม่ใช่ห้องเดิมที่มาครั้งก่อน ก่อนเสี่ยวเอ้อบอกว่าจะไปตามเถ้าแก่เกามา
ไม่นานเถ้าแก่เกาก็เดินเข้ามาในห้อง เหมยฮวาบอกว่าวันนี้เขาเอาผ้ามาขาย เมื่อเถ้าแก่ผ้าก็ตกใจตาแทบถลน ผ้าผืนนี้ทำมาจากหมอนไหมสีที่ค่อนข้างหาหาก สัมผัสเนื้อผ้าทั้งนุ่มและลื่น ลายปักบนผ้าก็งดงามราวกับภาพเสมือนจริง
“ผ้าผืนนี้ช่างงดงามยิ่งนัก ข้าไม่เคยเจอผ้าที่ปักได้เหมือนจริงเช่นนี้มาก่อน”
เถ้าแก่เลยเสนอว่าเขาจะนำผ้าไปประมูล เพราะจะได้ราคามากกว่า ร้านยาของเขามีอีกอาชีพคือทุกเดือนจะนำยาและของหาหายมาเปิดประมูล ซึ่งมันก็ตรงกับวันนี้พอดี ส่วนเงินที่ได้เถ้าแก่บอกว่าทางร้านจะหักแค่สามในสิบส่วนของเงินที่ได้มาจากการขาย
เหมยฮวาได้ยินก็ตอบตกลงทันที เพราะเขามีหลายอย่างที่ต้องใช้เงิน ไม่รู้ว่าของที่ประมูลจะได้เงินเท่าไหร่
“เหมยเอ๋อร์” หวังเทียนหลงเอ่ยเรียกคนที่เหม่อลอย จนเกือบจะเดินชนประตู
“หืม”
ร่างสูงไม่พูดอะไรเพียงแต่จูงมือเหมยฮวาให้เดินตาม ตอนนี้พวกเขากำลังจะไปที่ห้องประมูล ซึ่งห้องอยู่ในชั้นบนสุด
เหมยฮวานั่งลงบนเก้าอี้มองไปด้านล่างอย่างตื่นตา ที่นี่มีคนมาประมูลเยอะมาก ห้องประมูลมีหลากหลายแล้วแต่ฐานะของผู้ที่จะมาประมูล
มีทั้งหมดสามชั้น ชั้นล่างจะไม่มีห้องกั้นและที่นั่งผู้ที่มาจะต้องยืน ชั้นสองจะมีฉากกั้นและโต๊ะเก้าอี้ให้นั่ง ชั้นสามบนสุดจะมีห้องเป็นห้องส่วนตัว ด้านในมีโต๊ะเก้าอี้ กาน้ำชาและขนมไว้บริการ
“เทียนหลงท่านว่าจะมีคนมาประมูลชุดของข้าเยอะหรือไม่”
“อืม”
“ว่าแต่ที่นี่ดูคึกคักมาเลยนะ” ที่นี่คงได้รับนิยมไม่น้อยเมื่อดูจากจำนวนผู้คนที่เข้าร่วมการประมูล
ด้านล่างผู้คนกำลังแข่งขันประมูลดอกบัวหิมะกันอยู่ มันดูคุ้น ๆ เหมือนดอกบัวในมิติของเหมยฮวา แถมมันยังขึ้นอยู่เต็มสระน้ำ เขานึกว่ามันจะเป็นดอกบัวธรรมดาเสียอีก วันก่อนเขายังเก็บสายบัวมาทำอาหารกินอยู่เลย
ถ้ารู้ว่ามันทำเงินได้ เขาเอามาประมูลขายบ้างซะดีกว่า
เอ๊ะ หรือจะเอาลูกท้อมาด้วยดี
ขายสักลูกสองลูก คงไม่หมดต้นหรอก ไม่ต้องลงทุนอะไร แถมยังได้กำไรเยอะอีก
อ่า แค่คิดถึงว่ามีเงินเยอะเขาก็มีความสุขอีกแล้ว
“เหมยเอ๋อร์”
หวังเทียนหลงมองดูร่างเล็กที่ทำหน้าตาแปลกประหลาด ประเดี๋ยวก็ยิ้มแล้วก็หัวเราะ เขาได้แต่สายหัวระอาไม่รู้ว่าเจ้าตัวคิดอะไรแผลง ๆ อีก
ง้าว ~ (ท่านแม่คนงาม ท่านยิ้มได้ประหลาดยิ่ง)
“แหะ ๆ มีอะไรหรือเทียนหลง” หันมาส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้กับร่างสูง
“ข้างล่าง”
“โอ๊ะ นั้นชุดของข้าออกมาแล้ว” เหมยฮวามองเสี่ยวเอ้อที่ถือชุดของเขามาวางไว้บนโต๊ะตรงกลางห้อง
“ทุกท่านนี่คือชุดผ้าไหมที่ข้าพึ่งได้มาเมื่อไม่นานมานี้ มีทั้งหมดสี่ผืน เชิญดู” เถ้าแก่ผายมือให้เสี่ยวเอ้อคลี่ผ้าออกให้เห็นลวดลาย ผู้ชมที่เห็นก็ต่างฮือฮา เสียงพูดคุยดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เหล่าคุณหนูไม่น้อยเห็นแล้วตาเป็นประกาย อยากจะประมูลมาเป็นของตนเอง เหล่าคุณชายก็อยากประมูลไปให้คนที่ตนเองชอบพอ
ในห้องประมูลด้านบนมีท่านกงกงที่เป็นคนของเชื้อพระวงศ์อยู่ด้วย เขามักจะออกจากวังมาหาของดีของหายากอยู่เสมอ หากมีอะไรดี ๆ ก็จะประมูลกลับไปให้เจ้านายของตน
“ข้าต้องการชุดพวกนั้น”
“ข้าด้วย”
“ชุดพวกนั้นต้องเป็นของข้าทั้งหมด”
“เงียบ ๆ หน่อย ไม่ต้องเถียงกัน ข้าจะเริ่มประมูลที่ละชุด หากพลาดชุดแรกไปทุกท่านก็ยังมีสิทธิ์ประมูลชุดต่อไป เริ่มที่ชุดแรก ชุดนี้มีสีชมพูลายดอกไม้สีสันงดงาม เหมาะสำหรับคุณหนูทั้งหลาย หากผู้ใดสนใจประมูลไปใส่เองหรือนำไปให้คนที่รักก็ได้ เริ่มประมูลที่ราคา 500 ตำลึงทอง”
“ข้าให้ 1000 ตำลึงทอง”
“1500 ตำลึงทอง”
“ข้าให้ 2000 ตำลึงทอง”
“ข้าให้ 3000 ตำลึงทอง”
เสียงฮือฮาดีงขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีคนประมูลถึง 3000 ตำลึงทอง จากห้องด้านบน ซึ่งเป็นเงินที่เยอะมากสำหรับผู้ที่อยู่ในที่นี่
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าในห้องนั้นเป็นห้องของท่านกงกงคนสนิทที่อยู่ข้างกายฮ่องเต้ เขานำเงินติดตัวมา 5000 ตำลึงทอง ถ้าจะประมูลจะได้เพียงแค่สองผืน ดังนี้จึงสั่งให้คนของตนรีบกลับไปนำเงินมาเพิ่มอีก
ไม่เว้นแม้กระทั่งเหมยฮวาที่ตอนนี้ลุกขึ้นยืน เมื่อได้ยินจำนวนเงิน จนเสี่ยวหู่ที่นอนอยู่สะดุ้งไปด้วย มือเรียวกระตุกแขนเสื้อเทียนหลงที่นั่งข้าง ๆ ไม่หยุด
“เทียนหลงท่านได้ยินไหม ผืนนึงได้เงินตั้ง 3000 ตำลึงทองแหนะ”
“ได้ยินแล้ว” ท่าทางตื่นเต้นของร่างเล็กทำให้หวังเทียนหลงรู้สึกอ่อนใจ
“ท่านว่าข้านำอย่างอื่นมาประมูลเพิ่มด้วยดีหรือไม่” เอ่ยเสร็จไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตอบ ร่างบางก็กวักมือเรียกเสี่ยวเอ้อมา พร้อมกับยื่นของให้นำไปบอกว่าจะประมูลเพิ่ม
ด้านล่างผู้คนต่างกันแย่งชิงประมูลกันอย่างดุเดือด ชุดผ้าไหมทั้งสี่ผืนมีผู้ประมูลได้ไปแล้วสามคน เป็นท่านกงกงประมูลได้ผ้าไปครอบครองสองผืน และ อีกสองท่านที่เป็นเศรษฐีได้ไปคนละผืน
“เอาหล่ะทุกท่าน ใครไม่ได้ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะเมื่อครู่เสี่ยวเอ้อมากระซิบกับข้าว่าเจ้าของชุดผ้าไหมเหล่านี้ ได้นำของมาประมูลเพิ่มอีกอย่างหนึ่ง” พยักหน้าให้คนนำเข้ามา “นำเข้ามาได้”
ผู้ชมที่ได้ยินก็ใจชื่นขึ้นมาทันที จากที่เสียดายจากการประมูลรอบที่ผ่านมา
“นี่คือลูกท้อสวรรค์ ใครได้กินจะมีผิวพรรณที่เปร่งประกาย เรียบเนียน ดูเด็กลง รักษาอาการเจ็บไข้ ได้ทุกชนิด ซ้ำยังขับพิษได้ดีอีกด้วย”
ทุกคนต่างก็ตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็นสิ่งที่นำออกมาประมูลเป็นอย่างมาก และสงสัยว่าให้เป็นผู้ใดเป็นคนนำมาประมูล ผู้มีอำนาจที่นั่งอยู่ภายในห้องชั้นบนก็ต่างให้ลูกน้องไปสืบมาว่าเป็นใคร พวกเขาเชื่อว่าคนที่นำมาต้องอยู่ในห้องไหนสักที่ในนี้แน่นอน
“ข้าให้ 1000 ตำลึงทอง “ไม่ทันที่เถ้าแก่ได้เอ่ยราคาประมูล ก็มีคนจากในห้องตะโกนออกมาเสียก่อน
“โอ้ ท่านไม่ต้องรีบร้อนไป มีใครจะประมูลสูงกว่านี้อีกหรือไม่”
“1500”
“2000”
“3000”
“มีอีกหรือไม่”
“5000”
“5000 ตำลึงทอง ครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สอง มีใครประมูลอีกหรือไม่ ครั้งที่สาม ประมูล”
ลูกท้อลูกนี่ถูกขุนนางท่านหนึ่งประมูลไปได้ ทำให้คุณชายที่นั่งอยู่ห้องทางด้านบนเสียใจเป็นอย่างมาก เขามาที่นี่เพื่อหาสมุนไพรมารักษาแม่ของเขาที่เจ็บป่วยอยู่ แต่เพราะมีเงินไม่พอ ทำให้เขาพลาดจากบัวหิมะไปแล้วก็ยังพลาดลูกท้อสวรรค์นี้อีก
เหมยฮวามองห้องที่ประมูลเขาเห็นชายหนุ่มในห้องนั้นแต่งตัวดี และยังเลือกประมูลสมุนไพรที่นำมาประมูลอยู่หลายอย่าง
เสี่ยวเอ้อบอกเขาว่าคุณชายท่านนี้จะมาที่นี่ทุกเดือน เพื่อมาประมูลสมุนไพรที่หายากนำกลับไป
เมื่อสอบถามดู พบว่าชายหนุ่มเอาไปรักษาแม่ตนเองที่ป่วยเรื้อรังมาหลายปี
“อือ เป็นคนดี กตัญญูต่อพ่อแม่ เทียนหลง ถ้าข้าช่วยเขาจะได้หรือไม่” เหมยฮวาหันมาถามความเห็นของร่างสูงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
ด้านหวังเทียนหลงเขาก็รู้จักอีกฝ่ายอยู่แล้ว และพอได้ยินเรื่องนี้มาบ้าง จึงไม่ได้เอ่ยห้ามร่างเล็ก
เหมยฮวาจึงนำลูกท้อจากในมิติออกมามาอีกหนึ่งลูก กับดอกบัวหิมะอีกสองดอก และโสมให้อีกต้น ให้เสี่ยวเอ้อนำไปให้ตอนที่คุณชายท่านนั้นมารับของ
“เงินประมูลทั้งหมด 25000 ตำลึง หักส่วนแบ่งออกไป1500 ตำลึงทอง”
“นี่คือเงินทั้งหมด 23500 ตำลึงทอง ข้าหักจากเงินทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว”
“ขอบคุณเถ้าแก่เกามากขอรับ”
“ข้าต่างหากที่ต้องเอ่ยคำนี้ หากพวกท่านมีสิ่งใดมาประมูลอีก ที่นี่พร้อมต้อนรับทุกเมื่อขอรับ”
“ตกลง เช่นนั้นพวกข้าขอตัวก่อน” เอ่ยเสร็จก็เดินออกจากห้องไปทันที
เจียงลี่จิ่นนำเงินมาเตรียมจะรับของ เสี่ยวเอ้อก็ยื่นกล่องให้แต่ขนาดกล่องนั้นดูใหญ่และหนักสำหรับสมุนไพรที่ประมูล เมื่อเปิดดูพบว่าด้านในมีของที่เขาประมูลแล้วไม่ได้อยู่ในกล่อง
“เอ่อ เจ้าหยิบของให้ข้าผิดหรือไม่ ทำไมของด้านในถึง...”
“อ้อ ไม่ผิดหรอกขอรับ บังเอิญว่ามีผู้ใจดีและเป็นเจ้าของของทั้งหมดที่อยู่ในกล่องได้มอบให้ท่าน โดยไม่คิดเงินขอรับ” เสี่ยวเอ้อตอบ
“เจ้าพอจะบอกข้าได้หรือไม่ ว่าผู้ที่มอบสิ่งนี้ให้ข้าเป็นผู้ใด และมีนามว่าอะไร”
“เรื่องนี้ ข้าคงตอบท่านไม่ได้ขอรับ เพราะเป็นความลับของที่นี่ และเพื่อความปลอดภัยของผู้นำของมาประมูล” กฎของที่นี่มีอยู่ว่าไม่ว่าผู้ใดที่นำของมาประมูลพวกเขาจะไม่ถูกเปิดเผยชื่อ
“ได้โปรดบอกข้ามาเถอะ ข้าเพียงอยากจะไปขอบคุณผู้มีพระคุณเท่านั้น” ลี่จิ่นอยากจะไปขอบคุณด้วยตนเอง และอยากเห็นใบหน้าของคนที่มอบของให้เขาเท่านั้น นึกสงสัยว่าเป็นผู้ใดถึงมอบสิ่งของล้ำค่าให้ผู้ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
“ข้าบอกได้เพียงแต่ว่าพวกเขามากันสองคนแล้วก็มีลูกเสือสีขาวอีกหนึ่งตัว”
“ขอบใจเจ้ามากที่บอก”
“หากท่านอยากเจอก็รีบหน่อย พวกเขาเดินออกจากห้องประมูลไปเมื่อครู่”
เจียงลี่จิ่นได้ยินแบบนั้นก็รีบวิ่งออกไปดู มาถึงหน้าประตูก็ไม่เห็นผู้ใด ได้แต่ก้มมองของในมือ เขาเชื่อว่าสักวันจะต้องได้เจอกันอีกแน่
วันต่อมาเหมยฮวาลุกขึ้นตื่นตั้งแต่เช้ามืด โดยที่ยังไม่มีใครในจวนตื่น เพื่อมาทำอาหารให้หวังเทียนหลงกินเป็นมื้อสุดท้ายออกจากกัน แล้วก็ยังทำอาหารให้อีกฝ่ายนำไปกินระหว่างทางไว้อีกด้วย แม้หลังจากนี้ตัวจะต้องห่างกันไกล แต่เขาอยากจะให้อีกฝ่ายได้จดจำรสชาติอาหารที่เขาทำให้กินไปอีกนานแสงไฟในห้องครัวที่สว่างทำให้สาวใช้ที่พึ่งตื่นมาทำอาหารเช้าก็ตกใจที่มีคนตื่นก่อนตนเอง รีบเดินไปที่ห้องครัวทันที เมื่อเห็นว่าเป็นเจ้านายของจวนกำลังหยิบจับทำอาหารอยู่ก็ตกใจขึ้นไปอีก รู้สึกอับอายที่ตนเองนอนตื่นสาย ก่อนจะรีบเข้าไปช่วยและขอโทษเหมยฮวาบอกปัดทุกคนไป พวกเขาไม่ได้ตื่นสายหรอก เป็นเขาเองที่ไม่หลับเลยต้องลุกมาทำอาหารเพราะนอนไปก็ไม่หลับอยู่ดีเมื่อทำเสร็จเหมยฮวาก็กลับไปที่ห้องนอนเพื่ออาบน้ำ ล้างกลิ่นอาหารที่ติดบนเสื้อผ้าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารวันนี้ก็อบอุ่นเหมือนกัทุกวัน เหมยฮวายังบ่นเสี่ยวหู่ที่ไม่ยอมกินผัก เขาทำตัวปกติไม่อยากทำหน้าเศร้าให้อีกฝ่ายไม่สบายใจแม้ว่าเหมยฮวาจะทำตัวปกติ ฝืนยิ้มร่าเริงอยู่ตลอดเวลา พอเดินมาส่งร่างสูงหน้าประตูจวนก็อดที่จะน้ำตาซึมไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ลืมอหารที่ตัวเองลงทุนตื่นแต่เช้ามา
หวังเทียนหลงเดินกลับจวนในยามโหย่ว (17:00-18:59) หลังจากที่ไปสั่งงานลูกน้อง เพื่อเตรียมคนให้พร้อมสำหรับการเดินทาง เพราะอีกไม่นานเขาจะต้องกลับเมืองหลวงแล้วแม้ว่าความจริงเขาจะไม่อยากกลับไปนัก แต่จะให้รั้งอยู่ที่นี่นานก็ไม่ได้ ด้วยตำแหน่งและหน้าที่ไม่อาจละทิ้งไปได้ ยิ่งจากมานานมากเท่าไหร่ คนที่จ้องจะทำลายตำแหน่งของเขาก็จะอยู่สุขสบายบนโลกนานขึ้นทุกวันอีกอย่างครอบครัวของเขาคงจะเป็นห่วง แม้ว่าเขาจะส่งข่าวไปให้ทางนั้นรู้แล้วก็เถอะ ทุกคนก็คงอยากเห็นตัวจริงของชายหนุ่มมากว่าฟังจากปากผู้อื่นหวังเทียนหลงไม่รู้ว่าการจากไปครั้งนี้เขาจะต้องไปนานกี่วัน อาจจะนานเป็นสัปดาห์ เป็นเดือนหรือเป็นปี ก่อนไปจึงได้สั่งให้องครักษ์มาเพิ่ม เพื่อคุ้มครองเหมยฮวาในระหว่างที่ตนไม่อยู่ทั้งที่ใจจริงอยากจะพาร่างบางไปกับเขาด้วย แต่ศัตรูของเขามีเยอะเกินไป ถ้าพวกนั้นรู้ว่าเหมยฮวาคือคนสำคัญของเขา อาจมุ่งเน้นไปที่ร่างบางแทน ทำให้ตกอยู่ในอันตราย หวังเทียนหลงเลยคิดว่าจะรีบกลับไปจัดการกับศัตรูของตนให้หมด เมื่อเหตุการณ์สงบแล้วค่อยกลับมารับเหมยฮวาเข้ามาในวังหลวงก็ยังไม่สายร่างสูงเดินเข้ามาภายในจวนรู้สึกว่าเงียบผิดปกติ หันมองรอ
เหมยฮวานำชุดที่ตัดเสร็จมานั่งปักลายเพิ่มเล็กน้อยที่หน้าอกเสื้อเป็นรูปดอกเหมยเหมือนกันทุกตัว เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่ามาจากคนในจวนแห่งนี้“อ้า เสร็จแล้ว พวกเจ้าคิดว่าไง” ชูเสื้อที่ปักเสร็จขึ้น พร้อมหันให้เสียวปิงกับเสียวเปาที่นั่งข้าง ๆ ดู“ว้าว สวยมากเลยขอรับ ฮูหยินช่วยสอนข้าด้วยได้หรือไม่ ข้าอยากปักลายได้สวยแบบนี้บ้าง” เสียวปิงเอ่ยอย่างตื่นเต้น สายตามองเจ้านายอย่างชื่นชม เขาอยากจะเก่งเหมือนฮูหยินบ้าง“สอนข้าด้วยนะ ข้าอยากเรียนด้วยขอรับ” เสียวเปายกมือขึ้นไปมา เขาอยากจะช่วยพี่ชายทำงาน แม้ว่าตัวเองจะยังเด็ก แต่ก็อยากแบ่งเบาภาระด้วย มีอะไรที่ตนทำได้ก็อยากจะทำ เพราะถึงยังไงฮูหยินก็ให้เงินเดือนเขาด้วยเหมือนกัน“ได้สิ ถ้าพวกเจ้าอยากเรียน ข้าจะสอนพวกเจ้าทั้งสองคนเลย ดีหรือไม่” เหมยฮวามองเด็กน้อยทั้งสองอย่างเอ็นดู“ขอบคุณขอรับ”“ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้เอง”“อ่ะ ไหนพวกเจ้าลองเอาไปสวมให้ข้าดูหน่อยสิ ว่าเป็นยังไง” เขายื่นเสื้อให้เสี่ยวปิงกับเสียวเปาลองใส่ เด็กน้อยรับมาและรีบใส่อย่างกระตือรือร้น เมื่อสวมแล้วทั้งคู่ก็หมุนตัวให้ดู พร้อมทั้งส่งยิ้มกว้างมาให้ ร่างบางยิ้มรับ รู้สึกมีความสุขเวลาได้อยู่กับเด
เช้าวันนี้ดูเหมือนที่จวนจะคึกคักกว่าวันอื่นๆ เพราะมีสมาชิกเข้ามาเพิ่ม จากที่เมื่อก่อนมีกันแค่สองคนกับอีกหนึ่งตัว ขณะที่กินข้าวเหมยฮวาจำได้ว่าเมื่อวานบ่าวรับใช้นำของติดตัวมาน้อย บางคนก็สวมชุดเก่า ๆ เขาเลยเรียกทุกคนมาที่ลานกว้างเพื่อที่จะมาวัดตัว เขาจะตัดชุดให้จากผ้าที่ซื้อมาเมื่อวานเหมยฮวาไม่ได้รู้สึกเสียดายกับเงินที่เสียไป หากเทียบกับเงินที่ได้มาจากการขายของนั้น ของที่เขาซื้อมาราคาแค่น้อยนิด และมันก็เป็นความสุขทางใจให้ทั้งกับผู้ให้และผู้รับอีกด้วยถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นเพียงบ่าวรับใช้ แต่อีกหน่อยพวกเขาก็จะเป็นคนมาดูแลเขาและจวนแห่งนี้ เขาจึงอยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด หากเราดูแลพวกเขาดีแล้ว พวกเขาก็จะดูแลเราดีตอบแทนเช่นกันดังนั้นการลงทุนในครั้งนี้จะไม่ขาดทุนแต่อย่างใด“ขอบคุณฮูหยิน” ทุกคนเอ่ยขอบคุณเสียงดังพร้อมกัน รู้สึกดีใจที่เจ้านายเป็นใส่ใจพวกเขาถึงเพียงนี้การกระทำแบบนี้ไม่ใช่นิสัยของเจ้านายที่พวกเขาเคยเจอมา หากไม่เรียกใช้งาน เจ้านายก็จะไม่เอ่ยกับตน“พวกเจ้าเรียกข้าว่านายท่านดีกว่านะ” นี้คนพวกนี้ยังไม่หยุดเรียกเขาว่าฮูหยินอีกหรือ เพราะหวังเทียนหลงคนเดียวเลย“ขอรับ ฮูหยิน”เพ้ย ฮูหยิ
ของที่ในกล่องไม้แม้ภายนอกจะดูธรรมดาแต่ด้านในกลับมีความหมายสำหรับชายหนุ่มมาก ขณะที่กำลังนั่งรถม้ากลับจวนของตนเอง เจียงลี่จิ่นประครองกล่องไม้ด้วยมือทั้งสองข้างอย่างทะนุถนอม เมื่อถึงจวนตระกูลเจียงเขาก็เดินลงจากรถม้า ท่านพ่อบ้านที่เห็นเขาก็รีบเดินมาต้อนรับ“เป็นอย่างไรบ้างขอรับคุณชาย วันนี้ได้อะไรมาบ้าง” ท่านพ่อบ้านเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้นคุณชายเจียงลี่จิ่นมักจะออกตระเวนไปตามหาของหาสมุนไพรจากข้างนอกมารักษาอาการป่วยของฮูหยินเสมอ วันนี้ก็เช่นกันฮูหยินเจียงมีร่างกายอ่อนแอ เมื่อถึงฤดูหนาวจะป่วยหนัก หมอจากทุกสารทิศที่เชิญมาก็รักษาไม่หาย เพียงให้ยาตามอาการเท่านั้นตระกูลเจียงเป็นครอบครัวค้าขายที่ร่ำรวยในเมืองหลวง หากมีสิ่งไหนที่บอกว่าดี ทำให้อาการของฮูหยินดีขึ้น พวกเขาก็ยินดีที่จะซื้อโดยไม่เสียดายเงิน ไม่ว่าสิ่งนั้นจะแพงแค่ไหน“วันนี้ข้าได้ของดีมาก รีบไปที่ห้องของท่านแม่กันเถอะ”“ขอรับ”เจียงลี่จิ่นเดินนำท่านพ่อบ้านไปที่ห้องนอนของท่านแม่ ในห้องมีน้องสาวสองคนและท่านพ่ออยู่อย่างพร้อมเพรียงเขาถือกล่องเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด และบอกกับทุกคนกับสิ่งที่เจอมาในวันนี้ เมื่อ
ยามซื่อของอีกวัน (9:00-10:59) พวกเขาทั้งสามเดินทางมาที่ร้านยา เหมยฮวาก็ยื่นป้ายที่เถ้าแก่ให้เขาเมื่อครั้งก่อนกับเสี่ยวเอ้อ“เชิญนายท่านทั้งสองตามข้าทางนี้ขอรับ”เมื่อเห็นป้ายทองที่มีชื่อของร้านเสี่ยวเอ้อก็พาพวกเขามาที่ห้องรับรองที่ไม่ใช่ห้องเดิมที่มาครั้งก่อน ก่อนเสี่ยวเอ้อบอกว่าจะไปตามเถ้าแก่เกามาไม่นานเถ้าแก่เกาก็เดินเข้ามาในห้อง เหมยฮวาบอกว่าวันนี้เขาเอาผ้ามาขาย เมื่อเถ้าแก่ผ้าก็ตกใจตาแทบถลน ผ้าผืนนี้ทำมาจากหมอนไหมสีที่ค่อนข้างหาหาก สัมผัสเนื้อผ้าทั้งนุ่มและลื่น ลายปักบนผ้าก็งดงามราวกับภาพเสมือนจริง“ผ้าผืนนี้ช่างงดงามยิ่งนัก ข้าไม่เคยเจอผ้าที่ปักได้เหมือนจริงเช่นนี้มาก่อน”เถ้าแก่เลยเสนอว่าเขาจะนำผ้าไปประมูล เพราะจะได้ราคามากกว่า ร้านยาของเขามีอีกอาชีพคือทุกเดือนจะนำยาและของหาหายมาเปิดประมูล ซึ่งมันก็ตรงกับวันนี้พอดี ส่วนเงินที่ได้เถ้าแก่บอกว่าทางร้านจะหักแค่สามในสิบส่วนของเงินที่ได้มาจากการขายเหมยฮวาได้ยินก็ตอบตกลงทันที เพราะเขามีหลายอย่างที่ต้องใช้เงิน ไม่รู้ว่าของที่ประมูลจะได้เงินเท่าไหร่“เหมยเอ๋อร์” หวังเทียนหลงเอ่ยเรียกคนที่เหม่อลอย จนเกือบจะเดินชนประตู“หืม”ร่างสูงไม่พู







